เตรียมห้องนอนเด็กอ่อนอย่างไร? รวมสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ก่อนลูกน้อยมาถึง

หลายครอบครัวเริ่มใช้ช่วงเวลาระหว่างตั้งครรภ์ในการเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นการเลือกชื่อ เลือกโรงพยาบาล หรือจัดห้องสำหรับสมาชิกตัวน้อยที่กำลังจะเข้ามาเติมเต็มความอบอุ่นให้กับบ้าน

แต่เมื่อเริ่มหาข้อมูลจริง ๆ คุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยกลับพบว่ามีของใช้เด็กมากมายจนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อน

ห้องนอนเด็กจำเป็นต้องมีอะไรบ้าง? ต้องซื้อทุกอย่างก่อนคลอดหรือไม่? และจะจัดอย่างไรให้ปลอดภัยกับลูกน้อยที่สุด?

บทความนี้จะช่วยให้การเตรียมห้องนอนเด็กอ่อนเป็นเรื่องง่ายขึ้น พร้อมไอเดียการเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งานจริงของแต่ละครอบครัว

ห้องนอนเด็กอ่อนที่ดี ไม่จำเป็นต้องใหญ่ แต่ควรตอบโจทย์การใช้งาน

สิ่งสำคัญที่สุดของห้องนอนเด็กแรกเกิด ไม่ใช่การตกแต่งที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือปลอดภัย สะดวกต่อการดูแล ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ใช้งานได้จริงในทุกวัน โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรก ที่เด็กใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน กินนม และเปลี่ยนผ้าอ้อม

3 พื้นที่สำคัญที่ควรมีในห้องนอนเด็ก

พื้นที่สำหรับนอน

มุมที่สำคัญที่สุดในห้องเด็ก คือพื้นที่นอน ควรเลือกเตียงหรือเปลที่แข็งแรง มั่นคง และเหมาะกับการใช้งานของครอบครัว สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงคือ หมอนหลายใบ ตุ๊กตาขนาดใหญ่ ผ้าห่มหนาเกินไป เพื่อลดความเสี่ยงจากการกีดขวางทางเดินหายใจ

พื้นที่ให้นม

ไม่ว่าจะให้นมแม่หรือนมผง มุมให้นมควรอยู่ใกล้พื้นที่นอนของลูก เพื่อช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลลูกได้สะดวก โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนที่ต้องตื่นให้นมหลายครั้ง

พื้นที่เปลี่ยนผ้าอ้อม

ควรมีพื้นที่จัดเก็บของใช้ที่จำเป็น เช่น ผ้าอ้อม เสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเด็ก เพื่อให้หยิบใช้งานได้สะดวกในทุกวัน

5 เรื่องความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม

แม้ห้องจะตกแต่งสวยแค่ไหน แต่ความปลอดภัยควรมาก่อนเสมอ

1. หลีกเลี่ยงของชิ้นเล็กในบริเวณที่เด็กเอื้อมถึง

2. ไม่วางหมอนหรือตุ๊กตาจำนวนมากในเตียง

3. เก็บสายไฟและปลั๊กไฟให้เรียบร้อย

4. เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มั่นคง แข็งแรง

5. ดูแลให้อากาศภายในห้องถ่ายเทได้ดี

ถ้าต้องเริ่มซื้อของก่อนคลอด ควรเริ่มจากอะไร?

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ อาจไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่างในครั้งเดียว แนะนำให้เริ่มจากอุปกรณ์ที่ใช้งานทุกวันก่อน

สิ่งที่ควรมีตั้งแต่แรก

  • เตียงหรือเปลนอน
  • ที่นอนเด็ก
  • อุปกรณ์ให้นม
  • พื้นที่เก็บของใช้จำเป็น

จากนั้นค่อยเลือกอุปกรณ์เสริมตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัว

นอกจากเตียงหรือพื้นที่นอนแล้ว การเตรียมอุปกรณ์ที่ช่วยให้การดูแลลูกในชีวิตประจำวันสะดวกขึ้น ก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะในช่วงแรกเกิด การให้นม เปลี่ยนผ้าอ้อม และจัดเก็บของใช้ต่าง ๆ จะกลายเป็นกิจวัตรที่ต้องทำซ้ำหลายครั้งในแต่ละวัน การมีตัวช่วยที่เหมาะสมจะช่วยให้การดูแลลูกง่ายขึ้นและประหยัดเวลาได้มาก

ตัวช่วยที่ช่วยให้การดูแลลูกในห้องนอนง่ายขึ้น

เปลไกวไฟฟ้า Sleep & Play Auto Swing 4D Breath – PRINCE & PRINCESS

เปลไกวไฟฟ้าที่ช่วยสร้างบรรยากาศการพักผ่อนที่สบายสำหรับลูกน้อย

  • ระบบไกวอัตโนมัติ
  • ช่วยกล่อมลูกให้ผ่อนคลาย
  • เหมาะสำหรับใช้งานในช่วงกลางวัน

ตัวช่วยสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการแบ่งเบาภาระการอุ้มกล่อม

เบาะนอนทารก Baby Crown Nest 4D Breath – PRINCE & PRINCESS

ที่นอนเด็กออกแบบเพื่อรองรับการนอนพักผ่อนของลูกน้อยในช่วงแรกเกิด

  • พื้นผิวรองรับสรีระเด็กอย่างเหมาะสม
  • ช่วยให้ลูกนอนสบายตลอดวัน
  • เหมาะสำหรับใช้งานร่วมกับเตียงเด็กและเปลนอน

เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยสร้างพื้นที่พักผ่อนที่ปลอดภัยและสบายสำหรับลูกน้อย

เบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม EazySof Pad – PRINCE & PRINCESS

เบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมที่ช่วยให้การดูแลลูกในแต่ละวันสะดวกขึ้น

  • รองรับการเปลี่ยนผ้าอ้อมและแต่งตัวลูก
  • ทำความสะอาดง่าย
  • ช่วยจัดพื้นที่ดูแลลูกให้เป็นสัดส่วน

เหมาะสำหรับวางบนโต๊ะเปลี่ยนผ้าอ้อมหรือมุมดูแลลูกภายในห้องนอน

เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS

เครื่องอุ่นนมที่ช่วยให้การเตรียมนมในแต่ละมื้อสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น

  • อุ่นนมและอาหารเด็กได้ง่าย
  • ช่วยประหยัดเวลา โดยเฉพาะช่วงกลางคืน
  • ใช้งานสะดวกสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่

ตัวช่วยที่หลายครอบครัวเลือกใช้ในช่วงที่ต้องให้นมลูกหลายครั้งต่อวัน

IDAWIN ตู้ลิ้นชักเด็ก รุ่น Zoom Premium สีขาว

ตู้เสื้อผ้าเด็กสำหรับจัดเก็บของใช้จำเป็นให้เป็นระเบียบ

  • จัดเก็บเสื้อผ้า ผ้าอ้อม และอุปกรณ์เด็กได้อย่างเป็นสัดส่วน
  • ช่วยให้หยิบใช้งานได้สะดวก
  • ดีไซน์เรียบง่าย เข้ากับห้องเด็กหลากหลายสไตล์

ช่วยให้ห้องนอนของลูกเป็นระเบียบ และพร้อมใช้งานในทุกวัน

ห้องนอนที่ดี เริ่มจากการเข้าใจการใช้ชีวิตของครอบครัว

ไม่มีห้องนอนเด็กแบบไหนที่ดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน บางครอบครัวมีพื้นที่จำกัด บางครอบครัวต้องการให้ลูกนอนใกล้พ่อแม่ หรือบางบ้านอาจต้องการพื้นที่ที่ปรับเปลี่ยนได้เมื่อเด็กโตขึ้น

การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับการใช้งานจริง จะช่วยให้การดูแลลูกในทุกวันสะดวกขึ้น และช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นสำหรับทุกคนในครอบครัว

สรุป

การเตรียมห้องนอนเด็กอ่อน ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการซื้อของให้ครบทุกชิ้น แต่ควรเริ่มจากการวางแผนพื้นที่ให้ปลอดภัย สะดวก และเหมาะกับการใช้ชีวิตของครอบครัว

เมื่อเลือกอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นเตียงเด็ก เตียง Co-Sleeping หรือเปลไกว ก็จะช่วยให้ทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกน้อยใช้เวลาร่วมกันได้อย่างมีความสุขตั้งแต่วันแรกที่กลับบ้าน

หากกำลังเตรียมห้องสำหรับสมาชิกตัวน้อย สามารถเข้ามาชมและทดลองสินค้าได้ที่ BabyGift ทุกสาขา หรือเลือกช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรับคำแนะนำจากทีมงานที่พร้อมช่วยคุณพ่อคุณแม่เลือกสิ่งที่เหมาะกับครอบครัวมากที่สุด

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การให้ลูกน้อยทารกนอนเปล เพื่อช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับง่าย และนอนหลับนาน ถือเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมาอย่างยาวนานในบ้านเรา  ซึ่งสมัยก่อนพ่อแม่ปู่ย่าก็ใช้เปลญวน เปลผ้าขาวม้า ผูกให้ลูกแล้วไกวนอน จนปัจจุบันการใช้เปลไกว ได้พัฒนาออกมามากมายหลายระบบ ทั้งระบบที่ต้องใช้แรงคนไกวหรือไกวมือ เปลไกวไฟฟ้า แบบมีล้อเคลื่อนที่ได้ เปลลูกกรงตั้งอยู่กับที่ และเปลไกวอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งเวลาและระดับการไกวได้อย่างแสนสะดวก แต่ก็เพราะการมีเปลไกวหลายระบบ หลายแบบให้คุณแม่เลือกในยุคนี้ ทำให้มีคำถามว่าควรจะเลือกเปลไกวแบบไหน แถมยังมีทั้งแบบที่ไกวไปด้านหน้า-หลัง และไกวแบบด้านข้างซ้าย-ขวา  จึงอยากจะรู้ว่าสองแบบนี้แตกต่างกันแค่ไหน อย่างไรบ้าง ?  เราลองมาอ่านข้อมูลกันค่ะ ให้ลูกนอนเปลดีไหมนะ? ดีแน่ค่ะ…การให้ลูกเล็กนอนเปลมีข้อดีมากมาย เพราะมีข้อมูลบอกไว้ว่าการแกว่งของเปล จะทำให้ลูกน้อยเบบี๋รู้สึกสบาย อบอุ่นและผ่อนคลาย คล้ายกับตอนที่ลูกยังอยู่ในครรภ์คุณแม่  เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ช่วยให้คุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกน้อยนอนหลับ โดยที่คุณแม่ไม่ต้องอุ้มกล่อมลูกน้อยนานๆ ให้เมื่อยแขนหรือเดินจนเมื่อยขา  ช่วยทำให้ลูกนอนง่าย นอนหลับได้ยาวนาน  ลดอาการงอแงและไม่ทำให้ลูกน้อยเครียด  นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่บอกว่า การให้ลูกนอนเปลไว สามารถช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกน้อยได้ อาทิ ส่วนข้อเสียน่าจะมีเพียงแค่ลูกอาจจะติดการนอนเปล แต่ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยากหากคุณแม่มีเปลไกวที่เคลื่อนย้ายหรือพับเก็บได้  หรือบางท่านคิดว่าการให้ลูกนอนเปลจะทำให้ลูกหัวแบนอันนี้ก็แก้ได้ ด้วยการเมื่อลูกหลับอาจจะขยับเปลี่ยนท่านอนเป็นตะแคงข้าง และส่วนใหญ่การให้ลูกนอนเปลมักจะอยู่ในช่วงที่ลูกอายุไม่เกิน 5-6 เดือนเท่านั้น เพราะพอลูกโตขึ้น ก็มักจะพลิกคว่ำหงายและปีนป่ายเปล จนเป็นอันตรายได้ เลือกเปลต้องดูให้ละเอียดทุกด้าน การเลือกเปลให้ลูกน้อยคุณแม่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด ทั้งด้านวัสดุที่ใช้ การออกแบบมาให้เหมาะสมกับสรีระเด็ก และการแกว่งไกวที่ปลอดภัย […]

เกิดมาเป็นคุณแม่ยุค New Normal แม้ชื่อจะดูเท่ แต่มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากนิดๆ เพราะต้องใช้ชีวิตแบบอุปกรณ์เยอะ ไหนจะหน้ากาก ไหนจะเจลแอลกอฮอล์ แถมพิธีรีตองเยอะกว่าเดิม และโลกที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นแบบนี้ ใช่ว่าเราจะเดินเข้าออกจากบ้านได้อย่างสบายใจเสียเมื่อไหร่ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าคุณแม่ที่มีลูกน้อยในยุค New Normal แบบนี้จะต้องทำอะไรบ้างก่อนออกจากบ้าน และทำอะไรบ้างเมื่อกลับมา 4 ข้อควรทำก่อนก้าวเท้าออกจากบ้าน 1.เช็คอัพเดทติดตามยอดผู้ป่วยกันซักนิด ถึงแม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์จะดูเบาลง แต่ก็ไม่ควรละเลยน้า ตอนนี้มีช่องทางมากมายให้คุณแม่ได้เช็คข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นข่าวสดจากทางโทรทัศน์ ที่คอยรายงานข่าวเกี่ยวกับยอดผู้ป่วยและสถานการณ์ COVID ในแต่ละวันอยู่ตลอด หรือจะเป็น Social Media ต่างๆ ที่สรุปข่าวมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน การติดตามสื่อเหล่านี้จะช่วยให้เราอัพเดทเรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับเจ้าโรคร้ายเป็นประจำ แถมยังทำให้เราทราบถึงพื้นที่ที่กำลังระบาด จะได้หลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าคุณแม่ชื่นชอบที่จะติดตามข่าวสารจากทาง Social Media มากกว่าช่องทางอื่น คุณแม่อย่าลืมกรองข่าวให้ดี เพราะอย่าลืมว่า Social Media เป็นแหล่งรวมของข่าวลวงอันดับหนึ่งเลยนะ 2. พกหน้ากากให้เป็นนิสัย  ก่อนหน้านี้ เวลาจะออกจากบ้านเราก็มักจะส่องกระจกดูว่าแต่งตัวแต่งหน้าเรียบร้อยรึยัง แต่ตอนนี้ ก่อนออกจากบ้าน คุณแม่จะต้องส่องกระจกเพื่อเช็คดูว่าใส่หน้ากากพร้อมลุยแล้วหรือยังแทน คุณแม่ควรจะมีหน้ากากอย่าน้อยสองอันพกติดตัวไว้ เผื่อทำหายระหว่างทาง แล้วก็นอกจากจะเช็คหน้ากากของตัวเองแล้ว ก็อย่าลืมดูของลูกน้อยด้วยล่ะ! ตอนนี้หลายๆ […]

พัฒนาการของเด็ก แบ่งได้หลายแบบ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ด้านใหญ่ๆ คือ เด็กปกติทั่วไปจะมีลำดับขั้นของพัฒนาการใกล้เคียงกัน ถ้าเด็กมีพัฒนาการล่าช้าเกิน 6 เดือนขึ้นไป ถือว่ามีความผิดปกติบางอย่างที่ต้องรีบช่วยเหลือ และกระตุ้นพัฒนาการอย่างเร็วที่สุด พัฒนาการปกติในแต่ละช่วงวัยเป็นดังนี้ พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Development) ช่วงวัย พัฒนาการ แรกเกิด  งอแขนขา, เคลื่อนไหวเท่ากัน 2 ด้าน  1 เดือน  หันหน้าซ้ายขวา  2 เดือน  ชันคอ  4 เดือน  ยกแขนดันตัวชูขึ้นในท่าคว่ำ  6 เดือน  คว่ำหงายได้เอง  9 เดือน  นั่งได้มั่นคง, คลาน, เกาะยืน  12 เดือน  เกาะเดิน  15 เดือน  เดินเองได้  18 เดือน  วิ่ง, ยืนก้มเก็บของ  2 ปี  เตะลูกบอล, กระโดด 2 เท้า  3 ปี  ขึ้นบันไดสลับเท้า, ถีบรถ 3 ล้อ  4 ปี  ลงบันไดสลับเท้า, กระโดดขาเดียว  5 […]

การเลือก “เป้อุ้มทารก” เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ให้ความสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้สะดวกขึ้น แต่ยังช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แต่คำถามที่เจอบ่อยคือ “ควรเลือกแบบไหนดี?” “ยี่ห้อไหนเหมาะกับลูกเรา?” ทำไมควรใช้เป้อุ้มทารก? เป้อุ้มไม่ได้มีแค่ความสะดวก แต่ยังช่วยในหลายด้าน ทำให้ลูกรู้สึกใกล้ชิด อบอุ่น เหมือนอยู่กับแม่ ช่วยลดการงอแง (โดยเฉพาะเด็กที่ติดอุ้ม) พ่อแม่เคลื่อนไหวสะดวกขึ้น เช่น เดินห้าง / ทำงานบ้าน เหมาะมากสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้อง “เลี้ยงลูกไป ใช้ชีวิตไป” วิธีเลือกเป้อุ้มให้เหมาะกับลูก 1. รองรับสรีระทารก (Ergonomic Design) รองรับสะโพกแบบตัว M ไม่กดทับกระดูกสันหลัง สำคัญต่อพัฒนาการระยะยาว 2. ปรับได้ตามช่วงวัย ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด เด็กโต ปรับสาย / ปรับตำแหน่งได้ ช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่า ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย 3. พ่อแม่ใส่สบาย น้ำหนักไม่กดไหล่ มี Hip Seat (ที่นั่งรองสะโพก) ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดอาการปวดหลัง 4. วัสดุระบายอากาศ ไม่ร้อน อับ […]

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนหันมาใส่ใจเรื่องอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะ “ผลไม้” เพราะเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ แต่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า… “ผลไม้ควรกินช่วงไหนถึงจะดีที่สุด?”“กินหลังอาหารทันทีได้ไหม?”“กินก่อนนอนจะหวานเกินไปหรือเปล่า?” ความจริงแล้ว ผลไม้เป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้ทุกวัน แต่ “ช่วงเวลาที่กิน” ก็มีผลต่อการย่อย การดูดซึมสารอาหาร และระดับน้ำตาลในเลือดเช่นกัน ทำไมคนท้องควรกินผลไม้ทุกวัน? ผลไม้เป็นแหล่งของวิตามินซี โฟเลต โพแทสเซียม และใยอาหาร ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในช่วงตั้งครรภ์ นอกจากช่วยเสริมสุขภาพของคุณแม่แล้ว ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ลดปัญหาท้องผูกที่พบได้บ่อยในคนท้อง และช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำจากธรรมชาติอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ผลไม้จะมีประโยชน์ แต่ก็มีน้ำตาลตามธรรมชาติ ดังนั้นการเลือกชนิดและช่วงเวลาที่รับประทานจึงสำคัญไม่แพ้กัน แล้วเวลาไหนดีที่สุด? ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือ ช่วงเช้าหลังอาหารประมาณ 1–2 ชั่วโมง หรือช่วงของว่างระหว่างมื้อ ช่วงเวลานี้ร่างกายกำลังต้องการพลังงานเพิ่มเติม ผลไม้จะช่วยเติมวิตามินและใยอาหารได้ดี โดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็วเหมือนการรับประทานผลไม้ตอนท้องว่างในบางคน หลายคนมักเลือกกินผลไม้เป็นของหวานทันทีหลังอาหาร ซึ่งสามารถทำได้ แต่หากรับประทานอาหารจนอิ่มมากอยู่แล้ว การเว้นระยะประมาณ 30–60 นาที จะช่วยให้รู้สึกสบายท้องมากกว่า คนท้องกินผลไม้ตอนเช้า ดีไหม? ช่วงเช้าถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดช่วงหนึ่ง การเริ่มต้นวันด้วยผลไม้คู่กับมื้อเช้าหรือของว่าง จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและใยอาหารตั้งแต่ต้นวัน อีกทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น สำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องในช่วงไตรมาสแรก อาจเลือกผลไม้รสไม่หวานจัด เช่น […]

เพราะความปลอดภัยคือเหตุผลอันดับ 1 ที่พ่อแม่ต้องควักเงินซื้อคาร์ซีทให้ลูกน้อย ก็เพื่อปกป้องลูกจากการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ปัจจัยที่รองลงมาคือ ลูกนอนสบาย ใช้งานง่าย และงบประมาณ มาตรฐานความปลอดภัยของคาร์ซีท จริงๆแล้ววัดจากอะไร ก็ต้องเป็นวัสดุที่รองรับแรงกระแทกด้านใน ซึ่งคาร์ซีทแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อใช้วัสดุภายในที่ไม่เหมือนกัน แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้ 1. EPS Foam และ EPP Foam EPS Foam (Polystyrene Foam)  เป็นวัสดุที่ช่วยลดแรงกระแทก ที่ใช้ใน หมวกกันน๊อค ช่วยปกป้องชีวิต ผู้สวมใส่ โฟมชนิดนึ้จึงถูกนำไว้ในคาร์ซีท ใช้รองรับแรงกระแทกสำหรับศีรษะและส่วนบนของร่างกายเด็ก ในกรณีที่เกิดการกระแทกโฟมจะแตกและจะกระจายแรงกระแทกออกไปโดยแทบไม่มีแรงสะท้อนกลับ จึงทำให้ได้เด็กปลอดภัย ดังนั้นผู้ผลิตคาร์ซีทระดับมาตรฐานสากลส่วนใหญ่ จึงนำโฟมชนิดนี้มาใช้ในคาร์ซีทเพื่อรองรับแรงกระแทกโดยเฉพาะ ส่วน EPP Foam (Polypropylene Foam) เป็นวัสดุที่คล้ายกับ EPS Foam แต่มีความยืดหยุ่น ไม่แตกหักง่าย และทนความร้อนดีกว่า  จึงนำไปผลิตเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ ข้อมูลอ้างอิงจาก http://www.carseatsite.com/FAQ.htm 2. Urethane […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event