ซื้อขวดนม ยี่ห้อไหนดี ? ชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ไปช้อปของจำเป็นให้ลูกกัน !

ขวดนมเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นสำหรับทารกในช่วงแรกเกิด ยิ่งหากว่าคุณแม่จำเป็นต้องทำงาน หรือเดินทาง การใช้ขวดนมก็จะเป็นตัวช่วยที่บุคคลอื่นสามารถช่วยให้ลูกน้อยมีนมไว้กินได้ หรือในคุณแม่บางคนที่อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด ก็ใช้ขวดนมเป็นตัวช่วยได้อีกเช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มความสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกน้อยเลยหล่ะค่ะ และในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ไปดูยี่ห้อขวดนมคุณภาพดี ราคามิตรภาพ พร้อมคำแนะนำต่างๆ ที่ควรรู้ในการเลือกซื้อขวดนมกันค่ะ 

ขวดนม ยี่ห้อไหนดี ? รวมยี่ห้อดี คุณภาพแน่น ที่บรรดาคุณแม่ไว้วางใจ ! 

ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องซื้อขวดนม ยี่ห้อไหนดี BabyGift ขอชวนคุณพ่อคุณแม่มาดูคำแนะนำในการเลือกซื้อขวดนมกันก่อนสักหน่อยค่ะ สิ่งที่ต้องโฟกัสก็คือ วัสดุ ที่มีทั้งแก้ว หรือพาสติก รูปทรงขวด จุกนม ความง่ายในการทำความสะอาด และที่สำคัญก็คือควรเลือกยี่ห้อที่มีคุณภาพ ใช้วัสดุที่ปลอดภัยต่อลูกน้อยของเราค่ะ สำหรับพ่อแม่มือใหม่ที่อยากเข้าใจวิธีการเลือกซื้อขวดนมให้มากขึ้นกว่านี้ เราเคยเขียนบทความไว้แล้วลองอ่านเพิ่มเติมกันดูนะคะ เอาหล่ะค่ะ ตอนนี้ได้เวลาของการแนะนำขวดนม ยี่ห้อไหนดี ? ที่เราเลือกมาแนะนำแล้ว ตามไปดูยี่ห้อดีๆ กันเลยค่ะ

BabyGift แนะนำ ขวดนม ยี่ห้อไหนดี ?

1. HAENIM ขวดนม รุ่น NOTHING™ ขนาด 5 ออนซ์ (ไม่รวมจุกนม) 

หากกำลังมองหาขวดนมที่ใสเหมือนแก้ว มองเห็นน้ำนมชัดแจ๋วต้อง ต้องเลือกขวดนม จาก HAENIM รุ่น NOTHING™ นี้เลยค่ะ นี่คือขวดนมที่เป็น Medical Grade ผ่านมาตรฐานสากล มั่นใจไร้กังวลเรื่องสารปนเปื้อน ขวดคอกว้าง ง่ายต่อการทำความสะอาด ทนความร้อนได้สูงถึง 160 องศา สามารถฆ่าเชื้อได้ทุกรูปแบบ ฝาขวดน้ำหนักเบา เปิดได้ด้วยมือเดียว พร้อมวางตั้งเป็นแก้วน้ำได้ รุ่นนี้ไม่มีจุกนมมาให้นะคะ แต่สามารถใช้จุกนมขวดทรงคอกว้างของ PIGEON หรือ Dr.Betta ได้ค่ะ 

 จุดเด่น 

  • ใช้วัสดุ PA (Polyamide)ที่ใสเหมือนแก้ว โดยไม่มีการฟอกสี หรือ เคลือบสี ทนทานต่อรอยขีดข่วนและการตกแตก โปร่งใส ช่วยให้มองเห็นความผิดปกติของน้ำนมได้ดีกว่าวัสดุชนิดอื่น
  • ขวด 5 ออนซ์ น้ำหนักเบาเพียง 36 กรัม ช่วยลูกน้อยฝึกจับเองได้ง่าย มีขีดปริมาณละเอียดทุก 10 ml. ทำให้คำนวณการดื่มนมในแต่ละมื้อได้ง่ายขึ้น  
  • ขวดทรงสูง ขนาดพอเหมาะกับการจับหรือถือ มี 2 ขนาด คือ 150 ml. (5 ออนซ์) และ 270 ml. (9 ออนซ์) และมี 4 สี ให้เลือก ได้แก่ Beige, Yellow,  Pink และ White

2. PIGEON ขวดนม รุ่น PPSU WN3 Howapipi ขนาด 160 มล. (แพ็ค 2 ขวด)  

ขวดนม PIGEON ทรงใหม่ที่มีรูปทรงจับได้ง่ายขึ้น มาพร้อมลวดลายสุดน่ารัก และจุกนม SoftTouch ที่พัฒนามาจากการเลียนแบบการดูดตามธรรมชาติของทารก ผลิตจากซิลิคอนที่อ่อนนุ่มพิเศษ สัมผัสเสมือนเต้านมมารดามากยิ่งขึ้น หมดปัญหาเรื่องการสับสนเต้า ตรงขวดมีเส้นบอกตำแหน่งริมฝีปากเพื่อให้พอดีกับปากทารก มีให้เลือกด้วยกัน 2 ขนาด คือ ขนาด 5 ออนซ์จะมาพร้อมจุกขนาด SS และ ขนาด 8 ออนซ์จะมาพร้อมจุกขนาด M 

จุดเด่น 

  • เป็นขวดนมสีชาทนต่อความร้อนได้สูงถึง 180 องศาเซลเซียส ส่วนจุกนมทนความร้อนได้ถึง 120 องศาเซลเซียส
  • ตัวขวดนมมีอายุการใช้งาน 1-2 ปี ปลอดสาร BPA & BPS ( BPA&BPS FREE) 
  • ขวดนม PIGEON มีระบบ Air Ventilation System (AVS™) ควบคุมการไหลเวียนของอากาศ ช่วยปรับสมดุลความดันอากาศภายในขวด ทำให้รู้สึกสบายท้องขณะดูด 
  • ส่วนของรูจุกนมออกแบบให้น้ำนมไหลตามปริมาณที่ทารกต้องการ หมดปัญหาสำลักนม 

3. HEGEN ขวดนม ขนาด 2 oz. / 60 ml. 

ขวดนมที่ผลิตจากพลาสติก PPSU พลาสติกคุณภาพสูงที่ทนต่อความร้อนได้ถึง 180 องศาเซลเซียส มาพร้อมกับจุกนมที่ไหลช้าเป็นพิเศษที่เหมาะสำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ที่ยังต้องค่อยๆ เรียนรู้ที่จะดูดนมและกลืน ดีไซน์เก๋ไก๋ใช้งานได้หลากหลาย แถมคุณแม่ยังสามารถเปลี่ยนขวดนมให้เป็นกล่องเก็บน้ำนม ขนม หรือผลไม้ได้อีก แค่เปลี่ยนจุกนมเป็นฝาผิด (ตัวฝาปิดแยกจำหน่าย) เรียกว่าตอบโจทย์คุณแม่ยุคใหม่เลยล่ะค่ะ 

จุดเด่น   

  • เป็นขวดนมที่สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยมือข้างเดียว หรือ PCTO (กดเพื่อปิด-บิดเพื่อเปิด) หยิบถือได้ง่าย และลดการหกเลอะเทอะ 
  • ออกแบบให้มีช่องลมของขวดนมที่ให้ลมเข้าได้น้อย ลดการเกิดฟองอากาศและลดการสูญเสียคุณค่าของน้ำนม ช่วยลดปริมาณลมที่จะเข้าสู่ท้องของลูกน้อยจากการดื่มนม 
  • จุกนมเป็นรูปทรงวงรีที่เลียนแบบหัวนมของแม่เพื่อกระตุ้นการดูดนมของเด็ก ทำให้การสลับระหว่างการเข้าเต้าแม่กับขวดนมเป็นไปอย่างราบรื่น และตำแหน่งหัวจุกนมที่ไม่ได้อยู่ตรงกลางของขวด ทำให้ลูกน้อยสามารถยกดื่มด้วยองศาที่เป็นไปอย่างธรรมชาติได้ 
  • ล้างได้ง่าย และสะอาดกว่าที่เคย เข้าถึงทุกซอกทุกมุม ด้วยการออกแบบรูปทรงขวดนมที่มีปากกว้างและไม่มีเหลี่ยมมุม 

4. DR.BETTA ขวดนม คอกว้าง รุ่น Brain WS2 240 ml. 

ขวดนม ยี่ห้อไหนดี อีกหนึ่งยี่ห้อที่อยากแนะนำก็คือ DR.BETTA เป็นขวดนมที่คิดค้นโดยกุมารแพทย์ชาวอเมริกา และผลิตในประเทศญี่ปุ่น ออกแบบให้มีลักษณะโค้งมน ได้มุมการป้อนนมแบบเดียวกับที่มารดาให้นมบุตร รับรองคุณภาพด้วยรางวัล Kids Design Award และ Good Design Award ปลอดสาร BPA BPS วัสดุเป็นพลาสติก PPSU แบบใส ทนความร้อนได้มากถึง 180 องศาเซลเซียส  มาพร้อมจุกนมที่คิดค้นจากประสบการณ์ของพยาบาลผดุงครรภ์ให้ลูกน้อยดูดนมได้ตามจังหวะที่เหมาะสมของตัวเอง 

จุดเด่น 

  • ขวดนม Doctor Bétta คิดค้นโดยกุมารแพทย์ชาวอเมริกา และผลิตในประเทศญี่ปุ่น 
  • มีลักษณะโค้งมน ได้มุมการป้อนนมแบบเดียวกับที่มารดาให้นมบุตร ซึ่งให้ประโยชน์ถึง 3 อย่าง ได้แก่ ปลอดภัยต่อหูชั้นกลาง ช่วยให้สะดวกในการกลืน และ ช่วยลดการกลืนอากาศที่ไม่จำเป็น อันเป็นต้นเหตุของโรคโคลิค 
  • จุกนมที่คิดค้นพัฒนาจากแรงบันดาลใจ และประสบการณ์จริงของพยาบาลผดุงครรภ์ 
  • ตัวขวดนมเป็นวัสดุ PPSU ทนความร้อนได้ถึง 180 องศาเซลเซียส ฝาครอบทำจากโพลิโพรพิลีน ทนความร้อนได้ถึง 120 องศาเซลเซียส และจุกนมทำจากซิลิโคน ทนความร้อนได้ถึง 120 องศาเซลเซียส 

5. MAM ขวดนมป้องกันโคลิค PPSU 9 oz (จุกเบอร์ 2) คละสี

MAM เป็นขวดนมป้องกันโคลิค หรืออาการจุกเสียดของเด็กที่ทำให้ทารกร้องไห้หนัก  

MAM ผลิตด้วยคุณภาพที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป แถมยัง ปราศจากสาร BPS และ BPA มาพร้อมจุกนมที่ทำจากซิลิโคนเนื้อนุ่ม ทำให้ลูกไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากการดูดนมจากเต้าของแม่ น้ำนมไหลอย่างสม่ำเสมอ ไม่ต้องกังวลเรื่องการสำลัก ตัวขวดมีสีสัน ลวดลายน่ารัก ถูกใจเด็กน้อย มีให้เลือกด้วยกัน 2 แบบ ตามความชอบค่ะ 

จุดเด่น  

  • ผลิตจากพลาสติก  Polyphenylsulfone ปราศจากสาร BPS และ BPA  ทนต่อความร้อนได้สูงถึง 180 องศาเซลเซียส ไม่ดูดซับสี และ กลิ่น แข็งแรงทนต่อแรงกระแทก  
  • มีฐานและวาล์วป้องกันโคลิคอยู่ใต้ขวด ซึ่งต่างจากขวดป้องกันโคลิคยี่ห้ออื่นที่มีรูระบายอากาศอยู่ที่จุกนม 
  • MAM ได้จดสิทธิบัตรจุกนมที่ทำให้ลูกไม่รู้สึกถึงความแตกต่างจากการดูดนมจากเต้าแม่ ตัวจุกนมทำจากซิลิโคนเนื้อนุ่ม ปลอดสารก่อมะเร็ง 

5. MOYUUM ขวดนม PPSU ขนาด 170 ml.

MOYUUM เป็นขวดนมเด็กที่ผลิตจากวัสดุ PPSU ปลอดภัยต่อลูกน้อย คุณแม่ไร้กังวล มาพร้อมกับจุกนมที่ใช้ได้กับเด็กทารก จนถึงอายุ 2 เดือน ตัวขวดนมคอกว้าง ทำให้ง่ายต่อการชงนม และทำความสะอาด น้ำหนักเบา สามารถปรับเปลี่ยนเป็นที่จับขวดนมได้ ขึ้นอยู่กับการใช้งานสำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย และสามารถเปลี่ยนเอาจุกนมออกและใส่หลอดดูดหัดดื่มเพื่อฝึกดื่มได้ ทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส มีหลายสี และหลายลวดลายน่ารัก น่าใช้ 

จุดเด่น  

  • ขวดนมใช้วัสดุ PPSU ปลอดภัย ไร้กังวล เชื่อถือได้ ใช้งานได้ดีและปลอดภัยแน่นอน 
  • ขวดนมเด็ก และจุกนมซิลิโคน MOYUUM มีคุณภาพระดับโลก ได้มาตรฐานการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของสหรัฐอเมริกา 
  • ขวดนมใช้กับเครื่องอบฆ่าเชื้อได้ ใช้กับเครื่องล้างอัตโนมัติได้ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำร้อน-ไอน้ำได้ ทนต่อความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส  

การเลือกซื้อขวดนม และความเข้าใจถึงความจำเป็นของขวดนมเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคุณแม่มือใหม่ เพราะขวดนมคืออุปกรณ์ที่จะช่วยให้คุณแม่ใช้ป้อนอาหารที่ดีที่สุดให้กับเด็กทารกในตลอดช่วงแรกของชีวิตลูก ดังนั้นการเลือกขวดนมที่เหมาะสม ปลอดภัย ได้มาตรฐาน และเอื้อต่อการพัฒนาการการดูดกลืนน้ำนมของลูกน้อยนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่มือใหม่ที่ควรให้ความใส่ใจนั่นเองค่ะ สำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องน้ำนม ลองอ่านเรื่องวิธีกระตุ้นน้ำนมเพิ่มเติมได้อีกนะคะ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์ขวดนม ลังเลในการเลือกขวดนม ยี่ห้อไหนดี ? หรือสนใจสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 4 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เคล็ดลับการฝึกลูกนั่งคาร์ซีท car seat จากประสบการณ์จริงคุณแม่ลูกสอง โดย แม่ป่าน เพจ เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข by mommy Arpan 1. ฝึกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ : ถ้าเป็นไปได้จัดเตรียมคาร์ซีท car seat ไว้ก่อนคลอด และให้ลูกนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล จะช่วยสร้างความคุ้นเคยให้กับทั้งตัวลูกและพ่อแม่ 2. ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอจนกลายเป็น routine (กิจวัตร) : ไม่ว่าจะไปไหน ใกล้หรือไกลต้องให้เด็กนั่ง car seat ทุกครั้ง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ปฏิบัติจนคุ้นชิน และทุกอย่างจะง่ายขึ้นเองค่ะ 3. ปรับทัศนคติให้ตรงกัน (ปัญหาหลักที่หลายบ้านพบเจอ) : โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในบ้านที่อาจจะยังไม่เข้าใจ หรือยังมองไม่เห็นความสำคัญ ลองนั่งพูดคุยบอกเล่าเหตุการณ์ๆต่างๆในข่าว ที่เวลาเกิดอุบัติเหตุและเด็กที่นั่ง car seat รอดชีวิต เปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้นั่งและเกิดความสูญเสียร้ายแรงตามมา และลองคุยปรับความเข้าใจกับท่านดู เชื่อว่าถ้าท่านรักและห่วงหลานๆเป็นทุน ยังไงวันหนึ่งท่านจะเข้าใจค่ะ อีกวิธีหนึ่งที่แนะนำคือลองหาวิดิโอใน Youtube สาธิตแรงกระแทกที่เกิดขณะรถชน (จะมีสาธิตเปรียบเทียบระหว่างมีคนอุ้มเด็ก กับเด็กนั่งคาร์ซีท ….หวังว่าภาพที่เห็นจะสามารถเปลี่ยนใจของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านได้นะคะ […]

“ครรภ์เป็นพิษ” หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิตของคุณแม่ตั้งครรภ์ ถือเป็นภาวะไม่พึงประสงค์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวคุณแม่เอง ครอบครัว รวมถึงคุณหมอสูติแพทย์ เนื่องจากหากคุณแม่ตั้งครรภ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษ จะมีโอกาสเสียชีวิตได้ค่อนข้างมาก โดยสถิติพบว่า10-15% ของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตเกิดจากภาวะครรภ์เป็นพิษ และมีร้อยละ  2-8% ของสตรีตั้งครรภ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษ (ข้อมูลจากรพ.บำรุงราษฎร์) ฉะนั้นเพื่อไม่ให้คุณแม่ต้องมาเจอกับภาวะร้ายแรงนี้ ลองมาดูสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้ และเรียนรู้กันว่าจะทำอย่างไรเพื่อป้องกัน หรือตรวจเช็กเพื่อรักษาได้ทันท่วงที ให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยปลอดภัยสุขภาพดีได้จนหลังคลอด ครรภ์เป็นพิษ ภาวะอันตรายในแม่ท้อง โดยภาวะครรภ์เป็นพิษที่มักพบส่วนใหญ่ มักจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์หลัง 20 สัปดาห์จนถึง 48 ชั่วโมงหลังคลอด แต่พบบ่อยคือหลังอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ แม่ท้อง รู้ก่อนรักษาได้  ชวนคุณแม่มาสังเกตอาการและสัญญาณต่างๆ ที่บอกถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที อาการหลักๆ ที่สำคัญแสดงถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ การที่คุณแม่มี “ความดันโลหิตสูง” 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป  ร่วมกับตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะมากกว่า 300 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง  และคุณแม่มีอาการ “บวม” ผิดปกติที่คุณหมอตรวจแล้วว่าไม่ได้บวมเพราะเป็นโรคไตหรืออื่นๆ  รวมถึงมีอาการบวมที่มือ เท้าและใบหน้า ปวดศีรษะมาก  ตาพร่ามัว อาเจียน คลื่นไส้ […]

การได้โอบกอดลูกน้อยไว้ในอ้อมแขนเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษและเปี่ยมไปด้วยความสุข แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ภารกิจนี้อาจมาพร้อมความกังวลใจ เพราะร่างกายของทารกนั้นบอบบางกว่าที่คิด การเรียนรู้ท่าอุ้มที่ถูกวิธีจึงเป็นทักษะแรกที่สำคัญที่สุด เพื่อส่งต่อความอบอุ่นอย่างปลอดภัยและเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ท่าอุ้ม สำคัญอย่างไรต่อสรีระและพัฒนาการของลูกน้อย การใส่ใจเรื่องท่าอุ้ม ไม่ใช่เพียงเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างร่างกายของเด็ก เนื่องจากกล้ามเนื้อคอและหลังของทารกยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักศีรษะได้เอง หากอุ้มผิดวิธีอาจส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของสรีระ หรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรงที่กระทบต่อสมองได้ การใช้ท่าอุ้มต่าง ๆ อย่างเหมาะสมจึงเป็นรากฐานสำคัญของสุขภาพที่แข็งแรง รวมเทคนิคท่าอุ้มต่าง ๆ ที่คุณแม่ต้องฝึกให้ชำนาญ การเลี้ยงลูกมีหลายสถานการณ์ที่ต้องการการดูแลที่แตกต่างกัน คุณแม่จึงควรฝึกฝนท่าอุ้มต่าง ๆ ให้หลากหลายและคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็นการอุ้มเพื่อให้นม อุ้มเพื่อระบายลม หรืออุ้มเพื่อปลอบโยน ซึ่งแต่ละท่ามีเทคนิคเฉพาะตัวดังนี้ ท่าอุ้มทารกแรกเกิด วิธีการประคองศีรษะให้มั่นคงปลอดภัย สำหรับวัยแรกเกิด ท่าอุ้มที่ปลอดภัยที่สุดคือการประคองศีรษะและท้ายทอยให้มั่นคงเสมอ โดยใช้มือหนึ่งช้อนใต้ก้นและอีกมือรองรับลำคอ จากนั้นค่อย ๆ ช้อนตัวลูกมาแนบอก ให้ศีรษะวางบนข้อพับแขนอย่างนุ่มนวล ท่านี้จะช่วยให้ลูกรู้สึกมั่นคงและป้องกันการสะบัดของศีรษะที่อาจทำให้เกิดอันตรายต่อกระดูกสันหลังที่ยังบอบบาง ท่าอุ้มเรอ วิธีจับลูกเรอหลังมื้อนมเพื่อลดลมในกระเพาะ หลังอิ่มนม การใช้ท่าอุ้มเพื่อช่วยระบายลมเป็นสิ่งจำเป็นมาก คุณแม่อาจใช้วิธีอุ้มพาดบ่า โดยให้คางของลูกเกยบนไหล่แล้วลูบหลังเบา ๆ หรือจัดให้นั่งบนตักโดยใช้มือประคองหน้าอกและคางไว้ (หลีกเลี่ยงการกดทับลำคอ) เพื่อช่วยไล่ลมในกระเพาะอาหาร ลดอาการอึดอัด และป้องกันการแหวะนมที่อาจทำให้ลูกไม่สบายตัว ท่าอุ้มเข้าเต้า 4 ท่ามาตรฐานที่ช่วยให้นมลูกได้ง่ายขึ้น การให้นมจะราบรื่นขึ้นหากเลือกท่าอุ้มที่ถูกต้อง เช่น ท่าอุ้มนอนขวาง (Cradle […]

ถ้าคุณเป็นพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการมาของลูกน้อย นอกจากจะต้องตระเตรียมของใช้จำเป็นต่าง ๆ แล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลยคือการแจ้งเกิดเพื่อขอสูติบัตร ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญทางกฎหมายที่เปรียบเสมือนใบเบิกทางแรกของลูกในโลกใบนี้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกทุกขั้นตอนการขอสูติบัตรแบบละเอียด เพื่อให้คุณแม่คุณพ่อหมดกังวล และพร้อมต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัวอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ใบสูติบัตรคืออะไร ใบสูติบัตร หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ ใบเกิด คือเอกสารทางราชการที่ออกให้เพื่อรับรองการเกิดของบุคคล โดยถือเป็นเอกสารหลักฐานสำคัญที่ยืนยันสถานะความเป็นคนไทย และยังใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการขอเอกสารสำคัญอื่น ๆ เช่น บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง อีกทั้งยังเป็นการนำเข้าข้อมูลสู่ทะเบียนราษฎรอย่างเป็นทางการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสิทธิต่าง ๆ ที่ลูกน้อยพึงได้รับตามกฎหมาย ทำไมต้องมีการแจ้งเกิด การแจ้งเกิดเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือเป็นการทำตามกฎหมาย และเป็นการสร้างตัวตนทางทะเบียนราษฎรให้กับลูกน้อยอย่างถูกต้องสมบูรณ์ การมี ใบสูติบัตรทำให้ลูกได้รับสิทธิ์และสวัสดิการต่าง ๆ จากรัฐ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล สิทธิ์ในการศึกษา หรือสิทธิ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการสังคม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของเด็ก นอกจากนี้ สูติบัตรยังเป็นหลักฐานยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือดระหว่างพ่อแม่ลูกอีกด้วย เอกสารสำคัญที่พ่อและแม่ต้องเตรียม ก่อนจะไปแจ้งเกิด คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อความรวดเร็วและไม่เสียเวลาที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ เอกสารสำคัญที่ต้องใช้มีดังนี้ ขั้นตอนการแจ้งเกิดมีอะไรบ้าง ขั้นตอนการแจ้งเกิดนั้นไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด แต่มีข้อปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี ซึ่งสามารถสรุปได้ง่าย ๆ ดังนี้ กรณีเด็กเกิดในโรงพยาบาล ถือเป็นกรณีที่พบได้บ่อยและเป็นขั้นตอนที่ง่ายที่สุด เนื่องจากโรงพยาบาลจะออกหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร. […]

เมื่อลูกน้อยอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป ฟันซี่แรกก็จะเริ่มขึ้น ฟันจะค่อย ๆ ดันเหงือกขึ้นมา ทำให้ลูกเริ่มมีอาการคันเหงือก เจ็บเหงือก ลูกเลยชอบที่จะหยิบของเล่นเข้าปากเพื่อกัดเล่น เคี้ยวเล่น ให้ผ่อนคลายอาการคันเหงือกนี้ แต่เพื่อความสะอาด เพื่อความปลอดภัยกับเหงือกและฟันซี่แรกของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่จึงมักจะมองหายางกัดมาให้ลูกน้อยได้กัดเล่น แต่ยางกัดเด็ก ไม่ใช่อะไรก็ได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจด้วยว่า วัสดุไร้สารเคมี นุ่มอ่อนโยนสำหรับเด็ก รูปทรงไม่เป็นอันตราย และไม่ทำให้เหงือกและฟันของลูกน้อยบาดเจ็บ แล้วแบบนี้จะเลือกยางกัดเด็กอย่างไรดี เด็กแรกเกิดใช้ยางกัดได้ไหม เรามีคำตอบมาให้ในบทความนี้ค่ะ ยางกัดเด็ก ลดคันเหงือก แบบไหนดี ? ลูกควรใช้ได้ตอนอายุเท่าไหร่ สามารถเริ่มเล่นยางกัดได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน ขึ้นไป เนื่องจากยางกัดเด็กสามารถเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการได้ หรือ เมื่อลูกอายุประมาณ 5 เดือน ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการลูก ว่ามักจะหยิบของเล่นทุกอย่างมากัดเล่นหรือเปล่า พอกัดไม่ได้เนื่องจากของเล่นนั้นแข็งเกินไป ระคายช่องปาก ก็จะทำให้ลูกร้องไห้งอแง เริ่มมีน้ำลายไหลมากขึ้นด้วย อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าลูกอยากหาอะไรกัดเคี้ยวเล่นเพื่อบรรเทาอาการคันเหงือก ก็สามารถเริ่มใช้ยางกัดเด็กได้แล้วค่ะ ยางกัดเด็กมีกี่ประเภท พร้อมวิธีการเลือกยางกัดที่พ่อแม่ต้องรู้ ! 1. ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน จะผลิตจากซิลิโคนฟู้ดส์เกรด BPA Free100% […]

นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ในกรณีที่คุณแม่มีความจำเป็นต้องใช้นมผง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีชงนมผงที่ถูกต้องและปลอดภัย เพราะหากชงผิดสัดส่วนหรือรักษาความสะอาดไม่ดีพอ อาจส่งผลให้ลูกน้อยท้องอืด ท้องเสีย หรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน บทความนี้จะมาเจาะลึกวิธีชงนมผงเด็กอย่างละเอียดเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก 4 วิธีชงนมผงเด็กที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และปลอดภัยจากเชื้อโรค คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามวิธีชงนมผงเด็ก 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ 1. สุขอนามัยต้องสะอาด ก่อนเริ่มวิธีชงนมผงทุกครั้ง คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ ขวดนมและจุกนมต้องผ่านการล้างและฆ่าเชื้อด้วยการต้มหรือนึ่งด้วยเครื่องอบฆ่าเชื้อ และควรพักไว้ให้แห้งสนิทบนตะแกรงสะอาด การรักษาความสะอาดในขั้นตอนนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในทางเดินอาหารของทารกได้ดีที่สุด 2. ใช้น้ำร้อนผสมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นจนเท่าอุณหภูมิห้อง น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำเปล่าที่ต้มเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงจนเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำอุณหภูมิห้องที่ไม่ผ่านการต้ม เพราะระบบย่อยอาหารของลูกยังบอบบางมาก น้ำอุ่นในระดับที่พอเหมาะจะช่วยให้นมผงละลายได้ดีและไม่ทำลายสารอาหารบางชนิดในนมผง 3. การเตรียม และการตวงนม ลำดับสำคัญของวิธีชงนมผง คือต้อง “เติมน้ำก่อนใส่นมผง” เสมอ โดยตรวจสอบสัดส่วนตามฉลากข้างผลิตภัณฑ์ ใช้ช้อนตวงที่มากับนมตักให้เต็ม เคาะเบาๆ เพื่อไล่ฟองอากาศแล้วปาดให้เรียบเสมอขอบช้อน การตวงที่แม่นยำจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่เข้มข้นพอเหมาะ ไม่เจือจางหรือเข้มข้นจนเกินไปซึ่งอาจส่งผลต่อไตของเด็ก 4. วิธีชงนมให้นมผงละลาย เมื่อใส่นมผงลงไปแล้ว ให้ปิดฝาให้สนิทและค่อยๆ หมุนขวดนมเป็นวงกลมหรือแกว่งไปมาเบาๆ เพื่อให้เนื้อนมผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ หลีกเลี่ยงการเขย่าขวดนมแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกท้องอืด ก่อนให้ลูกทาน อย่าลืมหยดน้ำนมลงบนหลังมือเพื่อทดสอบความร้อนให้มั่นใจอีกครั้ง วิธีเก็บรักษานมที่ชงแล้ว […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid