รวมเช็กลิสต์สำคัญของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง
หากคุณกำลังเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายและกังวลว่าจะต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนวันคลอด การรู้ว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่วางแผนได้อย่างเป็นระบบ ไม่ต้องเร่งรีบในนาทีสุดท้าย การมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดที่ครบถ้วนจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นไปอย่างราบรื่นและมีความสุข
ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับทารก
การเตรียมของใช้สำหรับลูกน้อยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความสบายเป็นหลัก ทารกแรกเกิดมีผิวที่บอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
- เสื้อผ้าทารก แบบผูกเชือก หรือกระดุมหน้า ใส่ง่ายและไม่รบกวนศีรษะอ่อน ควรเตรียม 3-4 ชุด
- ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ขนาด Newborn พร้อมผ้าเช็ดเปียกอ่อนโยนสำหรับทำความสะอาด
- ผ้าห่อตัวเด็ก จากผ้าฝ้าย 100% ให้ความอบอุ่นและความปลอดภัยเหมือนอยู่ในครรภ์
- ถุงมือและถุงเท้าเด็ก ป้องกันการข่วนและรักษาอุณหภูมิร่างกาย
- คาร์ซีทสำหรับทารก ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย จำเป็นสำหรับการเดินทางกลับบ้าน
ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับคุณแม่

คุณแม่ต้องเตรียมของใช้ที่จำเป็นทั้งระหว่างการคลอดและหลังคลอด เพื่อความสะดวกสบายในการฟื้นฟู
- ชุดคลุมท้องและชุดให้นม ที่เปิดหน้าอกได้สะดวก สำหรับการให้นมลูกทันทีหลังคลอด
- ผ้าอนามัยแบบหนาพิเศษ สำหรับหลังคลอด เนื่องจากจะมีประจำเดือนมากกว่าปกติ
- แผ่นซับน้ำนมแบบใช้แล้วทิ้ง ป้องกันเสื้อผ้าเปื้อนจากน้ำนมที่อาจรั่ว
- ชุดชั้นในให้นมพิเศษ ที่มีการพยุงดีและเปิดง่ายสำหรับการให้นม
- ครีมบำรุงผิวและโลชั่น สำหรับดูแลผิวที่แห้งจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน
- ของใช้ส่วนตัว เช่น สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน หวี และผ้าขนหนู
ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับคุณพ่อ
คุณพ่อเป็นกำลังใจสำคัญและต้องเตรียมพร้อมอยู่เคียงข้างคุณแม่ตลอดการคลอด การเตรียมของใช้ที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณพ่อดูแลครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- เสื้อผ้าสำหรับค้างคืน ที่โรงพยาบาล 2-3 ชุด เนื่องจากอาจต้องอยู่หลายวัน
- ผ้าปิดตาและหูฟัง เพื่อการพักผ่อนในโรงพยาบาลที่มีเสียงรบกวน
- รองเท้าแตะและถุงเท้า สำหรับการเดินในโรงพยาบาลและรักษาความสะอาด
- อุปกรณ์สื่อสาร โทรศัพท์ สายชาร์จ กล้องถ่ายรูป เพื่อติดต่อและเก็บภาพประทับใจ
- เงินสดและบัตรเครดิต สำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ระหว่างพักโรงพยาบาล
- เอกสารส่วนตัว บัตรประชาชน ใบขับขี่ และเอกสารประกันต่าง ๆ
