วิธีกระตุ้นน้ำนม มีอะไรบ้าง ? ทำยังไงให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอต่อลูกน้อย ?!

ใครๆ ก็รู้ว่าน้ำนมแม่สำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยมากแค่ไหน แต่น้ำนมของคุณแม่แต่ละคนไม่ได้มีเยอะเท่ากันใช่มั้ยหล่ะคะ บางคนก็เยอะ บางคนก็น้อย บางคนก็ไม่มี ดังนั้นการกระตุ้นน้ำนมอย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างมากต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเป็นวิธีการเลี้ยงดูที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วงแรกเกิด และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณแม่ไปรู้จักกับวิธีกระตุ้นน้ำนมกันค่ะว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยแม่ๆ ที่มีปัญหาเรื่องน้ำนมได้บ้าง

แชร์วิธีกระตุ้นน้ำนมแม่ ทำยังไงให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอ ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้ลูก 

การกระตุ้นน้ำนมแม่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมให้เพียงพอต่อความต้องการของทารก เพราะน้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งจะช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารครบถ้วน เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายทารกเจริญเติบโตอย่างเต็มที่และแข็งแรง แถมยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์แม่ลูกให้แน่นแฟ้น เพราะในขณะที่แม่ให้นมลูก จะเกิดการหลั่งฮอร์โมนความรักและผูกพันกัน ช่วยเสริมสร้างความรู้สึกอบอุ่น ความปลอดภัยให้แก่ทารกค่ะ เอาหล่ะค่ะ แล้ววิธีกระตุ้นน้ำนมแม่มีอะไรบ้าง เรามาดูกันต่อเลยค่ะ

วิธีกระตุ้นน้ำนมแม่ มีอะไรบ้าง ? 

มีหลายวิธีในการกระตุ้นการไหลของน้ำนมแม่ค่ะ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำได้จริง ซึ่งการทำตามวิธีเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างเต็มที่ มาดูกันค่ะ 

1. การดื่มน้ำ : และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : วิธีง่ายๆ แต่ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำนมแม่ คุณแม่ลองใส่ใจในการกินอาหารให้มากขึ้น เช่น ถั่วงอก ข้าวกล้อง น้ำผลไม้ กระเจี๊ยบเขียว หรือผักใบเขียวอื่นๆ ถั่วเมล็ดแห้ง ข้าวกล้อง รวมถึงการดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว พวกนี้ล้วนแต่มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำนมได้ค่ะ 

2. การพักผ่อนและผ่อนคลาย : เมื่อร่างกายเครียดมากเกินไป จะมีผลให้ระดับฮอร์โมนโปรแลกตินที่กระตุ้นการสร้างน้ำนมลดลง ดังนั้นแม่จึงควรมีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดนะคะ 

3. ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นประคบที่เต้านม :  การประคบผ้าชุบน้ำอุ่น ก่อนให้นมลูกหรือก่อนปั๊มนมจะช่วยกระตุ้นน้ำนมให้ไหลได้สะดวกขึ้น เพราะความอบอุ่นจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และขยายหลอดน้ำนมให้เปิดออก จะทำให้น้ำนมไหลได้สะดวกมากขึ้น แต่ต้องระวังอุณหภูมิของน้ำนะคะ อย่าให้น้ำร้อนเกินไปจนลวกเต้านมค่ะ 

4. การนวดเต้านม : เป็นการกระตุ้นจุดสร้างน้ำนมภายในเต้านมให้ทำงาน โดยใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ นวดวนเบาๆ รอบๆ เต้านม ทั้งด้านหน้าและข้างๆ เพื่อให้น้ำนมไหลออกมาได้สะดวกขึ้น ควรนวดประมาณ 5-10 นาทีก่อนให้นมลูก นวดอย่างนุ่มนวล เพื่อกระตุ้นการไหลของน้ำนม ให้น้ำนมออกมาได้ง่ายขึ้นค่ะ 

5. การปั๊มนม : วิธีกระตุ้นน้ำนมวิธีสุดท้ายคือ การใช้เครื่องปั๊มนมไฟฟ้าหรือปั๊มนมแบบมือปั๊มก็ได้เช่นกันค่ะ วิธีนี้ก็จะช่วยกระตุ้น และดูดน้ำนมออกมาได้ดี และเก็บไว้ให้ลูกกินได้ต่อไปด้วยค่ะ (สามารถดูวิธีการใช้เครื่องปั๊มนมเพิ่มเติมได้อีก BabyGift เคยเขียนไว้แล้วค่ะ) 

ทำไมการนวดถึงช่วยกระตุ้นน้ำนม ? 

การนวดเต้านมด้วยวิธีถูกต้องและสม่ำเสมอ ร่วมกับการให้ลูกดูดนมจะเป็นการกระตุ้นร่างกายให้ผลิตน้ำนมได้มากขึ้น ซึ่งเป็นวิธีสำคัญในการเพิ่มปริมาณน้ำนมแม่นอกเหนือจากการรับประทานอาหารเสริมต่างๆ มีข้อมูลเพิ่มเติมจากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่ BabyGift สรุปเป็นประเด็นสำคัญได้ดังนี้ค่ะ 

1. การนวดเต้านมด้วยวิธีบีบน้ำนมออกจนเกลี้ยงเต้า จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมชุดใหม่มาทดแทน 

2. การนวดจี๊ดหัวนม จะช่วยให้น้ำนมออกมาได้มากขึ้น  

3. การนวดเต้านมที่ถูกวิธีและทำสม่ำเสมอ ควบคู่กับการให้ลูกดูดนมบ่อยๆ จะส่งสัญญาณให้ร่างกายรับรู้ความต้องการของลูกและผลิตน้ำนมเพิ่มขึ้น 

วิธีการนวดกระตุ้นน้ำนม ทำยังไงบ้าง ? 

การนวดกระตุ้นน้ำนมด้วยวิธีการเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนมได้ดียิ่งขึ้น เมื่อคุณแม่ฝึกฝนบ่อยๆ ร่วมกับการให้ลูกดูดนมก็จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ ลองมาดูวิธีนวดกันต่อนะคะ 

ท่านวดที่ 1 บีบเต้านมด้วยมือ : ใช้มือสองข้างจับเต้านมข้างซ้ายไว้ แล้วบีบนวดเต้านมโดยไล่จากกลางเต้านมไล่ลงมายังปลายหัวนมให้คุณแม่บีบนวดลงไปซ้ำๆ ประมาณ 10-15 ครั้ง แล้วเปลี่ยนไปทำข้างขวาในวิธีเดียวกัน ซี่งระหว่างนวดจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วย ไม่ต้องกังวลไปนะคะ 

ท่านวดที่ 2 กระตุ้นจี๊ด ดึงหัวนม : เริ่มจากให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับบริเวณหัวนมไว้ จากนั้นดึงหัวนมไปข้างหน้า ดึงให้มากที่สุดเท่าที่หัวนมจะยื่นออกไปได้ ทำอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 5-10 ครั้ง 

ท่านวดที่ 3 กระตุ้นจี๊ด นวดหมุนหัวนม : ให้คุณแม่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับตรงหัวนม แล้วบีบนวดหัวนมในลักษณะหมุนๆ รอบหัวนมประมาณ 5-10 ครั้ง ซึ่งในขั้นนี้ระหว่างนวดควรจะมีน้ำนมไหลออกมาด้วยนะคะ 

หลังจากการนวดเต้านมครบ 3 ขั้นตอนแล้ว ให้คุณแม่ผ่อนคลายเต้านม ด้วยการประคบอุ่นเพื่อผ่อนคลายให้กับเต้านม จะช่วยเรื่องการไหลเวียนระบบต่างๆ ให้คุณแม่ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นแล้วพันรอบเต้านมไว้ 2-3 นาที แค่นี้ก็ช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้วค่ะ

คำแนะนำ และข้อควรระวังในการกระตุ้นน้ำนม 

การกระตุ้นน้ำนมแม่นั้น มีข้อควรระวังและคำแนะนำดังต่อไปนี้ค่ะ 

1. อย่าออกแรงมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการนวดหรือบีบเต้านม เพราะอาจทำให้เกิดอาการบอบช้ำและระคายเคืองได้ ควรใช้แรงพอประมาณอย่างนุ่มนวลค่ะ 

2. หลีกเลี่ยงการดึงหรือบีบที่หัวนมแรงเกินไป เนื่องจากหัวนมค่อนข้างบอบบางและอาจทำให้เจ็บได้ค่ะ 

3. หากรู้สึกปวดหรือระคายเคืองผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ 

ความพยายามและพลังใจเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการกระตุ้นน้ำนมแม่ก็จริง แต่อย่าลืมว่าคุณแม่ก็ต้องใส่ใจดูแลสุขภาพ และให้ความสำคัญกับการพักผ่อนด้วยเหมือนกันนะคะ เพื่อให้ร่างกายได้ผลิตน้ำนมอย่างเต็มประสิทธิภาพค่ะ 

BabyGift แนะนำ ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับน้ำนมแม่ 

1. เครื่องปั๊มนม HAENIM 7X

ผลิตภัณฑ์กระตุ้นน้ำนมชิ้นแรกที่ BabyGift อยากแนะนำคือ สินค้า 1 ใน 10 อันดับเครื่องปั๊มนมน่าใช้ค่ะ HAENIM รุ่น 7X ตัวนี้จะปั๊มได้แบบนุ่มนวล เหมาะสำหรับคุณแม่ท้องแรก ที่เพิ่งเคยปั๊มนมครั้งแรก ตัวกรวยปั๊มมีให้เลือก 2 แบบ คือ กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™ ให้ความรู้สึกนุ่มถนอมหัวนม ไม่เจ็บเต้า ไม่ย้วยแบบซิลิโคนทั่วไป แถมยังมีปุ่มนวดกระตุ้น เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกเยอะ และกรวยซิลิโคนแบบบางพิเศษ NexusFit™ Basic ออกแบบให้ไม่มีปุ่มนวด เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เนื้อหน้าอกน้อย​  

จุดเด่น 

  • ผลิตและนำเข้าจากประเทศเกาหลี ผ่านการตรวจสอบและได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย  
  • กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™​ ได้รับการจดสิทธิบัตร ปลอดภัย ได้มาตรฐาน 
  • ปรับได้ทั้งความแรงและความเร็วรอบดูดในเครื่องเดียว เพิ่มทางเลือกให้ตรงใจแม่มากที่สุด ถึง 90 รูปแบบ​ 
  • มีโหมดจดจำ ไม่ต้องตั้งค่าใหม่ ปั๊มนมครั้งต่อไปสะดวก ประหยัดเวลา​ 
  • มีโหมด Mute เปิด-ปิด ไร้เสียง มีโคมไฟและหน้าจอมีแสงไฟ ปั๊มกลางคืนได้โดยไม่ต้องเปิดไฟห้อง ไม่รบกวนลูกน้อยและคนรอบข้าง​ 
  • มีขวดนม PA (Polyamide) ใสเหมือนแก้ว ช่วยให้มองเห็นความผิดปกติของน้ำนมได้ดี​ 
  • ระบบ 1 มอเตอร์ คุณแม่สามารถเลือกปั๊มเดี่ยวหรือปั๊มคู่ได้ตามต้องการ​ และมีระบบหยุดอัตโนมัติ หลังการปั๊มนม 30 นาที เพื่อความปลอดภัย 

2. LAVIE อุปกรณ์กระตุ้นน้ำนม 

นี่คืออุปกรณ์กระตุ้นน้ำนมเเม่ ตัวช่วยที่ให้คุณเเม่มือใหม่ได้แก้ปัญหาอาการคัดหน้าอก ท่อน้ำนมตัน ฯลฯ ได้ เพราะปัญหาเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการ เจ็บปวด เครียด จนทำให้คุณแม่หลายๆ คนหยุด เพราะกลัวการให้ลูกดูดนมจากเต้าได้นั่นเองค่ะ  

จุดเด่น 

  • ช่วยกระตุ้นการเพิ่มการไหลเวียนของน้ำนม 
  • ตัวเครื่องกันน้ำได้ 
  • ชาร์จแบตเตอรี่ได้ มีสายชาร์จ USB และกล่องสำหรับพกพา 

3. MR.FOX ถุงเก็บน้ำนมแม่รุ่นพลัส ขนาด 8 ออนซ์

ถุงเก็บน้ำนมแม่ Mr.Fox ขนาด 8 ออนซ์ ผลิตจากพลาสติกหนา 2 ชั้น เหนียว หนา ไม่แตก ไม่รั่วซึม ขอบถุงซีลหนาถึง 5 มิลลิเมตร สามารถใช้ถุงต่อตรงจากเครื่องปั๊มลงถุงเก็บน้ำนมได้เลย และสามารถต่อจุกนมให้ลูกดื่มจากถุงได้เลยเช่นกันโดยไม่ต้องพึ่งขวดนม ลดการปนเปื้อน 

จุดเด่น 

  • สามารถต่อตรงจากเครื่องปั๊มลงถุงเก็บน้ำนมได้เลย และสามารถต่อจุกนมให้ลูกดูดจากถุงได้เลยเช่นกัน จึงลดการปนเปื้อน จากการเทไปเทมาระหว่างขวดนมและถุงเก็บน้ำนม แล้วยังลดการปนเปื้อนจากการล้างขวดนมไม่สะอาดอีกด้วย 
  • Vitamin Protection ด้วยถุงนมทึบแสง และลดเหม็นหืนในน้ำนมแม่ได้  
  • เขียนด้วยปากกาลูกลื่นได้ ไม่ต้องยุ่งยากในการหาปากกา permanent 

4. เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS

ใช้วิธีกระตุ้นน้ำนมที่เราแนะนำแล้วได้ผล ก็ต้องมีเครื่องอุ่นนมติดบ้านไว้ด้วยนะคะ เครื่องนี้สามารถ​อุ่นน้ำนมได้โดยไม่เสียคุณค่า ​มี 4 โหมดทำงานอัจฉริยะ​ ได้แก่ Warm โหมดอุ่นนม Defrost โหมดละลายน้ำแข็ง Food โหมดอุ่นอาหารเด็ก และ Sterilize โหมดนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม สามารถสั่งงานด้วยระบบ Touch Screen​ แถมน้ำหนักเบา พกง่าย อุ่นนมให้ลูกได้ทุกที่​ 

จุดเด่น 

  • ประหยัดเวลาแม่​ อุ่นน้ำนมให้ลูกพร้อมกันได้ถึง 2 ขวด โดยไม่เสียคุณค่าน้ำนม 
  • BPA Free ปลอดภัย อุ่นนมให้ลูกอย่างมั่นใจ​ 
  • อุ่นใจ มีบริการหลังการขาย มีรับประกันสินค้า​​ 

5. MOTHERY หมอนรองให้นม เอียง 11 องศา 

หมอนให้นมเป็นตัวช่วยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยคุณแม่มือใหม่ให้เลี้ยงลูกได้อย่างสะดวก สบายมากขึ้น MOTHERY เป็นหมอนรองให้นมที่พัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การเข้าเต้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณแม่ มีหลายสีให้เลือก สีสันสวยงาม ใช้งานง่าย ถูกใจคุณแม่ 

จุดเด่น 

  • พัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ออกแบบเอียง 11 องศา เข้าเต้าได้ในองศาที่ดีที่สุด 
  • ดีไซน์แบบ U-curve ช่วยให้ลูกเข้าเต้าได้ด้วยองศาที่ดีที่สุด 
  • Back Support ช่วยลดอาการปวดเมื่อยให้กับคุณแม่ถึง 5 จุด

การกระตุ้นน้ำนมแม่เป็นเรื่องสำคัญในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ หวังว่าวิธีกระตุ้นน้ำนมที่เราแนะนำจะช่วยคุณแม่ให้มีน้ำนมเพียงพอต่อการเลี้ยงเจ้าตัวน้อยนะคะ และถึงแม้ว่าจะต้องใช้ความพยายามและอดทน แต่หากคุณแม่ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและปฏิบัติตามวิธีการอย่างถูกต้อง ควบคู่กับการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม เชื่อว่าปัญหาการขาดน้ำนมของคุณแม่จะดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการกระตุ้นน้ำนม หรือสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เดินทางมาเกินครึ่งทางแล้วขอคารวะให้กับความสตรองของแม่ๆ แต่ยิ่งใกล้วันครบกำหนดคลอดเท่าไหร่กลับยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม แถมร่างกายของคุณแม่ช่วงนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงแบบเยอะมากๆ คุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลเรื่องท้องเล็ก ช่วง 6 เดือนนี่แหละค่ะ ที่ท้องของคุณแม่ๆ จะเริ่มใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมน้ำหนักก็ยังขึ้นพรวดๆ แบบก้าวกระโดด ช่วงนี้คุณแม่จะหิวเป็นพิเศษ แถมยังต้องทานอาหารเยอะขึ้นกว่าเดิมเพราะลูกน้อยของคุณแม่กำลังช่วยใช้พลังงาน ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป คุณแม่อาจจะรู้สึกถึงอาการท้องแข็ง อาการท้องแข็งคือเวลาที่มดลูกของคุณแม่หดตัว ท้องของคุณแม่ก็จะแข็งนูนขึ้นมาค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะ ถ้าไม่ได้เกิดแบบถี่ๆ ติดต่อกัน และเพราะความเปลี่ยนแปลงเยอะแยะเหล่านี้นี่แหละ ทำให้คุณแม่อาจจะต้องดูแลช่วงครึ่งหลังนี้เป็นพิเศษ เรามาดู 6 เรื่องที่คุณแม่ท้อง 6 เดือนต้องระวังกันค่ะ 1.ความเครียดไม่ใช่เรื่องดี อันที่จริงเรื่องความเครียดก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังตั้งแต่ตั้งครรภ์แรกๆ แล้วเนอะ แต่อย่างที่บอกค่ะ ว่าช่วงนี้คุณแม่จะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อาจจะทำให้เกิดความเครียดไม่รู้ตัว เช่น คุณแม่บางคนอาจจะเป็นกังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาของตัวเอง หรือบางคนอาจจะมีอาการปวดชายโครงเพราะท้องที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการเครียดตามมา หากคุณแม่เกิดอาการเครียดมากๆ แล้ว จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนและสารเคมี ซึ่งเจ้าสารเคมีตัวนี้จะส่งผลโดยตรงกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ค่ะ คุณแม่ที่เครียดมักจะคลอดก่อนกำหนด แถมยังทำให้ลูกมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อีกด้วย 2.ไม่ใช่เวลาของกิจกรรมผาดโผน ด้วยขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น การทำกิจกรรมผาดโผนต่างๆ อาจเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการกระแทกบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างยิ่งค่ะ แถมการที่คุณแม่เคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็วหรือทำอะไรแบบปุปปับ ยังเป็นสาเหตุทำให้มดลูกเกิดการบีบรัดตัว เกิดอาการท้องแข็ง และถ้าเกิดคุณแม่มีอาการท้องแข็งบ่อยๆ เข้าล่ะก็ เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดอยู่นะ 3. […]

แม่ท้องต้องตรวจคัดกรองอะไร ใน 3 ไตรมาส เมื่อรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ คุณแม่เคยสงสัยไหมว่าตลอดเวลา 9 เดือนที่ลูกน้อยอยู่ในท้องนั้น ต้องตรวจอะไรบ้าง แม้กระทั่งในวันไปฝากครรภ์คุณหมอก็จะต้องขอตรวจหลายอย่างจากคุณแม่ เพื่อตรวจเช็กสุขภาพ โรคประจำตัว และความเสี่ยงต่างๆ เพื่อการดูแลให้คุณแม่มีครรภ์คุณภาพตลอดเวลา เราจึงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองต่างๆ เพื่อสุขภาพคุณแม่และลูกน้อยตลอด 3 ไตรมาส เพื่อให้คุณแม่ได้รู้ว่าในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ จะต้องเข้ารับการตรวจอะไร ควรจะเลือกตัดสินใจตรวจแบบไหน รวมถึงการตรวจคัดกรองต่างๆ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เหมาะกับคุณแม่วัยไหนบ้าง แม่ท้องต้องตรวจอะไร? จำเป็นแค่ไหนนะ? การตรวจคัดกรองและตรวจเช็กสุขภาพต่างๆ ของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลของการตรวจต่างๆ จะช่วยประเมินสุขภาพและความปลอดภัยทั้งของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ได้รู้ถึงความเสี่ยงต่างๆ ในขณะตั้งครรภ์  ได้ตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โรคภัยแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์ ภาวะอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ประเมินอายุครรรภ์และการคลอด รวมถึงยังทำให้ได้รู้ความเสี่ยงอาการดาวน์หรือความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆ ที่สำคัญ ตลอดจนได้รู้โครโมโซมเพศของลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย ซึ่งการตรวจต่างๆ นี้จะช่วยให้คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง ดูแลสุขภาพลูกน้อยให้แข็งแรงได้ดี และคุณหมอจะยังสามารถให้คำแนะนำคุณแม่ในการปฏิบัติตัว การดูแลรักษาโรคภัยต่างๆ และให้คำแนะนำคุณแม่ในการตัดสินใจคลอดอีกด้วย  เรียกว่าหากคุณหมอแนะนำให้คุณแม่ตรวจอะไร ควรตัดสินใจและเชื่อมั่นในหมอและตัวเองไว้ดีที่สุดค่ะ การตรวจคัดกรองคุณแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน (14 สัปดาห์แรก) คุณแม่จะต้องถูกซักประวัติ ตรวจปัสสาวะ เจาะเลือด เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ […]

หากคุณแม่กำลังตั้งครรภ์ นอกจากจะรู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของร่างกายมากมาย จนตัวเองเปลี่ยนไปเป็นคุณแม่ท้องโตใหญ่อุ้ยอ้ายแล้ว ยังมีอาการต่างๆ ที่ทำให้คุณแม่รู้สึกไม่สบายตัวอื่นๆ อีก ซึ่งคุณแม่หลายท่านอาจจะคิดว่าอาการไม่สบาย ปวดโน่นนี่นั่นเป็นเรื่องปกติธรรมดา                 แต่ทว่า…อาการปวดในบางอย่างนั้น อาจเป็นสัญญาณอันตรายที่บอกถึงภาวะเสี่ยงและโรคแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์ได้ โดยเฉพาะอาการปวดท้องผิดปกติ เราจึงชวนคุณแม่มาเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ที่ชวนน่าสงสัย เพื่อให้คุณแม่รู้ว่าอาการแบบไหนที่ผิดปกติ จะได้สังเกตและรู้ทันอันตราย รีบไปพบแพทย์ก่อนอาการจะรุนแรงลุกลามบานปลายจนเกิดการสูญเสียขึ้นได้ค่ะ สังเกตอาการปวดท้องขณะตั้งครรภ์ มาดูกันว่าอาการปวดท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่ เกิดจากอะไรกันบ้าง 1. ปวดท้อง แน่นท้อง จุกเสียดกลางอก อาจเป็นอาการของ กรดไหลย้อน หรือกระเพาะอาหารอักเสบ มีสาเหตุเกิดจากการมีกรดในกระเพาะอาหารมาก อาหารไม่ย่อย ทำให้มีอาการแน่นท้อง  หรือมีกรดไหลย้อนกลับไปที่หลอดอาหาร โดยมีอาการร่วมต่างๆ เช่น แสบร้อนกลางอก ลิ้นปี่ ลำคอ มีอาการคลื่นไส้ เรอ แน่นหน้าอก  ที่มักเกิดขึ้นหลังจากทานอาหาร หรือในช่วงเวลากลางคืน สาเหตุของอาการจุกเสียดแน่นท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ เกิดได้ทั้งจากการกินอาหารมากเกินไป กินอาหารรสจัด รสเปรี้ยว รสเผ็ด  กินผลไม้ที่มีกรด เช่น มะนาว กินอาหารที่ไขมันสูงทำให้ย่อยยาก   สาเหตุจากฮอร์โมนขณะตั้งครรภ์ที่เปลี่ยนแปลงทำให้กล้ามเนื้อที่อยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารเกิดการคลายตัว รวมถึงลูกในท้องที่ใหญ่ขึ้นไปดันท้องคุณแม่ทำให้กรดในกระเพาะไหลย้อนขึ้น ป้องกันดูแลได้ : ด้วยการกินอาหารทีละน้อยๆ แต่บ่อยมื้อ เลี่ยงอาหารรสเผ็ด […]

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องกลับไปทำงานหลังหมดช่วงลาคลอด หรือผู้ที่ต้องการให้ลูกน้อยได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม การพิจารณาเนิร์สเซอรี หรือสถานรับเลี้ยงเด็กจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ แต่คำถามที่ตามมาคือ เนิร์สเซอรีจำเป็นต่อลูกมากแค่ไหน และควรส่งลูกไปเนอสเซอรี่ อายุเท่าไหร่ บทความนี้ BabyGift จะมาให้คำตอบอย่างละเอียด เพื่อช่วยคุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ เนิร์สเซอรีคืออะไร เนิร์สเซอรี หรือที่เรียกกันว่า เดย์แคร์ (Day Care) คือสถานรับเลี้ยงเด็กเล็กก่อนวัยเรียนในช่วงเวลากลางวัน มักรับดูแลเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 3 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่พ่อแม่ส่วนใหญ่อาจต้องกลับไปทำงานประจำ โดยเน้นการดูแลพื้นฐาน การให้ความอบอุ่น และการจัดกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการตามวัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนเข้าเรียนชั้นอนุบาลต่อไป ข้อดีและข้อเสียของเนิร์สเซอรี การส่งลูกไปเนิร์สเซอรีมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่คุณพ่อคุณแม่ควรนำมาพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้การตัดสินใจนั้นเหมาะสมกับวิถีชีวิตของครอบครัวและพัฒนาการของลูกน้อยที่สุด ข้อดีของเนิร์สเซอรี ข้อเสียของเนิร์สเซอรี เนิร์สเซอรีจำเป็นต่อลูกมากแค่ไหน คำถามว่า เนิร์สเซอรี จำเป็นต่อลูกน้อยมากแค่ไหนนั้น ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะหลักการสำคัญคือเด็กเล็กวัยต่ำกว่า 3 ขวบยังต้องการความผูกพันที่มั่นคงจากผู้เลี้ยงดูหลัก (พ่อแม่) เป็นอันดับแรก การได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ในทางกลับกัน เนิร์สเซอรีจะจำเป็นต่อแม่และเด็ก ที่ไม่มีผู้ดูแลในช่วงกลางวัน หรือเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกเริ่มฝึกทักษะสังคมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นมันคือตัวช่วยในการจัดการชีวิตของครอบครัวมากกว่าความจำเป็นด้านพัฒนาการหลักของลูก ควรพาลูกไปเนิร์สเซอรีอายุเท่าไหร่ สำหรับคำถามว่า ควรพาลูกไปเนิร์สเซอรีอายุเท่าไหร่ดีนั้น ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มักแนะนำว่าควรรอให้ลูกอายุ 3 […]

