วิธีกระตุ้นน้ำนม มีอะไรบ้าง ? ทำยังไงให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอต่อลูกน้อย ?!
ใครๆ ก็รู้ว่าน้ำนมแม่สำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยมากแค่ไหน แต่น้ำนมของคุณแม่แต่ละคนไม่ได้มีเยอะเท่ากันใช่มั้ยหล่ะคะ บางคนก็เยอะ บางคนก็น้อย บางคนก็ไม่มี ดังนั้นการกระตุ้นน้ำนมอย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างมากต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเป็นวิธีการเลี้ยงดูที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วงแรกเกิด และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณแม่ไปรู้จักกับวิธีกระตุ้นน้ำนมกันค่ะว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยแม่ๆ ที่มีปัญหาเรื่องน้ำนมได้บ้าง
แชร์วิธีกระตุ้นน้ำนมแม่ ทำยังไงให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอ ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้ลูก
การกระตุ้นน้ำนมแม่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมให้เพียงพอต่อความต้องการของทารก เพราะน้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งจะช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารครบถ้วน เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายทารกเจริญเติบโตอย่างเต็มที่และแข็งแรง แถมยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์แม่ลูกให้แน่นแฟ้น เพราะในขณะที่แม่ให้นมลูก จะเกิดการหลั่งฮอร์โมนความรักและผูกพันกัน ช่วยเสริมสร้างความรู้สึกอบอุ่น ความปลอดภัยให้แก่ทารกค่ะ เอาหล่ะค่ะ แล้ววิธีกระตุ้นน้ำนมแม่มีอะไรบ้าง เรามาดูกันต่อเลยค่ะ

วิธีกระตุ้นน้ำนมแม่ มีอะไรบ้าง ?
มีหลายวิธีในการกระตุ้นการไหลของน้ำนมแม่ค่ะ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำได้จริง ซึ่งการทำตามวิธีเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างเต็มที่ มาดูกันค่ะ
1. การดื่มน้ำ : และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : วิธีง่ายๆ แต่ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำนมแม่ คุณแม่ลองใส่ใจในการกินอาหารให้มากขึ้น เช่น ถั่วงอก ข้าวกล้อง น้ำผลไม้ กระเจี๊ยบเขียว หรือผักใบเขียวอื่นๆ ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวกล้อง รวมถึงการดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว พวกนี้ล้วนแต่มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ค่ะ
2. การพักผ่อนและผ่อนคลาย : เมื่อร่างกายเครียดมากเกินไป จะมีผลให้ระดับฮอร์โมนโปรแลกตินที่กระตุ้นการสร้างน้ำนมลดลง ดังนั้นแม่จึงควรมีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดนะคะ
3. ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นประคบที่เต้านม : การประคบผ้าชุบน้ำอุ่น ก่อนให้นมลูกหรือก่อนปั๊มนมจะช่วยกระตุ้นน้ำนมให้ไหลได้สะดวกขึ้น เพราะความอบอุ่นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และขยายหลอดน้ำนมให้เปิดออก จะทำให้น้ำนมไหลได้สะดวกมากขึ้น แต่ต้องระวังอุณหภูมิของน้ำนะคะ อย่าให้น้ำร้อนเกินไปจนลวกเต้านมค่ะ
4. การนวดเต้านม : เป็นการกระตุ้นจุดสร้างน้ำนมภายในเต้านมให้ทำงาน โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ นวดวนเบาๆ รอบๆ เต้านม ทั้งด้านหน้าและข้างๆ เพื่อให้น้ำนมไหลออกมาได้สะดวกขึ้น ควรนวดประมาณ 5-10 นาทีก่อนให้นมลูก นวดอย่างนุ่มนวล เพื่อกระตุ้นการไหลของน้ำนม ให้น้ำนมออกมาได้ง่ายขึ้นค่ะ
5. การปั๊มนม : วิธีกระตุ้นน้ำนมวิธีสุดท้ายคือ การใช้เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าหรือปั๊มนมแบบมือปั๊มก็ได้เช่นกันค่ะ วิธีนี้ก็จะช่วยกระตุ้น และดูดน้ำนมออกมาได้ดี และเก็บไว้ให้ลูกกินได้ต่อไปด้วยค่ะ (สามารถดูวิธีการใช้เครื่องปั๊มนมเพิ่มเติมได้อีก BabyGift เคยเขียนไว้แล้วค่ะ)

ทำไมการนวดถึงช่วยกระตุ้นน้ำนม ?
การนวดเต้านมด้วยวิธีถูกต้องและสม่ำเสมอ ร่วมกับการให้ลูกดูดนมจะเป็นการกระตุ้นร่างกายให้ผลิตน้ำนมได้มากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีสำคัญในการเพิ่มปริมาณน้ำนมแม่นอกเหนือจากการรับประทานอาหารเสริมต่างๆ มีข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ BabyGift สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้ค่ะ
1. การนวดเต้านมด้วยวิธีบีบน้ำนมออกจนเกลี้ยงเต้า จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมชุดใหม่มาทดแทน
2. การนวดจี๊ดหัวนม จะช่วยให้น้ำนมออกมาได้มากขึ้น
3. การนวดเต้านมที่ถูกวิธีและทำสม่ำเสมอ ควบคู่กับการให้ลูกดูดนมบ่อยๆ จะส่งสัญญาณให้ร่างกายรับรู้ความต้องการของลูกและผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น
วิธีการนวดกระตุ้นน้ำนม ทำยังไงบ้าง ?
การนวดกระตุ้นน้ำนมด้วยวิธีการเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนมได้ดียิ่งขึ้น เมื่อคุณแม่ฝึกฝนบ่อยๆ ร่วมกับการให้ลูกดูดนมก็จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ลองมาดูวิธีนวดกันต่อนะคะ
ท่านวดที่ 1 บีบเต้านมด้วยมือ : ใช้มือสองข้างจับเต้านมข้างซ้ายไว้ แล้วบีบนวดเต้านมโดยไล่จากกลางเต้านมไล่ลงมายังปลายหัวนมให้คุณแม่บีบนวดลงไปซ้ำๆ ประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปทำข้างขวาในวิธีเดียวกัน ซี่งระหว่างนวดจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วย ไม่ต้องกังวลไปนะคะ
ท่านวดที่ 2 กระตุ้นจี๊ด ดึงหัวนม : เริ่มจากให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับบริเวณหัวนมไว้ จากนั้นดึงหัวนมไปข้างหน้า ดึงให้มากที่สุดเท่าที่หัวนมจะยื่นออกไปได้ ทำอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 5-10 ครั้ง
ท่านวดที่ 3 กระตุ้นจี๊ด นวดหมุนหัวนม : ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนม แล้วบีบนวดหัวนมในลักษณะหมุนๆ รอบหัวนมประมาณ 5-10 ครั้ง ซึ่งในขั้นนี้ระหว่างนวดควรจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วยนะคะ
หลังจากการนวดเต้านมครบ 3 ขั้นตอนแล้ว ให้คุณแม่ผ่อนคลายเต้านม ด้วยการประคบอุ่นเพื่อผ่อนคลายให้กับเต้านม จะช่วยเรื่องการไหลเวียนระบบต่างๆ ให้คุณแม่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วพันรอบเต้านมไว้ 2-3 นาที แค่นี้ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้วค่ะ สำหรับคุณแม่ที่ต้องการดูวิดีโอวิธีการนวดกระตุ้นน้ำนมที่ถูกต้องลองคลิกดูเพิ่มเติมได้ที่นี่เลยค่ะ

คำแนะนำ และข้อควรระวังในการกระตุ้นน้ำนม
การกระตุ้นน้ำนมแม่นั้น มีข้อควรระวังและคำแนะนำดังต่อไปนี้ค่ะ
1. อย่าออกแรงมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการนวดหรือบีบเต้านม เพราะอาจทำให้เกิดอาการบอบช้ำและระคายเคืองได้ ควรใช้แรงพอประมาณอย่างนุ่มนวลค่ะ
2. หลีกเลี่ยงการดึงหรือบีบที่หัวนมแรงเกินไป เนื่องจากหัวนมค่อนข้างบอบบางและอาจทำให้เจ็บได้ค่ะ
3. หากรู้สึกปวดหรือระคายเคืองผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ความพยายามและพลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการกระตุ้นน้ำนมแม่ก็จริง แต่อย่าลืมว่าคุณแม่ก็ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพ และให้ความสำคัญกับการพักผ่อนด้วยเหมือนกันนะคะ เพื่อให้ร่างกายได้ผลิตน้ำนมอย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ
BabyGift แนะนำ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำนมแม่

1. เครื่องปั๊มนม HAENIM 7X
ผลิตภัณฑ์กระตุ้นน้ำนมชิ้นแรกที่ BabyGift อยากแนะนำคือ สินค้า 1 ใน 10 อันดับเครื่องปั๊มนมน่าใช้ค่ะ HAENIM รุ่น 7X ตัวนี้จะปั๊มได้แบบนุ่มนวล เหมาะสำหรับคุณแม่ท้องแรก ที่เพิ่งเคยปั๊มนมครั้งแรก ตัวกรวยปั๊มมีให้เลือก 2 แบบ คือ กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™ ให้ความรู้สึกนุ่มถนอมหัวนม ไม่เจ็บเต้า ไม่ย้วยแบบซิลิโคนทั่วไป แถมยังมีปุ่มนวดกระตุ้น เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกเยอะ และกรวยซิลิโคนแบบบางพิเศษ NexusFit™ Basic ออกแบบให้ไม่มีปุ่มนวด เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกน้อย
จุดเด่น
- ผลิตและนำเข้าจากประเทศเกาหลี ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย
- กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™ ได้รับการจดสิทธิบัตร ปลอดภัย ได้มาตรฐาน
- ปรับได้ทั้งความแรงและความเร็วรอบดูดในเครื่องเดียว เพิ่มทางเลือกให้ตรงใจแม่มากที่สุด ถึง 90 รูปแบบ
- มีโหมดจดจำ ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ ปั๊มนมครั้งต่อไปสะดวก ประหยัดเวลา
- มีโหมด Mute เปิด-ปิด ไร้เสียง มีโคมไฟและหน้าจอมีแสงไฟ ปั๊มกลางคืนได้โดยไม่ต้องเปิดไฟห้อง ไม่รบกวนลูกน้อยและคนรอบข้าง
- มีขวดนม PA (Polyamide) ใสเหมือนแก้ว ช่วยให้มองเห็นความผิดปกติของน้ำนมได้ดี
- ระบบ 1 มอเตอร์ คุณแม่สามารถเลือกปั๊มเดี่ยวหรือปั๊มคู่ได้ตามต้องการ และมีระบบหยุดอัตโนมัติ หลังการปั๊มนม 30 นาที เพื่อความปลอดภัย

2. LAVIE อุปกรณ์กระตุ้นน้ำนม
นี่คืออุปกรณ์กระตุ้นน้ำนมเเม่ ตัวช่วยที่ให้คุณเเม่มือใหม่ได้แก้ปัญหาอาการคัดหน้าอก ท่อน้ำนมตัน ฯลฯ ได้ เพราะปัญหาเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการ เจ็บปวด เครียด จนทำให้คุณแม่หลายๆ คนหยุด เพราะกลัวการให้ลูกดูดนมจากเต้าได้นั่นเองค่ะ
จุดเด่น
- ช่วยกระตุ้นการเพิ่มการไหลเวียนของน้ำนม
- ตัวเครื่องกันน้ำได้
- ชาร์จแบตเตอรี่ได้ มีสายชาร์จ USB และกล่องสำหรับพกพา

3. MR.FOX ถุงเก็บน้ำนมแม่รุ่นพลัส ขนาด 8 ออนซ์
ถุงเก็บน้ำนมแม่ Mr.Fox ขนาด 8 ออนซ์ ผลิตจากพลาสติกหนา 2 ชั้น เหนียว หนา ไม่แตก ไม่รั่วซึม ขอบถุงซีลหนาถึง 5 มิลลิเมตร สามารถใช้ถุงต่อตรงจากเครื่องปั๊มลงถุงเก็บน้ำนมได้เลย และสามารถต่อจุกนมให้ลูกดื่มจากถุงได้เลยเช่นกันโดยไม่ต้องพึ่งขวดนม ลดการปนเปื้อน
จุดเด่น
- สามารถต่อตรงจากเครื่องปั๊มลงถุงเก็บน้ำนมได้เลย และสามารถต่อจุกนมให้ลูกดูดจากถุงได้เลยเช่นกัน จึงลดการปนเปื้อน จากการเทไปเทมาระหว่างขวดนมและถุงเก็บน้ำนม แล้วยังลดการปนเปื้อนจากการล้างขวดนมไม่สะอาดอีกด้วย
- Vitamin Protection ด้วยถุงนมทึบแสง และลดเหม็นหืนในน้ำนมแม่ได้
- เขียนด้วยปากกาลูกลื่นได้ ไม่ต้องยุ่งยากในการหาปากกา permanent

4. เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS
ใช้วิธีกระตุ้นน้ำนมที่เราแนะนำแล้วได้ผล ก็ต้องมีเครื่องอุ่นนมติดบ้านไว้ด้วยนะคะ เครื่องนี้สามารถอุ่นน้ำนมได้โดยไม่เสียคุณค่า มี 4 โหมดทำงานอัจฉริยะ ได้แก่ Warm โหมดอุ่นนม Defrost โหมดละลายน้ำแข็ง Food โหมดอุ่นอาหารเด็ก และ Sterilize โหมดนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม สามารถสั่งงานด้วยระบบ Touch Screen แถมน้ำหนักเบา พกง่าย อุ่นนมให้ลูกได้ทุกที่
จุดเด่น
- ประหยัดเวลาแม่ อุ่นน้ำนมให้ลูกพร้อมกันได้ถึง 2 ขวด โดยไม่เสียคุณค่าน้ำนม
- BPA Free ปลอดภัย อุ่นนมให้ลูกอย่างมั่นใจ
- อุ่นใจ มีบริการหลังการขาย มีรับประกันสินค้า

5. MOTHERY หมอนรองให้นม เอียง 11 องศา
หมอนให้นมเป็นตัวช่วยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยคุณแม่มือใหม่ให้เลี้ยงลูกได้อย่างสะดวก สบายมากขึ้น MOTHERY เป็นหมอนรองให้นมที่พัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การเข้าเต้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณแม่ มีหลายสีให้เลือก สีสันสวยงาม ใช้งานง่าย ถูกใจคุณแม่
จุดเด่น
- พัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ออกแบบเอียง 11 องศา เข้าเต้าได้ในองศาที่ดีที่สุด
- ดีไซน์แบบ U-curve ช่วยให้ลูกเข้าเต้าได้ด้วยองศาที่ดีที่สุด
- Back Support ช่วยลดอาการปวดเมื่อยให้กับคุณแม่ถึง 5 จุด
การกระตุ้นน้ำนมแม่เป็นเรื่องสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หวังว่าวิธีกระตุ้นน้ำนมที่เราแนะนำจะช่วยคุณแม่ให้มีน้ำนมเพียงพอต่อการเลี้ยงเจ้าตัวน้อยนะคะ และถึงแม้ว่าจะต้องใช้ความพยายามและอดทน แต่หากคุณแม่ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามวิธีการอย่างถูกต้อง ควบคู่กับการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เชื่อว่าปัญหาการขาดน้ำนมของคุณแม่จะดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการกระตุ้นน้ำนม หรือสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 5 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
วิตามินมีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะตอนท้อง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่วิตามินที่เราได้รับเป็นปกตินั้นจะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับเราเอง และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลูกน้อย วิตามินส่วนใหญ่ก็จะสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปเลยนะคะ หรือคุณแม่บางท่านอาจจะเลือกที่จะเสริมวิตามินเพิ่มเติมก็ได้อยู่ แต่ก่อนที่เราจะมองหาอาหารที่อุดมด้วยวิตามินมาทานนั้น เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าแม่ท้องควรจะเน้นวิตามินตัวไหนเป็นพิเศษกันบ้าง 1. วิตามินบี 1 วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่จะช่วยไม่ให้คุณแม่เกิดอาการเหน็บชา และมีความจำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและการทำงานของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทต่างๆ ของทารก สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อหัวใจและปอดของลูกน้อยได้ค่ะ อาหารที่มีวิตามินบี 1 ไข่ไก่ ข้าวซ้อมมือ แป้งสาลี 2. วิตามินบี 2 และบี 6 สำหรับวิตามินตัวนี้นั้นจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองรวมถึงระบบประสาทของทารกเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้สมองของลูกน้อยพัฒนาได้อย่างไม่เต็มที่นะคะ อาหารที่มีวิตามินบี 2 และบี 6 เช่น ตับและไข่แดง 3. กรดโฟลิก กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องของการสร้างอวัยวะให้แก่ลูกน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของสมองพิการและความพิการของร่างกายส่วนอื่น ๆ อาหารที่มีกรดโฟลิก เช่น ผักโขม อาโวคาโด ข้าวโพด 4. วิตามินบี 12 วิตามินบี 12 ก็เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการทำงานระบบประสาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนในเรื่องของการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วยนะ และเม็ดเลือดแดงก็มีความสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองของลูกน้อยของเรานั่นเอง อาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น ไข่ ตับ และผลิตภัณฑ์จากนม 5. วิตามินซี วิตามินซีจะมาช่วยคุณแม่ในเรื่องของภูมิคุ้มกัน […]
เรามั่นใจ 100% เลยว่าแม่ทุกคนอยากเห็นหน้าลูกน้อยเร็วๆ นับวันรอกันแทบไม่ไหว แต่ไม่มีแม่คนไหนแน่นอนที่อยากให้ลูกคลอดออกมาก่อนกำหนด ปกติแล้วคุณแม่ก็จะอุ้มท้องกันอยู่ที่ 37-40 สัปดาห์อ่ะเนอะ เพราะว่าถ้าคลอดก่อนหน้านี้ อวัยวะหรือสมองบางส่วนของลูกน้อยก็ยังอาจจะยังเติบโตไม่เต็มที่เท่าไหร่ ปอดก็ยังไม่แข็งแรง หายใจเองไม่ได้ ตัวเล็ก ถ้าคลอดออกมาก่อนก็ต้องอยู่ในตู้อบ นอกจากค่าใช้จ่ายจะสูงมากแล้ว ลูกยังน่าสงสารที่ต้องมีสายระโยงรยางค์ช่วยให้เค้าหายใจได้ ตอนท้องนี่ก็จะกังวลตลอด ปวดท้องนิดนึงก็กลัวว่าจะคลอดแล้วรึเปล่า แต่โดยทั่วไปแล้วถ้าจะคลอดก่อนกำหนดก็มักจะมีอาการเตือนที่ไม่ใช่แค่ปวดท้องนะ เราลองไปดูกันดีกว่าว่ามีอาการประมาณไหนบ้าง 5 อาการแบบนี้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด! 1.เจ็บท้องถี่ มีเลือดออกทางช่องคลอด เวลาท้อง การมีเลือดออกไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะงั้นถ้าคุณแม่มีเลือดออกในช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 ไม่ว่าจะน้อยหรือเยอะ ให้รีบไปหาคุณหมอด่วนๆ เลย ส่วนคุณแม่บางคนอาจจะมีอาการเจ็บท้องถี่ร่วมด้วย ความรู้สึกมันจะเหมือนปวดอยากเข้าห้องน้ำแต่ถ่ายไม่ออก อาการนี้มันจะเกิดจากการที่มดลูกบีบตัว เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้นะ 2. ตัวบวมความดันสูงปรี๊ด คุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีอาการมือบวม เท้าบวม ถ้าไม่ได้บวมเยอะมากจนน่าตกใจก็ไม่ได้ผิดปกติอะไรนะ เพราะหลายๆ คนก็เป็นกัน แต่คุณแม่บางคนมีอาการบวมทั้งตัว น้ำหนักขึ้นเร็ว จุกตรงลิ้นปี่ ความดันสูงมากจนอาจจะแตะ 200 เลยก็มี อันนี้คืออาการของคุณแม่ที่ครรภ์เป็นพิษต้องพบคุณหมอโดยเร็ว เพราะว่านอกจากจะอันตรายต่อลูกในท้องแล้วยังอันตรายต่อคุณแม่ด้วย ความดันที่ขึ้นสูงปรี๊ดแบบนี้อาจมีโอกาสทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ด้วยนะ ส่วนใหญ่คุณแม่ที่มีอาการแบบนี้จะต้องอยู่ในการดูแลของคุณหมอ หากมีอาการไม่ดีขึ้นอาจจะต้องโดนผ่าคลอดฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่และลูกน้อยในท้องไว้ค่ 3. […]
ก้าวแรกของการเป็นคุณแม่มือใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคำถามมากมาย โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่เห็นได้ชัดที่สุดอย่างหน้าท้อง หลายคนอาจสงสัยว่า ลักษณะท้องของคนท้องจริง ๆ แล้วเป็นอย่างไร จะเริ่มนูนเมื่อไหร่ และที่เห็นป่องออกมานั้นคือเจ้าตัวเล็กหรือแค่เรากินอิ่มกันแน่ xqบทความนี้จะช่วยให้คุณแม่คลายข้อสงสัย พร้อมรู้วิธีสังเกตสัญญาณเริ่มแรกอย่างมืออาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมให้สมบูรณ์แบบที่สุด ดูยังไงว่าท้องหรือพุง? วิธีสังเกตพุงคนท้องกับคนอ้วนที่แตกต่างกัน การแยกแยะระหว่างหน้าท้องที่ขยายจากครรภ์กับพุงที่เกิดจากไขมันสะสมมีจุดสังเกตหลักดังนี้ เจาะลึกลักษณะท้องของคนท้องในแต่ละไตรมาส รูปร่างของหน้าท้องจะเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของทารกในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งแต่ละไตรมาสจะมีความชัดเจนและความรู้สึกของคุณแม่ที่แตกต่างกันออกไปดังนี้ ลักษณะท้องของคนท้อง 1 สัปดาห์ – 1 เดือนแรก (ระยะเริ่มแรก) ในช่วงลักษณะท้องของคนท้อง 1 สัปดาห์ ถึงลักษณะท้องของคนท้อง 1 เดือน หน้าท้องจะยังแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายนอกที่สังเกตได้ชัดเจน พุงคนท้องไตรมาสที่ 2 ช่วงเวลาที่หน้าท้องและเอวเริ่มขยายชัดเจน เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 มดลูกจะขยายพ้นอุ้งเชิงกรานขึ้นมา ทำให้ลักษณะท้องของคนท้องเริ่มเห็นเป็นรูปทรงชัดเจน พุงคนท้องไตรมาสที่ 3 เมื่อมดลูกขยายใหญ่จนถึงกำหนดคลอด นี่คือช่วงที่ลักษณะท้องของคนท้องโตเต็มที่และมีการเปลี่ยนแปลงเชิงสรีระอย่างมาก สัญญาณเตือนอื่น ๆ ที่มาพร้อมลักษณะท้องของคนท้อง 1 เดือนแรก เนื่องจากหน้าท้องในช่วงลักษณะท้องของคนท้อง 1 เดือน ยังดูไม่ออก คุณแม่จึงต้องสังเกตสัญญาณทางกายภาพอื่น ๆ ร่วมด้วย การดูแลตัวเองเมื่อเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของหน้าท้อง เมื่อรูปร่างเริ่มเปลี่ยนไป การดูแลสุขภาพทั้งกายและใจคือสิ่งสำคัญอันดับต้น […]
คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินคำว่า วัยทอง 2 ขวบ หรือ Terrible Two ใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นวัยที่เด็ก ๆ มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และพฤติกรรม อย่างเห็นได้ชัด เริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจพัฒนาการวัยนี้ให้ดีเลยนะคะ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับลูกวัยนี้ได้อย่างถูกต้อง วัยทอง 2 ขวบ แค่เข้าใจก็รับมือได้ ลูกรักวัย 2 ขวบ มีพัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ที่มากขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ลูกวัย 2 ขวบ มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เมื่อถูกบังคับก็จะหงุดหงิด เมื่อไม่พอใจก็จะโวยวาย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย งอแงง่ายกว่าเดิม เนื่องจากลูกต้องการเป็นอิสระตามใจ และอยากทำอะไรด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดเป็นพัฒนาการปกติของเด็กวัยนี้ สาเหตุที่ลูกวัยทองสองขวบหงุดหงิดง่าย 7 วิธีรับมือลูก วัยทอง 2 ขวบ 1. ใจเย็น เข้าใจความต้องการของลูก ลูกวัยนี้อาจจะยังสื่อสารบอกความต้องการได้ไม่ดี และพยายามจะทำอะไรเองก็ยังไม่สำเร็จ จึงหงุดหงิดตัวเอง และหงุดหงิดสิ่งรอบตัวได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงควรรับรู้ว่าเป็นเรื่องปกติตามวัยของเขา พร้อมกับหมั่นพูดคุย สอบถามความต้องการของลูกเสมอว่าลูกอยากจะทำอะไร ให้แม่ช่วยไหม ต้องมีความสม่ำเสมอในการแนะนำลูก 2. […]
เลือก ถุงเก็บน้ำนม ยี่ห้อไหนดี ? ต้องดูที่อะไรบ้าง ? น้ำนมจะเหม็นหืนมั้ย ? คุณค่าน้ำนมแม่ยังอยู่ครบถ้วนรึเปล่า ? ? อีกคำถามที่แม่ๆมักสงสัย เพราะไม่ใช่แค่ถุงเก็บนมแม่ แต่นี่คือถุงใส่อาหารของลูก วันนี้ BabyGift มี 7 เทคนิค เลือกถุงเก็บน้ำนมที่คุณแม่นักปั๊มมือใหม่ ต้องชอบแน่นอน ? จะมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่า 1. พลาสติกหนา ทึบแสง ซิปล็อค 2 ชั้น ควรเลือก ถุงเก็บน้ำนมแม่ ที่ใช้วัสดุพลาสติกหนาทึบแสง มีความแข็งแรงไม่แตกหรือไม่รั่วซึมได้ง่าย และมีซิปล็อคแบบ 2 ชั้น เพื่อลดการรั่วซึมของน้ำนมแม่ออกจากถุง ช่วยลดกลิ่นเหม็นหืนในน้ำนมได้ และสามารถคงคุณค่าของน้ำนมแม่ได้เป็นอย่างดี 2. ขนาดที่เหมาะสมกับน้ำนมที่ปั๊มได้ช่วงเวลานั้น ถุงเก็บน้ำนมแม่ ควรมีขนาดที่เหมาะสมกับน้ำนมที่ปั๊มได้ช่วงในเวลานั้น อย่างช่วงแรกๆที่แม่อาจจะปั๊มได้ในไม่เยอะมากก็ควรเลือกใช้ขนาดเล็กลงมาหน่อย (4-5 ออนซ์) แล้วพอคุณแม่เริ่มปั๊มนมได้เยอะมากขึ้นค่อยขยับขนาดใหญ่ขึ้นไป การเลือกขนาดถุงพอดีกับน้ำนม จะช่วยให้แม่ๆประหยัดพื้นที่จัดเก็บในตู้แช่ได้ขนาดข้างเยอะ และยังไม่เปลืองถุง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียวค่ะ 3. มีแถบบันทึก เขียนง่าย ชัดเจน ควรมีแถบเขียนเอาไว้จดรายละเอียดต่างๆ อย่างเช่น […]
คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่เหมาะสมให้กับลูกน้อยอยู่ เราเลยมีตัวเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาฝากกัน หลักสูตรจะน่าสนใจแค่ไหน และโดนใจคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ โรงเรียนอนุบาลในฝัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย 1. โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ โดดเด่นด้านให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ในแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เน้นลงมือทำจนเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์ มีจินตนาการ และโรงเรียนนี้ยังไม่มียูนิฟอร์ม เด็ก ๆ สามารถแต่งกายไปเรียนได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในวันกิจกรรมต่าง ๆ โรงเรียนรุ่งอรุณ เริ่มรับเข้าเรียน : ภาคเรียนที่ 2 เปิดเรียน เดือนกันยายน – ธันวาคม และภาคเรียนที่ 3 เปิดเรียน เดือนมกราคม – เมษายน ข้อมูลติดต่อ : https://www.roong-aroon.ac.th เบอร์โทรศัพท์ : 0 2870 7512 […]
