แชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธี ทำยังไงให้เกลี้ยงเต้า เทคนิคที่คุณแม่ต้องรู้
การมีน้ำนมให้ลูกน้อยกินอย่างเพียงพอเป็นความปรารถนาของคุณแม่ทุกคน แต่การให้นมจากเต้าอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแม่ยุคใหม่ การปั๊มนมแม่จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกได้กินนมแม่แม้คุณแม่ไม่อยู่ใกล้ ๆ วันนี้ BabyGift จะมาแชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธีและเกลี้ยงเต้า ที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีน้ำนมเก็บสำรองอย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
การปั๊มนมคืออะไร
การปั๊มนมแม่ คือการนำน้ำนมออกจากเต้าเพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูกน้อยสำหรับมื้อต่อไป โดยสามารถใช้มือบีบหรือใช้เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยก็ได้ การปั๊มนมเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณแม่สามารถจัดการเวลาได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องให้นมจากเต้าลูกน้อยตลอดเวลา และยังช่วยให้คนในครอบครัวสามารถช่วยป้อนนมได้ในยามที่แม่ไม่สะดวกอีกด้วย
การปั๊มนมกับคุณแม่สำคัญอย่างไร

การปั๊มนมแม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย สำหรับลูก การได้รับน้ำนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการและระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ส่วนคุณแม่เองก็จะได้ประโยชน์จากการปั๊มนมโดยตรง เช่น การป้องกันเต้านมคัดตึง การรักษาระดับน้ำนมให้คงที่และเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ประหยัดเวลา ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะหิว
คุณแม่ควรเริ่มปั๊มนมตอนไหน
ระยะเวลาในการเริ่มการปั๊มนมแม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความต้องการของคุณแม่แต่ละคน คุณแม่บางคนอาจเริ่มปั๊มนมทันทีหลังคลอดเพื่อกระตุ้นน้ำนม ในขณะที่บางคนอาจรอให้ผ่านไป 2-3 สัปดาห์ หรือเริ่มเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อย ซึ่งควรเริ่มฝึกการปั๊มนมแม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง
7 เทคนิคการปั๊มนมที่คุณแม่เตรียมคลอดควรรู้
การเรียนรู้เทคนิคการปั๊มนมแม่ตั้งแต่ก่อนคลอดจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีความมั่นใจและพร้อมรับมือกับการให้นมลูกได้ดียิ่งขึ้น
1. ปั๊มนมทันทีภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด
หลังคลอดทันทีถือเป็นช่วงเวลาทองในการเริ่มต้นการปั๊มนมแม่ หากลูกน้อยยังไม่สามารถเข้าเต้าได้ คุณแม่ควรเริ่มปั๊มภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หรือช้าที่สุดไม่ควรเกิน 6 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมและทำให้ร่างกายเรียนรู้ที่จะผลิตน้ำนมออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าลูกสามารถเข้าเต้าได้แล้วก็ให้ลูกเข้าเต้าเป็นอันดับแรกเสมอ
2. ปั๊มนมให้บ่อย
ในช่วงเดือนแรกหลังคลอด คุณแม่ควรตั้งใจปั๊มนมให้ได้อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะใน 2-3 สัปดาห์แรกควรปั๊มให้ได้ 8-12 ครั้งต่อวัน หรือทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ที่บ่อยครั้งจะส่งสัญญาณให้ร่างกายผลิตน้ำนมอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นการกระตุ้นให้มีปริมาณน้ำนมที่เพียงพอต่อความต้องการของลูก
3. ห้ามลืมปั๊มนมรอบดึก
การปั๊มนมแม่ รอบดึกมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงเดือนแรกหลังคลอด ควรปั๊มนมในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงเจ็ดโมงเช้าอย่างน้อยหนึ่งครั้ง เพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ฮอร์โมนโปรแลกตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างน้ำนมจะหลั่งออกมามากที่สุด การปั๊มนมรอบดึกจึงช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมและรักษาระดับการสร้างน้ำนมในร่างกาย
4. ตั้งเป้าปั๊มนมภายใน 2 สัปดาห์ หลังคลอดให้ได้ 500 ml.
การปั๊มนมแม่ ในช่วงสองสัปดาห์แรกหลังคลอดถือเป็นการวางรากฐานสำคัญ หากคุณแม่สามารถทำปริมาณน้ำนมให้ได้ถึง 500 มิลลิลิตรต่อวัน จะถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าคุณแม่มีศักยภาพในการผลิตน้ำนมที่เพียงพอสำหรับลูกน้อยในอนาคต แต่หากยังทำไม่ได้ก็ไม่ควรเครียดจนเกินไป ควรเน้นความสม่ำเสมอและดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม
5. ไม่ควรปั๊มนมเกิน 30 นาที
โดยทั่วไป เครื่องปั๊มนม ที่มีประสิทธิภาพจะสามารถปั๊มจนเกลี้ยงเต้าได้ภายใน 30 นาที หากคุณแม่ใช้เวลาปั๊มนานเกินไปอาจทำให้หัวนมและเต้านมเกิดอาการบาดเจ็บได้ เมื่อครบ 30 นาทีแล้ว ควรให้ร่างกายได้พักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสร้างน้ำนมในรอบถัดไป การปั๊มนานเกินไปอาจไม่ได้ทำให้น้ำนมออกมาเพิ่มขึ้นเสมอไป
6. ไม่ควรลดน้ำหนักในช่วง 3 เดือนแรก
คุณแม่หลังคลอดไม่ควรจริงจังกับการลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดในช่วง 3 เดือนแรก เพราะร่างกายจะใช้พลังงานอย่างมากในการผลิตน้ำนม การปั๊มนมแม่และให้นมลูกจะช่วยให้น้ำหนักลดลงเองอย่างเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว ควรเน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนสำหรับการผลิตน้ำนมที่ดี
7. ใช้โหมดกระตุ้นน้ำนมสลับกับโหมดปั๊มนม
เพื่อให้การปั๊มนมแม่มีประสิทธิภาพ ควรใช้โหมดกระตุ้นน้ำนมและโหมดปั๊มนมสลับกันไป โดยเริ่มต้นด้วยโหมดกระตุ้นน้ำนมประมาณ 3 นาที เพื่อให้ร่างกายหลั่งน้ำนม จากนั้นสลับไปที่โหมดปั๊มอีก 5-10 นาที แล้วสลับกลับไปกระตุ้นอีกครั้ง ทำเช่นนี้ 1-2 รอบ การใช้เทคนิคนี้จะช่วยให้ร่างกายหลั่งน้ำนมได้หลายครั้งในรอบปั๊มเดียว ทำให้ปั๊มน้ำนมได้มากขึ้นและเกลี้ยงเต้าได้เร็วขึ้น
เทคนิคการปั๊มนมให้เกลี้ยงเต้า

การปั๊มให้เกลี้ยงเต้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยป้องกันการคัดตึงเต้านมและช่วยให้ร่างกายสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง โดยเทคนิคที่ช่วยให้คุณแม่ปั๊มนมได้เกลี้ยงเต้ามีดังนี้
- ใช้ เครื่องปั๊มนม เกรดโรงพยาบาล: เครื่องปั๊มนม ที่มีคุณภาพสูงและได้มาตรฐานจะช่วยให้การปั๊มมีประสิทธิภาพ
- ปั๊มสลับกับการบีบด้วยมือ: หากรู้สึกว่า เครื่องปั๊มนม ยังดูดออกไม่หมด การนวดเต้าและใช้มือบีบไล่น้ำนมส่วนที่เหลือจะช่วยให้เกลี้ยงเต้ามากขึ้น
- ระวังอย่าบีบหัวนมแรงเกินไป: ไม่ว่าจะปั๊มด้วยมือหรือใช้ เครื่องปั๊มนม ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดการบาดเจ็บที่หัวนมและลานนม เพราะอาการเจ็บจะส่งผลให้น้ำนมไหลออกมาน้อย
- สลับจังหวะการดูด: หากใช้ เครื่องปั๊มนม ควรปรับจังหวะให้เร็วและช้าสลับกันเพื่อเลียนแบบจังหวะการดูดของทารก จะช่วยให้ร่างกายหลั่งน้ำนมได้ดีขึ้น
- สร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย: การดูภาพหรือวิดีโอของลูกน้อยระหว่างปั๊มนม หรือนั่งใกล้ ๆ ลูก จะช่วยให้คุณแม่ผ่อนคลายและกระตุ้นการหลั่งของน้ำนมได้ดีขึ้น
สรุปบทความ
การปั๊มนมแม่ เป็นหนึ่งในภารกิจที่ท้าทายแต่สำคัญสำหรับคุณแม่มือใหม่ การเรียนรู้เทคนิคและทำความเข้าใจเรื่องการปั๊มนมแม่อย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณแม่หมดความกังวลและสามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมของเตรียมคลอดมีอะไรบ้าง หรือการเลือกสินค้าแม่และเด็กต่าง ๆ BabyGift พร้อมเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่เข้าใจทุกความต้องการของพ่อแม่มือใหม่เสมอ เพราะเรามีผลิตภัณฑ์ดี ๆ และความรู้ที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกของคุณเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด และถ้าหากคุณแม่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกซื้อเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือคาร์ซีทเด็กแรกเกิดแบบไหนดี เราก็พร้อมให้คำปรึกษาด้วยใจ สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
1. เครื่องปั๊มนม HAENIM รุ่น 7X จุดเด่น เหมาะกับ✔ ปั๊มทุกวัน✔ แม่ทำงาน✔ ต้องการเครื่องระดับพรีเมียม 2. SPECTRA เครื่องปั๊มนม รุ่น S1 Plus จุดเด่น เหมาะกับ✔ แม่กังวลเรื่องน้ำนมน้อย✔ อยากได้เครื่องที่เสถียรมาก✔ ใช้ปั๊มตลอดวัน 3. ATTITUDE MOM เครื่องปั๊มนม รุ่น New Galaxy III จุดเด่น เหมาะกับ✔ แม่ที่ต้องทำงานบ้าน✔ ต้องการความคล่องตัวสูง✔ งบประมาณไม่สูงมาก 4. เครื่องปั๊มนม HAENIM รุ่น 7V จุดเด่น เหมาะกับ✔ แม่เริ่มปั๊มครั้งแรก✔ ปั๊มวันละ 2 – 4 ครั้ง✔ งบกลาง 5. เครื่องปั๊มนม Brusta รุ่น Miracle X Prime […]
ในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์มักมีการท้องผูก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ระบบการขับถ่ายเริ่มเปลี่ยนไปด้วย วิธีแก้ท้องผูกสำหรับคนท้องกับ 7 อาหารช่วยให้คุณแม่ท้อง หมดปัญหาเรื่องท้องผูกอีกต่อไป ตำลึงเป็นผักไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายมีขายทั่วไปที่สำคัญนำมาปรุงอาหารจานอร่อยก็แสนจะง่าย เช่น แกงจืดตำลึง ตำลึงผัด น้ำมันหอย เป็นต้น และอย่างที่รู้ดีว่า ผักใบเขียวเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญอย่างเบต้าแคโรทีนที่มีส่วนในการบำรุงสายตาและมีเส้นใยอาหารอยู่มากด้วยค่ะ กุยช่ายเพราะเป็นผักที่มีกลิ่นแรงคะแนนความนิยมอาจไม่มากแต่ประโยชน์ทางสารอาหารสิ่งที่ได้เรียกว่ามากโขค่ะ ไม่ว่าเบต้าแคโรทีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต และฟอสฟอรัส มีเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบการย่อยอาหาร ฉะนั้นถ้าไม่ฝืนความรู้สึกเกินไปกับการกินก็ไม่น่าพลาดกับเมนูกุยช่ายผัดกับเนื้อสัตว์ ลูกพรุนไม่ว่าพรุนสด พรุนเมล็ด หรือน้ำลูกพรุนสกัดแบบสำเร็จรูป เป็นทางเลือกหนึ่งในการกินแก้อาการท้องผูกที่ช่วยให้คุณแม่ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะผลไม้ประเภทนี้อุดมไปด้วยไฟเบอร์มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ค่ะ กล้วยผลไม้ดีๆ ที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีให้เลือกหลายชนิดตามความชอบไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ที่สำคัญกินได้ทั้งปี ราคาไม่แพง ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายช่วยใช้ขับถ่ายสะดวก มะละกอสุกอีกหนึ่งผลไม้หากินง่ายราคาเบาๆ มากด้วยคุณค่าด้านโภชนาการไม่ว่าวิตามินบี1 บี2 และเบต้าแคโรทีน รวมถึงประโยชน์ทางยา แก้เรื่องท้องผูก เหมาะเป็นผลไม้มื้ออาหารว่างของแม่ท้องทีเดียว น้ำนอกจากร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับน้ำอย่างพอเพียงเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายโดยผ่านการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8 แก้ว การดื่มน้ำยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ระดับขับถ่ายทำงานได้ดีเป็นปกติด้วยค่ะ ข้าวกล้องบางครั้งก็เรียกว่าข้าวแดง ข้าวซ้อมมือ ข้าวอนามัย ที่มีความต่างทางสีสัน ด้านคุณค่าทางสารอาหารแบบข้าวหอม เพราะอุดมด้วยสารอาหารมีสรรพคุณเป็นยาอาหารสุภาพของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเรื่อองกากใยอาหารในข้าวกล้องนั้นถูกค้นพบว่า มีส่วนช่วยป้องกันอาการท้องผูก เป็นข้อเสนอดีๆ ในการเลือกกินค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก : mother&care
สวัสดีค่ะคุณแม่ทุกคนนะคะ สำหรับคุณแม่ทั้งหลายที่มีลูกน้อย คงจะเคยชินกับการล้างขวดนมเสร็จแล้ว ก็ฆ่าเชื้อขวดนมด้วยหม้อนึ่งความร้อนกันใช่ไม๊คะ วันนี้แม่อีฟ ขอแนะนำเครื่องมือชิ้นใหม่ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณแม่สมัยใหม่อย่างเราๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายและการฆ่าเชื้อ โรคได้มากที่สุดสำหรับลูกน้อย มาทำความรู้จักกับตู้อบแห้งฆ่าเชื้อ UV แบรนด์ Prince&Princess สัญชาติเกาหลี เครื่องนี้เป็น Gen2 ที่มีการพัฒนาขึ้น ให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น การใช้งาน ก็ง๊ายง่ายค่ะ ที่เครื่องจะมีแค่ 3 ปุ่ม เท่านั้น คือปุ่ม Auto, ปุ่ม UV และปุ่ม Dry ถ้าใช้สำหรับขวดนมหรือของใช้ที่ล้างมาเปียกๆ ก็ง่ายเลยค่ะ แค่กดปุ่ม Auto เพียงปุ่มเดียวแล้วรอแค่ 30 นาที ก็สามารถเอาขวดนมมาชงนมให้ลูกได้เลยค่ะ เริ่มน่าสนใจกันแล้วใช่ไหมหล่ะคะ และนี้ก็คือโฉมหน้าของเจ้าตู้อบฆ่าเชื้อ ด้วยUV ที่มีดีไซน์ แบบทันสมัย ใช้ง่าย และน้ำหนักเบาแค่ 5 kg. เองค่ะ คุณแม่ก็สามารถยกย้ายที่ใช้งานได้แบบง่ายๆเลยค่ะ ก่อนหน้าที่จะใช้เครื่องนี้ ก็เคยมีวิธีการทำความสะอาดของให้กับลูก โดยการล้างทำความสะอาด แล้วก็เอาไปนึ่งต่อต้องทำหลายขั้นตอน ตั้งแต่ตวงน้ำลงในถาด นึ่งเสร็จก็ต้องล้างหม้อนึ่งด้วย พอน้ำแห้งก็มักเป็นตะกรัน พอบ่อยๆ […]
บ้านไหน ? กำลังวางแผนซื้อรถเข็นให้ลูกอยู่บ้างเอ่ยยย พ่อแม่หลายคนถาม หมอแอม เข้ามากันเยอะมาๆๆ ว่าเวลาซื้อรถเข็นให้ลูกควรดูเรื่องอะไรบ้าง เลือกรถเข็นให้ลูกยังไง? ให้เหมาะกับสถานการณ์โควิด และสภาพแดดบ้านเราแบบนี้ ?? วันนี้ หมอแอม มีหลักการเลือกรถเข็นเด็ก ง่ายๆ สไตล์คุณหมอมาฝากกันค่ะ จะมีเคล็ดลับอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลยค่ะ ตั้งแต่ปี 2019 จนถึงช่วงนี้ที่มีสถานการณ์โควิดระบาด และคิดว่าน่าจะอยู่กับเราไปอีกสักพัก เด็กเล็ก 0-2 ขวบที่ยังใส่แมสก์เหมือนผู้ใหญ่ไม่ได้ คำแนะนำของสมาคมกุมารแพทย์สหรัฐอเมริกา และกรมอนามัย คือ แนะนำว่าเด็กเล็กๆให้หาผ้าคลุม หรือใช้รถเข็นเด็กแล้วคลุมผ้าไว้แทนการใส่แมสก์ได้ค่ะ ทีนี้จะเลือกรถเข็นยังไงล่ะ? ให้เหมาะกับลูก เหมาะกับบ้านเรา และเหมาะกับสถานการณ์โควิด หรือสารพัดโรคระบาดของเด็กเล็กได้ วันนี้หมอแอมมีหลักการเลือกรถเข็นเด็กมาฝากค่ะ หลักการเลือกรถเข็นเด็ก 5 ข้อ เพจเรื่องเด็กๆ by หมอแอม 1) อันดับแรกที่ หมอแอม ดู คือ โครงสร้างต้องแข็งแรง และมีระบบลดการสั่นสะเทือน […]
” ลูกติดเต้า ไม่ยอมใช้ขวดนมเลย ทำอย่างไรดี ? เริ่มให้ลูกหย่านมจากเต้า มาฝึกใช้ขวดนมเมื่อไหร่ดี ? ” อีกคำถามที่แม่ๆหลายคนมักเจอตอนลูกน้อยอายุ 1 ขวบ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกน้อยด้วยนมจากเต้าเพียงอย่างเดียว วันนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากแม่ๆกันค่ะ ต้องขอเกริ่นก่อนว่า ความจริงแล้วการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ด้วยคุณค่าของน้ำนมความอบอุ่นและอื่นๆ แต่เมื่อลูกรักโตขึ้น หลายคนที่ดูดนมแม่จากเต้าจนติด หรือที่เรียกว่า ” ลูกติดเต้า “ งอแงไม่ยอมกินนมจากขวด เวลาที่คุณแม่ต้องออกไปทำงานหรืออยู่นอกบ้าน การให้นมแม่จากขวดนม หรือการเริ่มหย่านมแม่ มักจะเกิดปัญหาตามมาเพราะลูกไม่ยอมกินนมจากขวด งอแงร้องไห้ จนเกิดปัญหาการกินกับลูกได้ และปัญหาการใช้ชีวิตของคุณแม่เอง ฉะนั้นมาดูกันเลยค่ะว่าจะมีเทคนิคแบบไหน ที่สามารถทำให้ลูกได้ฝึกกินนมจากขวดได้ โดยไม่หักดิบ ไม่ทำให้ลูกร้องไห้งอแง หงุดหงิดเสียใจ คุณแม่เองก็ไม่ต้องเครียดไปด้วย ตามมาดูกันเลยค่ะ 8 ทริค ฝึกลูกดูดนมขวดแบบแฮปปี้ 1 ) ค่อยๆ ฝึก ไม่บังคับลูกเพราะการดูดขวดคือทักษะใหม่ของลูกรักที่เคยแต่ดูดนมแม่จากเต้ามาตลอด จนกลายเป็นว่า ลูกติดเต้า รวมถึงวิธีการดูดนมจากขวดกับการดูดนมจากเต้าก็มีความแตกต่าง จึงต้องอาศัยเวลาให้ลูกปรับตัวและฝึกฝน รวมถึงลูกรักเองก็ต้องใช้สมาธิในการดูดมากขึ้นในช่วงแรก ฉะนั้นการทำความเข้าใจไม่บังคับ และให้ลูกได้ลองฝึกในสิ่งแวดล้อมที่เงียบและสงบค่อย […]
พอใกล้คลอด คุณแม่หลายคนก็มองหาวิธีหรือเคล็ดลับที่จะทำให้คลอดลูกง่าย หรือคุณแม่บางคนก็อาจจะเริ่มหาข้อมูลตั้งแต่เริ่มท้องเลยก็ว่าได้ คุณแม่สมัยนี้ส่วนใหญ่มักจะเลือกผ่าคลอดกันอยู่เยอะ เพราะสามารถเลือกฤกษ์งามยามดี แถมไม่ต้องทนเจ็บท้อง หรือรอลุ้นว่าจะปวดท้องคลอดตอนไหน ส่วนคุณแม่ที่อยากคลอดธรรมชาติ ก็อาจจะเคยได้ยินมาว่าการเดินบ่อยๆ จะช่วยทำให้คลอดลูกได้ง่าย ความเชื่อนี้จริงหรือไม่ แล้วถ้าจริง มันเป็นไปได้ยังไง สำหรับในบทความนี้ เรานำความรู้ดีๆ มาฝากกันค่า ประโยชน์ของการเดิน 1.การเดินเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง แน่นอนว่าคุณหมอต่างก็แนะนำให้คุณแม่ท้องทุกคนออกกำลังกายเบาๆ ไม่หักโหม หรือไม่ออกแรงมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นเล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเดิน เพราะการออกกำลังกายจะทำให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และรับออกซิเจนได้เต็มปอด 2. การเดินช่วยกระตุ้นฮอร์โมน การเดินจะช่วยหลั่งฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่าออกซิโตซิน ซึ่งสร้างมาจากต่อมใต้สมอง เจ้าฮอร์โมนตัวนี้เป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมากระตุ้นให้มดลูกหดบีบตัว และทำให้ลูกน้อยออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างไม่นานเกินรอค่ะ 3.เรียนรู้จังหวะการหายใจ ในตอนที่คุณแม่เดิน ก็เหมือนกับคุณแม่ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง เรียนรู้ลมหายใจ เรียนรู้การหายใจเข้า หายใจออก อย่าลืมว่าการหายใจเข้าออกแต่ละครั้งก็ควรทิ้งช่วงห่าง อย่าหายใจถี่เกินไป เพราะจะทำให้คุณแม่เหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิม คุณแม่ที่คุ้นชินกับการหายใจจะช่วยให้สามารถบังคับแรงเบ่งได้ในตอนคลอดได้ด้วยนะ ข้อเสียของการเดินที่เยอะเกินไป […]
