รวมเมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน กินอะไรดีช่วยเพิ่มน้ำนมให้ลูก

รวมเมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน กินอะไรดีช่วยเพิ่มน้ำนมให้ลูก

ยินดีด้วยกับคุณแม่มือใหม่ทุกคน การก้าวเข้าสู่บทบาทแม่ลูกอ่อนอย่างเต็มตัวนั้น นอกจากการปรับตัวกับเจ้าตัวเล็กแล้ว เรื่องปากท้องของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไป ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดให้กลับมาแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 เมนูบำรุงน้ำนมรสชาติอร่อย ทานง่าย มาฝากกัน

อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร

อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร

สำหรับคุณ แม่ลูกอ่อน ร่างกายจะอยู่ในสภาวะที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการสูญเสียเลือด แร่ธาตุ และพลังงานมหาศาลระหว่างการคลอด การได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ สารอาหารที่แม่ทานเข้าไปจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านน้ำนม การเลือกทานสิ่งที่ดีจึงเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกรักตั้งแต่วันแรก

สารอาหารที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรพลาด

เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่ลูกอ่อนควรเน้นสารอาหารหลัก ๆ ดังนี้

  • โปรตีน: ช่วยซ่อมแซมแผลหลังคลอดและสร้างกล้ามเนื้อ พบมากในเนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว
  • แคลเซียม: สำคัญมากเพราะลูกจะดึงแคลเซียมจากแม่ไปสร้างกระดูก แม่จึงต้องทานเสริมเพื่อป้องกันกระดูกเปราะ
  • ธาตุเหล็ก: ช่วยบำรุงเลือดและป้องกันภาวะโลหิตจางจากการเสียเลือดตอนคลอด
  • ดีเอชเอ (DHA): ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็นของลูกน้อยผ่านทางน้ำนม
  • ไอโอดีน: ส่งเสริมพัฒนาการทางสติปัญญาและระบบประสาทของทารก
  • น้ำสะอาด: เป็นส่วนประกอบหลักของน้ำนม ควรดื่มให้เพียงพอเพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ

แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน

มาดูกันว่าเมนูไหนบ้างที่ทำง่าย ประโยชน์ล้นแก้ว และช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนมีน้ำนมไหลมาเทมาจนเจ้าตัวเล็กอิ่มท้องแฮปปี้กันทุกมื้อ

1. ฟักทองแกงบวดนมสด

ฟักทองเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนมและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เมนูนี้เลือกใช้นมสดแทนกะทิเพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว ทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนและแคลเซียมเพิ่มขึ้น ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและไม่อ้วนง่าย

2. แกงหัวปลีใส่ไก่ 

หัวปลีถือเป็นสมุนไพรเบอร์หนึ่งในการบำรุงน้ำนมของไทย เพราะมีสารซาโปนินที่ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนโปรแลคติน เมื่อนำมาแกงใส่ไก่จะได้โปรตีนเน้น ๆ ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อหลังคลอด และช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดสำหรับคุณแม่ลูกอ่อนทุกคน

3. กะเพราเห็ดฟาง

ใบกะเพรามีฤทธิ์ร้อนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างน้ำนม ส่วนเห็ดฟางมีไฟเบอร์และโปรตีนสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายคุณแม่ที่ยังอ่อนแอหลังคลอดได้ดีเยี่ยม

4. แกงเลียงผักรวมกุ้งสด

สุดยอดเมนูเพิ่มน้ำนมที่รวมสมุนไพรฤทธิ์ร้อนอย่างพริกไทย หอมแดง และกะปิ พร้อมผักหลากชนิด เช่น บวบ ตำลึง และฟักทอง เมนูนี้ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำนมได้ดีมาก และยังได้สารอาหารครบถ้วนจากกุ้งสด ช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนสดชื่นและมีกำลัง

5. ราดหน้าปลา

เนื้อปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและมีโอเมก้า 3 (DHA) สูง ซึ่งจำเป็นต่อการพัฒนาสมองของลูกน้อย เมนูราดหน้าช่วยให้คุณแม่ทานได้ลื่นคอ ได้พลังงานจากเส้นและวิตามินจากผักคะน้า เป็นมื้อกลางวันที่สารอาหารครบจบในจานเดียว

6. แกงส้มมะละกอ

มะละกอมีวิตามินเอและไฟเบอร์สูง ช่วยในเรื่องระบบขับถ่ายที่คุณแม่มักมีปัญหาหลังคลอด น้ำแกงส้มที่มีส่วนผสมของหอมแดงและกระชายช่วยขับลมและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด เสริมสร้างคุณภาพน้ำนมให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

7. น้ำขิง

เครื่องดื่มสมุนไพรยอดฮิตของแม่ลูกอ่อน ขิงมีฤทธิ์ร้อนช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ขับลม แก้ท้องอืด และที่สำคัญคือช่วยกระตุ้นให้น้ำนมพุ่งดีมาก การจิบน้ำขิงอุ่น ๆ ระหว่างวันจะช่วยให้คุณแม่รู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นตลอดทั้งวัน

8. ฟักทองผัดไข่

เมนูทำง่ายที่ได้ประโยชน์สูงสุด ฟักทองช่วยบำรุงเลือดและขับน้ำนม ส่วนไข่ไก่ให้โปรตีนคุณภาพดีที่ช่วยสมานแผลหลังคลอด เมนูนี้รสชาติหวานธรรมชาติ ทานง่าย และช่วยให้คุณแม่มีพลังงานในการดูแลเจ้าตัวเล็กได้ตลอดวัน

9. ยำหัวปลี

หากคุณแม่เบื่อเมนูต้ม ๆ แกง ๆ ยำหัวปลีคือทางเลือกที่ดี หัวปลีสดมีธาตุเหล็กสูงช่วยบำรุงเลือดและเพิ่มระดับฮอร์โมนกระตุ้นน้ำนม การทานในรูปแบบยำที่มีรสชาติกลมกล่อม (ไม่เผ็ดจัด) จะช่วยให้คุณแม่เจริญอาหารมากขึ้น

10. กะเพราหมู

เมนูที่หาทานง่ายแต่ได้ประโยชน์มหาศาล ใบกะเพราช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย กระตุ้นการผลิตน้ำนม ส่วนเนื้อหมูให้โปรตีนและธาตุเหล็ก แนะนำให้ผัดแบบน้ำมันน้อยและไม่รสจัดจนเกินไป เพื่อไม่ให้ส่งผลต่อรสชาติน้ำนมที่ลูกต้องดื่ม

11. กุยช่ายผัดตับ

กุยช่ายอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและน้ำนม ส่วนตับหมูเป็นแหล่งธาตุเหล็กชั้นดี ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ทดแทนเลือดที่เสียไปจากการคลอด เป็นเมนูที่ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจางในคุณแม่ลูกอ่อนได้อย่างดี

12. แซลมอนนึ่งซีอิ๊ว

แซลมอนสุกอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และวิตามินดี ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงภาวะซึมเศร้าหลังคลอดและบำรุงสมองลูกน้อยผ่านทางน้ำนม การนึ่งซีอิ๊วเป็นการปรุงที่ช่วยรักษาคุณค่าทางอาหารและรสชาติของปลาไว้ได้อย่างครบถ้วนและปลอดภัยที่สุด

13. ข้าวต้มปลา

อาหารเช้าที่แสนอบอุ่น เนื้อปลาย่อยง่าย สบายท้อง ช่วยให้คุณแม่ได้รับโปรตีนแต่เช้า การเติมขิงซอยและต้นหอมลงไปจะยิ่งช่วยขับลมและกระตุ้นน้ำนม เป็นเมนูเบา ๆ ที่ให้พลังงานเพียงพอต่อการเริ่มต้นวันใหม่ของการเลี้ยงลูก

14. อกไก่ผัดขิง

สำหรับคุณแม่ที่อยากคุมรูปร่างหลังคลอด อกไก่ผัดขิงคือคำตอบ ได้โปรตีนเน้น ๆ แต่ไขมันต่ำ ผสมผสานกับขิงที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและบำรุงน้ำนม คูณสองประโยชน์เข้าไปในจานเดียว อิ่มนานและน้ำนมไหลดีแน่นอน

15. แกงจืดตำลึง

ตำลึงเป็นผักที่มีวิตามินเอสูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและบำรุงเลือด การทานแกงจืดตำลึงร้อน ๆ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย เพิ่มปริมาณน้ำนม และยังได้วิตามินบีจากหมูสับที่ใส่ลงไป ช่วยเสริมสร้างระบบประสาทให้แข็งแรงทั้งแม่และลูก

สรุปบทความ 

การเลือกทานอาหารที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะช่วยฟื้นฟูร่างกายคุณแม่ให้กลับมาแข็งแรงแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของลูกรัก และเมื่อคุณแม่เตรียมร่างกายด้วยเมนูบำรุงน้ำนมพร้อมแล้ว อย่าลืมเตรียมอุปกรณ์ตัวช่วยอย่าง เครื่องปั๊มนม คุณภาพดีเพื่อเก็บสต็อกน้ำนมไว้ให้เจ้าตัวเล็กด้วย BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้จริงเรื่องของใช้แม่และเด็ก เข้าใจลึก พูดง่าย และอยู่เคียงข้างคุณพ่อคุณแม่มือใหม่เสมอ เราคัดสรรสินค้าแม่และเด็กที่ดีที่สุดเพื่อให้การเลี้ยงลูกของคุณเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและมีความสุขที่สุด

สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop

คำถามที่พบบ่อย

อาหารอะไรที่แม่ลูกอ่อนควรกิน

ควรเน้นอาหารที่มีโปรตีนสูง แคลเซียม และผักสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น ขิง หัวปลี และใบกะเพรา เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนม

คนเพิ่งคลอดกินอะไรได้บ้าง

ทานได้เกือบทุกอย่างที่สุกสะอาดและมีสารอาหารครบ 5 หมู่ แต่ควรเลี่ยงอาหารรสจัด คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ที่อาจส่งผลเสียต่อลูก

กินอะไรให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้น

ตามธรรมชาติไม่มีอาหารชนิดใดที่ทำให้ปากมดลูกเปิดเร็วขึ้นโดยตรง แต่การทานสับปะรดหรืออินทผาลัมในช่วงใกล้คลอดอาจช่วยเตรียมความพร้อมของมดลูกได้ตามคำแนะนำของแพทย์

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เรื่อง : สิริพร ความปลอดภัยของลูกน้อยในวัยเบบี้เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกค่ะ คุณพ่อคุณแม่จึงจำเป็นต้องใส่ใจและดูแลเจ้าตัวเล็กอย่างใกล้ชิดในทุก ๆ เรื่องแม้จะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ก็ไม่ควรมองข้ามนะคะ อยากจะชวนคุณพ่อคุณแม่มากันดูค่ะว่ามีเรื่องไหนที่เราเคยทำ แล้วเสี่ยงต่อความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กกันบ้าง มีถุงพลาสติก หรือลูกโป่งอยู่ใกล้ตัวเบบี้ ? อย่ามองข้ามถุงพลาสติกที่คุณแม่ใส่ของหิ้วเข้าบ้านนะคะ เพราะหากเอาของออกแล้ว ไม่ทันเก็บให้ดี เจ้าตัวเล็กที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ อาจเผลอหยิบเล่นเข้าปาก หรือครอบหัวจนหายใจไม่ออก ส่วนลูกโป่งหากแตก เศษลูกโป่งก็อาจกระเด็นเข้าตา หรือดีดใส่หน้าจนได้รับอันตรายได้ Safety for baby : เจ้า ตัวเล็กอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็นอยากสำรวจสิ่งใกล้ตัว ฉะนั้นความสะอาด และความปลอดภัยของสิ่งของที่ลูกจะคว้าจับได้จึงสำคัญ คุณแม่จึงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เช่น หากมีลูกโป่ง หรือของที่ลูกสามารถบีบแตกได้อยู่ในบริเวณที่ลูกคว้าจับได้ง่าย คุณแม่ต้องรีบเก็บให้ห่างจากมือลูกโดยเร็ว แต่หากลูกอยากเล่นของเล่นลูกกลม ๆ ก็ลองหาลูกบอลที่เป็นผ้านุ่มนิ่ม ที่ไม่อันตรายจะดีกว่าค่ คุณพ่อสูบบุหรี่ตอนเบบี้ไม่อยู่บ้าน ? ควันบุหรี่ที่ถูกพ่อออกมาเป็นสารพิษชนิดเดียวกันกับที่สูบเข้าไปค่ะ ถึงคุณพ่อจะสูบตอนที่ลูกเบบี้ไม่อยู่บ้าน หรือไม่อยู่บริเวณนั้นขณะสูบ สารพิษนี้ก็คงยังล่องลอยอยู่ในอากาศ ทำให้บรรยากาศและคนในบ้านแย่ตามไปด้วย  Safety for baby : หากอยากจะให้เจ้าตัวเล็กของเราห่างไกลจากควันบุหรี่ คุณพ่อไม่ควรสูบบุหรี่ที่บ้านเลยดีที่สุดค่ะ และพยายามจัดบรรยากาศทั้งในและนอกบ้านให้ปลอดโปร่งอากาศถ่ายเทได้สะดวกอยู่ เสมอ เช่น มีการกำจัดฝุ่นตามโต๊ะ ตู้ พื้นห้องทุกวัน […]

การให้ลูกน้อยทารกนอนเปล เพื่อช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับง่าย และนอนหลับนาน ถือเป็นภูมิปัญญาที่ตกทอดกันมาอย่างยาวนานในบ้านเรา  ซึ่งสมัยก่อนพ่อแม่ปู่ย่าก็ใช้เปลญวน เปลผ้าขาวม้า ผูกให้ลูกแล้วไกวนอน จนปัจจุบันการใช้เปลไกว ได้พัฒนาออกมามากมายหลายระบบ ทั้งระบบที่ต้องใช้แรงคนไกวหรือไกวมือ เปลไกวไฟฟ้า แบบมีล้อเคลื่อนที่ได้ เปลลูกกรงตั้งอยู่กับที่ และเปลไกวอัตโนมัติ ที่สามารถตั้งเวลาและระดับการไกวได้อย่างแสนสะดวก แต่ก็เพราะการมีเปลไกวหลายระบบ หลายแบบให้คุณแม่เลือกในยุคนี้ ทำให้มีคำถามว่าควรจะเลือกเปลไกวแบบไหน แถมยังมีทั้งแบบที่ไกวไปด้านหน้า-หลัง และไกวแบบด้านข้างซ้าย-ขวา  จึงอยากจะรู้ว่าสองแบบนี้แตกต่างกันแค่ไหน อย่างไรบ้าง ?  เราลองมาอ่านข้อมูลกันค่ะ ให้ลูกนอนเปลดีไหมนะ? ดีแน่ค่ะ…การให้ลูกเล็กนอนเปลมีข้อดีมากมาย เพราะมีข้อมูลบอกไว้ว่าการแกว่งของเปล จะทำให้ลูกน้อยเบบี๋รู้สึกสบาย อบอุ่นและผ่อนคลาย คล้ายกับตอนที่ลูกยังอยู่ในครรภ์คุณแม่  เป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ช่วยให้คุณแม่ไกวเปลกล่อมลูกน้อยนอนหลับ โดยที่คุณแม่ไม่ต้องอุ้มกล่อมลูกน้อยนานๆ ให้เมื่อยแขนหรือเดินจนเมื่อยขา  ช่วยทำให้ลูกนอนง่าย นอนหลับได้ยาวนาน  ลดอาการงอแงและไม่ทำให้ลูกน้อยเครียด  นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่บอกว่า การให้ลูกนอนเปลไว สามารถช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้ลูกน้อยได้ อาทิ ส่วนข้อเสียน่าจะมีเพียงแค่ลูกอาจจะติดการนอนเปล แต่ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยากหากคุณแม่มีเปลไกวที่เคลื่อนย้ายหรือพับเก็บได้  หรือบางท่านคิดว่าการให้ลูกนอนเปลจะทำให้ลูกหัวแบนอันนี้ก็แก้ได้ ด้วยการเมื่อลูกหลับอาจจะขยับเปลี่ยนท่านอนเป็นตะแคงข้าง และส่วนใหญ่การให้ลูกนอนเปลมักจะอยู่ในช่วงที่ลูกอายุไม่เกิน 5-6 เดือนเท่านั้น เพราะพอลูกโตขึ้น ก็มักจะพลิกคว่ำหงายและปีนป่ายเปล จนเป็นอันตรายได้ เลือกเปลต้องดูให้ละเอียดทุกด้าน การเลือกเปลให้ลูกน้อยคุณแม่ต้องพิจารณาอย่างละเอียด ทั้งด้านวัสดุที่ใช้ การออกแบบมาให้เหมาะสมกับสรีระเด็ก และการแกว่งไกวที่ปลอดภัย […]

นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ในกรณีที่คุณแม่มีความจำเป็นต้องใช้นมผง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีชงนมผงที่ถูกต้องและปลอดภัย เพราะหากชงผิดสัดส่วนหรือรักษาความสะอาดไม่ดีพอ อาจส่งผลให้ลูกน้อยท้องอืด ท้องเสีย หรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน บทความนี้จะมาเจาะลึกวิธีชงนมผงเด็กอย่างละเอียดเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก 4 วิธีชงนมผงเด็กที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และปลอดภัยจากเชื้อโรค คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามวิธีชงนมผงเด็ก 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ 1. สุขอนามัยต้องสะอาด ก่อนเริ่มวิธีชงนมผงทุกครั้ง คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ ขวดนมและจุกนมต้องผ่านการล้างและฆ่าเชื้อด้วยการต้มหรือนึ่งด้วยเครื่องอบฆ่าเชื้อ และควรพักไว้ให้แห้งสนิทบนตะแกรงสะอาด การรักษาความสะอาดในขั้นตอนนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในทางเดินอาหารของทารกได้ดีที่สุด 2. ใช้น้ำร้อนผสมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นจนเท่าอุณหภูมิห้อง น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำเปล่าที่ต้มเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงจนเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำอุณหภูมิห้องที่ไม่ผ่านการต้ม เพราะระบบย่อยอาหารของลูกยังบอบบางมาก น้ำอุ่นในระดับที่พอเหมาะจะช่วยให้นมผงละลายได้ดีและไม่ทำลายสารอาหารบางชนิดในนมผง 3. การเตรียม และการตวงนม ลำดับสำคัญของวิธีชงนมผง คือต้อง “เติมน้ำก่อนใส่นมผง” เสมอ โดยตรวจสอบสัดส่วนตามฉลากข้างผลิตภัณฑ์ ใช้ช้อนตวงที่มากับนมตักให้เต็ม เคาะเบาๆ เพื่อไล่ฟองอากาศแล้วปาดให้เรียบเสมอขอบช้อน การตวงที่แม่นยำจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่เข้มข้นพอเหมาะ ไม่เจือจางหรือเข้มข้นจนเกินไปซึ่งอาจส่งผลต่อไตของเด็ก 4. วิธีชงนมให้นมผงละลาย เมื่อใส่นมผงลงไปแล้ว ให้ปิดฝาให้สนิทและค่อยๆ หมุนขวดนมเป็นวงกลมหรือแกว่งไปมาเบาๆ เพื่อให้เนื้อนมผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ หลีกเลี่ยงการเขย่าขวดนมแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกท้องอืด ก่อนให้ลูกทาน อย่าลืมหยดน้ำนมลงบนหลังมือเพื่อทดสอบความร้อนให้มั่นใจอีกครั้ง วิธีเก็บรักษานมที่ชงแล้ว […]

เพราะการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในตำรา การพาลูกน้อยออกไปทำกิจกรรมเด็กนอกบ้านจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้าน พร้อมเปิดโลกทัศน์ใหม่ ๆ ให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์จริง บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 ที่เที่ยวเด็ก กทม. และพื้นที่ใกล้เคียงที่คัดมาแล้วว่าดีที่สุด เพื่อให้ทุกครอบครัวได้ใช้เวลาวันหยุดอย่างมีคุณค่าร่วมกัน วิธีเลือกสถานที่กิจกรรมสำหรับเด็ก การเลือกสถานที่ทำกิจกรรมเด็กให้เหมาะสมกับช่วงวัยเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกสนุกได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยที่สุด กิจกรรมเด็กสำหรับทารกและเด็กเล็ก (0-3 ปี) เน้นสถานที่ที่สะอาด ปลอดภัย และมีการจัดการสุขอนามัยที่ดีเยี่ยม กิจกรรมเด็กสำหรับวัยอนุบาล (3-6 ปี) วัยนี้กำลังช่างจดจำและเลียนแบบ ควรเลือกกิจกรรมที่ส่งเสริมจินตนาการ กิจกรรมเด็กสำหรับวัยประถม (7-12 ปี) เด็กโตต้องการความท้าทายและกิจกรรมที่ช่วยเสริมทักษะทางสมอง กิจกรรมเด็กสำหรับวัยรุ่น (13-18 ปี) เน้นกิจกรรมที่สร้างความภูมิใจในตัวเองและการเข้าสังคมกับเพื่อนวัยเดียวกัน 15 กิจกรรมเด็กและที่เที่ยวในกรุงเทพ หากคุณกำลังมองหาที่เที่ยวเด็ก กทม. ที่ไปได้ทั้งครอบครัว มีทั้งโซนความรู้และความบันเทิงแบบจัดเต็ม นี่คือ 15 พิกัดแนะนำที่เราคัดสรรมาให้คุณพ่อคุณแม่ตามไปเช็กอินได้ตลอดปีนี้ 1. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า (RAMA9 MUSEUM) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง รวบรวมความรู้เรื่องวิวัฒนาการโลกและสิ่งมีชีวิตผ่านสื่อที่เข้าใจง่าย เหมาะสำหรับการมาเป็นครอบครัวเพื่อเรียนรู้เรื่องธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อม 2. ท็อปกอล์ฟ เมกาซิตี้ (Topgolf Megacity) สถานที่พักผ่อนสไตล์ Sport […]

ลูกงอแง ไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ทำอย่างไรดี? คู่มือคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เข้าใจสาเหตุและวิธีแก้แบบได้ผล หนึ่งในปัญหาที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องเจอแทบทุกบ้านคือ “ลูกงอแง ไม่ยอมนอนตอนกลางคืน” “พอจะนอนทีไร ร้องไห้ตลอด” ความจริงแล้วพฤติกรรมนี้ “ปกติมาก” สำหรับเด็กแรกเกิดแต่สิ่งสำคัญคือการเข้าใจสาเหตุ และช่วยให้ลูกนอนหลับได้อย่างสบายขึ้น ทำไมลูกถึงงอแงตอนกลางคืน? 1. ยังแยกกลางวัน-กลางคืนไม่ออก ทารกแรกเกิดยังไม่มี “นาฬิกาชีวภาพ” (Body Clock) ทำให้ตื่น–นอนสลับเวลาได้ตลอด 2. ไม่สบายตัว (หิว / อึดอัด / ง่วงเกินไป) หิว, ผ้าอ้อมเปียก หรือ ง่วงมากเกินไป (Overtired) เด็กที่ง่วงเกินไป มักจะงอแงและหลับยากกว่าปกติ 3. ต้องการความอบอุ่นและความใกล้ชิด ช่วงแรกเกิด เด็กคุ้นเคยกับการอยู่ในท้องแม่ เมื่อออกมาโลกภายนอก อาจรู้สึกไม่ปลอดภัย 4. สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะกับการนอน แสงสว่างเกินไป มีเสียงรบกวน ที่นอนไม่สบาย หรือร้อนเกินไป วิธีช่วยให้ลูกนอนหลับง่ายขึ้น 1. สร้าง Routine ก่อนนอน (Sleep Routine) […]

1.เลือกจากประเภทการใช้งานให้เหมาะสมกับสรีระและน้ำหนักของเด็กค่ะโดยทั่วไปรถเข็นจะแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ 2. วัสดุโครงสร้างของรถเข็นเด็กต้องแข็งแรงและที่สำคัญน้ำหนักต้องเบาเพราะว่าบางครั้งคุณแม่อาจจะต้องเดินทางโดยลำพังกับลูกน้อย นอกจากนี้เบาะที่สัมผัสของตัวน้องควรทำจากวัสดุที่นุ่มสบายเพื่อให้เด็กนั่งได้นาน อีกทั้งยังต้องมีคุณสมบัติในการระบายความร้อนที่ดีเนื่องจากอากาศที่เมืองไทยค่อนข้างร้อนและระบบปรับอุณหภูมิในเด็กเล็กนั้นยังทำงานได้ไม่ดีนักทำให้เด็กจะร้อนและเหงื่อออกได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ 3. ล้อต้องเป็นล้อที่สามารถหมุนได้สะดวกและแข็งแรง เพราะจะทำให้การเคลื่อนตัวของรถเข็นคล่องตัวขึ้นแม้ว่าคุณแม่จะต้องเข็นรถในที่ที่แคบ 4. โครงสร้างของผลิตภัณฑ์ต้องออกแบบมาเพื่อรักษาให้ขาและข้อต่อสะโพกอยู่ในรูปทรงตามธรรมชาติโดยประคองขาและข้อต่อสะโพกในอยู่ในรูปทรงตัว“M” ซึ่งเป็นท่าที่จะทำให้ขาและสะโพกของลูกน้อยมั่นคงที่สุดรวมทั้งจะส่งเสริมการเจริญเติบโตของกระดูกทั้งสองส่วนให้เป็นไปตามธรรมชาติที่ดีที่สุด 5. มีหลังคาที่สามารถปกป้องลูกน้อยจากแสงแดดและรังสียูวีเพราะผิวหนังของเด็กนั้นยังบอบบางโดยที่บังแดดควรจะปรับได้ตามทิศทางของแสงแดดที่ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาในแต่ละวัน นอกจากนี้ที่บังแดดยังช่วยบังลมให้ลูกน้อยได้อีกด้วย 6. โครงสร้างของรถเข็นเด็ก ต้องออกแบบมาเพื่อปกป้องระบบการหายใจในกรณีที่เด็กอาจจะเผลอหลับบนรถเข็น โดยมีเบาะที่จะทำให้ศีรษะเด็กไม่เคลื่อนที่และป้องกันการบิดของลำคอจึงช่วยป้องกันภาวะหยุดหายใจขณะหลับเนื่องจากทางเดินหายใจอุดกั้น 7. ข้อสำคัญอีกประการก็คือหากคุณใช้รถเข็นเด็กแรกเกิด ควรจะเลือกประเภทที่สามารถหันที่นั่งรถเอาหาตัวคุณแม่ได้ เนื่องจากเด็กเล็กต้องการความเอาใจใส่จากแม่เป็นพิเศษ เมื่อน้องออกไปข้างนอกเขาต้องการจะมองเห็นคุณแม่เพื่อความอุ่นใจค่ะ แต่ถ้าเป็นเด็กโตแล้ว เด็กจะให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัวซึ่งในวัยนี้คุณแม่อาจจะปรับที่นั่งรถเข็นให้มองออกไปข้างนอกได้ค่ะ หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำอย่างถูกต้อง

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid