วิธีใช้เครื่องปั๊มนมครั้งแรก พร้อมเทคนิคปั๊มให้สบายเต้า

การใช้เครื่องปั๊มนมครั้งแรกอาจดูมีหลายขั้นตอน ทั้งการประกอบอุปกรณ์ เลือกขนาดกรวย วางกรวยให้ตรง และปรับระดับแรงดูด จนคุณแม่หลายคนไม่แน่ใจว่ากำลังทำถูกวิธีหรือไม่

ความจริงแล้ว การปั๊มนมไม่ควรทำให้เจ็บ และไม่จำเป็นต้องเปิดแรงดูดสูงสุดจึงจะได้น้ำนมดี สิ่งสำคัญคือการเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะกับสรีระ จัดท่าให้สบาย และค่อย ๆ ปรับเครื่องตามการตอบสนองของร่างกาย

ก่อนปั๊มนมครั้งแรก ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

ก่อนเริ่มใช้งาน ควรอ่านคู่มือของเครื่องแต่ละรุ่นให้เข้าใจ เนื่องจากตำแหน่งวาล์ว สายลม และรูปแบบการตั้งค่าอาจแตกต่างกัน จากนั้นเตรียมให้พร้อมดังนี้

  • ล้างมือให้สะอาด
  • ตรวจสอบว่าอุปกรณ์สะอาดและแห้งสนิท
  • ประกอบกรวย วาล์ว ขวด และสายตามคู่มือ
  • เตรียมภาชนะหรือถุงเก็บน้ำนม
  • เลือกมุมที่นั่งสบายและผ่อนคลาย

คุณแม่อาจประคบอุ่นหรือคลึงเต้านมเบา ๆ ก่อนเริ่ม เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลของน้ำนม

เลือกขนาดกรวยปั๊มนมอย่างไร?

ขนาดกรวยเป็นปัจจัยสำคัญต่อทั้งความสบายและประสิทธิภาพในการปั๊ม เมื่อเปิดเครื่อง หัวนมควรเคลื่อนอยู่ตรงกลางอุโมงค์กรวยโดยไม่เสียดสีกับขอบมากเกินไป และไม่ควรมีเนื้อเต้านมถูกดึงเข้าไปในกรวยเป็นจำนวนมาก สัญญาณว่ากรวยอาจไม่พอดี ได้แก่

  • หัวนมเสียดสีกับขอบกรวย
  • เจ็บ แสบ หรือมีรอยบวมหลังปั๊ม
  • เนื้อเต้านมถูกดูดเข้าไปมาก
  • ปั๊มนานแต่น้ำนมออกน้อยผิดปกติ

หากไม่แน่ใจ ควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นมหรือทดลองกรวยหลายขนาดก่อนตัดสินใจ

วิธีใช้เครื่องปั๊มนมครั้งแรกทีละขั้นตอน

1. จัดท่านั่งให้สบาย

นั่งหลังตรงโดยไม่ต้องก้มตัวมากเกินไป วางเท้าให้มั่นคง และผ่อนคลายหัวไหล่

2. วางกรวยให้หัวนมอยู่ตรงกลาง

แนบกรวยเข้ากับเต้านมให้พอดี แต่ไม่จำเป็นต้องกดแรงจนรู้สึกอึดอัด

3. เริ่มจากโหมดกระตุ้น

หากเครื่องมีโหมดกระตุ้นน้ำนม ให้เริ่มด้วยจังหวะดูดเบาและเร็ว เพื่อเลียนแบบช่วงที่ลูกเริ่มดูดนม

4. เปลี่ยนเป็นโหมดปั๊ม

เมื่อน้ำนมเริ่มไหล ค่อยเปลี่ยนเข้าสู่โหมดปั๊ม แล้วปรับแรงดูดให้อยู่ในระดับที่รู้สึกสบาย แรงดูดที่เหมาะสมไม่ใช่ระดับที่แรงที่สุด แต่เป็นระดับสูงสุดที่ยังไม่ทำให้เจ็บ

5. ปั๊มจนการไหลช้าลง

ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละคน ไม่จำเป็นต้องยึดเวลาตายตัว คุณแม่สามารถสังเกตจากจังหวะการไหลของน้ำนมและความรู้สึกของเต้านมแทน เมื่อไหลช้าลง อาจสลับกลับไปใช้โหมดกระตุ้นอีกครั้ง หรือนวดเต้านมเบา ๆ เพื่อช่วยกระตุ้นรอบการไหลใหม่

เทคนิคช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้น

ก่อนและระหว่างปั๊ม ลองใช้วิธีเหล่านี้ร่วมกัน

  • ประคบอุ่นก่อนเริ่มปั๊ม
  • นวดเต้านมเบา ๆ จากด้านนอกเข้าหาลานนม
  • มองหน้าลูก รูปถ่าย หรือวิดีโอของลูก
  • ปั๊มในมุมที่เงียบและผ่อนคลาย
  • ไม่กังวลกับปริมาณน้ำนมในแต่ละครั้งมากเกินไป
  • รักษารอบปั๊มให้สม่ำเสมอตามแผนการให้นม

ปริมาณน้ำนมที่ปั๊มได้ในแต่ละครั้งอาจไม่เท่ากัน และไม่ได้สะท้อนว่าคุณแม่มีน้ำนมเพียงพอหรือไม่เสมอไป

ปั๊มอย่างไรให้สบายเต้า?

คำว่า “ปั๊มให้เกลี้ยงเต้า” อาจทำให้คุณแม่เข้าใจว่าต้องปั๊มจนไม่มีน้ำนมออกเลย แต่ร่างกายยังสร้างน้ำนมอย่างต่อเนื่อง จึงไม่สามารถทำให้เต้านมว่างเปล่าจนหมดสนิทได้

เป้าหมายที่เหมาะสมกว่าคือ ปั๊มจนเต้านมนุ่มลง รู้สึกสบายขึ้น และการไหลของน้ำนมช้าลง ไม่ควรบีบ นวดแรง หรือเพิ่มแรงดูดจนเจ็บ เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อระคายเคืองได้

ปั๊มนมแล้วเจ็บ เกิดจากอะไร? ปั๊มนมแล้วเจ็บปกติไหม?

อาการเจ็บอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

  • กรวยมีขนาดเล็กหรือใหญ่เกินไป
  • วางหัวนมไม่ตรงกลาง
  • เปิดแรงดูดสูงเกินไป
  • ปั๊มนานเกินความสบายของร่างกาย
  • มีอาการคัดตึง ท่อน้ำนมอุดตัน หรือหัวนมบาดเจ็บ

หากปรับขนาดกรวยและแรงดูดแล้วยังเจ็บ มีแผล เลือดออก เต้านมแดง ร้อน มีไข้ หรือมีก้อนที่ไม่ยุบ ควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการให้นม

หลังปั๊มต้องทำอะไร?

หลังปั๊มเสร็จ ควรปิดภาชนะเก็บน้ำนมให้เรียบร้อย ระบุวันและเวลาที่ปั๊ม แล้วนำไปจัดเก็บอย่างเหมาะสมทันที

อุปกรณ์ทุกชิ้นที่สัมผัสเต้านมหรือน้ำนม เช่น กรวย วาล์ว ข้อต่อ และขวด ควรถอดล้างหลังใช้งาน และผึ่งให้แห้งสนิทในบริเวณที่สะอาด

ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดชิ้นส่วนให้แห้ง เพราะอาจนำสิ่งสกปรกกลับไปปนเปื้อนบนอุปกรณ์ได้

ตัวช่วยสำหรับคุณแม่ที่เริ่มปั๊มนม

การเลือกเครื่องและอุปกรณ์ให้ตรงกับรูปแบบการใช้งาน จะช่วยให้การปั๊มในแต่ละวันสะดวกขึ้น

เครื่องปั๊มนม HAENIM 7X

เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการปั๊มเดี่ยวหรือปั๊มคู่ และต้องการเครื่องสำหรับใช้งานเป็นประจำ มีโหมดช่วยจดจำการตั้งค่า รองรับการปั๊มกลางคืน มีกรวยและอุปกรณ์สำหรับปรับให้เหมาะกับสรีระ

เครื่องปั๊มนม HAENIM 7V

เหมาะสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ต้องการเครื่องปั๊มขนาดพกพา ใช้งานไม่ซับซ้อน และเลือกกรวยให้เหมาะกับสรีระได้

กรวยปั๊มนมซิลิโคน Prince & Princess

ใช้รองรับน้ำนมจากอีกข้างระหว่างเข้าเต้าหรือปั๊มแบบข้างเดียว เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ไม่อยากให้น้ำนมที่ไหลออกมาสูญเปล่า

เหมาะกับใครรุ่น
ปั๊มเป็นประจำ / ต้องการปั๊มคู่HAENIM 7X
มือใหม่ / ต้องการพกง่ายHAENIM 7V
เก็บน้ำนมอีกข้างกรวยปั๊มนมซิลิโคน Prince & Princess

หลังเริ่มปั๊มนม คุณแม่อาจต้องวางแผนปริมาณนมในแต่ละมื้อให้เหมาะกับวัยของลูก สามารถอ่านต่อได้ที่ ตารางกินนมเด็กแรกเกิด ต้องกินนมกี่ออนซ์ ปริมาณเท่าไหร่ บทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพความถี่และปริมาณนมโดยประมาณ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนปั๊มและจัดเก็บน้ำนมในแต่ละวั

สรุป

การใช้เครื่องปั๊มนมครั้งแรกไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก คุณแม่อาจต้องใช้เวลาเรียนรู้ขนาดกรวย ระดับแรงดูด และจังหวะที่เหมาะกับร่างกายของตัวเอง หลักสำคัญคือ ปั๊มแล้วควรรู้สึกสบาย ไม่ฝืน ไม่เจ็บ และไม่กดดันตัวเองด้วยปริมาณน้ำนมที่ได้ในแต่ละครั้ง

หากกำลังเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมและอุปกรณ์ให้นมหรือยังไม่แน่ใจว่ากรวยแบบไหนเหมาะกับสรีระ สามารถแวะมาดูสินค้าและสอบถามวิธีใช้งานได้ที่ BabyGift ทุกสาขา หรือเลือกชมเครื่องปั๊มนมและอุปกรณ์ให้นมผ่านช่องทางออนไลน์ พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้าน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เส้นไหมทอละเอียด Silky Air นวัตกรรมใหม่จาก Aprica ที่มีในรถเข็นเด็ก รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS Silky Air เส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นลดภาระการเคลื่อนย้ายตัวของเด็ก Silky Air เป็นการผสมกันกับไหมและเส้นไฟเบอร์เรียงยาวละเอียดให้ความยืดหยุ่นเบาสบาย เมื่อเทียบกับผ้าคอตตอนแบบเก่าที่ผสมกับฟองน้ำที่มีความยืดหยุ่นต่ำระบายอากาศได้ไม่ดี มาเลือกความเบาสบายให้ลูกของคุณกับ Silky Air กับคุณสมบัติพิเศษ 3 ข้อ ดังนี้ 1. เบาะรองนั่งสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการระบายความชื้นมากขึ้นอีก 10%  เพราะ Silky Air เป็นวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม  การระบายความชื้นได้ดีเป็นตัวบ่งบอกว่าความร้อนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการระบายความชื้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างลักษณะรูปร่างของเด็กด้วย  2. สัมผัสที่อ่อนนุ่ม ผลิตจากวัสดุที่อ่อนนุ่มและสามารถระบายอากาศได้ดีให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก 3. สามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้า เบาะรองนั่งสามารถถอดออกและนำไปซักในเครื่องซักผ้าได้อย่างง่ายดายจึงทำให้คงความสะอาดตลอดเวลา สรุป ด้วยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมกับนวัตกรรมใหม่ ของ Silky Air ทั้ง  3 ประการ จึงนำมาใช้กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS ได้เหมาะสมที่สุดกับเด็กแรกเกิด และเหมาะสมที่สุดกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นเด็กที่เบาและง่ายต่อการเดินทางไปทุกที่ กับคุณสมบัติพิเศษที่สามารถใช้คู่กับเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ได้อีกด้วย รวดเร็วและสะดวกในการปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ คุณแม่สามารถเลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นวัตกรรมใหม่ในการใช้รถเข็นเด็กและเป้อุ้มเข้าด้วยกัน เป็นตัวช่วยให้คุณแม่พร้อมออกเดินทางได้ทุกสถานการณ์

เด็กไม่ได้โตแค่น้ำหนัก แต่ “สรีระ” เปลี่ยนไปตลอดการเติบโต เมื่อกำลังเลือกคาร์ซีทให้ลูกเป็นครั้งแรก หลายครอบครัวมักเริ่มจากคำถามเดียวกัน “คาร์ซีทรุ่นนี้ใช้ได้กี่ปี?” เป็นคำถามที่ไม่ผิด เพราะคาร์ซีทเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง หลายคนจึงอยากเลือกแบบที่ใช้งานได้นานที่สุด เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว แต่ในความเป็นจริง ยังมีคำถามที่สำคัญกว่า นั่นคือ คาร์ซีทรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของลูก ในช่วงวัยที่กำลังใช้งานอยู่หรือไม่ เพราะเด็กทุกคนจะเติบโตขึ้นทุกวัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ได้มีเพียงอายุหรือน้ำหนักเท่านั้น สิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุด คือ สรีระของร่างกาย ทั้งส่วนสูง ความยาวลำตัว ความกว้างของไหล่ ความกว้างของสะโพก รวมถึงตำแหน่งที่เข็มขัดนิรภัยควรวางพาดเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง และนี่เอง คือเหตุผลที่ผู้ผลิตคาร์ซีททั่วโลกยังคงพัฒนาคาร์ซีทหลายประเภท แทนที่จะออกแบบเพียงรุ่นเดียวให้รองรับเด็กทุกช่วงวัย สรุปสั้น ๆ คาร์ซีท 0–4 ปี เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการคาร์ซีทที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของเด็กเล็กโดยเฉพาะ คาร์ซีท 0–7 ปี เน้นความสมดุลระหว่างการรองรับและการใช้งานต่อเนื่อง คาร์ซีท 0–12 ปี เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการใช้งานหลายช่วงวัย เด็กไม่ได้โตแค่น้ำหนัก แต่ “สรีระ” ของเด็กเปลี่ยนไปตลอดเวลา ลองนึกภาพเด็กแรกเกิดที่มีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เทียบกับเด็กวัยประถมที่มีความสูงมากกว่า 130 เซนติเมตร […]

เมื่อต้องพาเจ้าตัวน้อยเดินทางไกลขึ้นเครื่องบินครั้งแรก คุณแม่หลายท่านมักมีคำถามมากมาย เพื่อให้ทุกท่านเตรียมตัวเดินทางได้อย่างสนุกสนานพร้อมรถเข็นคันโปรดคู่ใจ Baby Gift ได้รวบรวมทุกคำตอบไว้ในที่เดียวจบ 1.รถเข็นแบบไหนสามารถนำขึ้นเครื่องบินได้บ้าง จำเป็นต้องพับเล็กๆ หรือมีข้อกำหนดเกี่ยวกับขนาดและน้ำหนักของรถเข็นหรือไม่? ตอบ เมื่อมีผู้โดยสารที่เป็นเด็กเดินทางไปพร้อมกัน รถเข็นเด็กทุกขนาด ไม่ว่าจะพับใหญ่พับเล็ก ทั้งหนักและเบา สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ทั้งหมดโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาดและน้ำหนัก แต่รถเข็นต้องสามารถพับได้ (ซึ่งรถเข็นทุกรุ่นทุกแบรนด์ที่จำหน่ายในปัจจุบันพับได้ทุกคัน) 2. ขั้นตอนการนำรถเข็นขึ้นเครื่องบินแบบ Gate Check ? ตอบ เมื่อนำกระเป๋าขนาดใหญ่ Check in เพื่อโหลดใต้ท้องเครื่องให้แจ้งเจ้าหน้าที่สายการบินว่ามีรถเข็นเด็กมาด้วย และต้องการเข็นไปโหลดที่หน้าประตูเครื่องบิน (หรือเรียกว่า Gate Check) เจ้าหน้าที่จะนำ Tag (หรือป้ายติดกระเป๋า) ติดให้ที่รถเข็นเพื่อป้องกันการสูญหาย เราสามารถเข็นลูกน้อยผ่านพิธีการต่างๆ ไปจนถึงหน้าประตูเครื่องบินตรงจุดที่มีแอร์โฮสเตสยืนต้อนรับ ให้พับรถเข็นให้เรียบร้อย หลังจากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่รอรับฝากรถเข็นเพื่อนำลงไปเก็บใต้เครื่อง (ในบางกรณีเจ้าหน้าที่จะจัดเตรียมถุงพลาสติกขนาดใหญ่คลุมให้อย่างดีเพื่อความสะอาดและปลอดภัย) ซึ่งเมื่อถึงที่หมายปลายทางเจ้าหน้าที่จะนำรถเข็นมาส่งคืนให้ที่หน้าประตูเครื่องบินเหมือนเดิม ในกรณีต่อเครื่อง (Transfer) ก็สามารถรับรถเข็นคืนได้ที่หน้าประตูเครื่องเช่นเดียวกัน 3. มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับนำรถเข็นเดินทางขึ้นเครื่องบินหรือไม่ ตอบ ทุกสายการบินอนุญาติให้นำรถเข็นขึ้นเครื่องได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 4. ในกรณีที่รถเข็นมีขนาดเล็กและสามารถพับเก็บบนที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Cabin) ได้ จะสามารถนำรถเข็นติดตัวขึ้นไปเก็บบน cabin ในเครื่องบินได้หรือไม่ ? ตอบ รถเข็นบางรุ่นสามารถพับและนำขึ้นเก็บบน Cabinได้ มีความเป็นไปได้ที่ทางสายการบินจะอนุญาติหรืออาจจะปฎิเสธไม่อนุญาติให้นำขึ้นไปเก็บบน Cabin […]

เพราะความสวย หุ่นดี เป็นสิ่งที่คู่ควรกับผู้หญิงอย่างเราอยู่เสมอ… การเป็นคุณแม่ นอกจากต้องเสียสละ ความเป็นส่วนตัวไปแล้ว ยังต้องเสียสละการมีหุ่นที่สวยเป๊ะ เหมือนสาววัยแรกแย้มอีก เพราะต้องยอมรับก่อนเลยว่าการตั้งครรภ์นี่หุ่นของคุณแม่จะพังแน่นอน และยิ่งขณะตั้งครรภ์ไม่ดูแลรูปร่างตัวเอง น้ำหนักขึ้นมาเยอะอีกหล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง หลังคลอดคุณแม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องหุ่นแน่ๆ แต่สุดท้ายแล้วทุกปัญหามีทางออก ถ้าคุณแม่ให้ลูกกินนมแม่น้ำหนักก็จะลดเร็ว และยิ่งได้อยู่ไฟหลังคลอด ตามคำบอกเล่าโบราณอีก ก็พอทำให้หุ่นคุณแม่กลับมาเป๊ะเหมือนเดิมแน่นอน แถมบางคนยังมีผิวพรรณสดใสกว่าตอนก่อนตั้งครรภ์อีก…งานนี้แม่ๆ อยากจะรู้จักวิธีการอยู่ไฟแล้วใช่ไหม มันดียังไงกันนะ??? “อยู่ไฟ” หลังคลอด คงเป็นคำที่คุณแม่ทั้งหลายครุ่นคิดอยู่ในสมองว่า เราควรจะอยู่ไฟหลังคลอดดีไหม อยู่แล้วดีอย่างไร และควรทำที่ไหน วันนี้เราจะมาไขคำตอบคุณแม่ให้หายสงสัยกัน เพราะร่างกายของคุณแม่หลังคลอดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแทบจะทุกระบบ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่ว่าจะเป็นผมร่วง เกิดจากฮอร์โมนในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว หน้าอกขยายขึ้น เพราะมีการสร้างน้ำนมขึ้นมา ไปจนถึงมดลูกขยายตัวมาก ซึ่งเป็นปัญหาหลักของคุณแม่หลังคลอด การอยู่ไฟ เป็นการฟื้นฟูสุขภาพอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับแม่หลังคลอด ซึ่งในสมัยก่อนยังไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มียาหยุดเลือด ไม่มียากระตุ้นน้ำนม การอยู่ไฟสมัยก่อนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าให้กลับคืนสภาพปกติ แต่ในปัจจุบัน การอยู่ไฟถูกลดบทบาทลง ถ้าไม่อยู่ไฟในปัจจุบัน ถือว่าไม่อันตรายเพราะมียาครบครันกว่าสมัยก่อน ดังนั้นการอยู่ไฟจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสม จึงจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพหลังคลอดให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว ประโยชน์ที่ได้จากการอยู่ไฟ คือร่างกายคุณแม่จะฟื้นตัวเร็ว รูปร่างจะกลับมาดีขึ้น, น้ำหนักตัวลดลง, น้ำนมไหลดีขึ้น, เลือดไหลเวียนดี มีเลือดฝาด, ผิวพรรณผ่องใส, มดลูกเข้าอู่เร็ว, […]

การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง  เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม !  นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ  ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ?  อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ  แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ?  สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น […]

…แต่ก็ไม่ง่ายเลย ให้คาร์ซีทเป็นเก้าอี้วิเศษของเด็กๆ ประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่อยากแชร์ให้ทุกๆบ้านฝึกลูกนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ วิธีนี้พิสูจน์แล้วได้ผลแน่นอนค่ะ แต่ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งหน่อยนะคะ อ่านจบแล้วนำไปฝึกกับลูกๆเราได้เลยค่ะ ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆ เรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  คาร์ซีทของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย 1. สร้างความผูกพันกับคาร์ซีท อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งคาร์ซีทของตัวเองได้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน 2. มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้ 3. เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งคาร์ซีทเรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย) 4. เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event