รวมเมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน กินอะไรดีช่วยเพิ่มน้ำนมให้ลูก

รวมเมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน กินอะไรดีช่วยเพิ่มน้ำนมให้ลูก

ยินดีด้วยกับคุณแม่มือใหม่ทุกคน การก้าวเข้าสู่บทบาทแม่ลูกอ่อนอย่างเต็มตัวนั้น นอกจากการปรับตัวกับเจ้าตัวเล็กแล้ว เรื่องปากท้องของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไป ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดให้กลับมาแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 เมนูบำรุงน้ำนมรสชาติอร่อย ทานง่าย มาฝากกัน

อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร

อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร

สำหรับคุณ แม่ลูกอ่อน ร่างกายจะอยู่ในสภาวะที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการสูญเสียเลือด แร่ธาตุ และพลังงานมหาศาลระหว่างการคลอด การได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ สารอาหารที่แม่ทานเข้าไปจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านน้ำนม การเลือกทานสิ่งที่ดีจึงเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกรักตั้งแต่วันแรก

สารอาหารที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรพลาด

เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่ลูกอ่อนควรเน้นสารอาหารหลัก ๆ ดังนี้

  • โปรตีน: ช่วยซ่อมแซมแผลหลังคลอดและสร้างกล้ามเนื้อ พบมากในเนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว
  • แคลเซียม: สำคัญมากเพราะลูกจะดึงแคลเซียมจากแม่ไปสร้างกระดูก แม่จึงต้องทานเสริมเพื่อป้องกันกระดูกเปราะ
  • ธาตุเหล็ก: ช่วยบำรุงเลือดและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดตอนคลอด
  • ดีเอชเอ (DHA): ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็นของลูกน้อยผ่านทางน้ำนม
  • ไอโอดีน: ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาและระบบประสาทของทารก
  • น้ำสะอาด: เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำนม ควรดื่มให้เพียงพอเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ

แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

มาดูกันว่าเมนูไหนบ้างที่ทำง่าย ประโยชน์ล้นแก้ว และช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนมีน้ำนมไหลมาเทมาจนเจ้าตัวเล็กอิ่มท้องแฮปปี้กันทุกมื้อ

1. ฟักทองแกงบวดนมสด

ฟักทองเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนมและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เมนูนี้เลือกใช้นมสดแทนกะทิเพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว ทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนและแคลเซียมเพิ่มขึ้น ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและไม่อ้วนง่าย

2. แกงหัวปลีใส่ไก่ 

หัวปลีถือเป็นสมุนไพรเบอร์หนึ่งในการบำรุงน้ำนมของไทย เพราะมีสารซาโปนินที่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนโปรแลคติน เมื่อนำมาแกงใส่ไก่จะได้โปรตีนเน้น ๆ ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลังคลอด และช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนทุกคน

3. กะเพราเห็ดฟาง

ใบกะเพรามีฤทธิ์ร้อนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างน้ำนม ส่วนเห็ดฟางมีไฟเบอร์และโปรตีนสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายคุณแม่ที่ยังอ่อนแอหลังคลอดได้ดีเยี่ยม

4. แกงเลียงผักรวมกุ้งสด

สุดยอดเมนูเพิ่มน้ำนมที่รวมสมุนไพรฤทธิ์ร้อนอย่างพริกไทย หอมแดง และกะปิ พร้อมผักหลากชนิด เช่น บวบ ตำลึง และฟักทอง เมนูนี้ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมได้ดีมาก และยังได้สารอาหารครบถ้วนจากกุ้งสด ช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนสดชื่นและมีกำลัง

5. ราดหน้าปลา

เนื้อปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีโอเมก้า 3 (DHA) สูง ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อย เมนูราดหน้าช่วยให้คุณแม่ทานได้ลื่นคอ ได้พลังงานจากเส้นและวิตามินจากผักคะน้า เป็นมื้อกลางวันที่สารอาหารครบจบในจานเดียว

6. แกงส้มมะละกอ

มะละกอมีวิตามินเอและไฟเบอร์สูง ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายที่คุณแม่มักมีปัญหาหลังคลอด น้ำแกงส้มที่มีส่วนผสมของหอมแดงและกระชายช่วยขับลมและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เสริมสร้างคุณภาพน้ำนมให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

7. น้ำขิง

เครื่องดื่มสมุนไพรยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน ขิงมีฤทธิ์ร้อนช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ขับลม แก้ท้องอืด และที่สำคัญคือช่วยกระตุ้นให้น้ำนมพุ่งดีมาก การจิบน้ำขิงอุ่น ๆ ระหว่างวันจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นตลอดทั้งวัน

8. ฟักทองผัดไข่

เมนูทำง่ายที่ได้ประโยชน์สูงสุด ฟักทองช่วยบำรุงเลือดและขับน้ำนม ส่วนไข่ไก่ให้โปรตีนคุณภาพดีที่ช่วยสมานแผลหลังคลอด เมนูนี้รสชาติหวานธรรมชาติ ทานง่าย และช่วยให้คุณแม่มีพลังงานในการดูแลเจ้าตัวเล็กได้ตลอดวัน

9. ยำหัวปลี

หากคุณแม่เบื่อเมนูต้ม ๆ แกง ๆ ยำหัวปลีคือทางเลือกที่ดี หัวปลีสดมีธาตุเหล็กสูงช่วยบำรุงเลือดและเพิ่มระดับฮอร์โมนกระตุ้นน้ำนม การทานในรูปแบบยำที่มีรสชาติกลมกล่อม (ไม่เผ็ดจัด) จะช่วยให้คุณแม่เจริญอาหารมากขึ้น

10. กะเพราหมู

เมนูที่หาทานง่ายแต่ได้ประโยชน์มหาศาล ใบกะเพราช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย กระตุ้นการผลิตน้ำนม ส่วนเนื้อหมูให้โปรตีนและธาตุเหล็ก แนะนำให้ผัดแบบน้ำมันน้อยและไม่รสจัดจนเกินไป เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อรสชาติน้ำนมที่ลูกต้องดื่ม

11. กุยช่ายผัดตับ

กุยช่ายอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและน้ำนม ส่วนตับหมูเป็นแหล่งธาตุเหล็กชั้นดี ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ทดแทนเลือดที่เสียไปจากการคลอด เป็นเมนูที่ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางในคุณแม่ลูกอ่อนได้อย่างดี

12. แซลมอนนึ่งซีอิ๊ว

แซลมอนสุกอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินดี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและบำรุงสมองลูกน้อยผ่านทางน้ำนม การนึ่งซีอิ๊วเป็นการปรุงที่ช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารและรสชาติของปลาไว้ได้อย่างครบถ้วนและปลอดภัยที่สุด

13. ข้าวต้มปลา

อาหารเช้าที่แสนอบอุ่น เนื้อปลาย่อยง่าย สบายท้อง ช่วยให้คุณแม่ได้รับโปรตีนแต่เช้า การเติมขิงซอยและต้นหอมลงไปจะยิ่งช่วยขับลมและกระตุ้นน้ำนม เป็นเมนูเบา ๆ ที่ให้พลังงานเพียงพอต่อการเริ่มต้นวันใหม่ของการเลี้ยงลูก

14. อกไก่ผัดขิง

สำหรับคุณแม่ที่อยากคุมรูปร่างหลังคลอด อกไก่ผัดขิงคือคำตอบ ได้โปรตีนเน้น ๆ แต่ไขมันต่ำ ผสมผสานกับขิงที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและบำรุงน้ำนม คูณสองประโยชน์เข้าไปในจานเดียว อิ่มนานและน้ำนมไหลดีแน่นอน

15. แกงจืดตำลึง

ตำลึงเป็นผักที่มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงเลือด การทานแกงจืดตำลึงร้อน ๆ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย เพิ่มปริมาณน้ำนม และยังได้วิตามินบีจากหมูสับที่ใส่ลงไป ช่วยเสริมสร้างระบบประสาทให้แข็งแรงทั้งแม่และลูก

สรุปบทความ 

การเลือกทานอาหารที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายคุณแม่ให้กลับมาแข็งแรงแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของลูกรัก และเมื่อคุณแม่เตรียมร่างกายด้วยเมนูบำรุงน้ำนมพร้อมแล้ว อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ตัวช่วยอย่าง เครื่องปั๊มนม คุณภาพดีเพื่อเก็บสต็อกน้ำนมไว้ให้เจ้าตัวเล็กด้วย BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้จริงเรื่องของใช้แม่และเด็ก เข้าใจลึก พูดง่าย และอยู่เคียงข้างคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เสมอ เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดเพื่อให้การเลี้ยงลูกของคุณเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและมีความสุขที่สุด

สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop

คำถามที่พบบ่อย

อาหารอะไรที่แม่ลูกอ่อนควรกิน

ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง แคลเซียม และผักสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น ขิง หัวปลี และใบกะเพรา เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนม

คนเพิ่งคลอดกินอะไรได้บ้าง

ทานได้เกือบทุกอย่างที่สุกสะอาดและมีสารอาหารครบ 5 หมู่ แต่ควรเลี่ยงอาหารรสจัด คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ที่อาจส่งผลเสียต่อลูก

กินอะไรให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้น

ตามธรรมชาติไม่มีอาหารชนิดใดที่ทำให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้นโดยตรง แต่การทานสับปะรดหรืออินทผาลัมในช่วงใกล้คลอดอาจช่วยเตรียมความพร้อมของมดลูกได้ตามคำแนะนำของแพทย์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

1.เลือกจากประเภทการใช้งานให้เหมาะสมกับสรีระและน้ำหนักของเด็กค่ะโดยทั่วไปรถเข็นจะแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ 2. วัสดุโครงสร้างของรถเข็นเด็กต้องแข็งแรงและที่สำคัญน้ำหนักต้องเบาเพราะว่าบางครั้งคุณแม่อาจจะต้องเดินทางโดยลำพังกับลูกน้อย นอกจากนี้เบาะที่สัมผัสของตัวน้องควรทำจากวัสดุที่นุ่มสบายเพื่อให้เด็กนั่งได้นาน อีกทั้งยังต้องมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนที่ดีเนื่องจากอากาศที่เมืองไทยค่อนข้างร้อนและระบบปรับอุณหภูมิในเด็กเล็กนั้นยังทำงานได้ไม่ดีนักทำให้เด็กจะร้อนและเหงื่อออกได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ 3. ล้อต้องเป็นล้อที่สามารถหมุนได้สะดวกและแข็งแรง เพราะจะทำให้การเคลื่อนตัวของรถเข็นคล่องตัวขึ้นแม้ว่าคุณแม่จะต้องเข็นรถในที่ที่แคบ 4. โครงสร้างของผลิตภัณฑ์ต้องออกแบบมาเพื่อรักษาให้ขาและข้อต่อสะโพกอยู่ในรูปทรงตามธรรมชาติโดยประคองขาและข้อต่อสะโพกในอยู่ในรูปทรงตัว“M” ซึ่งเป็นท่าที่จะทำให้ขาและสะโพกของลูกน้อยมั่นคงที่สุดรวมทั้งจะส่งเสริมการเจริญเติบโตของกระดูกทั้งสองส่วนให้เป็นไปตามธรรมชาติที่ดีที่สุด 5. มีหลังคาที่สามารถปกป้องลูกน้อยจากแสงแดดและรังสียูวีเพราะผิวหนังของเด็กนั้นยังบอบบางโดยที่บังแดดควรจะปรับได้ตามทิศทางของแสงแดดที่ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาในแต่ละวัน นอกจากนี้ที่บังแดดยังช่วยบังลมให้ลูกน้อยได้อีกด้วย 6. โครงสร้างของรถเข็นเด็ก ต้องออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบการหายใจในกรณีที่เด็กอาจจะเผลอหลับบนรถเข็น โดยมีเบาะที่จะทำให้ศีรษะเด็กไม่เคลื่อนที่และป้องกันการบิดของลำคอจึงช่วยป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากทางเดินหายใจอุดกั้น 7. ข้อสำคัญอีกประการก็คือหากคุณใช้รถเข็นเด็กแรกเกิด ควรจะเลือกประเภทที่สามารถหันที่นั่งรถเอาหาตัวคุณแม่ได้ เนื่องจากเด็กเล็กต้องการความเอาใจใส่จากแม่เป็นพิเศษ เมื่อน้องออกไปข้างนอกเขาต้องการจะมองเห็นคุณแม่เพื่อความอุ่นใจค่ะ แต่ถ้าเป็นเด็กโตแล้ว เด็กจะให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัวซึ่งในวัยนี้คุณแม่อาจจะปรับที่นั่งรถเข็นให้มองออกไปข้างนอกได้ค่ะ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำอย่างถูกต้อง

ถ้าพูดถึงสิ่งที่แม่ๆ เป็นกังวลที่สุดตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ซึ่งตอนนี้แพร่ระบาดและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วทั่วโลกกว่า 4,000 ราย แถมยังดูทีท่าไม่มีจะหยุดเสียด้วย COVID-19 หรือที่เราเรียกกันว่าไวรัสโคโรน่านั้น เป็นเชื้อก่อโรคชนิดหนึ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยล่ะค่ะ ความน่ากลัวของมันก็คือ มันจะลอยอยู่ในอากาศ​ ทำให้สามารถติดต่อกันได้ง่ายมากๆ แค่หายใจเข้าไปก็สามารถติดต่อกันได้แล้ว นอกจากการหายใจ การสัมผัสกันก็ยังถือเป็นการแพร่เชื้อชั้นดี ไม่ต้องพูดถึงเวลาไอหรือจามกันเลย แค่ฟังก็รู้สึกชีวิตอยู่ยากแล้ว และยังจะยิ่งยากเข้าไปใหญ่ถ้ามีอีกหนึ่งชีวิตพ่วงมาด้วย แต่อย่ากลัวไปค่ะ เราจะต้องรอด ขอแค่เปลี่ยนตัวเองเป็นคุณแม่สายคลีนตั้งแต่หัวจรดเท้า แค่นี้ก็อย่าหวังว่าเชื้อโรคจะได้แอ้ม วิธีเอาตัวรอดจากไวรัสโคโรน่าฉบับคุณแม่ต้องไปทำงาน 1.พกหน้ากากติดตัวให้เป็นนิสัย คงไม่ใช่แค่พก แต่ขอให้คุณแม่สวมเอาไว้ค่ะ เพราะการสวมหน้ากากเป็นวิธีป้องกันที่ง่ายและเบสิคที่สุดในตอนนี้แล้ว อย่างที่บอกว่าไวรัสจะลอยอยู่ในอากาศ คุณแม่จะไม่ทราบเลยว่าแต่ละครั้งที่หายใจเข้าไปนั้นจะเอาอะไรเข้าไปบ้าง เพราะฉะนั้น คุณแม่ควรจะใส่หน้ากากตลอดเวลา และควรจะเลือกหน้ากากที่มีความเหมาะสมด้วยนะคะ เพราะหน้ากากบางชนิดก็บางเกินไป ไม่สามารถกันได้นะ 2. ล้างมือทุกชั่วโมง ความจริงเรื่องการล้างมือนี่ถ้าไม่มีไวรัสระบาดก็ควรจะทำให้ติดเป็นนิสัยนะ เหตุผลที่เราควรล้างมือบ่อยๆ เพราะไม่ใช่แค่ไวรัสโคโรน่าเท่านั้นที่ติดต่อผ่านการสัมผัส แต่เชื้อโรคอื่นๆ ก็จะตกค้างอยู่ที่มือเรา ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม การล้างมือเป็นประจำจะทำให้มือของเราสะอาด เวลาหยิบจับอาหารอะไรเข้าปากก็หมดห่วง อย่าลืมว่าการล้างมือที่ถูกต้องควรล้างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงซอกเล็บด้วยนะคะ 3. พกเจลแอลกอฮอล์ บางทีการเดินตามหาน้ำล้างมือในสถานที่ต่างๆ ก็อาจดูจะเป็นเรื่องยากเกินไปซักนิด ดังนั้นเราจึงมีตัวเลือกใหม่ฉบับพกพาให้คุณแม่สะดวกได้มากขึ้นกว่าเดิม เจลแอลกอฮอล์ที่ดีควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ 70-95% […]

ไหนๆ คุณแม่ท่านไหนกำลังแพ้ท้องบ้าง ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่ไม่แพ้ท้องด้วยนะคะ เพราะคุณแม่โชคดีมาก การแพ้ท้องเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ เลยค่ะ แต่คุณแม่ที่แพ้ท้องก็ไม่ต้องกลัวเหงานะ เพราะมีคุณแม่อีกกว่า 80% ที่ต้องเผชิญกับอาการนี้เช่นกัน อาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรก แต่คุณแม่บางคนอาจจะต้องเผชิญกับอาการแพ้ท้องจนถึงไตรมาสสุดท้ายเลยก็ได้ค่ะ อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไรกันนะ? รกที่เชื่อมระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยนั้นจะสร้างฮอร์โมนตัวหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ค่ะ ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้มีไว้เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่นๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ ระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นจะทำให้ประสาทรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ประสาทการรับรสชาติจะเปลี่ยนไป นอกจากนี้ เจ้า HCG ยังจะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายต่างๆ คุณแม่จึงรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว หรืออ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลาค่ะ อาการแพ้ท้องเป็นยังไงหนอ?

ว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย พอรู้ข่าวดีว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์คงเกิดอาการดีใจอยู่ไม่น้อย แต่ในความดีใจของคุณแม่ก็เกิดคำถามและความกังวลในหัวอยู่มากมาย โดยเฉพาะการลุ้นพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์อยู่ตลอด หนึ่งในนั้นเชื่อว่าคุณแม่ตั้งครรภ์ทั้งหลาย คงอยากรู้สินะว่า ลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงเราตอนไหน และการได้ยินของลูกจะเริ่มต้นเมื่อไหร่ และคุณแม่ตั้งครรภ์สามารถสื่อสารในรูปแบบไหนได้บ้าง ที่จะช่วยการกระตุ้นให้ลูกน้อยได้รับรู้ เพราะคุณแม่ทั้งหลายต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าการพูดคุยกับลูกน้อยในครรภ์ เป็นการเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีกับลูกได้ดีอีกอย่างหนึ่ง บางทีเราเองก็จะเห็นคุณแม่หลายๆคน เปิดเพลงคลาสสิกให้ลูกฟังสไตล์โมซาส เผื่อลูกจะได้อารมณ์ดี บ้างก็ร้องเพลง บ้างก็เล่านิทาน แต่จริงๆแล้วคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าลูกในครรภ์จะได้ยินเสียงตอนกี่เดือนกันแน่ พัฒนาการการได้ยินของลูกน้อยในครรภ์ เริ่มต้นอย่างไร คุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการ การได้ยินของลูกน้อยอย่างไรได้บ้าง ดังนั้น คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนสามารถช่วยส่งเสริมพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ได้ เพราะจริงๆแล้ว ทารกจะได้ยินเสียงได้ดีตั้งแต่เดือนที่ 5 เป็นต้นไป และการได้ยินของลูกมีพัฒนาการดีขึ้นเรื่อยๆ โดยคุณแม่สามารถกระตุ้นพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์ อย่างมีประสิทธิภาพแบบง่ายๆ ได้ดังนี้ 1. พูดคุยกับลูกบ่อยๆ โดยการใช้น้ำเสียงปกติในชีวิตประจำวันที่เป็นอยู่ รวมถึงคุณแม่อาจจะเพิ่มการร้องเพลง หรืออ่านหนังสือ เข้าไปด้วยก็เป็นการช่วยเสริมสร้างพัฒนาการการได้ยินของทารกในครรภ์แล้ว 2. เปิดเพลงให้ลูกฟังบ่อยๆ โดยไม่มีข้อจำกัดว่าจะเป็นเพลงแนวไหน สามารถเปิดได้หมด ทั้ง โมสาร์ท คลาสสิก แจ๊ส ป๊อป ร็อค ลูกทุ่ง เพียงแค่ขอให้เป็นเพลงที่ฟังสบายๆ ไม่รุนแรงเกินไป ก็ช่วยให้ลูกได้รู้สึกถึงจังหวะมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกระตุ้นพัฒนาการการได้ยิน พัฒนาการทางด้านอารมณ์ และพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวเมื่อลูกได้ดิ้นและขยับตัวตามจังหวะดนตรีเพลง […]

เตรียมตัวรับมือให้พร้อมกับการเป็นคุณแม่อย่างเต็มตัว กับ 14 วิธีรับมือลูกแรกเกิด ขอบคุณบทความดีๆ จาก คุณหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

หนึ่งอุปกรณ์สำคัญเพื่อการเลี้ยงลูกที่คุณแม่ขาดไม่ได้คือ ขวดนม ที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจมองข้าม เพราะคิดและตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้นมแม่ล้วนหลังคลอด ซึ่งอาจลืมไปว่าแม้จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ขวดนมก็ยังมีความสำคัญและเป็นผู้ช่วยชั้นดีของการให้นมแม่ได้แน่นอน » ขวดนมจำเป็นแค่ไหน ? » ขวดนม มีกี่แบบ ? ปัจจุบันขวดนมสำหรับเด็กผลิตขึ้นจากวัสดุที่หลากหลาย มีหลายประเภทและหลายรูปทรงให้เลือก วัสดุของขวดนม ขวดนมสำหรับเด็ก มีทั้งขวดแก้ว ขวดพลาสติก และขวดที่ใช้แล้วทิ้ง(Disposable Liners)ที่ใส่ลงในขวดนมอีกที  แต่ปัจจุบันขวดนมส่วนใหญ่ที่นิยมใช้มักผลิตจากพลาสติกเพราะน้ำหนักเบา ตกไมแตก ทนความร้อนและหาซื้อง่าบ โดยมีทั้งขวดพลาสติกใส ขวดพลาสติกขาวขุ่น และขวดสีชา ที่ผลิตจากพลาสติกที่ต่างชนิดกัน 1. ขวดนม PP วัสดุ POLYPROPYLENE เป็นขวดนมที่มีสีโปร่งใส หรือสีขาวขุ่น มีน้ำหนักเบา ทนทาน โดยทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -20 –110˚c มีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน และอาจเหลือน้อยลงหากผ่านความร้อนจากการต้มหรือนึ่งบ่อยๆ 2. ขวดนม PES วัสดุ POLYETHERSULFONE เป็นขวดพลาสติกสีชาหรือน้ำผึ้ง สามารถทนอุณหภูมิได้ที่ -50–180˚c มีอายุการใช้งานยาวนานประมาณ 6 เดือน […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event