คนท้องกินผลไม้เวลาไหนดีที่สุด? กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์กับแม่และลูก

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนหันมาใส่ใจเรื่องอาหารมากขึ้น โดยเฉพาะ “ผลไม้” เพราะเป็นแหล่งของวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารที่มีประโยชน์ต่อทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์

แต่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า…

“ผลไม้ควรกินช่วงไหนถึงจะดีที่สุด?”
“กินหลังอาหารทันทีได้ไหม?”
“กินก่อนนอนจะหวานเกินไปหรือเปล่า?”

ความจริงแล้ว ผลไม้เป็นอาหารที่สามารถรับประทานได้ทุกวัน แต่ “ช่วงเวลาที่กิน” ก็มีผลต่อการย่อย การดูดซึมสารอาหาร และระดับน้ำตาลในเลือดเช่นกัน

ทำไมคนท้องควรกินผลไม้ทุกวัน?

ผลไม้เป็นแหล่งของวิตามินซี โฟเลต โพแทสเซียม และใยอาหาร ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในช่วงตั้งครรภ์

นอกจากช่วยเสริมสุขภาพของคุณแม่แล้ว ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น ลดปัญหาท้องผูกที่พบได้บ่อยในคนท้อง และช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำจากธรรมชาติอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้ผลไม้จะมีประโยชน์ แต่ก็มีน้ำตาลตามธรรมชาติ ดังนั้นการเลือกชนิดและช่วงเวลาที่รับประทานจึงสำคัญไม่แพ้กัน

แล้วเวลาไหนดีที่สุด?

ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือ ช่วงเช้าหลังอาหารประมาณ 1–2 ชั่วโมง หรือช่วงของว่างระหว่างมื้อ

ช่วงเวลานี้ร่างกายกำลังต้องการพลังงานเพิ่มเติม ผลไม้จะช่วยเติมวิตามินและใยอาหารได้ดี โดยไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็วเหมือนการรับประทานผลไม้ตอนท้องว่างในบางคน

หลายคนมักเลือกกินผลไม้เป็นของหวานทันทีหลังอาหาร ซึ่งสามารถทำได้ แต่หากรับประทานอาหารจนอิ่มมากอยู่แล้ว การเว้นระยะประมาณ 30–60 นาที จะช่วยให้รู้สึกสบายท้องมากกว่า

คนท้องกินผลไม้ตอนเช้า ดีไหม?

ช่วงเช้าถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดช่วงหนึ่ง การเริ่มต้นวันด้วยผลไม้คู่กับมื้อเช้าหรือของว่าง จะช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามินและใยอาหารตั้งแต่ต้นวัน อีกทั้งยังช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น

สำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้ท้องในช่วงไตรมาสแรก อาจเลือกผลไม้รสไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง แอปเปิล หรือส้ม รับประทานในปริมาณพอเหมาะ จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นได้

แล้วก่อนนอนล่ะ กินได้ไหม?

โดยทั่วไปสามารถรับประทานได้ แต่ควรเลือกในปริมาณพอเหมาะ และหลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีน้ำตาลสูงในปริมาณมากก่อนเข้านอน

หากคุณแม่มีภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ หรือแพทย์แนะนำให้ควบคุมระดับน้ำตาล ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารเกี่ยวกับชนิดและปริมาณผลไม้ที่เหมาะสม

ผลไม้สด กับ น้ำผลไม้ แบบไหนดีกว่า?

หากเลือกได้ ผลไม้สดยังเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะยังคงมีใยอาหารตามธรรมชาติ ช่วยให้อิ่มนาน และทำให้ร่างกายค่อย ๆ ดูดซึมน้ำตาล ต่างจากน้ำผลไม้ที่แม้จะคั้นสด แต่ใยอาหารมักลดลง และอาจทำให้ได้รับน้ำตาลในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น หากอยากได้รับประโยชน์เต็มที่ การเลือกผลไม้สดทั้งผลยังคงเป็นตัวเลือกที่แนะนำค่ะ

เคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การกินผลไม้ได้ประโยชน์มากขึ้น

แทนที่จะกินผลไม้ครั้งละมาก ๆ ลองแบ่งเป็นของว่างระหว่างวัน จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสม่ำเสมอ และไม่ทำให้รู้สึกอิ่มแน่นเกินไป อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ การล้างผลไม้ให้สะอาดก่อนรับประทาน และเลือกรับประทานผลไม้หลากหลายชนิดสลับกัน เพื่อให้ได้รับวิตามินและแร่ธาตุที่แตกต่างกัน

คุณแม่ตั้งครรภ์ นอกจากเลือกอาหารแล้ว การพักผ่อนก็สำคัญไม่แพ้กัน สุขภาพที่ดีของคุณแม่ไม่ได้มาจากอาหารเพียงอย่างเดียว การนอนหลับอย่างเพียงพอ การนั่งพักในท่าที่สบาย และการลดอาการปวดเมื่อยระหว่างตั้งครรภ์ ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คุณแม่ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

นอกจากการเลือกรับประทานอาหารและผลไม้ที่มีประโยชน์แล้ว การดูแลสุขภาพร่างกายและเตรียมความพร้อมก่อนคลอดก็สำคัญไม่แพ้กัน BabyGift มีตัวช่วยที่จะทำให้คุณแม่ใช้ชีวิตในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดได้สบายยิ่งขึ้น

ดูแลตัวเองวันนี้ เพื่อพร้อมดูแลลูกในวันข้างหน้า

การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่กับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้คุณแม่ใช้ชีวิตระหว่างตั้งครรภ์ได้สบายขึ้น และพร้อมต้อนรับลูกน้อยอย่างมั่นใจ

หากต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าแม่และเด็ก สามารถแวะชมสินค้าที่ BabyGift Showroom หรือสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ได้เลยนะคะ ทีมงาน BabyGift ยินดีช่วยแนะนำสินค้าที่เหมาะกับการใช้งานของแต่ละครอบครัวเสมอค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การได้โอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ภารกิจนี้อาจมาพร้อมความกังวลใจ เพราะร่างกายของทารกนั้นบอบบางกว่าที่คิด การเรียนรู้ท่าอุ้มที่ถูกวิธีจึงเป็นทักษะแรกที่สำคัญที่สุด เพื่อส่งต่อความอบอุ่นอย่างปลอดภัยและเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ท่าอุ้ม สำคัญอย่างไรต่อสรีระและพัฒนาการของลูกน้อย การใส่ใจเรื่องท่าอุ้ม ไม่ใช่เพียงเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างร่างกายของเด็ก เนื่องจากกล้ามเนื้อคอและหลังของทารกยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักศีรษะได้เอง หากอุ้มผิดวิธีอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของสรีระ หรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่กระทบต่อสมองได้ การใช้ท่าอุ้มต่าง ๆ อย่างเหมาะสมจึงเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่แข็งแรง รวมเทคนิคท่าอุ้มต่าง ๆ ที่คุณแม่ต้องฝึกให้ชำนาญ การเลี้ยงลูกมีหลายสถานการณ์ที่ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน คุณแม่จึงควรฝึกฝนท่าอุ้มต่าง ๆ ให้หลากหลายและคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มเพื่อให้นม อุ้มเพื่อระบายลม หรืออุ้มเพื่อปลอบโยน ซึ่งแต่ละท่ามีเทคนิคเฉพาะตัวดังนี้ ท่าอุ้มทารกแรกเกิด วิธีการประคองศีรษะให้มั่นคงปลอดภัย สำหรับวัยแรกเกิด ท่าอุ้มที่ปลอดภัยที่สุดคือการประคองศีรษะและท้ายทอยให้มั่นคงเสมอ โดยใช้มือหนึ่งช้อนใต้ก้นและอีกมือรองรับลำคอ จากนั้นค่อย ๆ ช้อนตัวลูกมาแนบอก ให้ศีรษะวางบนข้อพับแขนอย่างนุ่มนวล ท่านี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นคงและป้องกันการสะบัดของศีรษะที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อกระดูกสันหลังที่ยังบอบบาง ท่าอุ้มเรอ วิธีจับลูกเรอหลังมื้อนมเพื่อลดลมในกระเพาะ หลังอิ่มนม การใช้ท่าอุ้มเพื่อช่วยระบายลมเป็นสิ่งจำเป็นมาก คุณแม่อาจใช้วิธีอุ้มพาดบ่า โดยให้คางของลูกเกยบนไหล่แล้วลูบหลังเบา ๆ หรือจัดให้นั่งบนตักโดยใช้มือประคองหน้าอกและคางไว้ (หลีกเลี่ยงการกดทับลำคอ) เพื่อช่วยไล่ลมในกระเพาะอาหาร ลดอาการอึดอัด และป้องกันการแหวะนมที่อาจทำให้ลูกไม่สบายตัว ท่าอุ้มเข้าเต้า 4 ท่ามาตรฐานที่ช่วยให้นมลูกได้ง่ายขึ้น การให้นมจะราบรื่นขึ้นหากเลือกท่าอุ้มที่ถูกต้อง เช่น ท่าอุ้มนอนขวาง (Cradle […]

เสื้อผ้าสำหรับเด็กเล็กๆ นั้นมักจะมีแต่สีสันสดใส เพื่อให้ดูเหมาะสมกับวัย คุณแม่จึงไม่ค่อยจะมีเสื้อผ้าเด็กสีดำติดบ้านกันสักเท่าไหร่ บางบ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลยด้วยซ้ำ จึงใส่ชุดให้ลูกไปตามที่มี ซึ่งก็เกิดประเด็นทำให้คุณแม่เป็นกังวลอย่างมาก บ้างโดนต่อว่าด้วยคำพูด บ้างโดนตำหนิด้วยสายตา “ทำไมไม่ใส่ชุดดำให้ลูก” พลอยทำให้คุณแม่ไม่กล้าพาลูกออกจากบ้าน เพราะที่บ้านไม่มีเสื้อผ้าเด็กสีดำเลย แล้วอย่างนี้ เด็กเล็กแต่งกายไว้ทุกข์อย่างไรดี สำหรับชุดไว้ทุกข์ของเด็กๆ นั้น ไม่ได้เคร่งครัดอะไร คุณแม่ไม่ต้องกังวลจนเกินไปค่ะ ขอให้เป็นสีเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด หากเป็นไปได้ก็คุมโทนเสียหน่อย ด้วยโทนดำ ขาว ไข่ไก่ ครีม เทา น้ำเงิน น้ำตาลเข้ม ตัวอย่างแบบเสื้อผ้าเด็กสำหรับใส่ไว้ทุกข์มาฝากให้คุณแม่ลองนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ดูนะคะ การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้ชาย การแต่งกายไว้ทุกข์สำหรับเด็กผู้หญิง สำหรับบ้านไหนที่ไม่มีเสื้อผ้าลูกสีคุมโทนตามที่กล่าวมา การซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ลูกเพื่อใส่ไว้ทุกข์อาจไม่ใช่คำตอบ ด้วยราคาเสื้อดำที่ตอนนี้ค่อนข้างแพง และเด็กๆ เขาก็โตเร็ว ใส่ไม่เท่าไหร่ก็คับต้องยกให้คนอื่น คำนวณแล้วอาจไม่คุ้มกับราคาที่ต้องจ่าย อาจใช้วิธีย้อมผ้าสีดำ แทนก็ได้ เพียงซื้อสีย้อมผ้าราคาย่อมเยา ก็แปลงโฉมเสื้อผ้าสีสันเป็นเสื้อผ้าที่ใส่ถวายอาลัยได้แล้ว ขอบคุณแหล่งที่มาจาก : เว็ปไซด์ amarinbabyandkids

คำถามติดอันดับยอดฮิตของคุณแม่มือใหม่คือ “เลือดล้างหน้าเด็กคืออะไร และต่างจากประจำเดือนอย่างไร?” เพราะเจ้าเลือดตัวนี้จะเป็นตัวชี้ชะตาเลยว่า เรากำลังจะเป็นแม่คนหรือเปล่า เอาล่ะค่ะ เราจะไม่ปล่อยให้คุณแม่ต้องสงสัยกันนาน ลองมาดูกันดีกว่าว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณแม่นั้นเป็นเลือดล้างหน้าเด็กหรือประจำเดือนกันแน่ เลือดล้างหน้าเด็กคืออะไร? เลือดล้างหน้าเด็กนั้นเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าคุณกำลังจะเป็นแม่คน แต่ก็ไม่ใช่ว่าแม่ท้องทุกคนจะมีเลือดล้างหน้าเด็กนะคะ เลือดล้างหน้าเด็กก็คืออาการที่มีเลือดออกมาจากทางช่องคลอด แต่ก็เป็นแค่แบบกะปริบกะปรอยเท่านั้นเอง เลือดล้างหน้าเด็กเกิดจากอะไร? เลือดล้างหน้าเด็กเกิดจากการที่ตัวอ่อนเข้าฝังตัวกับเยื่อบุโพรงมดลูกค่ะ เพราะบางครั้งการฝังตัวนี้อาจจะทำให้หลอดเลือดฝอยในโพรงมดลูกแตก ทำให้มีเลือดออกมาจากช่องคลอด แต่ไม่ได้เยอะอะไรเท่าไหร่นะ เลือดล้างหน้าเด็กมาแค่วันเดียวใช่หรือไม่? ส่วนใหญ่แล้วเลือดล้างหน้าเด็กจะมาประมาณ 2-3 วันค่ะ แต่จะมาไม่ตรงกับรอบเดือนของเรานะคะ โดยจะมาก่อนครบกำหนดรอบเดือนประมาณ 1 อาทิตย์ เลือดล้างหน้าเด็กกับประจำเดือนต่างกันอย่างไร? เลือดล้างหน้าเด็กกับประจำเดือนค่อนข้างแตกต่างกัน และแยกได้อย่างค่อนข้างง่ายเลยล่ะค่ะ อย่างหนึ่งคือเลือดล้างหน้าเด็กจะมีสีที่จางกว่าเลือดประจำเดือนค่ะ และมีปริมาณไม่เยอะเท่า นอกจากนี้ในบางคนที่มีอาการปวดท้องประจำเดือนเป็นประจำแล้ว จะยิ่งสังเกตง่ายกว่าเดิมอีกค่ะ เพราะเลือดล้างหน้าเด็กจะไม่มาพร้อมกับอาการปวดท้องค่ะ และที่สำคัญคือ เลือดล้างหน้าเด็กจะมาไม่ตรงรอบเดือนของเราด้วย แล้วอาการแท้งคุกคามคืออะไร? อาการหรือภาวะแท้งคุกคามคือการแท้งบุตรที่มีเลือดออกมาจากทางช่องคลอดก่อนครบกำหนดคลอด โดยมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของทารกในครรภ์ คุณแม่ที่ตั้งท้องตอนที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป โรคเรื้อรัง หรือตำแหน่งการฝังตัวของตัวอ่อนที่ผิดไปจากปกติ อาการแท้งคุกคามนี่เกิดขึ้นได้ในทุกไตรมาสของการตั้งครรภ์เลยนะคะ เพราะงั้นคุณแม่ที่กำลังท้องอ่อนๆ หรือยังไม่รู้ตัวว่าท้อง การมีเลือดออกมาจากทางช่องคลอดก็สามารถเป็นได้ทั้งเลือดล้างหน้าเด็ก ประจำเดือน และแท้งคุกคามเลย ความแตกต่างระหว่างเลือดล้างหน้าเด็กกับแท้งคุกคาม? ถ้าคุณยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะเป็นแม่คน แต่มีเลือดไหลออกมาจากทางช่องคลอดที่ไม่ตรงกับการมารอบเดือนแล้วนั้น จะมีสาเหตุได้อยู่สองอย่างค่ะ ก็คืออาจจะเป็นเลือดล้างหน้าเด็ก หรือแท้งคุกคาม […]

ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับ “คาร์ซีท” หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์จำเป็นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยในขณะที่เดินทางด้วยรถยนต์กันเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมชม “Aprica Central Research Center” ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์ซีท เจาะลึกถึงแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระของเด็กในแต่ละช่วงวัย การเลือกสรรวัสดุที่ปลอดภัย และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงวิธีทดสอบคาร์ซีทในห้องปฎิบัติการด้านความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก อะปริก้า (Aprica) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.  2490 โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี อะปริก้า จึงได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และอะปริก้ายังได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดทำรถเข็นและผลิตภัณฑ์เด็กรุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ Royal Knot เพื่อทูลเกล้าถวายแด่ราชวงศ์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเชื้อพระวงศ์ในอีกหลายประเทศทั่วโลก Aprica Central Research Center เป็นศูนย์กลางวิจัยเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์เด็กตั้งอยู่ในเมืองนาราประเทศญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านเยน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมประวัติความเป็นมาของแบรนด์อะปริก้า แนวคิดปรัญชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยเฉพาะด้าน Childcare Engineering […]

ปัจจุบัน คาร์ซีท (Car Seat) หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ทั้ง คาร์ซีทแรกเกิด คาร์ซีทเด็กโต บูสเตอร์ซีท มีเกณฑ์การทดสอบความปลอดภัยต่างกันและผ่านมาตรฐานมาจากหลายประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่า คาร์ซีทในประเทศไทย มีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทจะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้น  ทั้งนี้ ยังมีประกาศเพิ่มข้อบังคับให้คาร์ซีทต้องผ่านการทดสอบการชนจากด้านข้างด้วย ซึ่งตรงกับข้อบังคับของ มาตรฐานคาร์ซีท R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด  ก่อนคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกรัก แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดของ มาตรฐาน ECE R129 (i-Size) มาก่อน ว่าเพิ่มความปลอดภัยจุดไหนบ้าง เราจะพาไปทำความเข้าใจกันเลย  คาร์ซีทในประเทศไทย ใช้มาตรฐานใหม่ ECE R129 (i-Size)  จากเดิม ประกาศมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standards) ของคาร์ซีท จากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) จะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2566 ให้ผู้ประกอบการที่ทำหรือนำเข้าคาร์ซีท ต้องทำหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐาน มอก.3418-2565 โดยอ้างอิงมาจากมาตรฐานสากล ECE R44/04 (มาตรฐานยุโรป) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก  ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) […]

เครื่องผลิตน้ำเกลือฆ่าเชื้อโรค Blue Water นวัตกรรมการฆ่าเชื้อโรครูปแบบใหม่ ที่ใส่ใจในสุขภาพ และความคุ้มค่า จึงได้คิดค้นวิธีที่จะสามารถ “ผลิตน้ำเกลือฆ่าเชื้อโรค” เองได้ที่บ้านง่าย ๆ โดยเป็นสูตร Organic 100% เพียงมี “น้ำประปา เกลือ และเครื่อง Blue Water” ที่ทำหน้าที่ปล่อยประจุไฟฟ้า ส่งผ่านไปยังน้ำ ทำให้อะตอมของน้ำแตกตัว จนเกิดปฏิกิริยา Oxidation และเกิดเป็นสารประกอบใหม่ขึ้นมา นั่นก็คือ  ไฮโปคลอรัส เอซิส HOCl และ ไฮโปคลอไรท์ ไอออน OCl- ซึ่งกรดไฮโปคลอรัส คือกรดชนิดเดียวกันกับที่ร่างกายมนุษย์ผลิตขึ้นมาได้เองในเม็ดเลือดขาว เพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในร่างกายนั่นเอง ซึ่งเมื่อนำน้ำที่ผลิตจากเครื่อง Blue Water ไปตรวจวัดประสิทธิภาพที่สถาบันวิจัยนานาชาติ และได้ผลรับรองมาดังนี้ ผลวิจัยพิสูจน์แล้วว่า น้ำเกลือฆ่าเชื้อที่ผลิตจากเครื่อง Blue Water สามารถฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เป็นตัวต้นกำเนิดของโรคต่าง ๆ ได้ถึง 99.9% ภายในเวลา 30 วินาที นอกจากสามารถฆ่าเชื้อโรคได้แล้ว […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event