แบบนี้ใช่อาการแพ้ท้องหรือเปล่านะ?

ไหนๆ คุณแม่ท่านไหนกำลังแพ้ท้องบ้าง ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่ไม่แพ้ท้องด้วยนะคะ เพราะคุณแม่โชคดีมาก การแพ้ท้องเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ เลยค่ะ แต่คุณแม่ที่แพ้ท้องก็ไม่ต้องกลัวเหงานะ เพราะมีคุณแม่อีกกว่า 80% ที่ต้องเผชิญกับอาการนี้เช่นกัน อาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรก แต่คุณแม่บางคนอาจจะต้องเผชิญกับอาการแพ้ท้องจนถึงไตรมาสสุดท้ายเลยก็ได้ค่ะ

อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไรกันนะ?

รกที่เชื่อมระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยนั้นจะสร้างฮอร์โมนตัวหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ค่ะ ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้มีไว้เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่นๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ ระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นจะทำให้ประสาทรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ประสาทการรับรสชาติจะเปลี่ยนไป นอกจากนี้ เจ้า HCG ยังจะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายต่างๆ คุณแม่จึงรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว หรืออ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลาค่ะ

อาการแพ้ท้องเป็นยังไงหนอ?

  • เวียนหัวคลื่นไส้ คุณแม่ท้องจะรู้สึกอยากอาเจียนตลอดเวลา โดยอาการนี้มักจะเกิดในช่วงเช้า เราจึงเรียกว่าอาการMorning Sick แต่คุณแม่บางคนอาจจะเป็นตลอดทั้งวันก็ได้นะ
  • หน้ามืดอาการนี้จะต่อเนื่องมาจากการที่คุณแม่อาเจียนบ่อย ทำให้ขาดน้ำ จึงเกิดอาการหน้ามืดตามมาค่ะ
  • จมูกไวต่อกลิ่นเวลาแพ้ท้องคุณแม่จะได้กลิ่นต่างๆ เร็วเป็นพิเศษ บางกลิ่นที่เคยชอบอาจจะไม่ชอบ บางกลิ่นที่เคยไม่ชอบก็อาจจะกลายเป็นชอบไปเลยก็ได้ค่ะ แม้แต่กลิ่นสามีที่เคยหอมๆ ตอนแพ้ท้องคุณแม่อาจจะรู้สึกเหม็นไปเลยก็ได้นะ เหมือนในละครไง พอได้กลิ่นอาหารก็รีบวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำเลย
  • ประสาทการรับรสไม่เหมือนเดิมคุณแม่บางรายอาจจะอยากทานแต่ของที่มีรสเปรี้ยว เช่น มะม่วง มะดัน มะนาว อะไรแบบนี้ แต่คุณแม่บางรายก็อาจจะไม่อยากทานอะไรเลยเพราะรู้สึกขมๆ อยู่ในปาก จะทานอะไรก็ไม่อร่อย
  • รู้สึกอ่อนเพลียอยากนอนตลอดทั้งวันเนื่องจากในช่วงนี้ทารกในครรภ์กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาและสร้างอวัยวะต่างๆ ทำให้ร่างกายของคุณแม่ต้องใช้พลังงานมากผนวกกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป คุณแม่จึงรู้สึกเพลียมากกว่าปกติ และรู้สึกว่านอนเท่าไหร่ก็ไม่พอค่ะ
  • อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวหงุดหงิด เดี๋ยวร้องไห้เพราะฮอร์โมนในร่างกายที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คุณแม่มีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ บางทีก็ร้องไห้ บางทีก็หัวเราะ ใครทำอะไรไม่ถูกใจนิดหน่อยก็โกรธ อาการแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการแพ้ท้องอย่างหนึ่งค่ะ
  • วิธีรับมือกับอาการแพ้ท้องแบบง่ายๆอย่างไรก็ดี คุณแม่บางท่านอาจเผชิญกับภาวะ “แพ้ท้องขั้นรุนแรง” ซึ่งสามารถส่งผลเสียต่อทั้งคุณแม่และคุณลูกได้นะคะ หากคุณแม่มีอาการอาเจียนตลอดทั้งวันจนเริ่มรู้สึกมีอาการขาดน้ำ ไม่สามารถรับประทานอะไรได้เลยเป็นเวลาหลายวันจนน้ำหนักลดลงจากก่อนตั้งครรภ์มาก และมีอาการวิงเวียนที่ไม่ทุเลาลง ก็ขอให้คุณแม่รีบไปพบคุณหมอโดยเร็วที่สุดค่ะ
  • ทานอาหารทีละนิดแต่ทานบ่อยครั้งเนื่องจากคุณแม่ที่แพ้ท้องจะไม่ค่อยอยากอาหาร อย่างไรก็แล้วแต่ คุณแม่ก็ควรจะทานอะไรเข้าไปบ้างเพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอค่ะ ทั้งนี้ คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทอัดลม หรืออาหารที่เป็นของหมักดองนะคะ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะ ส่งผลให้รู้สึกอยากอาเจียนมากขึ้นค่ะ
  • จิบน้ำขิงสักแก้วนอกจากน้ำขิงจะช่วยเพิ่มน้ำนมแล้ว ยังช่วยลดอาการแพ้ท้องได้อีกด้วยนะคะ ทำขิงอุ่นๆ จะทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกผะอืดผะอมน้อยลงค่ะ
  • ทานอะไรเบาๆ ก่อนเข้านอนเช่น โยเกิร์ตหรือนม การทานอะไรเบาๆ ก่อนนอนจะช่วยลดอาการแพ้ท้องตอนคุณแม่ตื่นมาได้ค่ะ
  • ดื่มน้ำเปล่าเข้าไว้เนื่องจากเวลาอาเจียน คุณแม่ก็จะสูญเสียน้ำออกจากร่างกายไปในปริมาณมาก หากคุณแม่ไม่ดื่มน้ำเพื่อมาทดแทนน้ำที่เสียไปแล้ว ก็อาจจะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ ปัสสาวะมีลักษณะเข้มข้น แถมยังทำให้คุณแม่มีอาการหน้ามืดอีกด้วยนะคะ
  • เสริมอาหารเข้าไปเนื่องจากในช่วงเดือนแรกๆ ที่คุณแม่กำลังแพ้ท้องอยู่นั้น สารอาหารที่ร่างกายต้องการมากเป็นพิเศษก็คือกรดโฟลิกค่ะ เนื่องจากเป็นส่วนช่วยให้ทารกมีอวัยวะที่สมประกอบและช่วยให้คุณแม่ห่างไกลจากการแท้ง วิตามินที่จำเป็นต่อการดูดซึมกรดโฟลิกจะได้แก่ วิตามิน B12 วิตามิน B6 และวิตามิน C ค่ะ กรดโฟลิกจะพบมากในผักจำพวกผักโขม บร็อคโคลี่ ข้าวโพดและผลไม้อย่างสตรอเบอร์รี่และแคนตาลูป เพราะฉะนั้น หากคุณแม่ไม่สามารถรับประทานอาหารที่มีกรดโฟลิกเหล่านี้ได้ ก็ขอให้คุณแม่เสริมวิตามินที่มีส่วนผสมของกรดโฟลิกแทนนะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

จุดเด่นสินค้า​ ​รายละเอียดสินค้า​

” ลูกติดเต้า ไม่ยอมใช้ขวดนมเลย ทำอย่างไรดี ? เริ่มให้ลูกหย่านมจากเต้า มาฝึกใช้ขวดนมเมื่อไหร่ดี ? ” อีกคำถามที่แม่ๆหลายคนมักเจอตอนลูกน้อยอายุ 1 ขวบ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกน้อยด้วยนมจากเต้าเพียงอย่างเดียว วันนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากแม่ๆกันค่ะ ต้องขอเกริ่นก่อนว่า ความจริงแล้วการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ด้วยคุณค่าของน้ำนมความอบอุ่นและอื่นๆ แต่เมื่อลูกรักโตขึ้น หลายคนที่ดูดนมแม่จากเต้าจนติด หรือที่เรียกว่า ” ลูกติดเต้า “  งอแงไม่ยอมกินนมจากขวด เวลาที่คุณแม่ต้องออกไปทำงานหรืออยู่นอกบ้าน การให้นมแม่จากขวดนม หรือการเริ่มหย่านมแม่ มักจะเกิดปัญหาตามมาเพราะลูกไม่ยอมกินนมจากขวด งอแงร้องไห้  จนเกิดปัญหาการกินกับลูกได้ และปัญหาการใช้ชีวิตของคุณแม่เอง ฉะนั้นมาดูกันเลยค่ะว่าจะมีเทคนิคแบบไหน ที่สามารถทำให้ลูกได้ฝึกกินนมจากขวดได้ โดยไม่หักดิบ ไม่ทำให้ลูกร้องไห้งอแง หงุดหงิดเสียใจ คุณแม่เองก็ไม่ต้องเครียดไปด้วย ตามมาดูกันเลยค่ะ 8 ทริค ฝึกลูกดูดนมขวดแบบแฮปปี้ 1 )  ค่อยๆ ฝึก ไม่บังคับลูกเพราะการดูดขวดคือทักษะใหม่ของลูกรักที่เคยแต่ดูดนมแม่จากเต้ามาตลอด จนกลายเป็นว่า ลูกติดเต้า รวมถึงวิธีการดูดนมจากขวดกับการดูดนมจากเต้าก็มีความแตกต่าง  จึงต้องอาศัยเวลาให้ลูกปรับตัวและฝึกฝน รวมถึงลูกรักเองก็ต้องใช้สมาธิในการดูดมากขึ้นในช่วงแรก ฉะนั้นการทำความเข้าใจไม่บังคับ และให้ลูกได้ลองฝึกในสิ่งแวดล้อมที่เงียบและสงบค่อย […]

ถ้าคุณเป็นพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการมาของลูกน้อย นอกจากจะต้องตระเตรียมของใช้จำเป็นต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยคือการแจ้งเกิดเพื่อขอสูติบัตร ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่เปรียบเสมือนใบเบิกทางแรกของลูกในโลกใบนี้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกขั้นตอนการขอสูติบัตรแบบละเอียด เพื่อให้คุณแม่คุณพ่อหมดกังวล และพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ใบสูติบัตรคืออะไร ใบสูติบัตร หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ ใบเกิด คือเอกสารทางราชการที่ออกให้เพื่อรับรองการเกิดของบุคคล โดยถือเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญที่ยืนยันสถานะความเป็นคนไทย และยังใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการขอเอกสารสำคัญอื่น ๆ เช่น บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง อีกทั้งยังเป็นการนำเข้าข้อมูลสู่ทะเบียนราษฎรอย่างเป็นทางการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิต่าง ๆ ที่ลูกน้อยพึงได้รับตามกฎหมาย ทำไมต้องมีการแจ้งเกิด การแจ้งเกิดเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นการทำตามกฎหมาย และเป็นการสร้างตัวตนทางทะเบียนราษฎรให้กับลูกน้อยอย่างถูกต้องสมบูรณ์ การมี ใบสูติบัตรทำให้ลูกได้รับสิทธิ์และสวัสดิการต่าง ๆ จากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล สิทธิ์ในการศึกษา หรือสิทธิ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของเด็ก นอกจากนี้ สูติบัตรยังเป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างพ่อแม่ลูกอีกด้วย เอกสารสำคัญที่พ่อและแม่ต้องเตรียม ก่อนจะไปแจ้งเกิด คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วและไม่เสียเวลาที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ เอกสารสำคัญที่ต้องใช้มีดังนี้ ขั้นตอนการแจ้งเกิดมีอะไรบ้าง ขั้นตอนการแจ้งเกิดนั้นไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แต่มีข้อปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี ซึ่งสามารถสรุปได้ง่าย ๆ ดังนี้ กรณีเด็กเกิดในโรงพยาบาล ถือเป็นกรณีที่พบได้บ่อยและเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด เนื่องจากโรงพยาบาลจะออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. […]

 ฝึกลูกกินข้าวเอง หรือคำที่คุ้นหูกันในปัจจุบันอย่าง BLW (Baby Led Weaning) คือวิธีการที่ให้ลูกรู้จักหยิบอาหารกินเอง โดยอาหารจะไม่ใช่พวกอาหารปั่น อาหารบด แต่เป็นอาหารที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มีความนุ่ม และหยิบจับได้ วิธีการนี้จะทำให้ลูกได้รู้จักและคุ้นเคยกับอาหารที่เป็นของแข็งมากยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้เหมาะกับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป และสามารถนั่งได้เอง โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วย ฝึกลูกกินข้าวเอง มีประโยชน์อย่างไร           การให้ลูกกินข้าวเองนั้น นอกจากจะช่วยให้ลูกรู้จักอาหารที่เป็นของแข็งมากขึ้นแล้ว ยังมีส่วนในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย และด้านความคิดอีกด้วย 1. สร้างทัศนคติที่ดีต่อการกินของลูก            ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง ช่วยให้ลูกมีความสุขกับการทานอาหารมากยิ่งขึ้น เพราะลูกได้สนุกกับการกิน สนุกกับการเลียนแบบท่าทางระหว่างการกินอาหาร ทำให้ไม่ต้องคอยหลอกล่อให้ลูกกินข้าว 2. ฝึกพัฒนาการการใช้กล้ามเนื้อมือ           การให้ลูกได้หยิบจับอาหาร ทำให้ได้ฝึกการใช้แรงของมือ แรกๆอาหารอาจจะมีร่วงหล่นจากมือบ้าง หรืออาหารเละคามือบ้าง แต่ก็เป็นการให้ลูกได้ฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือและน้ำหนักของมือ 3. ฝึกพัฒนาการการเคี้ยวและความคิด       […]

โยคะ ช่วยอะไรคุณแม่ได้บ้าง ชวนคุณแม่เริ่มฝึก 3 ท่าโยคะง่ายๆ ท่านอน  ท่าไหว้พระอาทิตย์ ท่าภูเขา คุณแม่คววรู้หลังทำโยคะคุณแม่ไม่ควรอาบน้ำ หรือทานอาหารทันที ควรพัก 30–60นาที เพื่อให้ร่างกายช่วงหลังคลอดมีโอกาสปรับตัว เมื่อคุณแม่แข็งแรงดีแล้ว ค่อยเปลี่ยนจากการทำโยคะมาออกกำลังกายแบบแอโรบิก ขอบคุณข้อมูลจาก : Morther&care

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event