เปรียบเทียบ “คาร์ซีทกระเช้า” 4 รุ่นขายดี 2026 : เลือกแบบไหนให้เหมาะกับบ้านเรา?

ก่อนเลือกคาร์ซีทกระเช้า ควรรู้อะไรบ้าง (สำหรับพ่อแม่มือใหม่)

คาร์ซีทกระเช้าเป็นคาร์ซีทแบบแรกที่ลูกน้อยจะได้ใช้งานตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล
แต่เพื่อให้เลือกได้ “ถูกต้องและปลอดภัยจริง” พ่อแม่มือใหม่ควรรู้พื้นฐานสำคัญเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ

กระเช้าใช้ได้ถึงอายุหรือส่วนสูงประมาณไหน

โดยทั่วไป คาร์ซีทกระเช้าออกแบบมาสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงประมาณ 12–15 เดือน หรือจนถึง ส่วนสูงประมาณ 85–87 ซม. หรือน้ำหนักไม่เกิน 13 กก. (ขึ้นอยู่กับรุ่นและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด)

ข้อควรรู้: ปัจจุบันหลายรุ่นอ้างอิงตาม ส่วนสูง (i-Size R129) มากกว่าน้ำหนัก พ่อแม่จึงควรตรวจสเปกบนตัวคาร์ซีทเป็นหลัก ไม่ยึดอายุอย่างเดียว

ควรเลิกใช้คาร์ซีทกระเช้าเมื่อไร

ควรหยุดใช้คาร์ซีทกระเช้าทันทีเมื่อเกิดข้อใดข้อหนึ่ง:

  • ศีรษะของลูกเริ่มสูงเกินขอบกระเช้า
  • ส่วนสูงหรือน้ำหนักเกินกว่าที่ผู้ผลิตกำหนด
  • ลูกนั่งอึดอัด หรือขยับตัวได้จำกัด
  • ลูกสามารถนั่งได้มั่นคงมากขึ้นและถึงวัยเปลี่ยนคาร์ซีท

การฝืนใช้กระเช้านานเกินไป อาจทำให้ การซัพพอร์ตศีรษะและคอไม่เหมาะสมกับพัฒนาการของลูกกระเช้า ≠ คาร์ซีทนอนราบถาวร

กระเช้า ≠ คาร์ซีทนอนราบถาวร

แม้คาร์ซีทกระเช้าบางรุ่นจะสามารถ ปรับเอนได้มาก หรือใช้ร่วมกับรถเข็นในโหมดที่ลูกนอนสบาย แต่โดยหลักแล้ว กระเช้าไม่ได้ออกแบบมาให้ลูกนอนยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมง

คำแนะนำคือ:

  • ใช้กระเช้าเพื่อการเดินทางหรือเคลื่อนย้ายระยะสั้น
  • เมื่อถึงบ้าน ควรอุ้มลูกออกมานอนบนที่ราบ เช่น เปลหรือที่นอนที่เหมาะสม

สิ่งนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อท่าทางการนอนและการหายใจของทารก

ทำไมคาร์ซีทกระเช้าต้องหันหน้าเข้าเบาะรถ

การติดตั้งแบบ หันหน้าเข้าเบาะรถ (Rearward Facing) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเล็กเพราะ:

  • ศีรษะและลำคอของทารกยังบอบบาง
  • หากเกิดการชน แรงกระแทกจะถูกกระจายไปที่แผ่นหลังและพนักพิง
  • ลดแรงสะบัดของคอและศีรษะได้อย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยเหตุนี้ มาตรฐานความปลอดภัยสากลจึงกำหนดให้ เด็กเล็กต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถเสมอ

สรุปสเปกที่ต่างกันของคาร์ซีทกระเช้า 4 รุ่นในร้าน BabyGift

รุ่น

ช่วงการใช้งาน
(ส่วนสูง/น้ำหนัก)

มาตรฐาน
ความปลอดภัย

สายรัด

วิธีติดตั้ง

จุดเด่น
ที่ “ต่างจริง”

คาร์ซีทเด็ก

รุ่น Start One – PRINCE & PRINCESS

40–87 ซม. / ≤13 กก.

i-Size ECE R129

5 จุด

Belt หรือฐาน ISOFIX (Base One แยก) + มีฟังก์ชันหมุนเมื่อใช้ฐาน

2-in-1 “กระเช้า + Bassinet” ปรับนอนราบได้ถึง 170° (เมื่อใช้เป็น Bassinet กับรถเข็นที่รองรับ) + หมุนได้ 180° เมื่อใช้ฐาน

คาร์ซีทกระเช้า

FOPPAPEDRETTI รุ่น TicToc I-Size

40–87 ซม. / ≤13 กก.

i-Size R129

3 จุด

Belt หรือฐาน ISOFIX (แยก)

ทำมาเพื่อเข้าคู่รถเข็น FOPPAPEDRETTI TicToc ผ่าน Adapter

คาร์ซีทกระเช้า

KINDERKRAFT รุ่น I-CARE​

40–87 ซม. / 0–13 กก.

i-Size R129

5 จุด

Belt หรือฐาน ISOFIX (แยก)

ซัพพอร์ตแรกเกิดแบบโมดูลาร์ + Head support เมมโมรี่โฟมหลายชั้น + น้ำหนักประมาณ 4.2 กก.

JOIE ตระกร้าคาร์ซีทเด็ก รุ่น Gemm

Group 0+ แรกเกิด–13 กก.

ECE R44/04 (มาตรฐานเดิม)

5 จุด

เข็มขัดนิรภัย หรือใช้ฐานเสริม i-Base (ติดตั้ง ISOFIX ได้)

ใช้งานเป็น travel system กับรถเข็นบางรุ่นของ Joie ได้ + airline certified

หมายเหตุเรื่องมาตรฐาน: ใน 4 รุ่นนี้ 3 รุ่นเป็น i-Size R129 (Start One / TicToc I-Size / I-CARE) ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่กว่าในยุโรป ส่วน Joie Gemm เป็น ECE R44/04 ตามสเปกผู้ผลิต

เลือกตามสไตล์บ้าน” (ไม่ต้องจำสเปกก็เลือกได้)

1. บ้านที่อยากได้ “ฟังก์ชันครบจบ” และเน้นลูกนอนสบายเป็นพิเศษ

แนะนำ: คาร์ซีทเด็ก รุ่น Start One – PRINCE & PRINCESS

จุดเด่นที่ชัดมากคือ 2-in-1 กระเช้า + Bassinet และ ปรับนอนราบได้ถึง 170° เมื่อใช้งานในโหมด Bassinet
ถ้าคุณเป็นสายพาลูกขึ้นรถเข็นแล้วอยากให้ลูก “นอนต่อเนื่อง” แบบไม่สะดุ้ง รุ่นนี้เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ (และยังเป็น i-Size R129 ด้วย)

เหมาะกับ:

  • บ้านที่อยากได้ “ลูกหลับยาว/นอนสบาย” เป็นโจทย์หลัก
  • บ้านที่โอเคกับการเลือก “ฐานเสริม” เพื่อได้ฟังก์ชันหมุน 180°

ควรทราบก่อนเลือก

  • ต้องซื้อ ฐานเสริม (Base One) เพิ่มถ้าจะใช้ฟังก์ชัน หมุน 180°
  • ตัวคาร์ซีทค่อนข้าง ใหญ่และหนักกว่า รุ่นอื่น (เมื่อรวมฐาน)
  • การติดตั้งแบบ Belt ต้องระวังให้แน่นเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
  • ราคาสูงกว่าเมื่อต้องซื้อ

2. บ้านที่ใช้รถเข็น Foppapedretti TicToc อยู่แล้ว หรือจะจัดเป็นเซ็ตระบบเดียวกัน

แนะนำ: คาร์ซีทกระเช้า FOPPAPEDRETTI รุ่น TicToc I-Size

รุ่นนี้เด่นที่ “เป็นคู่แท้” ของรถเข็น FOPPAPEDRETTI TicToc สามารถต่อกับรถเข็นผ่าน Adapter
ใครที่วางแผนทำ travel system ให้คล่องตัวตั้งแต่วันแรก รุ่นนี้จะไปได้สวยเพราะ ecosystem เข้ากัน

เหมาะกับ:

  • บ้านที่มี/เล็งรถเข็น TicToc และอยากให้ทุกอย่างต่อกันพอดี
  • คนที่ชอบคาร์ซีทสายรัด 3 จุด (ใช้งานง่าย-ไว)

ควรทราบก่อนเลือก

  • ใช้ได้ดีที่สุดเมื่อจับคู่กับ รถเข็น TicToc — ถ้าไม่มีคู่กัน อาจไม่คุ้มเท่ารุ่นอื่น
  • ใช้ สายรัด 3 จุด ผูกกับเข็มขัดรถ (บางคนอาจชอบแบบ 5 จุดมากกว่า)
  • ต้องซื้อ ฐานเสริม ISOFIX แยก หากต้องการติดตั้งแบบเสถียร
  • รองรับน้ำหนัก/ส่วนสูงตามมาตรฐาน i-Size ไม่ยืดหยุ่นมาก

3. บ้านที่ให้ความสำคัญกับ “ซัพพอร์ตแรกเกิดแน่น ๆ” + น้ำหนักเบา ใช้งานทุกวัน

แนะนำ: คาร์ซีทกระเช้า KINDERKRAFT รุ่น I-CARE​

I-CARE มาทางสาย “รองรับสรีระเด็กเล็ก” ชัดเจน: ซัพพอร์ตแรกเกิดแบบโมดูลาร์ และมี Head support เมมโมรี่โฟมหลายชั้น พร้อมการ์ดกันกระแทกด้านข้าง
อีกจุดที่ใช้งานจริงแล้วต่าง คือ น้ำหนักประมาณ 4.2 กก. ช่วยเวลาถือขึ้นลงบ่อย ๆ

เหมาะกับ:

  • บ้านที่ยกกระเช้าบ่อย (รับ-ส่งลูก, ขึ้นคอนโด, เข้าห้าง)
  • บ้านที่อยากได้ i-Size R129 + สายรัด 5 จุด

ควรทราบก่อนเลือก

  • ต้องซื้อ ฐาน ISOFIX แยก ถ้าต้องการติดตั้งแบบมั่นคง
  • ฟองน้ำซัพพอร์ตเยอะ ทำให้ที่นั่ง แน่นกว่าเล็กน้อย — อาจรู้สึกอึดอัดสำหรับลูกบางคนตอนแรก
  • ผ้าบุและซับในหลายชั้น อาจ แห้งช้ากว่า หลังทำความสะอาด
  • น้ำหนักประมาณ ~4.2 กก. — เบากว่าอันดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่รุ่นที่เบามากที่สุด

4. บ้านที่อยากได้รุ่น “คุ้มค่า ใช้ง่าย” และมีแผนเดินทาง (รวมถึงขึ้นเครื่อง)

แนะนำ: JOIE ตระกร้าคาร์ซีทเด็ก รุ่น Gemm

Gemm เป็นรุ่นกระเช้าคลาสสิกที่ใช้งานง่าย สายรัด 5 จุด มีหลังคากัน UV และใช้กับฐานเสริมเพื่อความสะดวกในการติดตั้งได้
และมีจุดน่าสนใจคือ airline certified ตามหน้าผู้ผลิต
อย่างไรก็ตาม มาตรฐานของรุ่นนี้ตามสเปกผู้ผลิตเป็น ECE R44/04 (ไม่ใช่ i-Size R129) จึงเหมาะกับคนที่รับได้กับมาตรฐานเดิมและโฟกัสที่การใช้งาน/ความคุ้ม

เหมาะกับ:

  • บ้านที่อยากได้กระเช้าใช้งานง่าย + มีโหมดต่อฐานเสริม
  • คนที่มีโจทย์ “เดินทาง/บิน” และอยากได้รุ่นที่ระบุ airline certified

ควรทราบก่อนเลือก

  • มาตรฐานเป็น ECE R44/04 — ไม่ใช่มาตรฐาน i-Size แบบรุ่นยุโรปใหม่
  • ต้องซื้อ ฐานเสริม i-Base หากต้องการติดตั้งแบบ ISOFIX
  • เส้นสายเบาะค่อนข้างคลาสสิก — อาจดู “พื้นฐานครบ ๆ” แต่ไม่มีฟีเจอร์ล้ำ ๆ
  • สำหรับใช้งานบน เครื่องบินต้องตรวจสอบสายการบิน ก่อนใช้ (แม้มี airline certified แต่บางสายการบินตีความต่างกัน)

FAQ : คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาร์ซีทกระเช้า (Infant Carrier)

  • คาร์ซีทกระเช้าเหมาะสำหรับ เด็กแรกเกิด – ประมาณ 12–15 เดือน
    หรือจนกว่าจะถึง น้ำหนัก 13 กก. หรือส่วนสูงประมาณ 87 ซม. (ขึ้นกับรุ่นและมาตรฐานที่กำหนด)
  • i-Size (R129)
    • วัดตาม “ส่วนสูงเด็ก”
    • ผ่านการทดสอบการชนด้านข้าง
    • เป็นมาตรฐานใหม่ ปลอดภัยกว่า
  • ECE R44/04
    • วัดตาม “น้ำหนักเด็ก”
    • เป็นมาตรฐานเดิม แต่ยังใช้งานได้ตามกฎหมาย
  • ไม่ได้ค่ะ
    คาร์ซีทกระเช้า ต้องติดตั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) เท่านั้น เพื่อปกป้องศีรษะและคอของทารกให้ปลอดภัยที่สุด
  • สายรัด 5 จุด
    • กระจายแรงได้ดีกว่า
    • มั่นคงกว่า เหมาะกับการใช้งานระยะยาว
  • สายรัด 3 จุด
    • ใช้งานง่าย รวดเร็ว
    • เหมาะกับการอุ้มขึ้น-ลงบ่อย
  • ใช้ได้แน่นอนค่ะ
    คาร์ซีทกระเช้าทุกรุ่นสามารถติดตั้งด้วย เข็มขัดนิรภัยรถยนต์
    เพียงต้องติดตั้งให้ถูกวิธีและแน่นตามคู่มือ
  • แนะนำให้ดูจาก
    • ส่วนสูงสูงสุดที่รุ่นรองรับ
    • ศีรษะต้องไม่สูงเกินขอบคาร์ซีท
      หากลูกโตเร็ว อาจต้องเปลี่ยนไปใช้ คาร์ซีทถัดไป (Stage 1 / Toddler Seat) เร็วกว่าปกติ

การเลือกคาร์ซีทกระเช้าที่เหมาะกับลูก ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่รุ่นหรือราคา
แต่ขึ้นอยู่กับรถ การใช้งาน และช่วงวัยของลูกน้อย
หากคุณยังลังเล ทีม BabyGift ยินดีให้คำปรึกษาฟรี พร้อมช่วยทดลองติดตั้งจริงที่
BabyGift Showroom เพื่อให้คุณมั่นใจว่าคาร์ซีทที่เลือก “ปลอดภัย ใช้ได้จริง และเหมาะกับครอบครัวคุณที่สุด”

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การเริ่มต้นบทบาทคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักมาพร้อมกับคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของใช้ชิ้นเล็ก ๆ อย่างจุกหลอกที่หลายบ้านลังเลว่าจำเป็นต้องใช้หรือไม่ การเลือกใช้จุกหลอกอย่างถูกวิธีและปลอดภัยจะช่วยให้การเลี้ยงลูกราบรื่นขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าตัวน้อยอย่างมั่นใจ จุกหลอกคืออะไร ทำไมถึงเป็นตัวช่วยสำคัญของคุณแม่ จุกหลอก คืออุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเลียนแบบหัวนมแม่ ผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นอย่างยางหรือซิลิโคน เพื่อตอบสนองสัญชาตญาณการดูดตามธรรมชาติของทารก ซึ่งพฤติกรรมนี้มีมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การใช้จุกหลอกจึงเปรียบเสมือนตัวช่วยที่สร้างความรู้สึกอุ่นใจ ผ่อนคลาย และเป็นเครื่องมือในการเบี่ยงเบนความสนใจได้ดีเยี่ยมในยามที่เจ้าตัวน้อยร้องงอแง เจาะลึกข้อดีของจุกหลอก ที่ช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย การเลือกใช้จุกหลอกไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้ลูกหยุดร้องเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในด้านสรีรวิทยาและอารมณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้ ช่วยให้ลูกอารมณ์ดีและนอนหลับได้ยาวนานยิ่งขึ้น การดูดจุกหลอกช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ทำให้ทารกฝึกควบคุมอารมณ์และสงบลงได้ง่าย เมื่อลูกรู้สึกผ่อนคลายจะส่งผลให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลับสนิทได้นานขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนเพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้เติบโตสมวัยอย่างแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารกและป้องกันการดูดนิ้ว ผลการศึกษาพบว่าการใช้จุกหลอกขณะนอนหลับช่วยลดความเสี่ยงโรค SIDS หรือโรคไหลตายในทารกได้ เนื่องจากช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้ลูกดูดนิ้วมือ เพราะการฝึกให้เลิกใช้จุกหลอกนั้นทำได้ง่ายกว่าพฤติกรรมการติดดูดนิ้วที่จะส่งผลเสียต่อรูปฟันในระยะยาว ข้อควรระวังและวิธีใช้จุกหลอก เพื่อให้การใช้จุกหลอกเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ วิธีเลือกซื้อจุกหลอกคุณภาพสูงเพื่อสรีระของลูกรัก การเลือกจุกหลอกไม่ใช่แค่รุ่นไหนก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของวัสดุที่ต้องสัมผัสกับช่องปากของลูกโดยตรง เลือกขนาดที่เหมาะสมและวัสดุซิลิโคนระดับ Food Grade คุณแม่ควรเลือกจุกหลอกตามไซซ์ที่ระบุตามช่วงอายุ เพื่อให้เข้ากับรูปปากและเพดานเหงือกของลูก ที่สำคัญวัสดุต้องผลิตจากซิลิโคนระดับ Food Grade ที่มีความนุ่มนวล ยืดหยุ่นสูง และต้องปราศจากสาร BPA (BPA Free) […]

ปัญหาลูกทารกนอนยาก ไม่ยอมนอน ถือเป็นหนึ่งปัญหาปวดหัวใจ ทำคุณพ่อคุณแม่หลายๆ บ้านเครียดและไม่สบายใจไปตามๆ กัน เพราะเมื่อลูกนอนยาก งอแง ไม่ยอมหลับ ก็มักจะงอแงร้องไห้น้ำหูน้ำตาไหล ปลอบอย่างไรก็ไม่หาย กว่าจะนอนได้ก็นานเป็นชั่วโมง  แถมเวลาลูกหลับแล้วตื่นมาทีไรก็ยังงอแง อารมณ์ไม่ดี เลี้ยงยากจนคุณแม่ๆ ทั้งหลายเพลียใจ ลูกน้อยทารกควรนอนมากแค่ไหน ? คุณแม่รู้ไหมว่า…ลูกทารกวัยแรกเกิด- 1 เดือน นอนกลางวันถึงวันละ 8-9 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 8-9 ชั่วโมง รวม 15-18 ชั่วโมงต่อวัน  ส่วนลูกวัย 1 -3 เดือน นอนกลางวันวันละ 6-7 ชั่วโมง และกลางคืนอีก 9-10 ชั่วโมง   รวมประมาณ 15 ชั่วโมง  จนเมื่อลูกน้อยวัย 6 เดือน เริ่มนอนน้อยลง คือ นอนกลางวันลงเหลือ 3-4 ชั่วโมง และกลางคืน 10-11 ชั่วโมง รวม […]

สวัสดีค่ะ ^_^  อุปกรณ์คู่ใจของแม่ ๆ สุดสตรองทุกท่านก็คงหนีไม่พ้น “รถเข็นเด็ก” จริงไหมคะ..? ส่วนตัวมดเอง ลองใช้รถเข็นมาหลายยี่ห้อ แต่ตอนนี้บ้านเรากำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกันหลายวัน รถเข็นคันเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์เรื่องการพกพาอีกต่อไปแล้ว เพราะแค่ของใช้ก็เต็มรถแล้วค่ะ เราจึงมีโจทย์ในการหารถเข็นคันใหม่ว่า ต้องมีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย และแน่นอนว่าต้องเป็นแบรนด์ดังที่แม่ ๆ ไว้ใจ เหมือนสวรรค์มีตา 555 เพราะไม่กี่วันต่อมา เราก็ไปเจอใน IG คุณโอปอล์ว่า เพิ่งถอยรถเข็นใหม่ให้น้องอลิน อลันเหมือนกัน แถมยังเชียร์ว่ามันเบา ใช้งานสะดวกมากกก คุณแม่ขาช็อปอย่างเราก็ไม่รอช้าค่ะ ไปซื้อตามด่วน ๆ คุณโอปอล์ซื้อรถเข็นจากร้าน BABYGIFT ค่ะ มดเองไม่มีเวลาไปที่ร้าน เลยสั่งซื้อออนไลน์ กดสั่งปุ๊บ รอไม่นานก็มีน้องเสียงสวยโทรมานัดวันจัดส่งทันที 2 วันก็ได้ของค่ะ สะดวกมากก แล้วเราก็ได้รถเข็นที่ตอบโจทย์การใช้งานมา 1 คัน และนี่คือ “Aprica Magical Air Plus Highseat” รุ่นนี้มีจุดเด่นตรงที่ เล็ก และน้ำหนักเบา ที่สุด  ตัวนี้เค้าแนะนำสำหรับเด็กไม่เกิน 15 โล แต่ลูกบ้านนี้หนัก 16 โลก็ยังนั่งสบาย ๆ เลยค่ะ ราคาอยู่ที่ 10,335 บาท อย่างที่ทราบกันดีว่า “ถ้ารถเข็นต้อง Aprica”  ดังนั้นเค้าจึงมีความพิเศษค่ะรุ่นนี้น้ำหนักเบาเพียง 3.3 kg ถือมือเดียวได้สบาย ๆ และที่นั่งเป็นแบบ High Seat สูงจากพื้นดิน 52 cm. ซึ่งจะทำให้ฝุ่นละอองและความร้อนจากพื้นนั้นห่างจากลูกยิ่งขึ้น แถมยังสามารถพับเก็บได้แบบ One Step และล้อทั้ง 4 ก็จะติดกับพื้น ลากได้สบาย ๆ […]

ก่อนหน้านี้ก็เคยคิดว่าเรื่องพาหะธาลัสซีเมียนี่เป็นอะไรที่ไกลตัวมากๆ แต่พอตั้งท้องเท่านั้นแหละ การเป็นพาหะฯ นี่เรื่องใกล้ตัวสุดๆ แถมทำให้กังวลมากมายเลยล่ะค่ะ ถ้าคุณแม่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็แสดงว่าคุณแม่อาจจะกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันใช่มั้ย สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร วันนี้เราก็นำความรู้มาฝากกันค่ะ เคยได้ยินผ่านๆ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร? อันที่จริง การเป็นพาหะธาลัสซีเมียไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนไทยเลยนะ เพราะมีคนไทยตั้งกว่า 24 ล้านคนที่เป็นพาหะโรคนี้ เผลอๆ เวลาเดินตามถนนเราอาจจะเจอคนที่เป็นพาหะอยู่เต็มไปหมด แถมเรายังอาจจะเป็นด้วยก็ได้นะ คนที่เป็นพาหะของโรคนี้ง่ายๆ ก็คือ คนที่มีเชื้อธาลัสซีเมีย “แฝง” อยู่ในร่างกาย เพราะงั้นคนที่เป็นพาหะจะมีสุขภาพที่แข็งแรงปกติเหมือนคนทั่วไปนี่แหละ ไม่ได้ออกอาการอะไร แต่อาจจะเลือดจางนิดหน่อย โรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคที่ติดต่อได้ทางพันธุกรรม เพราะงั้น หากทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ ลูกที่คลอดออกมาก็สามารถเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ถึง 25% เลยนะ พูดง่ายๆ คือ พาหะก็เหมือนมีโรคอยู่ครึ่งนึง แม่มีครึ่ง พ่อมีครึ่ง พอมารวมกัน ลูกก็มีโอกาสที่จะได้รับโรคนี้ไปเต็มๆ เลยนั่นเอง แต่คุณแม่ก็อย่าเพิ่งกังวลเกินไปนะคะ เพราะหากคุณหมอตรวจพบว่าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะแล้ว ขั้นต่อไปคุณหมอจะดูว่าเป็นธาลัสซีเมียชนิดไหน เพราะถ้าเป็นคนละชนิดกัน ก็หายห่วง! พาหะธาลัสซีเมียมีกี่ชนิด แล้วต่างกันยังไง? พาหะธาลัสซีเมียมี 2 ชนิด ก็คือ อัลฟ่ากับเบตา อัลฟ่านี่จะค่อนข้างรุนแรง แต่มากน้อยก็แล้วแต่ยีนส์ที่แฝงอยู่นั่นแหละ ส่วนถ้าเป็นกลุ่มเบตาก็จะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ […]

เตรียมตัวรับมือให้พร้อมกับการเป็นคุณแม่อย่างเต็มตัว กับ 14 วิธีรับมือลูกแรกเกิด ขอบคุณบทความดีๆ จาก คุณหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

เมื่อต้องพาเจ้าตัวน้อยเดินทางไกลขึ้นเครื่องบินครั้งแรก คุณแม่หลายท่านมักมีคำถามมากมาย เพื่อให้ทุกท่านเตรียมตัวเดินทางได้อย่างสนุกสนานพร้อมรถเข็นคันโปรดคู่ใจ Baby Gift ได้รวบรวมทุกคำตอบไว้ในที่เดียวจบ 1.รถเข็นแบบไหนสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้บ้าง จำเป็นต้องพับเล็กๆ หรือมีข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดและน้ำหนักของรถเข็นหรือไม่? ตอบ เมื่อมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กเดินทางไปพร้อมกัน รถเข็นเด็กทุกขนาด ไม่ว่าจะพับใหญ่พับเล็ก ทั้งหนักและเบา สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทั้งหมดโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและน้ำหนัก แต่รถเข็นต้องสามารถพับได้ (ซึ่งรถเข็นทุกรุ่นทุกแบรนด์ที่จำหน่ายในปัจจุบันพับได้ทุกคัน) 2. ขั้นตอนการนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินแบบ Gate Check ? ตอบ เมื่อนำกระเป๋าขนาดใหญ่ Check in เพื่อโหลดใต้ท้องเครื่องให้แจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินว่ามีรถเข็นเด็กมาด้วย และต้องการเข็นไปโหลดที่หน้าประตูเครื่องบิน (หรือเรียกว่า Gate Check) เจ้าหน้าที่จะนำ Tag (หรือป้ายติดกระเป๋า) ติดให้ที่รถเข็นเพื่อป้องกันการสูญหาย เราสามารถเข็นลูกน้อยผ่านพิธีการต่างๆ ไปจนถึงหน้าประตูเครื่องบินตรงจุดที่มีแอร์โฮสเตสยืนต้อนรับ ให้พับรถเข็นให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่รอรับฝากรถเข็นเพื่อนำลงไปเก็บใต้เครื่อง (ในบางกรณีเจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมถุงพลาสติกขนาดใหญ่คลุมให้อย่างดีเพื่อความสะอาดและปลอดภัย) ซึ่งเมื่อถึงที่หมายปลายทางเจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นมาส่งคืนให้ที่หน้าประตูเครื่องบินเหมือนเดิม ในกรณีต่อเครื่อง (Transfer) ก็สามารถรับรถเข็นคืนได้ที่หน้าประตูเครื่องเช่นเดียวกัน 3. มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับนำรถเข็นเดินทางขึ้นเครื่องบินหรือไม่ ตอบ ทุกสายการบินอนุญาติให้นำรถเข็นขึ้นเครื่องได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 4. ในกรณีที่รถเข็นมีขนาดเล็กและสามารถพับเก็บบนที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Cabin) ได้ จะสามารถนำรถเข็นติดตัวขึ้นไปเก็บบน cabin ในเครื่องบินได้หรือไม่ ? ตอบ รถเข็นบางรุ่นสามารถพับและนำขึ้นเก็บบน Cabinได้ มีความเป็นไปได้ที่ทางสายการบินจะอนุญาติหรืออาจจะปฎิเสธไม่อนุญาติให้นำขึ้นไปเก็บบน Cabin […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event