เลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? เลือกยังไงให้เหมาะกับลูก แนะนำ 10 รุ่น คาร์ซีทเด็กแรกเกิดน่าใช้ อัปเดตปี 2024 

คาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีสำหรับลูกน้อยของเราตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถยนต์ ประกอบกับมีการออกกฏหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ให้ใช้คาร์ซีทในเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี ยกเว้นรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ ดังนั้นทุกบ้านควรจะต้องเตรียมคาร์ซีทให้พร้อมตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะต้องให้ลูกน้อยนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล ปัจจุบันคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ  

จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิด มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย     

ผู้ปกครองบางท่านอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมต้องใช้คาร์ซีทสำหรับลูกน้อย ขอบอกว่า คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ค่ะ คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งในรถยนต์ของคุณพ่อคุณแม่เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ในขณะที่นั่งรถยนต์ เพื่อป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด คาร์ซีทจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บรุนแรง หรือลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ซึ่งคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก มีตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด คาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก และคาร์ซีทสำหรับเด็กโต นอกจากจะมีหลากหลายแบบแล้วก็ยังมีหลายยี่ห้อด้วย แล้วจะเลือกอย่างไรดี จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ให้กับลูกรักของเรา มารู้จักกับแต่ละประเภทของคาร์ซีทให้มากขึ้นก่อน ไปดูยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำกันค่ะ 

คาร์ซีทเด็กแรกเกิด มีกี่ประเภท ?   

ก่อนจะไปดูสินค้า คาร์ซีทแรกเกิด ยี่ห้อไหนดี ? ขอแนะนำแนวทางการเลือกคาร์ซีทสักนิดค่ะ สำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงเด็กอายุ 2 ปี แนะนำให้ใช้คาร์ชีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถ (Rear-Facing) เพราะช่วยปกป้องร่างกายที่บอบบางของเด็กแรกเกิดได้เป็นอย่างดี พร้อมช่วยลดแรงกระแทกได้ดีที่สุด ซึ่งคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

1.คาร์ซีทกระเช้า  

คาร์ซีทแบบกระเช้า จะมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถถอดออก และถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ สะดวกกับคุณพ่อคุณแม่ในการถอดหิ้วใส่รถเข็นเด็กได้โดยไม่ต้องปลุกลูก แต่จะใช้ได้กับเด็กที่ไม่เกิน 18 เดือน เนื่องจากโครงสร้างที่บอบบางกว่าคาร์ซีทประเภทอื่น จึงไม่เหมาะกับเด็กที่สูงขึ้น หรือน้ำหนักตัวมากขึ้น 

ข้อดีของคาร์ซีทแบบกระเช้า  

  • มีน้ำหนักเบา ทำให้เคลื่อนย้ายได้ง่ายสะดวก 
  • เวลาที่ลูกนอนหลับไม่ต้องปลุกลูก หรืออุ้มลูกออกจากคาร์ซีท คุณพ่อคุณแม่สามารถถอดคาร์ซีทออกมาเดินถือได้เลย ทำให้ลูกนอนหลับได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกล่อมลูกหลับใหม่ 
  • ปรับใช้งานได้หลายแบบ เช่น ในบางรุ่นสามารถใช้งานกับรถเข็นได้เลย หรือบางรุ่นปรับเป็นเปลนอนได้ด้วย ทำให้สะดวกมากขึ้น   

ข้อเสียของคาร์ซีทแบบกระเช้า  

  • ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนว่าข้อดีของคาร์ซีทแบบกระเช้าจะมีน้ำหนักที่เบา และรูปทรงที่เล็ก แต่ข้อด้อยก็คือโครงสร้างของคาร์ซีทแบบกระเช้ามีความบอบบางกว่าคาร์ซีทประเภทอื่นด้วย   
  • ตัวเบาะ Support เด็กแรกเกิด จะมีชิ้นเล็ก และบอบบางกว่าคาร์ซีทแบบอื่นๆ  
  • ด้วยความที่โครงสร้างที่เล็ก จึงใส่วัสดุรองรับแรงกระแทกได้ไม่เยอะเท่าแบบอื่นๆ  
  • ระยะเวลาการใช้งานสั้น สามารถใช้งานได้กับเด็กอายุไม่เกิน 1 ปี เนื่องจากโครงสร้างที่เล็ก รับน้ำหนักไม่ไม่เยอะ จึงไม่เหมาะกับเด็กที่มีน้ำหนักตัวมากขึ้น และความสูงเพิ่มขึ้น  

2. คาร์ซีทแบบ Convertible  

คาร์ซีทแบบ Convertible คือคาร์ซีทที่สามารถใช้ได้กับเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงเด็กโต มีฟังก์ชั่นความปลอดภัยมากขึ้น โครงใหญ่ขึ้น สามารถปรับการใช้งานได้ 2 รูปแบบทั้ง ปรับคาร์ซีทหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) สำหรับเด็กแรกเกิด และปรับหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) สำหรับเด็กโต จึงทำให้เป็นที่นิยม ทั้งนี้ คาร์ซีทแบบ Convertible สามารถแบ่งแยกย่อยได้อีก 3 ประเภทคือ  

คาร์ซีทแบบหมุนได้  

สามารถหมุนได้ 360 องศา ส่วนใหญ่จะใช้กับเด็กแรกเกิด เพราะเด็กแรกเป็นวัยที่ต้องอาศัยความระมัดระวังสูงไม่ว่าจะเป็นการอุ้มเข้าหรือออกจากคาร์ซีท ดังนั้นการหมุนหันเข้าหาคุณแม่ จะช่วยให้คุณแม่อุ้มลูกขึ้นลงรถได้สะดวกมากขึ้น อีกทั้งไม่เสี่ยงเกิดจากหกล้ม แม้อยู่ในลานจอดรถที่แคบ นอกจากนี้ ยังติดตั้งครั้งเดียวจบ สามารถปรับใช้งานได้ทั้งแบบหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) และหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing)  

คาร์ซีทแบบหมุนไม่ได้   

ส่วนใหญ่จะออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของเด็กโตด้วย จึงไม่มีฟังก์ชั่นการหมุนมาให้ และจะต้องติดตั้งใหม่ จากการนั่งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rear-Facing) ไปเป็นการนั่งหันหน้าไปหน้ารถ (Forward facing) แต่ข้อดีของคาร์ซีทแบบนี้คือ อายุการใช้งานจะใช้ได้นานขึ้นกว่าแบบที่หมุนได้ บางรุ่นใช้ได้ถึง 12 ปี เลยทีเดียว

คาร์ซีทแบบปรับนอนราบได้ และหมุนได้   

คาร์ซีทแบบนี้เหมาะกับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กที่ต้องเดินทางบ่อยค่ะ มีความพิเศษกว่าแบบอื่นๆ เนื่องจากปรับนอนราบได้สูงสุด 170 องศา แถมยังหมุนได้ด้วย นอกจากนี้ ยังเหมาะกับเด็กที่คลอดก่อนกำหนดอีกด้วย เพราะการปรับนอนราบจะช่วยทำให้เด็กนั่งคาร์ซีทได้สบายขึ้น และหายใจได้สะดวกมากขึ้น 

ข้อดีของคาร์ซีทแบบ Convertible 

  • ไม่ต้องเปลี่ยนคาร์ซีทบ่อยๆ เนื่องจากสามารถใช้งานได้ยาวนานกว่าแบบกระเช้า เช่น 0-4 ปี, 0- 9 ปี , 0-12 ปี 
  • มีโครงสร้างที่ใหญ่ และตัวเบาะที่กว้างกว่าแบบกระเช้าทำให้มีการใส่วัสดุรองรับแรงกระแทกได้มากกว่า 
  • มีเทคโนโลยีความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทำให้มีความปลอดภัยสูงมากขึ้น  
  • มีฟังก์ชั่นหลากหลาย เช่น มีขาค้ำยัน, ช่องระบายอากาศ, หมุนได้ 360 องศา , มีที่พักเท้า, มีที่วางแก้ว เป็นต้น ทำให้มีความปลอดภัย และความสะดวกสบายมากขึ้น 

 ข้อเสียของคาร์ซีทแบบ Convertible 

  • โครงคาร์ซีทใหญ่ ต้องใช้พื้นที่ในการติดตั้ง 
  • คาร์ซีทมีน้ำหนักเยอะ ไม่สามารถถอดออกแล้วเดินถือได้เหมือนคาร์ซีทแบบกระเช้า 
  • มีราคาสูงกว่าคาร์ซีทแบบกระเช้า 

เลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิดอย่างไรดี ?

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิดให้ลูกแบบไหนดี ตอนนี้ก็น่าจะได้ไอเดียกันไปบ้างแล้วนะคะ ซึ่งวิธีการเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิดที่ถูกต้องนั้น มีสิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ 

1. เลือกจากระบบการติดตั้ง

      ปัจจุบันจะมีอยู่ 2 ระบบ ได้แก่ ระบบ Belt (ติดตั้งด้วยเข็มขัดนิรภัยของตัวรถยนต์) โดยสามารถติดตั้งคาร์ซีทได้กับรถยนต์ทุกรุ่น ทุกคัน และระบบ ISOFIX หรือระบบการติดตั้งตามมาตรฐานยุโรป โดยส่วนใหญ่จะมีในรถยนต์ที่ผลิตในปี 2014 ขึ้นไป หากยังไม่แน่ใจว่าควรเลือกคาร์ซีทแบบไหนที่เหมาะกับรถยนต์ของเรา อาจสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์เพิ่มเติม จะได้เลือกอย่างถูกต้องค่ะ

      2. เลือกจากรูปแบบ และขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน  

        ต้องพิจารณาว่า ต้องการการใช้งานนานแค่ไหน หากไม่อยากเปลี่ยนบ่อยๆ ก็อาจจะเลือกเป็นแบบ Convertible ที่ใช้งานได้ยาวนาน หรือถ้าต้องการความสะดวกสบาย สามารถหิ้วถือได้ ก็อาจจะเลือกคาร์ซีทแบบกระเช้า และควรเลือกเป็นแบบที่ทำความสะอาดได้ง่าย ระบายอากาศดี และซับพอร์ตกับสรีระของเด็กเล็ก ทั้งนี้ ควรเลือกขนาดคาร์ซีทให้มีความเหมาะสมกับขนาดเบาะรถของเราด้วย เพื่อที่จะได้ติดตั้งได้อย่างพอดีและมีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อยค่ะ  

        3. เลือกจากฟังก์ชั่นการใช้งาน

        ฟังก์ชั่นการใช้งานมีอยู่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ฟังก์ชั่นการหมุนได้ 360 องศา ฟังก์ปรับชั่นเอนนอนได้ ฯลฯ รวมถึงเลือกจากเทคโนโลยีความปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เช่น ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ Side impact ป้องกันการชนด้านข้างที่ช่วยลดแรงกระแทก ทำให้เด็กปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ฯลฯ

        4. เลือกที่มีการการรับประกันคาร์ซีท  

            ควรเลือกซื้อคาร์ซีทกับตัวแทนนำเข้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และมีความน่าเชื่อถือ ถ้าหากมีการชำรุดก็สามารถส่งซ่อมกับผู้เชี่ยวชาญ มีอะไหล่แท้ให้เปลี่ยน นอกจากนี้ บางแบรนด์ยังมีการรับประกันอุบัติเหตุควบคู่ไปด้วย สามารถเปลี่ยนคาร์ซีทตัวใหม่ได้เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง

            5. เลือกที่มีสัญลักษณ์รับประกันความปลอดภัย 

              ให้เลือกคาร์ซีทที่มีตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยตามมาตรฐานของยุโรป ECE R44/04 หรือ ECE R129 (i – Size) อันเป็นมาตรฐานใหม่ล่าสุดสำหรับคาร์ซีทของสหภาพยุโรปในการใช้ควบคุมการผลิตคาร์ซีทสำหรับเด็กเล็กให้มีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ที่มีการประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2556 โดยเป็นมาตรฐานที่มีการทดสอบความปลอดภัยของคาร์ซีทอย่างเข้มงวด และได้รับการยอมรับในระดับสากลว่ามีความปลอดภัยสูงสุดอีกด้วย ส่วนสัญลักษณ์ของประเทศอื่นๆ ก็มีความปลอดภัย เช่น มาตรฐาน  FMVSS 213 ของอเมริกา หรือ AS/NZS 1754 ของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เป็นต้น  

              เลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ?  บอกต่อคาร์ซีทเด็กแรกเกิดที่ BabyGift แนะนำ! 

              1. Ailebebe รุ่น Kurutto R The First 

              จะเลือกคาร์ซีทแรกเกิด ยี่ห้อไหนดี ? ตัวแรกขอแนะนำเป็นคาร์ซีทรุ่นใหม่ของแบรนด์ Ailebebe ที่ได้รับความนิยมจากคุณพ่อคุณแม่และดาราเซเลปมากมาย แม้จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ก็เป็นคาร์ซีทที่โดดเด่นเรื่องนวัตกรรมความปลอดภัย เรียกว่าล้ำกว่าทุกรุ่น เป็นคาร์ซีทที่มีความพิเศษเฉพาะ หากใครกำลังมองหาคาร์ซีทที่มีความปลอดภัยแบบสุดๆ รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์มากค่ะ   

                จุดเด่น  

                • เป็นคาร์ซีททรงไข่ Egg – Shell Protection ออกแบบตามสรีรศาสตร์ของทารก เพื่อเด็กแรกเกิดอย่างแท้จริง 
                • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
                • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 มิลลิเมตร ปกป้องทารกได้อย่างปลอดภัยระดับสูง  
                • ผ้า AG Pure ต้านแบคทีเรีย 99% อ่อนโยนต่อลูกน้อย  
                • ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น  
                • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อน หลังไม่เปียก  
                • หมุนได้ 360 องศา ด้วยมือเดียว หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ  
                • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก  
                • ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี  
                • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ  

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40 -100 เซ็นติเมตร หรือ อายุ 0- 4 ปี  

                การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX  

                แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น  

                2. Ailebebe รุ่น Kurutto R Grance 

                คาร์ซีทเฉพาะทางเพื่อเด็กแรกเกิดอย่างแท้จริง เป็นคอนเซปต์ของคาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดรุ่นนี้ เป็นรุ่นขายดีทั้งในญี่ปุ่นและไทย มีเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน ตรงคอนเซ็ปต์ที่คุณพ่อคุณแม่นิยมใช้และให้ความสนใจมาก ๆ 

                จุดเด่น  

                • เป็นคาร์ซีททรงไข่ Egg – Shell Protection ออกแบบตามสรีรศาสตร์ของทารก เพื่อเด็กแรกเกิดอย่างแท้จริง 
                • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
                • ซัพพอร์ตข้างศีรษะหนาที่สุด 100 มิลลิเมตร ปกป้องทารกได้อย่างปลอดภัยระดับสูง  
                • ผ้าตาข่าย W Russell ตลอดช่วงตัว ระบายอากาศดี ไม่ร้อน ไม่อับชื้น  
                • ช่องระบายอากาศด้านหลัง 1,695 ช่อง อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่ร้อน หลังไม่เปียก  
                • หมุนได้ 360 องศา ด้วยมือเดียว หมุนลื่น ไม่ทำให้เด็กตกใจ  
                • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมระบบ Jumping Harness พาลูกนั่งหรือออกจากคาร์ซีทได้รวดเร็วมาก  
                • ขาค้ำยัน มีระบบ Sensor เสียงแจ้งเตือน หากติดตั้งไม่ถูกวิธี  
                • เทคโนโลยีความปลอดภัย Baby Catch Technology หรือ ระบบพนักพิงยุบตัวอัตโนมัติ ลดการกระแทกและป้องกันการกระแทกซ้ำๆ ในขณะที่เกิดอุบัติเหตุ 

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 4 ปี หรือ น้ำหนัก 0 -18 กิโลกรัม 

                การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX  

                แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น  

                3. APRICA รุ่น Fladea Grow Safety Plus 

                จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ตัวนี้เป็นคาร์ซีทโด่งดังจากญี่ปุ่น เด่นเรื่องการปรับนอนราบได้ถึง 170 องศา ตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเดินทางไกลหรือเดินทางบ่อย เป็นคาร์ซีทที่ทำให้เพื่อให้เด็กแรกเกิดนอนได้สบาย อีกทั้งฟังก์ชั่นต่างๆ ที่มีก็ได้รับการคิดค้นวิจัยโดยกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น เชื่อถือได้เลยว่านั่งสบายและปลอดภัยสูงสุดทุกการเดินทาง  

                จุดเด่น  

                • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
                • ปรับคาร์ซีทให้นอนราบได้ ถึง 170 องศา ให้ทารกนอนหงายอยู่ในท่าที่ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ท้องไม่งอ คอไม่พับ หายใจสะดวก ป้องกันภาวะ Baby Shaken Syndrome ได้อย่างอุ่นใจ  
                • เด็กคลอดก่อนกำหนดสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย การนอนราบทำให้หายใจสะดวกมากขึ้น 
                • มีหลังคาขนาดใหญ่ กันความร้อน กันแดด UV Protection 99% ปกป้องดวงตาทารก พร้อมช่องระบายอากาศ 2 ช่อง อากาศถ่ายเทได้ดี 
                • หมุนได้ 360 องศา พร้อมล็อค 4 ทิศทาง พาลูกขึ้น-ลงรถได้อย่างสะดวก  
                • มี Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะและลำคอทารกได้อย่างแน่นหนา  
                • มี Side Protection ป้องกันการกระแทกด้านข้างได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล  

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40-100 เซนติเมตร หรือ อายุ 0 – 4 ปี  

                การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX  

                แบรนด์ : ประเทศญี่ปุ่น  

                4. Renolux รุ่น Gaia  

                ตัวนี้เป็นคาร์ซีทจากฝรั่งเศสที่โดดเด่นในเรื่องเบาะที่กว้าง และมีความนุ่มเป็นพิเศษ รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยี Softness Cushion เป็นแบรนด์เดียวในโลกที่ทำได้ ทำให้ลูกน้อยนั่งคาร์ซีทได้อย่างสบายตัว ส่วนเรื่องเทคโนโลยีความปลอดภัยก็จัดเต็ม เป็นสิทธิบัตรความปลอดภัยเฉพาะแบรนด์ RENOLUX เลยทีเดียวค่ะ หากกำลังมองหาคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดีที่นั่งสบาย มีความนุ่มพิเศษก็ต้องเป็น Renolux รุ่น Gaia ตัวนี้เลย 

                จุดเด่น  

                • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size)  
                • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจาก ADAC เยอรมัน และ TCS สวิตเซอร์แลนด์  
                • เทคโนโลยี Softness Cushion ใช้โครงเหล็กทั้งตัว หุ้มด้วยโฟมพิเศษ ทำให้เบาะนุ่มพิเศษ นั่งสบายเหมือนโซฟา ดูดซับแรงกระแทกได้มากกว่าคาร์ซีททั่วไปถึง 40 เปอร์เซ็นต์  
                • ปรับเลื่อนระดับเพิ่มพื้นที่วางขาได้ ให้ลูกนั่งหันหน้าเข้าเบาะได้นานที่สุด 4 ปี หรือจนกว่าจะมีส่วนสูง 105 เซนติเมตร  
                • หมุนง่ายได้ถึง 360 องศา สะดวกสบาย ช่วยอุ้มลูกเข้าหรือออกคาร์ซีทได้ง่ายขึ้น  
                • ผ้า Cool Soft สัมผัสเย็น ถักทอพิเศษแบบ Topstiches นั่งแล้วไม่เกิดการกดทับ  
                • มี Side Protection ป้องกันการชนด้านข้าง รองรับแรงกระแทกได้ดี  

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิดความสูง 40 – 105 เซ็นติเมตร หรือ อายุ 0 – 4 ปี  

                การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX  

                แบรนด์ : ประเทศฝรั่งเศส 

                5. คาร์ซีทกระเช้า KINDERKRAFT รุ่น I – CARE

                สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาคาร์ซีทแรกเกิด ยี่ห้อไหนดีที่เป็นคาร์ซีทแบบกระเช้า รุ่นนี้ก็น่าสนใจค่ะ เป็นคาร์ซีทกระเช้าเด็กแรกเกิดที่สามารถถอดและถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ เลย ติดตั้งกับรถเข็นเด็กได้ สะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมจัดเต็มเรื่องความปลอดภัย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยยุโรป R129 (i-Size) 

                จุดเด่น  

                • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
                • ติดตั้งกับรถเข็นเด็ก ที่มี Adapter ได้ เช่น รถเข็นเด็ก รุ่น NEA 
                • ปรับพนักพิงศีรษะและเข็มขัดนิรภัยพร้อมกันได้ 4 ระดับ ตามสรีระลูกน้อย  
                • น้ำหนักเบาเพียง 4.2 กิโลกรัม ถอดออก และถือหิ้วได้สะดวก  
                • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมนวมหุ้มสายเข็มขัดหนานุ่ม สัมผัสสบาย 
                • พนักพิงแข็งแรง หนา 3 ชั้น ลดแรงกระแทกได้ดี 
                • มีฟังก์ชั่น Side Protect เสริมการ์ดป้องกันการกระแทกด้านข้าง 
                • เข็มขัดนิรภัย 5 จุด พร้อมนวมหุ้มสายเข็มขัดหนานุ่ม สัมผัสสบาย มีความปลอดภัยสูง  

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 15 เดือน หรือ ส่วนสูง 40 – 87 เซนติเมตร 

                การติดตั้ง : ระบบ Belt (ฐาน Isofix จำหน่ายแยก) 

                แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี 

                6. คาร์ซีทกระเช้า KINDERKRAFT รุ่น MINK PRO 

                คาร์ซีทกระเช้าเด็กแรกเกิดจาก KINDERKRAFT  ที่มีน้ำหนักเบามาก ถอดและถือหิ้วเหมือนตะกร้าได้ เลย สามารถติดตั้งกับรถเข็นเด็กได้ สร้างความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ในการเดินทาง พร้อมจัดเต็มเรื่องความปลอดภัย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยยุโรป R129 (i-Size) 

                จุดเด่น  

                • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
                • ติดตั้งกับรถเข็นเด็ก ที่มี Adapter ได้ เช่น รถเข็นเด็กรุ่น Apino และ รถเข็นรุ่น NEA  
                • ปรับพนักพิงศีรษะ และเข็มขัดนิรภัยพร้อมกันได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อย  
                • น้ำหนักเบาเพียง 3.5 กิโลกรัม ถอดออกและถือหิ้วได้สะดวกมาก  
                • ปรับพนักพิงศีรษะ และเข็มขัดนิรภัยพร้อมกันได้ 5 ระดับ ตามสรีระลูกน้อย 
                • มี Head Support หนา 3 ชั้น เสริม EPS โฟม ปกป้องศีรษะและลำคอได้อย่างแน่นหนา  
                • มี Side Protect เสริมการ์ดป้องกันการกระแทกด้านข้าง ปลอดภัยตามมาตรฐานสากล  

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 15 เดือน หรือ ส่วนสูง 40 – 75 เซนติเมตร หรือน้ำหนัก 0 – 13 กิโลกรัม 

                การติดตั้ง : ระบบ Belt 

                แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี  

                7. คาร์ซีทแรกเกิด KINDERKRAFT รุ่น I – 360

                หากคุณพ่อคุณแม่คนไหนมองหาคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดีที่ใช้งานได้อย่างยาวนาน และนำเป็นตัวนี้เลยค่ะ คาร์ซีทที่ใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 12 ปี มาพร้อมฟังก์ชั่นหมุนได้ สะดวกสบายเวลาพาลูกน้อยเข้า – ออกคาร์ซีท และจัดเต็มเรื่องความปลอดภัย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 

                จุดเด่น  

                • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
                • ติดตั้งง่ายด้วยระบบ ISOFIX และ Support leg 
                • คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา หมุ่นง่าย พาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก แม้จอดรถในที่แคบ  
                • ปรับการใช้งานได้ 3 STEPs ติดตั้งได้ทั้งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)  
                • มี Head Support หนา 3 ชั้น ปกป้องศีรษะและลำคอทารกแรกเกิดได้อย่างแน่นหนา 
                • มี Side Protect เสริมการ์ดด้านข้าง ป้องกันการกระแทกได้อย่างปลอดภัย  
                • ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ และปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 เซนติเมตร 

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 เซนติเมตร  

                การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX  

                แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี 

                8. คาร์ซีทแรกเกิด KINDERKRAFT รุ่น I-GROW  

                นี่ก็เป็นคาร์ซีทอีกรุ่นหนึ่งที่ใช้งานได้อย่างยาวนานตั้งแต่แรกเกิดจนอายุ 12 ปี จัดเต็มเรื่องความปลอดภัย ระบบติดตั้งเสริม TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์ พร้อมหมุนได้ 360 องศา เพียงกดปุ่มก็พาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก 

                จุดเด่น 

                • ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ล่าสุดจากยุโรป ECE R129 (i-Size) 
                • ติดตั้งปลอดภัยสูง ด้วยระบบ ISOFIX และ TOP TETHER ตะขอเกี่ยวเบาะรถยนต์ 
                • คาร์ซีทหมุนได้ 360 องศา พาลูกน้อยเข้า-ออกคาร์ซีทได้สะดวก แม้จอดรถในที่แคบ  
                • ปรับการใช้งานได้ 3 STEP ติดตั้งได้ทั้งหันหน้าเข้าหาเบาะรถ (Rearward Facing) หันหน้าไปหน้ารถ (Forward Facing) และปรับเป็นบูสเตอร์ซีทเด็กโต (Booster Seat)  
                • โครงคาร์ซีทใหญ่ แข็งแรง แตกหักยาก ดูดซับแรงกระแทกได้ดี  
                • ปรับเอนนอนได้ 5 ระดับ และปรับความสูงพนักพิงศีรษะได้ 12 ระดับ ตามสรีระลูกน้อยแต่ละวัยจนถึงส่วนสูง 150 เซนติเมตร 

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 12 ปี หรือ ความสูง 40 – 150 เซนติเมตร  

                การติดตั้ง : ระบบ ISOFIX  

                แบรนด์ : ประเทศเยอรมนี  

                9. Doona รุ่น 4 in 1 

                Doona car seat รุ่นนี้ เป็นมากกว่าคาร์ซีททั่วไป เพราะสามารถใช้งานได้ถึง 4in1 เป็นได้ทั้งคาร์ซีท รถเข็น เปลโยก และสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ด้วย ตอบทุกโจทย์การใช้งานของคุณแม่ ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรปและอเมริกา ปลอดภัยหายห่วงอย่างแน่นอน 

                จุดเด่น  

                • ได้รับการทดสอบจาก EU & US Aircraft Approval  
                • ติดตั้งได้ 2 แบบ ระบบเบลท์รถยนต์ และ Isofix base (ขายแยก) 
                • สามารถใช้งานได้ตั้งแต่แรกเกิด ถึงน้ำหนัก 15 กิโลกรัม หรือประมาณ 2 ขวบแล้วแต่สรีระของเด็ก 
                • ถอดคาร์ซีทออกมาเดินถือได้เลย ไม่ต้องปลุกลูกขณะนอนหลับ  
                • สามารถเปลี่ยนคาร์ซีทให้เป็นรถเข็นได้อย่างง่ายดาย  
                • เนื้อผ้าทำจากใยไผ่ ระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อน 

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 2 ปี หรือ น้ำหนัก 0 -15 กิโลกรัม  

                การติดตั้ง : ระบบ Belt และ ISOFIX (ขายแยก)  

                แบรนด์ : ประเทศเนเธอแลนด์  

                10. NUNA รุ่น Reva 

                อีกหนึ่งคาร์ซีทที่จัดเต็มเรื่องความปลอดภัย แถมลูกน้อยยังนั่งสบาย เด็กนั่งแล้วขาไม่ห้อย เพราะมีที่พักเท้าให้ คุณพ่อคุณแม่ที่เดินทางไกลๆ อยากพาลูกไปด้วยก็สบายหายห่วง เบาะนั่งกว้าง โครงสร้างแข็งแรง สามารถปรับใช้งานได้ 3 รูปแบบตามช่วงวัยที่เหมาะสม 

                จุดเด่น  

                • มาตรฐานความปลอดภัยของอเมริกา FMVSS 213  
                • เบาะนั่งกว้าง ปรับใช้งานได้ 3 รูปแบบ ตามช่วงวัยที่เหมาะสม  
                • ปรับเอนนอนได้เยอะ ถึง 10 ตำแหน่ง  
                • รองรับการใช้งานในรถยนต์ทุกรุ่น ได้ทั้ง Belt 2 จุด และ 3 จุด 
                • เนื้อผ้าเส้นใย Lyocell ไม่ผสมสารเคมีและกันไฟลาม  
                • มี Side impact ป้องกันการชนด้านข้างได้อย่างปลอดภัย  
                • มีที่พักเท้า มีที่วางแก้วน้ำ สามารถวางขวดนมได้ 

                การใช้งาน : เด็กแรกเกิด – 9 ปี หรือ หรือมีน้ำหนัก 0 – 30 กิโลกรัม  

                การติดตั้ง : ระบบ Belt และ ISOFIX  

                แบรนด์ : ประเทศอเมริกา   

                สำหรับคุณพ่อคุณแม่หรือผู้ปกครองท่านใดกำลังตัดสินใจว่าจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี หวังว่าข้อมูลในบทความนี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะคะ หรือถ้าต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้า BabyGift เป็นร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ในการคัดสรรคาร์ซีทที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทุกช่วงวัย คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกน้อยมาลองนั่งคาร์ซีทได้ทุกรุ่น หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ  

                อ้างอิงที่มาข้อมูลบางส่วนจาก :

                https://www.whattoexpect.com/first-year/safety-and-childproofing/infant-vs-convertible-car-seats

                https://www.thaipbs.or.th/news/content/330763

                สินค้าที่เกี่ยวข้อง

                คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

                สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

                7,700.00
                คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

                สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

                7,700.00
                คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

                สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

                7,700.00
                คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

                สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

                7,700.00
                คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

                สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

                7,700.00
                คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

                สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

                7,700.00

                บทความแนะนำ

                1. เครื่องปั๊มนม HAENIM รุ่น 7X จุดเด่น เหมาะกับ✔ ปั๊มทุกวัน✔ แม่ทำงาน✔ ต้องการเครื่องระดับพรีเมียม 2. SPECTRA เครื่องปั๊มนม รุ่น S1 Plus จุดเด่น เหมาะกับ✔ แม่กังวลเรื่องน้ำนมน้อย✔ อยากได้เครื่องที่เสถียรมาก✔ ใช้ปั๊มตลอดวัน 3. ATTITUDE MOM เครื่องปั๊มนม รุ่น New Galaxy III จุดเด่น เหมาะกับ✔ แม่ที่ต้องทำงานบ้าน✔ ต้องการความคล่องตัวสูง✔ งบประมาณไม่สูงมาก 4. เครื่องปั๊มนม HAENIM รุ่น 7V จุดเด่น เหมาะกับ✔ แม่เริ่มปั๊มครั้งแรก✔ ปั๊มวันละ 2 – 4 ครั้ง✔ งบกลาง 5. เครื่องปั๊มนม Brusta รุ่น Miracle X Prime  […]

                ท้องมาสามเดือนแต่ยังไม่เห็นรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ท้องก็ยังไม่ใหญ่ ลูกก็ยังไม่ดิ้น แถมขึ้นบีทีเอสก็ยังไม่มีคนลุกให้นั่งอีกต่างหาก ถ้าคุณแม่กำลังคิดแบบนี้อยู่ ก็ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจเข้าสู่เดือนที่สี่ ห้าและหกให้ดีๆ เลยจ้า บอกก่อนเลยว่าช่วงไตรมาสนี้ นอกจากอารมณ์คุณแม่ๆ จะแปรปรวนเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงแล้ว เจ้าร่างกายก็น้อยหน้าซะที่ไหน เผลอๆ แปรปรวนหนักกว่าอารมณ์ซะอีก เราลองไปดูกันดีกว่า ว่าช่วงนี้คุณแม่จะต้องเจอกับอะไรบ้าง ลูกได้ดูดนมไปสักพัก หัวนมคุณแม่ก็จะกลับมาเป็นสีชมพูเหมือนเดิม ช่วงก่อนคลอดนี่ร่างกายก็จะเตรียมพร้อมเพื่อลูกน้อย ท่อน้ำนมขยาย ลานนมกว้างขึ้น บางทีอาจจะเห็นน้ำใสๆ ไหลออกมาจากเต้า แต่อย่าได้ไปบีบหัวนมเลยเชียว เพราะอาจจะทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ ในช่วงไตรมาสนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นเลยอาจจะทำให้เคลื่อนไหวช้าลงนิดหน่อย ช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะต้องการพลังงานแค่ประมาณ 2,200 กิโลแคลอรีเท่านั้น คุณแม่บางคนอาจจะคิดว่าทานสำหรับสองคน ต้องเอาแคลมาบวกกันรึเปล่า…ไม่ต้องนะ เดี๋ยวน้ำหนักคุณแม่จะพุ่งทะลุเป้าเกินไปซะก่อน เราขอเน้นให้คุณแม่เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่นพวกผักใบเขียว ปลาที่มีโอเมกา 3 โปรตีนจากไก่ อะไรพวกนี้ดีกว่า ส่วนพวกอาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายก็ควรจะงดไปก่อนเนอะ เพราะไขมันเยอะมากกกก แถมของทอดๆ ยังอาจจะทำให้คุณแม่รู้สึกคลื่นไส้อีกต่างหาก สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมทานยาบำรุงที่คุณหมอให้มา โดยเฉพาะแคลเซียม เพราะลูกจะแย่งแคลเซียมจากเราไปเยอะมากๆ เพราะงั้นควรจะทานเสริมเข้าไปให้ได้อย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวันนะคะ

                “ครรภ์เป็นพิษ” หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิตของคุณแม่ตั้งครรภ์ ถือเป็นภาวะไม่พึงประสงค์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวคุณแม่เอง ครอบครัว รวมถึงคุณหมอสูติแพทย์ เนื่องจากหากคุณแม่ตั้งครรภ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษ จะมีโอกาสเสียชีวิตได้ค่อนข้างมาก โดยสถิติพบว่า10-15% ของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตเกิดจากภาวะครรภ์เป็นพิษ และมีร้อยละ  2-8% ของสตรีตั้งครรภ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษ (ข้อมูลจากรพ.บำรุงราษฎร์) ฉะนั้นเพื่อไม่ให้คุณแม่ต้องมาเจอกับภาวะร้ายแรงนี้ ลองมาดูสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้ และเรียนรู้กันว่าจะทำอย่างไรเพื่อป้องกัน หรือตรวจเช็กเพื่อรักษาได้ทันท่วงที ให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยปลอดภัยสุขภาพดีได้จนหลังคลอด ครรภ์เป็นพิษ ภาวะอันตรายในแม่ท้อง โดยภาวะครรภ์เป็นพิษที่มักพบส่วนใหญ่ มักจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์หลัง 20 สัปดาห์จนถึง 48 ชั่วโมงหลังคลอด แต่พบบ่อยคือหลังอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ แม่ท้อง รู้ก่อนรักษาได้  ชวนคุณแม่มาสังเกตอาการและสัญญาณต่างๆ ที่บอกถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที อาการหลักๆ ที่สำคัญแสดงถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ การที่คุณแม่มี “ความดันโลหิตสูง” 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป  ร่วมกับตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะมากกว่า 300 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง  และคุณแม่มีอาการ “บวม” ผิดปกติที่คุณหมอตรวจแล้วว่าไม่ได้บวมเพราะเป็นโรคไตหรืออื่นๆ  รวมถึงมีอาการบวมที่มือ เท้าและใบหน้า ปวดศีรษะมาก  ตาพร่ามัว อาเจียน คลื่นไส้ […]

                เชื่อว่าคุณแม่หลายๆคนคงอยากให้ลูกน้อยปลอดภัยโชคดีกันทั้งนั้น วันนี้ Baby Gift ขอเอาใจคุณแม่สายมู หยิบข้อมูลเครื่องรางยอดฮิตสำหรับลูกน้อยมาฝากค่ะ เราลองไปดูพร้อมๆกันเลยว่า Lucky item เพิ่มสีสันให้ลูกน้อยแถมยังคุ้มครองทางใจคุณแม่ ไปดูกันเลย ตาข่ายดักฝัน หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า Dreamcatcher ในสมัยก่อนชาวอินเดียนแดงสร้างเครื่องรางชิ้นนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันฝันร้ายให้สลายหายไป จึงหันมานิยมห้อยไว้เหนือเปลเด็กเพราะหวังว่าจะช่วยทำให้ลูกน้อยปลอดภัยและนอนหลับฝันดี ซึ่งยังเป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เพราะสายตาเด็กที่จับจ้องมองการแกว่งไกวของตาข่ายดักฝันนั้น จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเรียนรู้ทางสายตาและกล้ามเนื้อมัดเล็กได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันยังทำให้คุณแม่อุ่นใจเมื่อมีเครื่องรางช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย อเมทิสต์หินนำโชค ตามความเชื่อของหินนำโชคนั้น หินสีม่วงจะช่วยปกป้องให้ลูกน้อยปลอดภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป เสริมพลังบวกและดึงดูดสิ่งดีๆนำความโชคดีมาให้เด็กๆ อีกทั้งยังช่วยทำให้ลูกน้อยหลับสบาย เพราะเชื่อว่าหินจะมีคลื่นพลังงานแห่งความสุขปล่อยออกมาช่วยทำให้ลูกน้อยนอนหลับฝันดีหรือมีความสุขนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อ คุณแม่ควรวางไว้ในจุดที่ลูกน้อยไม่สามารถหยิบจับหรือเอื้อมถึงได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเผลอหยิบเข้าปาก และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถุงนำโชค อีกหนึ่งเครื่องรางจากวัดดังที่ฮอกไกโด เครื่องรางชิ้นนี้เป็นถุงผ้าสีชมพู ปักตัวอักษรด้วยดิ้นสีทอง และปักรูปแมว 2 ตัว พกเพื่อนำโชค เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องสิ่งชั่วร้ายจากลูกน้อย สุขภาพแข็งแรง และยังช่วยให้เด็กเติบโตมีสุขภาพที่แข็งแรงในอนาคตด้วย นอกจากจะคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังช่วยคุ้มครองคุณแม่อีกด้วย กำไลข้อเท้า คนไทยสมัยก่อนมักซื้อมาไว้รับขวัญหลาน เพราะเชื่อกันว่าการใส่กำไลข้อเท้าให้เด็กนั้นจะช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง แต่ความจริงนั้นอาจเป็นเพียงกุศโลบายในการเลี้ยงเด็ก เพราะกำไลข้อเท้าเด็กส่วนมากจะมีกระดิ่งห้อยอยู่ด้วย เมื่อพ่อแม่ได้ยินเสียงจะทำให้รู้ว่าลูกนอนอยู่หรือตื่นแล้ว อีกทั้งยังสามารถตามหาลูกน้อยว่าอยู่ที่ไหนได้จากเสียงกระดิ่งอีกด้วย เรียกได้ว่า ทั้งเสริมดวงให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังได้ใช้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน ถึงอย่างไรก็ตาม กำไลข้อเท้าควรทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ […]

                เชื่อว่าคุณแม่ร้อยทั้งร้อยที่อ่านบทความนี้อยู่อยากให้ลูกน้อยคลอดออกมามีผิวสวยสุขภาพดีอย่างแน่นอน ถึงเราจะอยากให้ลูกออกมาผิวขาวใสแค่ไหน ก็อย่าไปเชื่อคำโฆษณาอาหารเสริมต่าง ๆ นะคะ เพราะอาหารเสริมบางตัวไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างยิ่ง คุณแม่บ้านไหนอยากให้ลูกผิวดี ลองมาดูอาหารง่าย ๆ ไม่ต้องจ่ายเงินแพง ๆ แถมยังหาซื้อได้ทั่วไปกันดีกว่า 1. ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองนั้น นอกจากจะแหล่งโปรตีนที่ทรงคุณค่าไม่แพ้นมวัวแล้ว นมถั่วเหลืองยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า “ไอโซฟลาโวน” ซึ่งเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะไปช่วยกำจัดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มีผลแค่กับคุณแม่นะ แต่ยังส่งผลไปถึงคุณลูกด้วย อาหารที่ประกอบด้วยถั่วเหลืองง่าย ๆ ก็เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองที่คุณแม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเลย นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยทำให้มีผิวกระจ่างใสอีกด้วย 2. ผลไม้สดและน้ำผลไม้ ข้อนี้เดาได้ง่าย ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ ก็แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องผิวสวยแล้ว สิ่งที่เราขาดไม่ได้เลยก็คือผลไม้ รวมถึงน้ำผลไม้ (ขอแบบแท้ 100% ไม่ผสมน้ำตาลด้วยนะ) และถ้าจะให้ดีกว่าเดิม เราขอแนะนำให้คุณแม่ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น สับปะรด ส้ม เพราะเจ้าพวกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้จะมีกรดซิตริกที่ค่อนข้างสูง แถมยังอุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นวิตามินที่จะมาช่วยเรื่องผิวโดยตรงเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น! นอกจากผลไม้และน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยบำรุงให้ผิวลูกน้อยคุณแม่แล้ว สารอาหารในผลไม้พวกนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวของตัวคุณแม่ด้วย คุณแม่บ้านไหนที่นอนไม่หลับ สิวขึ้น ผดขึ้น ลองมาทานผลไม้กันดูนะ […]

                วัย 0-3 ปี คือช่วงเวลามหัศจรรย์ของเด็กทุกคน ช่วงวัยนี้จะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วทั้งด้านร่างกาย สมอง และความคิด Aprica วิจัยมากว่า 70 ปี โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ดีเยี่ยม ให้คุณดูแลลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุด ตามหลัก 8.3.8  ซึ่งประกอบด้วย 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กทารก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ #เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการที่ดี ทั้งสมองและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้แข็งแรงพร้อมเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน จุดเริ่มต้นในการเคลื่อนไหวร่างกายของทารกในช่วงขวบปีแรกนั้น มาจาก กล้ามเนื้อคอ ไม่ว่าจะคว่ำ คลาน นั่ง ยืนไปจนกระทั่งเดินได้ในที่สุด และเพราะเด็กทารกในวัยแรกเกิดจะมีขนาดศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ซึ่งถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับ ขนาดของร่างกายโดยรวม จึงต้องใส่ใจดูแลต้นคอที่ต้องรับหนักศีรษะนี้เป็นพิเศษ เราควรจัดท่านอนให้ศีรษะและคอตั้งตรง และมีการประคองช่วงคอได้อย่างพอดี เพื่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีของลูก ในทารกวัยแรกเกิดจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ และเพราะหลอดลมยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จึงอาจเกิดสภาวะหายใจติดขัด หายใจแรง หากบริเวณท้องงอตัวหรือถูกกดทับ จึงควรจัดให้ลูกนอนในท่านอนราบ ให้ช่องท้องเหยียบตรง หายใจได้ทั่วท้อง เพื่ออ๊อกซิเจนจะได้ไปเลี้ยงสมมองได้มากขึ้น เพราะกระดูสันหลังและข้อต่อบริเวณสะโพกของทารกที่เชื่อมต่อกันแบบหลวมๆ  […]

                All Categories

                All Categories
                All Brands
                All Ages

                Kid

                Menu
                All Categories
                All Brands
                All Ages
                BabyGift Care
                News & Event