4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม เพิ่มน้ำนมได้อย่างเห็นผล

คุณแม่ท้องหรือคุณแม่หลังคลอด ที่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อยากสต็อกนมแม่ให้ได้เยอะ ๆ  หลายคนเลยเกิดข้อสงสัยว่า นอกจากอาหารการกินที่ช่วยเพิ่มน้ำนมได้แล้ว วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม การนวดเต้านม นวดเปิดท่อน้ำนม ที่ได้เห็นผ่านตาตามฟีดข่าวโซเชียลต่าง ๆ นั้น ช่วยเพิ่มน้ำนมได้จริงไหม แล้วมีเทคนิคอย่างอื่นช่วยกระตุ้นน้ำนมได้หรือเปล่า วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณแม่และแชร์เทคนิคดี ๆ ให้คุณแม่ได้อ่านกันค่ะ

การนวดเต้านม ช่วยกระตุ้นน้ำนมได้จริงไหม

การนวดเต้านมให้ผ่อนคลายในท่าต่าง ๆ แบบนวดธรรมชาติทั่วไป ไม่ได้มีการรีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาแบบเกลี้ยงเต้า จะมีข้อดีคือจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบต่าง ๆ ช่วยให้คุณแม่รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ลดปัญหาคัดตึงเต้านมได้ แต่การนวดแบบไม่ได้รีดน้ำนมออกมาให้เกลี้ยงเต้า ก็จะไม่ได้ช่วยกระตุ้นสร้างน้ำนมเท่าที่ควรนะคะ เพราะยังมีน้ำนมค้างเต้าอยู่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะไม่สั่งผลิตน้ำนมเพิ่มค่ะ

วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม นวดแบบไหนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ ?

จากข้อมูลของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ คุณหมอจะแนะนำให้บีบเต้านมในท่าที่ถูกวิธีด้วยมือ รีดน้ำนมของคุณแม่ให้ออกมาจนเกลี้ยงเต้า และการทำกระตุ้นจี๊ดนวดหัวนมไปด้วยเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้น เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทน หากเอาลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ควบคู่ไปด้วย ร่างกายก็จะรับรู้ว่าลูกมีความต้องการ ก็จะรีบผลิตน้ำนมแม่เพิ่มอีก ก็จะทำให้มีน้ำนมมากขึ้นได้จริง ซึ่งคุณแม่ต้องรู้วิธีนวดเต้านมที่ถูกต้องก่อนนะคะ และต้องฝึกทำบ่อย ๆ ด้วยค่ะ

4 วิธีนวดกระตุ้นน้ำนม ให้เห็นผล

คุณแม่ต้องใช้ขวดนม หรือ แก้ว รองน้ำนมระหว่างนวดด้วยนะคะ เนื่องจากการบีบนวดในลักษณะนี้ จะมีน้ำนมไหลพุ่งออกมาด้วย เป็นการเคลียเต้านม ให้นมเกลี้ยงเต้า คุณแม่สามารถเก็บสต็อกน้ำนมเข้าถุงนมได้เลยค่ะ แนะนำแบรนด์ HAENIM ถุงเก็บน้ำนม ขนาด 6 ออนซ์ เป็นถุงเก็บน้ำนมที่สามารถฉีกได้เลย เลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคจากกรรไกร สามารถเช็กอุณหภูมิน้ำนมแม่ได้ และยังช่วยลดการเหม็นหืนได้เป็นอย่างดีด้วยค่ะ

ท่านวดที่ 1 บีบเต้านมด้วยมือ

ให้คุณแม่ใช้มือสองข้างจับเต้านมข้างซ้ายไว้ แล้วบีบนวดเต้านมลงมา ไล่จากกลางเต้านมลงไปปลายหัวนม ระหว่างนวดจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วย ให้คุณแม่บีบนวดลงไปซ้ำ ๆ ประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปทำข้างขวาในวิธีเดียวกัน

ท่านวดที่ 2 กระตุ้นจี๊ด ดึงหัวนม

ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนมไว้ แล้วดึงหัวนมไปข้างหน้า ดึงให้สุดเท่าที่หัวนมจะยื่นออกไปได้ ทำอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 5-10 ครั้ง

ท่านวดที่ 3 กระตุ้นจี๊ด นวดหมุนหัวนม

ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนม แล้วบีบนวดหัวนมในลักษณะหมุน ๆ รอบหัวนมประมาณ 5-10 ครั้ง ระหว่างนวดควรจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วยนะคะ

4. ประคบอุ่นผ่อนคลายเต้านม

หลังการนวดเต้านมครบ 3 ขั้นตอนแล้ว คุณแม่สามารถผ่อนคลายเต้านม ด้วยการประคบอุ่นเต้านมได้ จะช่วยเรื่องการไหลเวียนระบบต่าง ๆ ให้คุณแม่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วพันรอบเต้านมไว้ 2-3 นาที ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้วค่ะ

หากอยากประหยัดเวลามากขึ้น ไม่ต้องหาผ้าชุบน้ำอุ่นหรือถุงน้ำร้อนให้วุ่นวาย ปัจจุบันคุณแม่สามารถใช้อุปกรณ์นวดอุ่นได้เลย เพียงเปิดปุ่ม แล้ววนคลึงที่เต้านม ก็ช่วยนวดอุ่นได้แล้วค่ะ แบรนด์ที่หาซื้อได้ง่ายจะมีแบรนด์ LAVIE อุปกรณ์นวดอุ่นกระตุ้นน้ำนม และ LAVIE อุปกรณ์กระตุ้นน้ำนม สามารถใช้ได้บ่อยเท่าที่ต้องการเลยนะคะ

สรุปการนวดเต้านมด้วยมือ

ให้คุณแม่นวดเต้านมทั้ง 3 ขั้นตอนให้ครบ ทำวนไปซ้ำ ๆ วันละ 10-15 นาที ก็จะช่วยเปิดท่อน้ำนม ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้ามากขึ้นแล้วค่ะ พร้อมทั้งประคบอุ่นให้เต้านมผ่อนคลายในขั้นตอนสุดท้าย เพียงน้ำนมเกลี้ยงเต้า ร่างกายของคุณแม่ก็จะผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้นแล้วค่ะ

หากคุณแม่ต้องการดูวิดีโอการนวดเต้าที่ถูกต้อง เพื่อทำตาม เรามีคลิปจากคุณหมอมาแนะนำค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=0SNwrLPH_lo

นวดเต้านมแล้วมีอาการเจ็บ

การนวดเต้านมจะเจ็บเป็นปกติอยู่แล้วนะคะ เพราะการนวดให้เห็นผลจะเน้นรีดน้ำนมให้เกลี้ยงเต้า แต่หากหลังนวดแล้วคุณแม่เกิดอาการเจ็บเต้านม เจ็บหัวนม มากเกินไป แนะนำให้หยุดนวด แล้วปลอบประโลมผิวเสริมเกราะป้องกันให้ผิวเต้านมด้วยครีมทาทรวงอกค่ะ ครีมจะช่วยป้องกันและลดการอักเสบของผิวบริเวณทรวงอกและหัวนมได้ดีเลยค่ะ เช่น แบรนด์ Mama’s Choice , Mamilan, My Dear Mom Organic สามารถทาได้ทุกวันเลยนะคะ

ข้อควรระวังในการนวดเต้านม

  • คุณแม่ที่มีอาการเต้านมอักเสบ เต้านมบวม แดง ไม่ควรนวดเต้านม เนื่องจากอาจจะอักเสบเพิ่มขึ้นได้
  • คุณแม่ที่เป็นโรคผิวหนังอยู่ ไม่ควรนวดเต้านม เพราะจะทำให้เชื้อแพร่กระจายได้
  • คุณแม่ที่มีบาดแผลบริเวณเต้านม ไม่ควรนวดเต้านม

แชร์เทคนิคเพิ่มน้ำนม

หลังจากบีบเต้านมด้วยมือและการทำกระตุ้นจี๊ดแล้ว ก็ยังมีวีธีอื่น ๆ ที่ควรทำควบคู่กันไปด้วยนะคะ

1. ให้ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อยขึ้น

การที่ลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ลูกมีความต้องการดูดนมคุณแม่ ร่างกายของคุณแม่ก็จะรับรู้และมีการผลิตฮอร์โมนโพรแลกทิน (prolactin) ขึ้นมา ฮอร์โมนนี้จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายคุณแม่มีการผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น ทำให้มีน้ำนมเพียงพอสำหรับความต้องการของลูกน้อยค่ะ

2. ให้ลูกเข้าเต้าทั้งสองข้าง

คุณแม่ไม่ควรให้ลูกน้อยเข้าเต้าแค่ข้างที่ตัวเองถนัด หรือ ข้างที่ลูกน้อยถนัดนะคะ ควรจะเปลี่ยนข้างให้ลูกน้อยดูดนมด้วย เพราะหากให้ลูกเข้าเต้าเฉพาะข้างใดข้างนึง ร่างกายก็จะผลิตน้ำนมให้แค่เต้าข้างนั้นค่ะ

3. ปั๊มนม ช่วยให้เกลี้ยงเต้ามากขึ้น

นอกจากให้ลูกน้อยเข้าเต้าแล้ว การปั๊มนมก็ช่วยให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าได้มากขึ้นด้วย หากเครื่องปั๊มนมมีปุ่มนวดเต้านมด้วยก็จะดีมาก ปั๊มไปนวดไป ช่วยผ่อนคลายสบายเต้า เมื่อน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ร่างกายของคุณแม่ก็จะสั่งผลิตน้ำนมใหม่มาทดแทนค่ะ แบรนด์เครื่องปั๊มนมที่มีปุ่มนวดแนะนำแบรนด์ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7V และ HAENIM เครื่องปั๊มนม รุ่น 7X  ค่ะ

4. ทานอาหารช่วยเพิ่มน้ำนม

อาหารเพิ่มน้ำนมในตระกูลผัก เช่น หัวปลี ขิง ฟักทอง มะละกอ ใบแมงลัก ใบกะเพรา ตำลึง กุยช่าย พริกไทย มะรุม ในตระกูลผลไม้ เช่น มะขาม อันทผลัม ขนุน พุทรา อะโวคาโด กล้วย แก้วมังกร สตรอว์เบอร์รี่ เป็นต้น คุณแม่สามารถนำมาทำเป็นเมนูอร่อย เมนูที่คุณแม่ชอบกินได้เลยนะคะ ผักผลไม้เพิ่มน้ำนมเหล่านี้ สามารถกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ

นอกจากบีบนวดเต้านมให้น้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ พักผ่อนให้เพียงพอ และนำลูกน้อยเข้าเต้าบ่อย ๆ ด้วยนะคะ เพราะทำควบคู่กันไป จะเป็นการช่วยกระตุ้นน้ำนมได้ดีเลยค่ะ

หากคุณแม่กำลังมองหาอุปกรณ์ที่จะใช้ในการเตรียมตัวให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็น เครื่องปั๊มนม อุปกรณ์นวดอุ่น กรวยซิลิโคนปั๊มนม แผ่นซับน้ำนม แผ่นทำความสะอาดเต้านม ชุดชั้นในให้นม ถุงเก็บน้ำนม เครื่องอุ่นนม หมอนรองให้นม ผ้าคลุมให้นม หรืออื่น ๆ 

BabyGift เข้าใจคุณแม่ดีค่ะ ว่าต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ใส่ใจในความปลอดภัย พร้อมต้องการคำแนะนำที่ดีที่สุด คุณแม่สามารถแวะมาเลือกของใช้ ได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ได้นะคะ ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำคุณแม่ค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

รถเข็นเด็ก แบบไหน ขึ้นเครื่องบินได้? เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัย 6 เดือน เริ่มมีภูมิคุ้มกันที่มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากจะพาลูกน้อยออกไปท่องเที่ยว ดูโลกกว้าง หรือพาบินลัดฟ้าไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าที่ต่างจังหวัด รถเข็นเด็ก จึงเป็นตัวช่วยให้การเดินทางของคุณและลูกน้อยสะดวกสบาย แล้วรถเข็นแบบไหนกัน ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่? Babygift ได้เตรียมคำตอบรอไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ กฎของการนำ รถเข็นเด็ก ขึ้นเครื่องบินของสายการบิน รถเข็นเด็กจัดเป็นสัมภาระติดตัวชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินไปได้ โดยเด็ก/ทารก 1 คน มีสิทธิ์ในการนำรถเข็นขึ้นเครื่องได้ 1 คัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในกรณีที่มีมากกว่า 1 คัน ผู้โดยสารจะต้องซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม โดยที่รถเข็นเด็กที่นำขึ้นเครื่องบินไปด้วยนั้น ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดพับเล็ก หรือพับใหญ่ แต่จะต้องเป็นรถเข็นที่พับได้เท่านั้น และจะต้องเป็นรถเข็นที่มีน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด โดยสามารถเช็คได้จากขนาดสัมภาระที่สายการบินอนุญาตให้นำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้นั่นเองค่ะ วิธีการนำรถเข็นเด็กติดตัวขึ้นเครื่องบิน หมายเหตุ *แต่ละสายการบินมีนโยบายที่แตกต่างกัน รวมถึงนโยบายของสนามบินปลายทาง รวมถึงสภาพอากาศในวันที่เดินทาง กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขกับสายการบินทุกครั้งก่อนวันออกเดินทาง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของท่าน รถเข็นเด็กแบบ “พับเล็ก” สามารถนำเก็บบนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead bin) ได้หรือไม่? คำตอบคือ ได้ค่ะ หากรถเข็นเมื่อพับแล้วมีขนาดเล็ก ตามขนาดสัมภาระที่สายการบินกำหนด […]

การเริ่มต้นดูแลชีวิตใหม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โภชนาการเป็นสิ่งที่คุณแม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะผลไม้ที่คนท้องควรกิน ซึ่งเปรียบเสมือนคลังวิตามินจากธรรมชาติที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกและบำรุงสุขภาพคุณแม่ให้แข็งแรง การเลือกทานผลไม้อย่างถูกวิธีในช่วงตั้งครรภ์ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ แต่ยังช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในทุก ๆ วัน รวม 7 ผลไม้ที่คนท้องควรกิน เพื่อสารอาหารที่ดีที่สุด หากคุณแม่กำลังสงสัยว่า คนท้องควรกินผลไม้อะไรที่จะส่งผลดีที่สุดต่อลูกน้อยในครรภ์ วันนี้เราได้รวบรวม 7 สุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็น เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกทานของว่างที่มีประโยชน์และปลอดภัย ดังนี้ 1. ส้ม แหล่งโฟเลตและวิตามินซีช่วยบำรุงสมองทารก ส้มจัดเป็นอันดับต้น ๆ ของผลไม้ที่คนท้องควรกิน เพราะอุดมไปด้วยโฟเลต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความพิการทางสมองและระบบประสาทของทารก นอกจากนี้ วิตามินซีสูงในส้มยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คุณแม่ และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้ดียิ่งขึ้น ลดภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี 2. กล้วย มีโพแทสเซียมสูงช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ดี กล้วยเป็นตัวช่วยชั้นยอดสำหรับคุณแม่ที่ประสบปัญหาแพ้ท้องหรือตะคริว เนื่องจากมีโพแทสเซียมและวิตามินบี 6 สูง ซึ่งช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุในร่างกายและลดอาการคลื่นไส้ได้ อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกที่คุณแม่มักพบเจอจากการที่มดลูกขยายตัวไปกดทับลำไส้ใหญ่ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้คล่องตัวขึ้น 3. อะโวคาโด ให้ไขมันดีและโฟเลตสูงสุดในกลุ่มผลไม้ หากถามว่า คนท้องควรกินผลไม้อะไร เพื่อบำรุงหัวใจและสมอง อะโวคาโดคือคำตอบ เพราะอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Healthy Fats) ที่จำเป็นต่อการพัฒนาเนื้อเยื่อสมองของลูกน้อย นอกจากนี้ยังมีโฟเลตสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น ช่วยป้องกันภาวะบกพร่องของไขสันหลัง และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่อีกด้วย 4. ฝรั่ง อุดมด้วยวิตามินซีและใยอาหารช่วยการขับถ่าย […]

เมื่อต้องพาเจ้าตัวน้อยเดินทางไกลขึ้นเครื่องบินครั้งแรก คุณแม่หลายท่านมักมีคำถามมากมาย เพื่อให้ทุกท่านเตรียมตัวเดินทางได้อย่างสนุกสนานพร้อมรถเข็นคันโปรดคู่ใจ Baby Gift ได้รวบรวมทุกคำตอบไว้ในที่เดียวจบ 1.รถเข็นแบบไหนสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้บ้าง จำเป็นต้องพับเล็กๆ หรือมีข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดและน้ำหนักของรถเข็นหรือไม่? ตอบ เมื่อมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กเดินทางไปพร้อมกัน รถเข็นเด็กทุกขนาด ไม่ว่าจะพับใหญ่พับเล็ก ทั้งหนักและเบา สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทั้งหมดโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและน้ำหนัก แต่รถเข็นต้องสามารถพับได้ (ซึ่งรถเข็นทุกรุ่นทุกแบรนด์ที่จำหน่ายในปัจจุบันพับได้ทุกคัน) 2. ขั้นตอนการนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินแบบ Gate Check ? ตอบ เมื่อนำกระเป๋าขนาดใหญ่ Check in เพื่อโหลดใต้ท้องเครื่องให้แจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินว่ามีรถเข็นเด็กมาด้วย และต้องการเข็นไปโหลดที่หน้าประตูเครื่องบิน (หรือเรียกว่า Gate Check) เจ้าหน้าที่จะนำ Tag (หรือป้ายติดกระเป๋า) ติดให้ที่รถเข็นเพื่อป้องกันการสูญหาย เราสามารถเข็นลูกน้อยผ่านพิธีการต่างๆ ไปจนถึงหน้าประตูเครื่องบินตรงจุดที่มีแอร์โฮสเตสยืนต้อนรับ ให้พับรถเข็นให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่รอรับฝากรถเข็นเพื่อนำลงไปเก็บใต้เครื่อง (ในบางกรณีเจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมถุงพลาสติกขนาดใหญ่คลุมให้อย่างดีเพื่อความสะอาดและปลอดภัย) ซึ่งเมื่อถึงที่หมายปลายทางเจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นมาส่งคืนให้ที่หน้าประตูเครื่องบินเหมือนเดิม ในกรณีต่อเครื่อง (Transfer) ก็สามารถรับรถเข็นคืนได้ที่หน้าประตูเครื่องเช่นเดียวกัน 3. มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับนำรถเข็นเดินทางขึ้นเครื่องบินหรือไม่ ตอบ ทุกสายการบินอนุญาติให้นำรถเข็นขึ้นเครื่องได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 4. ในกรณีที่รถเข็นมีขนาดเล็กและสามารถพับเก็บบนที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Cabin) ได้ จะสามารถนำรถเข็นติดตัวขึ้นไปเก็บบน cabin ในเครื่องบินได้หรือไม่ ? ตอบ รถเข็นบางรุ่นสามารถพับและนำขึ้นเก็บบน Cabinได้ มีความเป็นไปได้ที่ทางสายการบินจะอนุญาติหรืออาจจะปฎิเสธไม่อนุญาติให้นำขึ้นไปเก็บบน Cabin […]

การเลือก “เป้อุ้มทารก” เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ให้ความสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้สะดวกขึ้น แต่ยังช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แต่คำถามที่เจอบ่อยคือ “ควรเลือกแบบไหนดี?” “ยี่ห้อไหนเหมาะกับลูกเรา?” ทำไมควรใช้เป้อุ้มทารก? เป้อุ้มไม่ได้มีแค่ความสะดวก แต่ยังช่วยในหลายด้าน ทำให้ลูกรู้สึกใกล้ชิด อบอุ่น เหมือนอยู่กับแม่ ช่วยลดการงอแง (โดยเฉพาะเด็กที่ติดอุ้ม) พ่อแม่เคลื่อนไหวสะดวกขึ้น เช่น เดินห้าง / ทำงานบ้าน เหมาะมากสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้อง “เลี้ยงลูกไป ใช้ชีวิตไป” วิธีเลือกเป้อุ้มให้เหมาะกับลูก 1. รองรับสรีระทารก (Ergonomic Design) รองรับสะโพกแบบตัว M ไม่กดทับกระดูกสันหลัง สำคัญต่อพัฒนาการระยะยาว 2. ปรับได้ตามช่วงวัย ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด เด็กโต ปรับสาย / ปรับตำแหน่งได้ ช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่า ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย 3. พ่อแม่ใส่สบาย น้ำหนักไม่กดไหล่ มี Hip Seat (ที่นั่งรองสะโพก) ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดอาการปวดหลัง 4. วัสดุระบายอากาศ ไม่ร้อน อับ […]

เมื่อลูกเข้าสู่วัย 8 เดือน หลายครอบครัวเริ่มสนุกกับการเตรียมอาหารให้ลูกมากขึ้น เพราะวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กเริ่มเรียนรู้รสชาติใหม่ ๆ และฝึกทักษะการกินที่หลากหลายกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ก็มักมีคำถามว่า บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ พร้อมไอเดียเมนูและตัวช่วยที่ทำให้มื้ออาหารของลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น พัฒนาการด้านอาหารของเด็กวัย 8 เดือน วัย 8 เดือนเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีพัฒนาการด้านการกินที่ชัดเจนมากขึ้น เริ่มเคี้ยวและบดอาหารด้วยเหงือกได้ เริ่มจับอาหารหรือหยิบของเข้าปากเอง สนใจอาหารของคนในครอบครัว เรียนรู้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ช่วงวัยนี้จึงเหมาะสำหรับการค่อย ๆ เพิ่มความหลากหลายของอาหาร เพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการตามวัย ลูก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง? ควรกินวันละกี่มื้อ? โดยทั่วไป เด็กวัย 8 เดือนสามารถรับประทานอาหารเสริมได้ประมาณ 2–3 มื้อต่อวัน ควบคู่กับนมแม่หรือนมตามวัย ทั้งนี้ ปริมาณอาหารอาจแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน ขึ้นอยู่กับพัฒนาการและความต้องการของร่างกาย ลูก 8 เดือนไม่ยอมกินข้าว เกิดจากอะไร? หากลูกกินน้อยหรือไม่ค่อยสนใจอาหาร ไม่จำเป็นต้องกังวลทันที เพราะอาจเกิดจากหลายสาเหตุ สิ่งสำคัญคือไม่ควรบังคับหรือกดดันลูก เพราะอาจทำให้เกิดประสบการณ์เชิงลบกับการกินอาหารได้ 5 เมนูง่าย ๆ สำหรับลูกวัย 8 เดือน เมื่อลูกเริ่มอยากกินเอง […]

ใช้เครื่องปั๊มนม ดียังไงนะ? คุณแม่รู้ไหมว่า การปั๊มนมมีส่วนช่วยคุณแม่และลูกน้อยได้มากมายกว่าที่คิด แต่เชื่อว่าสำหรับคุณแม่มือใหม่ การปั๊มนมครั้งแรกอาจไม่ใช่เรื่องง่าย อาจมีความกังวลใจต่างๆ นาๆ  ว่าจะเริ่มยังไง ต้องทำอะไรบ้าง  เราจึงอยากจะมาแนะนำวิธีการปั๊มนมครั้งแรก พร้อมกับเทคนิคการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า เพื่อให้คุณแม่ได้ ใช้เครื่องปั๊มนมได้เก่ง คุ้มค่าอย่างมืออาชีพ ลูกน้อยก็มีน้ำนมแม่กินอิ่มอยู่เสมอค่ะ สอนคุณแม่ ใช้เครื่องปั๊มนม แม้คุณแม่จะลองปั๊มนมแล้ว น้ำนมจะยังไม่มี ก็ไม่ควรเครียด หรือตกใจ คิดว่าตัวเองไม่มีน้ำนม เพราะการปั๊มนมช่วงนี้เป็นการปั๊มนมเพื่อกระตุ้น และฝึก ใช้เครื่องปั๊มนมให้คุ้นเคย เมื่อคุณแม่ได้ใช้เครื่องปั๊มนมร่วมกับให้ลูกดูดกระตุ้นบ่อยๆ น้ำนมแม่จะมาเร็วขึ้น เมื่อ ใช้เครื่องปั๊มนม ปั๊มนมแบบไหน? ให้เกลี้ยงเต้า  การปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า คือการระบายน้ำนมให้หมดจากเต้านมคุณแม่ในครั้งนั้นๆ เพื่อให้เต้านมคุณแม่ได้มีพื้นที่สำหรับการผลิตน้ำนมขึ้นใหม่อยู่เสมอ เพราะน้ำนมแม่จะมีรอบของการผลิตใหม่ๆ ในเต้านมตลอดเวลา เมื่อน้ำนมผลิตจนเต็มเต้า เต็มพื้นที่เก็บน้ำนม จะทำให้เต้านมคุณแม่คัดตึง ต้องให้ลูกน้อยดูดหรือปั๊มนมระบายออกมา  ซึ่งการปั๊มนมออกมานั้น ยิ่งระบายน้ำนมออกได้เกลี้ยงเต้ามากเท่าไร ก็จะยิ่งช่วยให้นมแม่ผลิตออกมาสม่ำเสมอได้มากขึ้นเท่านั้นค่ะ เทคนิคปั๊มเกลี้ยงเต้า คุณแม่จะรู้ได้ว้าน้ำนมที่ปั๊มนั้นเกลี้ยงเต้าแล้ว เมื่อรู้สึกได้ว่าเต้านมอ่อนนุ่มนิ่มลง อาการคัดตึงเต้านมก่อนที่จะปั๊มนม (เพราะมีน้ำนมอยู่เต็มเต้านม) ก็จะหายไปด้วย

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid