5 เมนูอาหารเด็ก 8 เดือน ลูกกินได้อย่างอร่อย คุณแม่แฮปปี้ ไม่กังวล

คุณแม่อาจป้อนอาหารบดละเอียดให้ลูกเสริมกับการกินนมแม่เป็นหลัก หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากฝึก BLW ให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเองเป็นก็อาจให้ลูกหยิบจับอาหารนิ่ม ๆ กินเองโดยที่ไม่ต้องป้อนซึ่งอาจเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงมาก อย่างเช่น ผักต้มนิ่มๆ ผลไม้นิ่มๆ เนื้อปลาต้มนิ่มๆ และเมื่อลูกย่างเข้าสู่เดือนที่ 8 เป็นต้นไป ลูกก็จะเริ่มกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็อาจมองหาเมนูอาหารใหม่ๆ ให้กับลูกน้อย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift มีเมนูอาหารเด็ก 8 เดือน 5 เมนูอร่อยมาแนะนำกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันค่ะ 

ชวนเข้าครัวเตรียมเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนให้ลูกน้อย เด็ก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง ? 

พอลูกของเราอายุ 6 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถกินอาหารเสริมนอกเหนือจากนมแม่เพิ่มเติมได้ และถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ก็ควรให้นมแม่ควบคู่กับการเพิ่มมื้ออาหารให้ลูก ซึ่งอาหารสำหรับเด็กอ่อนนั้น สามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย และเมื่อลูกอายุ 8 เดือนก็จะเริ่มมีฟันน้ำนม สามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลายมากขึ้น เนื้อสัมผัสอาหารมีความหยาบได้มากขึ้น รวมถึงกินผลิตภัณฑ์จากนมอย่าง เนย ชีส และโยเกิร์ตได้ สำหรับเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนที่เราจะแนะนำกันนั้น สามารถใช้วัตถุดิบอะไรได้บ้าง มาดูกันค่ะ 

  • ไข่ : สามารถกินได้ทั้งไข่ไก่ และไข่เป็ด แต่ควรทำให้สุก ไม่ควรให้ลูกกินไข่ดิบ ไข่ยางมะตูม หรือไข่ลวก เพราะอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียและเป็นอันตรายต่อลูกได้ สำหรับเมนูเด็ก 8 เดือน สามารถเพิ่มไข่ขาวลงไปได้ เพราะถึงวัยที่เริ่มกินไข่ขาวได้แล้วค่ะ
  • ตับ : ให้ลูกน้อยกินได้ทั้งตับหมู และตับไก่ แต่ต้องทำให้สุกก่อนให้ลูกกิน ไม่ควรให้ลูกกินแบบสุกๆ ดิบๆ เป็นอันขาด 
  • เนื้อสัตว์ต่างๆ : สามารถกินได้ทั้งเนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อปลา ซึ่งต้องผ่านการปรุงสุกทั้งหมด 
  • ถั่ว และธัญพืช : หากต้องการให้ลูกหัดกินถั่ว และธัญพืช ควรต้มให้สุกและบดให้ละเอียด เพื่อให้ย่อยได้ง่าย และไม่ทำให้ท้องอืด ห้ามให้ลูกหยิบกินเป็นเมล็ดเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ติดคอหรือสำลักได้ รวมถึงสามารถให้ลูกกินผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วอย่างเต้าหู้ได้ด้วย 
  • อาหารประเภทแป้ง : กินได้ทั้งข้าว ไม่ว่าจะเป็นข้าวขาว ข้าวโอ๊ต ข้าวฟ่าง เส้นพาสต้า รวมถึงฟักทอง มันฝรั่ง มันเทศ เป็นต้น 
  • ผักต่าง ๆ : เลือกผักที่หาได้ง่ายตามท้องตลาด เน้นผักหลากหลายชนิด โดยเฉพาะผักใบเขียว สีส้ม และสีเหลืองอย่างผักบุ้ง ตำลึง หน่อไม้ฝรั่ง บล็อกโคลี ผักโขม แครอท ฟักทอง โดยต้ม หรือนึ่งให้สุก 
  • ผลไม้ : ควรเป็นผลไม้นิ่มๆ อย่าง มะละกอสุก มะม่วงสุก กล้วยน้ำว้า อะโวคาโด ส้มเขียวหวาน กีวี สตรอว์เบอร์รี่ หลีกเลี่ยงผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ที่เป็นผลเล็กๆ รวมถึงมะเขือเทศราชินีเป็นลูกเล็ก ๆ เพราะอาจทำให้สำลักหรือติดคอได้เช่นกัน

แนะนำ 5 เมนูอาหารเด็ก 8 เดือน อร่อย และได้ประโยชน์แบบจัดเต็ม

จะเห็นว่าเด็กในวัย 8 เดือนนั้นสามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลายทีเดียวค่ะ การเลือกวัตถุดิบที่แตกต่างกันในแต่มื้อจะทำให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน ทั้งเกลือแร่ วิตามินจากผักผลไม้ต่างๆ รวมถึงสิ่งที่สำคัญอย่างโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน ซึ่งในแต่ละมื้อนั้นควรเตรียมเมนูเด็ก 8 เดือนที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อให้ลูกน้อยเจริญเติบโตตามเกณฑ์ มาดูเมนูอาหารของลูกน้อยกันเลยค่ะ

1. ข้าวบดตับไก่ เต้าหู้ และตำลึง

เริ่มต้นแนะนำเมนูเด็ก 8 เดือนอย่างแรกกันด้วย เมนูข้าวบดที่สามารถย่อยได้ง่าย แต่เพิ่มวัตถุดิบให้มากขึ้น เพื่อให้ลูกเริ่มปรับตัวกับการกินอาหารที่หลากหลายมากขึ้น เมนูนี้มีครบทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือแร่ วิตามิน หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว อาจเสริมด้วยผลไม้ตบท้ายก็ได้ค่ะ 

วัตถุดิบ 

  1. ข้าวสวยหรือข้าวตุ๋น 4 ช้อนโต๊ะ 
  2. น้ำซุป ½ ถ้วย
  3. ตับไก่ ¼ ช้อนโต๊ะ
  4. เต้าหู้หลอดไข่ไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
  5. ผักตำลึง 1 ½ ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำมันพืช ½ ช้อนชา 

วิธีทำ 

  1. ต้มน้ำซุปให้เดือด ใส่ข้าวลงไป คนให้เข้ากัน
  2. จากนั้นนำตับไก่ที่ลวกสุกแล้วบดให้หยาบ ใส่ลงไปต้มกับข้าว
  3. ตามด้วยเต้าหู้หลอดไข่ไก่ บดให้เข้ากัน ตามด้วยตำลึงต้มสุก
  4. บดทุกอย่างให้เข้ากัน โดยไม่ต้องบดละเอียดจนเป็นอาหารเหลว สามารถเป็นเนื้อสัมผัสหยาบๆ ได้เพื่อให้ลูกได้ฝึกเคี้ยว 
  5. ตัดขึ้นพักให้หายร้อน พร้อมเสิร์ฟให้ลูกน้อย

2. ไข่ตุ๋นผักรวม

เมนูอาหารเด็ก 8 เดือนที่ประโยชน์จัดเต็ม ทำได้ไม่ยาก อย่างเมนูไข่นั้นเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญมากเลยค่ะ โดยเฉพาะโคลีนในไข่แดงที่ช่วยบำรุงสมองให้กับลูกน้อย นำมาทำเป็นไข่ตุ๋นเนื้อนุ่มที่กินง่าย เพิ่มคุณค่าทางโภชนาการด้วยผักหลากสีสันอย่างฟักทอง แครอท และตำลึง ให้ลูกกินคู่กับข้าวต้มหรือข้าวสวยหุงนิ่มๆ ก็ได้ค่ะ 

วัตถุดิบ 

  1. ไข่ไก่ 1 ฟอง 
  2. ฟักทองหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1 ช้อนโต๊ะ
  3. แครอทหั่นบางๆ  3 – 4 แว่น
  4. ตำลึงสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำซุป 3 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ 

  1. นำแครอทไปลวกจนสุกนิ่ม
  2. ตีไข่ไก่กับน้ำซุปให้เข้ากัน แล้วกรองผ่านกระชอน 
  3. ใส่ฟักทอง แครอท และตำลึงลงไป คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย
  4. เทส่วนผสมใส่ในถ้วยกระเบื้องหรือถ้วยทนความร้อน นึ่งด้วยไฟอ่อนจนสุก

3. พาสต้าสามสหาย

มากันที่เมนูพาสต้าบ้างค่ะ เมนูนี้มีสีสันสวยงามน่ากิน หากเลือกเส้นพาสต้าเป็นรูปทรงต่างๆ ก็จะช่วยดึงดูดความสนใจได้ดี ซึ่งการจัดแต่งจานอาหารให้สวยงามและมีความน่าสนใจมากขึ้นนั้นก็เป็นหนึ่งในเทคนิคแก้ปัญหา ลูกไม่ยอมกินข้าวที่ค่อนข้างได้ผล แถมเมนูนี้ยังมีรสชาติอร่อย มีความเปรี้ยวหวานจากซอสมะเขือเทศ รับรองว่าถูกใจคุณหนูแน่นอน และยังเป็นเมนูที่เหมาะกับการ BLW ฝึกให้ลูกหยิบจับอาหารเข้าปากด้วยตัวเองอีกด้วยนะคะ 

วัตถุดิบ 

  1. พาสต้ารูปทรงต่างๆ เช่น รูปใบไม้ รูปสัตว์ ต้มจนสุกนิ่ม 1 ถ้วย 
  2. แครอท และฟักทองหั่นสี่เหลี่ยมเป็นชิ้น (หั่นยาวประมาณนิ้วก้อย) ต้มจนสุก 2 ช้อนโต๊ะ
  3. มะเขือเทศลูกใหญ่หั่นเป็นแว่น 1 ช้อนโต๊ะ 
  4. เนยสดชนิดจืด ½ ช้อนโต๊ะ
  5. ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ 
  6. เกลือป่นเล็กน้อย 

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะ ใส่เนยลงไป ใส่มะเขือเทศลงไปผัดจนสุกนิ่ม 
  2. ตามด้วยแครอท และฟักทอง ผัดให้เข้ากัน 

ใส่พาสต้าลงไปผัดตาม ปรุงรสด้วยเกลือ และซอสมะเขือเทศ คนให้เข้ากัน ตักใส่จาน


4. ข้าวไข่คลุก 

เมนูอาหารเด็ก 8 เดือน ที่อยากแนะนำเมนูนี้ ยังคงใช้ไข่เป็นตัวชูโรงอยู่ค่ะ แต่จะเพิ่มผักที่มีกลิ่นฉุนอย่างต้นหอมและหอมหัวใหญ่ลงไปด้วย เพื่อให้ลูกได้รับรู้รสชาติอาหารอย่างหลากหลายมากขึ้น เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยหุงนิ่มๆ ทำได้ไม่ยาก ขั้นตอนไม่เยอะ แต่อร่อยและได้ประโยชน์ค่ะ

วัตถุดิบ 

  1. ไข่ไก่ 1 ฟอง
  2. มันฝรั่งต้มสุกจนนิ่มแล้วนำมาขูดฝอย 1 ช้อนโต๊ะ 
  3. ต้นหอมซอย 1 ช้อนชา 
  4. หอมหัวใหญ่สับ 1 ช้อนชา
  5. เกลือเล็กน้อย
  6. น้ำมันพืช 1 ช้อนชา

วิธีทำ 

  1. ตอกไข่ใส่ชาม ใส่มันฝรั่งต้มสุกขูดฝอย และหอมหัวใหญ่ลงไป
  2. ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย
  3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันลงไป จากนั้นนำเอาไข่ลงไปผัดจนสุก
  4. โรยต้นหอมซอยลงไป ปิดไฟ
  5. ตักราดหน้าบนข้าวสวย พักไว้ให้อุ่น พร้อมเสิร์ฟ


5. ปลาปั้นสามสี

เมนูอาหารเด็ก 8 เดือนจานสุดท้ายที่อยากให้ลองเอาไปทำตามก็คือ เมนูปลาปั้น 3 สี อัดแน่นไปด้วยโปรตีนจากเนื้อปลา เพิ่มเนื้อสัมผัสด้วยแครอท ฟักทอง และผักโขม ปั้นเป็นก้อนกลมให้ลูกหยิบกินได้สะดวก และให้ลูกได้ฝึกกัด ฝึกเคี้ยวด้วยตัวเอง เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เหมาะกับการ BLW ฝึกให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเองอีกเมนูหนึ่งเลยค่ะ

วัตถุดิบ 

  1. ปลาเนื้ออ่อนขูด (หรือปลาน้ำจืด) 1 ถ้วย
  2. ฟักทองหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
  3. แครอทหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
  4. ผักโขมลวกสุกสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ 
  5. เกลือป่นเล็กน้อย 


วิธีทำ 

  • สับเนื้อปลาให้ละเอียด และนำไปผสมกับฟักทอง แครอท และผักโขมสับละเอียด
  • ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากัน 
  • ปั้นเป็นก้อนกลมให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว หรือพอให้ลูกหยิบได้เอง แต่ไม่ควรปั้นเป็นก้อนเล็กจนเกินไปเพราะเสี่ยงต่อการสำลักและอาจทำให้ติดคอได้ 
  • นำไปนึ่งในน้ำเดือดจนสุก พักให้อุ่นก่อนให้ลูกรับประทาน

เด็ก 8 เดือน ควรกินอาหารปริมาณเท่าไหร่ ?

กรมอนามัยได้ระบุไว้ว่า เด็กเล็กวัย 8 เดือนควรกินข้าวเสริมวันละ 2 มื้อ ควบคู่ไปกับการกินนมแม่ และมื้อว่างช่วงบ่ายสามารถเสริมเป็นผลไม้นิ่ม ๆ ได้ ประมาณ 3 ชิ้น หรืออาจเป็นกล้วยน้ำว้าสุก 1 ลูก เป็นต้น และควรกินธาตุเหล็กเสริมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เด็กเล็กในวัยนี้จะต้องการพลังงานประมาณ 750 – 900 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ซึ่งแบ่งเป็นพลังงานจากการกินนมแม่ประมาณ 400 – 500 กิโลแคลอรี่ และพลังงานที่เหลือควรได้รับจากอาหารตามวัยนั่นเองค่ะ เพื่อให้ลูกน้อยเจริญเติบโตตามเกณฑ์และมีพัฒนาการตามวัยอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจเจอปัญหาลูกกินได้น้อย ลูกไม่ยอมกินข้าว ติดเล่น ไม่สนใจอาหาร หากเป็นแบบนี้ก็อาจลองเลือกซื้อเก้าอี้กินข้าวเด็ก ให้ลูกน้อยนั่งกินข้าวกับที่เป็นสัดส่วน เพื่อเป็นการฝึกวินัยในการกินของลูกตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้เสริมสร้างนิสัยการกินที่ดีในระยะยาวค่ะ 

BabyGift แนะนำตัวช่วยสำคัญ ให้มื้ออาหารของลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น 

1. PRINCE & PRINCESS เก้าอี้ฝึกกินข้าวรุ่น Fairy Plus

เก้าอี้ฝึกกินข้าวสำหรับเด็กเล็กเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การป้อนข้าวลูกเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น และยิ่งจำเป็นสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากฝึกให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเอง สำหรับเก้าอี้กินข้าวเด็กจากแบรนด์ PRINCE & PRINCESS รุ่น Fairy Plus มาในดีไซน์น่ารักน่าใช้ มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ให้ลูกน้อยนั่งกินข้าวเองได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย ตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่ในยุคปัจจุบัน

จุดเด่น 

  • สามารถปรับความสูงได้ 7 ระดับ ตั้งแต่ 25 เซนติเมตร – 60 เซนติเมตร 
  • รองรับน้ำหนักได้มาก มีความแข็งแรงปลอดภัยด้วยรางล็อคเหล็กแบบตะขอเกี่ยว ลูกน้อยไม่เสี่ยงร่วงจากเก้าอี้ 
  • พนักพิงเก้าอี้สามารถปรับเอนนอนได้ 3 ระดับ เหมาะกับการใช้นั่งพักหลังมื้ออาหาร ป้องกันไม่ให้ลูกน้อยเป็นกรดไหลย้อนหรือแหวะนม เมื่อเทียบกับการพาลูกนอนราบบนที่นอน
  •  มีล้อหน้า – หลัง และตัวล็อคล้อเพื่อความปลอดภัย เคลื่อนย้ายได้สะดวก พับเก็บง่ายภายใน 1 วินาที
  • ถาดอาหารมีขนาดใหญ่ มี 2 ชั้น ปราศจากสาร BPA ( สาร Bisphenol A ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย) และเป็นวัสดุ Food Grade ปลอดภัยไม่มีสารตกค้าง สามารถถอดแยกไปทำความสะอาดได้ 
  • พนักพิงเก้าอี้กว้างรองรับช่วงสรีระของลูกน้อยได้จนโต มีสายรัดนิรภัยเพื่อป้องกันลูกร่วงตกจากเก้าอี้ 
  • เบาะรองนั่งเป็นนวัตกรรม Cotton Cushion เสริมความหนานุ่มนั่งสบาย สามารถถอดซักได้ และเบาะ PU ที่เป็นวัสดุกันน้ำไม่ซึม เช็ดทำความสะอาดได้

2. TIDY TOT เสื้อกันเปื้อนแขนสั้น

ในมื้ออาหารของลูกน้อยนั้น มาพร้อมกับความเลอะเทอะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจอะไรหากมีผ้ากันเปื้อนที่ทำความสะอาดได้ง่าย แนะนำเป็นเสื้อกันเปื้อนแขนสั้นจากแบรนด์ TIDY TOT ที่นำเข้าจากประเทศอังกฤษ มีดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร แถมเป็น “เสื้อกันเปื้อนดูดโต๊ะ” เพราะตัวเสื้อสามารถยึดติดได้กับทุกพื้นผิวที่มีความเรียบ เพื่อรับมือกับวัยที่กำลังเริ่มเรียนรู้ฝึกการกินด้วยตัวเอง ซึ่งบอกเลยว่าช่วยป้องกันการเลอะเทอะบนเสื้อผ้าของลูกได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ 

จุดเด่น 

  • ใช้ได้กับเก้าอี้กินข้าวทุกรุ่น ทุกแบบ ทุกทรง 
  • แขนเสื้อยาว 20 เซนติเมตร ตัวเสื้อยาว 50 เซนติเมตร ป้องกันการเลอะได้อย่างครอบคลุม 
  • ป้องกันการเปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้า บนโต๊ะอาหาร และที่นั่ง
  • วัสดุกันน้ำ ผลิตจากเส้นใยที่นุ่มสบายต่อการสวมใส่ (Super soft frabic) 
  • ง่ายต่อการทำความสะอาด เพียงแค่เช็ดออก หรือซักด้วยเครื่องซักผ้า 
  • ใส่แล้วไม่ร้อน ระบายอากาศได้ดี 

สำหรับไอเดีย เมนูอาหารเด็ก 8 เดือน ที่ BabyGift แนะนำนั้นสามารถพลิกแพลงและปรับเปลี่ยนวัตถุดิบกันได้นะคะ โดยเน้นที่การใช้วัตถุดิบที่มีความสดใหม่ ปราศจากสารเคมีและสารตกค้างต่างๆ ที่สำคัญคือ ควรปรุงให้สุก โดยเฉพาะวัตถุดิบประเภทไข่ เนื้อสัตว์ เต้าหู้ และผักต่างๆ ให้ปรุงรสน้อยๆ หรือไม่ปรุงเลย สามารถเสริมผลไม้เป็นของว่างระหว่างวันได้ ทั้งนี้ ไม่ควรละเลยการกินนมแม่ ควรให้ลูกกินนมแม่ควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อที่ลูกจะได้มีสุขภาพแข็งแรงและมีภูมิต้านทาน ไม่เจ็บป่วยง่ายค่ะ 

และถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนสนใจสินค้าเกี่ยวกับแม่และเด็ก ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์สำหรับการกินข้าวของลูกน้อยอย่างโต๊ะกินข้าวเด็ก ผ้ากันเปื้อน ภาชนะใส่อาหาร หรือสินค้าอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าต่างๆ ได้ โดยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟทั้ง 4 สาขาใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เนื้องอกในมดลูก (Myoma Uteri) แค่ฟังชื่อก็น่ากลัวแล้วใช่มั้ยล่ะคะ แต่ความจริงเนื้องอกชนิดนี้เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถ้าเปรียบเทียบกับพวกเนื้องอกของผู้หญิงที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นๆ ในช่วงเริ่มต้นเจ้าเนื้องอกนี้จะมีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวเองค่ะ แต่ขนาดของมันจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นถ้าได้รับการกระตุ้นโดยฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และขนาดจะเล็กลงได้หากไม่ได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนชนิดนี้ เพราะอย่างนี้เราจึงมักจะพบเนื้องอกในมดลูกในผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือนอยู่ และเมื่อหมดประจำเดือนเนื้องอกนี้ก็จะค่อยๆ เล็กลงและหายไปเองในที่สุดค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์เป็นแบบไหนกันนะ? เนื้องอกในมดลูกจะมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ โดยจะแทรกอยู่ตามที่ต่างๆ บนผนังมดลูกค่ะ อาจจะอยู่ตรงกลางของผนังมดลูก หรืออยู่บนผนังค่อนมาทางโพรงของมดลูก บางรายอาจถึงขนาดยื่นลงมาผ่านปากมดลูกยาวมาถึงช่องคลอดเลยก็ได้ค่ะ แล้วอาการล่ะจะเป็นแบบไหน? เนื่องจากเนื้องอกชนิดนี้จะเติบโตอย่างช้าๆ คุณแม่ส่วนใหญ่จึงจะไม่ทราบว่าตนมีเนื้องอกนี้อยู่จนกว่าคุณหมอจะตรวจพบ อย่างไรก็ตามอาการที่สังเกตได้จากการมีเนื้องอกในมดลูกนั้นจะมีลักษณะดังข้างล่างนี้ค่ะ แต่ว่าคุณแม่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะอาการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็เป็นอาการปกติที่พบในคุณแม่ท้องทั่วไปต่อให้ไม่มีเนื้องอกในมดลูกนะ ถ้าพบเนื้องอกในมดลูกตอนตั้งครรภ์แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดเนื้องอกค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจจะเบียดดันมดลูก ทำให้มดลูกโตได้ไม่เต็มที่และอาจทำให้เกิดการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด หรือถ้าหากเนื้องอกไปอยู่ที่ด้านล่างแล้วก็อาจจะไปขวางตรงส่วนของช่องคลอด คุณแม่จึงไม่สามารถคลอดเองได้แต่จะต้องผ่าคลอดค่ะ แต่ในบางราย หากเนื้องอกดันเข้าไปในโพรงมดลูกมาก ก็อาจส่งผลทำให้แท้งลูกในท้องได้ค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์รักษาให้หายได้ไหมนะ? โดยปกติแล้วคุณหมอจะไม่ทำการรักษาเนื้องอกนี้ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาหรือผ่าตัดค่ะ เพราะว่ายาไม่ได้ช่วยให้เนื้องอกยุบลง ส่วนการผ่าตัดก็เป็นการเสี่ยงที่จะทำให้คุณแม่เสียเลือดมากและแท้งบุตรค่ะ นอกจากนี้ คุณแม่อาจจะต้องถูกตัดมดลูกทิ้งหากเลือดออกมากจนไม่สามารถควบคุมได้ ตามหลักการแล้วคุณหมอจะเริ่มทำการรักษาเมื่อคุณแม่คลอดลูกน้อยได้อย่างน้อย 3 เดือน เพราะในคุณแม่บางรายเนื้องอกมีขนาดเล็กลงหลังคลอดจนไม่ต้องทำการรักษาก็มีค่ะ แต่ในบางรายก็อาจโตขึ้นจนต้องตัดมดลูกทิ้งเลยค่ะ คู่แต่งงานคู่ไหนที่วางแผนอยากมีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ ก็อย่าลืมแวะไปตรวจร่างกายกับคุณหมอเสียก่อนนะคะ จะได้เตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรง หากเจอเนื้องอกในมดลูกก็จะได้รักษาให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้สบายใจไม่ต้องมานั่งเครียดให้เสียสุขภาพนะ

มาช่วงหลัง ๆ นี้เราจะได้ยินคำว่า Baby Shower กันบ่อยมาก โดยเฉพาะในเหล่าดาราคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ก่อนจะไปดูไอเดียสนุก ๆ คุณแม่ทราบมั้ยคะว่า Baby Shower คืองานอะไรกันแน่? Baby Shower คืออะไร? พอได้ยินคำว่า Baby Shower ปุ๊ป คุณแม่บางบ้านอาจเห็นภาพฝักบัวลอยมาเลย ไม่แปลกค่ะ เพราะว่างานนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลายในเมืองไทย แต่เป็นงานที่มีความนิยมมากในต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศทางฝั่งตะวันตก อธิบายง่าย ๆ ก็คือ Baby Shower เป็นงานรวมญาติสนิทมิตรสหายเพื่อมาร่วมเฉลิมฉลองให้กับลูกน้อยของเราที่กำลังจะลืมตามาดูโลก โดยหลัก ๆ แล้ว แขกแต่ละคนก็จะนำของติดไม้ติดมือมาให้เพื่อเป็นของขวัญรับขวัญหลาน หรือบางคนก็อาจจะให้เป็นเงินทอง ส่วนใหญ่แล้วงาน Baby Shower ก็จะจัดขึ้นในไตรมาสที่ 3 นะคะ ไม่ช้าไม่เร็ว มาค่ะ เรามาดูกันว่านอกจากจะแค่ชวนเพื่อน ๆ มาพบปะกันแล้วเราจะจัดงาน Baby Shower แบบไหนกันได้บ้าง ไอเดียการจัด Baby Shower แบบคิวท์ ๆ 1. […]

หากคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ นอกจากจะรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายมากมาย จนตัวเองเปลี่ยนไปเป็นคุณแม่ท้องโตใหญ่อุ้ยอ้ายแล้ว ยังมีอาการต่างๆ ที่ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัวอื่นๆ อีก ซึ่งคุณแม่หลายท่านอาจจะคิดว่าอาการไม่สบาย ปวดโน่นนี่นั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดา                 แต่ทว่า…อาการปวดในบางอย่างนั้น อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บอกถึงภาวะเสี่ยงและโรคแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะอาการปวดท้องผิดปกติ เราจึงชวนคุณแม่มาเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ที่ชวนน่าสงสัย เพื่อให้คุณแม่รู้ว่าอาการแบบไหนที่ผิดปกติ จะได้สังเกตและรู้ทันอันตราย รีบไปพบแพทย์ก่อนอาการจะรุนแรงลุกลามบานปลายจนเกิดการสูญเสียขึ้นได้ค่ะ สังเกตอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ มาดูกันว่าอาการปวดท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ เกิดจากอะไรกันบ้าง 1. ปวดท้อง แน่นท้อง จุกเสียดกลางอก อาจเป็นอาการของ กรดไหลย้อน หรือกระเพาะอาหารอักเสบ มีสาเหตุเกิดจากการมีกรดในกระเพาะอาหารมาก อาหารไม่ย่อย ทำให้มีอาการแน่นท้อง  หรือมีกรดไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหาร โดยมีอาการร่วมต่างๆ เช่น แสบร้อนกลางอก ลิ้นปี่ ลำคอ มีอาการคลื่นไส้ เรอ แน่นหน้าอก  ที่มักเกิดขึ้นหลังจากทานอาหาร หรือในช่วงเวลากลางคืน สาเหตุของอาการจุกเสียดแน่นท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ เกิดได้ทั้งจากการกินอาหารมากเกินไป กินอาหารรสจัด รสเปรี้ยว รสเผ็ด  กินผลไม้ที่มีกรด เช่น มะนาว กินอาหารที่ไขมันสูงทำให้ย่อยยาก   สาเหตุจากฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ที่เปลี่ยนแปลงทำให้กล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเกิดการคลายตัว รวมถึงลูกในท้องที่ใหญ่ขึ้นไปดันท้องคุณแม่ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้น ป้องกันดูแลได้ : ด้วยการกินอาหารทีละน้อยๆ แต่บ่อยมื้อ เลี่ยงอาหารรสเผ็ด […]

เพราะความปลอดภัยคือเหตุผลอันดับ 1 ที่พ่อแม่ต้องควักเงินซื้อคาร์ซีทให้ลูกน้อย ก็เพื่อปกป้องลูกจากการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ปัจจัยที่รองลงมาคือ ลูกนอนสบาย ใช้งานง่าย และงบประมาณ มาตรฐานความปลอดภัยของคาร์ซีท จริงๆแล้ววัดจากอะไร ก็ต้องเป็นวัสดุที่รองรับแรงกระแทกด้านใน ซึ่งคาร์ซีทแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อใช้วัสดุภายในที่ไม่เหมือนกัน แบ่งเป็น 2 ประเภทใหญ่ ดังนี้ 1. EPS Foam และ EPP Foam EPS Foam (Polystyrene Foam)  เป็นวัสดุที่ช่วยลดแรงกระแทก ที่ใช้ใน หมวกกันน๊อค ช่วยปกป้องชีวิต ผู้สวมใส่ โฟมชนิดนึ้จึงถูกนำไว้ในคาร์ซีท ใช้รองรับแรงกระแทกสำหรับศีรษะและส่วนบนของร่างกายเด็ก ในกรณีที่เกิดการกระแทกโฟมจะแตกและจะกระจายแรงกระแทกออกไปโดยแทบไม่มีแรงสะท้อนกลับ จึงทำให้ได้เด็กปลอดภัย ดังนั้นผู้ผลิตคาร์ซีทระดับมาตรฐานสากลส่วนใหญ่ จึงนำโฟมชนิดนี้มาใช้ในคาร์ซีทเพื่อรองรับแรงกระแทกโดยเฉพาะ ส่วน EPP Foam (Polypropylene Foam) เป็นวัสดุที่คล้ายกับ EPS Foam แต่มีความยืดหยุ่น ไม่แตกหักง่าย และทนความร้อนดีกว่า  จึงนำไปผลิตเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ที่สามารถเข้าไมโครเวฟได้ ข้อมูลอ้างอิงจาก http://www.carseatsite.com/FAQ.htm 2. Urethane […]

แม่ท้องต้องตรวจคัดกรองอะไร ใน 3 ไตรมาส เมื่อรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ คุณแม่เคยสงสัยไหมว่าตลอดเวลา 9 เดือนที่ลูกน้อยอยู่ในท้องนั้น ต้องตรวจอะไรบ้าง แม้กระทั่งในวันไปฝากครรภ์คุณหมอก็จะต้องขอตรวจหลายอย่างจากคุณแม่ เพื่อตรวจเช็กสุขภาพ โรคประจำตัว และความเสี่ยงต่างๆ เพื่อการดูแลให้คุณแม่มีครรภ์คุณภาพตลอดเวลา เราจึงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองต่างๆ เพื่อสุขภาพคุณแม่และลูกน้อยตลอด 3 ไตรมาส เพื่อให้คุณแม่ได้รู้ว่าในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ จะต้องเข้ารับการตรวจอะไร ควรจะเลือกตัดสินใจตรวจแบบไหน รวมถึงการตรวจคัดกรองต่างๆ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เหมาะกับคุณแม่วัยไหนบ้าง แม่ท้องต้องตรวจอะไร? จำเป็นแค่ไหนนะ? การตรวจคัดกรองและตรวจเช็กสุขภาพต่างๆ ของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลของการตรวจต่างๆ จะช่วยประเมินสุขภาพและความปลอดภัยทั้งของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ได้รู้ถึงความเสี่ยงต่างๆ ในขณะตั้งครรภ์  ได้ตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โรคภัยแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์ ภาวะอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ประเมินอายุครรรภ์และการคลอด รวมถึงยังทำให้ได้รู้ความเสี่ยงอาการดาวน์หรือความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆ ที่สำคัญ ตลอดจนได้รู้โครโมโซมเพศของลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย ซึ่งการตรวจต่างๆ นี้จะช่วยให้คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง ดูแลสุขภาพลูกน้อยให้แข็งแรงได้ดี และคุณหมอจะยังสามารถให้คำแนะนำคุณแม่ในการปฏิบัติตัว การดูแลรักษาโรคภัยต่างๆ และให้คำแนะนำคุณแม่ในการตัดสินใจคลอดอีกด้วย  เรียกว่าหากคุณหมอแนะนำให้คุณแม่ตรวจอะไร ควรตัดสินใจและเชื่อมั่นในหมอและตัวเองไว้ดีที่สุดค่ะ การตรวจคัดกรองคุณแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน (14 สัปดาห์แรก) คุณแม่จะต้องถูกซักประวัติ ตรวจปัสสาวะ เจาะเลือด เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ […]

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่เหมาะสมให้กับลูกน้อยอยู่ เราเลยมีตัวเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาฝากกัน หลักสูตรจะน่าสนใจแค่ไหน และโดนใจคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ โรงเรียนอนุบาลในฝัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย 1. โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ โดดเด่นด้านให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ในแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เน้นลงมือทำจนเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์  มีจินตนาการ และโรงเรียนนี้ยังไม่มียูนิฟอร์ม เด็ก ๆ สามารถแต่งกายไปเรียนได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในวันกิจกรรมต่าง ๆ เริ่มรับเข้าเรียน : ภาคเรียนที่ 2  เปิดเรียน เดือนกันยายน – ธันวาคม  และภาคเรียนที่ 3  เปิดเรียน เดือนมกราคม – เมษายน ข้อมูลติดต่อ : https://www.roong-aroon.ac.th  เบอร์โทรศัพท์  : 0 2870 7512 – […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid