9 วิธีสนุกๆ ทายเพศลูกน้อยตามแบบโบราณ

หลังจากเห็นขีดสองขีดและรู้ว่ามีสมาชิกตัวน้อยกำลังเติบโตอยู่ในท้อง หนึ่งในคำถามที่คุณพ่อคุณแม่มักอดสงสัยไม่ได้ก็คือ “ลูกของเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนะ”

ถึงจะยังไม่ถึงวันที่คุณหมอนัดอัลตราซาวด์ หลายบ้านก็เริ่มชวนกันสังเกตทรงท้อง ดูอาการแพ้ท้อง หรือถามคุณยายว่ามีวิธีทายเพศลูกแบบโบราณอะไรให้ลองบ้าง บางวิธีฟังแล้วน่าเชื่อ บางวิธีก็น่ารักจนอยากลองทำเล่นกับคนในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม วิธีทั้งหมดในบทความนี้เป็นเพียงความเชื่อที่เล่าต่อกันมา ยังไม่สามารถใช้ยืนยันเพศของทารกได้ คุณแม่ลองเล่นได้เพื่อสร้างสีสันระหว่างตั้งครรภ์ แต่อย่าใช้ผลที่ได้แทนการตรวจหรือคำแนะนำจากแพทย์นะคะ

วิธีทายเพศลูกแบบโบราณเชื่อได้แค่ไหน

วิธีทายเพศลูกจากทรงท้อง อาหารที่อยากกิน ผิวพรรณ หรืออาการแพ้ท้อง ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เพียงพอที่จะนำมาใช้ระบุเพศของทารกได้อย่างน่าเชื่อถือ หลายอาการเกิดจากฮอร์โมน ร่างกายของคุณแม่ ตำแหน่งของลูก และปัจจัยเฉพาะบุคคลมากกว่า

มองวิธีเหล่านี้เป็นกิจกรรมสนุก ๆ ระหว่างรอเจอลูกผ่านหน้าจออัลตราซาวด์จะเหมาะที่สุด ไม่ว่าผลทายจะออกมาเป็นลูกสาวหรือลูกชาย โอกาสทายถูกก็ยังใกล้เคียงกับการเดานั่นเอง

1. ทายเพศลูกจากอาหารที่คุณแม่อยากกิน

คนโบราณเชื่อว่า หากคุณแม่อยากกินของหวาน อาจได้ลูกสาว แต่ถ้าชอบของเค็ม ของคาว หรืออาหารรสจัด อาจได้ลูกชาย อย่างไรก็ตาม ความอยากอาหารระหว่างตั้งครรภ์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและฮอร์โมน จึงใช้ทายเพศลูกได้เพียงสนุก ๆ เท่านั้น

2. ทายจากผิวพรรณของคุณแม่

มีความเชื่อว่า คุณแม่ที่ผิวเปล่งปลั่ง หน้าตาสดใส มักได้ลูกชาย ส่วนคุณแม่ที่เป็นสิวหรือผิวหมองอาจได้ลูกสาว แต่ความเปลี่ยนแปลงของผิวส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน การพักผ่อน และสภาพผิวของแต่ละคนมากกว่า

3. ทายเพศลูกจากความฝัน

บางบ้านเชื่อว่า การฝันเห็นดอกไม้ เครื่องประดับ หรือของสวยงามหมายถึงลูกสาว ส่วนการฝันเห็นพระ สัตว์ใหญ่ หรือของที่สื่อถึงความแข็งแรงหมายถึงลูกชาย ทั้งนี้คำทำนายอาจแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละครอบครัว

4. ทายจากจำนวนเมล็ดข้าวสาร

วิธีนี้ให้คุณแม่หยิบข้าวสารขึ้นมาหนึ่งหยิบแล้วนับจำนวน หากเป็นเลขคู่ให้ทายว่าเป็นลูกสาว ส่วนเลขคี่ให้ทายว่าเป็นลูกชาย เป็นเกมง่าย ๆ ที่เหมาะสำหรับเล่นสนุกกับคนในครอบครัว

5. ทายเพศลูกจากลักษณะท้อง

คำพูดที่ได้ยินกันบ่อยคือ “ท้องแหลมได้ลูกชาย ท้องกลมได้ลูกสาว” แต่จริง ๆ แล้วรูปทรงของท้องขึ้นอยู่กับรูปร่างคุณแม่ กล้ามเนื้อหน้าท้อง อายุครรภ์ และตำแหน่งของทารก จึงไม่สามารถใช้บอกเพศลูกได้อย่างแม่นยำ

6. ทายจากการแกว่งแหวน

ให้นำแหวนร้อยกับด้ายแล้วถือเหนือฝ่ามือหรือหน้าท้อง หากแหวนหมุนเป็นวงกลมมักทายว่าได้ลูกสาว แต่ถ้าแกว่งไปมาเป็นเส้นตรงมักทายว่าได้ลูกชาย อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของแหวนอาจเกิดจากมือหรือกระแสลม จึงเป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น

7. ทายจากอาการแพ้ท้อง

คนโบราณบางคนเชื่อว่า หากคุณแม่แพ้ท้องหนักอาจได้ลูกสาว ส่วนคนที่ไม่ค่อยแพ้ท้องอาจได้ลูกชาย แต่ความรุนแรงของอาการแพ้ท้องแตกต่างกันในแต่ละคนและไม่สามารถใช้ยืนยันเพศลูกได้

8. ทายจากสีของปัสสาวะ

มีความเชื่อว่า ปัสสาวะสีอ่อนอาจหมายถึงลูกชาย ส่วนสีเข้มหรือขุ่นอาจหมายถึงลูกสาว แต่สีของปัสสาวะมักเปลี่ยนตามปริมาณน้ำ อาหาร วิตามิน และสุขภาพของคุณแม่มากกว่า หากมีอาการแสบขัดหรือกลิ่นผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์

9. ทายจากอัตราการเต้นของหัวใจลูก

บางตำราเชื่อว่า หากหัวใจลูกเต้นเร็วกว่า 140 ครั้งต่อนาทีอาจเป็นลูกสาว แต่ถ้าต่ำกว่านั้นอาจเป็นลูกชาย อย่างไรก็ตาม อัตราการเต้นของหัวใจทารกเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุครรภ์และการเคลื่อนไหว จึงไม่ใช่วิธีทายเพศที่แม่นยำ

อย่างไรก็ตาม อัตราการเต้นของหัวใจทารกเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุครรภ์ การเคลื่อนไหว และช่วงเวลาที่ตรวจ จึงไม่ใช่วิธีระบุเพศที่น่าเชื่อถือ ผู้เชี่ยวชาญจาก Cleveland Clinic ระบุว่าอัตราการเต้นของหัวใจไม่สามารถใช้ทำนายเพศของทารกได้อย่างแม่นยำ คุณแม่ควรฟังคำอธิบายจากแพทย์เกี่ยวกับพัฒนาการและสุขภาพของลูกมากกว่านำตัวเลขไปเทียบกับคำทาย เพราะจุดประสงค์สำคัญของการฟังหัวใจทารกคือประเมินสุขภาพ ไม่ใช่ใช้เฉลยเพศ

แล้ววิธีดูเพศลูกทางการแพทย์มีอะไรบ้าง

เมื่อสนุกกับคำทายกันพอหอมปากหอมคอแล้ว หากต้องการทราบเพศลูกอย่างมีข้อมูลรองรับ ควรปรึกษาสูติแพทย์เกี่ยวกับวิธีที่เหมาะสมกับอายุครรภ์และสุขภาพของคุณแม่

การอัลตราซาวด์

โดยทั่วไป คุณพ่อคุณแม่อาจมีโอกาสเห็นอวัยวะเพศของลูกระหว่างการตรวจอัลตราซาวด์ช่วงกลางครรภ์ แต่จะมองเห็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับท่าของทารก อายุครรภ์ เครื่องมือ และนโยบายของสถานพยาบาล NHS ระบุว่าอาจสอบถามเพศทารกได้ในช่วงการตรวจประมาณสัปดาห์ที่ 20 แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะเห็นได้ทุกครั้ง บางครั้งลูกอาจนอนหันหลัง ไขว่ห้าง หรืออยู่ในท่าที่มองไม่ชัด คุณพ่อคุณแม่จึงอาจต้องรอการตรวจครั้งต่อไป

การตรวจคัดกรองก่อนคลอดจากเลือด

การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมก่อนคลอดบางประเภทวิเคราะห์สารพันธุกรรมของทารกที่อยู่ในเลือดของคุณแม่ และอาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครโมโซมเพศได้ อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์หลักของการตรวจคือประเมินความเสี่ยงของความผิดปกติทางโครโมโซม ไม่ใช่ตรวจเพศเพื่อความสนุก

ผลการตรวจคัดกรองไม่ใช่ผลวินิจฉัย คุณแม่ควรรับคำอธิบายจากแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์ ข้อจำกัด และความหมายของผลตรวจก่อนตัดสินใจ ACOG อธิบายว่าการตรวจคัดกรองจากเลือดและอัลตราซาวด์ใช้ประเมินความเสี่ยงของความผิดปกติบางประเภท แต่ไม่ใช่การยืนยันการวินิจฉัย

การตรวจวินิจฉัย เช่น เจาะน้ำคร่ำหรือเก็บชิ้นเนื้อรก

การตรวจเหล่านี้สามารถให้ข้อมูลด้านโครโมโซมได้ละเอียดกว่า แต่เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ควรทำเมื่อมีข้อบ่งชี้และผ่านการปรึกษาแพทย์ ไม่ควรเลือกทำเพียงเพราะต้องการรู้เพศลูก

ACOG ระบุว่าการตรวจวินิจฉัยใช้เซลล์จากทารกหรือรก ซึ่งเก็บผ่านการเจาะน้ำคร่ำหรือการตรวจชิ้นเนื้อรก เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครโมโซมบางประเภท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทายเพศลูก

ไม่สามารถสรุปได้ค่ะ ทรงท้องสัมพันธ์กับรูปร่าง กล้ามเนื้อหน้าท้อง ตำแหน่งลูก และจำนวนครั้งที่ตั้งครรภ์มากกว่าเพศของทารก

อาการแพ้ท้องหนักไม่ได้ใช้ยืนยันว่าลูกเป็นผู้หญิง ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันในคุณแม่แต่ละคนและแต่ละครรภ์ หากอาเจียนจนกินหรือดื่มไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์

คำทายแตกต่างกันในแต่ละตำรา บางบ้านทายว่าเป็นลูกชาย บางบ้านทายว่าเป็นลูกสาว จึงถือเป็นความเชื่อเพื่อความสนุก ไม่ใช่วิธีระบุเพศลูก

ไม่จริงในแง่การวินิจฉัย อัตราการเต้นของหัวใจลูกเปลี่ยนได้ตามอายุครรภ์และการเคลื่อนไหว จึงไม่สามารถนำเกณฑ์ 140 ครั้งต่อนาทีมาใช้ฟันธงเพศได้

มักมีโอกาสมองเห็นระหว่างการอัลตราซาวด์ช่วงกลางครรภ์หรือประมาณสัปดาห์ที่ 20 แต่ขึ้นอยู่กับท่าของลูกและปัจจัยอื่น จึงอาจยังดูไม่เห็นในบางครั้ง

มีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะเมื่อตรวจเร็วเกินไป ลูกอยู่ในท่าที่มองเห็นไม่ชัด หรือภาพมีข้อจำกัด คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามแพทย์ว่าภาพที่เห็นมีความชัดเจนเพียงใด

การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมบางประเภทอาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครโมโซมเพศได้ แต่จุดประสงค์หลักคือคัดกรองความเสี่ยงทางโครโมโซม และผลคัดกรองไม่เท่ากับการวินิจฉัย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตรวจเสมอ

ไม่จำเป็นค่ะ บางครอบครัวอยากรู้เพื่อเตรียมชื่อและของใช้ ขณะที่บางครอบครัวเลือกเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์ สิ่งสำคัญกว่าคือการติดตามสุขภาพและพัฒนาการของลูกตามนัด

วิธีทายเพศลูกแบบโบราณเป็นความเชื่อที่ช่วยเพิ่มความสนุกและสร้างความทรงจำระหว่างตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่ควรใช้แทนผลอัลตราซาวด์หรือการตรวจทางการแพทย์ หากคุณแม่มีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาสูติแพทย์โดยตรง

เมื่อรู้เพศลูกแล้ว เริ่มเตรียมอะไรต่อดี?

ไม่จำเป็นต้องเตรียมทุกอย่างพร้อมกัน ค่อย ๆ เลือกตามความจำเป็น พื้นที่ และไลฟ์สไตล์ของครอบครัว หากอยากเห็นสินค้าจริงหรือทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจ สามารถแวะมาที่ BabyGift Showroom หรือเลือกชมและช้อปผ่าน BabyGift Online ได้ตามสะดวก พร้อมทีมงานที่ช่วยแนะนำของใช้ให้เหมาะกับแต่ละครอบครัวค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
เบาะนั่งเสริมสำหรับเด็ก Ride Crew Navy (สีน้ำเงินกรมท่า)
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

สวัสดีค่ะคุณแม่ทุกคนนะคะ สำหรับคุณแม่ทั้งหลายที่มีลูกน้อย คงจะเคยชินกับการล้างขวดนมเสร็จแล้ว ก็ฆ่าเชื้อขวดนมด้วยหม้อนึ่งความร้อนกันใช่ไม๊คะ วันนี้แม่อีฟ ขอแนะนำเครื่องมือชิ้นใหม่ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณแม่สมัยใหม่อย่างเราๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายและการฆ่าเชื้อ โรคได้มากที่สุดสำหรับลูกน้อย มาทำความรู้จักกับตู้อบแห้งฆ่าเชื้อ UV แบรนด์ Prince&Princess  สัญชาติเกาหลี เครื่องนี้เป็น Gen2 ที่มีการพัฒนาขึ้น ให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น การใช้งาน ก็ง๊ายง่ายค่ะ ที่เครื่องจะมีแค่ 3 ปุ่ม เท่านั้น คือปุ่ม Auto, ปุ่ม UV และปุ่ม Dry ถ้าใช้สำหรับขวดนมหรือของใช้ที่ล้างมาเปียกๆ ก็ง่ายเลยค่ะ แค่กดปุ่ม Auto เพียงปุ่มเดียวแล้วรอแค่ 30 นาที ก็สามารถเอาขวดนมมาชงนมให้ลูกได้เลยค่ะ เริ่มน่าสนใจกันแล้วใช่ไหมหล่ะคะ และนี้ก็คือโฉมหน้าของเจ้าตู้อบฆ่าเชื้อ ด้วยUV ที่มีดีไซน์ แบบทันสมัย ใช้ง่าย และน้ำหนักเบาแค่ 5 kg. เองค่ะ คุณแม่ก็สามารถยกย้ายที่ใช้งานได้แบบง่ายๆเลยค่ะ ก่อนหน้าที่จะใช้เครื่องนี้ ก็เคยมีวิธีการทำความสะอาดของให้กับลูก โดยการล้างทำความสะอาด แล้วก็เอาไปนึ่งต่อต้องทำหลายขั้นตอน ตั้งแต่ตวงน้ำลงในถาด นึ่งเสร็จก็ต้องล้างหม้อนึ่งด้วย พอน้ำแห้งก็มักเป็นตะกรัน พอบ่อยๆ […]

การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นสิ่งที่แม่มือใหม่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การที่ลูกน้อยยังไม่สามารถนั่งในรถได้อย่างปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัยธรรมดา การเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทางของลูกน้อย วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกคาร์ซีทอย่างไรให้เหมาะสมกับลูกน้อยและปลอดภัยที่สุดค่ะ 1. รู้จักประเภทของคาร์ซีท ก่อนที่จะเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือประเภทของคาร์ซีทที่มีในตลาด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้: คาร์ซีทสำหรับทารก (Rear-Facing Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม คาร์ซีทประเภทนี้จะติดตั้งหันหลังและรองรับศีรษะและคอของเด็กให้ดีเยี่ยม ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทแบบหันหน้า (Forward-Facing Seat): ใช้ได้เมื่อเด็กมีอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนักประมาณ 9-18 กิโลกรัม ตัวคาร์ซีทจะหันหน้าไปข้างหน้าและมีเข็มขัดนิรภัยในตัว คาร์ซีทแบบบูสเตอร์ (Booster Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 15 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อเสริมให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยกับเด็กที่โตขึ้น 2. เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับวัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการรองรับที่ดีในขณะนั่งในรถ หากเลือกคาร์ซีทผิดประเภทอาจทำให้ลูกไม่สามารถได้รับความปลอดภัยที่ดีที่สุดในกรณีเกิดอุบัติเหตุ 3. ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเลือกซื้อคาร์ซีท คาร์ซีทที่ดีจะต้องมีการทดสอบด้านความปลอดภัยผ่านมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐาน […]

อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา หากใครต้องขับรถเกือบทุกวัน และรู้ว่าลูกที่กำลังนั่งในรถไปด้วยกันนั้นไม่ได้นั่งคาร์ซีทอย่างถูกวิธีแล้วล่ะก็ เราคงต้องกังวลตลอดเวลาว่าวันไหนคุณจะเจออุบัติเหตุแบบในข่าว หรือถ้าโชคร้ายจริงๆ เราอาจจะเป็นหนึ่งในข่าวอุบัติเหตุนั้นก็เป็นได้  อย่างกรณีต่อไปนี้ คุณคงเคยได้ยินคำว่า ไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวจาก facebook ศุภโชค พิเชษฐ์กุล ที่ได้โพสเรื่องราวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ที่รุนแรงที่สุดจนลูกเกือบเสียชีวิต..แต่ก็รอดมาได้ เพราะคาร์ซีท ซึ่งเป็นเรื่องราวที่โด่งดังมากในโซเชียล เพราะเป็นคดีความที่สังคมติดตาม เนื่องจาก คู่กรณีคือ รถบรรทุกเฟอร์นิเจอร์บริษัทดัง ซึ่งผ่านมากว่า 4 เดือน บริษัทคู่กรณียังนิ่งเฉย แทนที่จะรับผิดชอบค่ารักษาเยียวยา แต่ทางฝ่ายกฎหมายของบริษัทกลับแนะนำให้ไปฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายเอา ชนแล้วปล่อยเรื่องเงียบแบบนี้ได้หรือ? โดยเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการแชร์เรื่องดังกล่าวเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ คุณศุภโชค พิเชษฐ์กุล ผู้เสียหายจนเป็นข่าวใหญ่ในเวลาต่อมา หลังจากที่เพจ แหม่มโพธิ์ดำ แชร์เรื่องนี้ออกไป ทำให้สื่อต่างๆ ให้ความสนใจและเชิญคุณศุภโชคไปชี้แจงในรายการต่างๆ มากมาย จากหลายช่อง ไม่ว่าจะเป็น bright tv, ช่อง 3, รายการยกทัพบรรเทาทุกข์ ช่องpptv, เจาะประเด็นข่าวเด่นช่อง 8,ช่องtrue4u, ช่อง 34 อมรินทร์ทีวี, รายการถามตรงๆกับจอมขวัญช่อง ช่องไทยรัฐทีวี โดยคุณศุภโชคได้เล่าว่า วันที่ 11 ก.พ. 60 เมื่อเวลา ประมาณสามทุ่มก่วาๆ ผม อ้อน น้องเป๊ะๆ (ภรรยาและลูกชายวัย 3 ขวบ) ออกไปทานข้าวกันตามปกติ ขากลับใกล้จะถึงบ้าน ช่วงสถานีรถไฟฟ้าสามแยกบางใหญ่ ก่อนขึ้นสะพานวนไป Big King บางใหญ่ ผมก็ขับมาปกติ เห็นรถข้างหน้าเบรคกดไฟขอทางส่งเป็นสัญลักษณ์ว่ารถมีการชะลอ ผมก็หยุดจอด และกดไฟขอทางส่งต่อไปให้รถข้างหลังได้ทราบ ภาพที่ผมจำได้คือ ผมมองกระจกมองหลัง […]

ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : เว็ปไซด์ theasianparent.com

การเริ่มต้นบทบาทคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักมาพร้อมกับคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของใช้ชิ้นเล็ก ๆ อย่างจุกหลอกที่หลายบ้านลังเลว่าจำเป็นต้องใช้หรือไม่ การเลือกใช้จุกหลอกอย่างถูกวิธีและปลอดภัยจะช่วยให้การเลี้ยงลูกราบรื่นขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าตัวน้อยอย่างมั่นใจ จุกหลอกคืออะไร ทำไมถึงเป็นตัวช่วยสำคัญของคุณแม่ จุกหลอก คืออุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเลียนแบบหัวนมแม่ ผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นอย่างยางหรือซิลิโคน เพื่อตอบสนองสัญชาตญาณการดูดตามธรรมชาติของทารก ซึ่งพฤติกรรมนี้มีมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การใช้จุกหลอกจึงเปรียบเสมือนตัวช่วยที่สร้างความรู้สึกอุ่นใจ ผ่อนคลาย และเป็นเครื่องมือในการเบี่ยงเบนความสนใจได้ดีเยี่ยมในยามที่เจ้าตัวน้อยร้องงอแง เจาะลึกข้อดีของจุกหลอก ที่ช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย การเลือกใช้จุกหลอกไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้ลูกหยุดร้องเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในด้านสรีรวิทยาและอารมณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้ ช่วยให้ลูกอารมณ์ดีและนอนหลับได้ยาวนานยิ่งขึ้น การดูดจุกหลอกช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ทำให้ทารกฝึกควบคุมอารมณ์และสงบลงได้ง่าย เมื่อลูกรู้สึกผ่อนคลายจะส่งผลให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลับสนิทได้นานขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนเพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้เติบโตสมวัยอย่างแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารกและป้องกันการดูดนิ้ว ผลการศึกษาพบว่าการใช้จุกหลอกขณะนอนหลับช่วยลดความเสี่ยงโรค SIDS หรือโรคไหลตายในทารกได้ เนื่องจากช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้ลูกดูดนิ้วมือ เพราะการฝึกให้เลิกใช้จุกหลอกนั้นทำได้ง่ายกว่าพฤติกรรมการติดดูดนิ้วที่จะส่งผลเสียต่อรูปฟันในระยะยาว ข้อควรระวังและวิธีใช้จุกหลอก เพื่อให้การใช้จุกหลอกเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ วิธีเลือกซื้อจุกหลอกคุณภาพสูงเพื่อสรีระของลูกรัก การเลือกจุกหลอกไม่ใช่แค่รุ่นไหนก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของวัสดุที่ต้องสัมผัสกับช่องปากของลูกโดยตรง เลือกขนาดที่เหมาะสมและวัสดุซิลิโคนระดับ Food Grade คุณแม่ควรเลือกจุกหลอกตามไซซ์ที่ระบุตามช่วงอายุ เพื่อให้เข้ากับรูปปากและเพดานเหงือกของลูก ที่สำคัญวัสดุต้องผลิตจากซิลิโคนระดับ Food Grade ที่มีความนุ่มนวล ยืดหยุ่นสูง และต้องปราศจากสาร BPA (BPA Free) […]

หลากหลายฟังก์ชั่น ช่วงอายุการใช้งานยาวนาน รองรับเด็กมีความสูง 76 ถึง 150 ซมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย I-size R 129 และการรับรองจากสภาบันชั้นนำ เบาะกว้าง นั่งสบาย นุ่มกว่าที่เคยสัมผัสรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐาน  ECE R44-04และการทดสอบจากสถาบันชั้นนำในยุโรป พกพาสะดวก ติดตั้งง่ายรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ECE R44-04 

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event