เมื่อรู้ตัวว่าจะเป็นคุณแม่ ทำไมอายุครรภ์ถึงสำคัญ

อายุครรภ์คืออะไรกันนะ?

เมื่อตั้งท้อง สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็คือ “ท้องกี่เดือน” หรือ “คลอดเมื่อไหร่” การที่เราจะตอบคำถามพวกนี้ได้นั้นเราจะต้องทราบอายุครรภ์ของเราก่อนค่ะ พูดง่าย ๆ อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่ลูกของเราได้อยู่ในท้องของเรามา แต่ถ้าหากจะพูดให้ดูมีหลักการหน่อยแล้ว อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่นับตั้งแต่วันแรกของรอบเดือนล่าสุดของเรามาจนถึงปัจจุบัน โดยทั่วไปแล้วนั้น อายุครรภ์ที่นับจนถึงกำหนดคลอดควรจะเท่ากับ 40 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ

เราจะรู้อายุครรภ์ของเราได้อย่างไร?

1. การตรวจภายในโดยวัดขนาดของมดลูก

ฟังดูน่ากลัวนิดนึงใช่มั้ยคะ วิธีนี้สามารถกะอายุครรภ์โดยประมาณของคุณแม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แม่นยำเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่าเด็กแต่ละคนตัวใหญ่เล็กไม่เท่ากัน อาจมีคลาดเคลื่อนบ้าง

2. การอัลตราซาวด์

วิธีการตรวจแบบนี้จะตรวจได้เมื่อตอนอายุครรภ์สัก 5-6 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนถ้าอยากได้ผลแม่น ๆ หน่อยก็อาจจะมาตรวจช่วง 8-18 สัปดาห์ก็ได้นะ สำหรับวิธีนี้คุณหมอก็จะใช้วิธีการวัดขนาดของมดลูกเช่นกัน แต่จะเป็นการวัดผ่านการทำอัลตราซาวด์ แม้จะไม่ได้ตรงเป๊ะแบบ 100% แต่ก็ไม่คลาดเคลื่อนมากค่ะ

3. การนับรอบเดือน

    การนับรอบเดือนจะสามารถใช้ได้กับคุณแม่ที่มีรอบเดือนแบบมาสม่ำเสมอ ตรงกันทุกเดือน สามารถนับได้โดยการนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด ให้ถือว่าวันนั้นเป็นวันแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ วันนี้คุณแม่ไปพบคุณหมอครั้งแรก คุณหมอจะประเมินวันคลอดคร่าว ๆ ด้วยการนับรอบเดือนแบบนี้แหละ เพราะงั้นทางที่ดี เราควรจะจดรอบเดือนของเราทุกเดือนนะ

    เราทราบอายุครรภ์กันเพื่ออะไร?

    การทราบอายุครรภ์นั้นมีประโยชน์แน่นอนค่ะ อย่างแรกคือเราก็จะทราบได้ว่าเราจะคลอดเมื่อไหร่หรือประมาณช่วงไหน จะได้เตรียมตัวได้ถูก ส่วนประโยชน์อื่น ๆ มีดังนี้เลย

    1. ท้องอ่อน ท้องแก่ การดูแลแตกต่างกัน

      การตั้งครรภ์จะแบ่งเป็น 3 ไตรมาส (ไตรมาสละสามเดือน) แต่ละไตรมาสนี้เราจะมีวิธีการดูแลครรภ์ที่แตกต่างกันไปนะ โดยในไตรมาสที่หนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงแรกของการตั้งครรภ์นั้น เราจะต้องใส่ใจกับการสร้างเนื้อเยื่อ อวัยวะและสมองของลูกเป็นพิเศษ ในช่วงนี้จึงจะต้องบำรุงและทานอาหารให้เหมาะสม ไม่ทำอะไรที่เป็นการเสี่ยงต่อการแท้งเพราะอายุครรภ์ยังอ่อนอยู่ ส่วนในไตรมาสที่สองนั้นจะเป็นช่วงที่ลูกของคุณแม่จะตัวใหญ่ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงที่ควรเสริมสารอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้ลูกน้อยแข็งแรงค่ะ ส่วนไตรมาสสุดท้ายจะเป็นไตรมาสที่คุณแม่จะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะด้วยท้องที่ใหญ่ขึ้นแล้ว คุณแม่อาจรู้สึกไม่สบายตัว อาจเกิดความหงุดหงิดซึ่งอาจส่งผลต่อลูกได้ ดังนั้นคุณแม่ควรทำจิตใจให้สบาย บำรุงร่างกายให้ลูกมีน้ำหนักที่ดีและแข็งแรง ดูคลิปตลกเพิ่มความเฮฮา เตรียมพร้อมให้ลูกน้อยออกมาเผชิญโลกกว้างด้วยอารมณ์ที่สดใสกัน

      2. พัฒนาการของลูกน้อยแต่ละช่วงเป็นเรื่องสำคัญ

        ทารกในครรภ์จะค่อย ๆ เจริญเติบโต โดยอายุครรภ์ก็เป็นสิ่งที่บอกได้ว่าพัฒนาการของเขาควรจะอยู่ในระดับไหน เช่น คุณแม่จะรู้สึกถึงลูกดิ้นได้ตอนอายุครรภ์ประมาณ 16-25 สัปดาห์เป็นต้นไป การที่เราทราบอายุครรภ์ก็จะทำให้เราคอยสังเกตว่ามีอาการอะไรผิดปกติหรือไม่ จะได้พบคุณหมอได้ทันนะ

        3. หลีกเลี่ยงโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่คุณแม่ไม่อยากเจอ

          คุณแม่ท้องจะต้องได้รับการดูแลและตรวจโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ เป็นพิเศษ เพราะโรคที่ไม่พึงประสงค์เหล่านี้อาจส่งผลต่อลูกในท้องได้อย่างร้ายแรงเลยล่ะค่ะ ในแต่ละเดือนที่คุณแม่ไปพบคุณหมอนั้น คุณหมออาจจะให้เจาะเลือดหรือตรวจดูโรคบางอย่างโดยขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ เพราะฉะนั้นอายุครรภ์จึงมีความสำคัญในการเป็นตัวกำหนดการดูแลของคุณหมอด้วยค่ะ

          4. เป็นประโยชน์สำหรับคุณแม่สายนักเดินทาง

            สายการบินทุกสายการบินจะระบุว่าผู้ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์มากกว่า 32-34 สัปดาห์ จะไม่สามารถเดินทางได้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บท้องคลอดระหว่างเดินทางค่ะ นอกจากนี้คุณแม่ที่มีอายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์ขึ้นไปก็ต้องมีใบรับรองแพทย์เพื่อรับรองว่าสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยด้วยนะ โดยทุกครั้งที่คุณแม่เดินทาง คุณแม่จะต้องแจ้งให้กับทางเจ้าหน้าที่ทราบตอนเช็คอินว่าคุณแม่กำลังท้องอยู่ เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และอาจจัดให้มีการช่วยเหลือเท่าที่จำเป็นค่ะ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขของแต่ละสายการบินจะแตกต่างกันนะ คุณแม่ควรจะตรวจสอบอีกทีตอนจองตั๋วเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดน้า

            5. การเตรียมตัวพบหน้าลูกน้อย

              เมื่อเราทราบอายุครรภ์ เราก็จะสามารถค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอาการต่าง ๆ ที่จะเจอในแต่ละช่วง รวมถึงอาการที่ไม่ควรจะมีได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เราสามารถเตรียมตัว หาซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ สำหรับลูกน้อยได้ทันเวลา โดยไม่ต้องมาฉุกละหุกตอนใกล้คลอดอีกด้วยนะ คุณแม่ที่ท้องแก่ใกล้คลอดก็จะรู้ตัวว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร และจะต้องรีบไปพบคุณหมอทันทีหากมีอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด หรือมีน้ำเดินค่ะ

              การทราบอายุครรภ์นั้นเป็นประโยชน์ต่อแม่ ๆ เป็นอย่างมากเลยล่ะ เพราะนอกจากประโยชน์ที่เราได้เล่าไปข้างต้นแล้ว การนับอายุครรภ์ก็เหมือนเป็นการนับถอยหลังให้ถึงวันที่เราจะได้เจอกับลูกน้อยของเราอีกด้วยนั่นเอง!

              สินค้าที่เกี่ยวข้อง

              คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

              สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

              7,700.00
              คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

              สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

              7,700.00
              คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

              สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

              7,700.00
              คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

              สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

              7,700.00
              คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

              สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

              7,700.00
              คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

              สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

              7,700.00

              บทความแนะนำ

              การนอนกรนของแม่ท้อง เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ เช่น ท้องโตขึ้น การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย การสูบฉีดเลือด ระบบไหลเวียนของเลือด รวมทั้งการเต้นของหัวใจ ซึ่งการสูบฉีดไหลเวียนเลือดที่มากขึ้น จะไปกระตุ้นเส้นเลือดในโพรงจมูก ทำให้มีภาวะบวมน้ำส่งผลให้เวลานอน จะรู้สึกหายใจไม่สะดวก และเกิดเสียงกรนนั่นเอง ประกอบกับลักษณะการนอนของคุณแม่ตั้งครรภ์นั้น ช่วง 3 เดือนแรก ของการตั้งครรภ์ คุณแม่จะนอนมากกว่าปกติ แต่ประสิทธิภาพ การนอนลดลง ช่วงหลับลึกและหลับฝันน้อยลง ทำให้ง่วงบ่อยและงีบในตอนกลางวัน ต่อมาช่วงอายุครรภ์ 4-6 เดือน คุณแม่จึงจะเริ่มนอนเหมือนปกติ แต่ประสิทธิภาพการนอนจะยังไม่เหมือนเดิม ทำให้คุณแม่รู้สึกเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม พอเข้า 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด อายุครรภ์ 6-9 เดือน คุณแม่จะนอนสั้นลง ประสิทธิภาพการนอนยิ่งแย่ลงไปอีกด้วย เพราะร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงเยอะ และเป็นช่วงที่คุณแม่นอนกรนมากขึ้น ทั้งนอนกรนผิดปกติ หรือภาวะหยุดหัวใจขณะหลับก็จะเกิดขึ้นในช่วงใกล้คลอดนี้ด้วย แม้โอกาสเกิดขึ้นจะมีน้อยก็ตาม 6 ปัจจัยเสี่ยงภาวะหยุดหายใจเพิ่ม หากคุณแม่เป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง ต้องติดตามและเฝ้าสังเกตอาการตัวเอง เพื่อป้องกันและรักษาต่อไป โดยกลุ่มเสี่ยงมีปัจจัยดังนี้ ขอบคุณข้อมูลสัมภาษณ์จาก : พ.อ.(พ).ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์  ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชักและการนอนหลับผิดปกติ โรงพยาบาลกรุงเทพ ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก […]

              Q: ขวดนมที่ไม่มี BPA ปลอดภัย ใช้ได้นานกว่า ? A :ขวดนม PP ไม่มี BPA อายุการใช้งานสั้นกว่า PC ที่มี BPA โดยทั่วไป พลาสติกแต่ละชนิด จะมีอายุการใช้งานที่ต่างกัน ยิ่งต้ม ยิ่งนึ่ง ยิ่งขัด ก็ยิ่งเสื่อมสภาพเร็ว ทั้งนี้ คุณภาพและการผลิตพลาสติกของแต่ละโรงงานย่อมต่างกัน ขวด PP ที่ผลิตจากเม็ดพลาสติกคุณภาพสูงไม่ผสมเศษงานมักจะใสกว่า คุณแม่อาจพิจารณาเปลี่ยนขวดนมเมื่อเห็นว่าเริ่มบุบเบี้ยว หรือ ขวดนมขุ่นมากขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานจะสิ้นสุดถ้าขวดนมเป็นรอยขูดข่วน จึงควรล้างขวดนมด้วยแปรงขนนิ่ม ฟองน้ำ หรือแปรงซิลิโคน ***ดังนั้น อย่ากังวลกับฉลากและ โฆษณา “BPA-Free” ให้มากนัก หันมาดูวัสดุ และการดูแลรักษาให้ปลอดภัยจะดีกว่า ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก : SS Medical Clinic โดย พ.ญ.สิทธิ์ธีราห์ ชโรเต้อร์  หรือใช้การฆ่าเชื้อด้วยแสงรังสี UV (Prince&Princess Baby UV Sterilizer) นวัตกรรมใหม่สำหรับการดูแลลูกน้อยให้พ้นจากเชิ้อโรค ได้ถึง […]

              ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับ “คาร์ซีท” หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์จำเป็นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยในขณะที่เดินทางด้วยรถยนต์กันเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมชม “Aprica Central Research Center” ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์ซีท เจาะลึกถึงแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระของเด็กในแต่ละช่วงวัย การเลือกสรรวัสดุที่ปลอดภัย และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงวิธีทดสอบคาร์ซีทในห้องปฎิบัติการด้านความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก อะปริก้า (Aprica) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.  2490 โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี อะปริก้า จึงได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และอะปริก้ายังได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดทำรถเข็นและผลิตภัณฑ์เด็กรุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ Royal Knot เพื่อทูลเกล้าถวายแด่ราชวงศ์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเชื้อพระวงศ์ในอีกหลายประเทศทั่วโลก Aprica Central Research Center เป็นศูนย์กลางวิจัยเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์เด็กตั้งอยู่ในเมืองนาราประเทศญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านเยน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมประวัติความเป็นมาของแบรนด์อะปริก้า แนวคิดปรัญชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยเฉพาะด้าน Childcare Engineering […]

              เมื่อลูกเข้าสู่วัย 8 เดือน หลายครอบครัวเริ่มสนุกกับการเตรียมอาหารให้ลูกมากขึ้น เพราะวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กเริ่มเรียนรู้รสชาติใหม่ ๆ และฝึกทักษะการกินที่หลากหลายกว่าเดิม แต่ในขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่ก็มักมีคำถามว่า บทความนี้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ พร้อมไอเดียเมนูและตัวช่วยที่ทำให้มื้ออาหารของลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น พัฒนาการด้านอาหารของเด็กวัย 8 เดือน วัย 8 เดือนเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมีพัฒนาการด้านการกินที่ชัดเจนมากขึ้น เริ่มเคี้ยวและบดอาหารด้วยเหงือกได้ เริ่มจับอาหารหรือหยิบของเข้าปากเอง สนใจอาหารของคนในครอบครัว เรียนรู้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ช่วงวัยนี้จึงเหมาะสำหรับการค่อย ๆ เพิ่มความหลากหลายของอาหาร เพื่อช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการตามวัย ลูก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง? ควรกินวันละกี่มื้อ? โดยทั่วไป เด็กวัย 8 เดือนสามารถรับประทานอาหารเสริมได้ประมาณ 2–3 มื้อต่อวัน ควบคู่กับนมแม่หรือนมตามวัย ทั้งนี้ ปริมาณอาหารอาจแตกต่างกันในเด็กแต่ละคน ขึ้นอยู่กับพัฒนาการและความต้องการของร่างกาย ลูก 8 เดือนไม่ยอมกินข้าว เกิดจากอะไร? หากลูกกินน้อยหรือไม่ค่อยสนใจอาหาร ไม่จำเป็นต้องกังวลทันที เพราะอาจเกิดจากหลายสาเหตุ สิ่งสำคัญคือไม่ควรบังคับหรือกดดันลูก เพราะอาจทำให้เกิดประสบการณ์เชิงลบกับการกินอาหารได้ 5 เมนูง่าย ๆ สำหรับลูกวัย 8 เดือน เมื่อลูกเริ่มอยากกินเอง […]

              หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎหมายคาร์ซีท เกี่ยวกับเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี หรือสูงไม่เกิน 135 ซม. ผู้ปกครองต้องจัดหาที่นั่งพิเศษให้สำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) เพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หากไม่ทำตามกฏหมายก็จะถูกปรับ 2,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วันข้างหน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้ เมื่อมี กฎหมายคาร์ซีท ออกมาแล้วคุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็ต้องมองหาคาร์ซีทให้ลูกอย่างจริงจังเลยใช่ไหมคะ แล้วคาร์ซีทแบบไหนเหมาะสำหรับลูกเรา แบบไหนปลอดภัยกว่า วันนี้ Baby Gift ได้รวบรวมข้อมูลมาให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมความพร้อมแล้วค่ะ ไปดูกันเลย หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎหมายคาร์ซีท เกี่ยวกับเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี หรือสูงไม่เกิน 135 ซม. ผู้ปกครองต้องจัดหาที่นั่งพิเศษให้สำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) เพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หากไม่ทำตามกฏหมายก็จะถูกปรับ 2,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วันข้างหน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน 2565 […]

              เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากกักตัวอยู่บ้านและนั่งเรียนออนไลน์มาร่วมหลายเดือน ตอนนี้หนูๆ ทั้งหลายก็คงจะจะได้กลับไปเข้าเรียนในโรงเรียนจริงๆกับเพื่อนแล้ว แต่สำหรับแม่ๆ ถึงแม้ดูเผินๆ แล้ว สถานการณ์ของเจ้าเชื้อโรคตัวร้าย COVID ดูเหมือนจะดีขึ้น 100 ทั้ง 100 ก็คงยังวางใจได้ไม่เต็มที่ ยังกังวลกันแน่นอน สำหรับคุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลกลัวว่า เอ๊ะลูกน้อยจะของเราจะไปติดเชื้อโรคมาไหม หรือของที่ให้ลูกไปเพียงพอไหมน้า  เรานำลิสต์ของจำเป็นที่ลูกน้อยควรพกเพื่อให้ปลอดภัยและห่างไกลจาก COVID มาฝากกันค่ะ ไปดูกันเล้ย! 1. อาวุธเลเวล 100 หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ตอนนี้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เห็นแต่คนใส่หน้ากากเต็มไปหมด เพราะหน้ากากเป็นอาวุธชั้นดีที่จะช่วยคุ้มครองทั้งตัวผู้ใส่ และผู้อื่นไปในเวลาเดียวกัน และแน่นอนค่ะ คุณแม่สามารถหาซื้อไซส์เด็กได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโตก็มีวางขายอยู่ทั่วไปเลยค่ะ คุณแม่อาจเลือกแบบใช้แล้วทิ้ง หรืออาจเป็นแบบผ้าที่สามารถนำกลับมาซักใช้ใหม่ได้ก็ได้ อย่าลืมสวมหน้ากากให้ลูกน้อยทันทีเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้าน จะให้ดีให้คุณแม่เตรียมหน้ากากสำรองใส่กระเป๋านักเรียนไปเผื่ออีกซักสองสามอันเผื่อเค้าทำหายระหว่างวัน ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนแรกๆ เค้าอาจจะยังไม่ค่อยชิน อาจมีโยเย หรือดึงหน้ากากออกบ้าง แต่ถ้าเค้าได้เห็นเพื่อนๆ ในห้องใส่ ลูกๆ ก็จะยอมใส่ตามไปโดยอัตโนมัติเลยค่ะ 2. กระติกน้ำส่วนตัว พกไว้อุ่นใจ ยุคนี้เป็นยุคของการไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ก็เพราะว่าเจ้าโรค COVID นี้มันสามารถติดต่อกันผ่านสารคัดหลั่งอย่างน้ำมูก หรือน้ำลายได้ยังไงล่ะ! เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว คุณแม่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ใช่มั้ยคะ ว่าการพกกระติกน้ำส่วนตัวนี่เป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆ เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ […]

              All Categories

              All Categories
              All Brands
              All Ages

              Kid

              Menu
              All Categories
              All Brands
              All Ages
              BabyGift Care
              News & Event