แชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธี ทำยังไงให้เกลี้ยงเต้า เทคนิคที่คุณแม่ต้องรู้

การมีน้ำนมให้ลูกน้อยกินอย่างเพียงพอเป็นความปรารถนาของคุณแม่ทุกคน แต่การให้นมจากเต้าอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแม่ยุคใหม่ การปั๊มนมแม่จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกได้กินนมแม่แม้คุณแม่ไม่อยู่ใกล้ ๆ วันนี้ BabyGift จะมาแชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธีและเกลี้ยงเต้า ที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีน้ำนมเก็บสำรองอย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

การปั๊มนมคืออะไร

การปั๊มนมแม่ คือการนำน้ำนมออกจากเต้าเพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูกน้อยสำหรับมื้อต่อไป โดยสามารถใช้มือบีบหรือใช้เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยก็ได้ การปั๊มนมเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณแม่สามารถจัดการเวลาได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องให้นมจากเต้าลูกน้อยตลอดเวลา และยังช่วยให้คนในครอบครัวสามารถช่วยป้อนนมได้ในยามที่แม่ไม่สะดวกอีกด้วย

การปั๊มนมกับคุณแม่สำคัญอย่างไร

เทคนิคการปั๊มนมแม่

การปั๊มนมแม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย สำหรับลูก การได้รับน้ำนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการและระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ส่วนคุณแม่เองก็จะได้ประโยชน์จากการปั๊มนมโดยตรง เช่น การป้องกันเต้านมคัดตึง การรักษาระดับน้ำนมให้คงที่และเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ประหยัดเวลา ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะหิว

คุณแม่ควรเริ่มปั๊มนมตอนไหน

ระยะเวลาในการเริ่มการปั๊มนมแม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความต้องการของคุณแม่แต่ละคน คุณแม่บางคนอาจเริ่มปั๊มนมทันทีหลังคลอดเพื่อกระตุ้นน้ำนม ในขณะที่บางคนอาจรอให้ผ่านไป 2-3 สัปดาห์ หรือเริ่มเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อย ซึ่งควรเริ่มฝึกการปั๊มนมแม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง

7 เทคนิคการปั๊มนมที่คุณแม่เตรียมคลอดควรรู้

การเรียนรู้เทคนิคการปั๊มนมแม่ตั้งแต่ก่อนคลอดจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีความมั่นใจและพร้อมรับมือกับการให้นมลูกได้ดียิ่งขึ้น

1. ปั๊มนมทันทีภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด

หลังคลอดทันทีถือเป็นช่วงเวลาทองในการเริ่มต้นการปั๊มนมแม่ หากลูกน้อยยังไม่สามารถเข้าเต้าได้ คุณแม่ควรเริ่มปั๊มภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หรือช้าที่สุดไม่ควรเกิน 6 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมและทำให้ร่างกายเรียนรู้ที่จะผลิตน้ำนมออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าลูกสามารถเข้าเต้าได้แล้วก็ให้ลูกเข้าเต้าเป็นอันดับแรกเสมอ

2. ปั๊มนมให้บ่อย

ในช่วงเดือนแรกหลังคลอด คุณแม่ควรตั้งใจปั๊มนมให้ได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะใน 2-3 สัปดาห์แรกควรปั๊มให้ได้ 8-12 ครั้งต่อวัน หรือทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ที่บ่อยครั้งจะส่งสัญญาณให้ร่างกายผลิตน้ำนมอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการกระตุ้นให้มีปริมาณน้ำนมที่เพียงพอต่อความต้องการของลูก

3. ห้ามลืมปั๊มนมรอบดึก

การปั๊มนมแม่ รอบดึกมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงเดือนแรกหลังคลอด ควรปั๊มนมในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงเจ็ดโมงเช้าอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ฮอร์โมนโปรแลกตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำนมจะหลั่งออกมามากที่สุด การปั๊มนมรอบดึกจึงช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมและรักษาระดับการสร้างน้ำนมในร่างกาย

4. ตั้งเป้าปั๊มนมภายใน 2 สัปดาห์ หลังคลอดให้ได้ 500 ml.

การปั๊มนมแม่ ในช่วงสองสัปดาห์แรกหลังคลอดถือเป็นการวางรากฐานสำคัญ หากคุณแม่สามารถทำปริมาณน้ำนมให้ได้ถึง 500 มิลลิลิตรต่อวัน จะถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าคุณแม่มีศักยภาพในการผลิตน้ำนมที่เพียงพอสำหรับลูกน้อยในอนาคต แต่หากยังทำไม่ได้ก็ไม่ควรเครียดจนเกินไป ควรเน้นความสม่ำเสมอและดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม

5. ไม่ควรปั๊มนมเกิน 30 นาที

โดยทั่วไป เครื่องปั๊มนม ที่มีประสิทธิภาพจะสามารถปั๊มจนเกลี้ยงเต้าได้ภายใน 30 นาที หากคุณแม่ใช้เวลาปั๊มนานเกินไปอาจทำให้หัวนมและเต้านมเกิดอาการบาดเจ็บได้ เมื่อครบ 30 นาทีแล้ว ควรให้ร่างกายได้พักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างน้ำนมในรอบถัดไป การปั๊มนานเกินไปอาจไม่ได้ทำให้น้ำนมออกมาเพิ่มขึ้นเสมอไป

6. ไม่ควรลดน้ำหนักในช่วง 3 เดือนแรก

คุณแม่หลังคลอดไม่ควรจริงจังกับการลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดในช่วง 3 เดือนแรก เพราะร่างกายจะใช้พลังงานอย่างมากในการผลิตน้ำนม การปั๊มนมแม่และให้นมลูกจะช่วยให้น้ำหนักลดลงเองอย่างเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ควรเน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนสำหรับการผลิตน้ำนมที่ดี

7. ใช้โหมดกระตุ้นน้ำนมสลับกับโหมดปั๊มนม

เพื่อให้การปั๊มนมแม่มีประสิทธิภาพ ควรใช้โหมดกระตุ้นน้ำนมและโหมดปั๊มนมสลับกันไป โดยเริ่มต้นด้วยโหมดกระตุ้นน้ำนมประมาณ 3 นาที เพื่อให้ร่างกายหลั่งน้ำนม จากนั้นสลับไปที่โหมดปั๊มอีก 5-10 นาที แล้วสลับกลับไปกระตุ้นอีกครั้ง ทำเช่นนี้ 1-2 รอบ การใช้เทคนิคนี้จะช่วยให้ร่างกายหลั่งน้ำนมได้หลายครั้งในรอบปั๊มเดียว ทำให้ปั๊มน้ำนมได้มากขึ้นและเกลี้ยงเต้าได้เร็วขึ้น

เทคนิคการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า

เทคนิคการปั๊มนมแม่

การปั๊มให้เกลี้ยงเต้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันการคัดตึงเต้านมและช่วยให้ร่างกายสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง โดยเทคนิคที่ช่วยให้คุณแม่ปั๊มนมได้เกลี้ยงเต้ามีดังนี้

  • ใช้ เครื่องปั๊มนม เกรดโรงพยาบาล: เครื่องปั๊มนม ที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานจะช่วยให้การปั๊มมีประสิทธิภาพ
  • ปั๊มสลับกับการบีบด้วยมือ: หากรู้สึกว่า เครื่องปั๊มนม ยังดูดออกไม่หมด การนวดเต้าและใช้มือบีบไล่น้ำนมส่วนที่เหลือจะช่วยให้เกลี้ยงเต้ามากขึ้น
  • ระวังอย่าบีบหัวนมแรงเกินไป: ไม่ว่าจะปั๊มด้วยมือหรือใช้ เครื่องปั๊มนม ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดการบาดเจ็บที่หัวนมและลานนม เพราะอาการเจ็บจะส่งผลให้น้ำนมไหลออกมาน้อย
  • สลับจังหวะการดูด: หากใช้ เครื่องปั๊มนม ควรปรับจังหวะให้เร็วและช้าสลับกันเพื่อเลียนแบบจังหวะการดูดของทารก จะช่วยให้ร่างกายหลั่งน้ำนมได้ดีขึ้น
  • สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย: การดูภาพหรือวิดีโอของลูกน้อยระหว่างปั๊มนม หรือนั่งใกล้ ๆ ลูก จะช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายและกระตุ้นการหลั่งของน้ำนมได้ดีขึ้น

สรุปบทความ

การปั๊มนมแม่ เป็นหนึ่งในภารกิจที่ท้าทายแต่สำคัญสำหรับคุณแม่มือใหม่ การเรียนรู้เทคนิคและทำความเข้าใจเรื่องการปั๊มนมแม่อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณแม่หมดความกังวลและสามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง หรือการเลือกสินค้าแม่และเด็กต่าง ๆ BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจทุกความต้องการของพ่อแม่มือใหม่เสมอ เพราะเรามีผลิตภัณฑ์ดี ๆ และความรู้ที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกของคุณเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด และถ้าหากคุณแม่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือคาร์ซีทเด็กแรกเกิดแบบไหนดี เราก็พร้อมให้คำปรึกษาด้วยใจ สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เพราะแม่แต่ละคนมีความเป็นตัวของตัวเองที่แตกต่าง Aprica จึงสรรสร้างนวัตกรรมที่รองรับทุกความต้องการด้วยรถเข็นเด็กหลากหลายรุ่นเพื่อตอบโจทย์ที่ไม่เหมือนกัน แล้วรถเข็นเด็ก Aprica รุ่นไหน เหมาะกับคุณไปดูกันเลย แม่ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด ทุ่มเททุกความสุขเพื่อลูกและคนในครอบครัวเป็นสำคัญ ถ้าคำว่า “ที่สุด” คือนิยามของรถเข็นเด็กที่ดีที่สุดสำหรับลูก คือคำตอบเดียวที่คุณต้องการ รถเข็นเด็ก Aprica โดดเด่นในเรื่องนวัตกรรมใหม่ล่าสุดมอบความสบาย นุ่มนวล ปกป้องลูกน้อยแบบ 360 องศา ใส่ใจในสุขภาพและเสริมสร้างพัฒนาการ เพื่อเทวดานางฟ้าตัวน้อย รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Optia รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Soraria Magic basket คุณแม่ทรงพลัง คล่องแคล่ว ขี้เล่น ถ้าคุณและลูกน้อยต้องการความคล่องตัว พร้อมทุกสถานการณ์ รถเข็นเด็กน้ำหนักเบาแต่ครบทุกฟังชันท์ที่เหนือกว่า พร้อมเติมความคล่องตัวด้วยการใช้รถเข็นสลับกับเป้อุ้มเด็กได้ง่าย เป็นตัวช่วยที่ดี ไม่ว่าสถานการณ์ไหนๆ คุณแม่ก็พร้อม รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light คุณแม่เด็กแนว กิ๊บเก๋ทันสมัย ไม่ชอบตามใคร สนใจทางเลือกใหม่ๆ รักอิสระและความแปลกใหม่ รถเข็นเด็ก แบบ 3 ล้อเท่ห์ๆ ไม่เหมือนใครที่ผสมผสานทุกฟังก์ชั่นอย่างลงตัว และที่โดนใจยิ่งกว่าคือ ความแข็งแรง ทนทาน ไม่ว่าจะไปไหนก็พร้อมลุยทุกสภาพพื้นผิว ใช้ง่ายพับกางสะดวกและขนาดกระทัดรัด […]

คุณอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเชิญให้เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่บุคลลากรทางการศึกษา จำนวน 70 ท่าน ภายใต้ชื่อ “ความจำเป็นของคาร์ซีทและการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ถูกวิธี” ณ โรงเรียนเลิศหล้า ทั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธี เพื่อให้บุคลลากรทางการศึกษาได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของคาร์ซีท และสามารถนำมาปรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้

การพาลูกขึ้นรถเดินทางไกล ไม่ว่าจะไปต่างจังหวัดหรือเที่ยววันหยุด สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านกังวลคือ… เพราะแค่ลืมของเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเดียว อาจทำให้ทริปนั้นเหนื่อยขึ้นได้ทันที บทความนี้รวม Checklist + วิธีเตรียมตัวแบบเข้าใจง่ายช่วยให้การพาลูกขึ้นรถนาน ๆ เป็นเรื่องสบายขึ้นทั้งครอบครัว Checklist พาลูกขึ้นรถนานๆ ต้องเตรียมอะไรบ้าง? 1. ของกินและอุปกรณ์ให้นม Tip: เตรียมเผื่อมากกว่าปกติ 1–2 มื้อ กันกรณีรถติด 2. ของใช้เด็กระหว่างทาง 3. ของแก้งอแง ของกลุ่มนี้ช่วยลดโอกาส “ร้องกลางทาง” ได้ดีมาก 4. อุปกรณ์ความปลอดภัย 5. ของใช้ฉุกเฉิน ปัญหาที่พ่อแม่เจอ + วิธีแก้ ลูกงอแงระหว่างทาง สาเหตุ: เบื่อ / อึดอัด / หิว วิธีแก้ ลูกเมารถ วิธีแก้ ลูกหลับแล้วคอพับ วิธีแก้ ไอเทมช่วยให้เดินทางง่ายขึ้น (แนะนำจาก BabyGift) เพื่อให้ทริปของคุณพ่อคุณแม่สบายขึ้น […]

ใกล้คลอดแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆคนอาจกำลังกังวลกับการ ผ่าคลอด วันนี้ Baby Gift ได้รวบรวมความรู้มาให้คุณแม่ได้เห็นอีกมุมของการ ผ่าคลอด ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ โดยปกติแล้วคุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่คลอดธรรมชาติเอง ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะเชื่อว่าการคลอดแบบธรรมชาตินั้นฟื้นตัวไว เสียเลือดน้อย และกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้คุณแม่มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการคลอดลูก ซึ่งหนึ่งในวิธีที่คนนิยมมากก็คือ “การผ่าคลอด” โดยการผ่าคลอด แบ่งเป็น 2 กรณี คือ  1. ผ่าคลอด แบบวางแผนมาก่อน เมื่อคุณแม่มีความเสี่ยงที่จะคลอดเองไม่ได้ หรือคุณหมอเห็นเหตุจำเป็นที่ต้องกำหนดวันผ่าคลอด ได้แก่ คุณแม่สุขภาพไม่ดีมีความเสี่ยงสูง คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน คุณแม่ท้องแฝดไม่สามารถคลอดเองตามธรรมชาติได้ รวมไปถึงทารกที่อยู่ในท่าผิดปกติ หรือทารกอยู่ในภาวะวิกฤตมีความเสี่ยงสูงจำเป็นต้องผ่าคลอดออกมาโดยเร็ว 2. ผ่าคลอด แบบฉุกเฉิน คุณแม่บางคนเกิดภาวะความเสี่ยงกะทันหัน  จำเป็นต้องได้รับการผ่าคลอดแบบฉุกเฉินโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย ข้อดีของการ “ผ่าคลอด”  ปัจจุบันการผ่าคลอด ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การผ่าคลอด จึงเป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับคุณแม่ยุคนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกการคลอดแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัย หากคุณแม่รู้สึกไม่มั่นใจหรือเป็นกังวล ควรเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอเพื่อวางแผนเลือกวิธีการคลอดที่ปลอดภัยที่สุดต่อคุณแม่และลูกน้อย คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลข่าวสารอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ Baby Gift หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถปรึกษาทีม Baby Gift Expert เรายินดีให้คำแนะนำค่ะ

เชื่อว่าคุณแม่ร้อยทั้งร้อยที่อ่านบทความนี้อยู่อยากให้ลูกน้อยคลอดออกมามีผิวสวยสุขภาพดีอย่างแน่นอน ถึงเราจะอยากให้ลูกออกมาผิวขาวใสแค่ไหน ก็อย่าไปเชื่อคำโฆษณาอาหารเสริมต่าง ๆ นะคะ เพราะอาหารเสริมบางตัวไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างยิ่ง คุณแม่บ้านไหนอยากให้ลูกผิวดี ลองมาดูอาหารง่าย ๆ ไม่ต้องจ่ายเงินแพง ๆ แถมยังหาซื้อได้ทั่วไปกันดีกว่า 1. ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองนั้น นอกจากจะแหล่งโปรตีนที่ทรงคุณค่าไม่แพ้นมวัวแล้ว นมถั่วเหลืองยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า “ไอโซฟลาโวน” ซึ่งเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะไปช่วยกำจัดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มีผลแค่กับคุณแม่นะ แต่ยังส่งผลไปถึงคุณลูกด้วย อาหารที่ประกอบด้วยถั่วเหลืองง่าย ๆ ก็เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองที่คุณแม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเลย นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยทำให้มีผิวกระจ่างใสอีกด้วย 2. ผลไม้สดและน้ำผลไม้ ข้อนี้เดาได้ง่าย ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ ก็แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องผิวสวยแล้ว สิ่งที่เราขาดไม่ได้เลยก็คือผลไม้ รวมถึงน้ำผลไม้ (ขอแบบแท้ 100% ไม่ผสมน้ำตาลด้วยนะ) และถ้าจะให้ดีกว่าเดิม เราขอแนะนำให้คุณแม่ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น สับปะรด ส้ม เพราะเจ้าพวกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้จะมีกรดซิตริกที่ค่อนข้างสูง แถมยังอุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นวิตามินที่จะมาช่วยเรื่องผิวโดยตรงเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น! นอกจากผลไม้และน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยบำรุงให้ผิวลูกน้อยคุณแม่แล้ว สารอาหารในผลไม้พวกนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวของตัวคุณแม่ด้วย คุณแม่บ้านไหนที่นอนไม่หลับ สิวขึ้น ผดขึ้น ลองมาทานผลไม้กันดูนะ […]

เสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็กๆ นั้นมักจะมีแต่สีสันสดใส เพื่อให้ดูเหมาะสมกับวัย คุณแม่จึงไม่ค่อยจะมีเสื้อผ้าเด็กสีดำติดบ้านกันสักเท่าไหร่ บางบ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลยด้วยซ้ำ จึงใส่ชุดให้ลูกไปตามที่มี ซึ่งก็เกิดประเด็นทำให้คุณแม่เป็นกังวลอย่างมาก บ้างโดนต่อว่าด้วยคำพูด บ้างโดนตำหนิด้วยสายตา “ทำไมไม่ใส่ชุดดำให้ลูก” พลอยทำให้คุณแม่ไม่กล้าพาลูกออกจากบ้าน เพราะที่บ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลย แล้วอย่างนี้ เด็กเล็กแต่งกายไว้ทุกข์อย่างไรดี สำหรับชุดไว้ทุกข์ของเด็กๆ นั้น ไม่ได้เคร่งครัดอะไร คุณแม่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ ขอให้เป็นสีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด หากเป็นไปได้ก็คุมโทนเสียหน่อย ด้วยโทนดำ ขาว ไข่ไก่ ครีม เทา น้ำเงิน น้ำตาลเข้ม ตัวอย่างแบบเสื้อผ้าเด็กสำหรับใส่ไว้ทุกข์มาฝากให้คุณแม่ลองนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ดูนะคะ การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้ชาย การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้หญิง สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีเสื้อผ้าลูกสีคุมโทนตามที่กล่าวมา การซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกเพื่อใส่ไว้ทุกข์อาจไม่ใช่คำตอบ ด้วยราคาเสื้อดำที่ตอนนี้ค่อนข้างแพง และเด็กๆ เขาก็โตเร็ว ใส่ไม่เท่าไหร่ก็คับต้องยกให้คนอื่น คำนวณแล้วอาจไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่าย อาจใช้วิธีย้อมผ้าสีดำ แทนก็ได้ เพียงซื้อสีย้อมผ้าราคาย่อมเยา ก็แปลงโฉมเสื้อผ้าสีสันเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ถวายอาลัยได้แล้ว ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : เว็ปไซด์ amarinbabyandkids

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid