4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม เพิ่มน้ำนมได้อย่างเห็นผล

คุณแม่ท้องหรือคุณแม่หลังคลอด ที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อยากสต็อกนมแม่ให้ได้เยอะ ๆ  หลายคนเลยเกิดข้อสงสัยว่า นอกจากอาหารการกินที่ช่วยเพิ่มน้ำนมได้แล้ว วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม การนวดเต้านม นวดเปิดท่อน้ำนม ที่ได้เห็นผ่านตาตามฟีดข่าวโซเชียลต่าง ๆ นั้น ช่วยเพิ่มน้ำนมได้จริงไหม แล้วมีเทคนิคอย่างอื่นช่วยกระตุ้นน้ำนมได้หรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณแม่และแชร์เทคนิคดี ๆ ให้คุณแม่ได้อ่านกันค่ะ

การนวดเต้านม ช่วยกระตุ้นน้ำนมได้จริงไหม

การนวดเต้านมให้ผ่อนคลายในท่าต่าง ๆ แบบนวดธรรมชาติทั่วไป ไม่ได้มีการรีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาแบบเกลี้ยงเต้า จะมีข้อดีคือจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบต่าง ๆ ช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ลดปัญหาคัดตึงเต้านมได้ แต่การนวดแบบไม่ได้รีดน้ำนมออกมาให้เกลี้ยงเต้า ก็จะไม่ได้ช่วยกระตุ้นสร้างน้ำนมเท่าที่ควรนะคะ เพราะยังมีน้ำนมค้างเต้าอยู่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะไม่สั่งผลิตน้ำนมเพิ่มค่ะ

วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม นวดแบบไหนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ ?

จากข้อมูลของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ คุณหมอจะแนะนำให้บีบเต้านมในท่าที่ถูกวิธีด้วยมือ รีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาจนเกลี้ยงเต้า และการทำกระตุ้นจี๊ดนวดหัวนมไปด้วยเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้น เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทน หากเอาลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ควบคู่ไปด้วย ร่างกายก็จะรับรู้ว่าลูกมีความต้องการ ก็จะรีบผลิตน้ำนมแม่เพิ่มอีก ก็จะทำให้มีน้ำนมมากขึ้นได้จริง ซึ่งคุณแม่ต้องรู้วิธีนวดเต้านมที่ถูกต้องก่อนนะคะ และต้องฝึกทำบ่อย ๆ ด้วยค่ะ

4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม ให้เห็นผล

คุณแม่ต้องใช้ขวดนม หรือ แก้ว รองน้ำนมระหว่างนวดด้วยนะคะ เนื่องจากการบีบนวดในลักษณะนี้ จะมีน้ำนมไหลพุ่งออกมาด้วย เป็นการเคลียเต้านม ให้นมเกลี้ยงเต้า คุณแม่สามารถเก็บสต็อกน้ำนมเข้าถุงนมได้เลยค่ะ แนะนำแบรนด์ HAENIM ถุงเก็บน้ำนม ขนาด 6 ออนซ์ เป็นถุงเก็บน้ำนมที่สามารถฉีกได้เลย เลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคจากกรรไกร สามารถเช็กอุณหภูมิน้ำนมแม่ได้ และยังช่วยลดการเหม็นหืนได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ

ท่านวดที่ 1 บีบเต้านมด้วยมือ

ให้คุณแม่ใช้มือสองข้างจับเต้านมข้างซ้ายไว้ แล้วบีบนวดเต้านมลงมา ไล่จากกลางเต้านมลงไปปลายหัวนม ระหว่างนวดจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วย ให้คุณแม่บีบนวดลงไปซ้ำ ๆ ประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปทำข้างขวาในวิธีเดียวกัน

ท่านวดที่ 2 กระตุ้นจี๊ด ดึงหัวนม

ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนมไว้ แล้วดึงหัวนมไปข้างหน้า ดึงให้สุดเท่าที่หัวนมจะยื่นออกไปได้ ทำอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 5-10 ครั้ง

ท่านวดที่ 3 กระตุ้นจี๊ด นวดหมุนหัวนม

ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนม แล้วบีบนวดหัวนมในลักษณะหมุน ๆ รอบหัวนมประมาณ 5-10 ครั้ง ระหว่างนวดควรจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วยนะคะ

4. ประคบอุ่นผ่อนคลายเต้านม

หลังการนวดเต้านมครบ 3 ขั้นตอนแล้ว คุณแม่สามารถผ่อนคลายเต้านม ด้วยการประคบอุ่นเต้านมได้ จะช่วยเรื่องการไหลเวียนระบบต่าง ๆ ให้คุณแม่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วพันรอบเต้านมไว้ 2-3 นาที ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้วค่ะ

หากอยากประหยัดเวลามากขึ้น ไม่ต้องหาผ้าชุบน้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อนให้วุ่นวาย ปัจจุบันคุณแม่สามารถใช้อุปกรณ์นวดอุ่นได้เลย เพียงเปิดปุ่ม แล้ววนคลึงที่เต้านม ก็ช่วยนวดอุ่นได้แล้วค่ะ แบรนด์ที่หาซื้อได้ง่ายจะมีแบรนด์ LAVIE อุปกรณ์นวดอุ่นกระตุ้นน้ำนม และ LAVIE อุปกรณ์กระตุ้นน้ำนม สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการเลยนะคะ

สรุปการนวดเต้านมด้วยมือ

ให้คุณแม่นวดเต้านมทั้ง 3 ขั้นตอนให้ครบ ทำวนไปซ้ำ ๆ วันละ 10-15 นาที ก็จะช่วยเปิดท่อน้ำนม ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้นแล้วค่ะ พร้อมทั้งประคบอุ่นให้เต้านมผ่อนคลายในขั้นตอนสุดท้าย เพียงน้ำนมเกลี้ยงเต้า ร่างกายของคุณแม่ก็จะผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้นแล้วค่ะ

หากคุณแม่ต้องการดูวิดีโอการนวดเต้าที่ถูกต้อง เพื่อทำตาม เรามีคลิปจากคุณหมอมาแนะนำค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=0SNwrLPH_lo

นวดเต้านมแล้วมีอาการเจ็บ

การนวดเต้านมจะเจ็บเป็นปกติอยู่แล้วนะคะ เพราะการนวดให้เห็นผลจะเน้นรีดน้ำนมให้เกลี้ยงเต้า แต่หากหลังนวดแล้วคุณแม่เกิดอาการเจ็บเต้านม เจ็บหัวนม มากเกินไป แนะนำให้หยุดนวด แล้วปลอบประโลมผิวเสริมเกราะป้องกันให้ผิวเต้านมด้วยครีมทาทรวงอกค่ะ ครีมจะช่วยป้องกันและลดการอักเสบของผิวบริเวณทรวงอกและหัวนมได้ดีเลยค่ะ เช่น แบรนด์ Mama’s Choice , Mamilan, My Dear Mom Organic สามารถทาได้ทุกวันเลยนะคะ

ข้อควรระวังในการนวดเต้านม

  • คุณแม่ที่มีอาการเต้านมอักเสบ เต้านมบวม แดง ไม่ควรนวดเต้านม เนื่องจากอาจจะอักเสบเพิ่มขึ้นได้
  • คุณแม่ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่ ไม่ควรนวดเต้านม เพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายได้
  • คุณแม่ที่มีบาดแผลบริเวณเต้านม ไม่ควรนวดเต้านม

แชร์เทคนิคเพิ่มน้ำนม

หลังจากบีบเต้านมด้วยมือและการทำกระตุ้นจี๊ดแล้ว ก็ยังมีวีธีอื่น ๆ ที่ควรทำควบคู่กันไปด้วยนะคะ

1. ให้ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อยขึ้น

    การที่ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ลูกมีความต้องการดูดนมคุณแม่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะรับรู้และมีการผลิตฮอร์โมนโพรแลกทิน (prolactin) ขึ้นมา ฮอร์โมนนี้จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายคุณแม่มีการผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับความต้องการของลูกน้อยค่ะ

    2. ให้ลูกเข้าเต้าทั้งสองข้าง

      คุณแม่ไม่ควรให้ลูกน้อยเข้าเต้าแค่ข้างที่ตัวเองถนัด หรือ ข้างที่ลูกน้อยถนัดนะคะ ควรจะเปลี่ยนข้างให้ลูกน้อยดูดนมด้วย เพราะหากให้ลูกเข้าเต้าเฉพาะข้างใดข้างนึง ร่างกายก็จะผลิตน้ำนมให้แค่เต้าข้างนั้นค่ะ

      3. ปั๊มนม ช่วยให้เกลี้ยงเต้ามากขึ้น

        นอกจากให้ลูกน้อยเข้าเต้าแล้ว การปั๊มนมก็ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าได้มากขึ้นด้วย หากเครื่องปั๊มนมมีปุ่มนวดเต้านมด้วยก็จะดีมาก ปั๊มไปนวดไป ช่วยผ่อนคลายสบายเต้า เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายของคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทนค่ะ แบรนด์เครื่องปั๊มนมที่มีปุ่มนวดแนะนำแบรนด์ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7V และ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7X  ค่ะ

        4. ทานอาหารช่วยเพิ่มน้ำนม

          อาหารเพิ่มน้ำนมในตระกูลผัก เช่น หัวปลี ขิง ฟักทอง มะละกอ ใบแมงลัก ใบกะเพรา ตำลึง กุยช่าย พริกไทย มะรุม ในตระกูลผลไม้ เช่น มะขาม อันทผลัม ขนุน พุทรา อะโวคาโด กล้วย แก้วมังกร สตรอว์เบอร์รี่ เป็นต้น คุณแม่สามารถนำมาทำเป็นเมนูอร่อย เมนูที่คุณแม่ชอบกินได้เลยนะคะ ผักผลไม้เพิ่มน้ำนมเหล่านี้ สามารถกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ

          นอกจากบีบนวดเต้านมให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และนำลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ด้วยนะคะ เพราะทำควบคู่กันไป จะเป็นการช่วยกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ

          หากคุณแม่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเตรียมตัวให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปั๊มนม อุปกรณ์นวดอุ่น กรวยซิลิโคนปั๊มนม แผ่นซับน้ำนม แผ่นทำความสะอาดเต้านม ชุดชั้นในให้นม ถุงเก็บน้ำนม เครื่องอุ่นนม หมอนรองให้นม ผ้าคลุมให้นม หรืออื่น ๆ 

          BabyGift เข้าใจคุณแม่ดีค่ะ ว่าต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใส่ใจในความปลอดภัย พร้อมต้องการคำแนะนำที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถแวะมาเลือกของใช้ ได้ที่ร้าน BabyGift 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ได้นะคะ ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำคุณแม่ค่ะ

          สินค้าที่เกี่ยวข้อง

          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00
          คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

          สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

          7,700.00

          บทความแนะนำ

          อีกปัญหาหนึ่งของแม่ลูกอ่อนเกือบทุกบ้าน คือการอุ้มลูกน้อยทุกๆวัน พอนานๆก็อาจเริ่มมีอาการปวดแขน ปวดข้อมือกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ? ได้เวลาหาตัวช่วยอย่าง #เป้อุ้มเด็ก ที่จะช่วยให้อุ้มลูกได้นานมากยิ่งขึ้น แบบไม่ปวดหลังปวดเมื่อย ลูกนั่งสบายอุ่นใจที่ได้ใกล้ชิดแม่ พร้อมกับแม่ทำกิจกรรมอย่างอื่นไปได้ด้วย หรือเมื่อจำเป็นต้องพาลูกออกนอกบ้าน ก็สามารถอุ้มลูกได้อย่างคล่องตัว พ่อแม่หลายคน อาจสงสัยว่าถ้าไปเลือกซื้อเป้อุ้มที่ร้าน ลองใส่ครั้งแรกต้องทำยังไง?วันนี้ BABYGIFT มาแชร์ วิธีใส่เป้อุ้มเด็ก แบบ Hipseat อย่างถูกวิธีและปลอดภัย ตามมาดูกันเลยค่ะ ขั้นตอนที่ 1 เอา Hipseat ไว้ด้านหลังของคุณ ขั้นตอนที่ 2 แขม่วท้องเล็กน้อย ติดสายคาดให้แน่นที่สุดพร้อมล็อคเข็มขัด ขั้นตอนที่ 3 หมุน Hipseat มาไว้ด้านหลังของคุณ ขั้นตอนที่ 4 อุ้มเด็กนั่งบน Hipseat อย่างระมัดระวัง ขั้นตอนที่ 5 ค่อยๆใส่สายสะพายทีละข้าง โดยใช้มือประคองลูกตลอดเวลา ขั้นตอนที่ 6 เอื้อมมือไปติดตัวล็อคด้านหลัง พร้อมปรับให้กระชับตัว ขั้นตอนที่ 7 ช้อนก้นเด็กอีกครั้ง ให้นั่งชิดกับคนอุ้มมากที่สุด เป็นยังไงกันบ้างคะ วิธีใส่เป้อุ้มเด็กง่ายๆ เพียง 7 ขั้นตอน เท่านี้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถอุ้มลูกด้วย เป้อุ้มเด็ก […]

          เพราะความปลอดภัยคือเหตุผลอันดับ 1 ที่พ่อแม่ต้องควักเงินซื้อคาร์ซีทให้ลูกน้อย ก็เพื่อปกป้องลูกจากการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ปัจจัยที่รองลงมาคือ ลูกนอนสบาย ใช้งานง่าย และงบประมาณ มาตรฐานความปลอดภัยของคาร์ซีท จริงๆแล้ววัดจากอะไร ก็ต้องเป็นวัสดุที่รองรับแรงกระแทกด้านใน ซึ่งคาร์ซีทแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อใช้วัสดุภายในที่ไม่เหมือนกัน แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้ 1. EPS Foam และ EPP Foam EPS Foam (Polystyrene Foam)  เป็นวัสดุที่ช่วยลดแรงกระแทก ที่ใช้ใน หมวกกันน๊อค ช่วยปกป้องชีวิต ผู้สวมใส่ โฟมชนิดนึ้จึงถูกนำไว้ในคาร์ซีท ใช้รองรับแรงกระแทกสำหรับศีรษะและส่วนบนของร่างกายเด็ก ในกรณีที่เกิดการกระแทกโฟมจะแตกและจะกระจายแรงกระแทกออกไปโดยแทบไม่มีแรงสะท้อนกลับ จึงทำให้ได้เด็กปลอดภัย ดังนั้นผู้ผลิตคาร์ซีทระดับมาตรฐานสากลส่วนใหญ่ จึงนำโฟมชนิดนี้มาใช้ในคาร์ซีทเพื่อรองรับแรงกระแทกโดยเฉพาะ ส่วน EPP Foam (Polypropylene Foam) เป็นวัสดุที่คล้ายกับ EPS Foam แต่มีความยืดหยุ่น ไม่แตกหักง่าย และทนความร้อนดีกว่า  จึงนำไปผลิตเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ ข้อมูลอ้างอิงจาก http://www.carseatsite.com/FAQ.htm 2. Urethane […]

          ก่อนเลือกคาร์ซีทกระเช้า ควรรู้อะไรบ้าง (สำหรับพ่อแม่มือใหม่) คาร์ซีทกระเช้าเป็นคาร์ซีทแบบแรกที่ลูกน้อยจะได้ใช้งานตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาลแต่เพื่อให้เลือกได้ “ถูกต้องและปลอดภัยจริง” พ่อแม่มือใหม่ควรรู้พื้นฐานสำคัญเหล่านี้ก่อนตัดสินใจ กระเช้าใช้ได้ถึงอายุหรือส่วนสูงประมาณไหน โดยทั่วไป คาร์ซีทกระเช้าออกแบบมาสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงประมาณ 12–15 เดือน หรือจนถึง ส่วนสูงประมาณ 85–87 ซม. หรือน้ำหนักไม่เกิน 13 กก. (ขึ้นอยู่กับรุ่นและมาตรฐานที่ผู้ผลิตกำหนด) ข้อควรรู้: ปัจจุบันหลายรุ่นอ้างอิงตาม ส่วนสูง (i-Size R129) มากกว่าน้ำหนัก พ่อแม่จึงควรตรวจสเปกบนตัวคาร์ซีทเป็นหลัก ไม่ยึดอายุอย่างเดียว ควรเลิกใช้คาร์ซีทกระเช้าเมื่อไร ควรหยุดใช้คาร์ซีทกระเช้าทันทีเมื่อเกิดข้อใดข้อหนึ่ง: การฝืนใช้กระเช้านานเกินไป อาจทำให้ การซัพพอร์ตศีรษะและคอไม่เหมาะสมกับพัฒนาการของลูกกระเช้า ≠ คาร์ซีทนอนราบถาวร กระเช้า ≠ คาร์ซีทนอนราบถาวร แม้คาร์ซีทกระเช้าบางรุ่นจะสามารถ ปรับเอนได้มาก หรือใช้ร่วมกับรถเข็นในโหมดที่ลูกนอนสบาย แต่โดยหลักแล้ว กระเช้าไม่ได้ออกแบบมาให้ลูกนอนยาวต่อเนื่องหลายชั่วโมง คำแนะนำคือ: สิ่งนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อท่าทางการนอนและการหายใจของทารก ทำไมคาร์ซีทกระเช้าต้องหันหน้าเข้าเบาะรถ การติดตั้งแบบ หันหน้าเข้าเบาะรถ (Rearward Facing) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กเล็กเพราะ: ด้วยเหตุนี้ มาตรฐานความปลอดภัยสากลจึงกำหนดให้ เด็กเล็กต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าเบาะรถเสมอ สรุปสเปกที่ต่างกันของคาร์ซีทกระเช้า 4 […]

          นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ในกรณีที่คุณแม่มีความจำเป็นต้องใช้นมผง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีชงนมผงที่ถูกต้องและปลอดภัย เพราะหากชงผิดสัดส่วนหรือรักษาความสะอาดไม่ดีพอ อาจส่งผลให้ลูกน้อยท้องอืด ท้องเสีย หรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน บทความนี้จะมาเจาะลึกวิธีชงนมผงเด็กอย่างละเอียดเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก 4 วิธีชงนมผงเด็กที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และปลอดภัยจากเชื้อโรค คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามวิธีชงนมผงเด็ก 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ 1. สุขอนามัยต้องสะอาด ก่อนเริ่มวิธีชงนมผงทุกครั้ง คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ ขวดนมและจุกนมต้องผ่านการล้างและฆ่าเชื้อด้วยการต้มหรือนึ่งด้วยเครื่องอบฆ่าเชื้อ และควรพักไว้ให้แห้งสนิทบนตะแกรงสะอาด การรักษาความสะอาดในขั้นตอนนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในทางเดินอาหารของทารกได้ดีที่สุด 2. ใช้น้ำร้อนผสมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นจนเท่าอุณหภูมิห้อง น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำเปล่าที่ต้มเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงจนเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำอุณหภูมิห้องที่ไม่ผ่านการต้ม เพราะระบบย่อยอาหารของลูกยังบอบบางมาก น้ำอุ่นในระดับที่พอเหมาะจะช่วยให้นมผงละลายได้ดีและไม่ทำลายสารอาหารบางชนิดในนมผง 3. การเตรียม และการตวงนม ลำดับสำคัญของวิธีชงนมผง คือต้อง “เติมน้ำก่อนใส่นมผง” เสมอ โดยตรวจสอบสัดส่วนตามฉลากข้างผลิตภัณฑ์ ใช้ช้อนตวงที่มากับนมตักให้เต็ม เคาะเบาๆ เพื่อไล่ฟองอากาศแล้วปาดให้เรียบเสมอขอบช้อน การตวงที่แม่นยำจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่เข้มข้นพอเหมาะ ไม่เจือจางหรือเข้มข้นจนเกินไปซึ่งอาจส่งผลต่อไตของเด็ก 4. วิธีชงนมให้นมผงละลาย เมื่อใส่นมผงลงไปแล้ว ให้ปิดฝาให้สนิทและค่อยๆ หมุนขวดนมเป็นวงกลมหรือแกว่งไปมาเบาๆ เพื่อให้เนื้อนมผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ หลีกเลี่ยงการเขย่าขวดนมแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกท้องอืด ก่อนให้ลูกทาน อย่าลืมหยดน้ำนมลงบนหลังมือเพื่อทดสอบความร้อนให้มั่นใจอีกครั้ง วิธีเก็บรักษานมที่ชงแล้ว […]

          Baby Shower เป็นการจัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อรับขวัญทารกที่ใกล้คลอด แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นญาติและเพื่อนสนิท ซึ่งจะนำของขวัญมามอบให้คุณแม่ เพื่อต้อนรับเจ้าตัวน้อยของครอบครัวนั่นเอง เป็นการแบ่งปันความรักให้กับครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นที่นิยมในต่างประเทศ และปัจจุบันคนไทยเริ่มนิยมธรรมเนียมนี้เพิ่มมากขึ้น เริ่มจากการตั้งงบประมาณ ดูจากจำนวนแขกที่เชิญ หาสถานที่ ที่เราและแขกเดินทางสะดวก หรือถ้าบ้านมีบริเวณรับแขกจำนวนเยอะได้ ก็จัดที่บ้านได้เลยค่ะ  เลือกธีมงาน ส่งคำเชิญแบบออนไลน์สะดวกที่สุดค่ะ เตรียมของตกแต่งในงาน เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ตามธรรมเนียมว่าที่คุณแม่ จะมี Registered list ว่าของที่อยากได้มีอะไรบ้าง  ก็จะทำให้คุณแม่ได้ของใช้เบบี๋ได้ตรงกับใจที่ต้องการ และลิสต์ของรับขวัญจะมีตามนี้นะคะ 1. เสื้อผ้าเด็กอ่อน รวมไปถึงถุงมือ ถุงเท้า หมวก ผ้าห่อตัว ผ้าห่ม จัดแบบยกเซตไปเลยรับรองว่าคุณแม่เป็นปลื้มแน่ๆ 2. เก้าอี้ทานข้าว บางคนอาจคิดว่า กว่าจะได้ใช้ต้องรอเด็กโตก่อน ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป แต่เอาจริงๆแล้ว แป๊บๆเองนะคะ ได้ใช้ยาวๆจนเด็กโต 3 – 4 ปีได้เลย นะคะ 3. เปลไกว ยิ่งเป็นแบบอัตโนมัติยิ่งดี จะได้ช่วยให้แม่ๆได้พักผ่อนไปพร้อมกับลูกๆ 4. เป้อุ้มเด็ก ไอเทมนี้ไม่ควรพลาด ตัวช่วยคุณแม่ที่คุณพ่อสามารถแบ่งเบาได้ด้วย พ่อใช้ก็ชิลๆ แม่ใช้ก็ชิคๆ […]

          สำหรับคนที่ชอบการเข้าครัว ทำอาหาร ถนอมอาหาร คงรู้จัก อลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminium foil) กันอย่างแน่นอน เพราะเป็นอุปกรณ์ในการถนอมอาหารและใช้ในการนำความร้อนปรุงอาหาร ปัจจุบันได้มีนวัตกรรมใหม่ ๆ นำอลูมิเนียมฟอยล์ไปแปรรูปเป็น ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ เพื่อช่วยในการเก็บรักษาน้ำนมแม่ ไม่ให้มีกลิ่นเหม็นหืน และยังช่วยให้อุ่นนมได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมาก ๆ เราจึงได้หาข้อมูลคุณสมบัติทั้งข้อดีและข้อเสียมาบอกกัน จะน่าใช้หรือไม่ ตอบโจทย์คุณแม่นักปั๊มแค่ไหน ไปดูกันเลย ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ คืออะไร ?  คือ การใช้แผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ เป็นวัสดุหลักในการผลิตถุงเก็บน้ำนม แทนการใช้พลาสติก โดยการขึ้นรูปถุงนมด้วยอลูมิเนียมฟอยล์ ผ่านการเคลือบด้วย Polyethylene, Polyamide และ Polyester รวม 4 ชั้น ให้ถุงเก็บน้ำนมแข็งแรงทนทานกว่าถุงเก็บน้ำนมพลาสติกใสทั่วไป รวมถึงอลูมิเนียมฟอยล์จะมีคุณสมบัติทึบแสง 100% เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำนมแม่ให้คงรสชาติ กลิ่นไม่เหม็นหืน แบบเดียวกันกับการห่ออาหาร ถนอมอาหารในครัวเรือน  ทดลองอุ่นนมแม่แช่แข็ง ด้วยเครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmerถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ VS ถุงเก็บน้ำนมพลาสติก ถุงเก็บน้ำนมอลูมิเนียมฟอยล์  *อลูมิเนียมฟอยล์นำความร้อนได้ดี จะไม่ต้องใช้โหมดละลายน้ำแข็ง (Defrost) เพราะจะทำให้อุณหภูมิของน้ำนมสูงเกินไป*  ถุงเก็บน้ำนมพลาสติก  *ความร้อน 60 […]

          Menu
          All Categories
          All Brands
          All Ages
          Promotions
          Locations
          BabyGift Family
          BabyGift Care
          Parents Guide
          News & Event

          All Categories

          All Categories
          All Brands
          All Ages

          Kid