10 เครื่องอบขวดนม รุ่นแนะนำ ที่อบขวดนม UV ยี่ห้อไหนดีที่สุด ปี 2026
การดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยเป็นหัวใจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขวดนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับปากของเบบี๋โดยตรง ในยุคที่เชื้อโรคมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ การเลือกที่อบขวดนมคุณภาพสูงจึงเป็นหนึ่งในลิสต์ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างที่จำเป็นอย่างมาก วันนี้ BabyGift จะพาไปเจาะลึก 10 อันดับ เครื่องอบขวดนม รุ่นยอดฮิตที่จะมาตอบโจทย์ความสะอาดปลอดภัยในปี 2026 นี้
ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV

ในปัจจุบัน เครื่องอบขวดนมระบบ UV-C ได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้สูงถึง 99.9% โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนระบบไอน้ำแบบเดิม ข้อดีคือช่วยถนอมอายุการใช้งานของจุกนมและขวดนมพลาสติกไม่ให้ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพเร็ว ที่สำคัญ ที่อบขวดนมระบบนี้ยังทำงานแบบแห้งสนิท ลดปัญหากลิ่นอับชื้นและการเกิดเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คุณแม่มั่นใจในความสะอาดได้ทุกครั้งที่ใช้งาน
เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV เหมาะกับใคร?
แม้ว่า เครื่องอบขวดนมจะมีหลายระบบ แต่ระบบ UV นั้นถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความสะดวกสบาย ซึ่งเหมาะสำหรับ
- คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย
- ครอบครัวที่มีอุปกรณ์หลากหลายที่ต้องฆ่าเชื้อ ไม่ใช่แค่ขวดนม เช่น ของเล่นยาง, แปรงสีฟัน หรือโทรศัพท์มือถือ
- ผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา เพราะเครื่องมักมีระบบเก็บปลอดเชื้อ (Storage) ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
- คุณแม่ที่ใช้ เครื่องปั๊มนม เป็นประจำ เพราะสามารถนำอุปกรณ์ปั๊มนมมาอบฆ่าเชื้อได้โดยไม่ทำลายวัสดุซิลิโคน
รวมสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบขวดนม
ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ ที่อบขวดนม สักเครื่อง ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด
- ระบบการทำงาน: เลือกระหว่างระบบไอน้ำที่เน้นความรวดเร็ว หรือระบบ UV ที่เน้นความอเนกประสงค์และการถนอมอุปกรณ์
- ความจุ: พิจารณาจากจำนวนขวดนมที่ใช้ต่อวัน หากมีลูกแฝดหรือใช้ขวดเยอะ ควรเลือกขนาด 17-20 ลิตรขึ้นไป
- ฟังก์ชันเสริม: เช่น การอุ่นนม, การอบแห้ง, หรือระบบกำจัดกลิ่นอับ (Deodorization)
- มาตรฐานความปลอดภัย: ต้องผลิตจากวัสดุ Food Grade, BPA Free และมีใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ
แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026

มาดูกันว่าในปี 2026 นี้ มีที่อบขวดนมรุ่นไหนบ้างที่ครองใจคุณพ่อคุณแม่และคุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย
1. เครื่องนึ่งขวดนม STEAM & DRY – PRINCE & PRINCESS

รุ่นยอดฮิตที่ทำได้มากกว่าการนึ่ง เพราะมาพร้อม 8 โหมดอัจฉริยะ จุได้เยอะและจัดระเบียบง่าย
- จุดเด่น: นึ่งฆ่าเชื้อรอบทิศทาง 360 องศา และจัดเก็บปลอดเชื้อได้นานถึง 48 ชั่วโมง
- ฟังก์ชันเสริม: สามารถอุ่นนม, นึ่งอาหาร และทำโยเกิร์ตได้ในเครื่องเดียว
2. เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS

ตอบโจทย์คุณแม่ที่ต้องการความรวดเร็วในการเตรียมนมให้ลูกพร้อมทาน
- จุดเด่น: อุ่นนมได้พร้อมกัน 2 ขวด โดยควบคุมอุณหภูมิแม่นยำไม่เกิน 37 องศา เพื่อรักษาคุณค่าน้ำนม
- ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดละลายน้ำแข็งสำหรับนมแม่แช่แข็ง และโหมดนึ่งฆ่าเชื้อขนาดพกพา
3. PHILIPS AVENT เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม พร้อมอบแห้ง SCF293/00
แบรนด์ที่ทั่วโลกไว้วางใจ มาพร้อมดีไซน์ปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามการใช้งาน
- จุดเด่น: ฆ่าเชื้อและอบแห้งเสร็จสรรพใน 40 นาที พร้อมระบบกรองอากาศให้สะอาดก่อนเข้าเครื่อง
- ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อได้นาน 24 ชั่วโมงหากไม่เปิดฝา
4. Prince & Princess Baby UV Sterilizer Gen 3

ที่สุดของ ที่อบขวดนม ระบบ UV ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย
- จุดเด่น: ความจุขนาดใหญ่ 20 ลิตร อบได้สูงสุด 20 ขวด และใช้หลอด UV-C จาก Philips 2 หลอด
- ฟังก์ชันเสริม: มีระบบกรองฝุ่น PM 2.5 และโหมดอบแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อถนอมขวดนม
5. Glowy Star เครื่องนึ่งขวดนม อบฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี
รุ่นที่เน้นความคุ้มค่าและความอเนกประสงค์ในการใช้งานภายในบ้าน
- จุดเด่น: ความจุ 17 ลิตร อบฆ่าเชื้อซ้ำทุก 2 ชั่วโมงต่อเนื่องได้นานถึง 72 ชั่วโมง
- ฟังก์ชันเสริม: แผ่นกรองคาร์บอนช่วยลดกลิ่นอับ และชั้นวางปรับระดับได้อิสระ
6. Dodolove เครื่องนึ่งขวดนมพร้อมอบแห้ง
ดีไซน์มินิมอล ใช้งานง่าย ราคาเข้าถึงได้ เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่
- จุดเด่น: ระบบอบแห้งรอบทิศทางทำให้ขวดนมแห้งสนิทรวดเร็ว ลดการสะสมของแบคทีเรีย
- ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดหรี่แสงหน้าจอกลางคืน ไม่รบกวนการนอนของลูกน้อย
7. Camera เครื่องนึ่งขวดนม UV-C พร้อมอบลมร้อน
แบรนด์คุณภาพที่อยู่คู่พ่อแม่ชาวไทยมานาน พร้อมเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อที่ทันสมัย
- จุดเด่น: ทำงานเงียบเพียง 40 เดซิเบล และมีระบบฉายรังสี UV ซ้ำอัตโนมัติ
- ฟังก์ชันเสริม: อบแห้งด้วยลมร้อนเลือกระยะเวลาได้ และจุของใช้ส่วนตัวได้หลากหลาย
8. Doudou เครื่องนึ่งขวดนมระบบไอน้ำ
เน้นความเรียบหรูและการใช้งานที่สะดวกผ่านหน้าจอสัมผัส
- จุดเด่น: แยกชั้นวางขวดนมและจุกนมชัดเจน จุได้สูงสุด 10 ขวด ทำงานด้วยระบบไอน้ำแรงดันสูง
- ฟังก์ชันเสริม: ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำแห้ง และโหมดอุ่นอาหารนาน 12 ชั่วโมง
9. Nanny กล่องนึ่งขวดนมไมโครเวฟ
ทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่เน้นความรวดเร็วและราคาประหยัดที่สุด
- จุดเด่น: ใช้เวลาฆ่าเชื้อเพียง 6-8 นาที โดยอาศัยพลังงานจากไมโครเวฟ ขนาดกะทัดรัดพกพาง่าย
- ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อนาน 24 ชั่วโมง (หากไม่เปิดฝา) และแถมฟรีที่คีบขวดนม
10. Pappu เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมด้วยไมโครเวฟ
ผลิตจากวัสดุปลอดสาร BPA 100% มั่นใจได้ในความปลอดภัยของลูกน้อย
- จุดเด่น: ใช้งานง่ายเพียงเติมน้ำและนำเข้าไมโครเวฟ มีตัวล็อกฝาปิดแน่นหนาป้องกันไอน้ำลวก
- ฟังก์ชันเสริม: ออกแบบช่องวางฝาครอบจุกนมโดยเฉพาะ ทำให้จัดเรียงอุปกรณ์ได้เป็นระเบียบ
ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญของเครื่องอบขวดนมทั้ง 10 รุ่น
| รุ่น / ยี่ห้อ | ระบบฆ่าเชื้อ | ความจุ | ฟังก์ชันอบแห้ง | จุดเด่นพิเศษ |
| 1. PRINCE & PRINCESS (Steam) | ไอน้ำ | 14 | มี | 8 โหมด, เก็บปลอดเชื้อ 48 ชม. |
| 2. PRINCE & PRINCESS (Warmer) | ไอน้ำ | 2 | – | อุ่นนมแม่ 37°C, พกพาง่าย |
| 3. PHILIPS AVENT | ไอน้ำ | 6 | มี | ระบบกรองอากาศ, เสร็จใน 40 นาที |
| 4. PRINCE & PRINCESS (UV Gen 3) | UV-C | 20 | มี | จุเยอะสุด, กรองฝุ่น PM 2.5 |
| 5. Glowy Star | UV-C | 12 | มี | เก็บปลอดเชื้อนาน 72 ชม. |
| 6. Dodolove | ไอน้ำ | 6-8 | มี | อบแห้งรอบทิศทาง, ราคาย่อมเยา |
| 7. Camera | UV-C | 12 | มี | ทำงานเงียบ, อบของใช้ส่วนตัวได้ดี |
| 8. Doudou | ไอน้ำ | 10 | มี | หน้าจอ LED สัมผัส, แยกชั้นชัดเจน |
| 9. Nanny | ไมโครเวฟ | 5 | ไม่มี | ประหยัดเวลา, เหมาะสำหรับพกพา |
| 10. Pappu | ไมโครเวฟ | 4 | ไม่มี | วัสดุ BPA Free, ใช้ง่ายมาก |
สรุปบทความ
การเลือกที่อบขวดนม หรือเครื่องอบขวดนมที่เหมาะสม จะช่วยลดภาระและเพิ่มความอุ่นใจให้กับคุณแม่ได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นระบบ UV ที่ทันสมัยหรือระบบไอน้ำที่รวดเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดและมาตรฐานความปลอดภัย ที่ BabyGift เราเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่และพร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอ เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กเกรดพรีเมียม ตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด ไปจนถึงเครื่องปั๊มนม และเครื่องอบฆ่าเชื้อ เพื่อให้ทุกโมเมนต์การเลี้ยงลูกของคุณเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขจากของขวัญที่ดีที่สุด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่อบขวดนม
ที่อบขวดนม UV จำเป็นต้องเปลี่ยนหลอดไฟบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนหลอด UV-C ทุก ๆ 1 ปี หรือตามชั่วโมงการใช้งานที่ระบุข้างกล่อง (ประมาณ 6,000 ชั่วโมง) เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคให้คงที่
ที่อบขวดนม ระบบไอน้ำกับ UV แบบไหนสะอาดกว่ากัน?
ทั้งสองระบบฆ่าเชื้อได้ 99.9% เช่นเดียวกัน แต่ UV จะได้เปรียบตรงที่อบอุปกรณ์อื่นที่ทนความร้อนไม่ได้ (เช่น ของเล่นอิเล็กทรอนิกส์) และไม่มีปัญหาเรื่องคราบตะกรันน้ำในเครื่อง
ถ้าใช้เครื่องนึ่งแบบไมโครเวฟ ขวดนมจะยังสะอาดอยู่ได้นานแค่ไหน?
หากยังไม่เปิดฝากล่องออก ขวดนมจะคงสภาพปลอดเชื้อได้นานประมาณ 24 ชั่วโมง แต่หากเปิดแล้วควรใช้งานทันทีเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากอากาศภายนอก
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
เมื่อลูกน้อยอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป ฟันซี่แรกก็จะเริ่มขึ้น ฟันจะค่อย ๆ ดันเหงือกขึ้นมา ทำให้ลูกเริ่มมีอาการคันเหงือก เจ็บเหงือก ลูกเลยชอบที่จะหยิบของเล่นเข้าปากเพื่อกัดเล่น เคี้ยวเล่น ให้ผ่อนคลายอาการคันเหงือกนี้ แต่เพื่อความสะอาด เพื่อความปลอดภัยกับเหงือกและฟันซี่แรกของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่จึงมักจะมองหายางกัดมาให้ลูกน้อยได้กัดเล่น แต่ยางกัดเด็ก ไม่ใช่อะไรก็ได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจด้วยว่า วัสดุไร้สารเคมี นุ่มอ่อนโยนสำหรับเด็ก รูปทรงไม่เป็นอันตราย และไม่ทำให้เหงือกและฟันของลูกน้อยบาดเจ็บ แล้วแบบนี้จะเลือกยางกัดเด็กอย่างไรดี เด็กแรกเกิดใช้ยางกัดได้ไหม เรามีคำตอบมาให้ในบทความนี้ค่ะ ยางกัดเด็ก ลดคันเหงือก แบบไหนดี ? ลูกควรใช้ได้ตอนอายุเท่าไหร่ สามารถเริ่มเล่นยางกัดได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน ขึ้นไป เนื่องจากยางกัดเด็กสามารถเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการได้ หรือ เมื่อลูกอายุประมาณ 5 เดือน ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการลูก ว่ามักจะหยิบของเล่นทุกอย่างมากัดเล่นหรือเปล่า พอกัดไม่ได้เนื่องจากของเล่นนั้นแข็งเกินไป ระคายช่องปาก ก็จะทำให้ลูกร้องไห้งอแง เริ่มมีน้ำลายไหลมากขึ้นด้วย อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าลูกอยากหาอะไรกัดเคี้ยวเล่นเพื่อบรรเทาอาการคันเหงือก ก็สามารถเริ่มใช้ยางกัดเด็กได้แล้วค่ะ ยางกัดเด็กมีกี่ประเภท พร้อมวิธีการเลือกยางกัดที่พ่อแม่ต้องรู้ ! 1. ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน จะผลิตจากซิลิโคนฟู้ดส์เกรด BPA Free100% […]
เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ทุกที่นั่งจะต้องมีป้ายรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 เป็น มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท เพื่อบ่งชี้ว่าเบาะตัวนั้นๆได้ผ่านตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย ป้ายรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 จะเป็นป้ายสีส้ม มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท ECE 44/03 และ ECE R 44/04 แบ่งตาม Group และแบ่งแยกเป็นประเภทต่างๆ ทั้งหมด 4 ประเภท (4 Categories) ตามการติดตั้งและการใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้เราทราบว่าเบาะนั้นๆออกแบบมาสำหรับรถเราหรือไม่ มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท ECE 44/03 และ ECE R 44/04 แบ่งตามภูมิภาค จากข้อมูลในหัวข้อนี้คงพอให้ท่านผู้อ่านเข้าใจความหมายและทราบถึงรายละเอียด ข้อมูลของเบาะนั้นจากป้ายมาตรฐาน ตลอดจนเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองในการเลือกซื้อเบาะให้เหมาะกับลูกหลานและรถ ที่มีแนวทางการใช้งานเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ในครั้งแรกๆ เด็กๆอาจจะร้องเพราะกลัวการถูกล็อค แต่ถ้าเขาคุ้นเคยเสียก่อน ก็จะลดการร้องไม่ยอมของเด็กได้ การที่เด็กๆร้องก็จะทรมาณใจพ่อแม่เพราะสงสารลูกๆและเป็นสาเหตุทำให้ละเลยการใช้งานเบาะนิรภัยในครั้งต่อๆไป เพราะว่าเด็กที่นั่งอยู่ในเบาะนิรภัยจะมีการป้องกันการชนด้านข้างต่ำ การนั่งในตำแหน่งกลางจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดูดซับแรงกระแทก แต่ทั้งนี้รถควรจะเป็นรถขนาดใหญ่ที่เบาะกลางมีเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถติดตั้งตรงเบาะกลางได้ การติดตั้งทางฝั่งซ้ายหรือขวาก็สามารถทำได้ โดยที่ฝั่งตรงข้ามคนขับ (ฝั่งเดียวกับฟุตบาท) จะปลอดภัยกว่าฝั่งคนขับ สำหรับการใช้งานเบาะนิรภัยร่วมกับรถปิกอัพให้ติดตั้งด้านหน้าข้างคนขับและห้ามใช้ถุงลมในที่นั่งด้านข้างคนขับ 1. เด็กสูงเพียงพอที่ขาและเข่าของเขาสามารถนั่งห้อยขาได้เบาะนั่งรถได้พอดี2. เด็กโตพอที่จะสามารถนั่งตัวตรง หลังพิงพนักพิงได้ตรง3. เข็มขัดนิรภัยของรถส่วนล่างจะต้องรัดได้ตรงส่วนกระดูกเชิงกรานไม่ใช้รัดตรงท้อง4. เข็มขัดที่พาดส่วนบ่าจะต้องพาดผ่านมาตรงส่วนหน้าอก […]
ในความคิดหรือความเชื่อของคุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆ ท่าน ยังมีความคิดและดูจากโฆษณาต่างๆ จนทำให้เชื่อว่า ตอนท้องแม่ต้องดื่มนมมากๆ เพื่อบำรุงให้แม่และลูกแข็งแรง ซึ่งความจริงแล้วข้อมูลนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดค่ะ เพราะเรื่องของการกินอาหารและกินนมของแม่ท้องนั้น วิธีที่ดีและถูกต้องที่สุดคือกินอย่างเหมาะสม หลากหลายไม่ซ้ำและกินมากจนเกินไป โดยเฉพาะเรื่องการกินนมในแม่ท้อง ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจ เพราะมีข้อมูลออกมาบอกว่า การที่คุณแม่ตั้งครรภ์ดื่มนมวัวมากเกินไป จะเป็นสาเหตุให้ลูกแพ้นมวัวได้ตั้งแต่แรกเกิด เราจึงขอนำความรู้ดีๆ เกี่ยวกับโภชนาการและการกินนมวัวมาอธิบายให้คุณแม่ตั้งครรภ์ได้เข้าใจ เพื่อให้กินอาหารและดื่มเครื่องดื่มต่างๆ ได้อย่างเหมาะสมมาฝากค่ะ แม่ท้องกินนมวัวมาก ลูกอาจแพ้ได้จริงหรือ? ข้อมูลนี้เป็นความจริงค่ะ เพราะการที่ร่างกายคุณแม่ได้รับสารอาหารอะไรมากจนเกินไป จะสามารถกระตุ้นให้ลูกน้อยมีอาการแพ้อาหารชนิดนั้นๆ ได้ตั้งแต่หลังคลอด นั่นคือนมวัวที่กินมากไปนั้น จะไปทำให้เกิดการสะสมของแคลเซียมและโปรตีนนมวัว เป็นหนึ่งในสารก่อภูมิแพ้ที่ส่งผลกับลูกน้อยในครรภ์ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ จนกระตุ้นให้เกิดการแพ้ โดยจะมีอาการแสดงของการแพ้นมวัวได้แก่ ซึ่งปกติแล้วการที่ลูกน้อยจะแพ้นมวัว แพ้อาหาร หรือเป็นภูมิแพ้ได้นั้น สาเหตุใหญ่หลักๆ คือ นอกจากนี้ยังไม่รวมกับโปรตีนในนมวัวที่คุณแม่ได้รับจากอาหารอื่นๆ ที่แฝงไปด้วยนมอีก เช่น เบเกอรี่ ไอศกรีม เนย ชีส ยิ่งทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนจากนมวัวมากเกินไป ทำให้ลูกน้อยแพ้นมวัวได้ตั้งแต่หลังคลอด นมอะไร? ที่คุณแม่ท้องดื่มได้บ้าง โดยนมวัวที่คุณแม่ดื่มได้ในปัจจุบัน มีหลายรูปแบบ ซึ่งนมสำหรับแม่ท้องที่แนะนำคือ นมนมสดพาสเจอไรส์ชนิดพร่องมันเนย เพราะได้คุณค่าสารอาหารที่ต้องการโดยที่ตัวแม่ตั้งครรภ์ไม่ต้องรับไขมันมากเกินไป แต่ข้อเสียคือนมชนิดนี้อายุสั้น เก็บไว้ได้ไม่นาน กรณีที่คุณแม่ดื่มนมชนิดนี้ไม่ได้ก็อาจเลือกนมชนิดอื่นแทน เช่น […]
ของเล่นเด็ก เป็นไอเท็มที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการ ให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โดยของเล่นแต่ละแบบจะมีวิธีการเล่น การกระตุ้นให้ลูกน้อยใช้กล้ามเนื้อ ร่างกาย ประสาทสัมผัสที่ไม่เหมือนกัน การเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ให้ลูกน้อยได้ถูกต้องสมวัย จะช่วยให้เล่นได้สนุก และยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างแท้จริง เบบี้กิ๊ฟ เข้าใจแม่ ในความสงสัย และสับสนว่า ควรเลือกซื้อของเล่นชิ้นไหนดี เพราะทุกวันนี้มีของเล่นในท้องตลาดมากมาย ทั้งราคาถูก ไปจนถึงราคาแพง แบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย เบบี้กิ๊ฟ หาคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้ ของเล่นเด็ก วัยแรกเกิด – 6 เดือน วัยนี้ลูกน้อยจะใช้เวลาไปกับการนอนมากเป็นพิเศษ สลับกับการตื่นมาทานนมทุกๆ 3 ชั่วโมง ในช่วงระหว่างที่ลูกน้อยตื่นนอน สามารถส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กวัยนี้ได้ โดยเริ่มจาก การฝึกการมองเห็น ผ่านดวงตาโตใสแป๋ว โดยทารกวัยนี้มักจะชอบ มองสิ่งของที่ขยับไปมา เช่น โมบายหมุนได้ และดวงตาของทารกจะ มองเห็นสีที่ตัดกันชัดเจน เช่น สีดำ/ขาว เหลือง/แดง เพราะน้องๆจะยังไม่รู้จักสีพาสเทลเหมือนผู้ใหญ่ และการมองตัวเองแค่ในกระจก ก็เรียกเสียงหัวเราะจากน้องได้แล้วค่า โดยสามารถเลือกเป็น เพลเพน ที่มีโมบาย กระจก ตุ๊กตาห้อยให้ลูกน้อยนอนมองเล่นได้เพลินๆ ค่ะ ฉะนั้น การเลือกของเล่นที่มีสีสันฉูดฉาด บาดใจ จะเหมาะกับเด็กน้อยวันนี้มากๆ โดยวัสดุของเล่นนั้น ควรจะมีลักษณะเป็นผ้า อ่อนนุ่ม ซักทำความสะอาดได้ […]
ก่อนหน้านี้ก็เคยคิดว่าเรื่องพาหะธาลัสซีเมียนี่เป็นอะไรที่ไกลตัวมากๆ แต่พอตั้งท้องเท่านั้นแหละ การเป็นพาหะฯ นี่เรื่องใกล้ตัวสุดๆ แถมทำให้กังวลมากมายเลยล่ะค่ะ ถ้าคุณแม่กำลังอ่านบทความนี้อยู่ก็แสดงว่าคุณแม่อาจจะกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันใช่มั้ย สำหรับใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร วันนี้เราก็นำความรู้มาฝากกันค่ะ เคยได้ยินผ่านๆ แต่ไม่เคยรู้เลยว่าพาหะธาลัสซีเมียคืออะไร? อันที่จริง การเป็นพาหะธาลัสซีเมียไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับคนไทยเลยนะ เพราะมีคนไทยตั้งกว่า 24 ล้านคนที่เป็นพาหะโรคนี้ เผลอๆ เวลาเดินตามถนนเราอาจจะเจอคนที่เป็นพาหะอยู่เต็มไปหมด แถมเรายังอาจจะเป็นด้วยก็ได้นะ คนที่เป็นพาหะของโรคนี้ง่ายๆ ก็คือ คนที่มีเชื้อธาลัสซีเมีย “แฝง” อยู่ในร่างกาย เพราะงั้นคนที่เป็นพาหะจะมีสุขภาพที่แข็งแรงปกติเหมือนคนทั่วไปนี่แหละ ไม่ได้ออกอาการอะไร แต่อาจจะเลือดจางนิดหน่อย โรคธาลัสซีเมียนี้เป็นโรคที่ติดต่อได้ทางพันธุกรรม เพราะงั้น หากทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะทั้งคู่ ลูกที่คลอดออกมาก็สามารถเป็นโรคธาลัสซีเมียได้ถึง 25% เลยนะ พูดง่ายๆ คือ พาหะก็เหมือนมีโรคอยู่ครึ่งนึง แม่มีครึ่ง พ่อมีครึ่ง พอมารวมกัน ลูกก็มีโอกาสที่จะได้รับโรคนี้ไปเต็มๆ เลยนั่นเอง แต่คุณแม่ก็อย่าเพิ่งกังวลเกินไปนะคะ เพราะหากคุณหมอตรวจพบว่าทั้งพ่อและแม่เป็นพาหะแล้ว ขั้นต่อไปคุณหมอจะดูว่าเป็นธาลัสซีเมียชนิดไหน เพราะถ้าเป็นคนละชนิดกัน ก็หายห่วง! พาหะธาลัสซีเมียมีกี่ชนิด แล้วต่างกันยังไง? พาหะธาลัสซีเมียมี 2 ชนิด ก็คือ อัลฟ่ากับเบตา อัลฟ่านี่จะค่อนข้างรุนแรง แต่มากน้อยก็แล้วแต่ยีนส์ที่แฝงอยู่นั่นแหละ ส่วนถ้าเป็นกลุ่มเบตาก็จะไม่ค่อยรุนแรงเท่าไหร่ […]
คุณแม่ท้อง..เคยมีผู้ใหญ่หรือคนรู้จักทักหรือเตือนเรื่องความเชื่อต่างๆ บ้างไหม? เราเชื่อค่ะว่าคุณแม่ท้องหลายๆ ท่านจะต้องเคยได้ยินได้ฟังความเชื่อต่างๆ ที่เคยบอกกันมาระหว่างท้องแน่นอน ซึ่งความเชื่อที่มีมาช้านานในบางสิ่งก็เป็นเรื่องกุศโลบายที่ดีและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอันตรายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ความเชื่อบางอย่างก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันกันแล้ว ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำว่าความเชื่อแบบไหนที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ และไม่น่าจะนำมาปฏิบัติกันแล้ว เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องนำมาคิดให้เป็นกังวลกันต่อไปค่ะ เชื่อแบบนี้ …ไม่ดีแน่ มาดูความเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง ห้ามแม่ท้องเตรียมของใช้ไว้ให้ลูกก่อน เพราะแต่เดิมการแพทย์ยังไม่ทันสมัยเท่าตอนนี้ การตั้งครรภ์และคลอดลูกน้อยสมัยก่อนจึงยังไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก หลายบ้านจึงมีความเชื่อว่าการเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า อาจจะทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาหรือมีเหตุบางอย่างทำให้คุณแม่เป็นอันตราย แต่ยุคสมัยและความเจริญทางการแพทย์เปลี่ยนไป แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่เกือบทุกคนมักคลอดได้อย่างเรียบร้อยดี และลูกน้อยก็ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีการฝากครรภ์ การตรวจและดูแลครรภ์ตลอด 9 เดือนจากแพทย์ จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องงดการซื้อของใช้เพื่อการเลี้ยงลูกไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด ซึ่งหากคุณแม่ยังมีความเชื่อแบบนี้ โดยไม่ได้เตรียมของใช้ให้ลูกไว้ ในช่วงหลังคลอดทั้งคุณแม่คุณพ่อและครอบครัวอาจเกิดความยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม อุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อาบน้ำสระผมลูก เครื่องปั๊มนม คาร์ซีทที่ควรต้องใช้ติดรถไว้เพื่อพาลูกน้อยกลับบ้านทันทีหลังคลอด และอื่นๆ หากไม่มีก็จะต้องรีบไปซื้อหามาอย่างฉุกละหุก จนเกิดความวุ่นวายหลังคลอดได้นั่นเอง ดังนั้นหากคุณแม่ได้เตรียมของใช้ไว้พร้อมทุกอย่างก่อนตั้งครรภ์ หลังคลอดก็สามารถหยิบจับมาดูแลลูกได้ทั้นที เรียกว่าเตรียมมีไว้ใช้อย่างสะดวกดีที่สุดค่ะ คนท้องห้ามกินของดำ จากความเชื่อเดิมที่มีหลายคนบอกว่า แม่ท้องห้ามดื่มกินอาหารที่มีสีดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ซีอิ๊ว กาละแม และอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาผิวดำนั้น ทุกวันนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้กันแล้วว่า […]
