ครีมอาบน้ำเด็ก เลือกอย่างไรให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้น สุขภาพดี ไม่ระคายเคือง

ครีมอาบน้ำเด็ก เลือกอย่างไรให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้น สุขภาพดี ไม่ระคายเคือง

ผิวของทารกนั้นมีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า การเลือกครีมอาบน้ำเด็กจึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่ทำความสะอาด แต่ต้องช่วยรักษาความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาการอาบน้ำเป็นเวลาแห่งความสุขและปลอดภัยของลูกรักอย่างแท้จริง

วิธีเลือกครีมอาบน้ำเด็ก ให้เหมาะสมกับผิวที่บอบบางของลูกน้อย

ก่อนจะตัดสินใจว่าเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี คุณแม่ควรมีเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสรีระที่บอบบางของเด็กเล็ก ดังนี้

  • เน้นความอ่อนโยนสูงสุด: หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีรุนแรง กลิ่นหอมฉุน หรือสีสังเคราะห์ที่อาจกระตุ้นการระคายเคือง
  • ค่า pH Balance ที่สมดุล: เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่าความเป็นกรด-ด่างสมดุลกับผิวเด็ก (ประมาณ pH 5.5) เพื่อรักษาความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ
  • ปราศจากสารกลุ่มเสี่ยง: ต้องไม่มีพาราเบน (Paraben), SLS/SLES, แอลกอฮอล์ และซิลิโคน
  • ผ่านการทดสอบ Hypoallergenic: เพื่อยืนยันว่ามีโอกาสเกิดการแพ้ต่ำ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย
  • มีส่วนผสมบำรุงผิว: เช่น วิตามินอี หรือสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยให้ผิวนุ่มลื่นหลังอาบน้ำ

แนะนำ 10 ครีมอาบน้ำเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026

แนะนำ 10 ครีมอาบน้ำเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026

หากคุณแม่ยังลังเลว่าควรเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี ในปี 2026 นี้ ได้รวบรวม 10 แบรนด์ยอดนิยมที่ผ่านการยอมรับเรื่องความอ่อนโยนและประสิทธิภาพในการดูแลผิวลูกน้อยมาฝากกัน

1. Enfant Organic Moisture Baby Wash

แบรนด์ที่อยู่คู่คุณแม่ไทยมานาน ตัวนี้เป็นสูตรออร์แกนิกที่ทำความสะอาดได้ทั้งผิวและผมในขวดเดียว จุดเด่นอยู่ที่ฟองนุ่มลื่นล้างออกง่าย มีส่วนผสมจากข้าวโอ๊ต น้ำมันมะกอก และ Argan Oil ออร์แกนิก ช่วยคงสมดุล pH Balance ให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้นหลังอาบเสร็จทันที

2. D-nee Organic For Newborn Head & Body Baby Bath

หนึ่งในครีมอาบน้ำเด็กยอดฮิตที่โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมละมุนสูตรออร์แกนิก ปลอดภัยจากสารเคมีรุนแรงอย่าง SLS และซิลิโคน ผสานคุณค่าสารสกัดธรรมชาติ 7 ชนิด มอบความชุ่มชื้นให้ผิวและเส้นผมของทารกแรกเกิดนุ่มลื่น สุขภาพดี เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและอ่อนโยนมาก

3. SEBAMED Baby Bubble Bath

หากคุณแม่กังวลเรื่องผดผื่นและผิวแพ้ง่าย ครีมอาบน้ำเด็กจาก Sebamed คือคำตอบ ด้วยค่า pH 5.5 ที่สมดุลกับผิวทารกที่สุด มาพร้อมสูตร No More Tear ที่ไม่ระคายเคืองดวงตา ปราศจากสารสบู่และด่าง 100% ช่วยปกป้องผิวให้แข็งแรงและลดการเกิดอาการระคายเคืองผิวหนังได้ดีเยี่ยม

4. Care Kids Head to Toe Wash

ตัวช่วยให้เด็ก ๆ สนุกกับการอาบน้ำมากขึ้นด้วยบรรยากาศสีสันสดใสและกลิ่นหอมที่เด็ก ๆ ชอบ สูตรนี้มีความอ่อนโยนแบบไฮโป-อัลเลอร์เจนิก ทำความสะอาดได้สะอาดหมดจดทั้งศีรษะและลำตัวโดยไม่ทำลายน้ำหล่อเลี้ยงผิวธรรมชาติ เหมาะสำหรับเด็กที่เริ่มมีกิจกรรมเยอะขึ้นในแต่ละวัน

5. KODOMO Mild Original Head to Toe Wash

แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความละมุน ตัวนี้ปราศจากสารเติมแต่งถึง 5 ชนิด ทั้งสบู่ พาราเบน ซิลิโคน สี และแอลกอฮอล์ มีส่วนผสมจาก Evening Primrose Oil และ Wheat Germ Extract ช่วยบำรุงผิวและเส้นผมให้นุ่มลื่น ไม่แห้งตึงหลังอาบน้ำ มั่นใจได้ในความปลอดภัยต่อผิวบอบบาง

6. DMP Ultra Sensitive & Dry Skin Organic

สบู่เหลวสูตรออร์แกนิกที่มีค่า pH 5.5 และจุดเด่นที่เป็นสูตรไร้ฟอง (Non-Ionic) อ่อนโยนขั้นสุดจนได้รับการทดสอบจากสถาบันชั้นนำว่าปลอดภัยต่อดวงตาและผิวหนัง มีมอยเจอร์ไรเซอร์จากข้าวโพดและคาโมมายล์ ช่วยบำรุงผิวที่แห้งกร้านให้กลับมาชุ่มชื้นยาวนาน เป็นครีมอาบน้ำเด็กที่คุณแม่หลายคนบอกต่อ

7. CHICCO BBM Tenderness Body Wash

ส่งตรงจากอิตาลีด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 93% โดดเด่นด้วยสารสกัดจากดอกดาวเรือง (Calendula) ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและสารสกัดจากดอกฝ้ายที่ให้สัมผัสนุ่มลื่น กลิ่นแป้งหอมอ่อน ๆ ช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลายขณะอาบน้ำ และเป็นสูตร No Tears ที่อ่อนโยนต่อดวงตาคู่สวย

8. Lamoon Organic Body and Hair Wash Foam

คุณแม่สายออร์แกนิกต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะละมุนเลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% มาในรูปแบบเนื้อโฟมนุ่มละเอียดลดการเสียดสีผิว มีวิตามินบี 5 และน้ำผึ้งช่วยบำรุงล้ำลึก กลิ่นหอมอ่อน ๆ สไตล์ละมุนช่วยให้การอาบน้ำเป็นไปอย่างอ่อนโยนที่สุด แม้ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้อย่างสบายใจ

9. Pureen Head to Toe Yogurt

เพิ่มความสนุกและความนุ่มนวลด้วยส่วนผสมจาก Natural Yogurt ที่อุดมไปด้วยโปรตีนบำรุงผิว มาพร้อมโปรวิตามินบี 5 และวิตามินอี ช่วยให้เส้นผมและผิวกายนุ่มลื่นน่าสัมผัส ปราศจากพาราเบนและสาร SLS เหมาะสำหรับเด็กตั้งแต่วัย 6 เดือนขึ้นไปที่ต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ

10. White Papel Extra Soothing & Moisturizing

ปิดท้ายด้วยเนื้อโฟมนุ่มละมุนจาก White Papel ที่เน้นสารสกัดจากผักและผลไม้รวม กลิ่นหอมแนวฟรุตตี้สดชื่น มีน้ำนมแพะและข้าวช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม สุขภาพดี ปราศจากสารเคมีอันตรายหลายชนิด ล้างออกง่ายแต่ยังคงความชุ่มชื้นไว้บนผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังใช้งาน

เคล็ดลับการอาบน้ำให้ลูกน้อยอย่างถูกวิธีเพื่อผิวสุขภาพดีแข็งแรง

สรุปครบ! เอกสารเตรียมคลอด และเช็คลิสต์ของใช้ที่แม่ใกล้คลอดห้ามลืม

การเลือกครีมอาบน้ำเด็กที่ดีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เทคนิคการอาบน้ำที่ถูกต้องจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

  • อุณหภูมิน้ำต้องพอเหมาะ: ควรใช้น้ำอุ่นที่อุณหภูมิประมาณ 37 องศาเซลเซียส ไม่ควรร้อนเกินไปเพราะจะทำให้ผิวลูกแห้ง
  • ระยะเวลาไม่นานเกินไป: การอาบน้ำนานเกิน 10 นาทีอาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ปริมาณพอเหมาะ: กดครีมอาบน้ำเด็กเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอต่อการทำความสะอาด
  • ซับผิวให้แห้งสนิท: ใช้ผ้าขนหนูนุ่ม ๆ ซับเบา ๆ แทนการเช็ดถูแรง ๆ และทาโลชั่นบำรุงผิวทันทีหลังอาบน้ำ

ช้อปครีมอาบน้ำเด็ก และอุปกรณ์อาบน้ำครบวงจรได้ที่โซน Bath Time ของ BabyGift

สำหรับคุณแม่ที่กำลังมองหาครีมอาบน้ำเด็ก รวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น อ่างอาบน้ำพรีเมียม หรือฟองน้ำธรรมชาติ ขอแนะนำให้แวะมาที่โซน Bath Time ของ BabyGift ศูนย์รวมสินค้าแม่และเด็กที่คัดสรรมาแล้วว่าดีที่สุด มีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากแบรนด์ดังระดับโลกให้เลือกหลากหลายตามความต้องการ พร้อมผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจสรีระทารกคอยให้คำแนะนำเพื่อให้การอาบน้ำของลูกรักปลอดภัยและมีความสุขที่สุด

สรุปหัวใจสำคัญของการเลือกครีมอาบน้ำเพื่อสัมผัสที่อ่อนโยนของลูกรัก

ผิวของลูกน้อยคือสมบัติล้ำค่า การตัดสินใจเลือกครีมอาบน้ำเด็กที่มีค่า pH 5.5 และปราศจากสารระคายเคืองจึงเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลผิวให้แข็งแรงในระยะยาว BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างคุณแม่มือใหม่เสมอ เข้าใจลึกถึงความกังวลและคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาให้แล้ว เพื่อให้ก้าวแรกของการดูแลลูกรักเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความมั่นใจ เพราะเชื่อว่าลูกน้อยสมควรได้รับของขวัญที่ดีที่สุดจากความรักของคุณพ่อคุณแม่

สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับครีมอาบน้ำเด็ก

ครีมอาบน้ำเด็กแบบ Head to Toe ต่างจากสบู่เหลวทั่วไปอย่างไร?

ผลิตภัณฑ์แบบ Head to Toe ถูกออกแบบมาให้มีความอ่อนโยนสูงมากจนสามารถใช้สระผมและถูตัวได้ในขวดเดียว โดยมักมีสูตร No More Tear ที่ไม่ระคายเคืองดวงตา ทำให้คุณแม่ใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น

สารเคมีชนิดไหนบ้างที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงเมื่อต้องซื้อครีมอาบน้ำเด็ก

ควรหลีกเลี่ยงสารกลุ่มพาราเบน (Paraben), สารชำระล้าง SLS/SLES ที่รุนแรง, ซิลิโคน, แอลกอฮอล์ และน้ำหอมที่มีกลิ่นฉุนเกินไป เพราะสารเหล่านี้อาจทำให้ผิวลูกน้อยเกิดการแพ้หรือระคายเคืองได้ง่าย

เด็กแรกเกิดจำเป็นต้องใช้ครีมอาบน้ำเด็กทุกครั้งที่อาบน้ำไหม?

ในช่วงสัปดาห์แรกอาจใช้น้ำเปล่าสลับได้ แต่การใช้ครีมอาบน้ำเด็กสูตรอ่อนโยนจะช่วยชำระล้างคราบไขมัน คราบน้ำนม และแบคทีเรียตามข้อพับได้สะอาดกว่าน้ำเปล่า ซึ่งช่วยลดโอกาสการเกิดผดผื่นคันได้ดีกว่า

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เชื่อว่าปัญหาที่หลายๆ บ้านจะต้องเจอก็คือ การที่ลูกรักไม่ยอมกินข้าว โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อายุ 1 ขวบขึ้นไป เมื่อเริ่มเดินได้คล่อง เริ่มวิ่งได้บ้าง ก็จะติดเล่น ไม่ค่อยยอมกินข้าวหรือกินได้น้อย บางคนก็อมข้าว ไม่ยอมเคี้ยว หรือหันหน้าหนี กว่าจะป้อนหมดชามก็ใช้เวลานานเกินไป ซึ่งทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนเป็นกังวล เพราะการที่ลูกเราไม่ยอมกินข้าวก็อาจส่งผลต่อสุขภาพและการเติบโตของลูกได้ แต่ปัญหาการกินของลูกรับมือได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่ต้องให้เวลา ใช้ความเข้าใจ และต้องใจแข็งนิดหน่อย ก็จะทำให้ลูกมีวินัยในการกินมากขึ้น ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบ จะแก้ปัญหาอย่างไรดี ? มาลองฝึกลูกน้อยไปพร้อม ๆ กันกับ BabyGift ได้เลยค่ะ ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบ ทำยังไงดี ? ชวนดูเทคนิคดีๆ ที่ทำให้ลูกกินได้มากขึ้น การได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอในปริมาณที่เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากสำหรับลูกน้อย เพราะส่งผลต่อการเจริญเติบโตตามวัย หากได้รับสารอาหารไม่เพียงพอนั้นอาจทำให้ลูกมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และสุขภาพไม่แข็งแรงได้ โดยทั่วไปแล้ว เมื่อเด็กอายุครบ 1 ขวบจะเริ่มเรียนรู้การปฏิเสธอาหารหรือคายอาหาร เนื่องจากมีพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวร่างกาย สามารถหยิบจับอาหารเข้าปากได้เอง การปฏิเสธ หรือคายอาหารจึงเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้ตัวเองกินสิ่งที่เป็นพิษหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไป โดยส่วนใหญ่แล้ว การที่ลูกไม่ยอมกินข้าว 1 ขวบนั้นจะเกิดขึ้นไม่นานและหายไปได้เอง แต่เด็กบางคนอาจมีพฤติกรรมกินยาก […]

พูดถึง “ตะคริว” แม้จะไม่ใช่คุณแม่ท้องยังต้องส่ายหน้าเพราะไม่อยากเป็น ก็เป็นตะคริวทีไรปวดขา ปวดน่องจนขยับไม่ได้และทรมานสุดใจจริงๆ  ยิ่งเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่แทบทุกคนจะต้องเผชิญอาการปวดตะคริวนี้ ยิ่งแสนทรมาน ไหนจะท้องใหญ่ขยับตัวลำบาก เคลื่อนไหวยาก มาเป็นตะคริวตอนกลางคืนหรือดึกๆ อีก ทำให้นอนไม่หลับ นอนไม่เต็มที่ ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกอย่างไร ฉะนั้นถ้าคุณแม่ท้องรู้ทันและป้องกันตะคริวได้ล่วงหน้า เชื่อว่าแม่ๆ จะต้องแฮปปิ้ยิ้มร่าแน่นอน ทำไม? แม่ท้อง ต้องเป็นตะคริว  จริงๆ แล้วไม่ใช่แม่ท้องเท่านั้นที่เป็นตะคริว  เพราะคนทั่วๆ ไปก็มักจะเป็นได้ ยิ่งคนในวัยทำงาน เพราะอาการ “ตะคริว” หรืออาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เกิดจากการขาดแคลเซียม และมีฟอสฟอรัสมากเกินไปในกระแสเลือด การยืน เดิน หรือต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเป็นเวลานานๆ ซึ่งจะทำให้เลือดเดินไม่สะดวก เกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง เลือดไหลเวียนไปส่วนล่างได้ไม่สะดวก ทำให้กล้ามมเนื้อหดตัวจนเกิดตะคริวได้  ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์ทำไมถึงเป็นตะคริวบ่อยและเป็นเกือบทุกราย โดยมักจะมีอาการเป็นตะคริวเกิดขึ้นบ่อยในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ นั่นก็เพราะว่าในช่วงท้อง จะมีภาวะที่รวมเอาสาเหตุปัจจัยเกือบทุกอย่างที่ทำให้เป็นตะคริวไว้ด้วยกัน  ตั้งแต่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำให้ขาทั้งสองข้างของคุณแม่แบกรับน้ำหนักตัวที่มากขึ้น ส่งผลให้ระบบหมุนเวียนโลหิตบริเวณขาตึงแน่นเกินไป เลือดเดินไม่สะดวกเกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง อิริยาบถการยืน เดินหรือนั่งในท่าเดิมๆ นานๆ  และการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดตะคริวได้นั่นเอง   4 เคล็ดลับ […]

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่กำลังจัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ สำหรับลูกน้อย อาจได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆ หรือแพทย์ สำหรับการจัดเตรียมอุปกรณ์ ฆ่าเชื้อโรคของใช้ต่างๆ ให้พร้อมก่อนคลอด จากในอดีตหลายๆ บ้าน อาจคุ้นเคยกับการลวกด้วยน้ำร้อน 100 องศาขึ้นไป ในการฆ่าเชื้อขวดนม ภาชนะ ไปจนถึงเสื้อผ้า ปลอกหมอนผ้าปูที่นอน ของเด็กได้ แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิดในปัจจุบัน ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านอดห่วงไม่ได้ว่าเชื้อไวรัสนั้นจะหลุดรอดเข้ามาถึงตัวลูกน้อยของเราได้จากของใช้อื่นๆ ที่ไม่สามารถฆ่าเชื้อด้วยการ ลวก หรือการนึ่งได้ และมีบทความทางการแพทย์มากมาย ระบุว่า การนำพลาสติกไปลวกด้วยความร้อนสูง จะก่อให้เกิดการตกค้าง ปนเปื้อนของ ไมโครพลาสติก ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายของลูกน้อยก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ จึงมีการผลิตคิดค้น และนำเข้า เครื่องอบยูวี สำหรับใช้ในบ้าน ซึ่งเป็นการใช้พลังงานจากรังสี UV-C ในการฆ่าเชื้อโรคร้ายที่อาจติดอยู่ตามข้าวของเครื่องใช้ของลูกน้อย และฆ่าเชื้อของใช้คุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย ประโยชน์ของรังสี UV-C ส่วนประกอบสำคัญของ เครื่องอบ UV-C คือหลอด UV-C ซึ่งมีคุณสมบัติในการปล่อยรังสี UV-C มาใช้ในการฆ่าเชื้อโรคได้จริง แม้แต่เชื้อไวรัสโควิดก็ไม่รอด ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก และมีผลวิจัยต่างๆ จากหลากหลายสถาบันยืนยันแล้วว่า รังสี UV-C สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิดได้ 99.99% […]

ไหนๆ คุณแม่ท่านไหนกำลังแพ้ท้องบ้าง ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่ไม่แพ้ท้องด้วยนะคะ เพราะคุณแม่โชคดีมาก การแพ้ท้องเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ เลยค่ะ แต่คุณแม่ที่แพ้ท้องก็ไม่ต้องกลัวเหงานะ เพราะมีคุณแม่อีกกว่า 80% ที่ต้องเผชิญกับอาการนี้เช่นกัน อาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรก แต่คุณแม่บางคนอาจจะต้องเผชิญกับอาการแพ้ท้องจนถึงไตรมาสสุดท้ายเลยก็ได้ค่ะ อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไรกันนะ? รกที่เชื่อมระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยนั้นจะสร้างฮอร์โมนตัวหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ค่ะ ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้มีไว้เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่นๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ ระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นจะทำให้ประสาทรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ประสาทการรับรสชาติจะเปลี่ยนไป นอกจากนี้ เจ้า HCG ยังจะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายต่างๆ คุณแม่จึงรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว หรืออ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลาค่ะ อาการแพ้ท้องเป็นยังไงหนอ?

คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swingmoon Seriesคาร์ซีทสำหรับเด็กเริ่มเข้าวัยเรียนรู้ ช่วงวัย 1 – 7 ปี หรือน้ำหนัก 9 – 25 kg. ที่ให้ความสบายและปลอดภัยสูงสุด(คาร์ซีท Ailebebe รุ่น Swing Moon Premium S Natural ,รุ่น Swing Moon STD) คาร์ซีทสำหรับเด็กวัย 1 – 7 ปี ปรับใช้งานได้ 2 รูปแบบตามช่วงวัย– Child Style ช่วงวัย 1-4 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวคาร์ซีท และเข็มขัดนิรภัยคาร์ซีทล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัย– Junior Style ช่วงวัย 3-7 ปี ใช้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์ล็อคตัวลูกน้อยเพื่อความปลอดภัยได้เลย เพราะด้วยน้ำหนักเด็กที่มากพอที่จะช่วยกดทับคาร์ซีทให้อยู่อย่างมั่นคงได้ เทคนิคการเลือกคาร์ซีท :ควรเลือกที่เหมาะกับน้ำหนักตัว และอายุของลูกน้อย อย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อประกอบการตัดสินใจก็ได้ เพราะเด็กบางคนอายุมากแต่น้ำหนักตัวน้อย ในขณะที่บางคนอายุน้อยแต่สูงและน้ำหนักตัวมากค่ะ ปรับเอนนอนได้ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid