ยางกัดเด็ก ยี่ห้อไหนดี อัปเดตปี 2024 พร้อมคำแนะในการใช้ยางกัดอย่างถูกต้องและปลอดภัยสำหรับลูกน้อย

เมื่อลูกน้อยอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป ฟันซี่แรกก็จะเริ่มขึ้น ฟันจะค่อย ๆ ดันเหงือกขึ้นมา ทำให้ลูกเริ่มมีอาการคันเหงือก เจ็บเหงือก ลูกเลยชอบที่จะหยิบของเล่นเข้าปากเพื่อกัดเล่น เคี้ยวเล่น ให้ผ่อนคลายอาการคันเหงือกนี้ แต่เพื่อความสะอาด เพื่อความปลอดภัยกับเหงือกและฟันซี่แรกของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่จึงมักจะมองหายางกัดมาให้ลูกน้อยได้กัดเล่น

แต่ยางกัดเด็ก ไม่ใช่อะไรก็ได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจด้วยว่า วัสดุไร้สารเคมี นุ่มอ่อนโยนสำหรับเด็ก รูปทรงไม่เป็นอันตราย และไม่ทำให้เหงือกและฟันของลูกน้อยบาดเจ็บ แล้วแบบนี้จะเลือกยางกัดเด็กอย่างไรดี เด็กแรกเกิดใช้ยางกัดได้ไหม เรามีคำตอบมาให้ในบทความนี้ค่ะ

ยางกัดเด็ก ลดคันเหงือก แบบไหนดี ? ลูกควรใช้ได้ตอนอายุเท่าไหร่

สามารถเริ่มเล่นยางกัดได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน ขึ้นไป เนื่องจากยางกัดเด็กสามารถเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการได้ หรือ เมื่อลูกอายุประมาณ 5 เดือน ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการลูก ว่ามักจะหยิบของเล่นทุกอย่างมากัดเล่นหรือเปล่า พอกัดไม่ได้เนื่องจากของเล่นนั้นแข็งเกินไป ระคายช่องปาก ก็จะทำให้ลูกร้องไห้งอแง เริ่มมีน้ำลายไหลมากขึ้นด้วย อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าลูกอยากหาอะไรกัดเคี้ยวเล่นเพื่อบรรเทาอาการคันเหงือก ก็สามารถเริ่มใช้ยางกัดเด็กได้แล้วค่ะ

ยางกัดเด็กมีกี่ประเภท พร้อมวิธีการเลือกยางกัดที่พ่อแม่ต้องรู้ !

1. ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน

ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน จะผลิตจากซิลิโคนฟู้ดส์เกรด BPA Free100% จะนิ่มพิเศษกว่ายางกัดทั่วไป สามารถนวดเหงือกลูกได้ดี และลูกน้อยสามารถสัมผัสรูปทรงได้ บิดเองไปมาได้ และซิลิโคนยังทนความร้อนได้ถึง 220 องศา จะสะดวกในการทำความสะอาด ฆ่าเชื้อโรค เพราะนึ่ง ต้ม และเข้าไมโครเวฟได้

2. ยางกัดเด็กแบบยางธรรมชาติ

จะผลิตจากยางจากธรรมชาติ BPA Free100% จะมีความคล้ายกับซิลิโคน แต่ยางกัดประเภทนี้จะมีรสชาติและกลิ่นของความเป็นยางธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ มีความอ่อนนุ่ม แต่จะทำความสะอาดด้วยวิธีล้างและเช็ดทำความสะอาดเท่านั้น

3. ยางกัดเด็กแบบพลาสติก

ยางกัดเด็กแบบพลาสติก จะออกแบบให้นุ่ม ลดอาการคันเหงือกได้ดี จะผลิตจากพลาสติกแบบ BPA Free 100% แต่จะล้างทำความสะอาดได้อย่างเดียว ห้ามนึ่ง ต้ม และห้ามน้ำเข้าเครื่องอบยูวีด้วยค่ะ

วิธีเลือกยางกัดให้ลูกน้อยแบบที่ปลอดภัย ลดคันเหงือกลูกน้อยได้ดี

  • เลือกขนาดยางกัด

ยางกัดเด็กไม่ควรชิ้นเล็กจนเกินไป เนื่องจากตอนลูกน้อยเอาเข้าปากอาจจะหลุดเข้าคอได้หรือ ไม่ควรชิ้นยาวเกินไป เพราะอาจทำให้สำลักได้ และส่วนใหญ่ยางกัดขนาดเล็กมากจะไม่สามารถนวดเหงือกลูกน้อยได้ดีเท่าขนาดปกติด้วยค่ะ

  • เลือกจากวัสดุยางกัด

ยางกัดเด็กต้องผลิตด้วยวัสดุฟู้ดส์เกรด และสีจากธรรมชาติที่สามารถเข้าปากได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย และต้อง BPA Free, 6P Free, Toxic Free ปราศจากสารตะกั่ว พร้อมผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจาก มอก.

  • รูปทรงของยางกัดเด็ก

การเลือกรูปทรงของยางกัดเด็กก็สำคัญ  เนื่องจากบนท้องตลาดทั่วไปมักจะมียางกัดรูปทรงแปลก ๆ ดูไม่เหมาะกับเด็กก็มีค่ะ ฉะนั้นให้เลือกยางกัดที่ออกแบบมาเพื่อทารกจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

  • มาตฐาน หรือ รางวัลยางกัดเด็ก

ยางกัดเด็กที่ได้รับมาตฐาน หรือ รางวัล จะช่วยการันตีว่าถูกทดสอบความปลอดภัยแล้ว ว่าเหมาะกับทารกและเด็กเล็กจริง สามารถนำเข้าปากได้อย่างไม่ต้องกังวล

  • ยางกัดที่มีมีคลิปกันหล่น

ยางกัดควรจะมีคลิปกันหล่นให้ หรือ สามารถซื้อแยกได้นะคะ เนื่องจากลูกน้อยยังหยิบจับของเล่นได้ไม่มั่นคง อาจทำหลุดมือตกลงพื้นที่มีแต่เชื้อโรคได้ ซึ่งการมีคลิปกันหล่นแล้วเอาหนีบกับเสื้อลูกน้อยไว้ จะช่วยให้ยางกัดไม่หล่นลงพื้นและไม่ต้องเสียเวลาล้างทำความสะอาดด้วยค่ะ

วิธีใช้ยางกัดเด็ก เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อย

  • เมื่อลูกใช้ยางกัด จะต้องอยู่ในสายตาของคุณพ่อคุณแม่ หรือ พี่เลี้ยงตลอดเวลา เพื่อจะได้ดูแลช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด
  • ควรเช็กยางกัดเสมอ ว่ามีรอยแตกหรือเสียหายตรงไหนหรือไม่ เพราะรอยแตก คราบต่าง ๆ อาจเป็นอันตรายต่อช่องปากของลูกน้อย
  • หากยางกัดหล่นพื้น อย่าแค่เช็ดแล้วให้ลูกเอาเข้าปากต่อ ควรเริ่มทำความสะอาดใหม่เลย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของลูก
  • ระหว่างลูกเล่นยางกัด หากน้ำลายไหลเยอะ ควรจะเช็ดทันที เพราะน้ำลายมีส่วนกระตุ้นให้ลูกน้อยเกิดผดผื่นได้

วิธีทำความสะอาดยางกัดเด็ก แบบสะอาดและถูกต้อง

  • เมื่อลูกใช้ยางกัดเสร็จแล้ว ให้แช่ล้างทันที เพื่อป้องกันคราบติดแน่นล้างออกยาก
  • ให้ล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดของใช้เด็ก โดยใช้ฟองน้ำเช็ดคราบออกให้สะอาด
  • ผึ่งยางกัดให้แห้งทุกครั้ง แต่ไม่ควรผึ่งแดด เพราะวัสดุอาจเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
  • วัสดุที่ทนความร้อนได้ ให้ใช้วิธีนึ่งหรือต้มเพื่อฆ่าเชื้อ แต่ไม่จำเป็นต้องทำทุกครั้งที่ล้าง เพราะอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพเร็วขึ้น

BabyGift แนะนำยี่ห้อยางกัดทารกคุณภาพดีและปลอดภัย รวมถึงมีราคาถูกเอื้อมถึงได้

1. MOMBELLA

Mushroom ยางกัดเห็ดมีรูรูปหัวใจ Version 2 ที่ Upgrade มาแล้ว

  • วัสดุซิลิโคนเกรดพิเศษ นิ่มกว่ายางกัดทั่วไปในตลาด
  • BPA free ปลอดภัยสำหรับทารก
  • ทนความร้อนได้ถึง 220 องศา
  • เข้าเครื่องนิ่งขวดนม ไมโครเวฟ และเครื่องอบ UV ได้
  • น้ำหนักเบา จับง่าย ถนัดมือทารก
  • น้ำหนักเบาเพียง 48 กรัม
  • ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจาก FDA (อเมริกา) และ มอก.
    ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด

2. MOMBELLA

Octopus ยางกัดปลาหมึก ยางกัดสุดฮอตฮิตในอังกฤษ การออกแบบที่พิถีพิถันสุด ๆ เพื่อทารกอย่างแท้จริง

  • ซิลิโคนฟู้ดส์เกรด คุณภาพสูง เนื้อสัมผัสนุ่ม
  • ไร้รอยต่อและรอยแตกขนาดเล็ก ที่สะสมของแบคทีเรีย
  • BPA free ปลอดภัยสำหรับทารก
  • ทนความร้อนได้ถึง 220 องศา
  • เข้าเครื่องนิ่งขวดนม ไมโครเวฟ และเครื่องอบ UV ได้
  • น้ำหนักเบาเพียง 60 กรัม
  • ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจาก FDA (อเมริกา) และ มอก.
  • ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด

3. MOYUMM

ยางกัดรูปช้าง แบบถุงมือ สามารถปรับขนาดได้ พร้อมกับกล่องเก็บยางกัดเพื่อความปลอดภัย ที่ไม่จำเป็นต้องมีสายรัดข้อมือหรือคลิปหนีบอีกต่อไป

  • น้ำหนักเบา วางตั้งได้ เพื่อสุขอนามัยของเด็ก
  • วัสดุซิลิโคน 100% เกรดการแพทย์จากประเทศเกาหลี
  • ออกแบบสวมข้อมือ มีส่วนช่วยในการพัฒนาฟันและกระตุ้นเหงือกทารก
  • ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม -40 – 250องศา และสามารถต้มฆ่าเชื้อในน้ำร้อนและเครื่องอบ UV ได้
  • ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองจาก FDA (อเมริกา) และ มอก.
  • ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด

3. ANGE ยางกัด 3D ลายยีราฟ แบบคล้องมือ

Ange (อังจู) แบรนด์ที่มียางกัดเด็กให้เลือกมากมาย มีทั้งแบบรูปสัตว์ 3D แบบคล้องมือ ด้วยการดีไซน์ที่พิถีพิถันและคำนึงถึงขนาดมือเล็ก ๆ ของหนูน้อย วัสดุปลอดสารพิษ มีความหนึบสู้เหงือกสู้ฟันไม่ยวบกลวง จึงสามารถใช้นวดเหงือกให้นิ่มลงได้อย่างเห็นผล

ช่วงอายุที่เหมาะสม : 3 เดือนขึ้นไป

ช้อปแบรนด์ Ange พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ได้ที่หน้าร้านเบบี้กิ๊ฟนะคะ

BabyGift คัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ใส่ใจในความปลอดภัย มาตรฐานการผลิตจากหลากหลายประเทศ มาให้คุณพ่อคุณแม่เลือกซื้อได้อย่างครบวงจร พร้อมให้คำแนะนำในการเลือกซื้อสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูก สามารถแวะมาเลือกยางกัดเด็ก ยางกัดทารก ได้ที่ร้าน BabyGift 4 สาขา ใกล้บ้านคุณ หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ สิ่งแรกๆ ที่คุณแม่ส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเรื่องของการคลอดใช่มั้ยล่ะคะ ส่วนวิธีการคลอดนั้น ก็อย่างที่คุณแม่ทราบกันดีว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ก็คือการคลอดธรรมชาติกับการผ่าคลอดค่ะ เราลองเปรียบเทียบกันดูดีกว่าว่าสองวิธีนี้ต่างกันยังไงบ้าง การคลอดธรรมชาติคืออะไร มีอะไรที่ต้องกังวลบ้าง? การคลอดธรรมชาติก็คือการที่คุณแม่เบ่งลูกน้อยออกมาทางช่องคลอด ซึ่งการคลอดแบบนี้คุณแม่จะต้องรอให้มีน้ำเดินหรือเจ็บท้องคลอด รวมถึงปากมดลูกเปิดมากพอที่จะทำการคลอดได้นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่จะเจ็บท้องคลอดกันที่ช่วง 37-40 สัปดาห์ค่ะ การคลอดธรรมชาติมักเป็นที่นิยมเพราะคุณแม่ส่วนใหญ่ก็อยากมีประสบการณ์ อยากรับรู้ถึงความเจ็บปวดในการเบ่งคลอด แถมยังมีราคาถูกกว่าผ่าคลอดอีกด้วยนะ แม้ว่าการคลอดธรรมชาติจะเป็นวิธีที่ปลอดภัย แผลหายเร็ว และคุณแม่ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ก็มีหลายปัจจัยที่คุณแม่ควรทราบกันไว้ซักนิดนึงน้า ปัจจัยที่อาจทำให้การคลอดธรรมชาติไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเสมอไป 1. ลูกไม่กลับหัว ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่น่ากลัวที่สุดสำหรับการคลอดธรรมชาติ และมักจะจบลงด้วยการที่คุณหมอเปลี่ยนไปเป็นผ่าคลอดแทนค่ะ โดยปกติ เวลาที่จะคลอด ลูกน้อยจะต้องกลับหัวเพื่อใช้หัวดันออกมาจากช่องคลอด มีทารกบางรายที่ไม่ยอมกลับหัว หรืออาจจะกลับหัวผิดตำแหน่ง ทำให้คุณหมอไม่สามารถทำคลอดได้ 2. คุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น แรงเบ่งนั้นมีความสำคัญกับการคลอดธรรมชาติมากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะถ้าคุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น ลูกน้อยก็จะไม่สามารถคลอดออกมาได้ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงนะ เพราะโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่คุณแม่ไปฝากครรภ์ เค้าจะมีการอบรม สอนวิธีการเบ่ง การหายใจ เพื่อให้คุณแม่สามารถเบ่งได้อย่างถูกวิธีค่ะ 3. คุณแม่มีโรคประจำตัว โรคประจำตัวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่น โรคเบาหวาน […]

สำหรับ Working Women หลายๆ คน การทำงานก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง และเป็นความสุขในการใช้ชีวิต แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไป มีครอบครัว มีลูกขึ้นมาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วถ้าเราขับรถเป็นประจำ พอท้องแล้วยังจะขับรถได้อยู่มั้ย ในบทความนี้ BabyGift จะมานำเสนอเรื่องเกี่ยวกับคนท้องขับรถได้มั้ย และคำแนะนำต่างๆ เพื่อให้คุณแม่อุ่นใจกันมากขึ้นค่ะ   คนท้องขับรถได้ไหม ? ชวนคุณแม่ดูคำแนะนำ ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยก่อนขับรถ  ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ คุณแม่มักจะเผชิญกับคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ “คนท้องขับรถได้ไหม?” คำถามนี้มักสร้างความกังวลให้กับคุณแม่หลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ การตัดสินใจว่าจะขับรถหรือไม่ในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงข้อควรระวังและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินใจที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เราลองมาดูรายละเอียดกันค่ะ  คนท้องขับรถได้ไหม ?   โดยทั่วไปหากมีความจำเป็นคนท้องสามารถขับรถได้นะคะ แต่หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงดีกว่า โดยไม่ควรขับรถในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจมีอาการแพ้ท้องกะหันทัน จนไม่สามารถโฟกัสที่การขับขี่ได้ดีเท่าที่ควร (อ่านเคล็ดลับลดอาการแพ้ท้องของคุณแม่เพิ่มเติมได้อีกนะคะ) และในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน ควรงดขับรถโดยเด็ดขาด เนื่องจากครรภ์ใหญ่ขึ้น หากเบรกกระทันหันอาจทำให้ท้องกระแทกพวงมาลัยได้ อีกทั้งเป็นช่วงเวลาของการเตรียมตัวคลอด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหากจำเป็นต้องขับรถ BabyGift มีคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยมาฝากดังนี้ค่ะ    คำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อคนท้องต้องขับรถ  คนท้องขับรถมอไซค์อันตรายไหม […]

เรามั่นใจ 100% เลยว่าแม่ทุกคนอยากเห็นหน้าลูกน้อยเร็วๆ นับวันรอกันแทบไม่ไหว แต่ไม่มีแม่คนไหนแน่นอนที่อยากให้ลูกคลอดออกมาก่อนกำหนด ปกติแล้วคุณแม่ก็จะอุ้มท้องกันอยู่ที่ 37-40 สัปดาห์อ่ะเนอะ เพราะว่าถ้าคลอดก่อนหน้านี้ อวัยวะหรือสมองบางส่วนของลูกน้อยก็ยังอาจจะยังเติบโตไม่เต็มที่เท่าไหร่ ปอดก็ยังไม่แข็งแรง หายใจเองไม่ได้ ตัวเล็ก ถ้าคลอดออกมาก่อนก็ต้องอยู่ในตู้อบ นอกจากค่าใช้จ่ายจะสูงมากแล้ว ลูกยังน่าสงสารที่ต้องมีสายระโยงรยางค์ช่วยให้เค้าหายใจได้ ตอนท้องนี่ก็จะกังวลตลอด ปวดท้องนิดนึงก็กลัวว่าจะคลอดแล้วรึเปล่า แต่โดยทั่วไปแล้วถ้าจะคลอดก่อนกำหนดก็มักจะมีอาการเตือนที่ไม่ใช่แค่ปวดท้องนะ เราลองไปดูกันดีกว่าว่ามีอาการประมาณไหนบ้าง 5 อาการแบบนี้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด! 1.เจ็บท้องถี่ มีเลือดออกทางช่องคลอด เวลาท้อง การมีเลือดออกไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะงั้นถ้าคุณแม่มีเลือดออกในช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 ไม่ว่าจะน้อยหรือเยอะ ให้รีบไปหาคุณหมอด่วนๆ เลย ส่วนคุณแม่บางคนอาจจะมีอาการเจ็บท้องถี่ร่วมด้วย ความรู้สึกมันจะเหมือนปวดอยากเข้าห้องน้ำแต่ถ่ายไม่ออก อาการนี้มันจะเกิดจากการที่มดลูกบีบตัว เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้นะ 2. ตัวบวมความดันสูงปรี๊ด คุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีอาการมือบวม เท้าบวม ถ้าไม่ได้บวมเยอะมากจนน่าตกใจก็ไม่ได้ผิดปกติอะไรนะ เพราะหลายๆ คนก็เป็นกัน แต่คุณแม่บางคนมีอาการบวมทั้งตัว น้ำหนักขึ้นเร็ว จุกตรงลิ้นปี่ ความดันสูงมากจนอาจจะแตะ 200 เลยก็มี อันนี้คืออาการของคุณแม่ที่ครรภ์เป็นพิษต้องพบคุณหมอโดยเร็ว เพราะว่านอกจากจะอันตรายต่อลูกในท้องแล้วยังอันตรายต่อคุณแม่ด้วย ความดันที่ขึ้นสูงปรี๊ดแบบนี้อาจมีโอกาสทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ด้วยนะ ส่วนใหญ่คุณแม่ที่มีอาการแบบนี้จะต้องอยู่ในการดูแลของคุณหมอ หากมีอาการไม่ดีขึ้นอาจจะต้องโดนผ่าคลอดฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่และลูกน้อยในท้องไว้ค่ 3. […]

ใครกำลังคิดว่ากระเป๋าใส่ของแม่ ไม่ได้จำเป็นอะไร ใช้อะไรก็ได้ ลองแวะมาอ่านบทความนี้กันก่อนค่ะ พอเป็นคุณแม่แล้วก็มีของใช้มากมายต่างๆ ทั้งของเรา ของลูกเยอะแยะไปหมดใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นการมีกระเป๋าใส่ของลูกก็จะทำให้คุณแม่มีความสะดวก หยิบของง่าย เป็นระเบียบมากขึ้น และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณแม่มาทำความรู้จักกระเป๋าของคุณแม่กันให้มากขึ้นค่ะ จำเป็นแค่ไหน ? กระเป๋าคุณแม่ ต่างจากกระเป๋าปกติยังไง ? กระเป๋าใส่ของคุณแม่มีความแตกต่างจากกระเป๋าทั่วไปในหลายๆ อย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขนาดและความจุ ซึ่งโดยมากมักมีขนาดใหญ่ และมีช่องเก็บของหลายช่อง เพื่อบรรจุของใช้สำหรับทั้งคุณแม่และลูกน้อย มีฟังก์ชันการใช้งานที่ถูกออกแบบมาให้สามารถบรรจุของที่จำเป็นต่อการดูแลลูกได้อย่างครบครัน เช่น มีช่องสำหรับใส่ขวดนม ผ้าอ้อม แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้นค่ะ แล้วเราจะเลือกกระเป๋าใส่ของลูกยังไงให้เหมาะกับเรา ใช้ได้นาน มาดูรายละเอียดกันต่อค่ะ เลือก กระเป๋าคุณแม่ ยังไงดี ? การเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับตัวคุณแม่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน คุณแม่จึงควรเลือกให้เหมาะกับพฤติกรรมและความต้องการใช้งาน เรามาดูวิธีการเลือกซื้อกันค่ะ 1. ขนาด และความจุ : ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับความต้องการ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป รวมถึงมีช่องเก็บของเพียงพอสำหรับใส่ของใช้ของคุณแม่และลูกของเรา 2. น้ำหนัก ความสะดวกในการพกพา และความปลอดภัย : ให้เลือกวัสดุที่แข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา และมีสายสะพายที่นุ่ม และปรับความยาวได้ […]

การใช้ชีวิตในสังคมยุคปัจจุบันเรียกได้ว่าต้องเป็นคุณแม่สายแข็งสายสตรอง ไหนจะมลพิษ ไหนจะฝุ่นขนาดเล็กอย่าง PM2.5 ที่ถาโถมมาประดังกันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำร้ายกว่านั้น เจ้าภัยร้าย PM2.5 ยังมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นอีกซะนี่ แต่ไหนๆ ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว งั้นเรามาทำความรู้จักกับเจ้า PM2.5 พร้อมวิธีการป้องกันกันดีกว่าค่ะ PM2.5 คืออะไร? PM2.5 คือฝุ่นละอองไซส์เล็กจิ๋วที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ถ้าคุณแม่คิดภาพไม่ออก ลองมองดูที่เส้นผมเราค่ะ เจ้าฝุ่นตัวนี้มีขนาดเล็กกว่าผมเราประมาณ 25 เท่าเลยเชียวนะ และขนาดที่เล็กมากเนี่ยแหละที่เป็นอันตราย เพราะแม้แต่จมูกของเราที่สามารถกรองฝุ่นได้อย่างดีเยี่ยมยังไม่สามารถทำอะไรได้ ตอนนี้ก็เลยเป็นหน้าที่ของเราแล้วนะที่จะต้องป้องกันตัวเอง PM 2.5 เกิดจากอะไร? สาเหตุหลักๆ ของ PM2.5 มาจากการเผาขยะ โรงงานอุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่งอะไรพวกนี้ค่ะ แต่ฝุ่นนี้ก็ไม่ได้มาแค่ฝุ่นนะคะ เพราะมันจะพาพวกสารเคมีอันตรายจำนวนมากมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นสารพิษที่ทำให้เกิดมะเร็งอย่าง P-A-Hs สารเคมีที่ไปทำลายระบบประสาทอย่างปรอท รวมถึงแคดเมียมซึ่งเป็นสารพิษจากการทำอุตสาหกรรมต่าง ๆ และสารหนูที่ส่งผลต่อระบบประสาทอีกด้วยเช่นกัน ผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ เพราะฝุ่นชนิดนี้มีขนาดเล็กมาก ทำให้สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายๆ ลูกน้อยของเราจึงมีความเสี่ยงมากเป็นพิเศษ แถมยังมีก๊าซต่างๆ ที่ลอยคลุ้งอยู่กับฝุ่นละออง ไม่ว่าจะเป็นก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และโอโซน ซึ่งล้วนมีผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ทั้งสิ้น […]

BabyGift Grand Opening ฉลองเปิดสาขาใหม่ “ปิ่นเกล้า-ราชพฤกษ์” สาขาที่ 7 อย่างเป็นทางการตอกย้ำความเป็นผู้นำร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก BabyGift พร้อมที่จะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณพ่อ-คุณแม่และลูกน้อยในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ” The Best Gift for your Baby ” ​ ขอขอบคุณ แบรนด์ Partner ผู้บริหาร และคณะกรรมการทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่มาร่วมงาน และคอยสนับสนุนเบบี้กิ๊ฟอย่างดีตลอดมาค่ะ Attitude Mom Thailand : เครื่องปั๊มนม 5 โหมด อัจฉริยะ กรวยซิลิโคนแท้ Spectra Thailand เครื่องปั้มนม Iflin baby PUR Thailand Mellow for Kids ผ้ารองกันน้ำ100% เมลโล่ Bambies Thailand Baby Natura Beaba Thailand Luxury Baby […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid