เครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV ต่างกันยังไงนะ!

เปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง ข้อดีและข้อเสีย เครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV

ไขข้อข้องใจกับคำถามที่ว่า เครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV ต่างกันตรงไหน? Prince & Princess มาเปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง ข้อดีและข้อเสีย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่ใส่ใจในเรื่องความสะอาดของลูกน้อย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเครื่องทำความสะอาดฆ่าเชื้อขวดนม ภาชนะ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทุกบ้านต้องมี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไว้เป็นแนวทางในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดค่ะ

เราฆ่าเชื้อด้วยวิธีต่างกัน

ตู้อบ UV : เราใช้รังสี UV ที่เลียนแบบธรรมชาติ ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9% ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ใช้หลอดสังเคราห์รังสี UV-C 2 หลอด

เครื่องนึ่งขวดนม : ส่วนเราใช้ไอน้ำ และความร้อนในการฆ่าเชื้อโรคจ้า

ตู้อบ UV มีใบรับรองผลวิจัย ว่าฆ่าเชื้อโรคได้จริงๆนะ

  • Escherichia coli : เชื้ออิโคไลทำให้เกิดอาการท้องเสีย
  • Salmonella Typhimurium ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน
  • Pseudomongs Aeruginosa เชื้อโรคที่ทำให้เกิดอาการปอดบวม
  • Staphylococus Aureus แบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ

วิธีการทำงานเราก็ไม่เหมือนกัน

เครื่องนึ่งขวดนม : ตู้อบเราทำงานไม่เหมือนกันเรอะ เธอทำงานยังไงบ้างนะ ? ตู้อบ UV : ใช่จ้า ไปดูกันเถอะว่า เราทำงานยังไงดี

  1. ล้างขวดนมก่อนนะ
  2. เติมน้ำลงในเครื่องตามที่กำหนด
  3. ประกอบเครื่องใส่ขวดนมลงไป
  4. กดเปิดเครื่องแล้ว กดฆ่าเชื้อไอน้ำ
  5. กดปุ่มเป่าแห้งเสร็จแล้วนำออกมาใช้งานได้เลย

4 ขั้นตอนง่ายๆ แบบนี้นะ

  1. ล้างภาชนะให้สะอาด
  2. วางขวดนมหงายขึ้นในตู้อบ
  3. กดปุ่ม Auto ขั้นตอนเดียว อบแห้ง ฆ่าเชื้อ ระบายกลิ่นอับ
  4. สะอาดพร้อมใช้งาน

การอบแห้งเราก็ต่างกันจ้า

เครื่องนึ่งขวดนม : ของเราเป็นแบบเป่าแห้งในขั้นตอนสุดท้าย ใช้พัดลมดูดอากาศจากภายนอกมาเป่าแห้ง แต่มีเฉพาะบางรุ่นเท่านั้นนะ

ตู้อบ UV : เราใช้รังสีอินฟาเรด อบแห้งในขั้นตอนแรก มั่นใจได้เลย ไม่มีเชื้อโรค หลุดรอดเข้ามาได้

ฆ่าเชื้อของใช้อะไรได้บ้าง

เครื่องนึ่งขวดนม : เราใส่ได้แต่ขวดนมนะ แล้วเธอหล่ะ?

ตู้อบ UV : เราฆ่าเชื้อของได้หลากหลายทั้งขวดนม ของเล่น ตุ๊กตา โทรศัพท์มือถือ ยังเอามาฆ่าเชื้อได้เลยจ้า

ดูแลรักษายังไงได้บ้างนะ

ตู้อบ UV : ดูแลเราไม่ยากเลย ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดแล้วตามด้วยผ้าแห้งก็พอแล้วจ้า

เครื่องนึ่งขวดนม : ใช้เราไปสักพักจะมีคราบตะกรัน ต้องใช้น้ำยาขจัดหินปูนทำความสะอาดเราบ่อยด้วยนะ ตู้อบเธอดูแลง่ายจัง!

สรุปกันหน่อยดีกว่า ว่าเครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV ต่างกันตรงไหน?

สามารถสอบถามได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาและแนะนำได้อย่างถูกต้อง ได้ที่

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

แม่ท้องต้องตรวจคัดกรองอะไร ใน 3 ไตรมาส เมื่อรู้ว่ากำลังตั้งครรภ์ คุณแม่เคยสงสัยไหมว่าตลอดเวลา 9 เดือนที่ลูกน้อยอยู่ในท้องนั้น ต้องตรวจอะไรบ้าง แม้กระทั่งในวันไปฝากครรภ์คุณหมอก็จะต้องขอตรวจหลายอย่างจากคุณแม่ เพื่อตรวจเช็กสุขภาพ โรคประจำตัว และความเสี่ยงต่างๆ เพื่อการดูแลให้คุณแม่มีครรภ์คุณภาพตลอดเวลา เราจึงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองต่างๆ เพื่อสุขภาพคุณแม่และลูกน้อยตลอด 3 ไตรมาส เพื่อให้คุณแม่ได้รู้ว่าในแต่ละช่วงของการตั้งครรภ์ จะต้องเข้ารับการตรวจอะไร ควรจะเลือกตัดสินใจตรวจแบบไหน รวมถึงการตรวจคัดกรองต่างๆ มีข้อดีข้อเสียอย่างไร เหมาะกับคุณแม่วัยไหนบ้าง แม่ท้องต้องตรวจอะไร? จำเป็นแค่ไหนนะ? การตรวจคัดกรองและตรวจเช็กสุขภาพต่างๆ ของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ถือเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลของการตรวจต่างๆ จะช่วยประเมินสุขภาพและความปลอดภัยทั้งของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ได้รู้ถึงความเสี่ยงต่างๆ ในขณะตั้งครรภ์  ได้ตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โรคภัยแทรกซ้อนในขณะตั้งครรภ์ ภาวะอันตรายที่อาจเกิดขึ้น ประเมินอายุครรรภ์และการคลอด รวมถึงยังทำให้ได้รู้ความเสี่ยงอาการดาวน์หรือความผิดปกติของโครโมโซมอื่นๆ ที่สำคัญ ตลอดจนได้รู้โครโมโซมเพศของลูกน้อยในครรภ์อีกด้วย ซึ่งการตรวจต่างๆ นี้จะช่วยให้คุณแม่สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง ดูแลสุขภาพลูกน้อยให้แข็งแรงได้ดี และคุณหมอจะยังสามารถให้คำแนะนำคุณแม่ในการปฏิบัติตัว การดูแลรักษาโรคภัยต่างๆ และให้คำแนะนำคุณแม่ในการตัดสินใจคลอดอีกด้วย  เรียกว่าหากคุณหมอแนะนำให้คุณแม่ตรวจอะไร ควรตัดสินใจและเชื่อมั่นในหมอและตัวเองไว้ดีที่สุดค่ะ การตรวจคัดกรองคุณแม่ตั้งครรภ์ 1-3 เดือน (14 สัปดาห์แรก) คุณแม่จะต้องถูกซักประวัติ ตรวจปัสสาวะ เจาะเลือด เพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ […]

เชื่อว่าคุณแม่หลายๆคนคงอยากให้ลูกน้อยปลอดภัยโชคดีกันทั้งนั้น วันนี้ Baby Gift ขอเอาใจคุณแม่สายมู หยิบข้อมูลเครื่องรางยอดฮิตสำหรับลูกน้อยมาฝากค่ะ เราลองไปดูพร้อมๆกันเลยว่า Lucky item เพิ่มสีสันให้ลูกน้อยแถมยังคุ้มครองทางใจคุณแม่ ไปดูกันเลย ตาข่ายดักฝัน หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า Dreamcatcher ในสมัยก่อนชาวอินเดียนแดงสร้างเครื่องรางชิ้นนี้ขึ้นมา เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันฝันร้ายให้สลายหายไป จึงหันมานิยมห้อยไว้เหนือเปลเด็กเพราะหวังว่าจะช่วยทำให้ลูกน้อยปลอดภัยและนอนหลับฝันดี ซึ่งยังเป็นการช่วยส่งเสริมพัฒนาการของลูกน้อยได้เป็นอย่างดี เพราะสายตาเด็กที่จับจ้องมองการแกว่งไกวของตาข่ายดักฝันนั้น จะช่วยทำให้ลูกน้อยมีพัฒนาการการเรียนรู้ทางสายตาและกล้ามเนื้อมัดเล็กได้เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันยังทำให้คุณแม่อุ่นใจเมื่อมีเครื่องรางช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย อเมทิสต์หินนำโชค ตามความเชื่อของหินนำโชคนั้น หินสีม่วงจะช่วยปกป้องให้ลูกน้อยปลอดภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป เสริมพลังบวกและดึงดูดสิ่งดีๆนำความโชคดีมาให้เด็กๆ อีกทั้งยังช่วยทำให้ลูกน้อยหลับสบาย เพราะเชื่อว่าหินจะมีคลื่นพลังงานแห่งความสุขปล่อยออกมาช่วยทำให้ลูกน้อยนอนหลับฝันดีหรือมีความสุขนั่นเอง แต่อย่างไรก็ตามเพื่อ คุณแม่ควรวางไว้ในจุดที่ลูกน้อยไม่สามารถหยิบจับหรือเอื้อมถึงได้ เพื่อลดความเสี่ยงที่ลูกน้อยจะเผลอหยิบเข้าปาก และอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ถุงนำโชค อีกหนึ่งเครื่องรางจากวัดดังที่ฮอกไกโด เครื่องรางชิ้นนี้เป็นถุงผ้าสีชมพู ปักตัวอักษรด้วยดิ้นสีทอง และปักรูปแมว 2 ตัว พกเพื่อนำโชค เพราะเชื่อกันว่าจะช่วยปกป้องสิ่งชั่วร้ายจากลูกน้อย สุขภาพแข็งแรง และยังช่วยให้เด็กเติบโตมีสุขภาพที่แข็งแรงในอนาคตด้วย นอกจากจะคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังช่วยคุ้มครองคุณแม่อีกด้วย กำไลข้อเท้า คนไทยสมัยก่อนมักซื้อมาไว้รับขวัญหลาน เพราะเชื่อกันว่าการใส่กำไลข้อเท้าให้เด็กนั้นจะช่วยคุ้มครองให้ลูกน้อยปลอดภัย สุขภาพแข็งแรง แต่ความจริงนั้นอาจเป็นเพียงกุศโลบายในการเลี้ยงเด็ก เพราะกำไลข้อเท้าเด็กส่วนมากจะมีกระดิ่งห้อยอยู่ด้วย เมื่อพ่อแม่ได้ยินเสียงจะทำให้รู้ว่าลูกนอนอยู่หรือตื่นแล้ว อีกทั้งยังสามารถตามหาลูกน้อยว่าอยู่ที่ไหนได้จากเสียงกระดิ่งอีกด้วย เรียกได้ว่า ทั้งเสริมดวงให้ลูกน้อยปลอดภัยแล้วยังได้ใช้ประโยชน์ไปพร้อมๆกัน ถึงอย่างไรก็ตาม กำไลข้อเท้าควรทำมาจากวัสดุที่มีคุณภาพ […]

สำหรับ Working Women หลายๆ คน การทำงานก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง และเป็นความสุขในการใช้ชีวิต แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไป มีครอบครัว มีลูกขึ้นมาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วถ้าเราขับรถเป็นประจำ พอท้องแล้วยังจะขับรถได้อยู่มั้ย ในบทความนี้ BabyGift จะมานำเสนอเรื่องเกี่ยวกับคนท้องขับรถได้มั้ย และคำแนะนำต่างๆ เพื่อให้คุณแม่อุ่นใจกันมากขึ้นค่ะ   คนท้องขับรถได้ไหม ? ชวนคุณแม่ดูคำแนะนำ ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยก่อนขับรถ  ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ คุณแม่มักจะเผชิญกับคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ “คนท้องขับรถได้ไหม?” คำถามนี้มักสร้างความกังวลให้กับคุณแม่หลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ การตัดสินใจว่าจะขับรถหรือไม่ในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงข้อควรระวังและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินใจที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เราลองมาดูรายละเอียดกันค่ะ  คนท้องขับรถได้ไหม ?   โดยทั่วไปหากมีความจำเป็นคนท้องสามารถขับรถได้นะคะ แต่หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงดีกว่า โดยไม่ควรขับรถในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจมีอาการแพ้ท้องกะหันทัน จนไม่สามารถโฟกัสที่การขับขี่ได้ดีเท่าที่ควร (อ่านเคล็ดลับลดอาการแพ้ท้องของคุณแม่เพิ่มเติมได้อีกนะคะ) และในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน ควรงดขับรถโดยเด็ดขาด เนื่องจากครรภ์ใหญ่ขึ้น หากเบรกกระทันหันอาจทำให้ท้องกระแทกพวงมาลัยได้ อีกทั้งเป็นช่วงเวลาของการเตรียมตัวคลอด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหากจำเป็นต้องขับรถ BabyGift มีคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยมาฝากดังนี้ค่ะ    คำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อคนท้องต้องขับรถ  คนท้องขับรถมอไซค์อันตรายไหม […]

คุณแม่มือใหม่ หลายท่านอาจรู้สึกกังวลเมื่อสังเกตเห็นผิวของลูกน้อยลอกเป็นขุยหรือมีอาการแห้งสาก นั่นเป็นเพราะทารกผิวแห้งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย เนื่องจากผิวของทารกนั้นบอบบางกว่าผู้ใหญ่อย่างมาก การทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีดูแลที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุด BabyGift ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องสินค้าแม่และเด็ก เข้าใจดีว่าการดูแลผิวบอบบางของลูกรักนั้นละเอียดอ่อนแค่ไหน เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้น และเสริมสร้างให้ผิวลูกน้อยแข็งแรง ทำไมผิวทารกถึงบอบบางและแห้งง่ายกว่าผู้ใหญ่ โครงสร้างชั้นผิวหนังของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่และมีความบางกว่าผิวผู้ใหญ่หลายเท่าตัว ทำให้ผิวทารกสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งยังไวต่อการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ สารเคมี หรือการเสียดสี โครงสร้างผิวบอบบางที่ไม่แข็งแรงนี้เองที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และเกิดปัญหาผิวแห้งลอกได้มากกว่าผู้ใหญ่ สาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้งและลอก อาการทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอก มักเกิดจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยภายในและภายนอก โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุหลัก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบดังนี้ สภาพอากาศหรือห้องแอร์ที่แห้ง การที่ลูกน้อยต้องอยู่ในห้องปรับอากาศที่แห้งเป็นเวลานาน หรือการสัมผัสกับสภาพอากาศที่เย็นจัด จะดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอกได้ง่ายมาก เพราะผิวที่บางอยู่แล้วไม่สามารถต้านทานการสูญเสียน้ำจากสภาพแวดล้อมที่แห้งได้ การอาบน้ำบ่อยหรือใช้น้ำอุ่นจัดเกินไป การอาบน้ำที่นานเกินไป หรือการใช้น้ำอุ่นจัดถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ น้ำอุ่นจะชะล้างน้ำมันที่เคลือบผิวออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น และทำให้ทารกผิวแห้งได้ง่าย แม้จะเป็นเพียงการอาบน้ำในชีวิตประจำวันก็ตาม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ไม่เหมาะสม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง เช่น สบู่ที่มีค่า pH เป็นด่างสูง มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ จะทำลายสมดุลและเกราะป้องกันของผิวบอบบางทารกอย่างรวดเร็ว […]

หลากหลายฟังก์ชั่น ช่วงอายุการใช้งานยาวนาน รองรับเด็กมีความสูง 76 ถึง 150 ซมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย I-size R 129 และการรับรองจากสภาบันชั้นนำ เบาะกว้าง นั่งสบาย นุ่มกว่าที่เคยสัมผัสรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐาน  ECE R44-04และการทดสอบจากสถาบันชั้นนำในยุโรป พกพาสะดวก ติดตั้งง่ายรองรับเด็กน้ำหนัก 15 ถึง 36 กิโลกรัมผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ECE R44-04 

หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎหมายคาร์ซีท เกี่ยวกับเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี หรือสูงไม่เกิน 135 ซม. ผู้ปกครองต้องจัดหาที่นั่งพิเศษให้สำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) เพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หากไม่ทำตามกฏหมายก็จะถูกปรับ 2,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วันข้างหน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้ เมื่อมี กฎหมายคาร์ซีท ออกมาแล้วคุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็ต้องมองหาคาร์ซีทให้ลูกอย่างจริงจังเลยใช่ไหมคะ แล้วคาร์ซีทแบบไหนเหมาะสำหรับลูกเรา แบบไหนปลอดภัยกว่า วันนี้ Baby Gift ได้รวบรวมข้อมูลมาให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมความพร้อมแล้วค่ะ ไปดูกันเลย หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎหมายคาร์ซีท เกี่ยวกับเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี หรือสูงไม่เกิน 135 ซม. ผู้ปกครองต้องจัดหาที่นั่งพิเศษให้สำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) เพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หากไม่ทำตามกฏหมายก็จะถูกปรับ 2,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วันข้างหน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน 2565 […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid