รวมไอเดียตั้งชื่อลูกตามวันเกิด รับรองถูกใจ และความหมายดี
การตั้งชื่อลูกเป็นหนึ่งในความสุขและความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เพราะนอกจากจะต้องไพเราะทันสมัยแล้ว ยังต้องเป็นชื่อมงคลที่มีความหมายดี เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวมไอเดียตั้งชื่อมงคลตามวันเกิดมาให้คุณแล้ว พร้อมทั้งหลักการ ตั้งชื่อลูก ที่ถูกต้อง เพื่อให้การตั้งชื่อเป็นเรื่องที่ง่ายและเต็มไปด้วยความหมายที่สุด
การตั้งชื่อลูกสำคัญอย่างไร
ชื่อเป็นสิ่งที่ติดตัวเราไปตลอดชีวิต และเชื่อกันว่าเป็นส่วนหนึ่งที่มีผลต่อโชคชะตาและลักษณะนิสัยของบุคคลนั้น ๆ การตั้งชื่อมงคลที่ถูกต้องตามหลักการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวันเกิดหรือหลักทักษา จึงเป็นสิ่งที่หลายครอบครัวให้ความสำคัญ เพื่อเป็นการส่งเสริมชีวิตของลูกให้เจริญรุ่งเรือง มีความสุข และประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน
หลักการตั้งชื่อลูก

หลักการ ตั้งชื่อลูก ที่เป็นที่นิยม คือการพิจารณาจากวันเกิดของลูก ซึ่งจะมีการกำหนดอักษรที่เป็น กาลกิณี หรืออักษรต้องห้ามในแต่ละวันเอาไว้ การตั้งชื่อโดยไม่ใช้อักษรต้องห้ามเหล่านี้จะช่วยเสริมชื่อมงคลให้แก่ลูกน้อยได้
ตั้งชื่อลูกชาย
การ ตั้งชื่อลูกชาย มักจะเน้นที่ความหมายเกี่ยวกับความแข็งแกร่ง ความเป็นผู้นำ และความสำเร็จ เพื่อส่งเสริมให้ลูกเป็นคนที่มีพลัง มีอำนาจ และสามารถปกป้องดูแลครอบครัวได้ในอนาคต
ตั้งชื่อลูกสาว
สำหรับลูกสาว การ ตั้งชื่อลูกสาว ในยุคปัจจุบันมักจะเน้นความหมายที่ทันสมัย แต่ก็ยังคงความอ่อนหวาน สง่างาม และความฉลาดเฉลียวไว้ เพื่อให้ลูกเติบโตเป็นผู้หญิงที่มีความสามารถและมีความสุขในชีวิต
ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันอาทิตย์
สำหรับน้อง ๆ ที่เกิดวันอาทิตย์ อักษรที่เป็นกาลกิณี (ต้องห้าม) ได้แก่ ศ, ษ, ส, ห, ฬ, อ, ฮ และสระทุกตัว ยกเว้นสระในพยางค์ที่ไม่มีความหมาย (เช่น คำว่า “กรวิภา” ที่แปลว่า รัศมีงาม) ดังนั้นการ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันนี้ ควรหลีกเลี่ยงอักษรเหล่านั้น
ตั้งชื่อลูกชายเกิดวันอาทิตย์
- กรชวัล (กอน-ชะ-วัน) แปลว่า รุ่งเรืองด้วยรัศมี
- กันต์ (กัน) แปลว่า น่ารัก น่าพอใจ
- คณาธิป (คะ-นา-ทิบ) แปลว่า ผู้เป็นหัวหน้า
- คีรีภัทร (คี-รี-พัด) แปลว่า เจริญดุจภูเขา
- จารุวัฒน์ (จา-รุ-วัด) แปลว่า ผู้มีความเจริญรุ่งเรือง
- ชญานนท์ (ชะ-ยา-นน) แปลว่า ยินดีในความรู้
- ชนกันต์ (ชะ-นะ-กัน) แปลว่า เป็นที่รักของคนทั้งหลาย
- ชยพล (ชะ-ยะ-พน) แปลว่า มีพลังคือชัยชนะ
- ชัชชน (ชัด-ชน) แปลว่า นักสู้
- ณภัทร (นะ-พัด) แปลว่า ดีงามด้วยความรู้
- ธนัท (ทะ-นัด) แปลว่า ให้ทรัพย์สมบัติ
- นัทธ์พิรดา (นัด-พิ-ระ-ดา) แปลว่า ผูกพันกับความกล้าหาญและความสุข
- อินทัช (อิน-ทัด) แปลว่า เกิดจากผู้ยิ่งใหญ่
- อิทธิพัทธ์ (อิด-ทิ-พัด) แปลว่า เกี่ยวเนื่องกับความสำเร็จ
- อชิระ (อะ-ชิ-ระ) แปลว่า ผู้ว่องไว คล่องแคล่ว
ตั้งชื่อลูกสาวที่เกิดวันอาทิตย์
- กชมน (กด-ชะ-มน) แปลว่า มีใจประเสริฐเหมือนดอกบัว
- กนกรดา (กะ-หนก-ระ-ดา) แปลว่า ยินดีในทอง
- เขมิกา (เข-มิ-กา) แปลว่า มีความเกษมสันต์
- จารวี (จา-ระ-วี) แปลว่า ผู้งดงาม
- จิณัฐตา (จิ-นัด-ตา) แปลว่า ความเป็นผู้ฉลาดที่ได้สั่งสมมา
- ญาณิน (ยา-นิน) แปลว่า ผู้มีความรู้
- ฐิตาภา (ถิ-ตา-พา) แปลว่า มีรัศมีมั่นคง
- ดลปพร (ดน-ปะ-พอน) แปลว่า บันดาลให้เกิดสิริมงคล
- ธันยวีร์ (ทัน-ยะ-วี) แปลว่า มีโชคและมีความกล้า
- นัทธ์ณมน (นัด-นะ-มน) แปลว่า ผูกพันด้วยใจ
- นภาธร (นะ-พา-ทอน) แปลว่า มั่นคงดุจท้องฟ้า
- นิชาภัทร (นิ-ชา-พัด) แปลว่า เป็นของตัวเองและดีงาม
- ภควรรณ (พะ-คะ-วัน) แปลว่า ผิวพรรณดีมีโชคลาภ
- รินรดา (ริน-ระ-ดา) แปลว่า ผู้ยินดีอยู่เสมอ
- อมลณดา (อะ-มน-นะ-ดา) แปลว่า ผู้ไม่มีมลทิน
ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันจันทร์
การ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันจันทร์ สามารถใช้อักษรได้ทุกตัว แต่มีข้อควรระวังคือสระต่าง ๆ (อะ, อา, อิ, อี, อึ, อือ, อุ, อู, เอ, แอ, โอ, ไอ, ใอ) ถือเป็นกาลกิณี ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้สระในชื่อ
ตั้งชื่อลูกชายที่เกิดวันจันทร์
- กมลภพ (กะ-มน-ละ-พบ) แปลว่า ผู้เกิดจากดอกบัว
- กฤต (กริด) แปลว่า กระทำแล้ว
- คมกฤช (คม-กริด) แปลว่า คมของกริช
- จรัล (จะ-รัน) แปลว่า เที่ยวป่า
- ชนัต (ชะ-นัด) แปลว่า ฝูงชน ประชากร
- ชยธร (ชะ-ยะ-ทอน) แปลว่า ทรงชัย
- ชลธร (ชน-ละ-ทอน) แปลว่า ทะเล
- ณรงค์ (นะ-รง) แปลว่า การรบ
- ณพล (นะ-พน) แปลว่า มีกำลังดี
- ธนกร (ทะ-นะ-กอน) แปลว่า สร้างทรัพย์สิน
- ธนวัฒน์ (ทะ-นะ-วัด) แปลว่า เจริญด้วยทรัพย์
- ธนนท์ปภพ (ทะ-นน-ปะ-พบ) แปลว่า ยินดีมั่นคงในโลก
- พชรพล (พัด-ชะ-ระ-พน) แปลว่า แข็งแกร่งดุจเพชร
- ภพสรรค์ (พบ-สัน) แปลว่า สร้างภพ สร้างโลก
- วรนน (วอ-ระ-นน) แปลว่า มีใจประเสริฐ
ตั้งชื่อลูกสาวที่เกิดวันจันทร์
- กชอร (กด-ชะ-ออน) แปลว่า หญิงงามดุจดอกบัว
- กรภัทร (กอน-พัด) แปลว่า มีโชค มีสิริมงคลในการกระทำ
- กนกพร (กะ-หนก-พอน) แปลว่า ทองประเสริฐ
- จันทรรัตน์ (จัน-ทระ-รัด) แปลว่า ไข่มุก
- จรรย์วรท (จัน-วะ-รด) แปลว่า มีกิริยาที่ประเสริฐ
- ทรงอัปสร (ทรง-อับ-สอน) แปลว่า รูปงามดุจนางฟ้า
- ธมนวรรณ (ทะ-มน-วัน) แปลว่า มีผิวพรรณสวยงาม
- นภัทร (นะ-พัด) แปลว่า มีสิริมงคลและความรู้
- ปภัสสร (ปะ-พัด-สอน) แปลว่า แสงสว่าง
- ปวรรัตน์ (ปะ-วอน-รัด) แปลว่า รัตนะอันประเสริฐ
- พรรณปพร (พัน-ปะ-พอน) แปลว่า มีผิวพรรณประเสริฐ
- พลอยรัตน์ (พลอย-รัด) แปลว่า ประสมด้วยเพชรนิลจินดา
- ภคพร (พะ-คะ-พอน) แปลว่า มีโชคเป็นพร
- วรันธร (วะ-รัน-ทอน) แปลว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งสิ่งประเสริฐ
- หทัยภัทร (หะ-ไท-พัด) แปลว่า จิตใจที่ดีงาม
ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันอังคาร
สำหรับน้อง ๆ ที่เกิดวันอังคาร อักษรที่เป็นกาลกิณีได้แก่ ก, ข, ค, ฆ, ง ดังนั้นการ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันนี้ควรหลีกเลี่ยงอักษรเหล่านี้
ตั้งชื่อลูกชายที่เกิดวันอังคาร
- จรณินท์ (จะ-ระ-นิน) แปลว่า เป็นใหญ่เพราะความประพฤติดี
- จารุเดช (จา-รุ-เดด) แปลว่า มีเดชงดงาม
- จิรวิน (จิ-ระ-วิน) แปลว่า ผู้มีอายุยืนยาว
- ชฎาธร (ชะ-ดา-ทอน) แปลว่า พระศิวะ
- ชนานันท์ (ชะ-นา-นัน) แปลว่า ยินดีในหมู่คน
- ชยพัทธ์ (ชะ-ยะ-พัด) แปลว่า เกี่ยวเนื่องกับความชนะ
- ณัฐพล (นัด-ถะ-พน) แปลว่า พลังแห่งนักปราชญ์
- เดชาธร (เด-ชา-ทอน) แปลว่า ทรงไว้ซึ่งเดช
- ธนดล (ทะ-นะ-ดน) แปลว่า บันดาลทรัพย์
- ธนเดช (ทะ-นะ-เดด) แปลว่า มีทรัพย์เป็นอำนาจ
- นรเศรษฐ์ (นอ-ระ-เสด) แปลว่า ผู้มีความมั่งคั่ง
- ภาณิน (พา-นิน) แปลว่า ผู้พูดเก่ง
- ภัณนวรจน์ (พัน-นะ-วะ-รด) แปลว่า รุ่งเรืองด้วยคำพูดใหม่ ๆ
- สรวิชญ์ (สอ-ระ-วิด) แปลว่า มีความรู้และแกล้วกล้า
- ธัญพิสิษฐ์ (ทัน-พิ-สิด) แปลว่า โชคดีเป็นพิเศษ
ตั้งชื่อลูกสาวที่เกิดวันอังคาร
- จริยาวดี (จะ-ริ-ยา-วะ-ดี) แปลว่า หญิงผู้มีความประพฤติดี
- จินต์จุฑา (จิน-จุ-ทา) แปลว่า มีความคิดเด่น
- ชฎารัตน์ (ชะ-ดา-รัด) แปลว่า มงกุฎแก้ว
- ชุติมณฑน์ (ชุ-ติ-มน) แปลว่า มีความรุ่งเรืองเป็นเครื่องประดับ
- ญาณิดา (ยา-นิ-ดา) แปลว่า มีความรู้
- ฐิรญา (ถิ-ระ-ยา) แปลว่า มีความรู้ยั่งยืน
- ฐิติภา (ถิ-ติ-พา) แปลว่า แสงสว่าง
- ดารินทร์ (ดา-ริน) แปลว่า ดวงดาวอันยิ่งใหญ่
- นภาลัย (นะ-พา-ลัย) แปลว่า ฟากฟ้า
- นรียา (นะ-รี-ยา) แปลว่า สตรี
- ธวัลยา (ทะ-วัน-ยา) แปลว่า บริสุทธิ์
- บุญญาพร (บุน-ยา-พอน) แปลว่า มีบุญเป็นพร
- ปทิตตา (ปะ-ทิด-ดา) แปลว่า รุ่งเรืองแล้ว
- ณัฐสุดา (นัด-ถะ-สุ-ดา) แปลว่า สาวนักปราชญ์
- นิศารัตน์ (นิ-สา-รัด) แปลว่า พระจันทร์
ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันพุธกลางวัน

สำหรับเด็ก ๆ ที่เกิดวันพุธกลางวัน (ระหว่าง 06.00-17.59 น.) อักษรต้องห้ามคือ จ, ฉ, ช, ซ, ฌ, ญ หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการตั้งชื่อมงคลให้ลูก ควรหลีกเลี่ยงอักษรเหล่านี้
ตั้งชื่อลูกชายที่เกิดวันพุธกลางวัน
- กรวีร์ (กอ-ระ-วี) แปลว่า กล้าหาญในการทำงาน
- กรณ์ (กอน) แปลว่า การกระทำ
- กีรติ (กี-ระ-ติ) แปลว่า ผู้มีเกียรติ
- ขัตติย (ขัด-ติ-ยะ) แปลว่า พระเจ้าแผ่นดิน
- เขมวันต์ (เขม-มะ-วัน) แปลว่า ที่แห่งความเกษม
- คทาธร (คะ-ทา-ทอน) แปลว่า ผู้ถือตะบองเป็นอาวุธ
- ทัพพ์ (ทับ) แปลว่า ทรัพย์สมบัติ
- ธาดา (ทา-ดา) แปลว่า ผู้สร้าง
- นครินทร์ (นะ-คะ-ริน) แปลว่า เจ้าเมือง
- ปกรณ์ (ปะ-กอน) แปลว่า คัมภีร์
- ภรัณยู (พะ-รัน-ยู) แปลว่า ผู้ปกป้อง
- วรันธร (วะ-รัน-ทอน) แปลว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งสิ่งประเสริฐ
- ศิริพงษ์ (สิ-ริ-พง) แปลว่า เชื้อสายแห่งมงคล
- หิรัณย์ (หิ-รัน) แปลว่า เงินทอง
- อัศวเมธ (อัด-สะ-วะ-เมด) แปลว่า การบูชายัญด้วยม้า
ตั้งชื่อลูกสาวที่เกิดวันพุธกลางวัน
- กมลเนตร (กะ-มน-เนด) แปลว่า ตางามดุจดอกบัว
- กานต์ธีรา (กาน-ที-รา) แปลว่า นักปราชญ์ผู้เป็นที่รัก
- กุลธิดา (กุน-ทิ-ดา) แปลว่า หญิงผู้เกิดในตระกูลดี
- กวินนาถ (กะ-วิน-นาด) แปลว่า ผู้มีที่พึ่งอันดีงาม
- คณิฏฐา (คะ-นิด-ถา) แปลว่า ยืนหยัดได้ด้วยคณะ
- คคนางค์ (คะ-คะ-นาง) แปลว่า ท้องฟ้า
- ฐานิตา (ถา-นิ-ตา) แปลว่า ผู้มีฐานะ
- ณัฏฐา (นัด-ถา) แปลว่า นักปราชญ์
- ณัฐนรี (นัด-นะ-รี) แปลว่า หญิงสาวผู้เป็นนักปราชญ์
- ตุลยดา (ตุน-ยะ-ดา) แปลว่า ความเสมอภาค
- ธันยพร (ทัน-ยะ-พอน) แปลว่า มีโชคอันประเสริฐ
- นารา (นา-รา) แปลว่า รัศมีรุ่งเรือง
- บัณฑิตา (บัน-ดิ-ตา) แปลว่า ผู้ฉลาด
- ประภาศรี (ประ-พา-สี) แปลว่า มีความรุ่งเรืองเป็นศรี
- วลัย (วะ-ลัย) แปลว่า กำไลข้อมือ
ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันพุธกลางคืน
เด็กที่เกิดวันพุธกลางคืน (ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันพุธ ไปจนถึง 05.59 น. ของวันพฤหัสบดี) จะมีอักษรที่เป็นกาลกิณี ได้แก่ บ, ป, ผ, ฝ, พ, ฟ, ภ, ม ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงอักษรเหล่านี้ในการตั้งชื่อมงคลให้ลูก
ตั้งชื่อลูกชายที่เกิดวันพุธกลางคืน
- กฤตยชญ์ (กริด-ตะ-ยด) แปลว่า นักปราชญ์ผู้คงแก่เรียน
- จิรกิตติ์ (จิ-ระ-กิด) แปลว่า มีชื่อเสียงยืนนาน
- ชญานนท์ (ชะ-ยา-นน) แปลว่า ยินดีในความรู้
- ชัชรินทร์ (ชัด-ชะ-ริน) แปลว่า ผู้เป็นใหญ่
- ชาคริต (ชา-คริด) แปลว่า ผู้มีความเพียร
- รณกร (รน-นะ-กอน) แปลว่า ผู้กล้าหาญดุจนักรบ
- ลิขิต (ลิ-ขิด) แปลว่า ผู้ทรงหนังสือ
- วรัชญ์ (วะ-รัด) แปลว่า ผู้รู้สิ่งที่ประเสริฐ
- ศตนันท์ (สะ-ตะ-นัน) แปลว่า มีความยินดีมาก
- ศิรชัช (สิ-ระ-ชัด) แปลว่า นักรบผู้ยอดเยี่ยม
- อติวิชญ์ (อะ-ติ-วิด) แปลว่า นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
- อติชาต (อะ-ติ-ชาด) แปลว่า ผู้เกิดมาดี
- อนันต์ธร (อะ-นัน-ทอน) แปลว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งความเป็นอนันต์
- อัครัฐ (อัก-ครัด) แปลว่า รัฐที่ยอดเยี่ยม
- เอกภพ (เอก-กะ-พบ) แปลว่า มีความเป็นหนึ่ง
ตั้งชื่อลูกสาวที่เกิดวันพุธกลางคืน
- กนกนุช (กะ-หนก-นุช) แปลว่า หญิงผู้มีค่าดั่งทองคำ
- กฤตยา (กริด-ตะ-ยา) แปลว่า เกียรติ
- คริษฐา (คะ-ริด-ถา) แปลว่า ผู้ที่น่าบูชาที่สุด
- คันธารัตน์ (คัน-ทา-รัด) แปลว่า กลิ่นแก้ว
- คุณิตา (คุ-ณิ-ตา) แปลว่า ผู้มีคุณงามความดี
- จารุกัญญ์ (จา-รุ-กัน) แปลว่า หญิงสาวงาม
- ฉันท์ชนก (ฉัน-ชะ-นก) แปลว่า ผู้ให้เกิดความพอใจ
- ชลิตา (ชะ-ลิ-ตา) แปลว่า ผู้รุ่งเรืองแล้ว
- ญาณิดา (ยา-นิ-ดา) แปลว่า มีความรู้
- นลินญา (นะ-ลิน-ญา) แปลว่า ดอกบัว
- นวิยา (นะ-วิ-ยา) แปลว่า สาวเสมอ สดชื่นเสมอ
- โยษิตา (โย-ษิ-ตา) แปลว่า สตรี
- รติกร (ระ-ติ-กอน) แปลว่า ผู้สร้างความยินดี
- ลักษิกา (ลัก-สิ-กา) แปลว่า สตรีผู้มีบุญวาสนา
- วรันธร (วะ-รัน-ทอน) แปลว่า ผู้ทรงไว้ซึ่งสิ่งประเสริฐ
ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันพฤหัสบดี
สำหรับเด็กที่เกิดวันพฤหัสบดี อักษรต้องห้ามได้แก่ ด, ต, ถ, ท, ธ, น ดังนั้นการ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันนี้ ควรหลีกเลี่ยงอักษรเหล่านี้เพื่อเป็นชื่อมงคลให้กับลูก
ตั้งชื่อลูกชายที่เกิดวันพฤหัสบดี
- กฤศ (กริด) แปลว่า เล็ก บาง
- กาณฑ์ (กาน) แปลว่า ลูกศร
- คิรากร (คิ-รา-กอน) แปลว่า กระทำซึ่งถ้อยคำ พูดเก่ง
- คุณากร (คุ-นา-กอน) แปลว่า บ่อเกิดแห่งความดี
- จิณณ์ (จิน) แปลว่า ประพฤติดีแล้ว
- จิรกร (จิ-ระ-กอน) แปลว่า กระทำตลอดกาลนาน
- ชยากร (ชะ-ยา-กอน) แปลว่า บ่อเกิดแห่งชัยชนะ
- ชรัณ (ชะ-รัน) แปลว่า การต่อสู้ที่มีชัย
- ญาณกร (ยา-นะ-กอน) แปลว่า ผู้สร้างความรู้
- บรรณวิชญ์ (บัน-นะ-วิด) แปลว่า ฉลาดในเรื่องหนังสือ
- พิรัชย์ (พิ-รัด) แปลว่า ชัยชนะของวีรบุรุษ
- ภูริช (พู-ริด) แปลว่า แผ่นดิน
- ปรมะ (ปะ-ระ-มะ) แปลว่า ยอดเยี่ยม
- วสุ (วะ-สุ) แปลว่า สมบัติ
- ศุภกิจ (สุ-พะ-กิด) แปลว่า การงานดีเป็นมงคล
ตั้งชื่อลูกสาวที่เกิดวันพฤหัสบดี
- กมลพิชญ์ (กะ-มน-พิด) แปลว่า ใจนักปราชญ์
- โกลัญญา (โก-ลัน-ยา) แปลว่า สตรีผู้เกิดในตระกูลสูง
- กรวรรณ (กอน-ระ-วัน) แปลว่า มีผิวพรรณงดงาม
- เกสรา (เกด-สะ-รา) แปลว่า ผู้มีความงามดุจเกสรดอกไม้
- เขมจิรา (เขม-จิ-รา) แปลว่า มีความปลอดภัยตลอดกาลนาน
- ขจีพร (ขะ-จี-พอน) แปลว่า ผู้ประเสริฐงาม
- จุฬาลักษณ์ (จุ-ลา-ลัก) แปลว่า มีลักษณะเลิศ
- ชญาภา (ชะ-ยา-พา) แปลว่า ผู้มีราศีแห่งชัยชนะ
- ญาณิศา (ยา-นิ-สา) แปลว่า เป็นใหญ่ด้วยความรู้
- ปณัฏฎา (ปะ-นัด-ดา) แปลว่า นักปราชญ์
- ไปรยา (ไป-ระ-ยา) แปลว่า ผู้เป็นที่รัก
- พริมา (พะ-ริ-มา) แปลว่า ประเสริฐ ดีเยี่ยม
- ลักษิกา (ลัก-สิ-กา) แปลว่า สตรีผู้มีบุญวาสนา
- วริศรา (วะ-ริด-สะ-รา) แปลว่า ผู้ประเสริฐและเป็นใหญ่
- สรชา (สอ-รา-ชา) แปลว่า ผู้มีบารมีสูง
ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันศุกร์
การ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันศุกร์ ควรหลีกเลี่ยงอักษรที่เป็นกาลกิณี ได้แก่ ย, ร, ล, ว, ฤ เพื่อให้ได้ชื่อมงคลที่ส่งเสริมชีวิตของลูกน้อย
ตั้งชื่อลูกชายที่เกิดวันศุกร์
- กฤติน (กริด-ติน) แปลว่า ผู้คงแก่เรียน
- กษิดิศ (กะ-สิ-ดิด) แปลว่า เป็นใหญ่ในแผ่นดิน
- โกเมศ (โก-เมด) แปลว่า ดอกบัว
- เขมินท์ (เข-มิน) แปลว่า มีความเกษมอันยิ่งใหญ่
- คณิน (คะ-นิน) แปลว่า เป็นใหญ่ในคณะ
- คณุฒน์ (คะ-นุด) แปลว่า ประเสริฐกว่าคนทั้งหลาย
- ชิติพัทธ์ (ชิ-ติ-พัด) แปลว่า มีชัยชนะอันมั่นคง
- ชนกชนม์ (ชะ-นก-ชน) แปลว่า เกิดจากบิดา
- ณัฐกฤต (นัด-ถะ-กริด) แปลว่า สร้างให้เป็นนักปราชญ์
- เตชัส (เต-ชัด) แปลว่า เดชหรืออำนาจ
- ทิธิติ (ทิด-ทิ-ติ) แปลว่า รัศมีความสว่าง
- ธิติ (ทิ-ติ) แปลว่า ความเพียร
- ปุณณัตถ์ (ปุน-นัด) แปลว่า ผู้สมปรารถนา
- ภาคิน (พา-คิน) แปลว่า ผู้มีโชค
- สมิทธ์ (สะ-มิด) แปลว่า ความสำเร็จ
ตั้งชื่อลูกสาวที่เกิดวันศุกร์
- กชนิภา (กด-ชะ-นิ-พา) แปลว่า เสมือนดอกบัว
- กฤตินี (กริด-ติ-นี) แปลว่า ผู้ที่ทำสำเร็จแล้ว
- กัญญ์ชุดา (กัน-ยะ-ชุ-ดา) แปลว่า หญิงผู้มีความรุ่งเรือง
- คคนางค์ (คะ-คะ-นาง) แปลว่า ท้องฟ้า
- คุณิตา (คุ-นิ-ตา) แปลว่า ผู้มีคุณงามความดี
- ชนัญชิดา (ชะ-นัน-ชิ-ดา) แปลว่า ผู้ชนะคนอื่น
- ญาณิน (ยา-นิน) แปลว่า ผู้มีความรู้
- ญาณิศา (ยา-นิ-สา) แปลว่า เป็นใหญ่ด้วยความรู้
- นิฏฐา (นิด-ถา) แปลว่า สำเร็จ
- ทิพปภา (ทิบ-ปะ-พา) แปลว่า รุ่งเรืองดียิ่ง
- เบญญาภา (เบน-ยา-พา) แปลว่า รุ่งเรืองด้วยปัญญา
- ปณิตา (ปะ-นิ-ตา) แปลว่า ได้รับการสรรเสริญ
- เปมิกา (เป-มิ-กา) แปลว่า ผู้เป็นที่รัก
- เมธินี (เม-ทิ-นี) แปลว่า ปราชญ์สตรี
- สุทัชชา (สุ-ทัด-ชา) แปลว่า ผู้ให้สิ่งดี
ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันเสาร์
สำหรับการ ตั้งชื่อลูกตามวันเกิด วันเสาร์ อักษรต้องห้ามได้แก่ ฏ, ฎ, ฐ, ฑ, ฒ, ณ เพื่อให้ได้ชื่อมงคลที่ส่งเสริมชีวิตลูกน้อย
ตั้งชื่อลูกชายที่เกิดวันเสาร์
- กฤตพร (กิต-ตะ-พอน) แปลว่า ผู้สร้างพร
- เขมินทร์ (เข-มิน) แปลว่า มีความเกษมอันยิ่งใหญ่
- เครือวัลย์ (เครือ-วัน) แปลว่า เถาวัลย์
- จิรายุ (จิ-รา-ยุ) แปลว่า มีอายุยืน
- ชัยรัมภา (ชัย-รัม-พา) แปลว่า ชัยชนะของนางฟ้า
- ธนัช (ทะ-นัด) แปลว่า เกิดจากทรัพย์
- ธนทัต (ทะ-นะ-ทัด) แปลว่า มีทรัพย์
- นทีบดี (นะ-ที-บอ-ดี) แปลว่า เจ้าแห่งแม่น้ำ
- นนทรมย์ (นน-ทะ-รม) แปลว่า มีความเพลิดเพลินยินดี
- นรินทร์พร (นะ-ริน-พอน) แปลว่า พรของพระราชา
- นิรินธน์ (นิ-ริน) แปลว่า ไม่มีกิเลส
- ปพนธนัย (ปะ-พน-ทะ-ไน) แปลว่า ผู้แต่งความ
- ภูริช (พู-ริด) แปลว่า แผ่นดิน
- เมธัส (เม-ทัด) แปลว่า ผู้มีปัญญา
- โยธิน (โย-ทิน) แปลว่า ผู้ชนะ
ตั้งชื่อลูกสาวที่เกิดวันเสาร์
- กัญญ์วรา (กัน-วะ-รา) แปลว่า หญิงสาวผู้ประเสริฐ
- เขมินทรา (เข-มิน-ทรา) แปลว่า มีความเกษมอันยิ่งใหญ่
- คะนึงนิตย์ (คะ-นึง-นิด) แปลว่า คิดถึงอยู่ตลอด
- ชุติภา (ชุ-ติ-พา) แปลว่า รัศมีรุ่งโรจน์
- ชนัญชิดา (ชะ-นัน-ชิ-ดา) แปลว่า ผู้ชนะคนอื่น
- จิรภิญญา (จิ-ระ-พิน-ยา) แปลว่า ความรู้ยั่งยืน
- ดมิสา (ดะ-มิ-สา) แปลว่า เจ้าแห่งความมืด
- ธารินันท์ (ทา-ริ-นัน) แปลว่า ความสดชื่นรื่นเริง
- นารา (นา-รา) แปลว่า รัศมีรุ่งเรือง
- นันท์นลิน (นัน-นะ-ลิน) แปลว่า บัวงาม
- บงกชรัตน์ (บง-กด-รัด) แปลว่า ดอกบัวแก้ว
- เบญจพร (เบน-จะ-พอน) แปลว่า พร 5 ประการ
- ปรางทิพย์ (ปราง-ทิบ) แปลว่า แก้มงาม
- พรลภัส (พอน-ละ-พัด) แปลว่า มีลาภอันประเสริฐ
- ภวิกา (พะ-วิ-กา) แปลว่า มีความเจริญ
สรุปบทความ
การเลือก ตั้งชื่อลูก ไม่ใช่แค่การเลือกคำที่ไพเราะ แต่ยังเป็นการมอบชื่อมงคล และความหมายที่ดีเพื่อเป็นของขวัญชิ้นแรกในชีวิตให้แก่ลูกน้อย การตั้งชื่อมงคลตามวันเกิด ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สบายใจ และเมื่อได้ชื่อที่ถูกใจแล้ว อย่าลืมมาเตรียมตัวเรื่องอื่น ๆ ให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นการหาของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง หรือคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการเลือกเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี เครื่องปั๊มนม หรือคาร์ซีทเด็กแรกเกิด ที่ BabyGift เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดเพื่อลูกน้อยของคุณ เพราะเราเชื่อว่าการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกคือความสุขของพ่อแม่ทุกคน สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
คาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีสำหรับลูกน้อยของเราตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถยนต์ ประกอบกับมีการออกกฏหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ให้ใช้คาร์ซีทในเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี ยกเว้นรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ ดังนั้นทุกบ้านควรจะต้องเตรียมคาร์ซีทให้พร้อมตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะต้องให้ลูกน้อยนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล ปัจจุบันคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิด มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ผู้ปกครองบางท่านอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมต้องใช้คาร์ซีทสำหรับลูกน้อย ขอบอกว่า คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ค่ะ คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งในรถยนต์ของคุณพ่อคุณแม่เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ในขณะที่นั่งรถยนต์ เพื่อป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด คาร์ซีทจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บรุนแรง หรือลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ซึ่งคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก มีตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด คาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก และคาร์ซีทสำหรับเด็กโต นอกจากจะมีหลากหลายแบบแล้วก็ยังมีหลายยี่ห้อด้วย แล้วจะเลือกอย่างไรดี จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ให้กับลูกรักของเรา มารู้จักกับแต่ละประเภทของคาร์ซีทให้มากขึ้นก่อน ไปดูยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำกันค่ะ คาร์ซีทเด็กแรกเกิด […]
การมีน้ำนมให้ลูกน้อยกินอย่างเพียงพอเป็นความปรารถนาของคุณแม่ทุกคน แต่การให้นมจากเต้าอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแม่ยุคใหม่ การปั๊มนมแม่จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกได้กินนมแม่แม้คุณแม่ไม่อยู่ใกล้ ๆ วันนี้ BabyGift จะมาแชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธีและเกลี้ยงเต้า ที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีน้ำนมเก็บสำรองอย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป การปั๊มนมคืออะไร การปั๊มนมแม่ คือการนำน้ำนมออกจากเต้าเพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูกน้อยสำหรับมื้อต่อไป โดยสามารถใช้มือบีบหรือใช้เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยก็ได้ การปั๊มนมเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณแม่สามารถจัดการเวลาได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องให้นมจากเต้าลูกน้อยตลอดเวลา และยังช่วยให้คนในครอบครัวสามารถช่วยป้อนนมได้ในยามที่แม่ไม่สะดวกอีกด้วย การปั๊มนมกับคุณแม่สำคัญอย่างไร การปั๊มนมแม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย สำหรับลูก การได้รับน้ำนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการและระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ส่วนคุณแม่เองก็จะได้ประโยชน์จากการปั๊มนมโดยตรง เช่น การป้องกันเต้านมคัดตึง การรักษาระดับน้ำนมให้คงที่และเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ประหยัดเวลา ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะหิว คุณแม่ควรเริ่มปั๊มนมตอนไหน ระยะเวลาในการเริ่มการปั๊มนมแม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความต้องการของคุณแม่แต่ละคน คุณแม่บางคนอาจเริ่มปั๊มนมทันทีหลังคลอดเพื่อกระตุ้นน้ำนม ในขณะที่บางคนอาจรอให้ผ่านไป 2-3 สัปดาห์ หรือเริ่มเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อย ซึ่งควรเริ่มฝึกการปั๊มนมแม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง 7 เทคนิคการปั๊มนมที่คุณแม่เตรียมคลอดควรรู้ การเรียนรู้เทคนิคการปั๊มนมแม่ตั้งแต่ก่อนคลอดจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีความมั่นใจและพร้อมรับมือกับการให้นมลูกได้ดียิ่งขึ้น 1. ปั๊มนมทันทีภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หลังคลอดทันทีถือเป็นช่วงเวลาทองในการเริ่มต้นการปั๊มนมแม่ หากลูกน้อยยังไม่สามารถเข้าเต้าได้ คุณแม่ควรเริ่มปั๊มภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หรือช้าที่สุดไม่ควรเกิน 6 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมและทำให้ร่างกายเรียนรู้ที่จะผลิตน้ำนมออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ […]
พอใกล้จะสิ้นปีคุณพ่อคุณแม่ก็เริ่มวางแพลนเที่ยวกันแล้วใช่มั้ยล่ะคะ ก่อนจะเริ่มจองที่พัก คุณแม่ก็คงจะฉุกคิดว่า เอ๊ะ คนท้องขึ้นเครื่องบินได้มั้ยนะ? แล้วขึ้นได้ถึงกี่เดือน? สองคำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับแม่ท้องทั้งหลายทุกช่วงวันหยุดยาวเลยค่ะ วันนี้เราก็มีคำตอบมาให้คุณแม่หายสงสัยกันนะคะ ขอบอกข่าวดี คุณแม่สามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้นะ แต่จะขึ้นได้จนถึงอายุครรภ์ประมาณ 35-36 สัปดาห์เท่านั้นโดยขึ้นอยู่กับข้อบังคับของสายการบิน ความจริงแล้วการเดินทางโดยเครื่องบินก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อลูกน้อยในท้องของคุณแม่เลยค่ะ ถ้าคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรงแล้วก็ได้คอนเฟิร์มกับคุณหมอแล้วว่าไม่ได้มีภาวะเสี่ยงอะไร แต่สายการบินมักจะกลัวคุณแม่เจ็บท้องคลอดลูกบนเครื่องบินต่างหากล่ะ เพราะหากคุณแม่คลอดลูกบนเครื่องบินแล้วก็จะทำให้สายการบินมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น แถมอาจจะยังไม่ค่อยสะดวกอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าแม่ท้องทั้งหลายจะซื้อตั๋วแล้วก็เดินขึ้นเครื่องได้เลยนะ มีเอกสารนิดหน่อยที่คุณแม่จะต้องเตรียมแล้วก็แจ้งเจ้าหน้าที่ตามด้านล่างนี้เลยค่ะ สิ่งที่คุณแม่ต้องทำก่อนขึ้นเครื่อง 1. อย่าลืมพกใบรับรองแพทย์ คุณแม่ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 27 สัปดาห์ ก่อนเดินทางคุณแม่อย่าลืมขอใบรับรองแพทย์ติดตัวไปด้วยนะคะ ใบรับรองแพทย์นี้จะเป็นสิ่งช่วยยืนยันว่าคุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง คุณหมออนุญาตให้เดินทางได้ และคุณแม่มีอายุครรภ์ที่ไม่เกินจากที่ทางสายการบินกำหนด ดูดีๆ นะ ใบรับรองแพทย์อย่าให้เกิน 30 วันล่ะ ไม่งั้นอดขึ้นไม่รู้ด้วย 2. บอกเจ้าหน้าที่ว่าคุณแม่กำลังตั้งท้อง เมื่อเช็คอินที่เคาน์เตอร์ให้คุณแม่รีบแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่เลยค่ะว่าคุณแม่กำลังท้องอยู่ ทางเจ้าหน้าที่จะให้คุณแม่เซ็นเอกสารจำกัดขอบเขตความรับผิด พูดง่ายๆ ก็คือเป็นเอกสารที่บอกว่าคุณแม่จะไม่เอาผิดกับสายการบินหากมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณแม่และลูกในท้องนั่นแหละ เอกสารนี้จะต้องนำไปยื่นให้กับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินด้วยตัวคุณแม่เอง นอกจากนี้ หากคุณแม่ไปเช็คอินแต่เนิ่นๆ คุณแม่ก็อาจจะรีเควสขอที่นั่งดีๆ มีพื้นที่กว้างๆ ด้านหน้าให้คุณแม่ยืดขาคลายเมื่อยด้วยนะ 3. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ก่อนจะเดินทางคุณแม่อย่าลืมค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานพยาบาลในที่ที่คุณแม่จะไปนะคะ เผื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นคุณแม่จะได้ถึงมือคุณหมอได้ทันเวลา นอกจากสถานพยาบาลแล้วคุณแม่ก็ควร จะหาข้อมูลเกี่ยวกับประกันการเดินทางที่ครอบคลุมการตั้งครรภ์ไว้ด้วยจะได้อุ่นใจขึ้นไปอีกระดับนึงค่ะ […]
แพมเพิส หรือผ้าอ้อมสำเร็จรูป เรียกว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับเด็กเล็กที่จะใช้กันตั้งแต่แรกเกิด เพราะว่าช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สะดวกสบายมากขึ้น ประหยัดเวลาในการซักทำความสะอาด แถมเวลาออกจากบ้านก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปื้อนเลอะ ซึ่งคุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีคำถามในใจว่าจะให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะมาไขข้อข้องใจให้กับคุณแม่กันค่ะ ให้ลูกเลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ชวนคุณแม่ทำความเข้าใจก่อนให้ลูกเลิกใช้แพมเพิส หนึ่งในคำถามยอดนิยมของเหล่าคุณแม่ก็หนีไม่พ้นเรื่องที่ว่าจะให้ลูกเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี เนื่องจากเรื่องของค่าใช้จ่าย ความกังวลที่ว่าลูกจะติดแพมเพิส ความสะดวกสบายในการสวมใส่ของเด็ก ฯลฯ อีกมากมาย สำหรับเรื่องของช่วงเวลาของการเลิกแพมเพิสนั้นจะเป็นยังไงบ้าง เรามาดูรายละเอียดกันเลยค่ะ เลิกแพมเพิสกี่ขวบดี ? ถ้าจะถามว่าควรเลิกใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่ดี จริงๆ ไม่ได้มีกำหนดตายตัวค่ะ อยากให้ดูจากความพร้อมของลูก และคุณพ่อ คุณแม่ มากกว่า เด็กบางคน 8 เดือนก็เลิกได้แล้ว บางคนก็มาเลิกได้ตอนช่วงก่อนเข้าโรงเรียนในช่วง 3 – 4 ขวบ ดังนั้น BabyGift จึงพูดได้ว่าไม่ได้มีกำหนดเวลาตายตัวจริงๆ และคุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรไปกดดันน้องๆ ให้ลูกของเรามีความพร้อมจะดีที่สุดค่ะ ซึ่งสิ่งสำคัญคือต้องอดทนและให้กำลังใจเด็ก เพราะว่าการฝึกขับถ่ายเป็นก้าวสำคัญของพัฒนาการ และแต่ละคนมีจังหวะที่แตกต่างกัน ไม่ควรกดดันหรือเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่น และหากว่าคุณแม่มีข้อกังวลอื่นๆ อาจปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำค่ะ แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ลูกของเราพร้อมที่จะเลิกแพมเพิส ? สิ่งสำคัญของเรื่องนี้คือ ให้ลูกสบายใจ […]
ลูกควรเลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่? อยากฝึกให้ลูกนั่งกระโถน นั่งชักโครกขับถ่ายเองได้เริ่มเมื่อไหร่ดี? คงเป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่มักสงสัยกันใช่ไหมคะ เพราะการฝึกลูกให้เลิกใส่ผ้าอ้อม ฝึกลูกนั่งกระโถน ไปจนฝึกให้เข้าห้องน้ำเองได้ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมที่จะเลิกใส่ผ้าอ้อม พร้อมนั่งกระโถนแล้ว มาเช็กกันเลยค่ะ ทำไมต้องฝึกลูกเรื่องขับถ่าย การฝึกลูกขับถ่ายให้เหมาะสม จะช่วยส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ ที่เหมาะสมตามวัย รวมถึงเป็นการปลูกฝังด้านสุขอนามัย ความสะอาด รู้จักร่างกายตัวเอง และรู้จักการช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นได้ หากพ่อแม่ไม่สอนลูกเรื่องการขับถ่าย ปล่อยให้ขับถ่ายในผ้าอ้อมไปจนโต จะทำให้ลูกมีการขับถ่ายที่ไม่เหมาะสมตามวัย เมื่อลูกต้องไปโรงเรียน จะทำให้มีปัญหาในการดูแลความสะอาด อาจเกิดการขับถ่ายเล็ดราด หรือยังต้องใส่ผ้าอ้อมจนอึดอัด ส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ ส่งผลต่อพัฒนาการตามวัยได้ ฝึกลูกนั่งชักโครก เลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้ตอนไหน? วัยที่มีพัฒนาการและพฤติกรรมพร้อมพี่จะเริ่มฝึกได้ ควรเริ่มเมื่ออายุ 1 ปี – 1 ปี 6 เดือน และมักจะทำได้ดีตอนอายุ 2 ปี หรือเด็กบางคนอาจจะมาฝึกตอนอายุ 2 ปี และนั่งกระโถนได้เองตอนอายุ 3 ปี หรือบางคนอาจทำได้เมื่อโตกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมและสัญญาณต่าง ๆ ที่แสดงออกมาทั้งทางร่างกาย การสื่อสาร และความต้องการของลูก ไม่ควรเกิดจากการบังคับลูก 8 สัญญาณที่บอกว่าลูกพร้อมนั่งกระโถนเองได้แล้ว 7 เทคนิคฝึกลูกขับถ่าย […]
เชื่อว่าคุณแม่ร้อยทั้งร้อยที่อ่านบทความนี้อยู่อยากให้ลูกน้อยคลอดออกมามีผิวสวยสุขภาพดีอย่างแน่นอน ถึงเราจะอยากให้ลูกออกมาผิวขาวใสแค่ไหน ก็อย่าไปเชื่อคำโฆษณาอาหารเสริมต่าง ๆ นะคะ เพราะอาหารเสริมบางตัวไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างยิ่ง คุณแม่บ้านไหนอยากให้ลูกผิวดี ลองมาดูอาหารง่าย ๆ ไม่ต้องจ่ายเงินแพง ๆ แถมยังหาซื้อได้ทั่วไปกันดีกว่า 1. ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองนั้น นอกจากจะแหล่งโปรตีนที่ทรงคุณค่าไม่แพ้นมวัวแล้ว นมถั่วเหลืองยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า “ไอโซฟลาโวน” ซึ่งเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะไปช่วยกำจัดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มีผลแค่กับคุณแม่นะ แต่ยังส่งผลไปถึงคุณลูกด้วย อาหารที่ประกอบด้วยถั่วเหลืองง่าย ๆ ก็เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองที่คุณแม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเลย นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยทำให้มีผิวกระจ่างใสอีกด้วย 2. ผลไม้สดและน้ำผลไม้ ข้อนี้เดาได้ง่าย ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ ก็แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องผิวสวยแล้ว สิ่งที่เราขาดไม่ได้เลยก็คือผลไม้ รวมถึงน้ำผลไม้ (ขอแบบแท้ 100% ไม่ผสมน้ำตาลด้วยนะ) และถ้าจะให้ดีกว่าเดิม เราขอแนะนำให้คุณแม่ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น สับปะรด ส้ม เพราะเจ้าพวกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้จะมีกรดซิตริกที่ค่อนข้างสูง แถมยังอุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นวิตามินที่จะมาช่วยเรื่องผิวโดยตรงเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น! นอกจากผลไม้และน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยบำรุงให้ผิวลูกน้อยคุณแม่แล้ว สารอาหารในผลไม้พวกนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวของตัวคุณแม่ด้วย คุณแม่บ้านไหนที่นอนไม่หลับ สิวขึ้น ผดขึ้น ลองมาทานผลไม้กันดูนะ […]