การตัดสินใจมีลูกสักคน นับเป็นเรื่องสำคัญของครอบครัว เพราะการมีลูกนั้นมักจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตแล้ว และหันมาคำนึงถึงค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอดบุตร การเลี้ยงดูบุตร แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT จะพาไปดูกันว่าหากใช้ สิทธิประกันสังคมคนท้อง คุณแม่เบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลย สิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561ให้กับผู้ประกันตนสำหรับคนท้องอีก 1,000 บาท ผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายเงินเข้าประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่ใช้สิทธิ โดยจ่ายตามอายุครรภ์ ดังนี้ คุณแม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วนำใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์มาเบิกจ่ายทีหลังได้เลยที่ประกันสังคมทั่วประเทศ โดยไม่ต้องรอให้มีการคลอดบุตรก่อน สิทธิเบิกจ่ายค่าคลอดบุตร คุณแม่ท้องสามารถใช้สิทธิประกันสังคม เบิกค่าคลอดบุตรได้ในอัตราเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อครั้งเช่น ค่าทำคลอด ค่าห้องพัก ค่ายา หรือค่าบริการอื่นๆ โดยสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งหมายความว่า หากคุณแม่คลอดบุตรคนที่ 3คุณแม่จะไม่สามารถเบิก ค่าคลอดบุตรได้อีก ยกเว้นถ้าคุณพ่อก็เป็นผู้ประกันตนด้วย ก็สามารถใช้สิทธิของคุณพ่อกับบุตรคนที่ 3 […]

การเริ่มต้นบทบาทคุณแม่มือใหม่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องการให้นม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเจริญเติบโตในช่วงแรกชีวิต เมื่อคุณพาลูกน้อยนั่ง คาร์ซีทเด็กแรกเกิด กลับถึงบ้าน ภารกิจหลักที่คุณแม่กังวลที่สุดคือลูกกินอิ่มไหม หรือกินมากเกินไปหรือเปล่า วันนี้ BabyGift จะมาเผยตารางกินนม และปริมาณที่เหมาะสมสำหรับนมเด็กแรกเกิด เพื่อให้คุณแม่ดูแลลูกน้อยได้อย่างมั่นใจ ปริมาณนมทารกที่เหมาะสมตามวัย เด็กแรกเกิดกินนมกี่ออนซ์ การเข้าใจธรรมชาติของกระเพาะอาหารทารกเป็นสิ่งสำคัญ ในช่วงแรกเกิดกระเพาะของลูกยังมีขนาดเล็กเท่าลูกมะนาวเท่านั้น ปริมาณนมเด็กแรกเกิดที่ต้องการในแต่ละมื้อจึงดูเหมือนน้อย แต่เน้นความถี่แทน เรามาเจาะลึกปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละช่วงสัปดาห์กันเลย ทารก 1 สัปดาห์ กินกี่ออนซ์ ในสัปดาห์แรก กระเพาะของทารกจะเริ่มขยายตัวขึ้นเล็กน้อย โดยเฉลี่ยทารกจะกินนมประมาณ 1.5-3 ออนซ์ (45-90 มิลลิลิตร) ต่อมื้อ คุณแม่ควรแบ่งมื้อนมออกเป็น 6-8 มื้อต่อวัน หากให้นมแม่ควรให้เข้าเต้า 8-12 ครั้ง หรือทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อลูกเริ่มกินนมตามปริมาณที่เหมาะสมกับวัย การเตรียมนมให้สะดวกและพร้อมในแต่ละมื้อ ก็ช่วยลดความวุ่นวายให้กับคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ต้องตื่นให้นมหลายครั้ง เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event