หมอนรองให้นม คืออะไร ? จำเป็นแค่ไหน ? มีแล้วให้นมลูกได้ดีขึ้นจริงหรือ ?!

หมอนให้นม เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้แม่และทารกรู้สึกสบายขณะให้นม มักจะมีรูปทรงคล้ายตัว C หรือ U ซึ่งช่วยรองรับทารก วัสดุส่วนใหญ่จะอ่อนโยน เพื่อไม่ผิวลูกเกิดอาการระคายเคือง ตัวหมอนหรือเบาะควรมีความนุ่ม ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดได้ง่าย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift จะชวนแม่ๆ มารู้จักหมอนรองให้นมกันให้มากขึ้น พร้อมยี่ห้อดีๆ มาแนะนำกันค่ะ 

รู้จัก หมอนรองให้นม ตัวช่วยคุณแม่ให้นมลูกที่สะดวก สบายขึ้น ! 

หมอนที่ใช้รองให้นมเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การให้นมแม่สะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับแม่มือใหม่หรือแม่ที่ต้องให้นมบ่อยๆ เพราะช่วยรองรับน้ำหนักทารกขณะให้นม ลดความเมื่อยล้าของแขนและไหล่แม่ หมอนให้นมจะช่วยจัดท่าให้นมที่เหมาะสม ทำให้ทารกดูดนมได้ง่ายขึ้น ช่วยลดอาการปวดเมื่อยหลัง และคอของแม่ จึงเรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ช่วยอำนวยความสะดวกที่ไม่ว่าคุณแม่น้ำนมเยอะ หรือน้ำนมน้อยต้องมีติดบ้านไว้กันเลยหล่ะค่ะ (อ่านเรื่องวิธีกระตุ้นน้ำนม เพิ่มเติมได้อีก BabyGift มีเขียนไว้แล้วค่ะ) 

ข้อดีของการใช้หมอนรองให้นม  

การใช้หมอนเพื่อให้นมนั้น มีข้อดีหลายประการ ซึ่งช่วยให้การให้นมลูกสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาดูกันค่ะว่ามีข้อดีอะไรบ้าง 

  1. ช่วยรองรับน้ำหนักของทารก : ไม่ต้องใช้แขนและมือของคุณแม่ในการอุ้มลูกมากเท่าไหร่ ช่วยป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการอุ้มลูกเป็นเวลานาน
  2. ปรับท่าทางให้เหมาะสม : ช่วยให้อุ้มลูกให้อยู่ในระดับที่เหมาะกับเต้านม ทำให้ลูกสามารถดูดนมแม่ได้ง่ายขึ้น เข้าเต้าได้ง่ายขึ้น ลดการเกร็งคอของลูก
  3. ช่วยบรรเทาความเครียด ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหลังและไหล่ของคุณแม่ : ช่วยให้คุณแม่นั่งในท่าที่สบายขึ้น ไม่ต้องก้มหรือเอียงตัวมากเกินไป ป้องกันอาการปวดหลังและไหล่จากการให้นมในท่าที่ไม่ถูกต้อง
  4. เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับคุณแม่หลังผ่าตัดคลอด : ป้องกันไม่ให้น้ำหนักของลูกกดทับบริเวณแผลผ่าตัด ช่วยให้คุณแม่สามารถให้นมได้สะดวกขึ้นในช่วงที่ยังมีอาการเจ็บแผล
  5. ปรับใช้ได้หลากหลายท่าทางการให้นม : สามารถใช้ได้กับหลายท่าการให้นม เช่น ท่าอุ้มฟุตบอล หรือท่านอนตะแคง
  6. ป้องกันการหลับในขณะให้นม : การมีหมอนรองรับจะช่วยลดความเสี่ยงที่คุณแม่จะหลับและทำลูกตกได้
  7. เพิ่มความมั่นใจในการให้นม : การมีอุปกรณ์ช่วยอาจทำให้คุณแม่มือใหม่รู้สึกมั่นใจในการให้นมมากขึ้น

แต่อย่างไรก็ตาม แม้ว่าหมอนให้นมจะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะจำเป็นสำหรับคุณแม่ทุกคน บางคนอาจรู้สึกสบายกว่าเมื่อไม่ใช้หมอน ดังนั้นควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองและลูกที่สุดค่ะ 

วิธีเลือกหมอนรองให้นม 

การเลือกหมอนที่ใช้ช่วยคุณแม่สำหรับให้นมที่เหมาะกับการใช้งานนั้น สำคัญมากสำหรับความสะดวกสบายของทั้งตัวแม่และลูก ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่สบาย และผ่อนคลายมากขึ้น เราลองมาดูกันค่ะ ว่าต้องดูปัจจัยอะไรบ้าง 

  1. รูปทรงและขนาด : เลือกรูปทรงที่ถนัด และเหมาะกับสรีระของคุณแม่และลูก ส่วนขนาดควรพอดีกับรูปร่างของคุณแม่
  2. ความกระชับและการรองรับสรีระ : ต้องกระชับแนบตัวลูกและคุณแม่ เพราะการรองรับสรีระทารกได้ดี จะช่วยให้อุ้มได้ถูกท่า และสำหรับหมอนรูปตัวยูควรปรับสายได้เพื่อให้แนบกระชับกับเอวคุณแม่
  3. วัสดุและคุณภาพ : เลือกวัสดุที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองผิวทารก นุ่ม ระบายอากาศได้ดี ทำความสะอาดง่าย ทนทานต่อการใช้งาน และการซักบ่อยๆ
  4. การออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ : องศาของหมอนต้องเหมาะกับทารก การออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์และกระดูกสันหลังของทารกจะช่วยให้ทารกนอนในท่าที่ถูกต้อง
  5. ราคาและคุณภาพ : เลือกโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าระหว่างราคาและคุณภาพ
  6. ความเอนกประสงค์ : สามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น รองนั่ง รองนอนทารก
  7. ความปลอดภัย : ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีส่วนประกอบที่อาจเป็นอันตรายต่อทารก
  8. รีวิวและคำแนะนำ : ตัดสินใจโดยการอ่านรีวิวจากคุณแม่ที่มีประสบการณ์คนอื่นๆ หรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง BabyGift ได้เลยนะคะ

แนะนำ ท่าอุ้มลูกให้นมที่ถูกต้อง มีอะไรบ้าง ? 

แต่ละท่ามีข้อดีแตกต่างกัน คุณแม่สามารถเลือกใช้ท่าที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความสะดวกสบายของตนเองและลูกได้ อีกทั้งการสลับท่าให้นมก็อาจช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้อีกด้วย ลองมาดูวิธีการอุ้มให้นมในแต่ละท่ากันค่ะ 

  1. ท่าลูกนอนขวางบนตัก (Cradle hold) : ท่านี้เหมาะกับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยให้ลูกนอนตะแคงบนตักแม่ ให้หันหน้าเข้าหาตัวแม่ ให้ศีรษะลูกอยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย ท้ายทอยวางบนแขนแม่ ส่วนมือและแขนแม่ประคองตัวลูกไว้ มืออีกข้างของแม่ประคองเต้านม ท่านี้ช่วยให้แม่ และลูกสบายตัว และมองหน้ากันได้ขณะให้นม
  2. ท่าลูกนอนขวางบนตักแบบประยุกต์ (Modified/cross cradle hold) : เหมาะสำหรับคุณแม่ที่คลอดเองตามธรรมชาติโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน ช่วยในการนำลูกเข้าอมหัวนมได้ดีขึ้น ท่านี้จะคล้ายกับท่าแรก แต่จะใช้มือข้างเดียวกับที่ประคองเต้านม ประคองลูกเอาไว้ และมืออีกข้างรองรับต้นคอและท้ายทอยของลูก จะช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะลูกให้เข้าหาเต้านมได้ดีกว่า
  3. ท่าอุ้มลูกฟุตบอล (Clutch hold หรือ Football hold) : เหมาะสำหรับแม่ที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง, คุณแม่ที่มีเต้านมใหญ่หรือลูกตัวเล็ก หรือคุณแม่ที่คลอดลูกแฝด วิธีการก็คือ ให้ลูกอยู่ในท่ากึ่งตะแคงกึ่งนอนหงาย ขาชี้ไปทางด้านหลังของแม่โดยมือแม่จับที่ต้นคอและท้ายทอยของลูก กอดลูกให้กระชับกับสีข้าง ให้ลูกดูดนมจากเต้านมข้างเดียวกับมือที่จับลูกส่วนมืออีกข้างประคองเต้านม ท่านี้จะช่วยลดแรงกดทับบนแผลผ่าตัดหน้าท้อง และเหมาะกับแม่ที่มีเต้านมใหญ่หรือลูกตัวเล็ก และแม่ลูกแผดที่ให้ลูกดูดนมพร้อมกันได้
  4. ท่านอน (Side lying position) : เหมาะสำหรับแม่ที่ผ่าตัดคลอดทางหน้าท้องและต้องการพักผ่อน หรือให้นมลูกเวลากลางคืน วิธีการคือให้แม่และลูกนอนตะแคงเข้าหากัน โดยแม่นอนศีรษะสูงเล็กน้อย หลังและสะโพกตรง ให้ปากของลูกอยู่ตรงกับหัวนมของแม่ มือด้านล่างประคองตัวลูกให้ชิดลำตัวแม่ (อาจใช้ผ้าหรือหมอนช่วยหนุนหลังลูกแทนแขนของแม่ก็ได้) และใช้มือด้านบนประคองเต้านมในช่วงแรกที่เริ่มให้ลูกดูดจนกว่าลูกจะดูดได้ดีจึงเอามือออกก็ได้ค่ะ

BabyGift แนะนำ หมอนรองให้นม คุณภาพดี น่าใช้ ! 

1. MOTHERY หมอนรองให้นม เอียง 11 องศา 

หมอนให้นมเป็นตัวช่วยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยคุณแม่มือใหม่ให้เลี้ยงลูกได้อย่างสะดวก สบายมากขึ้น MOTHERY เป็นหมอนรองให้นมที่พัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการออกแบบเอียง 11 องศา ทำให้การเข้าเต้าเป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณแม่  

จุดเด่น 

  • มีหลายสีให้เลือก สีสันสวยงาม ใช้งานง่าย ถูกใจคุณแม่ 
  • ดีไซน์แบบ U-curve ช่วยให้ลูกเข้าเต้าได้ด้วยองศาที่ดีที่สุด 
  • Back Support ช่วยลดอาการปวดเมื่อยให้กับคุณแม่ถึง 5 จุด 

2. ERGOBABY หมอนรองให้นม Nursing Pillow Natural Curve

ERGOBABY เป็นหมอนให้นมที่มีความอ่อนนุ่มแต่ก็มีความแน่นกระชับในตัวด้วย ช่วยลดความเมื่อยล้าจากการให้นม พกพาสะดวก หยิบใช้ง่าย เพราะมีหูจับ ใช้เป็นหมอนรองให้ลูกนอนช่วยย่อยก็ได้ คุณพ่อก็ใช้ได้ ใช้ง่าย เนื้อแน่นไม่ยุบตัว  

จุดเด่น  

  • หมอนรองให้นมที่ออกแบบมาให้โค้งรับตามหลักสรีรศาสตร์ 
  • ใช้ได้นานหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่เป็นหมอนที่ช่วยให้นมช่วยให้เข้าเต้าในวัยแรกเกิด เป็นหมอนให้ลูกนอนช่วยให้ผู้ปกครองป้อนขวดนมได้ง่ายขึ้น และเป็นหมอนใช้ฝึกคว่ำตัวในวัย 6 เดือน เป็นต้น 
  • มีสายคาดตัว ล็อกได้แนบตัวไม่ไหลหลุด ทำความสะอาดได้ ถอดปลอกซักเครื่องได้

3. SANDESICA หมอนให้นม

SANDESICA เป็นหมอนคุชชั่นคุณภาพพรีเมี่ยมจากประเทศญี่ปุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อวางเด็กทารกขณะให้นมโดยเฉพาะ มีร่องให้ลูกอยู่กับที่ได้ไม่เอียงไปมาขณะให้นม มาพร้อมเข็มขัดที่สามารถปรับให้กระชับกับลำตัวได้ ช่วยให้แม่ลดอาการปวดหลังได้ 

จุดเด่น  

  • ช่วยรับน้ำหนักบริเวณสะโพก ซัพพอร์ตการอุ้มลูกให้นมในหลายๆ ท่า สามารถอุ้มท่าอุ้มลูกฟุตบอลได้ 
  • หมอนนุ่ม รับน้ำหนักได้สบาย ใช้งานง่าย มีเข็มขัดล็อก 

หมอนให้นมเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การให้นมลูกสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยช่วยรองรับน้ำหนักของทารก ช่วยลดอาการปวดเมื่อย และช่วยปรับท่าทางให้ลูกเข้าเต้า เข้าดูดหัวนมแม่ได้ง่ายขึ้น เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับคุณแม่หลังผ่าตัดคลอด และสามารถปรับใช้ได้หลากหลายท่าการให้นม ทำให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและมั่นใจในการให้นมมากขึ้น สำหรับคุณแม่คนไหนที่สนใจเรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับแม่และเด็กเพิ่มเติม เช่น แม่เสริมหน้าอกให้นมได้มั้ย หรือบทความเรื่องแม่และเด็กอื่นๆ สามารถติดตาม BabyGift ได้ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์หมอนรองให้นม หรือสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ผิวของทารกนั้นมีความบอบบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า การเลือกครีมอาบน้ำเด็กจึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ใช้ต้องทำหน้าที่มากกว่าแค่ทำความสะอาด แต่ต้องช่วยรักษาความชุ่มชื้น เสริมเกราะป้องกันผิว และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง เพื่อให้ทุกช่วงเวลาการอาบน้ำเป็นเวลาแห่งความสุขและปลอดภัยของลูกรักอย่างแท้จริง วิธีเลือกครีมอาบน้ำเด็ก ให้เหมาะสมกับผิวที่บอบบางของลูกน้อย ก่อนจะตัดสินใจว่าเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี คุณแม่ควรมีเกณฑ์การพิจารณาที่ชัดเจนเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสรีระที่บอบบางของเด็กเล็ก ดังนี้ แนะนำ 10 ครีมอาบน้ำเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตล่าสุด 2026 หากคุณแม่ยังลังเลว่าควรเลือกครีมอาบน้ำเด็กยี่ห้อไหนดี ในปี 2026 นี้ ได้รวบรวม 10 แบรนด์ยอดนิยมที่ผ่านการยอมรับเรื่องความอ่อนโยนและประสิทธิภาพในการดูแลผิวลูกน้อยมาฝากกัน 1. Enfant Organic Moisture Baby Wash แบรนด์ที่อยู่คู่คุณแม่ไทยมานาน ตัวนี้เป็นสูตรออร์แกนิกที่ทำความสะอาดได้ทั้งผิวและผมในขวดเดียว จุดเด่นอยู่ที่ฟองนุ่มลื่นล้างออกง่าย มีส่วนผสมจากข้าวโอ๊ต น้ำมันมะกอก และ Argan Oil ออร์แกนิก ช่วยคงสมดุล pH Balance ให้ผิวลูกนุ่มชุ่มชื้นหลังอาบเสร็จทันที 2. D-nee Organic For Newborn Head & Body Baby Bath หนึ่งในครีมอาบน้ำเด็กยอดฮิตที่โดดเด่นเรื่องกลิ่นหอมละมุนสูตรออร์แกนิก ปลอดภัยจากสารเคมีรุนแรงอย่าง SLS และซิลิโคน […]

ต้องบอกว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่นั้นโชคดีมากมาย เพราะการเลี้ยงลูกสมัยนี้มีเครื่องอำนวยความสะดวกที่ช่วยทุ่นแรง ช่วยประหยัดเวลา และช่วยทำความสะอาดฆ่าเชื้อ ช่วยให้นมแม่ เรียกว่ามีสารพัดตั้งแต่ช่วยให้นม ทำความสะอาด ช่วยเตรียมอาหาร ครบถ้วนทั้งอุปกรณ์การนอน การกิน การอยู่สำหรับคุณแม่และลูกน้อย และสิ่งหนึ่งที่หลายๆ บ้านขาดไม่ได้ และคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กำลังมองหา เพราะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยทุ่นแรงกายในการอุ้มลูกน้อยวัยทารก นั่นคือ เป้อุ้มเด็ก เครื่องทุ่นแรงสำคัญที่มีประโยชน์มาก เพราะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยด้วยมือตัวเองตลอดเวลา  และไม่ต้องหาคนช่วยอุ้ม เพราะลูกเบบี๋ยังเดินไม่ได้ การกิจวัตรการดูแลลุกส่วนใหญ่ก็จำเป็นต้องอุ้มลูกไว้บ่อยๆ ทั้งการอุ้มไล่ลม อุ้มกล่อมนอน อุ้มปลอบโยน อุ้มเดินเล่น หลายชั่วดมงต่อวัน  แถมยังต้องอุ้มลูกนานตั้งแต่แรกเกิดหรือวัยทารกไปจนถึงวัยประมาณเกือบ 2 ขวบ จนเมื่อลูกเดินได้เก่ง   ฉะนั้นเพื่อตอกย้ำถึงประโยชน์และความคุ้มค่าในการใช้เป้อุ้มเด็ก  ให้คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจว่าจะซื้อเป้อุ้มให้ลูกดีหรือไม่  ได้เห็นถึงข้อดีว่ามีแค่ไหน…เชื่อว่าเมื่อรู้แล้วทุกท่านจะสามารถเลือกซื้อใช้กันได้มั่นใจยิ่งขึ้น 10 ข้อดี ที่ต้องมี เป้อุ้มเด็ก 1 ประหยัดแรงกาย ประหยัดแรงคน เพราะเป้อุ้มเด็ก จะช่วยทุ่นแรงคุณแม่ไม่ต้องเดินอุ้มลูก ใช้กำลังแขนกำลังมืออุ้มลูกบ่อยๆ ประหยัดแรงกาย ช่วยให้คุณแม่ไม่เมื่อยล้า แต่เป้จะช่วยรองรับน้ำหนักตัวของลูกน้อยด้วยเป้และสายรัดให้อยู่กับตัวคุณแม่ ประหยัดแรงคนไม่ต้องหาคนมาช่วยอุ้มลูกเวลาที่คุณแม่จะต้องทำงาน เดินซื้อของ หรือทำธุระอื่นๆ 2 ลูกปลอดภัย นั่งและนอนได้สบาย เมื่อลูกน้อยอยู่ในเป้อุ้มเด็กจะปลอดภัย เพราะตัวคุณแม่และเป้จะประคองลูกตลอดเวลา ซึ่งเป้อุ้มเด็กส่วนใหญ่จะผลิตจากวัสดุที่ทำด้วยผ้าหนานุ่ม […]

การฝึกเด็กทารกให้นั่งมีผลต่อพัฒนาการของเด็กน้อยค่ะ แต่ว่าจะให้เด็กเริ่มหัดใช้เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือนดี จะฝึกเด็กน้อยของเราให้นั่งยังไง จะเริ่มให้เด็กหัดนั่งตอนไหนถึงจะดี ในบทความนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากคุณพ่อคุณแม่กันค่ะ  เด็กหัดนั่งกี่เดือนถึงจะดี ? แนะนำเคล็ดลับพร้อมตอบคำถาม และแนะนำยี่ห้อเก้าอี้เด็กน่าใช้ ! เก้าอี้หัดนั่งเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเด็กทารกฝึกนั่งอย่างปลอดภัย มีโครงสร้างที่มั่นคง และปลอดภัย ช่วยพยุงตัวเด็ก ใช้วัสดุที่นุ่มสบาย มีสายรัดนิรภัยเพื่อความปลอดภัย ซึ่งบางรุ่นก็ออกแบบมาให้มีถาดวางของด้านหน้าให้ด้วย เก้าอี้หัดนั่งจะช่วยให้เด็กได้ฝึกทรงตัว ฝึกกล้ามเนื้อ เตรียมความพร้อมสำหรับการนั่งด้วยตัวเอง สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการหัดนั่งจะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามมาเรียนรู้เพิ่มเติมไปพร้อมๆ กันค่ะ พัฒนาการของเด็ก ก่อนจะไปดูว่าเก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน เราลองมาทำความรู้จักกับตัวอย่างพัฒนาการของเด็กกันก่อนดีกว่าค่ะ ซึ่งพัฒนาการของเด็กแต่ละคนอาจแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่างๆ ซึ่งถ้ามีข้อสงสัย หรือกังวลเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก ควรปรึกษากับแพทย์นะคะ สำหรับผู้ปกครองที่สนใจเรื่องพัฒนาการของเด็กในด้านต่างๆ อีก ลองอ่านเพิ่มเติมได้อีกนะคะ BabyGift เคยเขียนไว้ในเว็บไซต์แล้วค่ะ เก้าอี้หัดนั่ง ใช้ตอนกี่เดือน ? โดยทั่วไป เด็กจะพร้อมหัดนั่งเมื่ออายุประมาณ 6-8 เดือน ซึ่งในช่วงนี้ กล้ามเนื้อคอและหลังของเด็กจะแข็งแรงพอที่จะรองรับการนั่งได้ดีขึ้นค่ะ แต่ถึงแม้ว่าพัฒนาการของเด็กในช่วง 4-6 เดือนนั้น จะเริ่มควบคุมศีรษะได้ดี และอาจเริ่มพลิกตัวได้แล้ว ซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการนั่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการฝึกนั่ง ซึ่งการเริ่มฝึกหัดนั่งในเด็กอายุ 6-8 เดือนนั้น […]

ลูกควรเลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่? อยากฝึกให้ลูกนั่งกระโถน นั่งชักโครกขับถ่ายเองได้เริ่มเมื่อไหร่ดี? คงเป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่มักสงสัยกันใช่ไหมคะ เพราะการฝึกลูกให้เลิกใส่ผ้าอ้อม ฝึกลูกนั่งกระโถน ไปจนฝึกให้เข้าห้องน้ำเองได้ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมที่จะเลิกใส่ผ้าอ้อม พร้อมนั่งกระโถนแล้ว มาเช็กกันเลยค่ะ ทำไมต้องฝึกลูกเรื่องขับถ่าย  การฝึกลูกขับถ่ายให้เหมาะสม จะช่วยส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ ที่เหมาะสมตามวัย รวมถึงเป็นการปลูกฝังด้านสุขอนามัย ความสะอาด รู้จักร่างกายตัวเอง และรู้จักการช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นได้ หากพ่อแม่ไม่สอนลูกเรื่องการขับถ่าย ปล่อยให้ขับถ่ายในผ้าอ้อมไปจนโต จะทำให้ลูกมีการขับถ่ายที่ไม่เหมาะสมตามวัย เมื่อลูกต้องไปโรงเรียน จะทำให้มีปัญหาในการดูแลความสะอาด อาจเกิดการขับถ่ายเล็ดราด หรือยังต้องใส่ผ้าอ้อมจนอึดอัด  ส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ ส่งผลต่อพัฒนาการตามวัยได้ ฝึกลูกนั่งชักโครก เลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้ตอนไหน? วัยที่มีพัฒนาการและพฤติกรรมพร้อมพี่จะเริ่มฝึกได้ ควรเริ่มเมื่ออายุ 1 ปี – 1 ปี 6 เดือน และมักจะทำได้ดีตอนอายุ 2 ปี หรือเด็กบางคนอาจจะมาฝึกตอนอายุ  2 ปี และนั่งกระโถนได้เองตอนอายุ 3 ปี หรือบางคนอาจทำได้เมื่อโตกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมและสัญญาณต่าง ๆ ที่แสดงออกมาทั้งทางร่างกาย การสื่อสาร และความต้องการของลูก ไม่ควรเกิดจากการบังคับลูก 8 สัญญาณที่บอกว่าลูกพร้อมนั่งกระโถนเองได้แล้ว 7 เทคนิคฝึกลูกขับถ่าย […]

เปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง ข้อดีและข้อเสีย เครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV ไขข้อข้องใจกับคำถามที่ว่า เครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV ต่างกันตรงไหน? Prince & Princess มาเปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง ข้อดีและข้อเสีย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่ใส่ใจในเรื่องความสะอาดของลูกน้อย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเครื่องทำความสะอาดฆ่าเชื้อขวดนม ภาชนะ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทุกบ้านต้องมี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไว้เป็นแนวทางในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดค่ะ เราฆ่าเชื้อด้วยวิธีต่างกัน ตู้อบ UV : เราใช้รังสี UV ที่เลียนแบบธรรมชาติ ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9% ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ใช้หลอดสังเคราห์รังสี UV-C 2 หลอด เครื่องนึ่งขวดนม : ส่วนเราใช้ไอน้ำ และความร้อนในการฆ่าเชื้อโรคจ้า ตู้อบ UV มีใบรับรองผลวิจัย ว่าฆ่าเชื้อโรคได้จริงๆนะ วิธีการทำงานเราก็ไม่เหมือนกัน เครื่องนึ่งขวดนม : ตู้อบเราทำงานไม่เหมือนกันเรอะ เธอทำงานยังไงบ้างนะ ? ตู้อบ UV : ใช่จ้า ไปดูกันเถอะว่า เราทำงานยังไงดี 4 […]

อายุครรภ์คืออะไรกันนะ? เมื่อตั้งท้อง สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็คือ “ท้องกี่เดือน” หรือ “คลอดเมื่อไหร่” การที่เราจะตอบคำถามพวกนี้ได้นั้นเราจะต้องทราบอายุครรภ์ของเราก่อนค่ะ พูดง่าย ๆ อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่ลูกของเราได้อยู่ในท้องของเรามา แต่ถ้าหากจะพูดให้ดูมีหลักการหน่อยแล้ว อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่นับตั้งแต่วันแรกของรอบเดือนล่าสุดของเรามาจนถึงปัจจุบัน โดยทั่วไปแล้วนั้น อายุครรภ์ที่นับจนถึงกำหนดคลอดควรจะเท่ากับ 40 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ เราจะรู้อายุครรภ์ของเราได้อย่างไร? 1. การตรวจภายในโดยวัดขนาดของมดลูก ฟังดูน่ากลัวนิดนึงใช่มั้ยคะ วิธีนี้สามารถกะอายุครรภ์โดยประมาณของคุณแม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แม่นยำเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่าเด็กแต่ละคนตัวใหญ่เล็กไม่เท่ากัน อาจมีคลาดเคลื่อนบ้าง 2. การอัลตราซาวด์ วิธีการตรวจแบบนี้จะตรวจได้เมื่อตอนอายุครรภ์สัก 5-6 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนถ้าอยากได้ผลแม่น ๆ หน่อยก็อาจจะมาตรวจช่วง 8-18 สัปดาห์ก็ได้นะ สำหรับวิธีนี้คุณหมอก็จะใช้วิธีการวัดขนาดของมดลูกเช่นกัน แต่จะเป็นการวัดผ่านการทำอัลตราซาวด์ แม้จะไม่ได้ตรงเป๊ะแบบ 100% แต่ก็ไม่คลาดเคลื่อนมากค่ะ 3. การนับรอบเดือน การนับรอบเดือนจะสามารถใช้ได้กับคุณแม่ที่มีรอบเดือนแบบมาสม่ำเสมอ ตรงกันทุกเดือน สามารถนับได้โดยการนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด ให้ถือว่าวันนั้นเป็นวันแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ วันนี้คุณแม่ไปพบคุณหมอครั้งแรก คุณหมอจะประเมินวันคลอดคร่าว ๆ ด้วยการนับรอบเดือนแบบนี้แหละ เพราะงั้นทางที่ดี เราควรจะจดรอบเดือนของเราทุกเดือนนะ เราทราบอายุครรภ์กันเพื่ออะไร? การทราบอายุครรภ์นั้นมีประโยชน์แน่นอนค่ะ อย่างแรกคือเราก็จะทราบได้ว่าเราจะคลอดเมื่อไหร่หรือประมาณช่วงไหน จะได้เตรียมตัวได้ถูก […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid