พัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ

พัฒนาการของเด็ก แบ่งได้หลายแบบ โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ด้านใหญ่ๆ คือ

  1. ด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Development)
  2. ด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine Motor Development)
  3. ด้านภาษา (Language Development)
  4. ด้านสังคม (Social Development)

เด็กปกติทั่วไปจะมีลำดับขั้นของพัฒนาการใกล้เคียงกัน ถ้าเด็กมีพัฒนาการล่าช้าเกิน 6 เดือนขึ้นไป ถือว่ามีความผิดปกติบางอย่างที่ต้องรีบช่วยเหลือ และกระตุ้นพัฒนาการอย่างเร็วที่สุด

พัฒนาการปกติในแต่ละช่วงวัยเป็นดังนี้

พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดใหญ่ (Gross Motor Development)

ช่วงวัยพัฒนาการ
แรกเกิด งอแขนขา, เคลื่อนไหวเท่ากัน 2 ด้าน
 1 เดือน หันหน้าซ้ายขวา
 2 เดือน ชันคอ
 4 เดือน ยกแขนดันตัวชูขึ้นในท่าคว่ำ
 6 เดือน คว่ำหงายได้เอง
 9 เดือน นั่งได้มั่นคง, คลาน, เกาะยืน
 12 เดือน เกาะเดิน
 15 เดือน เดินเองได้
 18 เดือน วิ่ง, ยืนก้มเก็บของ
 2 ปี เตะลูกบอล, กระโดด 2 เท้า
 3 ปี ขึ้นบันไดสลับเท้า, ถีบรถ 3 ล้อ
 4 ปี ลงบันไดสลับเท้า, กระโดดขาเดียว
 5 ปี กระโดดสลับเท้า, เดินต่อเท้า

พัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก (Fine Motor Development)

ช่วงวัยพัฒนาการ
แรกเกิดปฏิกิริยาสะท้อนที่ฝ่ามือ
 1 เดือนกำมือแน่น
 2 เดือนกำมือหลวม, มองตาม
 4 เดือนคว้าของใกล้ตัว
 6 เดือนหยิบของมือเดียว, เปลี่ยนมือได้
 9 เดือนใช้นิ้วหยิบของเล็กๆ
 12 เดือนหยิบของใส่ถ้วย/ใส่กล่อง
 15 เดือนวางก้อนไม้ซ้อน 2 ชั้น
 18 เดือนวางก้อนไม้ซ้อน 3 ชั้น
 2 ปีวางก้อนไม้ซ้อน 6 ชั้น
 3 ปีวาดวงกลมตามแบบ
 4 ปีวาดสี่เหลี่ยมตามแบบ
 5 ปีวาดสามเหลี่ยมตามแบบ

พัฒนาการด้านภาษา (Language Development)
* การรับรู้ภาษา (Receptive Language Development)

ช่วงวัยพัฒนาการ
แรกเกิดแยกเสียงแม่จากผู้หญิงคนอื่นได้
 1 เดือน
 2 เดือน ฟังเสียงคนคุยด้วย
 4 เดือน พยายามหันหาเสียง
 6 เดือน หันหาเสียงเรียกชื่อ
 9 เดือน เข้าใจสีหน้า, ท่าทาง
 12 เดือน ทำตามคำบอกที่มีท่าทางประกอบได้
 15 เดือน ชี้ส่วนต่างๆบนใบหน้าตามคำบอก
 18 เดือน –
 2 ปี ชี้รูปภาพตามคำบอก
 3 ปี รู้จัก 3 สี
 4 ปี รู้จัก 4 สี
 5 ปี –

* การสื่อภาษา (Expressive Language Development)

ช่วงวัยพัฒนาการ
แรกเกิดร้องไห้
 1 เดือนทำเสียงในคอ
 2 เดือน ยิ้มตอบ
 4 เดือน อ้อแอ้, หัวเราะโต้ตอบ
 6 เดือนเล่นน้ำลาย, ส่งเสียงหลายเสียงนอกจาก อ.
 9 เดือน ปาปา, มามา
 12 เดือน พูดคำโดดที่มีความหมาย 1 คำ
 15 เดือน พูดคำโดดที่มีความหมาย 2-3 คำ
 18 เดือนพูดคำโดดหลายคำ (เฉลี่ย 50 คำ)
 2 ปี พูด 2-3 คำต่อกันมีความหมาย, บอกชื่อ
 3 ปี  เล่าเรื่องเข้าใจครึ่งหนึ่ง
 4 ปี เล่าเรื่องเข้าใจทั้งหมด, ออกเสียงถูกต้อง
 5 ปี นับเลขได้ถึง 20

พัฒนาการด้านสังคม (Social Development)

ช่วงวัยพัฒนาการ
แรกเกิด มองหน้าช่วงสั้น
 1 เดือน มองจองหน้า
 2 เดือน ยิ้มตอบ,สบตา
 4 เดือน ยิ้มทัก,ท่าทางดีใจเมื่อเห็นอาหาร/คนเลี้ยงดู
 6 เดือน กลัวคนแปลกหน้า
 9 เดือน ร้องตามแม่,เล่นจ๊ะเอ๋,หยิบอาหารกิน
 12 เดือน ตบมือ,โบกมือ,สวัสดี
 15 เดือน ถือถ้วยน้ำดื่มเอง
 18 เดือน จับช้อนตักอาหาร
 2 ปี บอกได้เวลาขับถ่าย,เลียนแบบผู้ใหญ่
 3 ปี รู้เพศตนเอง,ถอดรองเท้า,ใส่เสื้อ
 4 ปีเล่นรวมกลุ่มได้,ติดกระดุม
 5 ปี เล่นอย่างมีกติกา,เล่นสมมุติ,แต่งตัวเอง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินคำว่า วัยทอง 2 ขวบ หรือ Terrible Two ใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นวัยที่เด็ก ๆ มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และพฤติกรรม อย่างเห็นได้ชัด เริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจพัฒนาการวัยนี้ให้ดีเลยนะคะ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับลูกวัยนี้ได้อย่างถูกต้อง วัยทอง 2 ขวบ แค่เข้าใจก็รับมือได้ ลูกรักวัย 2 ขวบ มีพัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ที่มากขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ลูกวัย 2 ขวบ มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เมื่อถูกบังคับก็จะหงุดหงิด เมื่อไม่พอใจก็จะโวยวาย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย งอแงง่ายกว่าเดิม เนื่องจากลูกต้องการเป็นอิสระตามใจ และอยากทำอะไรด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดเป็นพัฒนาการปกติของเด็กวัยนี้ สาเหตุที่ลูกวัยทองสองขวบหงุดหงิดง่าย 7 วิธีรับมือลูก วัยทอง 2 ขวบ 1. ใจเย็น เข้าใจความต้องการของลูก  ลูกวัยนี้อาจจะยังสื่อสารบอกความต้องการได้ไม่ดี และพยายามจะทำอะไรเองก็ยังไม่สำเร็จ จึงหงุดหงิดตัวเอง และหงุดหงิดสิ่งรอบตัวได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงควรรับรู้ว่าเป็นเรื่องปกติตามวัยของเขา พร้อมกับหมั่นพูดคุย สอบถามความต้องการของลูกเสมอว่าลูกอยากจะทำอะไร ให้แม่ช่วยไหม ต้องมีความสม่ำเสมอในการแนะนำลูก 2. […]

เมื่อลูกน้อยอายุ 1 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มต้องพาลูกออกจากบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะพาไปหาหมอ หรือพาไปทำธุระต่าง ๆ ซึ่งถ้าพูดถึงการพาเด็กเล็กออกไปนอกบ้าน นอกจากจะต้องมีรถเข็นเด็กที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อยแล้ว คุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนอาจจะกำลังมองหา เป้อุ้มทารก ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยให้เราอุ้มลูกได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น ไม่ทำให้เมื่อยจนเกินไปเพราะช่วยถ่ายเทน้ำหนักได้ดี สำหรับบทความนี้เราจะพูดถึงเรื่องของการเลือกซื้อเป้อุ้มทารกอย่างไรดีให้เหมาะกับลูกน้อยของเรา ตามไปดูกันเลยค่ะ BabyGift ชวนคุณแม่เลือก เป้อุ้มทารก 1 เดือน พร้อม 7 แบบเป้แนะนำ   เป้อุ้มทารก 1 เดือน จำเป็นหรือไม่ ? มีประโยชน์อย่างไร ?  ก่อนที่ BabyGift จะแนะนำแบบเป้ที่ดีกับลูกน้อยให้กับคุณแม่ ขอพาไปทำความรู้จักกับเป้อุ้มทารกกันก่อนนะคะ เป้อุ้มเด็ก หรือกระเป๋าอุ้มเด็กทารกเป็นอุปกรณ์ทุ่นแรงให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพื่อสร้างความสะดวกสบายในการอุ้มลูกน้อยด้วยตัวเอง และยังสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีใครดูลูก เหมาะสำหรับการอุ้มเด็กเล็กตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ ซึ่งเป้อุ้มเด็กจะมีประโยชน์อย่างมากโดยเฉพาะครอบครัวขนาดเล็ก เพราะมักจะไม่มีคนดูแลเด็กเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องออกไปทำธุระอื่น ๆ นอกบ้าน หรือโดยเฉพาะคุณแม่ที่ต้องทำงานบ้านหรือทำธุระต่างๆ ซึ่งสามารถใช้เป้อุ้มเด็กเพื่อให้ลูกอยู่กับตัวเองได้ และสามารถทำกิจกรรมอื่น ๆ ได้ไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งคุณแม่สามารถใช้เป้อุ้มทารกได้ตั้งแต่ 1 เดือน ไปจนถึงอายุ 1 ขวบขึ้นไป เราไปดูประโยชน์ของเป้อุ้มเด็กกันต่อเลยค่ะ  ซึ่งนอกจากประโยชน์ที่เล่าไปข้างต้นแล้ว ยังมีข้อดีอื่น ๆ ที่จะตอบคำถามคุณแม่อีกว่า ทำไมถึงควรใช้เป้อุ้มเด็ก ซึ่ง BabyGift เคยเขียนเอาไว้แล้ว ลองตามไปอ่านเพิ่มเติมกันดูนะคะ   เลือกเป้อุ้มเด็ก อย่างไรดี ? ถึงจะดีต่อลูกน้อยมากที่สุด   คุณแม่มือใหม่หลายคนอาจมีความกังวลว่าการใช้เป้อุ้มเด็ก […]

เพราะนมแม่ คือสุดยอดอาหารมื้อแรกและเป็นอาหารที่ดีที่สุดของลูกน้อย   คุณแม่ทุกท่านจึงตั้งใจมอบคุณค่าน้ำนมแม่นี้ให้แก่ลูกรักได้นานที่สุดและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  โดยส่วนใหญ่มักจะเตรียมพร้อมตั้งแต่ตั้งครรภ์ และหลังคลอดก็ให้นมแม่จากเต้าทันทีและเต็มที่  และเชื่อว่าคุณแม่ทุกคนยอ่มวางแผนที่จะ ทำสต๊อกน้ำนมแม่ เพื่อให้ลูกได้กินนมแม่ในช่วงที่ต้องไปทำงาน และมีน้ำนมเก็บไว้ให้ลูกได้กินต่อเนื่องยาวนาน แต่การ ทำสต๊อกน้ำนมแม่ นอกจากคุณแม่ต้องมีวินัยในการปั๊มนมสม่ำเสมอทุกๆ 2-3 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่องแล้ว  คุณแม่จำเป็นเรียนรู้ข้อมูลและอุปกรณ์ต่างๆ ในการเก็บน้ำนมแม่ เพื่อให้น้ำนมแม่ที่นำมาให้ลูกกินในภายหน้ายังมีคุณค่าครบถ้วนเต็มที่  ให้ลูกรักมีพัฒนาการดีทุกด้าน  เก่ง ฉลาด และสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ ฉะนั้นมาดูกันว่า วิธีการทำสต๊อกน้ำนมแม่ต้องทำอย่างไร อุปกรณ์ ทำสต๊อกน้ำนมแม่ เครื่องปั๊มนม  เป็นผู้ช่วยสำคัญที่ทำให้คุณแม่ได้ปั๊มนมเก็บไว้ และกระตุ้นให้น้ำนมมาได้มากอย่างต่อเนื่อง และสามารถปั๊มนมแม่ได้ ตั้งแต่ที่บ้านไปจนถึงเมื่อต้องกลับไปทำงาน ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องปั๊มนมให้เลือกมากมาย หาซื้อได้ง่ายทั้งทางออนไลน์และห้างสรรพสินค้าต่างๆ โดยคุณแม่ควรพิถีพิถันหาข้อมูล และเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมที่ถูกใจ เหมาะสมกับชีวิตประจำวัน รวมถึงการใช้งานเมื่อต้องไปทำงานนอกบ้านหรือออกข้างนอก เช่น คุณแม่ที่ต้องทำงานนอกบ้าน กับคุณแม่ที่อยู่บ้านเลี้ยงลูก อาจจะต้องเลือกเครื่องปั๊มนมที่ให้ความสะดวก และมีระบบการทำงานที่แตกต่างกันนั่นเอง เครื่องปั๊มนมยุคใหม่ ก็มีให้คุณแม่ได้เลือกมากมายหลายแบบ หลายการใช้งานและหลายราคา อาทิ เครื่องปั๊มนมชนิดปั๊มมือ  เครื่องปั๊มนมชนิดใช้แบตเตอรี่ และ เครื่องปั๊มนมชนิดใช้ไฟฟ้า  แถมยังมีทั้งแบบที่ปั๊มนมเดี่ยวข้างเดียว แบบปั๊มนมได้คู่พร้อมกันสองข้าง รวมถึงสามารถชาร์จไฟจากพาวเวอร์ได้อีกด้วย สิ่งสำคัญคือการเลือกเครื่องปั๊มนมที่ได้มาตรฐาน มีแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับหรือได้รับความนิยมจากคุณแม่ทั่วไป ราคาเหมาะสม […]

การนับอายุครรภ์คือหนึ่งในเรื่องที่สร้างความสับสนให้คุณแม่มือใหม่หลายคน และมักจะถูกถามบ่อย ๆ ว่า “ตอนนี้ท้องกี่เดือนแล้ว?” “อายุครรภ์เท่าไหร่?” ซึ่งบางครั้งคุณแม่เองก็อาจจะยังไม่แน่ใจนัก การทราบอายุครรภ์ที่แม่นยำจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะไม่ใช่แค่เพื่อตอบคำถาม แต่ยังเพื่อความปลอดภัยและพัฒนาการที่ดีของลูกน้อยในครรภ์นั่นเอง วันนี้ BabyGift จะพาคุณแม่มาไขข้อสงสัยและเรียนรู้วิธีการนับอายุครรภ์ให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุดกัน การนับอายุครรภ์สำคัญอย่างไร การนับอายุครรภ์ที่ถูกต้องและแม่นยำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสุขภาพทั้งของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ เพราะจะช่วยให้แพทย์สามารถประเมินพัฒนาการของทารกได้อย่างเหมาะสมในแต่ละสัปดาห์ รวมถึงวางแผนการตรวจครรภ์และติดตามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งจะนำไปสู่การดูแลที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพสูงสุด ประโยชน์ของการนับอายุครรภ์ การนับอายุครรภ์มีประโยชน์หลายอย่างที่คุณแม่ควรรู้ ประการแรกคือช่วยให้แพทย์ประเมินพัฒนาการของทารกในครรภ์ได้ตรงตามช่วงอายุจริง เช่น ขนาดของทารก หรือการเต้นของหัวใจ ประการที่สองคือช่วยกำหนดวันคลอดที่คาดการณ์ไว้ (EDC) ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการเตรียมความพร้อมเรื่องของใช้ต่าง ๆ เช่น ของเตรียมคลอด ของใช้ลูกแรกเกิด อุปกรณ์แม่และเด็กมีอะไรบ้าง หรือการวางแผนการลาคลอด ประการที่สามคือใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางการแพทย์ เช่น การให้ยา หรือการทำหัตถการต่าง ๆ อย่างปลอดภัย 6 วิธีนับอายุครรภ์ที่ทำได้ด้วยตัวเอง การนับอายุครรภ์ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด คุณแม่สามารถเริ่มต้นคำนวณได้ด้วยตัวเองหลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป 1. นับอายุครรภ์ที่นับตามวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย วิธีนี้เป็นวิธีพื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายสำหรับคุณแม่ที่จำวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายได้แม่นยำ โดยสูตินรีแพทย์จะเริ่มนับอายุครรภ์จากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายที่มา (LMP) และใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งครรภ์ ซึ่งปกติแล้วการตั้งครรภ์จะครบกำหนดที่ 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย และสามารถนำไปคำนวณวันคลอดที่คาดไว้ได้อย่างแม่นยำ […]

มาช่วงหลัง ๆ นี้เราจะได้ยินคำว่า Baby Shower กันบ่อยมาก โดยเฉพาะในเหล่าดาราคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ก่อนจะไปดูไอเดียสนุก ๆ คุณแม่ทราบมั้ยคะว่า Baby Shower คืองานอะไรกันแน่? Baby Shower คืออะไร? พอได้ยินคำว่า Baby Shower ปุ๊ป คุณแม่บางบ้านอาจเห็นภาพฝักบัวลอยมาเลย ไม่แปลกค่ะ เพราะว่างานนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลายในเมืองไทย แต่เป็นงานที่มีความนิยมมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศทางฝั่งตะวันตก อธิบายง่าย ๆ ก็คือ Baby Shower เป็นงานรวมญาติสนิทมิตรสหายเพื่อมาร่วมเฉลิมฉลองให้กับลูกน้อยของเราที่กำลังจะลืมตามาดูโลก โดยหลัก ๆ แล้ว แขกแต่ละคนก็จะนำของติดไม้ติดมือมาให้เพื่อเป็นของขวัญรับขวัญหลาน หรือบางคนก็อาจจะให้เป็นเงินทอง ส่วนใหญ่แล้วงาน Baby Shower ก็จะจัดขึ้นในไตรมาสที่ 3 นะคะ ไม่ช้าไม่เร็ว มาค่ะ เรามาดูกันว่านอกจากจะแค่ชวนเพื่อน ๆ มาพบปะกันแล้วเราจะจัดงาน Baby Shower แบบไหนกันได้บ้าง ไอเดียการจัด Baby Shower แบบคิวท์ ๆ 1. […]

เมื่อลูกเข้าสู่วัย 8 เดือน หลายครอบครัวเริ่มสนุกกับการเตรียมอาหารให้ลูกมากขึ้น เพราะวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กเริ่มเรียนรู้รสชาติใหม่ ๆ และฝึกทักษะการกินที่หลากหลายกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ก็มักมีคำถามว่า บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ พร้อมไอเดียเมนูและตัวช่วยที่ทำให้มื้ออาหารของลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น พัฒนาการด้านอาหารของเด็กวัย 8 เดือน วัย 8 เดือนเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีพัฒนาการด้านการกินที่ชัดเจนมากขึ้น เริ่มเคี้ยวและบดอาหารด้วยเหงือกได้ เริ่มจับอาหารหรือหยิบของเข้าปากเอง สนใจอาหารของคนในครอบครัว เรียนรู้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ช่วงวัยนี้จึงเหมาะสำหรับการค่อย ๆ เพิ่มความหลากหลายของอาหาร เพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการตามวัย ลูก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง? ควรกินวันละกี่มื้อ? โดยทั่วไป เด็กวัย 8 เดือนสามารถรับประทานอาหารเสริมได้ประมาณ 2–3 มื้อต่อวัน ควบคู่กับนมแม่หรือนมตามวัย ทั้งนี้ ปริมาณอาหารอาจแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน ขึ้นอยู่กับพัฒนาการและความต้องการของร่างกาย ลูก 8 เดือนไม่ยอมกินข้าว เกิดจากอะไร? หากลูกกินน้อยหรือไม่ค่อยสนใจอาหาร ไม่จำเป็นต้องกังวลทันที เพราะอาจเกิดจากหลายสาเหตุ สิ่งสำคัญคือไม่ควรบังคับหรือกดดันลูก เพราะอาจทำให้เกิดประสบการณ์เชิงลบกับการกินอาหารได้ 5 เมนูง่าย ๆ สำหรับลูกวัย 8 เดือน เมื่อลูกเริ่มอยากกินเอง […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid