เก้าอี้ให้นม เก้าอี้คุณแม่ คืออะไร เลือกแบบไหนดีให้นั่งสบายและเหมาะกับคุณแม่หลังคลอด

หลังคลอดลูกน้อย หนึ่งในกิจกรรมที่คุณแม่ต้องทำบ่อยที่สุดคือ การให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็นการให้นมแม่จากเต้า หรือการป้อนนมจากขวด ซึ่งต้องใช้เวลานั่งอุ้มลูกครั้งละนานถึง 20–40 นาที และทำซ้ำหลายครั้งต่อวัน

หากนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ หรือเมื่อยแขนได้ง่าย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เก้าอี้ให้นม หรือเก้าอี้คุณแม่ กลายเป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยให้การให้นมลูกสบายขึ้น และช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่ในระยะยาว

บทความนี้จะพาคุณแม่มาทำความเข้าใจว่า เก้าอี้ให้นมคืออะไร มีกี่แบบ และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเองและลูกน้อย

เก้าอี้ให้นม เก้าอี้คุณแม่ คืออะไร

ความหมายของเก้าอี้ให้นม

เก้าอี้ให้นม (Nursing Chair / Feeding Chair) หรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้คุณแม่ คือเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของคุณแม่ขณะให้นมลูกโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณแม่นั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดแรงกดที่หลัง คอ ไหล่ และแขน จากการอุ้มลูกเป็นเวลานาน

ลักษณะเด่นของเก้าอี้ให้นม

เก้าอี้ให้นมส่วนใหญ่มักมีคุณสมบัติดังนี้

  • พนักพิงรองรับแผ่นหลังและช่วงเอว
  • มีที่วางแขน ช่วยรับน้ำหนักลูก
  • เบาะนั่งนุ่ม นั่งสบาย ใช้งานต่อเนื่องได้
  • เหมาะกับการให้นมแม่และการป้อนนมขวด

ทำไมคุณแม่หลังคลอดควรมีเก้าอี้ให้นม

การให้นมลูกเป็นกิจวัตรประจำวันที่ใช้พลังงานและเวลามาก หากนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังได้

ประโยชน์ของเก้าอี้ให้นม

  • ช่วยให้คุณแม่นั่งให้นมในท่าที่ถูกต้อง
  • ลดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ และปวดแขน
  • ช่วยให้ลูกอยู่ในระดับที่เหมาะกับการดูดนม
  • เพิ่มความผ่อนคลายทั้งคุณแม่และลูกน้อย
  • ทำให้ช่วงเวลาให้นมเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขมากขึ้น

เก้าอี้ให้นมมีกี่แบบ

1. เก้าอี้ให้นมแบบธรรมดา

  • รูปทรงคล้ายเก้าอี้นั่งทั่วไป
  • มีพนักพิงและที่วางแขน
  • ราคาย่อมเยา เคลื่อนย้ายสะดวก

เหมาะกับ: คุณแม่ที่มีพื้นที่จำกัด หรือใช้งานเป็นบางเวลา

2. เก้าอี้ให้นมแบบโยก

  • สามารถโยกเบา ๆ ได้
  • ช่วยกล่อมลูกให้ง่ายต่อการนอน
  • เพิ่มความผ่อนคลายระหว่างให้นม

เหมาะกับ: คุณแม่ที่ให้นมบ่อย และต้องการกล่อมลูกไปพร้อมกัน

3. เก้าอี้ให้นมแบบ Recliner (เอนนอนได้)

  • ปรับเอนพนักพิงได้
  • บางรุ่นมีที่วางขา
  • ใช้งานได้ทั้งให้นมและพักผ่อน

เหมาะกับ: คุณแม่ที่ต้องการความสบายสูงสุด หรืออยู่ในช่วงพักฟื้นหลังคลอด

4. เก้าอี้ให้นมแบบโซฟาคุณแม่

  • ดีไซน์สวย เข้ากับห้องนั่งเล่นหรือห้องเด็ก
  • รองรับน้ำหนักได้ดี
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ยาว แม้ลูกโตแล้ว

เหมาะกับ: ครอบครัวที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ใช้งานระยะยาว

แนะนำเก้าอี้ให้นมในร้าน BabyGift

เก้าอี้โยกคุณแม่ (ไฟฟ้า) Lullanest Auto Swing – PRINCE & PRINCESS

สำหรับคุณแม่ที่ต้องการ ความสะดวกสบายระดับสูง และอยากให้เก้าอี้ช่วยทำงานให้เองขณะให้นม รุ่น Lullanest Auto Swing – PRINCE & PRINCESS เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากค่ะ

  • มาพร้อมระบบ โยกไฟฟ้าอัตโนมัติ ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล ไม่ต้องคอยดันมือเอง
  • พนักพิงสามารถปรับเอนได้สูงถึง 170 องศา ให้คุณแม่เอนหลังพักได้อย่างสบาย
  • รองรับน้ำหนักสูงสุดถึง 150 kg โครงสร้างแข็งแรงใช้งานได้ยาว
  • เหมาะทั้งการให้นมและการพักผ่อนหลังคลอด

เก้าอี้รุ่นนี้เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการ ความผ่อนคลายแบบเต็มที่ พร้อมความสะดวกสบายทุกครั้งที่นั่งให้นม

TUTTI BAMBINI เก้าอี้โยกให้นม รุ่น Oscar Rocking Chair

หนึ่งในเก้าอี้ให้นมที่ได้รับความนิยมจากคุณแม่หลายคนคือ TUTTI BAMBINI เก้าอี้โยกให้นม รุ่น Oscar Rocking Chair ซึ่งออกแบบมาให้รองรับสรีระคุณแม่และลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม

  • โครงสร้างแข็งแรง รองรับหลังและแขนได้ดี
  • พนักพิงและที่วางแขนช่วยให้การนั่งให้นมนาน ๆ ไม่เมื่อยล้า
  • ระบบโยกแบบคลาสสิกช่วยกล่อมลูกขณะให้นมได้
  • ดีไซน์เรียบหรู เข้ากับห้องนั่งเล่นหรือมุมนั่งเล่นในห้องเด็ก

เก้าอี้รุ่นนี้เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการ เก้าอี้ให้นมแบบคลาสสิก ใช้งานง่าย และนั่งสบายในทุก ๆ วัน

เลือกเก้าอี้ให้นมอย่างไรให้เหมาะกับคุณแม่

พนักพิงและการรองรับหลัง

  • ควรเลือกพนักพิงที่รองรับแผ่นหลังและช่วงเอวได้ดี เพื่อช่วยลดอาการปวดหลังในระยะยาว

ที่วางแขน

  • ที่วางแขนควรอยู่ในระดับที่พอดี ช่วยรับน้ำหนักลูก ลดแรงที่แขนและหัวไหล่

ความนุ่มของเบาะและวัสดุ

  • เบาะควรนุ่มกำลังดี ไม่ยวบเกินไป และใช้วัสดุที่ระบายอากาศได้ดี ทำความสะอาดง่าย

ขนาดและพื้นที่ใช้งาน

  • เลือกขนาดที่เหมาะกับพื้นที่บ้าน สามารถวางในห้องนอนหรือห้องเด็กได้อย่างลงตัว

เก้าอี้ให้นมเหมาะกับคุณแม่ช่วงไหนบ้าง

  • ช่วงหลังคลอดทันที: ช่วยให้นั่งให้นมได้สบาย ลดการเกร็ง
  • ช่วงลูก 0–6 เดือน: ใช้งานบ่อยที่สุด ทั้งให้นมและกล่อมนอน
  • ช่วงลูกโตขึ้น: ใช้เป็นเก้าอี้อ่านนิทาน หรือมุมนั่งพักผ่อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเก้าอี้ให้นม (FAQ)

  • ไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน แต่ช่วยเพิ่มความสบายและลดอาการปวดเมื่อยได้มาก โดยเฉพาะคุณแม่ที่ให้นมลูกบ่อย
  • เก้าอี้ให้นมออกแบบมาเพื่อรองรับการอุ้มลูกโดยเฉพาะ มีที่วางแขนและพนักพิงที่เหมาะสมมากกว่าโซฟาทั่วไป
  • แนะนำให้เตรียมก่อนคลอด เพื่อให้สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อกลับบ้าน

สรุป: เก้าอี้ให้นม เก้าอี้คุณแม่ เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า

เก้าอี้ให้นมเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่ และเพิ่มคุณภาพช่วงเวลาให้นมลูก ควรเลือกจากความสบาย การรองรับสรีระ และไลฟ์สไตล์การใช้งาน เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่าที่สุด

หากคุณแม่กำลังมองหา เก้าอี้ให้นม หรือเก้าอี้คุณแม่ ที่นั่งสบาย ปลอดภัย และเหมาะกับการใช้งานจริง
BabyGift คัดสรรเก้าอี้ให้นมคุณภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อคุณแม่และลูกน้อยโดยเฉพาะ

แวะเลือกชมสินค้าจริงได้ที่ หน้าร้าน BabyGift 2 สาขา หรือเลือกช้อปสะดวกผ่าน ช่องทางออนไลน์ของ BabyGift พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

เพราะการดูแลคุณแม่ คือการดูแลลูกน้อยไปพร้อมกัน ❤️

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ก่อนเลือกคาร์ซีทกระเช้า ควรรู้อะไรบ้าง (สำหรับพ่อแม่มือใหม่) คาร์ซีทกระเช้าเป็นคาร์ซีทแบบแรกที่ลูกน้อยจะได้ใช้งานตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาลแต่เพื่อให้เลือกได้ “ถูกต้องและปลอดภัยจริง” พ่อแม่มือใหม่ควรรู้พื้นฐานสำคัญเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ กระเช้าใช้ได้ถึงอายุหรือส่วนสูงประมาณไหน โดยทั่วไป คาร์ซีทกระเช้าออกแบบมาสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงประมาณ 12–15 เดือน หรือจนถึง ส่วนสูงประมาณ 85–87 ซม. หรือน้ำหนักไม่เกิน 13 กก. (ขึ้นอยู่กับรุ่นและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด) ข้อควรรู้: ปัจจุบันหลายรุ่นอ้างอิงตาม ส่วนสูง (i-Size R129) มากกว่าน้ำหนัก พ่อแม่จึงควรตรวจสเปกบนตัวคาร์ซีทเป็นหลัก ไม่ยึดอายุอย่างเดียว ควรเลิกใช้คาร์ซีทกระเช้าเมื่อไร ควรหยุดใช้คาร์ซีทกระเช้าทันทีเมื่อเกิดข้อใดข้อหนึ่ง: การฝืนใช้กระเช้านานเกินไป อาจทำให้ การซัพพอร์ตศีรษะและคอไม่เหมาะสมกับพัฒนาการของลูกกระเช้า ≠ คาร์ซีทนอนราบถาวร กระเช้า ≠ คาร์ซีทนอนราบถาวร แม้คาร์ซีทกระเช้าบางรุ่นจะสามารถ ปรับเอนได้มาก หรือใช้ร่วมกับรถเข็นในโหมดที่ลูกนอนสบาย แต่โดยหลักแล้ว กระเช้าไม่ได้ออกแบบมาให้ลูกนอนยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมง คำแนะนำคือ: สิ่งนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อท่าทางการนอนและการหายใจของทารก ทำไมคาร์ซีทกระเช้าต้องหันหน้าเข้าเบาะรถ การติดตั้งแบบ หันหน้าเข้าเบาะรถ (Rearward Facing) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเล็กเพราะ: ด้วยเหตุนี้ มาตรฐานความปลอดภัยสากลจึงกำหนดให้ เด็กเล็กต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถเสมอ สรุปสเปกที่ต่างกันของคาร์ซีทกระเช้า 4 […]

เมื่อรู้ตัวว่าท้อง แม่ๆทุกคนก็อยากดูแลปกป้องลูก ซึ่งในชีวิตประจำวันของแม่ยังต้องมีการเดินทางด้วยรถยนต์จากเดิมที่คาดเข็มขัดได้ปกติ อาจรู้สึกกังวลว่าสายเข็มขัดนิรภัยจะรัดโดนลูกในห้องหรือกลัวสายเข็มขัดนิรภัยกระชากโดนท้อง จึงเกิดนวัตกรรมใหม่จากประเทศออสเตรเลีย เป็น “คาร์ซีทแม่ท้อง” ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยปกป้องคุณแม่ คาร์ซีทแม่ท้อง คืออะไร  คาร์ซีทแม่ท้อง คือ อุปกรณ์เสริมติดรถยนต์ ลักษณะเป็นเบาะรองนั่งนิรภัย โครงสร้างด้านในแข็งแรงเป็นเหล็กมีตะขอเหล็กสำหรับเกี่ยวสายเข็มขัดนิรภัย  เพื่อให้สายเข็มขัดพาดผ่านบริเวณหน้าขาแทนการคาดบริเวณหน้าท้อง ช่วยปกป้องลูกน้อยในครรภ์และคนท้องให้ปลอดภัย และช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาคาดเข็มขัดนิรภัย  และรองด้วยเมมโมรี่โฟม ทำให้การนั่งรถสบายขึ้น ภายนอกสุดหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ ลดการลื่นไถล เป็นสินค้าประเภทความปลอดภัยระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์คล้ายกับคาร์ซีท ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก  ซึ่งในประเทศไทยคาร์ซีทแม่ท้อง จัดเป็นนวัตกรรมที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก อ้างอิงจากข้อมูลของ National Highway Traffic Safety Administration ระบบเข็มขัดนิรภัยในปัจจุบันทำให้ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต ทำให้ในต่างประเทศนิยมใช้คาร์ซีทแม่ท้อง ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ที่มาของคาร์ซีทแม่ท้อง  วิศวกรชาวออสเตรเลียที่เคยมีประสบการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ผลการตรวจร่างกายและความปลอดภัยของลูกในครรภ์ปกติ เมื่อลูกคลอดพบว่าลูกไม่สามารถพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโตให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เนื่องจากการถูกกระแทกในอุบัติเหตุครั้งนั้น  จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดค้นนวัตกรรมในที่ช่วยให้การคาดเข็มขัดนิรภัยของคนท้องปลอดภัยและง่ายขึ้น นั้นก็คือ คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนท้อง ที่ต้องการปกป้องลูกน้องในครรภ์และตนเองให้ปลอดภัย   วัสดุของคาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield แข็งแรงไหม ทำจากอะไร? คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield ประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง?  คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield การันตีความปลอดภัย ด้วยผลการทดสอบความปลอดภัยโดยสถาบันระดับสากล  ADRs กฎการออกแบบของออสเตรเลีย เป็นมาตรฐานทางเทคนิคระดับชาติสำหรับความปลอดภัยของยานพาหนะที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ “ECE” ที่ประกาศใช้  […]

Amarin Baby & Kids Awards 2025 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲 & 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲𝘀𝘀 ขอบคุณคุณแม่ทั่วประเทศสำหรับทุกคะแนนโหวตกับรางวัล MOMMY’S CHOICE : BEST CHILD SAFETY PRODUCT ให้กับ #กล้องเบบี้มอนิเตอร์ Safe & Sound Plus เปิดจอหรือมือถือก็ดูแลลูกได้ 24 ชม. รวมถึงความไว้วางใจจากทุกครอบครัวที่มีให้เราเสมอมาค่ะ และขอขอบคุณทางทีมบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids ทุกท่านที่ร่วมจัดงานดีๆ แบบนี้ทุกปี ค่ะ เราสัญญาว่าจะพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้นต่อไปนะคะ #AmarinBabyAndKids #AmarinBabyAndKidsAwards2025 #ABKAWARDS2025 #สินค้าแม่และเด็ก

ผิวของทารกนั้นมีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า การเลือกครีมอาบน้ำเด็กจึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่ทำความสะอาด แต่ต้องช่วยรักษาความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาการอาบน้ำเป็นเวลาแห่งความสุขและปลอดภัยของลูกรักอย่างแท้จริง วิธีเลือกครีมอาบน้ำเด็ก ให้เหมาะสมกับผิวที่บอบบางของลูกน้อย ก่อนจะตัดสินใจว่าเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี คุณแม่ควรมีเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสรีระที่บอบบางของเด็กเล็ก ดังนี้ แนะนำ 10 ครีมอาบน้ำเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026 หากคุณแม่ยังลังเลว่าควรเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี ในปี 2026 นี้ ได้รวบรวม 10 แบรนด์ยอดนิยมที่ผ่านการยอมรับเรื่องความอ่อนโยนและประสิทธิภาพในการดูแลผิวลูกน้อยมาฝากกัน 1. Enfant Organic Moisture Baby Wash แบรนด์ที่อยู่คู่คุณแม่ไทยมานาน ตัวนี้เป็นสูตรออร์แกนิกที่ทำความสะอาดได้ทั้งผิวและผมในขวดเดียว จุดเด่นอยู่ที่ฟองนุ่มลื่นล้างออกง่าย มีส่วนผสมจากข้าวโอ๊ต น้ำมันมะกอก และ Argan Oil ออร์แกนิก ช่วยคงสมดุล pH Balance ให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้นหลังอาบเสร็จทันที 2. D-nee Organic For Newborn Head & Body Baby Bath หนึ่งในครีมอาบน้ำเด็กยอดฮิตที่โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมละมุนสูตรออร์แกนิก ปลอดภัยจากสารเคมีรุนแรงอย่าง SLS และซิลิโคน […]

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

วิตามินมีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะตอนท้อง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่วิตามินที่เราได้รับเป็นปกตินั้นจะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับเราเอง และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลูกน้อย วิตามินส่วนใหญ่ก็จะสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปเลยนะคะ หรือคุณแม่บางท่านอาจจะเลือกที่จะเสริมวิตามินเพิ่มเติมก็ได้อยู่ แต่ก่อนที่เราจะมองหาอาหารที่อุดมด้วยวิตามินมาทานนั้น เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าแม่ท้องควรจะเน้นวิตามินตัวไหนเป็นพิเศษกันบ้าง 1. วิตามินบี 1 วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่จะช่วยไม่ให้คุณแม่เกิดอาการเหน็บชา และมีความจำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและการทำงานของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทต่างๆ ของทารก สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อหัวใจและปอดของลูกน้อยได้ค่ะ อาหารที่มีวิตามินบี 1 ไข่ไก่ ข้าวซ้อมมือ แป้งสาลี 2. วิตามินบี 2 และบี 6 สำหรับวิตามินตัวนี้นั้นจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองรวมถึงระบบประสาทของทารกเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้สมองของลูกน้อยพัฒนาได้อย่างไม่เต็มที่นะคะ อาหารที่มีวิตามินบี 2 และบี 6 เช่น ตับและไข่แดง 3. กรดโฟลิก กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องของการสร้างอวัยวะให้แก่ลูกน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของสมองพิการและความพิการของร่างกายส่วนอื่น ๆ อาหารที่มีกรดโฟลิก เช่น ผักโขม อาโวคาโด ข้าวโพด 4. วิตามินบี 12 วิตามินบี 12 ก็เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการทำงานระบบประสาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนในเรื่องของการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วยนะ และเม็ดเลือดแดงก็มีความสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองของลูกน้อยของเรานั่นเอง อาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น ไข่ ตับ และผลิตภัณฑ์จากนม 5. วิตามินซี วิตามินซีจะมาช่วยคุณแม่ในเรื่องของภูมิคุ้มกัน […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event