10 เครื่องอบขวดนม รุ่นแนะนำ ที่อบขวดนม UV ยี่ห้อไหนดีที่สุด ปี 2026
การดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยเป็นหัวใจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขวดนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับปากของเบบี๋โดยตรง ในยุคที่เชื้อโรคมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ การเลือกที่อบขวดนมคุณภาพสูงจึงเป็นหนึ่งในลิสต์ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างที่จำเป็นอย่างมาก วันนี้ BabyGift จะพาไปเจาะลึก 10 อันดับ เครื่องอบขวดนม รุ่นยอดฮิตที่จะมาตอบโจทย์ความสะอาดปลอดภัยในปี 2026 นี้
ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV

ในปัจจุบัน เครื่องอบขวดนมระบบ UV-C ได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้สูงถึง 99.9% โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนระบบไอน้ำแบบเดิม ข้อดีคือช่วยถนอมอายุการใช้งานของจุกนมและขวดนมพลาสติกไม่ให้ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพเร็ว ที่สำคัญ ที่อบขวดนมระบบนี้ยังทำงานแบบแห้งสนิท ลดปัญหากลิ่นอับชื้นและการเกิดเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คุณแม่มั่นใจในความสะอาดได้ทุกครั้งที่ใช้งาน
เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV เหมาะกับใคร?
แม้ว่า เครื่องอบขวดนมจะมีหลายระบบ แต่ระบบ UV นั้นถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความสะดวกสบาย ซึ่งเหมาะสำหรับ
- คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย
- ครอบครัวที่มีอุปกรณ์หลากหลายที่ต้องฆ่าเชื้อ ไม่ใช่แค่ขวดนม เช่น ของเล่นยาง, แปรงสีฟัน หรือโทรศัพท์มือถือ
- ผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา เพราะเครื่องมักมีระบบเก็บปลอดเชื้อ (Storage) ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- คุณแม่ที่ใช้ เครื่องปั๊มนม เป็นประจำ เพราะสามารถนำอุปกรณ์ปั๊มนมมาอบฆ่าเชื้อได้โดยไม่ทำลายวัสดุซิลิโคน
รวมสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบขวดนม
ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ ที่อบขวดนม สักเครื่อง ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด
- ระบบการทำงาน: เลือกระหว่างระบบไอน้ำที่เน้นความรวดเร็ว หรือระบบ UV ที่เน้นความอเนกประสงค์และการถนอมอุปกรณ์
- ความจุ: พิจารณาจากจำนวนขวดนมที่ใช้ต่อวัน หากมีลูกแฝดหรือใช้ขวดเยอะ ควรเลือกขนาด 17-20 ลิตรขึ้นไป
- ฟังก์ชันเสริม: เช่น การอุ่นนม, การอบแห้ง, หรือระบบกำจัดกลิ่นอับ (Deodorization)
- มาตรฐานความปลอดภัย: ต้องผลิตจากวัสดุ Food Grade, BPA Free และมีใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ
แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026

มาดูกันว่าในปี 2026 นี้ มีที่อบขวดนมรุ่นไหนบ้างที่ครองใจคุณพ่อคุณแม่และคุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย
1. เครื่องนึ่งขวดนม STEAM & DRY – PRINCE & PRINCESS

รุ่นยอดฮิตที่ทำได้มากกว่าการนึ่ง เพราะมาพร้อม 8 โหมดอัจฉริยะ จุได้เยอะและจัดระเบียบง่าย
- จุดเด่น: นึ่งฆ่าเชื้อรอบทิศทาง 360 องศา และจัดเก็บปลอดเชื้อได้นานถึง 48 ชั่วโมง
- ฟังก์ชันเสริม: สามารถอุ่นนม, นึ่งอาหาร และทำโยเกิร์ตได้ในเครื่องเดียว
2. เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS

ตอบโจทย์คุณแม่ที่ต้องการความรวดเร็วในการเตรียมนมให้ลูกพร้อมทาน
- จุดเด่น: อุ่นนมได้พร้อมกัน 2 ขวด โดยควบคุมอุณหภูมิแม่นยำไม่เกิน 37 องศา เพื่อรักษาคุณค่าน้ำนม
- ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดละลายน้ำแข็งสำหรับนมแม่แช่แข็ง และโหมดนึ่งฆ่าเชื้อขนาดพกพา
3. PHILIPS AVENT เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม พร้อมอบแห้ง SCF293/00
แบรนด์ที่ทั่วโลกไว้วางใจ มาพร้อมดีไซน์ปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามการใช้งาน
- จุดเด่น: ฆ่าเชื้อและอบแห้งเสร็จสรรพใน 40 นาที พร้อมระบบกรองอากาศให้สะอาดก่อนเข้าเครื่อง
- ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อได้นาน 24 ชั่วโมงหากไม่เปิดฝา
4. Prince & Princess Baby UV Sterilizer Gen 3

ที่สุดของ ที่อบขวดนม ระบบ UV ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย
- จุดเด่น: ความจุขนาดใหญ่ 20 ลิตร อบได้สูงสุด 20 ขวด และใช้หลอด UV-C จาก Philips 2 หลอด
- ฟังก์ชันเสริม: มีระบบกรองฝุ่น PM 2.5 และโหมดอบแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อถนอมขวดนม
5. Glowy Star เครื่องนึ่งขวดนม อบฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี
รุ่นที่เน้นความคุ้มค่าและความอเนกประสงค์ในการใช้งานภายในบ้าน
- จุดเด่น: ความจุ 17 ลิตร อบฆ่าเชื้อซ้ำทุก 2 ชั่วโมงต่อเนื่องได้นานถึง 72 ชั่วโมง
- ฟังก์ชันเสริม: แผ่นกรองคาร์บอนช่วยลดกลิ่นอับ และชั้นวางปรับระดับได้อิสระ
6. Dodolove เครื่องนึ่งขวดนมพร้อมอบแห้ง
ดีไซน์มินิมอล ใช้งานง่าย ราคาเข้าถึงได้ เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่
- จุดเด่น: ระบบอบแห้งรอบทิศทางทำให้ขวดนมแห้งสนิทรวดเร็ว ลดการสะสมของแบคทีเรีย
- ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดหรี่แสงหน้าจอกลางคืน ไม่รบกวนการนอนของลูกน้อย
7. Camera เครื่องนึ่งขวดนม UV-C พร้อมอบลมร้อน
แบรนด์คุณภาพที่อยู่คู่พ่อแม่ชาวไทยมานาน พร้อมเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อที่ทันสมัย
- จุดเด่น: ทำงานเงียบเพียง 40 เดซิเบล และมีระบบฉายรังสี UV ซ้ำอัตโนมัติ
- ฟังก์ชันเสริม: อบแห้งด้วยลมร้อนเลือกระยะเวลาได้ และจุของใช้ส่วนตัวได้หลากหลาย
8. Doudou เครื่องนึ่งขวดนมระบบไอน้ำ
เน้นความเรียบหรูและการใช้งานที่สะดวกผ่านหน้าจอสัมผัส
- จุดเด่น: แยกชั้นวางขวดนมและจุกนมชัดเจน จุได้สูงสุด 10 ขวด ทำงานด้วยระบบไอน้ำแรงดันสูง
- ฟังก์ชันเสริม: ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำแห้ง และโหมดอุ่นอาหารนาน 12 ชั่วโมง
9. Nanny กล่องนึ่งขวดนมไมโครเวฟ
ทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่เน้นความรวดเร็วและราคาประหยัดที่สุด
- จุดเด่น: ใช้เวลาฆ่าเชื้อเพียง 6-8 นาที โดยอาศัยพลังงานจากไมโครเวฟ ขนาดกะทัดรัดพกพาง่าย
- ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อนาน 24 ชั่วโมง (หากไม่เปิดฝา) และแถมฟรีที่คีบขวดนม
10. Pappu เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมด้วยไมโครเวฟ
ผลิตจากวัสดุปลอดสาร BPA 100% มั่นใจได้ในความปลอดภัยของลูกน้อย
- จุดเด่น: ใช้งานง่ายเพียงเติมน้ำและนำเข้าไมโครเวฟ มีตัวล็อกฝาปิดแน่นหนาป้องกันไอน้ำลวก
- ฟังก์ชันเสริม: ออกแบบช่องวางฝาครอบจุกนมโดยเฉพาะ ทำให้จัดเรียงอุปกรณ์ได้เป็นระเบียบ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญของเครื่องอบขวดนมทั้ง 10 รุ่น
| รุ่น / ยี่ห้อ | ระบบฆ่าเชื้อ | ความจุ | ฟังก์ชันอบแห้ง | จุดเด่นพิเศษ |
| 1. PRINCE & PRINCESS (Steam) | ไอน้ำ | 14 | มี | 8 โหมด, เก็บปลอดเชื้อ 48 ชม. |
| 2. PRINCE & PRINCESS (Warmer) | ไอน้ำ | 2 | – | อุ่นนมแม่ 37°C, พกพาง่าย |
| 3. PHILIPS AVENT | ไอน้ำ | 6 | มี | ระบบกรองอากาศ, เสร็จใน 40 นาที |
| 4. PRINCE & PRINCESS (UV Gen 3) | UV-C | 20 | มี | จุเยอะสุด, กรองฝุ่น PM 2.5 |
| 5. Glowy Star | UV-C | 12 | มี | เก็บปลอดเชื้อนาน 72 ชม. |
| 6. Dodolove | ไอน้ำ | 6-8 | มี | อบแห้งรอบทิศทาง, ราคาย่อมเยา |
| 7. Camera | UV-C | 12 | มี | ทำงานเงียบ, อบของใช้ส่วนตัวได้ดี |
| 8. Doudou | ไอน้ำ | 10 | มี | หน้าจอ LED สัมผัส, แยกชั้นชัดเจน |
| 9. Nanny | ไมโครเวฟ | 5 | ไม่มี | ประหยัดเวลา, เหมาะสำหรับพกพา |
| 10. Pappu | ไมโครเวฟ | 4 | ไม่มี | วัสดุ BPA Free, ใช้ง่ายมาก |
สรุปบทความ
การเลือกที่อบขวดนม หรือเครื่องอบขวดนมที่เหมาะสม จะช่วยลดภาระและเพิ่มความอุ่นใจให้กับคุณแม่ได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นระบบ UV ที่ทันสมัยหรือระบบไอน้ำที่รวดเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดและมาตรฐานความปลอดภัย ที่ BabyGift เราเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่และพร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอ เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กเกรดพรีเมียม ตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด ไปจนถึงเครื่องปั๊มนม และเครื่องอบฆ่าเชื้อ เพื่อให้ทุกโมเมนต์การเลี้ยงลูกของคุณเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขจากของขวัญที่ดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่อบขวดนม
ที่อบขวดนม UV จำเป็นต้องเปลี่ยนหลอดไฟบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนหลอด UV-C ทุก ๆ 1 ปี หรือตามชั่วโมงการใช้งานที่ระบุข้างกล่อง (ประมาณ 6,000 ชั่วโมง) เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคให้คงที่
ที่อบขวดนม ระบบไอน้ำกับ UV แบบไหนสะอาดกว่ากัน?
ทั้งสองระบบฆ่าเชื้อได้ 99.9% เช่นเดียวกัน แต่ UV จะได้เปรียบตรงที่อบอุปกรณ์อื่นที่ทนความร้อนไม่ได้ (เช่น ของเล่นอิเล็กทรอนิกส์) และไม่มีปัญหาเรื่องคราบตะกรันน้ำในเครื่อง
ถ้าใช้เครื่องนึ่งแบบไมโครเวฟ ขวดนมจะยังสะอาดอยู่ได้นานแค่ไหน?
หากยังไม่เปิดฝากล่องออก ขวดนมจะคงสภาพปลอดเชื้อได้นานประมาณ 24 ชั่วโมง แต่หากเปิดแล้วควรใช้งานทันทีเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากอากาศภายนอก
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้คาร์ซีทมือสอง โดย หมอวิน เพจ #เลี้ยงลูกตามใจหมอ ว่าด้วยเรื่องความปลอดภัยของคาร์ซีท #คาร์ซีทมือสอง ตามที่พ่อหมอเคยเขียนเรื่องการเลือกซื้อคาร์ซีทไว้แล้วตั้งแต่ตอนเปิดเพจครับ คลิกอ่านได้ครับที่ https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1318721458224835&substory_index=0&id=1312969582133356 ก็เริ่มมีลูกเพจเริ่มถามเรื่อง “การซื้อคาร์ซีท” ในหัวข้อนอกเหนือจากคำถามเบื้องต้นครับ โดยเฉพาะเรื่อง “การซื้อคาร์ซีทมือสอง” หรือ “คาร์ซีทเก่า” ตามคำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมาร ฯ ของสหรัฐอเมริกา … บอกไว้ว่า
เมื่อแม่ท้องปวดเมื่อย ไปนวดได้ไหม อันตรายหรือเปล่า? สารพันอาการปวดเมื่อย เป็นเรื่องธรรมดาที่มักเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ร่างกายมีการปรับเปลี่ยน ร่วมกับการรับน้ำหนักท้องที่ใหญ่ มดลูกที่ขยายและน้ำหนักตัวลูกน้อย ทำให้คุณแม่ท้องมีอาการปวดขา ปวดหลัง ปวดเข่า ปวดเท้าต่างๆ ร่วมกับการปวดเมื่อยเนื้อตัวในการใช้ชีวิตประจำวัน จนทำให้ปวดคอ ปวดบ่าไหล่กันได้อีก ด้วยความปวดเมื่อยหลายส่วนของแม่ท้องนี้ จึงทำให้คุณแม่หลายท่านคิดจะไปนวดเพื่อให้หายเมื่อยและผ่อนคลาย โดยอาจไม่รู้ว่าการนวดในช่วงตั้งครรภ์ มีข้อจำกัดและยกเว้นในบางเรื่อง ซึ่งหากคุณแม่ไปนวดโดยไม่ศึกษาหาข้อมูลหรือปรึกษาแพทย์ก่อน อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งคุณแม่และลูกน้อย ฉะนั้น…เพื่อคลายข้อข้องใจ เราจึงมาอธิบายเบื้องต้นให้คุณแม่ได้รู้ว่า แม่องจะนวดได้ไหม และการนวดแบบไหนเป็นข้อห้ามกันบ้าง แม่ท้อง นวดอะไรได้แค่ไหน? อาการปวดเมื่อยต่างๆ กับคุณแม่ตั้งครรภ์คือของคู่กัน เพราะร่างกายที่เปลี่ยนไป การต้องแบกรักน้ำหนักท้อง โดยต้องยืนแอ่นหลังเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้ จึงทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณหลัง และทำให้ขา ข้อเข่า และข้อเท้าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น ปวดขา ปวดน่อง โดยเฉพาะคุณแม่ท้องที่ต้องยืนนานๆ นอกจากนี้หากคุณแม่มีอาการปวดเมื่อยจากโรคข้อและกล้ามเนื้ออยู่แล้ว ในช่วงตั้งครรภ์อาจทำให้มีอาการรุนแรงขึ้นได้ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่อยากนวด แม่ท้องนวด มีทั้งประโยชน์และโทษพร้อมกัน เนื่องจากมีข้อมูลจากการศึกษาอยู่จำนวนหนึ่งที่บอกถึงประโยชน์ของการนวดในคุณแม่ตั้งครรภ์ นั่นคือ การนวดช่วยลดความปวดเมื่อย ลดอาการบวม ตะคริว ปวดศีรษะ คลายความเครียด ทำให้หลับสบาย หลับง่ายขึ้น และอารมณ์ดีขึ้น แต่การนวดในคุณแม่ตั้งครรภ์ […]
ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่าน ที่กำลังนับวันรอคอยได้เห็นหน้าลูกน้อย เชื่อว่าคุณแม่คงจะวางแผนและตั้งใจจะให้นมแม่แก่ลูกน้อยทันทีหลังคลอดทุกคน และน่าจะเตรียมของใช้สำหรับการเลี้ยงลูกน้อย บางคนอาจจะมองหาเครื่องปั๊มนม และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการให้นมแม่กันบ้างแล้วด้วย…จริงไหมคะ? แต่นอกจากการเตรียมของใช้เพื่อให้นมแม่แล้ว คุณแม่ต้องไม่ลืมหันกลับมาสำรวจร่างกาย ด้วยการเช็กสุขภาพเต้านมและหัวนม ว่าพร้อมให้นมแม่ได้ทันทีหลังคลอดหรือไม่? มีส่วนไหนผิดปกติหรือมีปัญหาจนเป็นอุปสรรคในการให้นมแม่หรือเปล่า? เราจึงชวนคุณแม่ตั้งครรภ์มาเรียนรู้วิธีตรวจเช็กหัวนมและเต้านม พร้อมแนะนำข้อมูลในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้คุณแม่พร้อมให้นมลูกน้อยได้เต็มที่ทันทีหลังคลอดค่ะ ชวนแม่ท้อง…ตรวจหัวนมและเต้านมด้วยตัวเอง คุณแม่ตั้งครรภ์ควรตรวจลักษณะของเต้านมและหัวนมของตัวเอง เพื่อเช็กความผิดปกติของหัวนม ซึ่งบางครั้งคุณแม่อาจจะไม่ได้เคยสังเกตหรือรู้ว่าก่อนว่าลักษณะหัวนมของตัวเอง อาจมีปัญหาที่ส่งผลต่อการให้นมลูกน้อยได้ เช่น หัวนมบอด หัวนมสั้น หัวนมแบน หัวนมบุ๋ม รวมถึงหัวนมใหญ่ ซึ่งลักษณะหัวนมเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ และยิ่งคุณแม่แก้ไขได้เร็วเท่าไร ลูกน้อยก็จะได้รับคุณค่าจากนมแม่ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น ฉะนั้นมาสังเกตดูกันว่า หัวนมของคุณแม่เป็นแบบไหน และแบบไหนที่ผิดปกติ รู้ได้อย่างไรว่าหัวนมผิดปกติ คุณแม่สามารถตรวจสอบและสังเกตหัวนมได้ด้วยตัวเองว่าปกติหรือไม่ แบบไหนหัวนมสั้น หัวนมบอด เพื่อการแก้ไขปัญหาที่มีให้ได้ก่อนคลอดลูกน้อย ด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่ 1. ดูขนาดของหัวนมและเต้านม โดยมองด้วยตาเปล่าและสัมผัสคลำเพื่อสำรวจว่า มีก้อนผิดปกติในเต้านมหรือไม่ เต้านมดูไม่บิดเบี้ยว หัวนมไม่แตกเป็นรอยแยก มีหัวนมแบนราบหรือบุ๋มลงไปหรือเปล่า 2. Pinch Test คือการวางหัวแม่มือและนิ้วชี้ของคุณแม่ไว้ที่ฐานของหัวนมใกล้กับขอบลานนม จากนั้นค่อยๆ กดนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เข้าหากันเพื่อบีบหัวนมเบาๆ 2.1 Waller’s Test การวางมือบนเต้านมให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้คุณแม่ วางราบไปกับผิวหนัง […]
ของเล่นเด็ก เป็นไอเท็มที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการ ให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โดยของเล่นแต่ละแบบจะมีวิธีการเล่น การกระตุ้นให้ลูกน้อยใช้กล้ามเนื้อ ร่างกาย ประสาทสัมผัสที่ไม่เหมือนกัน การเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ให้ลูกน้อยได้ถูกต้องสมวัย จะช่วยให้เล่นได้สนุก และยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างแท้จริง เบบี้กิ๊ฟ เข้าใจแม่ ในความสงสัย และสับสนว่า ควรเลือกซื้อของเล่นชิ้นไหนดี เพราะทุกวันนี้มีของเล่นในท้องตลาดมากมาย ทั้งราคาถูก ไปจนถึงราคาแพง แบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย เบบี้กิ๊ฟ หาคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้ ของเล่นเด็ก วัยแรกเกิด – 6 เดือน วัยนี้ลูกน้อยจะใช้เวลาไปกับการนอนมากเป็นพิเศษ สลับกับการตื่นมาทานนมทุกๆ 3 ชั่วโมง ในช่วงระหว่างที่ลูกน้อยตื่นนอน สามารถส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กวัยนี้ได้ โดยเริ่มจาก การฝึกการมองเห็น ผ่านดวงตาโตใสแป๋ว โดยทารกวัยนี้มักจะชอบ มองสิ่งของที่ขยับไปมา เช่น โมบายหมุนได้ และดวงตาของทารกจะ มองเห็นสีที่ตัดกันชัดเจน เช่น สีดำ/ขาว เหลือง/แดง เพราะน้องๆจะยังไม่รู้จักสีพาสเทลเหมือนผู้ใหญ่ และการมองตัวเองแค่ในกระจก ก็เรียกเสียงหัวเราะจากน้องได้แล้วค่า โดยสามารถเลือกเป็น เพลเพน ที่มีโมบาย กระจก ตุ๊กตาห้อยให้ลูกน้อยนอนมองเล่นได้เพลินๆ ค่ะ ฉะนั้น การเลือกของเล่นที่มีสีสันฉูดฉาด บาดใจ จะเหมาะกับเด็กน้อยวันนี้มากๆ โดยวัสดุของเล่นนั้น ควรจะมีลักษณะเป็นผ้า อ่อนนุ่ม ซักทำความสะอาดได้ […]
การเริ่มต้นดูแลชีวิตใหม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โภชนาการเป็นสิ่งที่คุณแม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะผลไม้ที่คนท้องควรกิน ซึ่งเปรียบเสมือนคลังวิตามินจากธรรมชาติที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกและบำรุงสุขภาพคุณแม่ให้แข็งแรง การเลือกทานผลไม้อย่างถูกวิธีในช่วงตั้งครรภ์ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ แต่ยังช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในทุก ๆ วัน รวม 7 ผลไม้ที่คนท้องควรกิน เพื่อสารอาหารที่ดีที่สุด หากคุณแม่กำลังสงสัยว่า คนท้องควรกินผลไม้อะไรที่จะส่งผลดีที่สุดต่อลูกน้อยในครรภ์ วันนี้เราได้รวบรวม 7 สุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็น เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกทานของว่างที่มีประโยชน์และปลอดภัย ดังนี้ 1. ส้ม แหล่งโฟเลตและวิตามินซีช่วยบำรุงสมองทารก ส้มจัดเป็นอันดับต้น ๆ ของผลไม้ที่คนท้องควรกิน เพราะอุดมไปด้วยโฟเลต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความพิการทางสมองและระบบประสาทของทารก นอกจากนี้ วิตามินซีสูงในส้มยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คุณแม่ และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้ดียิ่งขึ้น ลดภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี 2. กล้วย มีโพแทสเซียมสูงช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ดี กล้วยเป็นตัวช่วยชั้นยอดสำหรับคุณแม่ที่ประสบปัญหาแพ้ท้องหรือตะคริว เนื่องจากมีโพแทสเซียมและวิตามินบี 6 สูง ซึ่งช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุในร่างกายและลดอาการคลื่นไส้ได้ อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกที่คุณแม่มักพบเจอจากการที่มดลูกขยายตัวไปกดทับลำไส้ใหญ่ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้คล่องตัวขึ้น 3. อะโวคาโด ให้ไขมันดีและโฟเลตสูงสุดในกลุ่มผลไม้ หากถามว่า คนท้องควรกินผลไม้อะไร เพื่อบำรุงหัวใจและสมอง อะโวคาโดคือคำตอบ เพราะอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Healthy Fats) ที่จำเป็นต่อการพัฒนาเนื้อเยื่อสมองของลูกน้อย นอกจากนี้ยังมีโฟเลตสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น ช่วยป้องกันภาวะบกพร่องของไขสันหลัง และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่อีกด้วย 4. ฝรั่ง อุดมด้วยวิตามินซีและใยอาหารช่วยการขับถ่าย […]
ทารกแรกเกิดถึง 28 วัน เป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวอย่างมาก จากที่อยู่ในท้องคุณแม่อย่างอบอุ่นถึง 9 เดือน ออกมาเจอสภาพแวดล้อมภายนอก คุณแม่จึงจำเป็นที่ต้องดูแลอย่างอ่อนโยนเลยนะคะ อย่าง วิธีอาบน้ำทารก เรื่องดูแลทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยค่ะ วิธีอาบน้ำทารก ควรอาบน้ำวันละกี่ครั้ง คุณแม่มือใหม่ คุณพ่อมือใหม่ คงมีคำถามคาใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่ไหมคะ ว่าทารกแรกเกิดควรอาบน้ำเช้า-เย็นหรือไม่ จริง ๆ แล้วเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 เดือน ควรจะอาบแค่วันละ 1 ครั้ง อาบในช่วงสายหรือบ่ายของวันเลยค่ะ และเด็กอายุ 1 เดือนขึ้นไปสามารถอาบน้ำได้วันละ 2 ครั้ง ส่วนการสระผมเด็กแรกเกิด – 2 เดือน สระเพียง 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้นค่ะ อุปกรณ์อาบน้ำเด็กแรกเกิด อ่างอาบน้ำใส่น้ำอุ่น อ่างอาบน้ำเด็ก ควรจะกันกระแทกได้ดี อาจจะมีแผ่นวัดอุณหภุมิน้ำ ช่วยทำให้คุณแม่หรือพี่เลี้ยงเตรียมน้ำให้น้องได้ง่าย ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพผิวทารก สบู่เหลวอาบน้ำเด็กแรกเกิด ต้องมีความอ่อนโยน ค่า pH […]
