9 วิธีสนุกๆ ทายเพศลูกน้อยตามแบบโบราณ

หลังจากเห็นขีดสองขีดและรู้ว่ามีสมาชิกตัวน้อยกำลังเติบโตอยู่ในท้อง หนึ่งในคำถามที่คุณพ่อคุณแม่มักอดสงสัยไม่ได้ก็คือ “ลูกของเราจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนะ”

ถึงจะยังไม่ถึงวันที่คุณหมอนัดอัลตราซาวด์ หลายบ้านก็เริ่มชวนกันสังเกตทรงท้อง ดูอาการแพ้ท้อง หรือถามคุณยายว่ามีวิธีทายเพศลูกแบบโบราณอะไรให้ลองบ้าง บางวิธีฟังแล้วน่าเชื่อ บางวิธีก็น่ารักจนอยากลองทำเล่นกับคนในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม วิธีทั้งหมดในบทความนี้เป็นเพียงความเชื่อที่เล่าต่อกันมา ยังไม่สามารถใช้ยืนยันเพศของทารกได้ คุณแม่ลองเล่นได้เพื่อสร้างสีสันระหว่างตั้งครรภ์ แต่อย่าใช้ผลที่ได้แทนการตรวจหรือคำแนะนำจากแพทย์นะคะ

วิธีทายเพศลูกแบบโบราณเชื่อได้แค่ไหน

วิธีทายเพศลูกจากทรงท้อง อาหารที่อยากกิน ผิวพรรณ หรืออาการแพ้ท้อง ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์เพียงพอที่จะนำมาใช้ระบุเพศของทารกได้อย่างน่าเชื่อถือ หลายอาการเกิดจากฮอร์โมน ร่างกายของคุณแม่ ตำแหน่งของลูก และปัจจัยเฉพาะบุคคลมากกว่า

มองวิธีเหล่านี้เป็นกิจกรรมสนุก ๆ ระหว่างรอเจอลูกผ่านหน้าจออัลตราซาวด์จะเหมาะที่สุด ไม่ว่าผลทายจะออกมาเป็นลูกสาวหรือลูกชาย โอกาสทายถูกก็ยังใกล้เคียงกับการเดานั่นเอง

1. ทายเพศลูกจากอาหารที่คุณแม่อยากกิน

คนโบราณเชื่อว่า หากคุณแม่อยากกินของหวาน อาจได้ลูกสาว แต่ถ้าชอบของเค็ม ของคาว หรืออาหารรสจัด อาจได้ลูกชาย อย่างไรก็ตาม ความอยากอาหารระหว่างตั้งครรภ์เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและฮอร์โมน จึงใช้ทายเพศลูกได้เพียงสนุก ๆ เท่านั้น

2. ทายจากผิวพรรณของคุณแม่

มีความเชื่อว่า คุณแม่ที่ผิวเปล่งปลั่ง หน้าตาสดใส มักได้ลูกชาย ส่วนคุณแม่ที่เป็นสิวหรือผิวหมองอาจได้ลูกสาว แต่ความเปลี่ยนแปลงของผิวส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน การพักผ่อน และสภาพผิวของแต่ละคนมากกว่า

3. ทายเพศลูกจากความฝัน

บางบ้านเชื่อว่า การฝันเห็นดอกไม้ เครื่องประดับ หรือของสวยงามหมายถึงลูกสาว ส่วนการฝันเห็นพระ สัตว์ใหญ่ หรือของที่สื่อถึงความแข็งแรงหมายถึงลูกชาย ทั้งนี้คำทำนายอาจแตกต่างกันไปตามความเชื่อของแต่ละครอบครัว

4. ทายจากจำนวนเมล็ดข้าวสาร

วิธีนี้ให้คุณแม่หยิบข้าวสารขึ้นมาหนึ่งหยิบแล้วนับจำนวน หากเป็นเลขคู่ให้ทายว่าเป็นลูกสาว ส่วนเลขคี่ให้ทายว่าเป็นลูกชาย เป็นเกมง่าย ๆ ที่เหมาะสำหรับเล่นสนุกกับคนในครอบครัว

5. ทายเพศลูกจากลักษณะท้อง

คำพูดที่ได้ยินกันบ่อยคือ “ท้องแหลมได้ลูกชาย ท้องกลมได้ลูกสาว” แต่จริง ๆ แล้วรูปทรงของท้องขึ้นอยู่กับรูปร่างคุณแม่ กล้ามเนื้อหน้าท้อง อายุครรภ์ และตำแหน่งของทารก จึงไม่สามารถใช้บอกเพศลูกได้อย่างแม่นยำ

6. ทายจากการแกว่งแหวน

ให้นำแหวนร้อยกับด้ายแล้วถือเหนือฝ่ามือหรือหน้าท้อง หากแหวนหมุนเป็นวงกลมมักทายว่าได้ลูกสาว แต่ถ้าแกว่งไปมาเป็นเส้นตรงมักทายว่าได้ลูกชาย อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของแหวนอาจเกิดจากมือหรือกระแสลม จึงเป็นเพียงความเชื่อเท่านั้น

7. ทายจากอาการแพ้ท้อง

คนโบราณบางคนเชื่อว่า หากคุณแม่แพ้ท้องหนักอาจได้ลูกสาว ส่วนคนที่ไม่ค่อยแพ้ท้องอาจได้ลูกชาย แต่ความรุนแรงของอาการแพ้ท้องแตกต่างกันในแต่ละคนและไม่สามารถใช้ยืนยันเพศลูกได้

8. ทายจากสีของปัสสาวะ

มีความเชื่อว่า ปัสสาวะสีอ่อนอาจหมายถึงลูกชาย ส่วนสีเข้มหรือขุ่นอาจหมายถึงลูกสาว แต่สีของปัสสาวะมักเปลี่ยนตามปริมาณน้ำ อาหาร วิตามิน และสุขภาพของคุณแม่มากกว่า หากมีอาการแสบขัดหรือกลิ่นผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์

9. ทายจากอัตราการเต้นของหัวใจลูก

บางตำราเชื่อว่า หากหัวใจลูกเต้นเร็วกว่า 140 ครั้งต่อนาทีอาจเป็นลูกสาว แต่ถ้าต่ำกว่านั้นอาจเป็นลูกชาย อย่างไรก็ตาม อัตราการเต้นของหัวใจทารกเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุครรภ์และการเคลื่อนไหว จึงไม่ใช่วิธีทายเพศที่แม่นยำ

อย่างไรก็ตาม อัตราการเต้นของหัวใจทารกเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุครรภ์ การเคลื่อนไหว และช่วงเวลาที่ตรวจ จึงไม่ใช่วิธีระบุเพศที่น่าเชื่อถือ ผู้เชี่ยวชาญจาก Cleveland Clinic ระบุว่าอัตราการเต้นของหัวใจไม่สามารถใช้ทำนายเพศของทารกได้อย่างแม่นยำ คุณแม่ควรฟังคำอธิบายจากแพทย์เกี่ยวกับพัฒนาการและสุขภาพของลูกมากกว่านำตัวเลขไปเทียบกับคำทาย เพราะจุดประสงค์สำคัญของการฟังหัวใจทารกคือประเมินสุขภาพ ไม่ใช่ใช้เฉลยเพศ

แล้ววิธีดูเพศลูกทางการแพทย์มีอะไรบ้าง

เมื่อสนุกกับคำทายกันพอหอมปากหอมคอแล้ว หากต้องการทราบเพศลูกอย่างมีข้อมูลรองรับ ควรปรึกษาสูติแพทย์เกี่ยวกับวิธีที่เหมาะสมกับอายุครรภ์และสุขภาพของคุณแม่

การอัลตราซาวด์

โดยทั่วไป คุณพ่อคุณแม่อาจมีโอกาสเห็นอวัยวะเพศของลูกระหว่างการตรวจอัลตราซาวด์ช่วงกลางครรภ์ แต่จะมองเห็นหรือไม่ขึ้นอยู่กับท่าของทารก อายุครรภ์ เครื่องมือ และนโยบายของสถานพยาบาล NHS ระบุว่าอาจสอบถามเพศทารกได้ในช่วงการตรวจประมาณสัปดาห์ที่ 20 แต่ไม่สามารถรับประกันว่าจะเห็นได้ทุกครั้ง บางครั้งลูกอาจนอนหันหลัง ไขว่ห้าง หรืออยู่ในท่าที่มองไม่ชัด คุณพ่อคุณแม่จึงอาจต้องรอการตรวจครั้งต่อไป

การตรวจคัดกรองก่อนคลอดจากเลือด

การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมก่อนคลอดบางประเภทวิเคราะห์สารพันธุกรรมของทารกที่อยู่ในเลือดของคุณแม่ และอาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครโมโซมเพศได้ อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์หลักของการตรวจคือประเมินความเสี่ยงของความผิดปกติทางโครโมโซม ไม่ใช่ตรวจเพศเพื่อความสนุก

ผลการตรวจคัดกรองไม่ใช่ผลวินิจฉัย คุณแม่ควรรับคำอธิบายจากแพทย์เกี่ยวกับประโยชน์ ข้อจำกัด และความหมายของผลตรวจก่อนตัดสินใจ ACOG อธิบายว่าการตรวจคัดกรองจากเลือดและอัลตราซาวด์ใช้ประเมินความเสี่ยงของความผิดปกติบางประเภท แต่ไม่ใช่การยืนยันการวินิจฉัย

การตรวจวินิจฉัย เช่น เจาะน้ำคร่ำหรือเก็บชิ้นเนื้อรก

การตรวจเหล่านี้สามารถให้ข้อมูลด้านโครโมโซมได้ละเอียดกว่า แต่เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ควรทำเมื่อมีข้อบ่งชี้และผ่านการปรึกษาแพทย์ ไม่ควรเลือกทำเพียงเพราะต้องการรู้เพศลูก

ACOG ระบุว่าการตรวจวินิจฉัยใช้เซลล์จากทารกหรือรก ซึ่งเก็บผ่านการเจาะน้ำคร่ำหรือการตรวจชิ้นเนื้อรก เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครโมโซมบางประเภท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทายเพศลูก

ไม่สามารถสรุปได้ค่ะ ทรงท้องสัมพันธ์กับรูปร่าง กล้ามเนื้อหน้าท้อง ตำแหน่งลูก และจำนวนครั้งที่ตั้งครรภ์มากกว่าเพศของทารก

อาการแพ้ท้องหนักไม่ได้ใช้ยืนยันว่าลูกเป็นผู้หญิง ความรุนแรงของอาการแตกต่างกันในคุณแม่แต่ละคนและแต่ละครรภ์ หากอาเจียนจนกินหรือดื่มไม่ได้ ควรปรึกษาแพทย์

คำทายแตกต่างกันในแต่ละตำรา บางบ้านทายว่าเป็นลูกชาย บางบ้านทายว่าเป็นลูกสาว จึงถือเป็นความเชื่อเพื่อความสนุก ไม่ใช่วิธีระบุเพศลูก

ไม่จริงในแง่การวินิจฉัย อัตราการเต้นของหัวใจลูกเปลี่ยนได้ตามอายุครรภ์และการเคลื่อนไหว จึงไม่สามารถนำเกณฑ์ 140 ครั้งต่อนาทีมาใช้ฟันธงเพศได้

มักมีโอกาสมองเห็นระหว่างการอัลตราซาวด์ช่วงกลางครรภ์หรือประมาณสัปดาห์ที่ 20 แต่ขึ้นอยู่กับท่าของลูกและปัจจัยอื่น จึงอาจยังดูไม่เห็นในบางครั้ง

มีโอกาสคลาดเคลื่อนได้ โดยเฉพาะเมื่อตรวจเร็วเกินไป ลูกอยู่ในท่าที่มองเห็นไม่ชัด หรือภาพมีข้อจำกัด คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามแพทย์ว่าภาพที่เห็นมีความชัดเจนเพียงใด

การตรวจคัดกรองทางพันธุกรรมบางประเภทอาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครโมโซมเพศได้ แต่จุดประสงค์หลักคือคัดกรองความเสี่ยงทางโครโมโซม และผลคัดกรองไม่เท่ากับการวินิจฉัย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตรวจเสมอ

ไม่จำเป็นค่ะ บางครอบครัวอยากรู้เพื่อเตรียมชื่อและของใช้ ขณะที่บางครอบครัวเลือกเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์ สิ่งสำคัญกว่าคือการติดตามสุขภาพและพัฒนาการของลูกตามนัด

วิธีทายเพศลูกแบบโบราณเป็นความเชื่อที่ช่วยเพิ่มความสนุกและสร้างความทรงจำระหว่างตั้งครรภ์ได้ แต่ไม่ควรใช้แทนผลอัลตราซาวด์หรือการตรวจทางการแพทย์ หากคุณแม่มีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาสูติแพทย์โดยตรง และเมื่อรู้เพศลูกแล้ว ก็เริ่มค่อย ๆ เตรียมต้อนรับสมาชิกใหม่ได้ ตั้งแต่ดู Checklist ของใช้เด็กแรกเกิด, Checklist เตรียมคลอด, เลือก Car Seat สำหรับเด็กแรกเกิด ไปจนถึงการ เตรียมห้องนอนเด็กแรกเกิด ให้พร้อมสำหรับวันแรกที่ลูกกลับบ้าน

ไม่จำเป็นต้องเตรียมทุกอย่างพร้อมกัน ค่อย ๆ เลือกตามความจำเป็น พื้นที่ และไลฟ์สไตล์ของครอบครัว หากอยากเห็นสินค้าจริงหรือทดลองใช้งานก่อนตัดสินใจ สามารถแวะมาที่ BabyGift Showroom หรือเลือกชมและช้อปผ่าน BabyGift Online ได้ตามสะดวก พร้อมทีมงานที่ช่วยแนะนำของใช้ให้เหมาะกับแต่ละครอบครัวค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง  เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม !  นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ  ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ?  อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ  แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ?  สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น […]

เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าเจ้าตัวเล็กมักมาพร้อมกับความกังวลใจ โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อให้วันสำคัญราบรื่นที่สุด บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมทุกรายละเอียดสำคัญมาไว้ให้คุณแม่แล้ว เพื่อให้มั่นใจและพร้อมรับมือกับทุกสัญญาณเตือนจากร่างกายก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด และเอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิด การเตรียมเอกสารเตรียมคลอดให้พร้อมใส่กระเป๋าไว้ล่วงหน้าช่วยลดความฉุกละหุกได้มหาศาล โดยแบ่งเป็นส่วนที่ใช้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา และส่วนที่ใช้สำหรับการแจ้งเกิดเพื่อขอรับสูติบัตรให้กับลูกน้อย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความสำคัญเท่ากันและคุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารทุกฉบับให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดคลอด เอกสารส่วนตัวสำหรับติดต่อโรงพยาบาลที่ต้องพกติดตัว ส่วนแรกคือเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด เพื่อใช้ในการลงทะเบียนผู้ป่วยและประวัติทางการแพทย์ เอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมล่วงหน้า หลังจากลูกน้อยลืมตาดูโลก เอกสารเตรียมคลอดในส่วนของการแจ้งเกิดจะต้องถูกนำมาใช้ทันที กรณีแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านอื่น ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มบ้าง? หากต้องการแจ้งเกิดและย้ายชื่อลูกเข้าทะเบียนบ้านที่บิดามารดาไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ต้องใช้เอกสารเตรียมคลอดเพิ่มเติมดังนี้ เตรียมความพร้อมขั้นสุดกับ BabyGift ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องของใช้แม่และเด็ก นอกจากเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดแล้ว การมีตัวช่วยที่รู้จริงเรื่องสินค้าแม่และเด็กจะทำให้คุณแม่สบายใจขึ้นมาก ที่ BabyGift เราคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมคุณภาพสูงเพื่อเตรียมทำสต็อกน้ำนม หรืออุปกรณ์เดินทางที่ต้องใช้ในวันออกจากโรงพยาบาลอย่าง คาร์ซีทมาตรฐานโลก เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก สรุปการเตรียมตัวเพื่อวันสำคัญที่สมบูรณ์แบบ การเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และของใช้ให้พร้อมเป็นเสมือนการสร้างเกราะความมั่นใจให้กับคุณแม่ เมื่อเอกสารครบ ข้าวของพร้อม คุณแม่ก็สามารถทุ่มเทความสนใจไปที่การดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อรอพบหน้าเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่ BabyGift ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างพ่อแม่มือใหม่เสมอ พร้อมสนับสนุนทุกครอบครัวด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง หากสงสัยว่าควรเลือกเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูก เราพร้อมอยู่ข้างคุณเสมอ สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารเตรียมคลอด เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดควรเตรียมไว้ตอนกี่สัปดาห์? คุณแม่ควรเริ่มรวบรวมเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด ใส่แฟ้มหรือกระเป๋าเตรียมคลอดไว้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ 32-34 สัปดาห์ เพราะอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนจะช่วยลดความวุ่นวายได้ดีที่สุด […]

เลือกคาร์ซีทที่ปลอดภัยที่สุด จำเป็นต้องเลือกระบบ ติดตั้งคาร์ซีท ที่ดีที่สุดด้วย…จริงหรือ? คุณพ่อคุณแม่หลายคนเห็นแบบนี้แล้วคงสงสัยว่าจริงหรือว่า ติดตั้งคาร์ซีท ระบบการติดตั้งไม่เหมือนกัน ความปลอดภัยก็ไม่เหมือนกันด้วย มาทำความรู้จักกับระบบ ติดตั้งคาร์ซีท กันก่อนว่ามีกี่ระบบ และจะเลือกการติดตั้งอย่างไรให้เหมาะกับรถยนต์ที่คุณใช้ค่ะ ISOFIX คืออะไร? ISOFIX เป็นระบบ ติดตั้งคาร์ซีท แบบใหม่ที่ได้รับมาตรฐานจากสากล และมีใช้อยู่ทั่วโลกทั้งในเอเชียและยุโรป ซึ่งเป็นระบบ ติดตั้งคาร์ซีท สำหรับเด็กที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยได้อย่างมาก โดยไม่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยเพราะระบบ ติดตั้งคาร์ซีท แบบISOFIX นั้นเป็นการยึดติดคาร์ซีทด้วยตัวยึด ISOFIX ที่มีความแข็งแรง แน่นหนาตามมาตรฐานสากล และระบบ ISOFIX ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการ ติดตั้งคาร์ซีท ให้กับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย เนื่องจากปกติแล้วการ ติดตั้งคาร์ซีท จะมี 2 ระบบคือ (ที่เขียนรวมให้ย่อหน้านี้เพราะ ถ้าเผื่อพ่อแม่บางคนเป็นคนไม่ชอบอ่านก็จะอ่านตรงนี้แล้วรู้ว่า ISOFIX คืออะไรแล้วมันดียังไงนะคะ…^^) ISOFIX มีประโยชน์อย่างไร? ติดตั้งคาร์ซีท ด้วยระบบISOFIX ช่วยลดความผิดพลาด เรื่องการเสี่ยงต่อการ ติดตั้งคาร์ซีท ที่ผิดวิธี เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางท่านอาจสับสน และ ติดตั้งคาร์ซีท ผิดพลาด เช่น ดึงสายเข็มขัดนิรภัยไม่แน่นหนาพอ เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดอุบัตเหตุจริง จะทำให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ที่ใช้ ติดตั้งคาร์ซีท นั้นหลุดออก เป็นสาเหตุที่จะทำให้ลูกน้อยเกิดอันตรายได้ จากผลการทดลองเมื่อ ติดตั้งคาร์ซีท ด้วยระบบ ISOFIX จะมีความปลอดภัยมากกว่า เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตัวล็อกISOFIX ช่วยยึดติดกับโครงสร้างรถยนต์ได้มั่นคงกว่าจะไม่เกิดการคลาดเคลื่อนจากเบาะรถยนต์ ลดการกระทบกระเทือนกับลูกได้น้อยกว่า ระบบ ISOFIX ติดตั้งยังไง 1.มาตรวจสอบก่อนว่าที่รถของคุณสามารถ ติตดั้งคาร์ซีท ระบบISOFIX ได้หรือไม่ โดยการตรวจสอบตามในคลิปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ 2.เมื่อรู้แล้วว่ารถของคุณ ติดตั้งคาร์ซีท ระบบISOFIX ได้ งั้นก็ลองมาติตดั้งคาร์ซีทกันเลยค่ะ โดยทำตามคลิปวิธีการ ติดตั้งคาร์ซีท จากด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

เค้าว่ากันว่าท้องอ่อนเป็นช่วงที่เสี่ยงต่อการแท้งมากที่สุด เพราะฉะนั้นคุณแม่ส่วนใหญ่จึงกลัวที่จะออกกำลังกายมากโดยเฉพาะการวิ่ง อันที่จริงแล้ว การแท้งส่วนใหญ่นั้นจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ตอนที่มีอายุมาก โดยจะมีอัตราความเสี่ยงที่สูงกว่าคุณแม่ที่มีอายุน้อยค่ะ สาเหตุของการแท้งส่วนใหญ่มาจากความผิดปกติของทารกในครรภ์ หรือความผิดปกติของตัวคุณแม่เอง อย่างผู้ที่มีภาวะรกเกาะต่ำ หรือมีโรคประจำตัว นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีนมากเกินไป หรือแม้แต่การใช้สารเสพติดก็นำไปสู่การแท้งได้เช่นเดียวกัน ส่วนคุณแม่ที่เคยแท้งมาก่อนหน้านี้ ก็มีโอกาสแท้งซ้ำได้สูงมากเหมือนกันเลยล่ะค่ะ เอาล่ะ มาเข้าเรื่องของการออกกำลังกายกันดีกว่าค่ะ จากที่เล่าไปก่อนหน้านี้ การออกกำลังกายไม่ได้เป็นหนึ่งในสาเหตุของการแท้งที่สำคัญ ถ้าการออกกำลังกายนั้นไม่ใช่การออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงมากเกินไป เราลองมาดูกันค่ะว่าการออกกำลังกายที่เหมาะกับคุณแม่ท้องอ่อนนั้นได้แก่อะไรบ้าง 1. การเดิน การออกกำลังกายด้วยการเดินเป็นอะไรที่ง่ายที่สุดแล้วเนอะ แต่การเดินที่ถูกต้องนั้นควรจะเป็นการเดินที่ไม่เร็วจนเกินไป ไม่ลงน้ำหนักที่ส้นเท้ามากเกินไป และไม่เดินต่อเนื่องกันเป็นเวลานานมากเกินไปนะคะ นอกจากนี้ คุณแม่ยังควรที่จะต้องเดินในสถานที่ที่มีอากาศปลอดโปร่ง เพราะอากาศที่ปลอดโปร่งจะทำให้คุณแม่หายใจสะดวกขึ้น 2. โยคะ โยคะเป็นการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนท้องเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะโยคะนั้นเป็นการออกกำลังกายที่ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม หากคุณแม่เล่นท่าที่ถูกต้องและหายใจเข้าออกอย่างถูกวิธี นอกจากจะช่วยให้คุณแม่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายอีกด้วยค่ะ 3. ว่ายน้ำ การออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แนะนำมากๆ เลยค่ะ เพราะในการว่ายน้ำนั้น คุณแม่จะมีตัวช่วยพยุงเป็นน้ำนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ การว่ายน้ำยังเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณแม่ได้ใช้ร่างกายทุกส่วนอีกด้วยนะ 4. การเต้นแอโรบิก การเต้นแอโรบิกที่ไม่หักโหมมากเกินไปนั้นเป็นการออกกำลังกายที่เราแนะนำสำหรับคุณแม่ท้องอ่อนเลยค่ะ แต่คุณแม่ก็ควรจะเลือกจังหวะเพลงที่ไม่เร็วเกินไป และไม่ควรออกท่าที่มีการกระโดด หรือมีการกระทบกระเทือนด้วยนะคะ ประโยชน์ของการออกกำลังกาย คุณแม่ท่านไหนที่กำลังกลัวการออกกำลังกายอยู่ก็อย่าเพิ่งกลัวไปนะคะ เพราะการออกกำลังกายที่ถูกต้องนั้นมีประโยชน์กับคุณแม่มากๆ เลย […]

เรื่อง : สิริพร ความปลอดภัยของลูกน้อยในวัยเบบี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกค่ะ คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องใส่ใจและดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ เรื่องแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ก็ไม่ควรมองข้ามนะคะ อยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่มากันดูค่ะว่ามีเรื่องไหนที่เราเคยทำ แล้วเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กกันบ้าง มีถุงพลาสติก หรือลูกโป่งอยู่ใกล้ตัวเบบี้ ? อย่ามองข้ามถุงพลาสติกที่คุณแม่ใส่ของหิ้วเข้าบ้านนะคะ เพราะหากเอาของออกแล้ว ไม่ทันเก็บให้ดี เจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อาจเผลอหยิบเล่นเข้าปาก หรือครอบหัวจนหายใจไม่ออก ส่วนลูกโป่งหากแตก เศษลูกโป่งก็อาจกระเด็นเข้าตา หรือดีดใส่หน้าจนได้รับอันตรายได้ Safety for baby : เจ้า ตัวเล็กอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นอยากสำรวจสิ่งใกล้ตัว ฉะนั้นความสะอาด และความปลอดภัยของสิ่งของที่ลูกจะคว้าจับได้จึงสำคัญ คุณแม่จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น หากมีลูกโป่ง หรือของที่ลูกสามารถบีบแตกได้อยู่ในบริเวณที่ลูกคว้าจับได้ง่าย คุณแม่ต้องรีบเก็บให้ห่างจากมือลูกโดยเร็ว แต่หากลูกอยากเล่นของเล่นลูกกลม ๆ ก็ลองหาลูกบอลที่เป็นผ้านุ่มนิ่ม ที่ไม่อันตรายจะดีกว่าค่ คุณพ่อสูบบุหรี่ตอนเบบี้ไม่อยู่บ้าน ? ควันบุหรี่ที่ถูกพ่อออกมาเป็นสารพิษชนิดเดียวกันกับที่สูบเข้าไปค่ะ ถึงคุณพ่อจะสูบตอนที่ลูกเบบี้ไม่อยู่บ้าน หรือไม่อยู่บริเวณนั้นขณะสูบ สารพิษนี้ก็คงยังล่องลอยอยู่ในอากาศ ทำให้บรรยากาศและคนในบ้านแย่ตามไปด้วย  Safety for baby : หากอยากจะให้เจ้าตัวเล็กของเราห่างไกลจากควันบุหรี่ คุณพ่อไม่ควรสูบบุหรี่ที่บ้านเลยดีที่สุดค่ะ และพยายามจัดบรรยากาศทั้งในและนอกบ้านให้ปลอดโปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกอยู่ เสมอ เช่น มีการกำจัดฝุ่นตามโต๊ะ ตู้ พื้นห้องทุกวัน […]

หน้ากากอนามัย สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ด้วยแสง UV ทั้ง หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยN95 แต่จะต้องถูกฆ่าเชื้อโรคอย่างถูกวิธี ถึงจะสามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้อย่างปลอดภัย และหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคที่ติดอยู่ที่หน้ากากอนามัย เหล่านี้ได้นั้นก็คือ ใช้ แสง UV-C ในการฆ่าเชื้อ ก่อนนำกลับมาใช้งานซ้ำ เรามาดูกันว่าต้องมีวิธีการอย่างไรบ้าง ? หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยประเภทนี้ควรเปลี่ยนทุกวันหลังการใช้งาน และสามารถซักทำความสะอาดได้ปกติ ซักได้ทุกวัน โดยมีข้อแนะนำดังนี้ หลังจากตากเรียบร้อยแล้ว ก็นำ หน้ากากอนามัย มาเข้า ตู้อบแสง UV  เพื่อทำการฆ่าเชื้อโรคและไวรัสต่างๆ รวมถึงฆ่าเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ด้วย วิธีการง่ายๆคือ นำ หน้ากากอนามัย ใส่เข้าไปใน ตู้อบแสง UV อย่างน้อย 30 นาที โดยจะต้องวางหน้ากากให้แสง UV  สามารถฉายแสงทั้งด้านนอกและด้านใน หน้ากากอนามัยN95 สำหรับการนำ หน้ากากอนามัย N95 กลับมาใช้ซ้ำ เราจะแนะนำให้ใช้ ตู้อบแสง UV  เพียงอย่างเดียวในการฆ่าเชื้อ แต่ก็ยังมีหลายคนกังวลว่าหากนำมาฆ่าเชื้อโรคโดยใช้แสง UV แล้ว จะทำให้คุณสมบัติของ หน้ากากอนามัย ชนิดนี้จะลดลงไหม? […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event