เปลนอนทารก แบบไหนดี แจกวิธีเลือกเปลนอนลูก พร้อมแนะนำยี่ห้อคุณภาพ

เปลนอนเด็กเล็กเป็นของใช้ที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะคุณแม่ลูกอ่อนหรือคุณแม่ใกล้คลอด ก็อาจจะมองหาเปลนอนสำหรับทารกเตรียมเอาไว้ให้ลูกน้อย ซึ่งตามท้องตลาดก็มีเปลนอนอยู่หลายแบบหลายฟังก์ชั่นให้เลือกมากมาย จะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนสำหรับทารกมีกี่แบบ ควรเลือกอย่างไร ต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง ในบทความนี้ BabyGift มีคำแนะนำดีๆ มาฝากแล้วค่ะ

เปลนอนลูกมีกี่แบบ ? เลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? ชวนคุณแม่มาดูกัน !

ในวัยแรกเกิดนั้น ทารกจะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับพักผ่อน ดังนั้นแล้ว อุปกรณ์อย่างเปลนอนเด็กเล็ก (Baby Crib) จึงมีความสำคัญมาก ถ้าเลือกแบบมีคุณภาพดี มีความนุ่มสบาย ระบายอากาศได้ดี ก็จะทำให้ลูกน้อยนอนหลับได้อย่างสบายตัว ไม่ร้อน ไม่ปวดเมื่อย ยิ่งลูกน้อยได้นอนหลับพักผ่อนมากเท่าไหร่ ก็จะส่งผลดีต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกน้อยมากเท่านั้น เครื่องนอนต่างๆ อย่างเช่น เปลนอน ฟูกนอน หมอน ผ้าห่ม จึงมีความสำคัญมากๆ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ความปลอดภัย และความแข็งแรงทนทานของเปล คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วจะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนเด็กเล็กก็มีอยู่หลายแบบด้วยกัน ดังนี้ค่ะ

1. เปลโยก

เปลโยกสำหรับเด็กเล็กนั้น เป็นเปลยอดนิยมของคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คน ลักษณะเหมือนเก้าอี้ที่มีเบาะรองนอนให้ลูกน้อย มีขนาดพอดีตัว สามารถโยกได้ แต่ไม่สามารถแกว่งหรือไกวได้ เวลากล่อมลูกจึงต้องใช้วิธีโยก เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะทารกมักจะรู้สึกอบอุ่นสบายตัวเมื่ออยู่ในเปลขนาดพอดีตัวมากกว่าเปลที่มีพื้นที่กว้าง แต่เมื่อลูกตัวโตขึ้นหรือต้องการพื้นที่มากขึ้น ก็เปลี่ยนเป็นเปลแบบอื่นที่มีพื้นที่มากกว่า

ข้อดี

  • มีขนาดพอดีตัวเด็ก ใช้พื้นที่จัดเจ็บน้อย
  • สามารถพกพาไปนอกสถานที่ได้
  • ถ้าเลือกแบบมีคุณภาพ จะช่วยให้ลูกนอนหลับได้สนิท และนอนสบายยิ่งขึ้น

ข้อเสีย

  • ด้วยความที่มีขนาดพอดีตัว ทำให้เด็กขยับตัวได้น้อย
  • เมื่อลูกตัวโตขึ้นก็ต้องเปลี่ยนเป็นเปลแบบใหม่ ใช้งานได้ในระยะสั้นๆ

2. เปลนอนทารกแบบชิดเตียงแม่

จะเลือกซื้อเปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลนอนที่เรียกว่า Bedside Crib ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่นิยม เตียงแบบนี้จะมีฟังก์ชั่นเปิดด้านข้างเตียง เพื่อนำมาต่อกับเตียงของคุณพ่อคุณแม่ ทำให้สะดวกในการดูแลลูกน้อยมากขึ้น สามารถถึงตัวลูกได้แค่เพียงเอื้อมมือ

ข้อดี

  • ลูกนอนสบาย บางรุ่นปรับเป็นคอกกั้นได้
  • เตียงเปิดข้างได้ สะดวกในการตื่นมาดูแล และให้นมลูก
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่อันตรายกับทารกเมื่อปีนป่าย
  • มีมุ้งกันแสง มุ้งกันแมลง สามารถระบายอากาศดี
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ช่วยลดโอกาสการเกิดโรค SIDS (โรคไหลตายในทารก)

ข้อเสีย

  • ใช้งานได้ในช่วงแรกเกิดจนถึง 1 ขวบแรกเท่านั้น เมื่อลูกตัวโตขึ้นและหัดยืนได้ เปลนอนแบบนี้ก็อาจไม่เหมาะกับขนาดตัวของลูกอีกต่อไป

3. เปลนอนแบบคอกไม้

ถ้าต้องการใช้งานได้อย่างยาวนาน จะเลือกเปลทารก แบบไหนดี ? แนะนำเป็นเปลแบบคอกไม้ หรือเตียงไม้เลยค่ะ ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้มาก ใช้ได้ในระยะยาวตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง 1 – 2 ขวบเลยทีเดียว เหมาะสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยากให้ลูกชินกับการนอนคนเดียวตั้งแต่ยังเล็ก

ข้อดี

  • แยกพื้นที่ระหว่างที่นอนลูกกับที่นอนของคุณพ่อคุณแม่อย่างชัดเจน
  • มีลักษะเป็นช่องไม้ซี่ๆ อากาศถ่ายเทได้ดี
  • วัสดุไม้มีความแข็งแรงทนทาน มั่นคง รองรับน้ำหนักได้มาก
  • มีพื้นที่กว้างขวาง เด็กนอนสบาย ดิ้นไปมาได้อย่างอิสระ
  • สามารถใช้ได้ในระยะยาว ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยลูกหัดคลานหรือหัดเดิน

ข้อเสีย

  • มีน้ำหนักมาก ใช้พื้นที่มาก เคลื่อนย้ายได้ลำบาก
  • เตียงไม้เนื้อจะแข็ง ไม่มีผ้าหุ้ม สามารถสร้างอันตรายให้ทารกได้ ในกรณีที่เด็กตัวโตขึ้น และพยายามปีนออกจากเตียง

4. เปลเพน

เปลนอนทารก แบบไหนดี ? เปลเพน หรือเปลแบบ Playpen เป็นเปลเด็กที่สามารถปรับเป็นคอกกั้นให้ลูกน้อยได้ เพื่อให้ลูกฝึกคลานหรือฝึกยืน ทั้งยังช่วยป้องกันอันตรายจากการที่เด็กคลานซุกซนไปมา มีทั้งแบบเปิดกว้างและแบบมีมุ้งปิดเพื่องป้องกันยุงและแมลง เหมาะสำหรับเด็กอายุ 6 – 7 เดือน และอาจใช้ได้ยาวนานจนลูกอายุ 2 ขวบเลยค่ะ

ข้อดี

  • สามารถพับเก็บได้ และนำไปนอกสถานที่ได้
  • เปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลลูกน้อย
  • มีพื้นที่กว้างขวาง เด็กนอนสบาย
  • ปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ ช่วยในการเลี้ยงลูกวัยหัดคลานได้สะดวกมากขึ้น ช่วยป้องกันไม่ให้เด็กตกเปลได้
  • วัสดุหุ้มด้วยผ้า เด็กจับปีนป่ายได้ ไม่อันตรายกับทารก
  • ใช้งานได้ในระยะยาว ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงวัยหัดคลาน – หัดเดิน

ข้อเสีย

  • ด้วยลักษณะเป็นคอกกั้นทึบรอบด้าน อาจทำให้ลูกขาดโอกาสการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว
  • หากเลือกแบบที่ไม่สามารถพับเก็บได้ ก็จะใช้พื้นที่มาก

5. เปลไกวไฟฟ้า

เปลนอนทารกไกวไฟฟ้าก็เป็นเปลนอนเด็กที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันค่ะ สามารถปรับใช้งานได้หลายแบบ พร้อมไกวอัตโนมัติ ช่วยกล่อมลูกหลับได้ง่ายและทำให้ลูกหลับสนิทมากขึ้น ถือว่าเป็นตัวช่วยในการเลี้ยงลูกน้อยได้ดีทีเดียวจะเลือกแบบไกวหน้าหลัง – หรือไกวแบบซ้ายขวา ก็ต้องดูว่าพื้นที่ที่จะนำไปใช้งานมีขนาดกว้างมากน้อยเพียงใด และเลือกให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งานค่ะ (สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างของเปลไกวแบบหน้าหลัง กับ ไกวซ้าย – ขวาได้ในเว็บไซต์ BabyGift เลยค่ะ)

ข้อดี

  • ออกแบบมาเพื่อกล่อมเด็กแรกเกิดให้นอนหลับสบาย บางรุ่นสามารถปรับเป็นคอกกั้นได้
  • สามารถเปิดข้างเตียงได้ สะดวกในการดูแลและให้นมลูกในเวลากลางคืน
  • มีระบบไกวอัตโนมัติ ช่วยให้ทารกหลับสนิท ลดการงอแง
  • พ่อแม่มีเวลามากขึ้น ไม่ต้องคอยอุ้มลูกกล่อมนอน
  • รอบเตียงหุ้มด้วยผ้า ไม่เป็นอันตรายกับเด็ก
  • เบาะนุ่มระดับพอดี ช่วยลดโอกาสการเกิดโรค SIDS (โรคไหลตายในทารก)
  • สามารถใช้ได้จนลูกอยู่ในวัยคลาน – วัยหัดเดิน

ข้อเสีย

  • บางรุ่นใช้งานได้ระยะสั้น ช่วงแรกเกิด – 9 เดือนเท่านั้น ควรมองหารุ่นที่สามารถปรับใช้งานเป็นคอกกั้นเด็กได้ เพื่อการใช้งานที่คุ้มค่ามากขึ้น

ชวนดูข้อคำนึงในการใช้เปลนอนทารกให้ปลอดภัย

นอกจากการพิจารณาว่าจะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ที่เหมาะกับลูกน้อยของเราและใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุด (สามารถอ่านข้อมูล เรื่องที่ต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อเปลนอนทารก เพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ BabyGilt เลยนะคะ ) ยังต้องมองในแง่ของความปลอดภัยเป็นหลักอีกด้วย โดยมีข้อแนะนำในการใช้งานเปลเด็กเล็กดังนี้ค่ะ

  • เลือกฟูกที่พอดีกับเปล มีความนุ่มและหนาแน่นมากพอเพื่อให้ลูกน้อยนอนสบาย 
  • ไม่ควรเลือกฟูกที่อ่อนนุ่มเกินไป หรือสามารถสอดนิ้วระหว่างขอบเปลและฟูกได้มากกว่า 2 นิ้ว เพราะอาจเสี่ยงทำให้จมูกและปากของเด็กไปติดในบริเวณตรงนั้นและทำให้หายใจไม่ออกได้  
  • ไม่ควรวางหมอน ผ้าห่ม หรือตุ๊กตาไว้ในเปลแน่นจนเกินไป เพราะอาจทำให้ปากหรือจมูกของเด็กถูกกดทับและหายใจไม่ออกได้  
  • ควรให้ลูกนอนเปลในท่าทางนอนหงายอยู่เสมอ 
  • หากเลือกเป็นเปลคอกไม้ ควรมีระยะห่างของซี่ไม่เกิน 2.5 นิ้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ศีรษะของเด็กไปติดหรือหลุดลอดออกจากช่องได้  
  • เลือกเปลที่มีฐานมั่นคง และมีความสมดุล มั่นใจว่าสามารถรองรับน้ำหนักทารกได้โดยที่ไม่พลิกคว่ำ 
  • หากเลือกเป็นแบบเปลมีล้อ ต้องมีระบบล็อคล้อที่ช่วยป้องกันการลื่นไถลที่อาจเกิดอุบัติเหตุได้  
  • หากเป็นเปลประกอบหรือพับได้ ควรจรวจสอบตัวล็อคให้ดีว่ามีความแน่นหนามากพอหรือไม่ เพื่อป้องกันเปลล้มหรือทรุดตัวซึ่งเป็นอันตรายกับลูก 
  • ควรเฝ้าดูลูกน้อยอย่างใกล้ชิด ระมัดระวังสัตว์เลี้ยงหรือเด็กเล็กในบ้านที่โตกว่า เพราะอาจวิ่งชนหรือปีนป่ายทำให้เปลล้มคว่ำได้  

BabyGift แนะนำ เปลนอนทารกน่าใช้ ประจำปี 2024

1. APRICA เปลไกวไฟฟ้า​ รุ่น Yuralism Auto Premium Pistachio Green

เปลนอนทารก แบบไหนดีที่ใช้งานได้อย่างครอบคลุม แนะนำเป็นเปลไกวไฟฟ้าจากแบรนด์ Aprica รุ่น Yuralism Auto Premium Pistachio Green เปลไกวขนาดพอดีตัวลูกน้อย ไม่กินพื้นที่ ตัวช่วยคุณแม่ในการดูแลลูกน้อย เปรียบเสมือนมีพี่เลี้ยงไว้ที่บ้านเลยทีเดียวค่ะ คิดค้นโดยกุมารแพทย์ญี่ปุ่น  รองรับการนอนหลับที่ปลอดภัยของลูกน้อย การอุ้มลูกนานๆ นั้นอาจจะทำให้คุณแม่เสี่ยงต่อการเป็นข้อมืออักเสบเรื้อรังได้ แต่ถ้ามีตัวช่วยอย่างเปลไกวไฟฟ้าก็จะทำให้การเลี้ยงลูกน้อยสะดวกสบายมากขึ้นได้ค่ะ 

จุดเด่น  

  • มี 3 โหมดไกวอัจริยะ พิเศษด้วย Auto Mode 2 ที่เลียนแบบการไกวตามธรรมชาติของแม่มากที่สุด ให้ลูกน้อยเคลิ้มหลับ และหลับได้สนิท  
  • มีหลังคากันแสง ช่วยปกป้องดวงตา และปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการนอนหลับ พร้อมป้องกันรังสี UV – A 
  • ระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้ร้อน เบาะมีความนุ่มพิเศษ ให้ลูกน้อยนอนหลับสบาย 
  • เปลสามารถปรับระดับสูงต่ำได้ สะดวกในการใช้งานของคุณพ่อคุณแม่ พร้อมล้อเคลื่อนย้ายได้สะดวก  
  • มีหมอนประคองศรีษะ และคอ ป้องกันการปิดกั้นทางเดินหายใจ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิด SIDS (โรคไหลตายในเด็ก) 
  • มาพร้อมถาดรอง 2 ชั้นที่ปรับเป็นโต๊ะกินข้าวได้ สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ 
  • ใช้งานได้ยาวนานตั้งแต่แรกเกิด – 4 ปี  

2. เปลไกวไฟฟ้า รุ่น Sleep & Play Auto Swing – PRINCE & PRINCESS

เปลไกวไฟฟ้าจากแบรนด์ PRINCE & PRINCESS รุ่น Sleep & Play Auto Swing มีเซนเซอร์ไกวอัตโนมัติ สามารถปรับเป็นคอกกั้นได้ ใช้งานได้ถึง 2 ปี มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งเป็นเตียงนอนทารก เป็นเปลไกว และสามารถปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้เมื่อลูกโตขึ้น มีมุ้งตาข่ายกันแมลงที่ระบายอากาศได้ดี พร้อมโมบายสวยงามที่ช่วยเสริมพัฒนาการการมองเห็นและเพลงกล่อมเด็กถึง 12 เพลง ให้ลูกนอนฟังเพลงเพลินๆ พร้อมหลับสนิททุกช่วงเวลา 

จุดเด่น  

  • เตียงไกวไฟฟ้าสามารถปรับการไกวได้ 5 ระดับ ​ 
  • ตั้งเวลาการไกวให้หยุดเองอัตโนมัติ ได้ตั้งแต่ 8, 15, 30 นาที​ 
  • มีระบบ Sensor จับการขยับของเตียงเมื่อทารกเคลื่อนไหว เพื่อไกวเปลอัตโนมัติให้ลูกน้อยหลับสนิทนานขึ้น​ 
  • เตียงเปิดข้างได้ สามารถวางชิดกับเตียงคุณแม่เพื่อการดูแลลูกน้อยอย่างใกล้ชิด พร้อมสายคล้องกันเตียงเลื่อน เพิ่มความปลอดภัยขึ้น​ 
  • เตียงสามารถปรับองศาเอียงได้ ลดภาวะกรดไหลย้อนหรือแหวะนมในเด็ก​ 
  • สามารถปรับเป็นคอกกั้นเด็กได้ เพื่อฝึกพัฒนาการ นั่ง คลาน ยืน​ 
  • เตียงปรับระดับความสูง – ต่ำได้ 7 ระดับ ปรับได้สูงสุด 44 เซนติเมตร ให้พอดีกับเตียงคุณแม่​ 
  • ควบคุมการทำงานด้วยรีโมท ​สามารถเปิดเพลงโดยเชื่อมต่อบลูทูธ PT – BABY ได้​ 
  • โครงสร้างแข็งแรงมั่นคง รองรับน้ำหนักได้ดี ล้อเตียงล็อคได้ เคลื่อนย้ายสะดวก​ 
  • ขอบเตียงครอบด้วยผ้า Peach มีความหนานุ่ม เด็กเกาะหรือจับได้ ไม่เจ็บมือ​ 
  • เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด – 24 เดือน รับน้ำหนักได้ถึง 25 กิโลกรัม 

3. JOIE เปลนอนเด็ก รุ่น Playard Excursion Change & Bounce

เปลนอนเด็กจากแบรนด์ JOIE แบรนด์คุณภาพจากประเทศอังกฤษ รุ่น Playard Excursion Change & Bounce เป็นเปลนอนเด็กขนาดเล็กที่สามารถพับเก็บ และพกพาไปนอกสถานที่ได้ มาพร้อมเก้าอี้กล่อมเด็ก เบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม และกล่องดนตรี ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด – 4 ปี ครอบคลุมทุกการใช้งาน ช่วยให้การดูแลลูกน้อยเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น  

จุดเด่น  

  • เปลนอนสำหรับเด็กมาพร้อมที่นอนเด็กอ่อนในรูปแบบเก้าอี้กล่อมเด็ก และเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อม สามารถถถอดใช้งานด้านนอกได้ 
  • เปลมีตาข่ายทั้ง 4 ด้าน สามารถระบายอากาศได้ดี 
  • มาพร้อมกล่องดนตรีที่มีเสียงเพลง 5 เสียง เเละเสียงธรรมชาติ 5 เสียง เพื่อขับกล่อมลูกน้อย และสามารถเปิดไฟในที่มืดได้ปรับได้ 3 ระดับ 
  • เคลื่อนย้ายได้สะดวกด้วยล้อ และสามารถพับเก็บได้ เหมาะสำหรับการเดินทาง 
  • ที่นอนเด็กอ่อน และเบาะเปลี่ยนผ้าอ้อมสำหรับเด็กเล็ก สามารถถอดออกมาใช้ด้านนอกได้ 
  • เก้าอี้เด็กอ่อนมีระบบสั่นสะเทือน ช่วยให้ลูกน้อยหลับสบายยิ่งขึ้น และมีบาร์ของเล่นสามารถถอดออกได้ 
  • เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึง 4 ขวบ 

4. NUNA เปลไกวเด็ก รุ่น Swing Soother Leaf Grow | toy bar

เปลนอนเด็กเล็กอีกรุ่นหนึ่งที่มีขนาดกะทัดรัด ใช้พื้นที่จัดเก็บไม่มาก เหมาะสำหรับเด็กแรกเกิด เรียกได้ว่าเป็นเปลไกวที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อยที่มาพร้อมทอยบาร์สุดน่ารัก ให้ลูกน้อยได้เพลิดเพลินไปกับของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านการมองเห็น และการหยิบจับสิ่งของ พร้อมนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ไม่มีงอแง แถมยังมาพร้อมเบาะ 2 ชั้นที่ใช้งานได้ตั้งแต่เด็กจนโต 

 จุดเด่น  

  • มีลักษณะการไกวเสมือนการเคลื่อนไหวของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ 
  • เป็นการเคลื่อนไหวโดยใช้แรงโน้มถ่วง ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับหรือสงบลงได้ง่ายขึ้น 
  • เหมาะตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงเด็กโต รับน้ำหนักได้มากถึง 60 กิโลกรัม 
  • สามารถปรับระดับความลาดชันของพนักพิงได้ 3 ระดับ  เอน นั่ง นอน 
  • เบาะชั้นที่ 1 เป็นเบาะนั่งหนานุ่ม  เหมาะสำหรับเด็กอ่อน มีเข็มขัดล็อคตัวเด็ก เเผ่นซัพพอต์หนานุ่ม  และสามารถถอดออกได้ 
  • เบาะชั้นที่ 2 หมาะสำหรับเด็กโต สามารถให้ลูกน้อยนั่งทำกิจกรรมได้หลากหลายมากขึ้น 
  • สามารถล็อคให้เบาะอยู่นิ่งได้ 
  • เบาะรองนั่งสามารถถอดออกเพื่อซักทำความสะอาดได้ง่าย 
  • เนื้อผ้าทำจากผ้าคอตตอนออแกนนิค ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม

เปลนอนสำหรับเด็กเล็กนั้นก็มีอยู่หลายแบบเลยทีเดียว จะเลือกเปลนอนทารก แบบไหนดี ก็ต้องคำนึงถึงการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณพ่อคุณแม่มากที่สุด และสิ่งที่ละเลยไม่ได้เป็นอันขาดก็คือความปลอดภัย ควรเลือกเปลนอนเด็กที่มีความแข็งแรงทนทานได้มาตรฐาน มีคุณภาพดี เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกเราค่ะ ทั้งนี้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่สนใจเปลนอนเด็กเล็กแบบต่างๆ สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นเปลนอนเด็กทารกหรือสินค้าอื่น ๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

น้ำนมของแม่นั้นเป็นอาหารที่เปี่ยมคุณค่ามากที่สุดสำหรับลูกน้อย โดยเฉพาะในเด็กทารกที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน ซึ่งจะต้องกินนมจากแม่เป็นหลัก สำหรับคุณแม่ที่อยู่บ้านเลี้ยงลูกเต็มเวลาก็อาจจะไม่ได้มีปัญหากับการสต็อกน้ำนมเอาไว้ เพราะเน้นการเอาลูกเข้าเต้าเป็นส่วนใหญ่ แต่สำหรับคุณแม่ที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน การทำสต็อกน้ำนมเอาไว้นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะจะได้มีน้ำนมเอาไว้ให้ลูกน้อยอย่างเพียงพอ ในบทความนี้ BabyGift มีคำแนะนำดี ๆ เกี่ยวกับการเก็บรักษา นมแม่ มาฝากกันค่ะ จะเก็บน้ำนมอย่างไรให้ไม่เหม็นหืน ไม่บูด และคงคุณค่าทางอาหารเอาไว้ได้มากที่สุด มาดูกันเลยค่ะ ทำไมนมของแม่มีกลิ่นเหม็นหืน ? มีวิธีการเก็บรักษา นมแม่อย่างไรไม่ให้มีกลิ่นและคงคุณค่าได้นาน คุณแม่บางคนอาจพบว่านมที่ตนเองทำการสต็อกไว้นั้นมีกลิ่นเหม็นหืน ซึ่งมักจะเกิดกับนมที่เก็บไว้ในช่องแช่แข็งในตู้เย็นที่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติ เนื่องจากในช่วงที่ระบบละลายน้ำแข็งทำงาน นมที่แช่แข็งเอาไว้ก็จะละลายไปด้วย และเมื่อช่องแช่แข็งกลับมาเย็นจัดใหม่ ก็ทำให้น้ำนมแข็งตัวอีกครั้ง กระบวนการนี้หากเกิดขึ้นซ้ำหลาย ๆ ครั้งก็จะทำให้ไขมันในน้ำนมมีการเปลี่ยนแปลงและทำให้นมมีกลิ่นเหม็นหืนได้นั่นเองค่ะ ดังนั้นแล้วการเก็บรักษานมแม่ ในตู้เย็นที่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติแบบนี้ ก็เสี่ยงจะทำให้น้ำนมที่เก็บเอาไว้มีกลิ่นเหม็นหืนได้  สาเหตุที่นมแช่แข็งละลายมาเป็นน้ำนมแล้วมีกลิ่นเหม็นหืน ก็เพราะว่าในน้ำนมของแม่มีเอ็นไซม์ไลเปส ที่จะช่วยย่อยไขมันในน้ำนมของแม่ให้แตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ เพื่อผสมกับโปรตีนเวย์ในน้ำนมได้ดี ทำให้ร่างกายของลูกน้อยดูดซึมวิตามิน A และวิตามิน D ได้มากขึ้น ถ้าในน้ำนมของแม่มีไลเปสมากก็จะย่อยไขมันได้มาก ทำให้น้ำนมมีกลิ่นหืนนั่นเองค่ะ ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีกลิ่นหืนก็ไม่เป็นอันตรายต่อลูกน้อยแต่อย่างใด ยังสามารถกินได้ แต่ในเด็กบางคนอาจไม่ยอมกินนมที่มีกลิ่นหืน สามารถแก้ไขได้โดยการนำน้ำนมที่ปั๊มมาใหม่ๆ ผสมกับนมที่มีกลิ่น ก็จะช่วยเจือจางกลิ่นและลดความเหม็นหืนไปได้ […]

Baby Shower เป็นการจัดงานเลี้ยงฉลองเพื่อรับขวัญทารกที่ใกล้คลอด แขกที่มาร่วมงานส่วนใหญ่จะเป็นญาติและเพื่อนสนิท ซึ่งจะนำของขวัญมามอบให้คุณแม่ เพื่อต้อนรับเจ้าตัวน้อยของครอบครัวนั่นเอง เป็นการแบ่งปันความรักให้กับครอบครัวและเพื่อนๆ เป็นที่นิยมในต่างประเทศ และปัจจุบันคนไทยเริ่มนิยมธรรมเนียมนี้เพิ่มมากขึ้น เริ่มจากการตั้งงบประมาณ ดูจากจำนวนแขกที่เชิญ หาสถานที่ ที่เราและแขกเดินทางสะดวก หรือถ้าบ้านมีบริเวณรับแขกจำนวนเยอะได้ ก็จัดที่บ้านได้เลยค่ะ  เลือกธีมงาน ส่งคำเชิญแบบออนไลน์สะดวกที่สุดค่ะ เตรียมของตกแต่งในงาน เตรียมอาหารและเครื่องดื่ม ตามธรรมเนียมว่าที่คุณแม่ จะมี Registered list ว่าของที่อยากได้มีอะไรบ้าง  ก็จะทำให้คุณแม่ได้ของใช้เบบี๋ได้ตรงกับใจที่ต้องการ และลิสต์ของรับขวัญจะมีตามนี้นะคะ 1. เสื้อผ้าเด็กอ่อน รวมไปถึงถุงมือ ถุงเท้า หมวก ผ้าห่อตัว ผ้าห่ม จัดแบบยกเซตไปเลยรับรองว่าคุณแม่เป็นปลื้มแน่ๆ 2. เก้าอี้ทานข้าว บางคนอาจคิดว่า กว่าจะได้ใช้ต้องรอเด็กโตก่อน ประมาณ 6 เดือนขึ้นไป แต่เอาจริงๆแล้ว แป๊บๆเองนะคะ ได้ใช้ยาวๆจนเด็กโต 3 – 4 ปีได้เลย นะคะ 3. เปลไกว ยิ่งเป็นแบบอัตโนมัติยิ่งดี จะได้ช่วยให้แม่ๆได้พักผ่อนไปพร้อมกับลูกๆ 4. เป้อุ้มเด็ก ไอเทมนี้ไม่ควรพลาด ตัวช่วยคุณแม่ที่คุณพ่อสามารถแบ่งเบาได้ด้วย พ่อใช้ก็ชิลๆ แม่ใช้ก็ชิคๆ […]

บ้านไหน ? กำลังวางแผนซื้อรถเข็นให้ลูกอยู่บ้างเอ่ยยย พ่อแม่หลายคนถาม หมอแอม เข้ามากันเยอะมาๆๆ ว่าเวลาซื้อรถเข็นให้ลูกควรดูเรื่องอะไรบ้าง เลือกรถเข็นให้ลูกยังไง? ให้เหมาะกับสถานการณ์โควิด และสภาพแดดบ้านเราแบบนี้ ?? วันนี้ หมอแอม มีหลักการเลือกรถเข็นเด็ก ง่ายๆ สไตล์คุณหมอมาฝากกันค่ะ จะมีเคล็ดลับอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ                    ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงช่วงนี้ที่มีสถานการณ์โควิดระบาด และคิดว่าน่าจะอยู่กับเราไปอีกสักพัก  เด็กเล็ก 0-2 ขวบที่ยังใส่แมสก์เหมือนผู้ใหญ่ไม่ได้ คำแนะนำของสมาคมกุมารแพทย์สหรัฐอเมริกา และกรมอนามัย คือ แนะนำว่าเด็กเล็กๆให้หาผ้าคลุม หรือใช้รถเข็นเด็กแล้วคลุมผ้าไว้แทนการใส่แมสก์ได้ค่ะ  ทีนี้จะเลือกรถเข็นยังไงล่ะ? ให้เหมาะกับลูก เหมาะกับบ้านเรา และเหมาะกับสถานการณ์โควิด หรือสารพัดโรคระบาดของเด็กเล็กได้ วันนี้หมอแอมมีหลักการเลือกรถเข็นเด็กมาฝากค่ะ หลักการเลือกรถเข็นเด็ก 5 ข้อ เพจเรื่องเด็กๆ by หมอแอม 1) อันดับแรกที่ หมอแอม ดู คือ โครงสร้างต้องแข็งแรง และมีระบบลดการสั่นสะเทือน […]

นมแม่ คืออาหารมหัศจรรย์ของลูกน้อย อุดมด้วยสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด ที่ครบถ้วนและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกน้อย ซึ่งคุณค่าสารอาหารในนมแม่ สำคัญที่สุดต่อการช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกทุกด้าน ได้แก่ อุ่นนมแม่ให้ถูก ลูกได้คุณค่าเต็มที่ เมื่อรู้ว่านมแม่มีคุณค่ามหาศาลอย่างนี้แล้ว คุณแม่ต้องให้ลูกน้อยกินนมแม่ให้นานที่สุด  เพื่อให้ลูกได้รับคุณค่าน้ำนมให้มากที่สุด ด้วยการทำสต๊อกนมแม่เก็บไว้ให้ลูก และให้ความสำคัญกับการอุ่นนมแม่ที่แช่แข็งหรือทำสต๊อกไว้มาให้ลูกกินด้วย เพราะหากอุ่นนมแม่ไม่ถูกวิธี อาจทำให้ลูกเจ็บป่วยท้องเสีย แถมยังสูญเสียสารอาหารที่มีคุณค่าในนมแม่ไป   เราจึงขอแนะนำวิธีการอุ่นนมที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดมาฝากกันค่ะ วิธี อุ่นนมแม่ จากช่องแช่แข็ง ปัจจุบันมีเครื่องอุ่นนม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกคุณแม่ในการละลายนมแม่แช่แข็ง ซึ่งมีการทำงานที่หลากหลายทั้งอุ่นนม ละลายน้ำแข็ง อุ่นอาหาร และฆ่าเชื้อได้  โดยคุณแม่ควรพิจารณาเลือกซื้อที่มีมาตรฐานความปลอดภัย  สามารถเลือกปรับอุณหภูมิได้ตามความเหมาะสม เพื่อรักษาคุณค่าของนมแม่ไว้ให้ครบถ้วน ข้อควรระวัง เรื่องเข้าใจผิดของการ อุ่นนมแม่ ทำเสียคุณค่าน้ำนม  ข้อมูลเพิ่มเติม :https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/HpH/admin/news_files/718_49_1.pdf, FB: สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ,https://www.phyathai.com/https://library.thaibf.com/ (คลังข้อมูล มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย)

ปัญหาใหญ่ของคุณแม่อีกปัญหาหนึ่งเวลาตั้งท้องก็คือการทานยาเวลาไม่สบายนั่นเองค่ะ อันนี้กล้าพูดได้เลยเพราะเจอกับตัวเองเหมือนกัน เพราะเราก็ไม่รู้อ่ะเนอะว่าในยาแก้แพ้พวกนี้มีส่วนผสมหรือสารอะไรที่จะมีผลต่อลูกในท้องบ้าง วิธีแก้ไขขั้นพื้นฐานที่สุดก็คือเลิกทานยาไปเลย ขนาดไม่สบายหนักๆ จนแทบทนไม่ได้ยังยอมที่จะไม่ทานยาเลยค่ะ แล้วดูอากาศประเทศไทย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก แบบนี้จะไม่ให้ป่วยยังไงไหว แต่วันนี้เราจะมาบอกคุณแม่แม่ว่า มันมียาแก้แพ้บางตัวที่คุณแม่ท้องสามารถทานได้นะคะ เพราะยาพวกนี้ได้รับการคอนเฟิร์มจากคุณหมอแล้วว่าไม่มีผลต่อลูกน้อยแน่นอน เราลองมาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ใช้ยาอะไรได้บ้าง ยาแก้แพ้ที่ปลอดภัยกับคุณแม่ 1. คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine: CPM) เวลาพูดถึงยาแก้แพ้ ยาตัวแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเจ้ายาตัวนี้แหละ ยาเม็ดเล็กๆ สีเหลืองที่ช่วยลดอาการแพ้ ลดน้ำมูกแล้วก็แก้อาการคัน คุณแม่ท้องทานยาตัวนี้ได้เนอะ เพราะจากกรณีที่ผ่านมายังไม่พบว่ายาตัวนี้ส่งผลต่อลูกในท้องเลยค่ะ แต่ว่ายาตัวนี้มันจะมีผลข้างเคียงทำให้คุณแม่อ่อนเพลีย เพราะงั้นอาจจะต้องงดใช้ยาเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และคุณลูกค่ะ ที่สำคัญก็ไม่ควรใช้ยาตัวนี้เกิน 3 วันนะ เพราะว่าถ้าใช้ไปมากๆ แล้วอาจจะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ แล้วลูกที่คลอดออกมาอาจจะมีอาการเลือดไหลผิดปกติได้ด้วยค่ะ 2. แอคติเฟด (Actifed) ยาตัวนี้จะช่วยลดอาการคัดจมูก ทำให้พวกอาการภูมิแพ้ทางจมูกดีขึ้น แล้วก็บรรเทาอาการคัดจมูกที่เกิดจากหวัดได้ค่ะ แต่ยาตัวนี้ก็จะทำให้ง่วงเช่นเดียวกัน ดังนั้น คุณแม่ควรจะทานยาแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอนะคะ พอตื่นมาอาการจะได้ดีขึ้น สดชื่นได้เหมือนเดิมค่ะ 3. เซทิไรซีน (Cetirizine) หรือ ฟาเทค (Fatec ®) คุณแม่ที่ต้องเดินทางหรือทำงานในช่วงที่ไม่สบายก็ขอแนะนำให้ทานตัวนี้เลยค่ะ เพราะว่ายาตัวนี้ไม่ทำให้ง่วงหรืออ่อนเพลีย แถมยังไม่ส่งผลเสียต่อลูกน้อยอีกต่างหาก แต่ว่ายาตัวนี้มันจะออกฤทธิ์ช้ากว่ายาตัวอื่นๆ นะคะ คุณแม่ก็เลยอาจจะหายช้านิดหน่อยค่ะ 4. ยาหยอดหรือยาพ่นจมูก […]

“เพราะรถเข็นเด็กทุกคัน ไม่ได้เหมาะกับเด็กแรกเกิดทุกคัน” หลายคนยังเข้าใจผิดว่ารถเข็นเด็กแต่ละคัน ดูๆแล้วก็คล้ายๆกัน น่าจะใช้เหมือนๆ กันแต่ในความเป็นจริง แล้วเด็กแรกเกิดมีความบอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รถเข็นเด็กสำหรับเด็กแรกเกิดจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่นอกจากจะช่วยปกป้องสรีระของลูกน้อย  แล้วยังช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้าน สร้างสุขอนามัยที่ดี และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้อีกด้วย 1.ปรับให้นอนราบได้ 170 องศา สำหรับเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็กแรกเกิด ที่ดีควรสามารถปรับให้นอนราบได้ 170 องศา ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง ยังไม่แข็งแรง จึงควรจัดให้เด็กนอนในท่านอนราบที่เป็นธรรมชาติ 2. เบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย จะช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม โดยมีพื้นที่วางแขนแบบ W-Shape และวางขาแบบ M-Shape เพื่อให้ขยับตัวได้ง่าย ซึ่งเป็นท่านอนที่เป็นธรรมชาติสำหรับเด็กวัยแรกเกิด 3. ชุดหมอนรองคอและสะโพก สำหรับทารกวัยแรกเกิดที่ยังไม่แข็งแรง เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับทารกวัยแรกเกิด ที่คอยังโงนเงนไม่แข็งแรง Head Support ที่มีส่วนเว้าโค้งพอเหมาะจะช่วยสอดรับช่วงต้นคอและศีรษะ ป้องกันคอพับซึ่งอาจส่งผลต่อการปิดทับระบบทางเดินหายใจได้ Hip Support หรือหมอนรองสะโพก ช่วยประคองให้กระดูกสันหลังมั่นคงไม่โค้งหรือเอียง ช่วยจัดท่านั่งและนอนได้อย่างเป็นธรรมชาติ 4. เบาะรองนอนระบายอากาศได้ดี และช่วยรองรับสรีระได้อย่างนุ่มนวล ด้วยระบบปรับอุณหภูมิในร่างกายลูกน้อยที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กทารกจะมีความสามารถในการควบคุมอุณหภุมิต่ำกว่าผู้ใหญ่ จึงทำให้มีเหงื่อออกมากกว่า โดยเฉพาะในเวลานอนซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเสริมสร้างพัฒนาการอย่างเต็มที่ ดังนั้นเบาะที่มีคุณสมบัติช่วยระบายอากาศได้ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดความร้อน […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid