เนิร์สเซอรีคืออะไร จำเป็นต่อลูกน้อยมากแค่ไหน บทความนี้มีคำตอบ

เนิร์สเซอรีคืออะไร

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องกลับไปทำงานหลังหมดช่วงลาคลอด หรือผู้ที่ต้องการให้ลูกน้อยได้เรียนรู้ทักษะทางสังคม การพิจารณาเนิร์สเซอรี หรือสถานรับเลี้ยงเด็กจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ แต่คำถามที่ตามมาคือ เนิร์สเซอรีจำเป็นต่อลูกมากแค่ไหน และควรส่งลูกไปเนอสเซอรี่ อายุเท่าไหร่ บทความนี้ BabyGift จะมาให้คำตอบอย่างละเอียด เพื่อช่วยคุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

เนิร์สเซอรีคืออะไร

เนิร์สเซอรี หรือที่เรียกกันว่า เดย์แคร์ (Day Care) คือสถานรับเลี้ยงเด็กเล็กก่อนวัยเรียนในช่วงเวลากลางวัน มักรับดูแลเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 6 เดือนไปจนถึง 3 ขวบ ซึ่งเป็นช่วงวัยที่พ่อแม่ส่วนใหญ่อาจต้องกลับไปทำงานประจำ โดยเน้นการดูแลพื้นฐาน การให้ความอบอุ่น และการจัดกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการตามวัย เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนเข้าเรียนชั้นอนุบาลต่อไป

ข้อดีและข้อเสียของเนิร์สเซอรี

ข้อดีของเนิร์สเซอรีคืออะไร

การส่งลูกไปเนิร์สเซอรีมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่คุณพ่อคุณแม่ควรนำมาพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้การตัดสินใจนั้นเหมาะสมกับวิถีชีวิตของครอบครัวและพัฒนาการของลูกน้อยที่สุด

ข้อดีของเนิร์สเซอรี

  • ความสะดวกสบายในการจัดการเวลา : ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องทำงานประจำสามารถฝากลูกได้อย่างสะดวก ทำให้มีเวลาจัดการภาระส่วนตัวและหน้าที่การงานได้เต็มที่ โดยเฉพาะเนิร์สเซอรีที่มีช่วงเวลารับ-ส่งยืดหยุ่น
  • ฝึกทักษะการเข้าสังคม : ลูกน้อยได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในวัยเดียวกัน ได้ฝึกแบ่งปัน รอคอย และมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของพัฒนาการ
  • การเสริมสร้างพัฒนาการที่เหมาะสม : บุคลากรในเนิร์สเซอรี มักมีความรู้ความเชี่ยวชาญในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต่ละช่วงวัยอย่างเป็นระบบ

ข้อเสียของเนิร์สเซอรี

  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่าย : การที่ลูกต้องอยู่รวมกับเด็กคนอื่น ๆ ทำให้มีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อโรค เช่น ไข้หวัด โนโรไวรัส หรือโรคที่แพร่ทางระบบทางเดินหายใจได้ง่าย ซึ่งเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำใจไว้ล่วงหน้า
  • ค่าใช้จ่ายที่อาจสูง : โดยเฉพาะเนิร์สเซอรีคุณภาพดีหรือที่มีชื่อเสียง อาจมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งอาจเป็นภาระทางการเงินสำหรับบางครอบครัว
  • ขาดการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา : แม้ว่าจะมีบุคลากรดูแลอย่างดี แต่ลูกก็ต้องอยู่ห่างจากคุณพ่อคุณแม่ อาจทำให้ไม่สามารถตรวจสอบความเป็นอยู่หรือให้ความดูแลที่ละเอียดอ่อนได้ตลอดเวลา

เนิร์สเซอรีจำเป็นต่อลูกมากแค่ไหน

คำถามว่า เนิร์สเซอรี จำเป็นต่อลูกน้อยมากแค่ไหนนั้น ไม่มีคำตอบที่ตายตัว เพราะหลักการสำคัญคือเด็กเล็กวัยต่ำกว่า 3 ขวบยังต้องการความผูกพันที่มั่นคงจากผู้เลี้ยงดูหลัก (พ่อแม่) เป็นอันดับแรก การได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ในทางกลับกัน เนิร์สเซอรีจะจำเป็นต่อแม่และเด็ก ที่ไม่มีผู้ดูแลในช่วงกลางวัน หรือเมื่อคุณพ่อคุณแม่ต้องการให้ลูกเริ่มฝึกทักษะสังคมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นมันคือตัวช่วยในการจัดการชีวิตของครอบครัวมากกว่าความจำเป็นด้านพัฒนาการหลักของลูก

ควรพาลูกไปเนิร์สเซอรีอายุเท่าไหร่

พาลูกไปเนิร์สเซอรีกี่ขวบ

สำหรับคำถามว่า ควรพาลูกไปเนิร์สเซอรีอายุเท่าไหร่ดีนั้น ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มักแนะนำว่าควรรอให้ลูกอายุ 3 ขวบขึ้นไป แล้วจึงส่งเข้าเรียนชั้นอนุบาลเลยจะดีกว่า เนื่องจากเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ขวบยังมีระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรงพอ ทำให้เสี่ยงป่วยง่ายมาก และยังไม่ถึงวัยที่จำเป็นต้องได้รับทักษะทางวิชาการ การส่งลูกเข้าเนอสเซอรี่ อายุเท่าไหร่ จึงควรพิจารณาเมื่อถึงเวลาที่ลูกพร้อมจะห่างจากพ่อแม่และร่างกายแข็งแรงพอสมควรแล้ว

รวมวิธีเลือกเนิร์สเซอรีให้ปลอดภัยต่อลูกน้อย

การเลือกเนิร์สเซอรีที่มีคุณภาพและความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อตัดสินใจจะส่งลูกไป เนอสเซอรี่ อายุเท่าไหร่ก็ตาม ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้

  • การรักษาความสะอาดและสุขอนามัย : ต้องมั่นใจว่าสถานที่สะอาด มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเป็นประจำ รวมถึงบุคลากรมีสุขอนามัยที่ดี
  • อัตราส่วนครูต่อเด็กที่เหมาะสม : ต้องมีบุคลากรเพียงพอในการดูแลเด็กได้อย่างทั่วถึงและใกล้ชิด ไม่แออัดจนเกินไป
  • ระบบรักษาความปลอดภัย : ควรมีระบบการเข้า-ออกที่รัดกุม คนนอกไม่สามารถเข้าถึงเด็กได้ง่าย และสามารถตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้หากมีเหตุฉุกเฉิน
  • ทำเลที่ตั้งสะดวก : ควรเลือกสถานที่ที่ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงาน เพื่อความรวดเร็วในการรับ-ส่ง และสามารถเดินทางไปถึงได้ทันทีเมื่อมีเหตุจำเป็น

รวมสิ่งที่ต้องพิจารณาในการส่งลูกไปเนิร์สเซอรี

ก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับการส่งลูกไปเนิร์สเซอรี คุณพ่อคุณแม่ควรพิจารณาถึงองค์ประกอบสำคัญเหล่านี้อย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าการตัดสินใจนั้นเหมาะสมกับลูกที่สุด

  • แนวทางการดูแลที่สอดคล้องกับครอบครัว : ตรวจสอบว่าวิธีการเลี้ยงดูและการให้อาหารของเนิร์สเซอรีตรงกับความต้องการและแนวปฏิบัติของที่บ้านหรือไม่
  • การสอบถามและเยี่ยมชมสถานที่จริง : ควรไปสำรวจด้วยตนเองเพื่อดูสภาพแวดล้อม กิจกรรม และความน่าสนใจของของเล่นที่ใช้เสริมพัฒนาการ
  • การพูดคุยกับบุคลากร : สังเกตทัศนคติ ความเชี่ยวชาญ และความรักในการดูแลเด็กของครูและพี่เลี้ยง เพื่อให้มั่นใจว่าจะดูแลลูกของเราได้ดี
  • ความพร้อมด้านอารมณ์ของลูก : หากลูกยังอยู่ในวัยที่ต้องพึ่งพาคุณพ่อคุณแม่สูง หรือมีอาการ “ติดแม่” มาก การพรากจากกันอาจส่งผลกระทบต่ออารมณ์และความรู้สึกปลอดภัยของลูกได้

สรุปบทความ

การเลือกส่งลูกเข้าเนิร์สเซอรี เป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องความพร้อมของลูก เนอสเซอรี่ อายุเท่าไหร่ และความสะดวกของครอบครัว สิ่งสำคัญที่สุดคือการมอบสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย อบอุ่น และส่งเสริมพัฒนาการของลูกอย่างเหมาะสม และหากคุณกำลังมองหา สินค้าแม่และเด็กที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็น เป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือเครื่องปั๊มนม ที่ตอบโจทย์การให้นม BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้จริง เข้าใจลึก และคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อช่วยให้การเลี้ยงลูกของคุณเป็นช่วงเวลาที่ดีและมีความสุขที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

เนิร์สเซอรีจำเป็นต่อพัฒนาการของลูกหรือไม่?

เนิร์สเซอรี ไม่ได้จำเป็นต่อพัฒนาการหลัก แต่เป็นตัวเสริมทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ตามวัย การได้รับความรักและความอบอุ่นจากครอบครัวในวัยแรกเกิดถึง 3 ขวบยังคงสำคัญที่สุด

มีวิธีเตรียมตัวลูกก่อนไปเนิร์สเซอรีอย่างไรบ้าง?

ควรฝึกให้ลูกคุ้นเคยกับการแยกจากพ่อแม่เป็นระยะเวลาสั้น ๆ และฝึกกิจวัตรประจำวัน เช่น การกิน การนอน และการเข้าห้องน้ำ ให้สอดคล้องกับตารางเวลาของเนิร์สเซอรีล่วงหน้า

ควรเลือกเนิร์สเซอรีอย่างไรให้เหมาะกับลูก?

ควรเลือกจากอัตราส่วนครูต่อเด็กที่เหมาะสม ความสะอาดปลอดภัยของสถานที่ และกิจกรรมที่สอดคล้องกับอายุของลูก ที่สำคัญคือ เนิร์สเซอรี ต้องให้ลูกรู้สึกอุ่นใจและมีความสุข

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การเริ่มต้นบทบาทคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มักมาพร้อมกับคำถามมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของใช้ชิ้นเล็ก ๆ อย่างจุกหลอกที่หลายบ้านลังเลว่าจำเป็นต้องใช้หรือไม่ การเลือกใช้จุกหลอกอย่างถูกวิธีและปลอดภัยจะช่วยให้การเลี้ยงลูกราบรื่นขึ้น บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกแง่มุมเพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าตัวน้อยอย่างมั่นใจ จุกหลอกคืออะไร ทำไมถึงเป็นตัวช่วยสำคัญของคุณแม่ จุกหลอก คืออุปกรณ์เสริมที่ออกแบบมาเลียนแบบหัวนมแม่ ผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่นอย่างยางหรือซิลิโคน เพื่อตอบสนองสัญชาตญาณการดูดตามธรรมชาติของทารก ซึ่งพฤติกรรมนี้มีมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ การใช้จุกหลอกจึงเปรียบเสมือนตัวช่วยที่สร้างความรู้สึกอุ่นใจ ผ่อนคลาย และเป็นเครื่องมือในการเบี่ยงเบนความสนใจได้ดีเยี่ยมในยามที่เจ้าตัวน้อยร้องงอแง เจาะลึกข้อดีของจุกหลอก ที่ช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย การเลือกใช้จุกหลอกไม่ได้มีดีแค่ช่วยให้ลูกหยุดร้องเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ในด้านสรีรวิทยาและอารมณ์ที่น่าสนใจ ดังนี้ ช่วยให้ลูกอารมณ์ดีและนอนหลับได้ยาวนานยิ่งขึ้น การดูดจุกหลอกช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุข ทำให้ทารกฝึกควบคุมอารมณ์และสงบลงได้ง่าย เมื่อลูกรู้สึกผ่อนคลายจะส่งผลให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลับสนิทได้นานขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายผลิตโกรทฮอร์โมนเพื่อซ่อมแซมและเสริมสร้างพัฒนาการด้านต่าง ๆ ให้เติบโตสมวัยอย่างแข็งแรง ลดความเสี่ยงโรคไหลตายในทารกและป้องกันการดูดนิ้ว ผลการศึกษาพบว่าการใช้จุกหลอกขณะนอนหลับช่วยลดความเสี่ยงโรค SIDS หรือโรคไหลตายในทารกได้ เนื่องจากช่วยให้ทางเดินหายใจเปิดโล่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการปล่อยให้ลูกดูดนิ้วมือ เพราะการฝึกให้เลิกใช้จุกหลอกนั้นทำได้ง่ายกว่าพฤติกรรมการติดดูดนิ้วที่จะส่งผลเสียต่อรูปฟันในระยะยาว ข้อควรระวังและวิธีใช้จุกหลอก เพื่อให้การใช้จุกหลอกเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามแนวทางดังนี้ วิธีเลือกซื้อจุกหลอกคุณภาพสูงเพื่อสรีระของลูกรัก การเลือกจุกหลอกไม่ใช่แค่รุ่นไหนก็ได้ แต่ต้องคำนึงถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของวัสดุที่ต้องสัมผัสกับช่องปากของลูกโดยตรง เลือกขนาดที่เหมาะสมและวัสดุซิลิโคนระดับ Food Grade คุณแม่ควรเลือกจุกหลอกตามไซซ์ที่ระบุตามช่วงอายุ เพื่อให้เข้ากับรูปปากและเพดานเหงือกของลูก ที่สำคัญวัสดุต้องผลิตจากซิลิโคนระดับ Food Grade ที่มีความนุ่มนวล ยืดหยุ่นสูง และต้องปราศจากสาร BPA (BPA Free) […]

…แต่ก็ไม่ง่ายเลย ให้คาร์ซีทเป็นเก้าอี้วิเศษของเด็กๆ ประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่อยากแชร์ให้ทุกๆบ้านฝึกลูกนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ วิธีนี้พิสูจน์แล้วได้ผลแน่นอนค่ะ แต่ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งหน่อยนะคะ อ่านจบแล้วนำไปฝึกกับลูกๆเราได้เลยค่ะ ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆ เรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  คาร์ซีทของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย 1. สร้างความผูกพันกับคาร์ซีท อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งคาร์ซีทของตัวเองได้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน 2. มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้ 3. เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งคาร์ซีทเรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย) 4. เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ […]

คุณแม่มือใหม่มักจะชอบถามว่า “ฝากท้องเมื่อไหร่ดี” คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ตอนนี้เลยค่ะ! คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องนะคะ เนื่องจากระยะเวลาตลอด 40 สัปดาห์ที่ตั้งครรภ์นั้นถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะเวลาฝากครรภ์คุณแม่จะได้ยาบำรุงมาทานด้วย แถมยังได้รับการดูแลดีๆ จากคุณหมออีกต่างหาก เจอคุณหมอบ่อยๆ จะได้อุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเวลาเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเราด้วย เวลาไปฝากครรภ์คุณหมอคุณพยาบาลจะถามอะไรบ้างนะ? เวลาไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอและคุณพยาบาลจะถามคำถามเหล่านี้กับคุณแม่ค่ะ ตื่นเต้นจัง จะต้องตรวจอะไรบ้างนะ? ประโยชน์ของการฝากครรภ์มีอะไรบ้างนะ? นอกจากนี้ การพบคุณหมอทุกๆ เดือนก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอุ่นใจและได้รับการแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละไตรมาสอีกด้วยค่ะ เวลาไปฝากครรภ์จะเตรียมเงินไปเท่าไหร่ดี ค่าใช้จ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลเลยค่ะ หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล คุณแม่อาจใช้สิทธิ 30 บาทในการฝากครรภ์ได้ ส่วนถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน การฝากครรภ์แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย มากน้อยขึ้นอยู่กับการตรวจรักษาในวันนั้นค่ะ หรือบางโรงพยาบาลอาจมีแพ็กเกจการฝากครรภ์แบบเหมาจ่ายด้วยนะ ฝากครรภ์ที่ไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลย คุณแม่สามารถไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็ได้นะ โดยโรงพยาบาลหรือคลินิกนี้ควรจะอยู่ใกล้บ้านหรือเดินทางได้สะดวก เพราะเมื่อคุณแม่เริ่มท้องแก่แล้วอาจมีปัญหาในการเดินทางได้ค่ะ สถานที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลที่คลอดไม่จำเป็นต้องเป็นที่่เดียวกันก็ได้นะคะ การฝากครรภ์นั้นไม่มีคำว่าเร็วเกินไป แต่หากคุณแม่ประวิงเวลาไม่ยอมไปฝากครรภ์หรือไปไม่ตรงตามที่คุณหมอนัดแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ได้แน่นอนเลยล่ะ

อุ่นนมแม่ น้ำนมแม่  สารอาหารที่มากไปด้วยคุณประโยชน์ที่จำเป็นต่อการเติบโตของลูกน้อย และสร้างภูมิคุ้มกันที่สำคัญให้กับลูกน้อย ในปัจจุบัน คุณแม่จึงมักนิยมให้ลูกได้ทานน้ำแม่มากขึ้น แต่ด้วยภาระที่คุณแม่ที่ไม่สะดวกต่อการให้น้ำนมลูกได้ตลอดเวลา จึงทำให้คุณแม่นิยมปั้มนมใส่ถุงสต๊อกนำไปแช่เย็นไว้อย่างดี และในเวลาที่ลูกหิวก็นำนมแม่ออกมาอุ่นให้กับลูกน้อยกิน ซึ่งวิธีนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคุณแม่ได้เป้นอย่างมากอีกด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็น คุณพ่อ คุณตา คุณยาย ใครๆก็สามารถนำนมมาอุ่นแล้วก็ป้อนให้กับลูกน้อยได้            แต่ทุกคนรู้กันไหวว่า ถ้าอุ่นนมผิดวิธี จะทำให้น้ำนมแม่นั้นเสียคุณค่าทางอาหารไป วันนี้ทาง BABY GIFT EXPERT จึงจะมาแชร์วิธีการ การอุ่นนมที่ถูกวิธีให้กับทุกคนได้รู้กันค่ะ           ก่อนอื่นที่จะไปรู้วิธีการการอุ่นนม เรามารู้จักกันก่อนว่าก่อนอุ่นนมที่ดี มีข้อห้ามหรือข้อแนะนำอะไรบ้าง  วิธีการอุ่นนมแม่แบบทั่วไป            อุ่นนมแม่ด้วยวิธีแบบทั่วไปนั้นใครๆก็สามารถทำได้ แต่ข้อเสียของวิธีการนี้คือ อุณหภูมิน้ำอาจจะไม่อยู่ในอุณหภูมิที่เหมาะสมตลอดเวลา ต้องใช้ระยะเวลา มีความยุ่งยาก และหลายขั้นตอน ทำให้คุณพ่อ คุณแม่ ที่ไม่สะดวก หรือไม่มีเวลามาก อาจจะไม่เหมาะกับวิธีการนี้ และที่สำคัญยังไม่ทันต่อการใช้งาน เพราะบางครั้งลูกน้อยอาจจะหิวไม่เป็นเวลา หรือตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วร้องทานนม อุ่นนมแม่ […]

การเลือก “เครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับตัวเอง” จะช่วยให้การให้นมลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น และลดความเครียดของคุณแม่ได้มาก เครื่องปั๊มนมคืออะไร? ทำไมคุณแม่ยุคนี้ “ต้องมี” เครื่องปั๊มนม (Breast Pump) คืออุปกรณ์ที่ช่วยดูดน้ำนมออกจากเต้านม เพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูก เหมาะสำหรับ: ปัจจุบันเครื่องปั๊มนมถูกออกแบบให้ “ใช้ง่าย เงียบ และสบายขึ้น” วิธีเลือกเครื่องปั๊มนมให้เหมาะกับคุณแม่ 1. เลือกประเภทเครื่องปั๊ม แบบมือ (Manual) ราคาย่อมเยา เหมาะกับใช้งานเป็นครั้งคราว แบบไฟฟ้า (Electric) สะดวก ประหยัดเวลา เหมาะกับคุณแม่ที่ปั๊มทุกวัน แบบไร้สาย / Hands-free ใส่ในบราปั๊มได้ เคลื่อนไหวได้ เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้อง Multitask 2. ความนุ่มนวลและแรงดูด จุดสำคัญที่สุดคือ “ปั๊มแล้วไม่เจ็บ” 3. ความเงียบ 4. ความสะดวกในการพกพา 5. มาตรฐานความปลอดภัย แนะนำเครื่องปั๊มนมยอดนิยม (BabyGift) 1. HAENIM รุ่น 7X เหมาะกับ: คุณแม่ที่ปั๊มนมทุกวัน ต้องการเครื่องที่ครบและคุ้มค่าในระยะยาว […]

Kids Item 2018-2019 ของเพจ Daddy’s day ได้แก่ แท่น แทน แท่น แท๊นนนนนน Aprica Nano smart คันนี้เลย หลายคนถามมาเรื่องรถเข็นเด็ก ว่าใช้รุ่นไหนยังไงดี ทาง Daddy’s Day ขอเลือกคันนี้เลย เอาจริงๆ รถเข็นที่บ้านมี 3 คัน ตั้งแต่ไฮเทคสุดแต่หนักมาก  ไม่ไฮเทค พับง่ายแต่น้ำหนักยังหนักอยู่ จนมาลงตัวกับ Nano smart ที่สุด ชอบมากสุด ใช้ดีต้องบอกต่อเลย บ้านเราได้ทดลองใช้พาไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วย เพราะต้องเดินเยอะ แถมทางที่ไปหลายที่ มีทั้งทางเรียบ ขรุขระ ขึ้นเขาลงห้วยสารพัด รถเข็นคันนี้เอาอยู่หมด ตอบโจทย์มาก #พับเล็กพร้อมเดินทาง แบบสุดๆ 1. ที่ชอบที่สุดคือน้ำหนักเบา พกพาสะดวก เพราะรถเข็นน้ำหนักแค่ 5.6 kg เท่านั้น แบกสบาย ( มีกระเป๋าใส่มาให้ด้วยนะคะ แต่ทางเราไม่ได้ใช้เพราะรีบ ต้องแบกของเยอะ ) Daddy แบกของคนเดียวสบายๆเลย […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event