ท้องตอนนี้ ฝากครรภ์ตอนไหนดี?

คุณแม่มือใหม่มักจะชอบถามว่า “ฝากท้องเมื่อไหร่ดี” คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ตอนนี้เลยค่ะ! คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องนะคะ เนื่องจากระยะเวลาตลอด 40 สัปดาห์ที่ตั้งครรภ์นั้นถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะเวลาฝากครรภ์คุณแม่จะได้ยาบำรุงมาทานด้วย แถมยังได้รับการดูแลดีๆ จากคุณหมออีกต่างหาก เจอคุณหมอบ่อยๆ จะได้อุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเวลาเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเราด้วย

เวลาไปฝากครรภ์คุณหมอคุณพยาบาลจะถามอะไรบ้างนะ?

เวลาไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอและคุณพยาบาลจะถามคำถามเหล่านี้กับคุณแม่ค่ะ

  • ประจำเดือนมาครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
  • เคยแท้งบุตรหรือไม่
  • เคยมีโรคหรืออาการผิดปกติใดๆหรือไม่
  • เคยมีประวัติการผ่าตัดหรืออุบัติเหตุร้ายแรงหรือไม่
  • เคยมีอาการแพ้ยาหรือไม่ ในส่วนนี้หากคุณแม่กำลังใช้ยาที่คาดว่ามีผลต่อการตั้งครรภ์มาก่อนหน้านี้ก็ให้บอกคุณหมอให้ทราบด้วย
  • ก่อนการตั้งครรภ์ได้เคยคุมกำเนิดด้วยวิธีใดหรือไม่
  • คนในครอบครัวมีประวัติอาการเจ็บป่วยที่มีผลต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ เช่น เบาหวาน โรคเลือด หรือแม้แต่การมีลูกแฝด เป็นต้น

ตื่นเต้นจัง จะต้องตรวจอะไรบ้างนะ?

  • ชั่งน้ำหนักและส่วนสูง เพื่อให้คุณหมอได้ประเมินน้ำหนักที่เหมาะสมของคุณแม่ขณะตั้้งครรภ์ การชั่งน้ำหนักแต่ละครั้งยังเป็นตัวชี้วัดว่าน้ำหนักของคุณแม่นั้นขึ้นอย่างเหมาะสมหรือไม่ บางทีคุณแม่น้ำหนักขึ้นเยอะไปก็เสี่ยงเป็นเบาหวาน ส่วนคุณแม่ที่น้ำหนักขึ้นน้อยก็อย่าเพิ่งดีใจไปค่ะ เพราะน้ำหนักขึ้นน้อยก็ไม่ดีเช่นกัน
  • วัดความดันโลหิต เพื่อตรวจสอบความดันเลือดขณะที่หัวใจบีบตัว ความดันปกตินั้นจะอยู่ที่ประมาณ 120/70 มิลลิเมตรปรอท หากคุณแม่มีความดันที่ 90/50 หรือน้อยกว่านี้ จะถือว่ามีความดันต่ำ และถ้าหากว่าวัดได้ 140/90 หรือสูงกว่านี้ ก็จะถือว่ามีความดันสูงค่ะ
  • วัดอุณหภูมิร่างกาย เพื่อดูว่าคุณแม่เป็นไข้หรือไม่ อุณหภูมิร่างกายปกติของคนเราจะอยู่ที่ 36.5-37.5 ค่ะ ถ้าสูงกว่านี้แสดงว่าคุณแม่กำลังมีไข้ การมีไข้ในระหว่างตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวนะ เราสามารถทานยาได้ แต่ต้องปรึกษาคุณหมอทุกครั้ง ห้ามซื้อยามาทานเองนะคะ

  • ตรวจเลือด การตรวจเลือดนี้จะเป็นการตรวจความเข้มข้นของเลือดและส่วนประกอบต่างๆ ในเลือด เพื่อ
    • ตรวจหาโรคที่อาจมีผลต่อการตั้งครรภ์ เช่น โรคธาลาสซีเมีย หรือไวรัสต่างๆเช่น หัดเยอรมัน เอดส์ เป็นต้น
    • ตรวจปัสสาวะ เพื่อตรวจเช็คระดับน้ำตาลในร่างกายของคุณแม่ค่ะ เพราะหากตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะแล้ว ก็อาจเป็นตัวบ่งชี้ว่าคุณแม่กำลังจะเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์ได้ค่ะ นอกจากนี้ ยังเป็นการตรวจหาโปรตีนในปัสสาวะ เพราะโปรตีนที่พบในปัสสาวะจะบ่งชี้ว่าไตของคุณแม่ทำงานไม่ปกติ ซึ่งหากพบร่วมกับความดันโลหิตที่สูงด้วยแล้ว คุณแม่ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเจอกับภาวะครรภ์เป็นพิษได้ค่ะ
    • ตรวจหน้าท้อง การตรวจหน้าท้องนี้ก็เพื่อดูว่าทารกอยู่ท่าใด และหมุนตัวแบบใด ใช้ศีรษะเป็นส่วนนำเวลาหมุนตัวหรือไม่นั่นเองค่ะ
    • การตรวจอัลตร้าซาวด์ เพื่อตรวจสอบการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ความผิดปกติของร่างกาย รวมถึงความแข็งแรงและจังหวะการเต้นของหัวใจ ในการตรวจอัลตร้าซาวด์นี้คุณหมอก็จะวัดความยาวและประเมินน้ำหนักของลูกน้อยให้ด้วยค่ะ การตรวจอัลตร้าซาวด์ไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้งที่ไปตรวจครรภ์ แต่อาจทำทุกไตรมาสหรือแล้วแต่ตามที่คุณหมอนัด สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากทราบเพศของลูก ก็สามารถลองถามคุณหมอตอนทำอัลตร้าซาวด์ได้เลยค่ะ
    • ตรวจหัวนม คุณแม่ที่มีลูกคนแรกมักจะมีปัญหาเรื่องหัวนมบอดหรือสั้นค่ะ ในครั้งแรกๆ ที่ไปฝากครรภ์ คุณหมออาจจะขอดูหัวนมว่ามีความยาวเพียงพอที่ลูกน้อยจะสามารถงับและดูดได้หรือไม่ หากพบว่าคุณแม่มีปัญหาเรื่องหัวนมแล้ว คุณหมอก็จะช่วยหาทางแก้ไข เช่น การใช้ปทุมแก้ว เป็นต้น

ประโยชน์ของการฝากครรภ์มีอะไรบ้างนะ?

  • ช่วยลดอัตราการแท้ง การคลอดก่อนกำหนด การเสียชีวิตของทารกในครรภ์ และการอักเสบติดเชื้อต่างๆ
  • ป้องกันหรือลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ
  • ตรวจสอบการตั้งครรภ์อย่างใกล้ชิด เมื่อพบความผิดปกติก็สามารถรักษาได้อย่างรวดเร็ว
  • ดูแลลูกน้อยในครรภ์ให้แข็งแรง

นอกจากนี้ การพบคุณหมอทุกๆ เดือนก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอุ่นใจและได้รับการแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละไตรมาสอีกด้วยค่ะ

เวลาไปฝากครรภ์จะเตรียมเงินไปเท่าไหร่ดี

ค่าใช้จ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลเลยค่ะ หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล คุณแม่อาจใช้สิทธิ 30 บาทในการฝากครรภ์ได้ ส่วนถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน การฝากครรภ์แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย มากน้อยขึ้นอยู่กับการตรวจรักษาในวันนั้นค่ะ หรือบางโรงพยาบาลอาจมีแพ็กเกจการฝากครรภ์แบบเหมาจ่ายด้วยนะ

ฝากครรภ์ที่ไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลย

คุณแม่สามารถไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็ได้นะ โดยโรงพยาบาลหรือคลินิกนี้ควรจะอยู่ใกล้บ้านหรือเดินทางได้สะดวก เพราะเมื่อคุณแม่เริ่มท้องแก่แล้วอาจมีปัญหาในการเดินทางได้ค่ะ สถานที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลที่คลอดไม่จำเป็นต้องเป็นที่่เดียวกันก็ได้นะคะ

การฝากครรภ์นั้นไม่มีคำว่าเร็วเกินไป แต่หากคุณแม่ประวิงเวลาไม่ยอมไปฝากครรภ์หรือไปไม่ตรงตามที่คุณหมอนัดแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ได้แน่นอนเลยล่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณแพรว เพชรแพรว อัครเตชวาทิน หรือแม่แพรว จากเพจ PRAEW ที่หลายคนรู้จักกันดีในบทบาทของ Influencer สายแม่และเด็ก ที่แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกเชิงบวกได้อย่างดี ซึ่งเราจะเห็นได้จากกน้อง เฌอลินน์ ลูกสาวคนโตที่โตขึ้นมาเป็นเด็กอารมณ์ดี มีความสามารถ ทำให้ใครหลายๆคนหลงกับความน่ารักของน้อง เฌอลินน์ ไปตามๆกัน และล่าสุดต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแพรว กับการคลอดลูกคนที่ 2 ที่มีชื่อว่า เมอฌินน์ หรือฉายา เจ้าลูกชิ้น ลูกชายคนแรกของแม่แพรวด่วยค่ะ            และถ้าใครเคยตาม หรือเคยเข้าไปดูเพจ PRAEW จะรู้ว่า แม่แพรวจะ Post Content ให้ความรู้ แชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกไว้เป็นจำนวนมาก และล่าสุด คุณแพรวก็ได้แชร์ประสบการณ์การใช้คาร์ซีทในวันแรกที่พาน้อง เมอฌินน์ ออกจากโรงพยาบาล วันนี้ทาง BabyGift ขอนำมาแชร์ต่อค่ะ พร้อมพามาดูกันว่า คาร์ซีทที่น้อง เมอฌินน์ ใช้คือคาร์ซีทรุ่นไหน  คุณแพรว ได้แชร์ไว้ว่า ทุกครั้งที่นั่งรถ แพรวต้องให้ลูกนั่งคาร์ซีททุกครั้งค่ะ เพราะสำหรับแพรวความปลอดภัยของลูกคือสิ่งที่สำคัญที่สุด สำหรับคาร์ซีทที่แพรวเลือกให้เมอคือ คาร์ซีท Ailebebe Kurutto ค่ะ อันนี้เป็นรุ่น 6 รุ่นใหม่ของเค้าค่ะ คุณแพรว ยังบอกอีกว่า ที่แพรวเลือกรุ่นนี้เพราะแพรวมั่นใจคือเรื่องความปลอดภัยของเค้าค่ะ เค้ามีเทคโนโลยีพิเศษที่เพิ่มความปลอดภัยที่ทำให้เมอปลอดภัยมากขึ้นเวลาที่นอนอยู่บนคาร์ซีท วัสดุดีมาก! มีมาตรฐานรองรับจากโรงงานประเทศญี่ปุ่นและความปลอดภัยระดับยุโรป เบาะก็ Support ดี สบาย ระบายอากาศได้ ไม่อึดอัดเลยค่ะ ปรับเอนนอนได้ นั่งทุกครั้งเมอฌินน์หลับปุ๋ยตลอด ติดตั้งง่ายด้วยระบบ Isofix ที่สำคัญที่มามี๊แฮปปี้ที่สุด […]

เมื่อเพื่อนหรือคนรู้จักคลอดลูกน้อย การไปเยี่ยมเยียนพร้อมของเยี่ยมเด็กแรกเกิดที่มีประโยชน์ ถือเป็นการแสดงความยินดีและส่งกำลังใจที่ดีที่สุด แต่จะเลือกซื้ออะไรดีที่ไม่ซ้ำใครและได้ใช้งานจริง? BabyGift ได้รวบรวม 10 ของขวัญให้เด็กแรกเกิด ที่รับรองว่าคุณแม่ปลื้มปริ่ม ลูกน้อยได้ใช้แน่นอน พร้อมเคล็ดลับการเลือกซื้ออย่างผู้เชี่ยวชาญ วิธีเลือกซื้อของเยี่ยมคนคลอดลูก ควรเลือกอย่างไร การเลือกซื้อของเยี่ยมเด็กแรกเกิด หรือของขวัญให้เด็กแรกเกิด ควรพิจารณาจากความเหมาะสมและประโยชน์ใช้สอย เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้รับ 10 ไอเดียของเยี่ยมเด็กแรกเกิดมีอะไรบ้าง การเลือกของเยี่ยมเด็กแรกเกิดที่ดีที่สุดคือการเลือกสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตคุณแม่สะดวกสบายขึ้น และส่งเสริมพัฒนาการของลูก นี่คือ 10 ไอเดียที่คัดสรรมาแล้วว่าดีต่อใจและใช้งานได้จริงแน่นอน 1. ผ้าอ้อมเด็กแรกเกิด ผ้าอ้อมเป็น ของเยี่ยมเด็กแรกเกิดที่ทุกคนต้องใช้และใช้ในปริมาณมากไม่ว่าจะเลือกแบบผ้าหรือสำเร็จรูป เพราะทารกแรกเกิดต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยถึง 6-10 ครั้งต่อวัน ควรเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มีขนาดเหมาะสมกับน้ำหนักของเด็กแรกเกิด มีวัสดุที่นุ่ม ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และมีแถบวัดความเปียกชื้นจะช่วยคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้มาก 2. โมบายเสริมพัฒนาการ โมบายแขวนเตียงเป็นของขวัญให้เด็กแรกเกิดที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการมองเห็นและการได้ยินของทารก การมองตามการเคลื่อนไหวของโมบายช่วยฝึกการประสานงานของสายตาได้ดี ควรเลือกโมบายที่มีสีสันสดใสตัดกัน มีลวดลายน่ารักสมวัย และมีเสียงเพลงที่ไพเราะนุ่มนวล ไม่ดังจนเกินไป ควรตรวจสอบความแข็งแรงในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยด้วยนะคะ 3. ชุดของบำรุงหลังคลอด มอบของขวัญให้เด็กแรกเกิดที่หันมาดูแลคุณแม่บ้างก็เป็นไอเดียที่ดี ชุดบำรุงหลังคลอด เช่น ครีมลดรอยแตกลาย ผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนม หรือน้ำมันนวดตัว เป็นการแสดงความใส่ใจในสุขภาพและความงามของคุณแม่ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปลอดภัยต่อคุณแม่ที่ให้นมบุตร […]

หากคุณแม่กำลังเลี้ยงลูกอยู่บ้านตลอดเวลา และให้นมแม่แก่ลูกน้อยแบบ 100% อยู่  คงจะยังไม่ต้องหาข้อมูลหรือกังวลกับการเลือกซื้อขวดนมหรือจุกนมให้ลูกมากนักเพราะยังไม่ได้ใช้ แต่เมื่อไรที่คุณแม่ต้องกลับไปทำงาน ไปทำธุระข้างนอก หรือต้องให้นมแม่กับลูกด้วยขวดนมแล้ว สิ่งที่ต้องนึกถึงคือการเลือกขวดนมและจุกนมที่จะช่วยให้ลูกกินนมแม่ได้เต็มอิ่ม สบายท้อง ไม่ดูดลมเข้าไปและไม่เสี่ยงต่อการแน่นท้อง หรือร้องโคลิก และที่สำคัญจุกนมที่เลือกให้ลูกนั้นควรจะมีคุณสมบัติที่คล้ายการดูดจากเต้านมแม่ เพื่อให้ลูกน้อยไม่สับสนระหว่างเต้านมกับขวดนม ยอมกินนมแม่จากขวด และยอมกลับมากินนมแม่จากเต้าคุณแม่ได้เสมอ  เราจึงมาแนะนำให้คุณแม่รู้จักกับจุกนมคอแคบ และจุดนมคอกว้าง เพื่อให้คุณแม่หลายๆ ท่านที่ยังไม่รู้จัก ได้เห็นถึงความแตกต่าง และตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม ถูกใจ ลูกน้อยอิ่มนมได้เต็มที่โดยไม่มีปัญหาสุขภาพมาฝากกัน ชวนแม่เรียนรู้เรื่องจุกนมลูก เพราะลูกน้อยวัยทารกจะเคยชินกับการกินนมจากอกคุณแม่  เมื่อต้องมากินนมจากขวดจึงอาจสับสนและมีปัญหา คุณแม่จึงควรพิถีพิถันพิจารณาเลือกใช้จุกนมที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกน้อยดูดนมได้อย่างสะดวก ปลอดภัย โดยควรศึกษาเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้  ขนาดของจุกนมที่แตกต่างว่าเหมาะกับลูกวัยไหน  วิธีทำความสะอาดและการเก็บรักษาจุกนมให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานเสมอ เรื่องน่ารู้ของ ปลายจุกนม เนื่องจากแต่ละแบบมีลักษณะเฉพาะในการใช้งาน นั่นคือ– ปลายจุกนมเป็นรูวงกลม มักเป็นรูจุกนมที่ช่วยให้น้ำนมไหลได้ง่าย คือแม้ลูกจะไม่ดูด น้ำนมก็ไหลผ่านออกได้จึงเป็นจุกนมที่ช่วยให้ลูกดูดนมง่าย ไม่ต้องใช้แรงเยอะ– ปลายจุกนมเป็นรูตัว Y (Three-Cut) เป็นจุกนมที่หากไม่ดูดนมจะไม่ไหล ต้องใช้แรงดูดของลูกให้น้ำนมไหลผ่านออกมา (ยกเว้นเป็นจุกนมสำหรับเด็กที่มีภาวะพิเศษดูดนมเองไม่ได้ จะมีการทำให้น้ำนมไหลออกได้ง่ายขึ้น)– ปลายจุกนมเป็นรูกากบาท (Cross-Cut) มักเป็นจุกนมที่ต้องใช้แรงดูดเหมือนรูตัว Y คือหากลูกไม่ดูดนมจะไม่ไหล  น้ำนมจะออกมามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงดูดของลูกเอง ช่วยป้องกันอาการสำลักให้ลูกน้อยได้นอกจากนี้รูของปลายจุกนม […]

หลายวันมานี้เราท่องโลกอินเทอร์เน็ตหนักมาก เพราะอยากรู้ว่าแม่ยุคใหม่เขาชอบอะไร ไอเทมไหนกำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มแม่ๆ มากที่สุด จากการส่องพบว่าท็อปปิคที่ถูกพูดถึงมาก แต่ยังมีข้อมูลน้อยคือ “รถเข็นเด็ก” ไอเทมใหม่สำหรับแม่ลูกเล็กในยุคนี้นั่นเอง เราจึงไม่รอช้ารีบหาข้อมูลว่าคุณแม่ต้องการรถเข็นแบบไหนและพอจะสรุปได้ว่า คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการรถเข็นเด็กที่น้ำหนักเบา พับเก็บมือเดียวได้ เพราะส่วนมากไปกันสองคนแม่ลูก ต้องการระบบล้อที่ดี เข็นลื่นไหลไม่ต้องออกแรงมากส่วนใหญ่จะเข็นในสวนสาธารณะและทางเท้าซึ่งพื้นค่อนข้างขรุขระ สามารถปรับเอนได้เพราะลูกมักหลับตอนพาเที่ยว  วันนี้เลยไปคว้า รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS มารีวิวเผื่อคุณพ่อคุณแม่จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกเวลาต้องออกไปด้านนอกกับเจ้าตัวเล็กเพียงลำพัง รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica” รุ่น LUXUNA CTS เห็นรูปลักษณ์ทะมัดทะแมงอย่างนี้แต่น้ำหนักเบานะจ๊ะ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานมากๆ มาสำรวจสิว่าอะไรเป็นอะไร พอใช้งานจริงจะได้ไม่ยืนงง เริ่มต้นที่ด้ามจับเลยล่ะกัน เราว่าตอบโจทย์มากนะ เพราะสามารถปรับที่จับให้อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังลูกก็ได้ คุณแม่ที่กังวลว่าจะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูกสบายใจเรื่องนี้ได้เลยและเลิศได้อีกกับล้อแบบ Auto 4 wheels ที่จะล๊อคล้อและคลายล๊อคล้อแบบอัตโนมัติในเวลาเราเปลี่ยนที่จับให้มาอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้ ถ้าใครเคยเข็นลูกแบบแม่อยู่ด้านหน้าจะนึกออกเลยว่าเวลาเราเข็นแบบนี้แล้วถ้าล้อหลังหมุนไม่ได้ พอจะเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาทีก็ต้องตีวงอ้อมกว้างไปอีก บังคับทิศทางก็ยากมาก มาเจอล้อแบบ Auto 4 Wheels สบายเลยขนาดเราลองเข็นในที่แคบ ๆ ก็ยังเข็นง่ายเรียกว่าโดนใจสุดๆ การปรับก้านเข็นไปด้านหลัง ช่วยให้เข็นได้ง่าย ปรับเอนนอนได้ 170 องศา เมื่อปรับก้านเข็นมาด้านหน้า ระบบล้อจะถูกปรับเปลี่ยนการล๊อคได้แบบอัตโนมัติ นอกจากเรื่องปรับล้อหมุนแบบ 360 องศา Auto 4 Wheels เรื่องรองรับแรงกระแทกที่ล้อก็โอเคเลย […]

ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของคาร์ซีท#คาร์ซีทมือสอง ตามที่พ่อหมอเคยเขียนเรื่องการเลือกซื้อคาร์ซีทไว้แล้วตั้งแต่ตอนเปิดเพจครับ คลิกอ่านได้ครับที่https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1318721458224835&substory_index=0&id=1312969582133356 ก็เริ่มมีลูกเพจเริ่มถามเรื่อง “การซื้อคาร์ซีท” ในหัวข้อนอกเหนือจากคำถามเบื้องต้นครับ โดยเฉพาะเรื่อง “การซื้อคาร์ซีทมือสอง” หรือ “คาร์ซีทเก่า” ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมาร ฯ ของสหรัฐอเมริกา … บอกไว้ว่า เรื่องความปลอดภัย … หมอย้ำเสมอตั้งแต่เปิดเพจครับ เป็นเรื่องที่ผ่อนปรนไม่ได้#หมอวินเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ References: การใช้คาร์ซีทมือสอง

อาการทารกท้องอืด เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อยู่เสมอ เพราะเมื่อเจ้าตัวเล็กอึดอัดแน่นท้อง พวกเขายังไม่สามารถสื่อสารบอกเราได้นอกจากส่งเสียงร้องไห้จ้า บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสาเหตุของอาการเด็กทารกท้องอืด พร้อมแนะแนวทางป้องกันและวิธีรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยกลับมาสบายตัวและอารมณ์ดีอีกครั้ง สาเหตุที่ทำให้ทารกท้องอืด การทำความเข้าใจต้นเหตุของอาการทารกท้องอืดจะช่วยให้เรารับมือได้ตรงจุด ซึ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยในเด็กวัยแรกเกิดมีดังนี้ ระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ ในช่วงขวบปีแรก ระบบทางเดินอาหารของเจ้าตัวเล็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ เอนไซม์ที่ใช้ย่อยโปรตีนหรือน้ำตาลแลคโตสในนมอาจยังมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดการหมักหมมจนกลายเป็นแก๊สสะสม และนำไปสู่ภาวะทารกท้องอืดได้ง่าย ทานนมปริมาณมากเกินไป การให้ลูกทานนมในปริมาณที่มากเกินความต้องการของกระเพาะอาหาร (Overfeeding) หรือให้ทานถี่เกินไป ทำให้นมย่อยไม่ทันจนเกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด และมีลมในกระเพาะอาหารสูงกว่าปกติ ดูดกลืนลมเข้าไปในท้อง ขณะที่ลูกดูดนมไม่ว่าจะจากเต้าแม่หรือขวดนม หากท่าทางไม่ถูกต้องหรือลูกร้องไห้หนักขณะหิว จะทำให้มีการดูดกลืนอากาศเข้าไปในท้องพร้อมกับน้ำนม ลมเหล่านี้จะสะสมจนทำให้เด็กทารกท้องอืด และรู้สึกอึดอัดมาก เด็กไม่ได้เรอ หลังทานนมเสร็จ หากคุณแม่ไม่ได้ช่วยจับลูกเรอเพื่อขับลมออก แก๊สที่สะสมอยู่ภายในจะดันขึ้นมาจนทำให้เกิดอาการปวดท้อง ลมตีขึ้น หรือแหวะนม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการทารกท้องอืดที่พบได้บ่อยที่สุด ทารกท้องอืดอาการเป็นอย่างไร เนื่องจากลูกสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนอาการทารกท้องอืด ดังนี้ ร้องไห้งอแง ลูกจะร้องไห้โยเยเสียงดังผิดปกติ ดูไม่สบายตัว และปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุด โดยเฉพาะหลังทานนมเสร็จไม่นาน ปวดท้อง หากลองคลำที่หน้าท้องลูกแล้วรู้สึกว่าท้องป่อง แข็ง หรือดูแน่นกว่าปกติ นั่นคือสัญญาณของภาวะมีลมในท้องมากจนทำให้ลูกปวดท้อง ไม่ยอมนอน ลูกจะกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา นอนหลับยาก หรือสะดุ้งตื่นมาร้องไห้บ่อยครั้งเพราะความอึดอัดจากแก๊สที่ดันอยู่ในท้อง […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event