10 เครื่องอบขวดนม รุ่นแนะนำ ที่อบขวดนม UV ยี่ห้อไหนดีที่สุด ปี 2026

10 เครื่องอบขวดนม รุ่นแนะนำ ที่อบขวดนม UV ยี่ห้อไหนดีที่สุด ปี 2026

การดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยเป็นหัวใจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขวดนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับปากของเบบี๋โดยตรง ในยุคที่เชื้อโรคมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ การเลือกที่อบขวดนมคุณภาพสูงจึงเป็นหนึ่งในลิสต์ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างที่จำเป็นอย่างมาก วันนี้ BabyGift จะพาไปเจาะลึก 10 อันดับ เครื่องอบขวดนม รุ่นยอดฮิตที่จะมาตอบโจทย์ความสะอาดปลอดภัยในปี 2026 นี้

ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV

ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV

ในปัจจุบัน เครื่องอบขวดนมระบบ UV-C ได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้สูงถึง 99.9% โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนระบบไอน้ำแบบเดิม ข้อดีคือช่วยถนอมอายุการใช้งานของจุกนมและขวดนมพลาสติกไม่ให้ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพเร็ว ที่สำคัญ ที่อบขวดนมระบบนี้ยังทำงานแบบแห้งสนิท ลดปัญหากลิ่นอับชื้นและการเกิดเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คุณแม่มั่นใจในความสะอาดได้ทุกครั้งที่ใช้งาน

เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV เหมาะกับใคร?

แม้ว่า เครื่องอบขวดนมจะมีหลายระบบ แต่ระบบ UV นั้นถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความสะดวกสบาย ซึ่งเหมาะสำหรับ

  • คุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในการฆ่าเชื้อโรค ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย
  • ครอบครัวที่มีอุปกรณ์หลากหลายที่ต้องฆ่าเชื้อ ไม่ใช่แค่ขวดนม เช่น ของเล่นยาง, แปรงสีฟัน หรือโทรศัพท์มือถือ
  • ผู้ที่ต้องการประหยัดเวลา เพราะเครื่องมักมีระบบเก็บปลอดเชื้อ (Storage) ต่อเนื่องหลายชั่วโมง
  • คุณแม่ที่ใช้ เครื่องปั๊มนม เป็นประจำ เพราะสามารถนำอุปกรณ์ปั๊มนมมาอบฆ่าเชื้อได้โดยไม่ทำลายวัสดุซิลิโคน

รวมสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบขวดนม

ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ ที่อบขวดนม สักเครื่อง ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด

  • ระบบการทำงาน: เลือกระหว่างระบบไอน้ำที่เน้นความรวดเร็ว หรือระบบ UV ที่เน้นความอเนกประสงค์และการถนอมอุปกรณ์
  • ความจุ: พิจารณาจากจำนวนขวดนมที่ใช้ต่อวัน หากมีลูกแฝดหรือใช้ขวดเยอะ ควรเลือกขนาด 17-20 ลิตรขึ้นไป
  • ฟังก์ชันเสริม: เช่น การอุ่นนม, การอบแห้ง, หรือระบบกำจัดกลิ่นอับ (Deodorization)
  • มาตรฐานความปลอดภัย: ต้องผลิตจากวัสดุ Food Grade, BPA Free และมีใบรับรองจากสถาบันที่น่าเชื่อถือ

แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026

แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026

มาดูกันว่าในปี 2026 นี้ มีที่อบขวดนมรุ่นไหนบ้างที่ครองใจคุณพ่อคุณแม่และคุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย

1. เครื่องนึ่งขวดนม STEAM & DRY – PRINCE & PRINCESS

เครื่องนึ่งขวดนม STEAM & DRY

รุ่นยอดฮิตที่ทำได้มากกว่าการนึ่ง เพราะมาพร้อม 8 โหมดอัจฉริยะ จุได้เยอะและจัดระเบียบง่าย

  • จุดเด่น: นึ่งฆ่าเชื้อรอบทิศทาง 360 องศา และจัดเก็บปลอดเชื้อได้นานถึง 48 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชันเสริม: สามารถอุ่นนม, นึ่งอาหาร และทำโยเกิร์ตได้ในเครื่องเดียว

2. เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS

เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer

ตอบโจทย์คุณแม่ที่ต้องการความรวดเร็วในการเตรียมนมให้ลูกพร้อมทาน

  • จุดเด่น: อุ่นนมได้พร้อมกัน 2 ขวด โดยควบคุมอุณหภูมิแม่นยำไม่เกิน 37 องศา เพื่อรักษาคุณค่าน้ำนม
  • ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดละลายน้ำแข็งสำหรับนมแม่แช่แข็ง และโหมดนึ่งฆ่าเชื้อขนาดพกพา

3. PHILIPS AVENT เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม พร้อมอบแห้ง SCF293/00

แบรนด์ที่ทั่วโลกไว้วางใจ มาพร้อมดีไซน์ปรับเปลี่ยนขนาดได้ตามการใช้งาน

  • จุดเด่น: ฆ่าเชื้อและอบแห้งเสร็จสรรพใน 40 นาที พร้อมระบบกรองอากาศให้สะอาดก่อนเข้าเครื่อง
  • ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อได้นาน 24 ชั่วโมงหากไม่เปิดฝา

4. Prince & Princess Baby UV Sterilizer Gen 3

Prince & Princess Baby UV Sterilizer Gen 3

ที่สุดของ ที่อบขวดนม ระบบ UV ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในไทย

  • จุดเด่น: ความจุขนาดใหญ่ 20 ลิตร อบได้สูงสุด 20 ขวด และใช้หลอด UV-C จาก Philips 2 หลอด
  • ฟังก์ชันเสริม: มีระบบกรองฝุ่น PM 2.5 และโหมดอบแห้งด้วยอุณหภูมิต่ำเพื่อถนอมขวดนม

5. Glowy Star เครื่องนึ่งขวดนม อบฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี

รุ่นที่เน้นความคุ้มค่าและความอเนกประสงค์ในการใช้งานภายในบ้าน

  • จุดเด่น: ความจุ 17 ลิตร อบฆ่าเชื้อซ้ำทุก 2 ชั่วโมงต่อเนื่องได้นานถึง 72 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชันเสริม: แผ่นกรองคาร์บอนช่วยลดกลิ่นอับ และชั้นวางปรับระดับได้อิสระ

6. Dodolove เครื่องนึ่งขวดนมพร้อมอบแห้ง

ดีไซน์มินิมอล ใช้งานง่าย ราคาเข้าถึงได้ เหมาะสำหรับครอบครัวยุคใหม่

  • จุดเด่น: ระบบอบแห้งรอบทิศทางทำให้ขวดนมแห้งสนิทรวดเร็ว ลดการสะสมของแบคทีเรีย
  • ฟังก์ชันเสริม: มีโหมดหรี่แสงหน้าจอกลางคืน ไม่รบกวนการนอนของลูกน้อย

7. Camera เครื่องนึ่งขวดนม UV-C พร้อมอบลมร้อน

แบรนด์คุณภาพที่อยู่คู่พ่อแม่ชาวไทยมานาน พร้อมเทคโนโลยีการฆ่าเชื้อที่ทันสมัย

  • จุดเด่น: ทำงานเงียบเพียง 40 เดซิเบล และมีระบบฉายรังสี UV ซ้ำอัตโนมัติ
  • ฟังก์ชันเสริม: อบแห้งด้วยลมร้อนเลือกระยะเวลาได้ และจุของใช้ส่วนตัวได้หลากหลาย

8. Doudou เครื่องนึ่งขวดนมระบบไอน้ำ

เน้นความเรียบหรูและการใช้งานที่สะดวกผ่านหน้าจอสัมผัส

  • จุดเด่น: แยกชั้นวางขวดนมและจุกนมชัดเจน จุได้สูงสุด 10 ขวด ทำงานด้วยระบบไอน้ำแรงดันสูง
  • ฟังก์ชันเสริม: ระบบตัดไฟอัตโนมัติเมื่อน้ำแห้ง และโหมดอุ่นอาหารนาน 12 ชั่วโมง

9. Nanny กล่องนึ่งขวดนมไมโครเวฟ

ทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่เน้นความรวดเร็วและราคาประหยัดที่สุด

  • จุดเด่น: ใช้เวลาฆ่าเชื้อเพียง 6-8 นาที โดยอาศัยพลังงานจากไมโครเวฟ ขนาดกะทัดรัดพกพาง่าย
  • ฟังก์ชันเสริม: คงสภาวะปลอดเชื้อนาน 24 ชั่วโมง (หากไม่เปิดฝา) และแถมฟรีที่คีบขวดนม

10. Pappu เครื่องนึ่งฆ่าเชื้อขวดนมด้วยไมโครเวฟ

ผลิตจากวัสดุปลอดสาร BPA 100% มั่นใจได้ในความปลอดภัยของลูกน้อย

  • จุดเด่น: ใช้งานง่ายเพียงเติมน้ำและนำเข้าไมโครเวฟ มีตัวล็อกฝาปิดแน่นหนาป้องกันไอน้ำลวก
  • ฟังก์ชันเสริม: ออกแบบช่องวางฝาครอบจุกนมโดยเฉพาะ ทำให้จัดเรียงอุปกรณ์ได้เป็นระเบียบ

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติสำคัญของเครื่องอบขวดนมทั้ง 10 รุ่น

รุ่น / ยี่ห้อระบบฆ่าเชื้อความจุฟังก์ชันอบแห้งจุดเด่นพิเศษ
1. PRINCE & PRINCESS (Steam)ไอน้ำ14มี8 โหมด, เก็บปลอดเชื้อ 48 ชม.
2. PRINCE & PRINCESS (Warmer)ไอน้ำ2อุ่นนมแม่ 37°C, พกพาง่าย
3. PHILIPS AVENTไอน้ำ6มีระบบกรองอากาศ, เสร็จใน 40 นาที
4. PRINCE & PRINCESS (UV Gen 3)UV-C20มีจุเยอะสุด, กรองฝุ่น PM 2.5
5. Glowy StarUV-C12มีเก็บปลอดเชื้อนาน 72 ชม.
6. Dodoloveไอน้ำ6-8มีอบแห้งรอบทิศทาง, ราคาย่อมเยา
7. CameraUV-C12มีทำงานเงียบ, อบของใช้ส่วนตัวได้ดี
8. Doudouไอน้ำ10มีหน้าจอ LED สัมผัส, แยกชั้นชัดเจน
9. Nannyไมโครเวฟ5ไม่มีประหยัดเวลา, เหมาะสำหรับพกพา
10. Pappuไมโครเวฟ4ไม่มีวัสดุ BPA Free, ใช้ง่ายมาก

สรุปบทความ

การเลือกที่อบขวดนม หรือเครื่องอบขวดนมที่เหมาะสม จะช่วยลดภาระและเพิ่มความอุ่นใจให้กับคุณแม่ได้อย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นระบบ UV ที่ทันสมัยหรือระบบไอน้ำที่รวดเร็ว สิ่งสำคัญที่สุดคือความสะอาดและมาตรฐานความปลอดภัย ที่ BabyGift เราเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่และพร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างคุณเสมอ เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กเกรดพรีเมียม ตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด ไปจนถึงเครื่องปั๊มนม และเครื่องอบฆ่าเชื้อ เพื่อให้ทุกโมเมนต์การเลี้ยงลูกของคุณเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขจากของขวัญที่ดีที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับที่อบขวดนม

ที่อบขวดนม UV จำเป็นต้องเปลี่ยนหลอดไฟบ่อยแค่ไหน? 

โดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนหลอด UV-C ทุก ๆ 1 ปี หรือตามชั่วโมงการใช้งานที่ระบุข้างกล่อง (ประมาณ 6,000 ชั่วโมง) เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคให้คงที่

ที่อบขวดนม ระบบไอน้ำกับ UV แบบไหนสะอาดกว่ากัน? 

ทั้งสองระบบฆ่าเชื้อได้ 99.9% เช่นเดียวกัน แต่ UV จะได้เปรียบตรงที่อบอุปกรณ์อื่นที่ทนความร้อนไม่ได้ (เช่น ของเล่นอิเล็กทรอนิกส์) และไม่มีปัญหาเรื่องคราบตะกรันน้ำในเครื่อง

ถ้าใช้เครื่องนึ่งแบบไมโครเวฟ ขวดนมจะยังสะอาดอยู่ได้นานแค่ไหน? 

หากยังไม่เปิดฝากล่องออก ขวดนมจะคงสภาพปลอดเชื้อได้นานประมาณ 24 ชั่วโมง แต่หากเปิดแล้วควรใช้งานทันทีเพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากอากาศภายนอก

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

วันกำหนดคลอดเริ่มใกล้เข้ามาทุกที เบบี้กิ๊ฟมั่นใจว่าคุณแม่หลาย ๆ ท่าน ต้องมีแอบเล็งของใช้ทารกไว้ให้ลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่เริ่มรู้เพศกันแน่ ๆ เลยใช่ไหมคะ ซึ่งการเตรียมของใช้ทารกไว้ล่วงหน้าก็เป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเชื่อต่าง ๆ อีกต่อไป แถมยังมีข้อดีคือทำให้มีเวลาให้คิด เลือกซื้อ เปรียบเทียบคุณภาพต่าง ๆ ได้ และยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่มีเวลาในการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค ก่อนลูกน้อยต้องสัมผัสอีกด้วย BabyGift เข้าใจแม่ว่าของใช้ทารกมีมากมายเหลือเกินในปัจจุบัน เราจึงรวบรวมผลิตภัณฑ์ของใช้ทารกที่จะต้องเตรียมให้พร้อมก่อนคลอดมาให้เลือก ซึ่งแบ่งตามหมวดหมู่ไว้ให้ดังนี้ค่ะ หมวดให้นม การทานนมถือเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับทารกในช่วงวัยแรกเกิด โดยเฉพาะช่วง 6 เดือนแรก ที่ทารกไม่สามารถกินอย่างอื่นได้นอกจากนม การเตรียมอุปกรณ์เกี่ยวกับการทานนม จึงสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง และโดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทานนมนั้น เป็นจุดที่ลูกได้รับสัมผัสเข้าไปโดยตรง จึงควรพิจารณาเลือกวัตดุ อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ทนต่อความร้อน และสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ เครื่องปั๊มนม ตัวช่วยกระตุ้นให้คุณแม่มีน้ำนมอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เก็บน้ำนมของคุณแม่ไว้ให้ลูกน้อยทานได้เรื่อย ๆ การปั๊มนมตามรอบนอกจากจะให้คุณแม่มีน้ำนมในปริมาณที่พอเพียงแล้ว ยังช่วยลดอาการเจ็บปวดเต้านมได้อีกด้วย โดยเครื่องปั๊มนมมีหลากหลายรูปแบบมาก ทั้งแบบปั๊มนมไฟฟ้า หรือปั๊มมือ แบบปั๊มเดี่ยว หรือปั๊มคู่ และแต่ละเครื่องยังมีฟังก์ชั่นที่แตกต่างไปอีก ทั้งระบบการปรับแรงดูด รอบดูด ปั่นจี๊ด นวดกระตุ้น เคลียร์เต้า ต่างๆ […]

อุ้มลูกบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่า “ลูกติดมือ”          ลูกติดมือ พฤติกรรมแบบนี้เกิดจากการอุ้มลูกบ่อย แต่ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ทำไมเด็กถึงอยากให้อุ้ม เด็กแรกเกิด โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรก ช่วงนี้เด็กจะยังชินกับการอยู่ในท้องของคุณแม่ที่เคลื่อนไหวตลอด มีความอบอุ่น และได้ยินเสียงหัวใจเต้นของแม่ตลอดเวลา การอุ้ม การสัมผัส จะช่วยให้เด็กปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ หลังจากออกมาจากครรภ์ของแม่ เพราะการอุ้มเป็นการทำให้เค้ากลับไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงเหมือนอยู่ในครรภ์ของแม่ ทำให้เค้าหยุดร้องไห้ รู้สึกปลอดภัยจากการได้รับความอบอุ่นจากอ้อมอกพ่อแม่ จึงทำให้เด็กมักจะอยากให้พ่อแม่อุ้มอยู่บ่อยๆ           ซึ่งจากบทความของโรงพยาบาลเปาโลได้ให้ข้อมูลไว้ว่า “ ช่วงเด็กทารกวัยตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน จะเป็นวัยที่หากเขาต้องการสื่อสารอะไรกับคนอื่นก็จะใช้วิธีการร้องไห้เท่านั้น ซึ่งเมื่อร้องไห้คุณแม่หรือคนเลี้ยงส่วนใหญ่ก็จะเดินเข้าไปอุ้ม ซึ่งจริง ๆ การอุ้มเด็กในวัยนี้ยังไม่เป็นการตามใจจนทำให้เขาติดมือได้ แต่ความจริงการอุ้มยังเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ทำให้เด็กรู้สึกผูกพันกับคุณแม่หรือคนที่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นใจว่ามีคนคอยดูแลเขา ทำให้เขาหายกลัวหายกังวล และเมื่อเขารู้สึกเช่นนี้พออายุมากขึ้นเขาก็จะร้องไห้น้อยลงไปเรื่อย ๆ และทำให้เขาเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตดีไม่เรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ หรือคนเลี้ยงจนเกินไป เพราะฉะนั้นการอุ้มเด็กในวัยนี้ยังไม่ทำให้เกิดอาการติดมือ “           เพราะฉะนั้นในช่วง 6 เดือนแรก […]

เนื้องอกในมดลูก (Myoma Uteri) แค่ฟังชื่อก็น่ากลัวแล้วใช่มั้ยล่ะคะ แต่ความจริงเนื้องอกชนิดนี้เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดถ้าเปรียบเทียบกับพวกเนื้องอกของผู้หญิงที่เกิดขึ้นในบริเวณอื่นๆ ในช่วงเริ่มต้นเจ้าเนื้องอกนี้จะมีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวเองค่ะ แต่ขนาดของมันจะค่อยๆ ใหญ่ขึ้นถ้าได้รับการกระตุ้นโดยฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และขนาดจะเล็กลงได้หากไม่ได้รับการกระตุ้นจากฮอร์โมนชนิดนี้ เพราะอย่างนี้เราจึงมักจะพบเนื้องอกในมดลูกในผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือนอยู่ และเมื่อหมดประจำเดือนเนื้องอกนี้ก็จะค่อยๆ เล็กลงและหายไปเองในที่สุดค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์เป็นแบบไหนกันนะ? เนื้องอกในมดลูกจะมีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ โดยจะแทรกอยู่ตามที่ต่างๆ บนผนังมดลูกค่ะ อาจจะอยู่ตรงกลางของผนังมดลูก หรืออยู่บนผนังค่อนมาทางโพรงของมดลูก บางรายอาจถึงขนาดยื่นลงมาผ่านปากมดลูกยาวมาถึงช่องคลอดเลยก็ได้ค่ะ แล้วอาการล่ะจะเป็นแบบไหน? เนื่องจากเนื้องอกชนิดนี้จะเติบโตอย่างช้าๆ คุณแม่ส่วนใหญ่จึงจะไม่ทราบว่าตนมีเนื้องอกนี้อยู่จนกว่าคุณหมอจะตรวจพบ อย่างไรก็ตามอาการที่สังเกตได้จากการมีเนื้องอกในมดลูกนั้นจะมีลักษณะดังข้างล่างนี้ค่ะ แต่ว่าคุณแม่อย่าเพิ่งตกใจไปค่ะ เพราะอาการที่กล่าวมาข้างต้นนั้นก็เป็นอาการปกติที่พบในคุณแม่ท้องทั่วไปต่อให้ไม่มีเนื้องอกในมดลูกนะ ถ้าพบเนื้องอกในมดลูกตอนตั้งครรภ์แล้วจะเกิดอะไรขึ้น? ส่วนใหญ่แล้วจะขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดเนื้องอกค่ะ แต่ว่าถ้าเกิดเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจจะเบียดดันมดลูก ทำให้มดลูกโตได้ไม่เต็มที่และอาจทำให้เกิดการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด หรือถ้าหากเนื้องอกไปอยู่ที่ด้านล่างแล้วก็อาจจะไปขวางตรงส่วนของช่องคลอด คุณแม่จึงไม่สามารถคลอดเองได้แต่จะต้องผ่าคลอดค่ะ แต่ในบางราย หากเนื้องอกดันเข้าไปในโพรงมดลูกมาก ก็อาจส่งผลทำให้แท้งลูกในท้องได้ค่ะ เนื้องอกในมดลูกขณะตั้งครรภ์รักษาให้หายได้ไหมนะ? โดยปกติแล้วคุณหมอจะไม่ทำการรักษาเนื้องอกนี้ไม่ว่าจะเป็นการให้ยาหรือผ่าตัดค่ะ เพราะว่ายาไม่ได้ช่วยให้เนื้องอกยุบลง ส่วนการผ่าตัดก็เป็นการเสี่ยงที่จะทำให้คุณแม่เสียเลือดมากและแท้งบุตรค่ะ นอกจากนี้ คุณแม่อาจจะต้องถูกตัดมดลูกทิ้งหากเลือดออกมากจนไม่สามารถควบคุมได้ ตามหลักการแล้วคุณหมอจะเริ่มทำการรักษาเมื่อคุณแม่คลอดลูกน้อยได้อย่างน้อย 3 เดือน เพราะในคุณแม่บางรายเนื้องอกมีขนาดเล็กลงหลังคลอดจนไม่ต้องทำการรักษาก็มีค่ะ แต่ในบางรายก็อาจโตขึ้นจนต้องตัดมดลูกทิ้งเลยค่ะ คู่แต่งงานคู่ไหนที่วางแผนอยากมีลูกน้อยเป็นโซ่ทองคล้องใจ ก็อย่าลืมแวะไปตรวจร่างกายกับคุณหมอเสียก่อนนะคะ จะได้เตรียมพร้อมร่างกายให้แข็งแรง หากเจอเนื้องอกในมดลูกก็จะได้รักษาให้เรียบร้อยเสียก่อน จะได้สบายใจไม่ต้องมานั่งเครียดให้เสียสุขภาพนะ

หนาวนี้แม่ๆ มีแพลนพาลูกๆ ไปเที่ยวที่ไหนกันคะ… สำหรับบ้านนี้ เราจะไปญี่ปุ่นกันค่ะ เราแพลนและจองตั๋วกันไว้ตั้งแต่ พ.ย. ที่แล้ว เลือกไปช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จุดหมายคือ อยากพาลูกสาว น้องเจเปค ไปดูภูเขาไฟภูจิและเดินเที่ยวในโตเกียว อยากให้เค้าเห็นการใช้ชีวิตที่เป็นระเบียบมากๆ ของคนญี่ปุ่นค่ะ (เพราะอยู่บ้านนางจะกรี๊ดกร๊าดหน่อยๆ) ควรพาลูกเที่ยวตอนอายุเท่าไหร่… เป็นคำถามที่แม่ๆ กังวล กลัวนู้นนี่ รวมถึงเสียงจากรอบข้างว่าน้องยังเล็ก เที่ยวไปก็จำอะไรไม่ได้ แต่บ้างบ้านก็อยากใช้สิทธิ์ค่าตั๋วราคาพิเศษสำหรับเด็ก 7 วัน – ไม่เกิน 2 ปี ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละสายการบิน สำหรับน้องเจเปค ครั้งนี้เป็นการไปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 ขอเล่าย้อนหลังนิดนึงค่ะ  ครั้งแรกของน้องไปตอน 1 ขวบ 1 เดือน เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่โอซาก้า  อย่างที่บอกไปตอนต้น ว่าเสียงรอบ ๆ ตัวที่บอกว่าน้องยังเล็กไป พาไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก จำอะไรไม่ได้หรอก  แต่หลังจากกลับมาจากรอบแรก หลายครั้งที่น้องเจออะไรเกี่ยวกับที่ตัวเองเคยทำที่นู่น ไม่ว่าจะเป็นขึ้นรถไฟ โหนรถไฟ ใบไม้แดง อาหารญี่ปุ่น น้องจำได้เยอะจนทุกคนงงไปเหมือนกัน เราพ่อแม่ก็แฮปปี้สิคะ จริงๆแล้วลูกสามารถจดจำเรื่องราวต่างๆได้ แต่อาจจะจำได้ไม่ละเอียดเหมือนผู้ใหญ่  เด็กวัย […]

ปัญหาใหญ่ของคุณแม่อีกปัญหาหนึ่งเวลาตั้งท้องก็คือการทานยาเวลาไม่สบายนั่นเองค่ะ อันนี้กล้าพูดได้เลยเพราะเจอกับตัวเองเหมือนกัน เพราะเราก็ไม่รู้อ่ะเนอะว่าในยาแก้แพ้พวกนี้มีส่วนผสมหรือสารอะไรที่จะมีผลต่อลูกในท้องบ้าง วิธีแก้ไขขั้นพื้นฐานที่สุดก็คือเลิกทานยาไปเลย ขนาดไม่สบายหนักๆ จนแทบทนไม่ได้ยังยอมที่จะไม่ทานยาเลยค่ะ แล้วดูอากาศประเทศไทย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก แบบนี้จะไม่ให้ป่วยยังไงไหว แต่วันนี้เราจะมาบอกคุณแม่แม่ว่า มันมียาแก้แพ้บางตัวที่คุณแม่ท้องสามารถทานได้นะคะ เพราะยาพวกนี้ได้รับการคอนเฟิร์มจากคุณหมอแล้วว่าไม่มีผลต่อลูกน้อยแน่นอน เราลองมาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ใช้ยาอะไรได้บ้าง ยาแก้แพ้ที่ปลอดภัยกับคุณแม่ 1. คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine: CPM) เวลาพูดถึงยาแก้แพ้ ยาตัวแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเจ้ายาตัวนี้แหละ ยาเม็ดเล็กๆ สีเหลืองที่ช่วยลดอาการแพ้ ลดน้ำมูกแล้วก็แก้อาการคัน คุณแม่ท้องทานยาตัวนี้ได้เนอะ เพราะจากกรณีที่ผ่านมายังไม่พบว่ายาตัวนี้ส่งผลต่อลูกในท้องเลยค่ะ แต่ว่ายาตัวนี้มันจะมีผลข้างเคียงทำให้คุณแม่อ่อนเพลีย เพราะงั้นอาจจะต้องงดใช้ยาเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และคุณลูกค่ะ ที่สำคัญก็ไม่ควรใช้ยาตัวนี้เกิน 3 วันนะ เพราะว่าถ้าใช้ไปมากๆ แล้วอาจจะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ แล้วลูกที่คลอดออกมาอาจจะมีอาการเลือดไหลผิดปกติได้ด้วยค่ะ 2. แอคติเฟด (Actifed) ยาตัวนี้จะช่วยลดอาการคัดจมูก ทำให้พวกอาการภูมิแพ้ทางจมูกดีขึ้น แล้วก็บรรเทาอาการคัดจมูกที่เกิดจากหวัดได้ค่ะ แต่ยาตัวนี้ก็จะทำให้ง่วงเช่นเดียวกัน ดังนั้น คุณแม่ควรจะทานยาแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอนะคะ พอตื่นมาอาการจะได้ดีขึ้น สดชื่นได้เหมือนเดิมค่ะ 3. เซทิไรซีน (Cetirizine) หรือ ฟาเทค (Fatec ®) คุณแม่ที่ต้องเดินทางหรือทำงานในช่วงที่ไม่สบายก็ขอแนะนำให้ทานตัวนี้เลยค่ะ เพราะว่ายาตัวนี้ไม่ทำให้ง่วงหรืออ่อนเพลีย แถมยังไม่ส่งผลเสียต่อลูกน้อยอีกต่างหาก แต่ว่ายาตัวนี้มันจะออกฤทธิ์ช้ากว่ายาตัวอื่นๆ นะคะ คุณแม่ก็เลยอาจจะหายช้านิดหน่อยค่ะ 4. ยาหยอดหรือยาพ่นจมูก […]

การเริ่มต้นมื้อแรกของเจ้าตัวน้อยวัย 6 เดือน ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยวางรากฐานสุขภาพและพัฒนาการที่แข็งแรงในอนาคต เมื่อนมแม่อย่างเดียวเริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้น การเลือกข้าวเด็ก 6 เดือน ที่อุดมด้วยสารอาหารครบถ้วนจึงเป็นภารกิจสำคัญที่คุณแม่ต้องใส่ใจ เพื่อให้ลูกน้อยเติบโตอย่างสมบูรณ์ตามวัยและพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่รอบตัวได้อย่างเต็มศักยภาพ อาหารเด็ก 6 เดือน ควรเป็นแบบไหนและทำไมคุณแม่ต้องรู้ ในช่วงวัยนี้ ระบบย่อยอาหารของลูกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ข้าวเด็ก 6 เดือน จึงต้องมีเนื้อสัมผัสที่นุ่ม ละเอียด และย่อยง่ายที่สุด โดยควรนำวัตถุดิบที่ปรุงสุกมาบดหรือปั่นจนเนื้อเนียนละเอียดคล้ายโยเกิร์ต เพื่อช่วยให้ลูกกลืนสะดวก ลดความเสี่ยงในการสำลัก และส่งเสริมให้ระบบทางเดินอาหารปรับตัวเข้ากับอาหารเสริมได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย สารอาหารสำคัญที่จำเป็นในเมนูข้าวเด็ก 6 เดือน เพื่อลูกรัก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับโภชนาการที่เหมาะสม การเตรียมเมนูข้าวเด็ก 6 เดือน คุณแม่ควรคัดสรรวัตถุดิบที่ให้สารอาหารหลากหลาย ดังนี้ ปริมาณข้าวเด็ก 6 เดือน ที่เหมาะสม ลูกควรทานแค่ไหนดี การเริ่มต้นป้อนข้าวเด็ก 6 เดือน ในช่วงแรกควรยึดหลัก “น้อยแต่สม่ำเสมอ” เพื่อสังเกตการตอบสนองของลูก โดยมีแนวทางปฏิบัติที่แนะนำดังนี้ ตารางปริมาณอาหารตามช่วงวัน เพื่อให้ระบบย่อยปรับตัวได้ดี เพื่อให้คุณแม่เห็นภาพชัดเจนในการเพิ่มปริมาณข้าวเด็ก 6 เดือน สามารถทำตามตารางแนะนำด้านล่างนี้เพื่อให้ระบบย่อยอาหารของลูกค่อย ๆ ปรับตัว ลำดับวัน […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid