รวมเช็กลิสต์สำคัญของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง

ของใช้เตรียมคลอด

หากคุณกำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายและกังวลว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนวันคลอด การรู้ว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเร่งรีบในนาทีสุดท้าย การมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดที่ครบถ้วนจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข

ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับทารก

การเตรียมของใช้สำหรับลูกน้อยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความสบายเป็นหลัก ทารกแรกเกิดมีผิวที่บอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ

  • เสื้อผ้าทารก แบบผูกเชือก หรือกระดุมหน้า ใส่ง่ายและไม่รบกวนศีรษะอ่อน ควรเตรียม 3-4 ชุด
  • ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ขนาด Newborn พร้อมผ้าเช็ดเปียกอ่อนโยนสำหรับทำความสะอาด
  • ผ้าห่อตัวเด็ก จากผ้าฝ้าย 100% ให้ความอบอุ่นและความปลอดภัยเหมือนอยู่ในครรภ์
  • ถุงมือและถุงเท้าเด็ก ป้องกันการข่วนและรักษาอุณหภูมิร่างกาย
  • คาร์ซีทสำหรับทารก ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย จำเป็นสำหรับการเดินทางกลับบ้าน

ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับคุณแม่

ของใช้เตรียมคลอด

คุณแม่ต้องเตรียมของใช้ที่จำเป็นทั้งระหว่างการคลอดและหลังคลอด เพื่อความสะดวกสบายในการฟื้นฟู

  • ชุดคลุมท้องและชุดให้นม ที่เปิดหน้าอกได้สะดวก สำหรับการให้นมลูกทันทีหลังคลอด
  • ผ้าอนามัยแบบหนาพิเศษ สำหรับหลังคลอด เนื่องจากจะมีประจำเดือนมากกว่าปกติ
  • แผ่นซับน้ำนมแบบใช้แล้วทิ้ง ป้องกันเสื้อผ้าเปื้อนจากน้ำนมที่อาจรั่ว
  • ชุดชั้นในให้นมพิเศษ ที่มีการพยุงดีและเปิดง่ายสำหรับการให้นม
  • ครีมบำรุงผิวและโลชั่น สำหรับดูแลผิวที่แห้งจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน
  • ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน หวี และผ้าขนหนู

ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับคุณพ่อ

คุณพ่อเป็นกำลังใจสำคัญและต้องเตรียมพร้อมอยู่เคียงข้างคุณแม่ตลอดการคลอด การเตรียมของใช้ที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณพ่อดูแลครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • เสื้อผ้าสำหรับค้างคืน ที่โรงพยาบาล 2-3 ชุด เนื่องจากอาจต้องอยู่หลายวัน
  • ผ้าปิดตาและหูฟัง เพื่อการพักผ่อนในโรงพยาบาลที่มีเสียงรบกวน
  • รองเท้าแตะและถุงเท้า สำหรับการเดินในโรงพยาบาลและรักษาความสะอาด
  • อุปกรณ์สื่อสาร โทรศัพท์ สายชาร์จ กล้องถ่ายรูป เพื่อติดต่อและเก็บภาพประทับใจ
  • เงินสดและบัตรเครดิต สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ระหว่างพักโรงพยาบาล
  • เอกสารส่วนตัว บัตรประชาชน ใบขับขี่ และเอกสารประกันต่าง ๆ

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนคลอด

เอกสารเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้สำหรับการเข้าโรงพยาบาลและการทำเนียบหลังคลอด อย่าลืมจัดเตรียมให้ครบถ้วน

  • สมุดฝากครรภ์และใบนัดแพทย์ ที่มีประวัติการตรวจครรภ์ครบถ้วน
  • สำเนาบัตรประชาชนพ่อ-แม่ อย่างละ 2 ฉบับ สำหรับการทำเนียบต่าง ๆ
  • สำเนาทะเบียนบ้านของพ่อและแม่ เพื่อกำหนดที่อยู่ทะเบียนของเด็ก
  • สำเนาทะเบียนสมรสของพ่อและแม่ (หากมี) สำหรับการจดทะเบียนเกิด
  • เอกสารประกันสุขภาพ บัตรประกันสังคม หรือประกันชีวิตของแม่
  • หนังสือแสดงสิทธิ์รักษา หากมีสิทธิ์พิเศษจากที่ทำงาน

ของใช้หลังคลอดสำหรับคุณแม่

ของใช้เตรียมคลอด

หลังการคลอดลูก คุณแม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษทั้งร่างกายและจิตใจ การเตรียมสินค้าแม่และเด็กที่เหมาะสมจะช่วยในการฟื้นฟู

  • เสื้อผ้าที่สะดวกต่อการให้นม มีผ้าคลุมไว้ใช้ในที่สาธารณะ
  • ผ้าอนามัยสำหรับหลังคลอดพิเศษ ที่ดูดซับได้ดีกว่าผ้าอนามัยทั่วไป
  • เครื่องปั๊มนมและอุปกรณ์เก็บนม ขวดนม จุกนม ถุงเก็บน้ำนมแช่แข็ง
  • กระดาษทิชชู่เปียกและแห้ง สำหรับทำความสะอาดและซับน้ำนมรั่ว
  • ครีมทาหัวนมและครีมลดรอยแตกลาย เพื่อการฟื้นฟูผิวหลังการคลอด
  • ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด ช่วยกระชับและพยุงหน้าท้องให้กลับสู่รูปเดิม

ของใช้หลังคลอดสำหรับทารก

ทารกแรกเกิดต้องการการดูแลที่ละเอียดอ่อน การมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดสำหรับลูกจะช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างราบรื่น

  • หมวกและเสื้อผ้าอบอุ่น เนื่องจากทารกยังควบคุมอุณหภูมิตัวเองไม่ได้
  • ผ้าอ้อมที่นุ่มและไม่ระคายเคือง พร้อมผ้าเช็ดเปียกสำหรับทำความสะอาด
  • จุกนมหลอกและของเล่นเขย่า เพื่อปลอบใจเมื่อลูกร้องไห้หรืออึดอัด
  • คาร์ซีทสำหรับเดินทางกลับบ้าน ต้องติดตั้งให้ถูกต้องก่อนออกจากโรงพยาบาล
  • สบู่และแชมพูเด็กสูตรอ่อนโยน ที่มีค่า pH เหมาะสมกับผิวทารก
  • โลชั่นบำรุงผิวเด็ก เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและป้องกันผิวแห้ง
  • ครีมทาผื่นผ้าอ้อม เพื่อป้องกันและรักษาการระคายเคืองบริเวณก้น

10 ไอเทม คุณแม่ห้ามพลาด จัดกระเป๋าเตรียมของไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง

การจัดกระเป๋าเตรียมคลอดคือภารกิจสำคัญที่คุณแม่ควรทำให้เสร็จก่อนอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ เพราะเราไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะอยากออกมาลืมตาดูโลกตอนไหน การมีสินค้าแม่และเด็กที่พร้อมใช้งานจะช่วยลดความวุ่นวายในวันจริงได้มาก และนี่คือ 10 ไอเทมลิสต์ที่ BabyGift คัดมาแล้วว่า “ต้องมี” 

1. ผ้าอ้อมเด็กแรกเกิด

ไอเทมอันดับหนึ่งที่ต้องเตรียม สำหรับเด็กแรกเกิดแนะนำให้เลือกแบบเทปที่มีเว้าตรงสะดือ เพื่อป้องกันการระคายเคืองในขณะที่สะดือของลูกยังไม่แห้งสนิท คุณแม่ควรเตรียมไปอย่างน้อย 1 แพ็คเล็กสำหรับใช้ที่โรงพยาบาล

2. ผ้าเช็ดตัวทารก

ควรเลือกผ้าเช็ดตัวที่ทำจากใยไผ่หรือคอตตอนเนื้อนุ่มพิเศษที่มีคุณสมบัติซับน้ำได้ดีและแห้งไว เพื่อสัมผัสที่อ่อนโยนต่อผิวหลังอาบน้ำ ป้องกันการเกิดผดผื่นจากการเสียดสีของเนื้อผ้า

3. ผ้าห่มทารก

ทารกแรกเกิดยังปรับอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดีนัก ผ้าห่มจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรเลือกแบบที่ไม่หนาจนเกินไป ระบายอากาศได้ดี แต่ให้ความอบอุ่นที่เพียงพอเพื่อป้องกันลูกน้อยเป็นหวัดจากแอร์ในโรงพยาบาล

4. ผ้าอ้อมเด็ก

ผ้าอ้อมผ้า เป็นไอเทมสารพัดประโยชน์ที่ใช้ทั้งเช็ดน้ำลาย รองบ่าเวลาอุ้มเรอ หรือแม้แต่ปูรองนอน แนะนำให้เตรียมผ้าอ้อมมัสลินเนื้อละเอียดไปหลาย ๆ ผืน เพราะจะได้ใช้งานตลอดทั้งวันแน่นอน

5. ผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิด

การห่อตัวจะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนยังอยู่ในครรภ์คุณแม่ ลดอาการสะดุ้งตกใจจากเสียงรอบข้าง ควรเลือกผ้าที่ยืดหยุ่นได้ดีเพื่อให้ลูกเคลื่อนไหวช่วงขาได้สะดวกและไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป

6. ทิชชู่เปียกเด็ก

ตัวช่วยทำความสะอาดเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมที่สะดวกที่สุด แต่คุณแม่ต้องเลือกสูตรที่เป็น Baby Wipe สำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ต้องไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอม เพื่อความปลอดภัยของผิวสัมผัสที่บอบบางที่สุด

7. แผ่นรองกันเปื้อน

ช่วยให้การเปลี่ยนผ้าอ้อมบนเตียงหรือในรถสะดวกขึ้นมาก ป้องกันการเลอะเทอะจากสิ่งขับถ่ายของเจ้าตัวเล็ก มีให้เลือกทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบซักได้ ซึ่งเป็นสินค้าแม่และเด็กที่ช่วยทุ่นแรงคุณแม่มือใหม่ได้ดีเยี่ยม

8. สำลีก้อน

ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดดวงตา ใบหู หรือเช็ดสะดือร่วมกับน้ำยาที่โรงพยาบาลจัดให้ ควรเลือกสำลีที่ผลิตจากฝ้ายบริสุทธิ์ 100% ผ่านการฆ่าเชื้อ และไม่มีเศษขนหลุดติดผิวลูก

9. สบู่อาบน้ำเด็ก

แนะนำให้เลือกสูตรอ่อนโยนที่มีค่า pH Balance ใกล้เคียงกับผิวเด็ก หากเป็นสูตร Organic ได้ยิ่งดี เพราะผิวเด็กแรกเกิดยังมีชั้นไขมันที่บางมาก สบู่ที่ดีจะไม่ทำลายความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวลูก

10. แชมพูเด็ก

ควรเลือกแชมพูสูตรที่ไม่ระคายเคืองดวงตา เพราะเวลาสระผมน้ำอาจจะกระเด็นเข้าตาลูกได้ แชมพูที่มีคุณภาพจะช่วยให้หนังศีรษะลูกสะอาดโดยไม่ทิ้งสารตกค้างและไม่ทำให้ลูกแสบตาจนร้องไห้งอแง

สรุปบทความ

การรู้ว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างและการมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดที่ครบถ้วนจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งของใช้และจิตใจจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นประสบการณ์ที่ดี BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยที่เข้าใจความต้องการของครอบครัวใหม่ เราให้คำปรึกษาด้วยใจจริง ไม่เร่งขาย เพราะเชื่อว่าการเตรียมตัวที่ดีคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาร์ซีท

หลัก ๆ คือชุดใส่กลับบ้านของแม่และลูก ผ้าห่อตัว ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสูตรแรกเกิด ทิชชู่เปียก และที่ขาดไม่ได้คือ คาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางกลับบ้านอย่างถูกกฎหมาย

แนะนำให้เตรียมไปประมาณ 3-5 ชุด เน้นเสื้อแบบผูกหน้าและผ้าห่อตัวที่สวมใส่ง่าย เพราะช่วงแรกเกิดลูกอาจทำเลอะเทอะจากการขับถ่ายหรือสำลักนมได้บ่อยครั้ง

อย่าลืมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และสมุดฝากครรภ์ รวมถึงของใช้ส่วนตัวอย่างผ้าอนามัยแบบยาวพิเศษ ชุดใส่สบายหลังคลอด และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อฟื้นฟูร่างกาย

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

สวัสดีค่ะ ^_^  อุปกรณ์คู่ใจของแม่ ๆ สุดสตรองทุกท่านก็คงหนีไม่พ้น “รถเข็นเด็ก” จริงไหมคะ..? ส่วนตัวมดเอง ลองใช้รถเข็นมาหลายยี่ห้อ แต่ตอนนี้บ้านเรากำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกันหลายวัน รถเข็นคันเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์เรื่องการพกพาอีกต่อไปแล้ว เพราะแค่ของใช้ก็เต็มรถแล้วค่ะ เราจึงมีโจทย์ในการหารถเข็นคันใหม่ว่า ต้องมีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย และแน่นอนว่าต้องเป็นแบรนด์ดังที่แม่ ๆ ไว้ใจ เหมือนสวรรค์มีตา 555 เพราะไม่กี่วันต่อมา เราก็ไปเจอใน IG คุณโอปอล์ว่า เพิ่งถอยรถเข็นใหม่ให้น้องอลิน อลันเหมือนกัน แถมยังเชียร์ว่ามันเบา ใช้งานสะดวกมากกก คุณแม่ขาช็อปอย่างเราก็ไม่รอช้าค่ะ ไปซื้อตามด่วน ๆ คุณโอปอล์ซื้อรถเข็นจากร้าน BABYGIFT ค่ะ มดเองไม่มีเวลาไปที่ร้าน เลยสั่งซื้อออนไลน์ กดสั่งปุ๊บ รอไม่นานก็มีน้องเสียงสวยโทรมานัดวันจัดส่งทันที 2 วันก็ได้ของค่ะ สะดวกมากก แล้วเราก็ได้รถเข็นที่ตอบโจทย์การใช้งานมา 1 คัน และนี่คือ “Aprica Magical Air Plus Highseat” รุ่นนี้มีจุดเด่นตรงที่ เล็ก และน้ำหนักเบา ที่สุด  ตัวนี้เค้าแนะนำสำหรับเด็กไม่เกิน 15 โล แต่ลูกบ้านนี้หนัก 16 โลก็ยังนั่งสบาย ๆ เลยค่ะ ราคาอยู่ที่ 10,335 บาท อย่างที่ทราบกันดีว่า “ถ้ารถเข็นต้อง Aprica”  ดังนั้นเค้าจึงมีความพิเศษค่ะรุ่นนี้น้ำหนักเบาเพียง 3.3 kg ถือมือเดียวได้สบาย ๆ และที่นั่งเป็นแบบ High Seat สูงจากพื้นดิน 52 cm. ซึ่งจะทำให้ฝุ่นละอองและความร้อนจากพื้นนั้นห่างจากลูกยิ่งขึ้น แถมยังสามารถพับเก็บได้แบบ One Step และล้อทั้ง 4 ก็จะติดกับพื้น ลากได้สบาย ๆ […]

เตรียมตัวรับมือให้พร้อมกับการเป็นคุณแม่อย่างเต็มตัว กับ 14 วิธีรับมือลูกแรกเกิด ขอบคุณบทความดีๆ จาก คุณหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

ท้องมาสามเดือนแต่ยังไม่เห็นรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ท้องก็ยังไม่ใหญ่ ลูกก็ยังไม่ดิ้น แถมขึ้นบีทีเอสก็ยังไม่มีคนลุกให้นั่งอีกต่างหาก ถ้าคุณแม่กำลังคิดแบบนี้อยู่ ก็ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจเข้าสู่เดือนที่สี่ ห้าและหกให้ดีๆ เลยจ้า บอกก่อนเลยว่าช่วงไตรมาสนี้ นอกจากอารมณ์คุณแม่ๆ จะแปรปรวนเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงแล้ว เจ้าร่างกายก็น้อยหน้าซะที่ไหน เผลอๆ แปรปรวนหนักกว่าอารมณ์ซะอีก เราลองไปดูกันดีกว่า ว่าช่วงนี้คุณแม่จะต้องเจอกับอะไรบ้าง ลูกได้ดูดนมไปสักพัก หัวนมคุณแม่ก็จะกลับมาเป็นสีชมพูเหมือนเดิม ช่วงก่อนคลอดนี่ร่างกายก็จะเตรียมพร้อมเพื่อลูกน้อย ท่อน้ำนมขยาย ลานนมกว้างขึ้น บางทีอาจจะเห็นน้ำใสๆ ไหลออกมาจากเต้า แต่อย่าได้ไปบีบหัวนมเลยเชียว เพราะอาจจะทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ ในช่วงไตรมาสนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นเลยอาจจะทำให้เคลื่อนไหวช้าลงนิดหน่อย ช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะต้องการพลังงานแค่ประมาณ 2,200 กิโลแคลอรีเท่านั้น คุณแม่บางคนอาจจะคิดว่าทานสำหรับสองคน ต้องเอาแคลมาบวกกันรึเปล่า…ไม่ต้องนะ เดี๋ยวน้ำหนักคุณแม่จะพุ่งทะลุเป้าเกินไปซะก่อน เราขอเน้นให้คุณแม่เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่นพวกผักใบเขียว ปลาที่มีโอเมกา 3 โปรตีนจากไก่ อะไรพวกนี้ดีกว่า ส่วนพวกอาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายก็ควรจะงดไปก่อนเนอะ เพราะไขมันเยอะมากกกก แถมของทอดๆ ยังอาจจะทำให้คุณแม่รู้สึกคลื่นไส้อีกต่างหาก สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมทานยาบำรุงที่คุณหมอให้มา โดยเฉพาะแคลเซียม เพราะลูกจะแย่งแคลเซียมจากเราไปเยอะมากๆ เพราะงั้นควรจะทานเสริมเข้าไปให้ได้อย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวันนะคะ

เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าเจ้าตัวเล็กมักมาพร้อมกับความกังวลใจ โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อให้วันสำคัญราบรื่นที่สุด บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมทุกรายละเอียดสำคัญมาไว้ให้คุณแม่แล้ว เพื่อให้มั่นใจและพร้อมรับมือกับทุกสัญญาณเตือนจากร่างกายก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด และเอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิด การเตรียมเอกสารเตรียมคลอดให้พร้อมใส่กระเป๋าไว้ล่วงหน้าช่วยลดความฉุกละหุกได้มหาศาล โดยแบ่งเป็นส่วนที่ใช้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา และส่วนที่ใช้สำหรับการแจ้งเกิดเพื่อขอรับสูติบัตรให้กับลูกน้อย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความสำคัญเท่ากันและคุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารทุกฉบับให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดคลอด เอกสารส่วนตัวสำหรับติดต่อโรงพยาบาลที่ต้องพกติดตัว ส่วนแรกคือเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด เพื่อใช้ในการลงทะเบียนผู้ป่วยและประวัติทางการแพทย์ เอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมล่วงหน้า หลังจากลูกน้อยลืมตาดูโลก เอกสารเตรียมคลอดในส่วนของการแจ้งเกิดจะต้องถูกนำมาใช้ทันที กรณีแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านอื่น ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มบ้าง? หากต้องการแจ้งเกิดและย้ายชื่อลูกเข้าทะเบียนบ้านที่บิดามารดาไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ต้องใช้เอกสารเตรียมคลอดเพิ่มเติมดังนี้ เตรียมความพร้อมขั้นสุดกับ BabyGift ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องของใช้แม่และเด็ก นอกจากเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดแล้ว การมีตัวช่วยที่รู้จริงเรื่องสินค้าแม่และเด็กจะทำให้คุณแม่สบายใจขึ้นมาก ที่ BabyGift เราคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมคุณภาพสูงเพื่อเตรียมทำสต็อกน้ำนม หรืออุปกรณ์เดินทางที่ต้องใช้ในวันออกจากโรงพยาบาลอย่าง คาร์ซีทมาตรฐานโลก เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก สรุปการเตรียมตัวเพื่อวันสำคัญที่สมบูรณ์แบบ การเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และของใช้ให้พร้อมเป็นเสมือนการสร้างเกราะความมั่นใจให้กับคุณแม่ เมื่อเอกสารครบ ข้าวของพร้อม คุณแม่ก็สามารถทุ่มเทความสนใจไปที่การดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อรอพบหน้าเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่ BabyGift ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างพ่อแม่มือใหม่เสมอ พร้อมสนับสนุนทุกครอบครัวด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง หากสงสัยว่าควรเลือกเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูก เราพร้อมอยู่ข้างคุณเสมอ สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารเตรียมคลอด เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดควรเตรียมไว้ตอนกี่สัปดาห์? คุณแม่ควรเริ่มรวบรวมเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด ใส่แฟ้มหรือกระเป๋าเตรียมคลอดไว้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ 32-34 สัปดาห์ เพราะอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนจะช่วยลดความวุ่นวายได้ดีที่สุด […]

เมื่อรู้ว่าตัวเองก้าวเข้าสู่สถานะคุณแม่ตั้งครรภ์เต็มตัวแล้ว สิ่งแรกที่บรรดาแม่ๆ ทั้งหลายแอบกังวลอยู่ไม่น้อย คงจะหนีไม่พ้นเรื่องอาหารการกิน ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากที่สุด เพราะจากประสบการณ์ตรงของการเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์แล้ว บรรดาเพื่อนสนิท คนใกล้ชิด มักจะวนเวียนมาถามว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรกินอะไร หรือสามารถกินอะไรได้บ้าง ยิ่งถ้าไม่มีอาการแพ้ท้อง ถือว่าโชคดีสองชั้น อยากกินทุกอย่างที่ขวางหน้าแน่นอน หรือแพ้ท้องแล้วก็ดันอยากจะกินอาหารที่ไม่ควรกินอีก เพราะโน้นก็อร่อย นี่ก็ของชอบ ไม่รู้ว่ากินเข้าไปแล้วจะมีผลกระทบต่อเจ้าตัวน้อยในครรภ์รึเปล่า วันนี้คุณแม่เลยอยากจะแนะนำอาหารคุณแม่ตั้งครรภ์ท้องใหม่ไม่ควรรับประทานให้ฟังว่า 1. อาหารที่มีรสจัดคุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดมากๆ เพราะระบบย่อยอาหารจะผิดปกติไปจากเดิม การกินอาหารรสจัดๆ ไม่ว่าจะเผ็ดจัด เค็มจัด หวานจัด เปรี้ยวจัด จะทำให้มีโอกาสปวดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ นำไปสู่อาหารเป็นพิษได้ง่าย 2. อาหารที่ก่อโรคไหลย้อนในช่วงตั้งครรภ์ โอกาสที่คุณแม่จะเป็นโรคกรดไหลย้อนเกิดขึ้นได้ง่าย ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนโดยเฉพาะ อาหารทอด, อาหารจำพวกแป้งที่ต้องอุ่นซ้ำ, อาหารที่มีรสจัด, ชา, กาแฟ, น้ำอัดลม, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ชีส รวมถึงยาบางชนิด เช่น ยาขยายหลอดลม เป็นต้น 3. อาหารที่กินแล้วท้องผูกต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า อาการท้องผูกกลายเป็นของคู่กันของคุณแม่ตั้งครรภ์ไปแล้ว ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดริดสีดวงทวารได้ง่าย คุณแม่จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยาก หรือลดปริมาณการกินให้น้อยลง แล้วหันมารับประทานอาหารที่มีกากใยสูง อย่างผักและผลไม้แทน […]

การนอนกรนของแม่ท้อง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ เช่น ท้องโตขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย การสูบฉีดเลือด ระบบไหลเวียนของเลือด รวมทั้งการเต้นของหัวใจ ซึ่งการสูบฉีดไหลเวียนเลือดที่มากขึ้น จะไปกระตุ้นเส้นเลือดในโพรงจมูก ทำให้มีภาวะบวมน้ำส่งผลให้เวลานอน จะรู้สึกหายใจไม่สะดวก และเกิดเสียงกรนนั่นเอง ประกอบกับลักษณะการนอนของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น ช่วง 3 เดือนแรก ของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะนอนมากกว่าปกติ แต่ประสิทธิภาพ การนอนลดลง ช่วงหลับลึกและหลับฝันน้อยลง ทำให้ง่วงบ่อยและงีบในตอนกลางวัน ต่อมาช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน คุณแม่จึงจะเริ่มนอนเหมือนปกติ แต่ประสิทธิภาพการนอนจะยังไม่เหมือนเดิม ทำให้คุณแม่รู้สึกเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม พอเข้า 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด อายุครรภ์ 6-9 เดือน คุณแม่จะนอนสั้นลง ประสิทธิภาพการนอนยิ่งแย่ลงไปอีกด้วย เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ และเป็นช่วงที่คุณแม่นอนกรนมากขึ้น ทั้งนอนกรนผิดปกติ หรือภาวะหยุดหัวใจขณะหลับก็จะเกิดขึ้นในช่วงใกล้คลอดนี้ด้วย แม้โอกาสเกิดขึ้นจะมีน้อยก็ตาม 6 ปัจจัยเสี่ยงภาวะหยุดหายใจเพิ่ม หากคุณแม่เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง ต้องติดตามและเฝ้าสังเกตอาการตัวเอง เพื่อป้องกันและรักษาต่อไป โดยกลุ่มเสี่ยงมีปัจจัยดังนี้ ขอบคุณข้อมูลสัมภาษณ์จาก : พ.อ.(พ).ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์  ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชักและการนอนหลับผิดปกติ โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event