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมก่อนคลอด
เอกสารเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้สำหรับการเข้าโรงพยาบาลและการทำเนียบหลังคลอด อย่าลืมจัดเตรียมให้ครบถ้วน
- สมุดฝากครรภ์และใบนัดแพทย์ ที่มีประวัติการตรวจครรภ์ครบถ้วน
- สำเนาบัตรประชาชนพ่อ-แม่ อย่างละ 2 ฉบับ สำหรับการทำเนียบต่าง ๆ
- สำเนาทะเบียนบ้านของพ่อและแม่ เพื่อกำหนดที่อยู่ทะเบียนของเด็ก
- สำเนาทะเบียนสมรสของพ่อและแม่ (หากมี) สำหรับการจดทะเบียนเกิด
- เอกสารประกันสุขภาพ บัตรประกันสังคม หรือประกันชีวิตของแม่
- หนังสือแสดงสิทธิ์รักษา หากมีสิทธิ์พิเศษจากที่ทำงาน
ของใช้หลังคลอดสำหรับคุณแม่

หลังการคลอดลูก คุณแม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษทั้งร่างกายและจิตใจ การเตรียมสินค้าแม่และเด็กที่เหมาะสมจะช่วยในการฟื้นฟู
- เสื้อผ้าที่สะดวกต่อการให้นม มีผ้าคลุมไว้ใช้ในที่สาธารณะ
- ผ้าอนามัยสำหรับหลังคลอดพิเศษ ที่ดูดซับได้ดีกว่าผ้าอนามัยทั่วไป
- เครื่องปั๊มนมและอุปกรณ์เก็บนม ขวดนม จุกนม ถุงเก็บน้ำนมแช่แข็ง
- กระดาษทิชชู่เปียกและแห้ง สำหรับทำความสะอาดและซับน้ำนมรั่ว
- ครีมทาหัวนมและครีมลดรอยแตกลาย เพื่อการฟื้นฟูผิวหลังการคลอด
- ผ้ารัดหน้าท้องหลังคลอด ช่วยกระชับและพยุงหน้าท้องให้กลับสู่รูปเดิม
ของใช้หลังคลอดสำหรับทารก
ทารกแรกเกิดต้องการการดูแลที่ละเอียดอ่อน การมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดสำหรับลูกจะช่วยให้การดูแลเป็นไปอย่างราบรื่น
- หมวกและเสื้อผ้าอบอุ่น เนื่องจากทารกยังควบคุมอุณหภูมิตัวเองไม่ได้
- ผ้าอ้อมที่นุ่มและไม่ระคายเคือง พร้อมผ้าเช็ดเปียกสำหรับทำความสะอาด
- จุกนมหลอกและของเล่นเขย่า เพื่อปลอบใจเมื่อลูกร้องไห้หรืออึดอัด
- คาร์ซีทสำหรับเดินทางกลับบ้าน ต้องติดตั้งให้ถูกต้องก่อนออกจากโรงพยาบาล
- สบู่และแชมพูเด็กสูตรอ่อนโยน ที่มีค่า pH เหมาะสมกับผิวทารก
- โลชั่นบำรุงผิวเด็ก เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและป้องกันผิวแห้ง
- ครีมทาผื่นผ้าอ้อม เพื่อป้องกันและรักษาการระคายเคืองบริเวณก้น
10 ไอเทม คุณแม่ห้ามพลาด จัดกระเป๋าเตรียมของไปคลอด ต้องมีอะไรบ้าง
การจัดกระเป๋าเตรียมคลอดคือภารกิจสำคัญที่คุณแม่ควรทำให้เสร็จก่อนอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ เพราะเราไม่รู้ว่าเจ้าตัวเล็กจะอยากออกมาลืมตาดูโลกตอนไหน การมีสินค้าแม่และเด็กที่พร้อมใช้งานจะช่วยลดความวุ่นวายในวันจริงได้มาก และนี่คือ 10 ไอเทมลิสต์ที่ BabyGift คัดมาแล้วว่า “ต้องมี”
1. ผ้าอ้อมเด็กแรกเกิด
ไอเทมอันดับหนึ่งที่ต้องเตรียม สำหรับเด็กแรกเกิดแนะนำให้เลือกแบบเทปที่มีเว้าตรงสะดือ เพื่อป้องกันการระคายเคืองในขณะที่สะดือของลูกยังไม่แห้งสนิท คุณแม่ควรเตรียมไปอย่างน้อย 1 แพ็คเล็กสำหรับใช้ที่โรงพยาบาล
2. ผ้าเช็ดตัวทารก
ควรเลือกผ้าเช็ดตัวที่ทำจากใยไผ่หรือคอตตอนเนื้อนุ่มพิเศษที่มีคุณสมบัติซับน้ำได้ดีและแห้งไว เพื่อสัมผัสที่อ่อนโยนต่อผิวหลังอาบน้ำ ป้องกันการเกิดผดผื่นจากการเสียดสีของเนื้อผ้า
3. ผ้าห่มทารก
ทารกแรกเกิดยังปรับอุณหภูมิร่างกายได้ไม่ดีนัก ผ้าห่มจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ควรเลือกแบบที่ไม่หนาจนเกินไป ระบายอากาศได้ดี แต่ให้ความอบอุ่นที่เพียงพอเพื่อป้องกันลูกน้อยเป็นหวัดจากแอร์ในโรงพยาบาล
4. ผ้าอ้อมเด็ก
ผ้าอ้อมผ้า เป็นไอเทมสารพัดประโยชน์ที่ใช้ทั้งเช็ดน้ำลาย รองบ่าเวลาอุ้มเรอ หรือแม้แต่ปูรองนอน แนะนำให้เตรียมผ้าอ้อมมัสลินเนื้อละเอียดไปหลาย ๆ ผืน เพราะจะได้ใช้งานตลอดทั้งวันแน่นอน
5. ผ้าห่อตัวเด็กแรกเกิด
การห่อตัวจะช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนยังอยู่ในครรภ์คุณแม่ ลดอาการสะดุ้งตกใจจากเสียงรอบข้าง ควรเลือกผ้าที่ยืดหยุ่นได้ดีเพื่อให้ลูกเคลื่อนไหวช่วงขาได้สะดวกและไม่รู้สึกอึดอัดจนเกินไป
6. ทิชชู่เปียกเด็ก
ตัวช่วยทำความสะอาดเวลาเปลี่ยนผ้าอ้อมที่สะดวกที่สุด แต่คุณแม่ต้องเลือกสูตรที่เป็น Baby Wipe สำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ ต้องไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอม เพื่อความปลอดภัยของผิวสัมผัสที่บอบบางที่สุด
7. แผ่นรองกันเปื้อน
ช่วยให้การเปลี่ยนผ้าอ้อมบนเตียงหรือในรถสะดวกขึ้นมาก ป้องกันการเลอะเทอะจากสิ่งขับถ่ายของเจ้าตัวเล็ก มีให้เลือกทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบซักได้ ซึ่งเป็นสินค้าแม่และเด็กที่ช่วยทุ่นแรงคุณแม่มือใหม่ได้ดีเยี่ยม
8. สำลีก้อน
ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาดดวงตา ใบหู หรือเช็ดสะดือร่วมกับน้ำยาที่โรงพยาบาลจัดให้ ควรเลือกสำลีที่ผลิตจากฝ้ายบริสุทธิ์ 100% ผ่านการฆ่าเชื้อ และไม่มีเศษขนหลุดติดผิวลูก
9. สบู่อาบน้ำเด็ก
แนะนำให้เลือกสูตรอ่อนโยนที่มีค่า pH Balance ใกล้เคียงกับผิวเด็ก หากเป็นสูตร Organic ได้ยิ่งดี เพราะผิวเด็กแรกเกิดยังมีชั้นไขมันที่บางมาก สบู่ที่ดีจะไม่ทำลายความชุ่มชื้นตามธรรมชาติของผิวลูก
10. แชมพูเด็ก
ควรเลือกแชมพูสูตรที่ไม่ระคายเคืองดวงตา เพราะเวลาสระผมน้ำอาจจะกระเด็นเข้าตาลูกได้ แชมพูที่มีคุณภาพจะช่วยให้หนังศีรษะลูกสะอาดโดยไม่ทิ้งสารตกค้างและไม่ทำให้ลูกแสบตาจนร้องไห้งอแง
สรุปบทความ
การรู้ว่าของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างและการมีเช็กลิสต์ของเตรียมคลอดที่ครบถ้วนจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เตรียมตัวได้อย่างมั่นใจ การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าทั้งของใช้และจิตใจจะทำให้การต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นประสบการณ์ที่ดี BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยที่เข้าใจความต้องการของครอบครัวใหม่ เราให้คำปรึกษาด้วยใจจริง ไม่เร่งขาย เพราะเชื่อว่าการเตรียมตัวที่ดีคือของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคาร์ซีท
ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง ที่จำเป็นต้องใช้ตั้งแต่วันแรกที่โรงพยาบาล?
หลัก ๆ คือชุดใส่กลับบ้านของแม่และลูก ผ้าห่อตัว ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสูตรแรกเกิด ทิชชู่เปียก และที่ขาดไม่ได้คือ คาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางกลับบ้านอย่างถูกกฎหมาย
ควรเตรียมเสื้อผ้าเด็กไปโรงพยาบาลจำนวนกี่ชุด?
แนะนำให้เตรียมไปประมาณ 3-5 ชุด เน้นเสื้อแบบผูกหน้าและผ้าห่อตัวที่สวมใส่ง่าย เพราะช่วงแรกเกิดลูกอาจทำเลอะเทอะจากการขับถ่ายหรือสำลักนมได้บ่อยครั้ง
นอกจากของใช้ลูก ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างสำหรับคุณแม่ที่ห้ามลืม?
อย่าลืมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน และสมุดฝากครรภ์ รวมถึงของใช้ส่วนตัวอย่างผ้าอนามัยแบบยาวพิเศษ ชุดใส่สบายหลังคลอด และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อฟื้นฟูร่างกาย
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
แน่นอนว่าคุณแม่ทุกบ้านจะต้องตื่นเต้นกับการทานข้าวมื้อแรกของลูก แต่นอกจากความตื่นเต้นแล้ว การฝึกลูกน้อยให้มีวินัยในการรับประทานอาหารก็ถือเป็นงานหินชิ้นนึงเลยล่ะค่ะ สำหรับคุณแม่ๆ บ้านไหนที่กำลังหาวิธีฝึกลูกน้อยให้คุ้นชินกับการทานข้าวอยู่ล่ะก็ มาดูกันดีกว่าว่าเรามีวิธีดีๆ อะไรมาฝากกันบ้าง ฝึกลูกหม่ำข้าวด้วยวิธีง่ายๆ ไม่ต้องบังคับ 1. นั่งโต๊ะและเริ่มทานข้าวพร้อมกัน อย่างที่เรารู้ๆ กันอยู่ว่าเด็กมักจะชอบเลียนแบบพฤติกรรมของผู้ใหญ่ นั่นแหละค่ะ เราลองเอาเรื่องนี้มาเป็นตัวช่วยกันดีกว่า เพราะงั้นเวลาเราทานข้าว เราก็ควรให้ลูกน้อยของเรานั่งร่วมโต๊ะอาหารด้วยเนอะ ให้เค้าเห็นว่าทุกคนมีความสุขในการรับประทานอาหาร เห็นเวลาเรานำช้อนเข้าปาก ให้เค้ารู้ว่าการทานข้าวเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนทำ และเค้าก็ต้องทำด้วยเหมือนกัน แม้ตอนแรกอาจจะมีร้องงอแงบ้าง แต่ก็อย่าไปยอมแพ้ค่ะ ทำบ่อยๆ ทำให้เป็นกิจวัตร เดี๋ยวเค้าก็จะชินไปเอง 2. ทานอาหารให้เป็นเวลา คุณแม่บางบ้านอาจจะยุ่งหัวหมุนกับทั้งงานประจำและงานบ้านจนเผลอไม่ได้ทานข้าว อ๊ะๆ ถ้าคุณแม่กำลังเป็น Working Woman แบบนี้อยู่ เราขอให้คุณแม่วางงานซักนิด แล้วมาทานข้าวกับลูกน้อยเมื่อถึงเวลา เพราะเราควรฝึกให้เค้าคุ้นเคยกับเวลาที่ต้องทานอาหาร ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้า กลางวัน เย็น คุณแม่ก็ควรจะให้เค้าทานเวลาเดิมๆ นอกจากจะสร้างนิสัยให้เค้าแล้ว ยังเป็นการปรับระบบย่อยอาหารภายในร่างกายของลูกน้อยอีกด้วยน้า ถ้าเค้าคุ้นเคยกับเวลาแล้ว ทีนี้ล่ะ ไม่ต้องเรียกเลย พอถึงเวลาเค้าก็จะหิวขึ้นมาเอง 3. เปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลาย เด็กหลายๆ คนเบื่อข้าว อมข้าว เพราะอาจจะเป็นเรื่องของรสชาติที่ไม่ถูกปาก หรือเมนูอาจจะซ้ำซากจำเจจนเกินไป การเปลี่ยนเมนูอาหารให้หลากหลายเนี่ย นอกจากจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารครบถ้วนแล้ว ยังทำให้เค้าเพลิดเพลินไปกับเมนูใหม่ๆ ด้วยนะ […]
สำหรับ Working Women หลายๆ คน การทำงานก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง และเป็นความสุขในการใช้ชีวิต แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไป มีครอบครัว มีลูกขึ้นมาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วถ้าเราขับรถเป็นประจำ พอท้องแล้วยังจะขับรถได้อยู่มั้ย ในบทความนี้ BabyGift จะมานำเสนอเรื่องเกี่ยวกับคนท้องขับรถได้มั้ย และคำแนะนำต่างๆ เพื่อให้คุณแม่อุ่นใจกันมากขึ้นค่ะ คนท้องขับรถได้ไหม ? ชวนคุณแม่ดูคำแนะนำ ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยก่อนขับรถ ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ คุณแม่มักจะเผชิญกับคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ “คนท้องขับรถได้ไหม?” คำถามนี้มักสร้างความกังวลให้กับคุณแม่หลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ การตัดสินใจว่าจะขับรถหรือไม่ในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงข้อควรระวังและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินใจที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เราลองมาดูรายละเอียดกันค่ะ คนท้องขับรถได้ไหม ? โดยทั่วไปหากมีความจำเป็นคนท้องสามารถขับรถได้นะคะ แต่หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงดีกว่า โดยไม่ควรขับรถในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจมีอาการแพ้ท้องกะหันทัน จนไม่สามารถโฟกัสที่การขับขี่ได้ดีเท่าที่ควร (อ่านเคล็ดลับลดอาการแพ้ท้องของคุณแม่เพิ่มเติมได้อีกนะคะ) และในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน ควรงดขับรถโดยเด็ดขาด เนื่องจากครรภ์ใหญ่ขึ้น หากเบรกกระทันหันอาจทำให้ท้องกระแทกพวงมาลัยได้ อีกทั้งเป็นช่วงเวลาของการเตรียมตัวคลอด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหากจำเป็นต้องขับรถ BabyGift มีคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยมาฝากดังนี้ค่ะ คำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อคนท้องต้องขับรถ คนท้องขับรถมอไซค์อันตรายไหม […]
หนึ่งในความปรารถนาสูงสุดของคุณแม่ตั้งครรภ์ คือการคลอดลูกน้อยได้อย่างปลอดภัย ลูกน้อยแรกคลอดมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงมากที่สุด แต่ปัญหาหนึ่งที่คุณแม่หลายๆ ท่านต้องพบเจอ คือภาวะคลอดก่อนกำหนด ที่ทำให้คุณแม่จำเป็นต้องคลอดก่อนเวลา ลูกน้อยต้องคลอดในขณะที่ยังตัวเล็ก มีโอกาสเจ็บป่วย และพิการ รวมทั้งอวัยวะต่างๆ ยังทำงานหรือพัฒนาได้ไม่ดี เรื่องการคลอดก่อนกำหนดแบบนี้ไม่มีครอบครัวไหนอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้นจะดีกว่าไหม? หากเราสามารถตรวจสอบหรือเช็กก่อนได้ เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะคลอดก่อนกำหนดร้ายนี้เกิดขึ้น รู้จักกับปัจจัยเสี่ยง เลี่ยงคลอดก่อนกำหนด ไม่มีแม่ท้องคนไหนอยากให้ลูกคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นการรู้ทัน ป้องกันไว้ น่าจะเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและดีต่อทุกคน เราจึงอยากให้คุณแม่ตั้งครรภ์มาลองสังเกตและรู้จักกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด นั่นคือ การวัดปากมดลูก ป้องกันและลดปัญหาคลอดก่อนกำหนด เพราะความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดมีค่อนข้างมาก หากคุณแม่ได้สังเกตรู้ก่อนเพื่อป้องกันจะทำให้ลดความเสี่ยงของการคลอดก่อนกำหนดได้ ซึ่งวิธีการหนึ่งที่ทางการแพทย์ใช้ในการป้องกันและลดปัญหาคลอดก่อนกำหนด คือการวัดปากมดลูก แต่จะต้องทำอย่างไร มีข้อจำกัดหรืออันตรายหรือไม่…ไปดูกันค่ะ การวัดปากมดลูกคืออะไร? คือการตรวจคัดกรองว่าคุณแม่มีภาวะปากมดลูกสั้นหรือไม่ ด้วยวิธีการประเมินปากมดลูกจากการวัดความยาวของปากมดลูก ผ่านการสแกนด้วยอัลตร้าซาวนด์ทางช่องคลอด หรือโดยแพทย์ วิธีนี้เป็นการวัดความยาวและประเมินความยาวปากมดลูกของคุณแม่ตั้งครรภ์ว่ามีขนาดปกติ หรือมีความสั้นจนเสี่ยงที่จะคลอดก่อนกำหนด การวัดปากมดลูกหรือัลตราซาวนด์ปากมดลูกนี้ มีความปลอดภัย คุณแม่ไม่เจ็บ ทำไมต้องวัดปากมดลูก เพราะปากมดลูกเป็นส่วนล่างของมดลูกที่เชื่อมต่อกับช่องคลอด ตามปกติหากคุณแม่ไม่ได้ตั้งครรภ์ ปากมดลูกจะมีความยาวอย่างน้อยประมาณ 3 ซม. ซึ่งหากในระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่มีปากมดลูกสั้นกว่าปกติ จะสัมพันธ์และทำให้มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด ยิ่งความยาวของปากมดลูกสั้นก็จะเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดมากยิ่งขึ้น รวมถึงแพทย์จะได้ตรวจด้วยว่าคุณแม่มีการเปิดของปากมดลูกด้านในหรือเปล่า เพราะหากปากมดลูกเปิดเร็วก็อาจคลอดก่อนกำหนดเร็วด้วย ดังนั้นการที่สูติแพทย์ทำการวัดความยาวปากมดลูกโดยอัลตราซาวนด์ […]
เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำรา การพาลูกน้อยออกไปทำกิจกรรมเด็กนอกบ้านจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน พร้อมเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์จริง บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 ที่เที่ยวเด็ก กทม. และพื้นที่ใกล้เคียงที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาวันหยุดอย่างมีคุณค่าร่วมกัน วิธีเลือกสถานที่กิจกรรมสำหรับเด็ก การเลือกสถานที่ทำกิจกรรมเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกสนุกได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยที่สุด กิจกรรมเด็กสำหรับทารกและเด็กเล็ก (0-3 ปี) เน้นสถานที่ที่สะอาด ปลอดภัย และมีการจัดการสุขอนามัยที่ดีเยี่ยม กิจกรรมเด็กสำหรับวัยอนุบาล (3-6 ปี) วัยนี้กำลังช่างจดจำและเลียนแบบ ควรเลือกกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการ กิจกรรมเด็กสำหรับวัยประถม (7-12 ปี) เด็กโตต้องการความท้าทายและกิจกรรมที่ช่วยเสริมทักษะทางสมอง กิจกรรมเด็กสำหรับวัยรุ่น (13-18 ปี) เน้นกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจในตัวเองและการเข้าสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน 15 กิจกรรมเด็กและที่เที่ยวในกรุงเทพ หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวเด็ก กทม. ที่ไปได้ทั้งครอบครัว มีทั้งโซนความรู้และความบันเทิงแบบจัดเต็ม นี่คือ 15 พิกัดแนะนำที่เราคัดสรรมาให้คุณพ่อคุณแม่ตามไปเช็กอินได้ตลอดปีนี้ 1. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า (RAMA9 MUSEUM) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง รวบรวมความรู้เรื่องวิวัฒนาการโลกและสิ่งมีชีวิตผ่านสื่อที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัวเพื่อเรียนรู้เรื่องธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม 2. ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ (Topgolf Megacity) สถานที่พักผ่อนสไตล์ Sport […]
ได้เวลา “ป๋อมแป๋ม” กันแล้ว อีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขของลูกน้อยที่จะได้ลงอ่างอาบน้ำให้สบายตัว ในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักเพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างลงไป ก็จะช่วยให้ช่วงเวลาอาบน้ำของลูกน้อยเต็มไปด้วยความสุข สนุก สะอาด ช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยไปได้พร้อมๆ กัน เสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำ ระหว่างที่ลูกน้อยกำลังวุ่นอยู่กับการอาบน้ำ คุณพ่อคุณแม่อาจเสริมด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาเล็กๆ ก็ตาม ด้วยวิธี 3ส. ดังนี้ ส.ที่ 1 = สุข เด็กกับน้ำเป็นของคู่กัน อยู่แล้ว เวลาที่เด็กได้เล่นอยู่กับน้ำจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขหรือ “สารเอนดอร์ฟีน” ออกมา ซึ่งสารแห่งความสุขนี้จะส่งผลทางด้านบวกต่อการรับรู้และเรียนรู้ ช่วยให้ลูกพร้อมซึมซับประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการอาบน้ำซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำ ที่เอื้อต่อการเกิดความสุขได้ดังนี้ ส.ที่ 2 = สนุก เมื่อเด็กมีความสุขก็พร้อมที่จะเรียนรู้ และการเรียนรู้ของเด็กก็คือการที่เด็กได้เล่นสนุกนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเพิ่มพัฒนาการให้กับลูกน้อยในระหว่างอาบน้ำให้คุณพ่อคุณแม่ เลือกสรรของเล่นลงอ่างอาบน้ำให้เหมาะสมด้วย ซึ่งของเล่นในอ่างอาบน้ำก็มีความแตกต่างกับดังนี้ ส.ที่ 3 = สะอาด คือความสดชื่นหลังอาบน้ำ การที่ลูกน้อยได้อาบน้ำอย่างสะอาดช่วยให้ลูกน้อยมีความสุขและรักการอาบน้ำ มากยิ่งขึ้น >>>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : แคร์
ถ้าคุณเป็นพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการมาของลูกน้อย นอกจากจะต้องตระเตรียมของใช้จำเป็นต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยคือการแจ้งเกิดเพื่อขอสูติบัตร ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่เปรียบเสมือนใบเบิกทางแรกของลูกในโลกใบนี้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกขั้นตอนการขอสูติบัตรแบบละเอียด เพื่อให้คุณแม่คุณพ่อหมดกังวล และพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ใบสูติบัตรคืออะไร ใบสูติบัตร หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ ใบเกิด คือเอกสารทางราชการที่ออกให้เพื่อรับรองการเกิดของบุคคล โดยถือเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญที่ยืนยันสถานะความเป็นคนไทย และยังใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการขอเอกสารสำคัญอื่น ๆ เช่น บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง อีกทั้งยังเป็นการนำเข้าข้อมูลสู่ทะเบียนราษฎรอย่างเป็นทางการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิต่าง ๆ ที่ลูกน้อยพึงได้รับตามกฎหมาย ทำไมต้องมีการแจ้งเกิด การแจ้งเกิดเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นการทำตามกฎหมาย และเป็นการสร้างตัวตนทางทะเบียนราษฎรให้กับลูกน้อยอย่างถูกต้องสมบูรณ์ การมี ใบสูติบัตรทำให้ลูกได้รับสิทธิ์และสวัสดิการต่าง ๆ จากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล สิทธิ์ในการศึกษา หรือสิทธิ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของเด็ก นอกจากนี้ สูติบัตรยังเป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างพ่อแม่ลูกอีกด้วย เอกสารสำคัญที่พ่อและแม่ต้องเตรียม ก่อนจะไปแจ้งเกิด คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วและไม่เสียเวลาที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ เอกสารสำคัญที่ต้องใช้มีดังนี้ ขั้นตอนการแจ้งเกิดมีอะไรบ้าง ขั้นตอนการแจ้งเกิดนั้นไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แต่มีข้อปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี ซึ่งสามารถสรุปได้ง่าย ๆ ดังนี้ กรณีเด็กเกิดในโรงพยาบาล ถือเป็นกรณีที่พบได้บ่อยและเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด เนื่องจากโรงพยาบาลจะออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. […]
