แชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธี ทำยังไงให้เกลี้ยงเต้า เทคนิคที่คุณแม่ต้องรู้

การมีน้ำนมให้ลูกน้อยกินอย่างเพียงพอเป็นความปรารถนาของคุณแม่ทุกคน แต่การให้นมจากเต้าอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแม่ยุคใหม่ การปั๊มนมแม่จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกได้กินนมแม่แม้คุณแม่ไม่อยู่ใกล้ ๆ วันนี้ BabyGift จะมาแชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธีและเกลี้ยงเต้า ที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีน้ำนมเก็บสำรองอย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป

การปั๊มนมคืออะไร

การปั๊มนมแม่ คือการนำน้ำนมออกจากเต้าเพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูกน้อยสำหรับมื้อต่อไป โดยสามารถใช้มือบีบหรือใช้เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยก็ได้ การปั๊มนมเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณแม่สามารถจัดการเวลาได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องให้นมจากเต้าลูกน้อยตลอดเวลา และยังช่วยให้คนในครอบครัวสามารถช่วยป้อนนมได้ในยามที่แม่ไม่สะดวกอีกด้วย

การปั๊มนมกับคุณแม่สำคัญอย่างไร

เทคนิคการปั๊มนมแม่

การปั๊มนมแม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย สำหรับลูก การได้รับน้ำนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการและระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ส่วนคุณแม่เองก็จะได้ประโยชน์จากการปั๊มนมโดยตรง เช่น การป้องกันเต้านมคัดตึง การรักษาระดับน้ำนมให้คงที่และเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ประหยัดเวลา ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะหิว

คุณแม่ควรเริ่มปั๊มนมตอนไหน

ระยะเวลาในการเริ่มการปั๊มนมแม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความต้องการของคุณแม่แต่ละคน คุณแม่บางคนอาจเริ่มปั๊มนมทันทีหลังคลอดเพื่อกระตุ้นน้ำนม ในขณะที่บางคนอาจรอให้ผ่านไป 2-3 สัปดาห์ หรือเริ่มเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อย ซึ่งควรเริ่มฝึกการปั๊มนมแม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง

7 เทคนิคการปั๊มนมที่คุณแม่เตรียมคลอดควรรู้

การเรียนรู้เทคนิคการปั๊มนมแม่ตั้งแต่ก่อนคลอดจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีความมั่นใจและพร้อมรับมือกับการให้นมลูกได้ดียิ่งขึ้น

1. ปั๊มนมทันทีภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด

หลังคลอดทันทีถือเป็นช่วงเวลาทองในการเริ่มต้นการปั๊มนมแม่ หากลูกน้อยยังไม่สามารถเข้าเต้าได้ คุณแม่ควรเริ่มปั๊มภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หรือช้าที่สุดไม่ควรเกิน 6 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมและทำให้ร่างกายเรียนรู้ที่จะผลิตน้ำนมออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าลูกสามารถเข้าเต้าได้แล้วก็ให้ลูกเข้าเต้าเป็นอันดับแรกเสมอ

2. ปั๊มนมให้บ่อย

ในช่วงเดือนแรกหลังคลอด คุณแม่ควรตั้งใจปั๊มนมให้ได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะใน 2-3 สัปดาห์แรกควรปั๊มให้ได้ 8-12 ครั้งต่อวัน หรือทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ที่บ่อยครั้งจะส่งสัญญาณให้ร่างกายผลิตน้ำนมอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการกระตุ้นให้มีปริมาณน้ำนมที่เพียงพอต่อความต้องการของลูก

3. ห้ามลืมปั๊มนมรอบดึก

การปั๊มนมแม่ รอบดึกมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงเดือนแรกหลังคลอด ควรปั๊มนมในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงเจ็ดโมงเช้าอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ฮอร์โมนโปรแลกตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำนมจะหลั่งออกมามากที่สุด การปั๊มนมรอบดึกจึงช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมและรักษาระดับการสร้างน้ำนมในร่างกาย

4. ตั้งเป้าปั๊มนมภายใน 2 สัปดาห์ หลังคลอดให้ได้ 500 ml.

การปั๊มนมแม่ ในช่วงสองสัปดาห์แรกหลังคลอดถือเป็นการวางรากฐานสำคัญ หากคุณแม่สามารถทำปริมาณน้ำนมให้ได้ถึง 500 มิลลิลิตรต่อวัน จะถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าคุณแม่มีศักยภาพในการผลิตน้ำนมที่เพียงพอสำหรับลูกน้อยในอนาคต แต่หากยังทำไม่ได้ก็ไม่ควรเครียดจนเกินไป ควรเน้นความสม่ำเสมอและดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม

5. ไม่ควรปั๊มนมเกิน 30 นาที

โดยทั่วไป เครื่องปั๊มนม ที่มีประสิทธิภาพจะสามารถปั๊มจนเกลี้ยงเต้าได้ภายใน 30 นาที หากคุณแม่ใช้เวลาปั๊มนานเกินไปอาจทำให้หัวนมและเต้านมเกิดอาการบาดเจ็บได้ เมื่อครบ 30 นาทีแล้ว ควรให้ร่างกายได้พักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างน้ำนมในรอบถัดไป การปั๊มนานเกินไปอาจไม่ได้ทำให้น้ำนมออกมาเพิ่มขึ้นเสมอไป

6. ไม่ควรลดน้ำหนักในช่วง 3 เดือนแรก

คุณแม่หลังคลอดไม่ควรจริงจังกับการลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดในช่วง 3 เดือนแรก เพราะร่างกายจะใช้พลังงานอย่างมากในการผลิตน้ำนม การปั๊มนมแม่และให้นมลูกจะช่วยให้น้ำหนักลดลงเองอย่างเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ควรเน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนสำหรับการผลิตน้ำนมที่ดี

7. ใช้โหมดกระตุ้นน้ำนมสลับกับโหมดปั๊มนม

เพื่อให้การปั๊มนมแม่มีประสิทธิภาพ ควรใช้โหมดกระตุ้นน้ำนมและโหมดปั๊มนมสลับกันไป โดยเริ่มต้นด้วยโหมดกระตุ้นน้ำนมประมาณ 3 นาที เพื่อให้ร่างกายหลั่งน้ำนม จากนั้นสลับไปที่โหมดปั๊มอีก 5-10 นาที แล้วสลับกลับไปกระตุ้นอีกครั้ง ทำเช่นนี้ 1-2 รอบ การใช้เทคนิคนี้จะช่วยให้ร่างกายหลั่งน้ำนมได้หลายครั้งในรอบปั๊มเดียว ทำให้ปั๊มน้ำนมได้มากขึ้นและเกลี้ยงเต้าได้เร็วขึ้น

เทคนิคการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า

เทคนิคการปั๊มนมแม่

การปั๊มให้เกลี้ยงเต้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันการคัดตึงเต้านมและช่วยให้ร่างกายสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง โดยเทคนิคที่ช่วยให้คุณแม่ปั๊มนมได้เกลี้ยงเต้ามีดังนี้

  • ใช้ เครื่องปั๊มนม เกรดโรงพยาบาล: เครื่องปั๊มนม ที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานจะช่วยให้การปั๊มมีประสิทธิภาพ
  • ปั๊มสลับกับการบีบด้วยมือ: หากรู้สึกว่า เครื่องปั๊มนม ยังดูดออกไม่หมด การนวดเต้าและใช้มือบีบไล่น้ำนมส่วนที่เหลือจะช่วยให้เกลี้ยงเต้ามากขึ้น
  • ระวังอย่าบีบหัวนมแรงเกินไป: ไม่ว่าจะปั๊มด้วยมือหรือใช้ เครื่องปั๊มนม ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดการบาดเจ็บที่หัวนมและลานนม เพราะอาการเจ็บจะส่งผลให้น้ำนมไหลออกมาน้อย
  • สลับจังหวะการดูด: หากใช้ เครื่องปั๊มนม ควรปรับจังหวะให้เร็วและช้าสลับกันเพื่อเลียนแบบจังหวะการดูดของทารก จะช่วยให้ร่างกายหลั่งน้ำนมได้ดีขึ้น
  • สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย: การดูภาพหรือวิดีโอของลูกน้อยระหว่างปั๊มนม หรือนั่งใกล้ ๆ ลูก จะช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายและกระตุ้นการหลั่งของน้ำนมได้ดีขึ้น

สรุปบทความ

การปั๊มนมแม่ เป็นหนึ่งในภารกิจที่ท้าทายแต่สำคัญสำหรับคุณแม่มือใหม่ การเรียนรู้เทคนิคและทำความเข้าใจเรื่องการปั๊มนมแม่อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณแม่หมดความกังวลและสามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง หรือการเลือกสินค้าแม่และเด็กต่าง ๆ BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจทุกความต้องการของพ่อแม่มือใหม่เสมอ เพราะเรามีผลิตภัณฑ์ดี ๆ และความรู้ที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกของคุณเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด และถ้าหากคุณแม่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือคาร์ซีทเด็กแรกเกิดแบบไหนดี เราก็พร้อมให้คำปรึกษาด้วยใจ สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณแม่มือใหม่มักจะชอบถามว่า “ฝากท้องเมื่อไหร่ดี” คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ตอนนี้เลยค่ะ! คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องนะคะ เนื่องจากระยะเวลาตลอด 40 สัปดาห์ที่ตั้งครรภ์นั้นถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะเวลาฝากครรภ์คุณแม่จะได้ยาบำรุงมาทานด้วย แถมยังได้รับการดูแลดีๆ จากคุณหมออีกต่างหาก เจอคุณหมอบ่อยๆ จะได้อุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเวลาเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเราด้วย เวลาไปฝากครรภ์คุณหมอคุณพยาบาลจะถามอะไรบ้างนะ? เวลาไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอและคุณพยาบาลจะถามคำถามเหล่านี้กับคุณแม่ค่ะ ตื่นเต้นจัง จะต้องตรวจอะไรบ้างนะ? ประโยชน์ของการฝากครรภ์มีอะไรบ้างนะ? นอกจากนี้ การพบคุณหมอทุกๆ เดือนก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอุ่นใจและได้รับการแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละไตรมาสอีกด้วยค่ะ เวลาไปฝากครรภ์จะเตรียมเงินไปเท่าไหร่ดี ค่าใช้จ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลเลยค่ะ หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล คุณแม่อาจใช้สิทธิ 30 บาทในการฝากครรภ์ได้ ส่วนถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน การฝากครรภ์แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย มากน้อยขึ้นอยู่กับการตรวจรักษาในวันนั้นค่ะ หรือบางโรงพยาบาลอาจมีแพ็กเกจการฝากครรภ์แบบเหมาจ่ายด้วยนะ ฝากครรภ์ที่ไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลย คุณแม่สามารถไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็ได้นะ โดยโรงพยาบาลหรือคลินิกนี้ควรจะอยู่ใกล้บ้านหรือเดินทางได้สะดวก เพราะเมื่อคุณแม่เริ่มท้องแก่แล้วอาจมีปัญหาในการเดินทางได้ค่ะ สถานที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลที่คลอดไม่จำเป็นต้องเป็นที่่เดียวกันก็ได้นะคะ การฝากครรภ์นั้นไม่มีคำว่าเร็วเกินไป แต่หากคุณแม่ประวิงเวลาไม่ยอมไปฝากครรภ์หรือไปไม่ตรงตามที่คุณหมอนัดแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ได้แน่นอนเลยล่ะ

อาการทารกท้องอืด เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อยู่เสมอ เพราะเมื่อเจ้าตัวเล็กอึดอัดแน่นท้อง พวกเขายังไม่สามารถสื่อสารบอกเราได้นอกจากส่งเสียงร้องไห้จ้า บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสาเหตุของอาการเด็กทารกท้องอืด พร้อมแนะแนวทางป้องกันและวิธีรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยกลับมาสบายตัวและอารมณ์ดีอีกครั้ง สาเหตุที่ทำให้ทารกท้องอืด การทำความเข้าใจต้นเหตุของอาการทารกท้องอืดจะช่วยให้เรารับมือได้ตรงจุด ซึ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยในเด็กวัยแรกเกิดมีดังนี้ ระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ ในช่วงขวบปีแรก ระบบทางเดินอาหารของเจ้าตัวเล็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ เอนไซม์ที่ใช้ย่อยโปรตีนหรือน้ำตาลแลคโตสในนมอาจยังมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดการหมักหมมจนกลายเป็นแก๊สสะสม และนำไปสู่ภาวะทารกท้องอืดได้ง่าย ทานนมปริมาณมากเกินไป การให้ลูกทานนมในปริมาณที่มากเกินความต้องการของกระเพาะอาหาร (Overfeeding) หรือให้ทานถี่เกินไป ทำให้นมย่อยไม่ทันจนเกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด และมีลมในกระเพาะอาหารสูงกว่าปกติ ดูดกลืนลมเข้าไปในท้อง ขณะที่ลูกดูดนมไม่ว่าจะจากเต้าแม่หรือขวดนม หากท่าทางไม่ถูกต้องหรือลูกร้องไห้หนักขณะหิว จะทำให้มีการดูดกลืนอากาศเข้าไปในท้องพร้อมกับน้ำนม ลมเหล่านี้จะสะสมจนทำให้เด็กทารกท้องอืด และรู้สึกอึดอัดมาก เด็กไม่ได้เรอ หลังทานนมเสร็จ หากคุณแม่ไม่ได้ช่วยจับลูกเรอเพื่อขับลมออก แก๊สที่สะสมอยู่ภายในจะดันขึ้นมาจนทำให้เกิดอาการปวดท้อง ลมตีขึ้น หรือแหวะนม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการทารกท้องอืดที่พบได้บ่อยที่สุด ทารกท้องอืดอาการเป็นอย่างไร เนื่องจากลูกสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนอาการทารกท้องอืด ดังนี้ ร้องไห้งอแง ลูกจะร้องไห้โยเยเสียงดังผิดปกติ ดูไม่สบายตัว และปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุด โดยเฉพาะหลังทานนมเสร็จไม่นาน ปวดท้อง หากลองคลำที่หน้าท้องลูกแล้วรู้สึกว่าท้องป่อง แข็ง หรือดูแน่นกว่าปกติ นั่นคือสัญญาณของภาวะมีลมในท้องมากจนทำให้ลูกปวดท้อง ไม่ยอมนอน ลูกจะกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา นอนหลับยาก หรือสะดุ้งตื่นมาร้องไห้บ่อยครั้งเพราะความอึดอัดจากแก๊สที่ดันอยู่ในท้อง […]

หลังคลอดลูกน้อย หนึ่งในกิจกรรมที่คุณแม่ต้องทำบ่อยที่สุดคือ การให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็นการให้นมแม่จากเต้า หรือการป้อนนมจากขวด ซึ่งต้องใช้เวลานั่งอุ้มลูกครั้งละนานถึง 20–40 นาที และทำซ้ำหลายครั้งต่อวัน หากนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ หรือเมื่อยแขนได้ง่าย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เก้าอี้ให้นม หรือเก้าอี้คุณแม่ กลายเป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยให้การให้นมลูกสบายขึ้น และช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่ในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณแม่มาทำความเข้าใจว่า เก้าอี้ให้นมคืออะไร มีกี่แบบ และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเองและลูกน้อย เก้าอี้ให้นม เก้าอี้คุณแม่ คืออะไร ความหมายของเก้าอี้ให้นม เก้าอี้ให้นม (Nursing Chair / Feeding Chair) หรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้คุณแม่ คือเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของคุณแม่ขณะให้นมลูกโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณแม่นั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดแรงกดที่หลัง คอ ไหล่ และแขน จากการอุ้มลูกเป็นเวลานาน ลักษณะเด่นของเก้าอี้ให้นม เก้าอี้ให้นมส่วนใหญ่มักมีคุณสมบัติดังนี้ ทำไมคุณแม่หลังคลอดควรมีเก้าอี้ให้นม การให้นมลูกเป็นกิจวัตรประจำวันที่ใช้พลังงานและเวลามาก หากนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังได้ ประโยชน์ของเก้าอี้ให้นม เก้าอี้ให้นมมีกี่แบบ 1. เก้าอี้ให้นมแบบธรรมดา เหมาะกับ: คุณแม่ที่มีพื้นที่จำกัด หรือใช้งานเป็นบางเวลา […]

คาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีสำหรับลูกน้อยของเราตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถยนต์ ประกอบกับมีการออกกฏหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ให้ใช้คาร์ซีทในเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี ยกเว้นรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ ดังนั้นทุกบ้านควรจะต้องเตรียมคาร์ซีทให้พร้อมตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะต้องให้ลูกน้อยนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล ปัจจุบันคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ   จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิด มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย      ผู้ปกครองบางท่านอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมต้องใช้คาร์ซีทสำหรับลูกน้อย ขอบอกว่า คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ค่ะ คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งในรถยนต์ของคุณพ่อคุณแม่เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ในขณะที่นั่งรถยนต์ เพื่อป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด คาร์ซีทจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บรุนแรง หรือลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ซึ่งคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก มีตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด คาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก และคาร์ซีทสำหรับเด็กโต นอกจากจะมีหลากหลายแบบแล้วก็ยังมีหลายยี่ห้อด้วย แล้วจะเลือกอย่างไรดี จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ให้กับลูกรักของเรา มารู้จักกับแต่ละประเภทของคาร์ซีทให้มากขึ้นก่อน ไปดูยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำกันค่ะ  คาร์ซีทเด็กแรกเกิด […]

Amarin Baby & Kids Awards 2025 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲 & 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲𝘀𝘀 ขอบคุณคุณแม่ทั่วประเทศสำหรับทุกคะแนนโหวตกับรางวัล MOMMY’S CHOICE : BEST CHILD SAFETY PRODUCT ให้กับ #กล้องเบบี้มอนิเตอร์ Safe & Sound Plus เปิดจอหรือมือถือก็ดูแลลูกได้ 24 ชม. รวมถึงความไว้วางใจจากทุกครอบครัวที่มีให้เราเสมอมาค่ะ และขอขอบคุณทางทีมบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids ทุกท่านที่ร่วมจัดงานดีๆ แบบนี้ทุกปี ค่ะ เราสัญญาว่าจะพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้นต่อไปนะคะ #AmarinBabyAndKids #AmarinBabyAndKidsAwards2025 #ABKAWARDS2025 #สินค้าแม่และเด็ก

เกิดมาเป็นคุณแม่ยุค New Normal แม้ชื่อจะดูเท่ แต่มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากนิดๆ เพราะต้องใช้ชีวิตแบบอุปกรณ์เยอะ ไหนจะหน้ากาก ไหนจะเจลแอลกอฮอล์ แถมพิธีรีตองเยอะกว่าเดิม และโลกที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นแบบนี้ ใช่ว่าเราจะเดินเข้าออกจากบ้านได้อย่างสบายใจเสียเมื่อไหร่ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าคุณแม่ที่มีลูกน้อยในยุค New Normal แบบนี้จะต้องทำอะไรบ้างก่อนออกจากบ้าน และทำอะไรบ้างเมื่อกลับมา 4 ข้อควรทำก่อนก้าวเท้าออกจากบ้าน 1.เช็คอัพเดทติดตามยอดผู้ป่วยกันซักนิด ถึงแม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์จะดูเบาลง แต่ก็ไม่ควรละเลยน้า ตอนนี้มีช่องทางมากมายให้คุณแม่ได้เช็คข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นข่าวสดจากทางโทรทัศน์ ที่คอยรายงานข่าวเกี่ยวกับยอดผู้ป่วยและสถานการณ์ COVID ในแต่ละวันอยู่ตลอด หรือจะเป็น Social Media ต่างๆ ที่สรุปข่าวมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน การติดตามสื่อเหล่านี้จะช่วยให้เราอัพเดทเรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับเจ้าโรคร้ายเป็นประจำ แถมยังทำให้เราทราบถึงพื้นที่ที่กำลังระบาด จะได้หลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าคุณแม่ชื่นชอบที่จะติดตามข่าวสารจากทาง Social Media มากกว่าช่องทางอื่น คุณแม่อย่าลืมกรองข่าวให้ดี เพราะอย่าลืมว่า Social Media เป็นแหล่งรวมของข่าวลวงอันดับหนึ่งเลยนะ 2. พกหน้ากากให้เป็นนิสัย  ก่อนหน้านี้ เวลาจะออกจากบ้านเราก็มักจะส่องกระจกดูว่าแต่งตัวแต่งหน้าเรียบร้อยรึยัง แต่ตอนนี้ ก่อนออกจากบ้าน คุณแม่จะต้องส่องกระจกเพื่อเช็คดูว่าใส่หน้ากากพร้อมลุยแล้วหรือยังแทน คุณแม่ควรจะมีหน้ากากอย่าน้อยสองอันพกติดตัวไว้ เผื่อทำหายระหว่างทาง แล้วก็นอกจากจะเช็คหน้ากากของตัวเองแล้ว ก็อย่าลืมดูของลูกน้อยด้วยล่ะ! ตอนนี้หลายๆ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event