ลูกติดเต้า ไม่เอาขวดนม รับมืออย่างไร

” ลูกติดเต้า ไม่ยอมใช้ขวดนมเลย ทำอย่างไรดี ? เริ่มให้ลูกหย่านมจากเต้า มาฝึกใช้ขวดนมเมื่อไหร่ดี ? ” อีกคำถามที่แม่ๆหลายคนมักเจอตอนลูกน้อยอายุ 1 ขวบ โดยเฉพาะคุณแม่ที่เลี้ยงลูกน้อยด้วยนมจากเต้าเพียงอย่างเดียว วันนี้ BabyGift มีเคล็ดไม่ลับมาฝากแม่ๆกันค่ะ

ต้องขอเกริ่นก่อนว่า ความจริงแล้วการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ เป็นสิ่งที่ดีที่สุดอยู่แล้ว ด้วยคุณค่าของน้ำนมความอบอุ่นและอื่นๆ แต่เมื่อลูกรักโตขึ้น หลายคนที่ดูดนมแม่จากเต้าจนติด หรือที่เรียกว่า ” ลูกติดเต้า “  งอแงไม่ยอมกินนมจากขวด เวลาที่คุณแม่ต้องออกไปทำงานหรืออยู่นอกบ้าน การให้นมแม่จากขวดนม หรือการเริ่มหย่านมแม่ มักจะเกิดปัญหาตามมาเพราะลูกไม่ยอมกินนมจากขวด งอแงร้องไห้  จนเกิดปัญหาการกินกับลูกได้ และปัญหาการใช้ชีวิตของคุณแม่เอง

ฉะนั้นมาดูกันเลยค่ะว่าจะมีเทคนิคแบบไหน ที่สามารถทำให้ลูกได้ฝึกกินนมจากขวดได้ โดยไม่หักดิบ ไม่ทำให้ลูกร้องไห้งอแง หงุดหงิดเสียใจ คุณแม่เองก็ไม่ต้องเครียดไปด้วย ตามมาดูกันเลยค่ะ

8 ทริค ฝึกลูกดูดนมขวดแบบแฮปปี้

1 )  ค่อยๆ ฝึก ไม่บังคับลูก
เพราะการดูดขวดคือทักษะใหม่ของลูกรักที่เคยแต่ดูดนมแม่จากเต้ามาตลอด จนกลายเป็นว่า ลูกติดเต้า รวมถึงวิธีการดูดนมจากขวดกับการดูดนมจากเต้าก็มีความแตกต่าง  จึงต้องอาศัยเวลาให้ลูกปรับตัวและฝึกฝน

รวมถึงลูกรักเองก็ต้องใช้สมาธิในการดูดมากขึ้นในช่วงแรก ฉะนั้นการทำความเข้าใจไม่บังคับ และให้ลูกได้ลองฝึกในสิ่งแวดล้อมที่เงียบและสงบค่อย ๆ ป้อนไป จะช่วยทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายและยอมกินได้มากขึ้น

2 )  เริ่มใช้ขวดตอนลูกไม่งอแง
นั่นคือหลีกเลี่ยงการให้ลูกลองทำอะไรใหม่ในช่วงเวลาที่เขาอาจจะงอแงได้ง่าย นั่นคือ ช่วงที่ลูกง่วงนอนจัด และช่วงที่ลูกหิวจัดนั่นเอง เพราะลูกจะโวยวายร้องไห้ไม่ยอมให้ความร่วมมือแน่นอน

3 )  การสลับมื้อนมจากเต้าและนมจากขวด
เป็นวิธีการค่อยๆ สลับมื้อนมให้ลูกคุ้นเคยมากขึ้น ด้วยการจากที่เคยให้นมจากเต้าทั้งวัน คุณแม่ก็อาจจะนำนมแม่ที่ปั๊มไว้มาให้ลูกกินสลับบ้างในบางมื้อ เช่น หากใน 1 วันให้กิน 5 ครั้ง ก็เริ่มเปลี่ยนเป็นนมจากเต้า 4 ครั้ง นมจากขวดสัก 1 ครั้ง พอวันที่ 2 ก็ให้นมจากเต้า 2 ครั้ง นมจากขวด 2 ครั้ง ค่อยๆ ทำ แบบนี้สัก 3-4 วัน ให้ลูกรู้ว่าจะมีสลับกันบ้าง พอลูกเริ่มยอมรับได้ ค่อยเพิ่มจำนวนมื้อนมจากขวดให้มากขึ้น  หรือจะใช้สูรการสลับมื้อนม ดังนี้

  • วันที่ 1-3 : มื้อแรก ให้นมจากขวด 1 ขวด แทนนมแม่จากเต้า มื้ออื่นๆ ที่เหลือเป็นนมจากเต้าเหมือนเดิม
  • วันที่ 4-6 : ให้นมจากขวด 2 ขวด อาจเป็นมื้อแรก หรือมื้อบ่าย นอกนั้นมื้ออื่นๆ สลับเป็นนมแม่จากเต้า
  • วันที่ 7-9 : ให้นมจากขวด  3 ขวด  ในมื้อแรก มื้อที่สอง และมื้อเย็น ที่เหลือเป็นนมแม่จากเต้า
  • วันที่ 10 : ให้นมจากขวดทั้งหมดทุกมื้อ

4 )  ฝึกลูกดูดนมจากขวดก่อนเวลาหิวจริง
ควรเริ่มให้ดูดนมจากขวด ก่อนมื้อนมประมาณ 10-15 นาที หรือช่วงเวลาที่ลูกใกล้ตื่นจากนอน  โดยไม่ควรฝึกให้ลูกดูดนมแม่จากขวดตอนที่ลูกร้องหิว เพราะลูกจะมีอาการหงุดหงิด จนไม่ยอมกินนมแม่ที่อยู่ในขวดได้

5 )  ให้คนอื่นป้อน
เพราะลูกรักติดนมจากเต้าคุณแม่มานาน รวมถึงมีความผูกพันและอาจติดกลิ่น ติดความรู้สึกที่ได้กินนมแม่จากเต้า ดังนั้นเวลาที่ลูกเห็นหรือได้กลิ่นแม่อยู่ด้วย ลูกอาจจะไม่ยอมดูดนมจากขวดได้

ฉะนั้นบางครั้งอาจจะต้องให้คนอื่นเป็นคนป้อนขวดให้ลูก แล้วคุณแม่ก็แยกตัวไปอยู่ที่อื่นก่อน  เพื่อเป็นการฝึกซ้อมตอนแม่ต้องไปทำงาน หรือออกไปนอกบ้านให้ลูกได้ค่อยๆ คุ้นเคย  โดยคุณแม่ควรหลบไปอยู่นอกสายตาไม่ให้ลูกมองเห็น และอยู่ห่างๆ เพราะสัญชาตญานของลูกจะจำกลิ่นแม่ได้ ทำให้ลูกไม่ยอมกินนมจากขวด

6 )  เปลี่ยนจุกให้เหมาะสม
การเลือกจุกนมเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง สำหรับการฝึกลูกกินนมจากขวด  เพื่อไม่ให้ลูกสับสนหัวนมระหว่างหัวนมจากเต้าแม่และหัวนมจากขวด  ดังนั้นคุณแม่จึงควรเลือกหัวนมที่มีลักษณะและความนิ่มพอ ๆ กับหัวนมแม่   เลือกใช้จุกนมเสมือนนมแม่ เพื่อให้ลูกรู้สึกคล้ายการดูดนมจากเต้านมแม่  ดยปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นจุกนมที่มีความนิ่ม มีฐานกว้าง ที่ลูกจะต้องใช้วิธีการดูดทั้งปากคล้ายนมแม่

Tommee Tippee  ราคา 355.- บาท (2 ชิ้น/แพค)

  • จุกนมสำหรับเด็ก ที่มีฐานกว้าง
  • ใช้งานได้กับขวดนมชนิด PP PES
    แก้ว ถุงเก็บน้ำนม Express and Go
  • ผลิตจากซิลิโคนที่เลียนแบบเต้านมของแม่
    จึงให้ผิวสัมผัสนุ่ม ยืดหยุ่น น้ำนมไหลอย่างธรรมชาติ
  • ทนความร้อนได้ 120 องศาเซลเซียส
  • น้ำหนักเบา มีความยืดหยุ่นสูง
  • คุ้มค่าระยะเวลาการใช้งาน 2-3 เดือน
  • สามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยการต้ม หรือเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อได้
  • ปราศจาก BPA (สารก่อมะเร็ง)

PUR จุกนม รุ่น Gentle Touch ราคา 215.- บาท  (2 ชิ้น/แพค)

  • คอกว้าง ขนาดใหญ่ สำหรับเด็ก 6 เดือนขึ้นไป แพ็ค 2 ชิ้น
  • มีแอร์วาว์ล ช่วยให้อากาศไหลผ่านจุกนมได้สะดวก ระดับการไหลของน้ำนมให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ จุกนมไม่ฟีบแบนแม้ดูดอย่างต่อเนื่อง (คล้ายดูดนมแม่)
  • แอร์วาว์ล จะช่วยทำให้ไม่เกิดสุญญากาศที่ขวดนม จึงช่วยลดอาการสำลักซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการโคลิก
  • ช่วยให้ลูกน้อยไม่ต้องกลืนอากาศในขณะดูดนม หมดกังวลเรื่องปัญหาท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้อง
  • จุกนมซิลิโคน สามารถฆ่าเชื้อโดยวิธีการต้ม / แช่ในน้ำเดือด / นึ่งในเครื่องนึ่งไฟฟ้า หรือไมโครเวฟ

7 )  ใช้ขวดนมป้องกันลมเข้า ป้องกันท้องอืด
เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาลูกกินนมจากเต้าคุณแม่ มักจะไม่มีอาการท้องอืดแน่นท้อง ไม่เคยดูดลมเข้าในท้อง แต่การเปลี่ยนมาดูดนมขวด อาจทำให้ลูกมีอาการแน่นท้องได้ พ่อแม่จึงควรต้องป้องกันไม่ให้ลูกมีอาการไว้ก่อน เนื่องจากหากลูกปวดท้อง ไม่สบายท้องเพราะดูดขวด เขาจะไม่ยอมดูดขวดอีกเลย  คุณแม่จึงควรฝึกลูกกินนมจากขวด ด้วยการเลือกซื้อขวดนมที่มีคุณภาพในการป้องกันลมเข้า ป้องกันโคลิก และให้ลูกได้หยิบจับได้สะดวก

Mummom PPSU Feeding bottle Anti-Colic
ขวดนมป้องกันอาการโคลิค ขนาด 6 oz.  ราคา 490.- บาท

  • ผลิตจากพลาสติ PPSU ที่ทนต่อความร้อนสูงถึง 180 องศา ใช้งานนานถึง 2 ปี
  • วัสดุทุกชิ้นปราศจากสาร BPA และหมึกที่ใช้พิมพ์ลายขวดนม ผลิตจากพืช ปลอดภัยต่อลูกน้อย (100% Safe: BPA Free, Non-toxic plant ink)
  • มีจุกนมที่ออกแบบให้เหมือนเต้านมแม่ ฐานกว้างนมไม่รั่ว
  • มีรูระบายอากาศ แบบเข้าทางเดียว ทำให้น้ำนมไหลสม่ำเสมอ จุกนมไม่ฟีบแม้ดูดต่อเนื่อง
  • จุกยางต่อกับสายยางทำให้ไม่มีลมเข้าเวลาดูด ทำให้ไม่เกิดลมเข้าสู่ปากลูก ไม่มีอาการท้องอืด หรือท้องเฟ้อ
  • ผ่านการรับรองมาตรฐาน , มอก.

Tommee Tippee ขวดนม รุ่น Anti-colic 9 ออนซ์ ราคา – บาท

  • มีส่วนช่วยลดการเกิดอาการโคลิค ปวดท้อง แน่นท้อง
  • ผลิตจากพลาสติก ชนิด PP (โพลีโพลไพลิน) ขวดใส น้ำหนักเบา
  • สามารถทนความร้อนได้ 110-120 องศาเซลเซียส
  • คุ้มค่า สามารถใช้งานขวดนมได้นาน 6 เดือน
  • สามารถฆ่าเชื้อได้ด้วยการต้ม หรือเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อได้
  • ปราศจาก BPA (สารก่อมะเร็ง)

Nanobebe ขวดนม รุ่น Flexy Silicone 9 ออนซ์  ราคา 695.- บาท

  • ทำจากซิลิโคนเกรดพรีเมียม เป็นฟู้ดเกรดที่ดีที่สุด BPA-Free, phthalate-free, lead-free, and PVC-free. 100% silicone interior
  • จุกนมรุ่นระบายอาการพิเศษที่ลดอาการโคลิค มีรูระบายอากาศ 3 รู อยู่ตัวไม่ยุบลงง่าย ทำให้ลูกสามารถดูดได้ดี ไม่เกิดอาการหงุดหงิดหรือไม่สบายตัวหลังการดูดขวด
  • ผิวสัมผัสนิ่ม ให้ความรู้สึกเสมือนเต้านมแม่ ทำให้ลูกสามารถเปลี่ยนจากเต้านมแม่สู่ขวดได้อย่างสบาย หรือสามารถใช้สลับเต้าขวดโดยไม่เกิดการสับสนของเต้านมแม่
  • มีฐานขวดนมกว้างทรงคล้ายเต้านมแม่ ทำให้ขวดตั้งได้อยู่ตัวไม่ล้มลงง่าย และมีระดับวัดปริมาตรที่ชัดเจน
  • คอขวดกว้างทำให้ล้างทำความสะอาดได้ทุกซอกมุม สามารถล้างในเครื่องล้างจาน และฆ่าเชื้อได้ในเครื่องอบ UV เครื่องนึ่ง และไมโครเวฟได้
  • ใช้ได้กับลูกน้อยตั้งแต่วัยแรกเกิด ไปจนถึงวัย Toddler

Dr.Betta ขวดนมคอกว้าง Brain WS2 240 ml. ราคา 1,490 บาท 

  • ออกแบบให้มีรูปทรงโค้ง ตอบโจทย์การดื่มนมของลูกได้ดี ป้องกันโคลิค
  • ลูกดื่มนมในท่านั่งตรงเสมือนดูดนมจากเต้ามารดา กลืนนมได้ง่ายยิ่งขึ้น
  • ลดโอกาสการเกิดโรคหูชั้นกลางอักเสบอัน จากการที่น้ำนมไหลเข้าสู่หูชั้นกลาง
  • ถูกออกแบบมาให้มีอากาศในขวดน้อยที่สุด ลดการกลืนลมของลูกน้อย
  • จุกนมเป็นแบบน้ำนมไหลตามแรงดูดของลูกน้อย มีความนิ่ม ปลายจุกกลมผิวสัมผัสมีความด้าน มีรอยหยักช่วงปลายจุกเสมือนนมแม่
  • ใช้สลับกับการเข้าเต้าได้ รูปทรงโค้ง ให้ลูกจับเองได้ง่าย
  • วัสดุของขวดนม ทำมาจากพลาสติก PPSU (สีชา)
  • แข็งแรงทนทาน ตกไม่แตก ไม่ดูดซับสีและกลิ่น
  • ทนความร้อนสูงสุด 180 องศา นึ่งและอบ UV ได้
  • มีอายุการใช้งานสูงสุด 2 ปี

8 ) การฝึกให้ลูกเริ่มใช้ถ้วยหรือแก้วหัดดื่ม
นอกจากการฝึกให้ลูกใช้ขวดนมดูดน้ำนมแทนกินนมแม่จากเต้าแล้ว หากเป็นไปได้ อาจลองฝึกให้ลูกดื่มน้ำ หรือดื่มน้ำผลไม้ด้วยถ้วยหัดดื่ม เพราะลูกวัย 1 ปีขึ้นไปสามารถดื่มน้ำผลไม้ และน้ำปั่นอื่นๆ ได้บ้างแล้ว

ฉะนั้นหากลูกได้ดื่มนม ดื่มน้ำ  หรือน้ำผลไม้อื่นๆ ได้อย่างมีความสุขหรือหลากหลายมากขึ้น การใช้ถ้วยหัดดื่มสำหรับเด็กที่มีสีสันสดใส ให้ลูกได้หยิบจับถือได้เอง จะทำให้ลูกรู้สึกสนุก และค่อยๆ เลิกกินนมจากเต้า หรือหัดใช้ถ้วยแทนการดูดนมจากขวดได้อีกด้วย มาดูกันว่า ถ้วยหัดดื่มที่น่าสนใจมีแบบไหนบ้าง

Bbox แก้วหัดดื่ม Disney/Sippy Cup 240 ml. ราคา 590.- บาท

  • ผลิตมาจากวัสดุ ซิลิโคนนิ่ม, สเตนเลสคุณภาพสูง, PP-BPA, Phthalates and PVC free ที่มีความปลอดภัยสูง
  • ออกแบบมาสุดพิเศษ โดยมีซิลิโคนลูกบอลเหล็กถ่วงน้ำหนัก
  • ลูกรักสามารถดื่มได้ในทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนั่งหรือนอน ด้วยนวัตกรรมการออกแบบ ที่ทำให้ปลายหลอดภายในแก้วจมอยู่ในของเหลว ตลอดเวลา
  • ตัวแก้วออกแบบให้มีหูจับถนัดมือ ฝาเปิด-ปิดง่าย ไม่รั่วไม่หก ไม่สำลัก
  • สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้ทุกชิ้น ปลอดภัยจากการสะสมของเชื้อรา
  • ปราศจาก BPA, Phthalates และ PVC
  • เหมาะสำหรับลูกรักวัย 6 เดือนขึ้นไป มีสีสันสดใสให้เลือกหลากหลาย

PUR แก้วหัดดื่มพร้อมหลอดดูด Go’in Out 8 ออนซ์ ราคา 225.- บาท

  • ผลิตจากวัสดุปลอดจากสาร BPA จึงมั่นใจในความปลอดภัยต่อลูกน้อย
  • ขวดรูปทรงเว้าจึงจับขวดได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมสีสันที่ช่วยดึงดูดความสนใจของลูกน้อยนำไปสู่พัฒนาการการเรียนรู้ที่มากขึ้น
  • เก็บรักษาหลอดให้สะอาดด้วยหลอดซิลิโคนไม่รั่วซึม ทำความสะอาดง่ายและถูกสุขอนามัย
  • ให้ลูกน้อยจับและถือได้ถนัดมือ เพราะออกแบบมาให้สามารถล๊อกมือจับหรือแกว่งได้ตามต้องการ
  • สามารถล๊อกมือจับได้ที่ตัวขวด เพื่อใช้เป็นขวดนมแบบปกติระหว่างมื้ออาหารได้
  • เสริมสร้างพัฒนาการ ทำให้ลูกน้อยรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับการดื่มน้ำกับแก้วน้ำสีสันสดใส

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับเทคนิคที่ BabyGift นำมาฝาก ขอเพียงหมั่นฝึกฝนตามวิธีการต่างๆ ที่แนะนำ พร้อมกับใช้ตัวช่วยต่างๆ อย่างขวดนมที่เหมาะกับเจ้าตัวเล็ก และมีจุกนมที่ดี เพียงเท่านี้ ก็มั่นใจได้ว่าลูกน้อยจะยอมดูดขวดนมได้อย่างเพลิดเพลินแน่นอนค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อเริ่มตังครรภ์ มีเจ้าตัวเล็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย คุณแม่ทุกคนก็ต้องตื่นเต้นอยากเจอหน้าลูกและสงสัยว่า พัฒนาการทารกในครรภ์ ไปถึงไหนแล้วใช่ไหมคะ เราจึงนำพัฒนาการของลูกน้อยตลอดเก้าเดือนที่อยู่ในท้องของคุณแม่มาให้ชมกัน เบบี้กิ๊ฟขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ทุกท่านด้วยนะคะ ลูกน้อยตัวโตแค่ไหนแล้ว เราลองเทียบกับผลไม้ให้ดูค่ะ พัฒนาการทารกในครรภ์ ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 1 พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 1 คุณแม่ส่วนใหญ่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก็เข้าเดือนที่สองไปแล้ว เพราะว่าในเดือนแรกนี้จะเป็นช่วงที่ไข่กับอสุจิเข้าผสมกัน มีการแบ่งเซลล์แล้วก็ฝังตัวของเอ็มบริโอ ซึ่งในระยะนี้เจ้าหนูน้อยก็จะเล็กจิ๋วมาก ๆ เลยล่ะค่ะ มีขนาดไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้นเอง ส่วนการพัฒนาหลัก ๆ ก็จะเป็นการพัฒนาในส่วนของรก เพื่อเตรียมพร้อมรอรับสารอาหารจากคุณแม่ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 2  พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 2 เดือนนี้แหละที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านจะเริ่มรู้ตัว มีอาการแพ้ท้อง แล้วก็ไปหาคุณหมอเพื่อการฝากครรภ์กันแล้ว ในช่วงเดือนนี้ลูกน้อยจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แต่ก็จะยังไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพัฒนาของระบบประสาท เนื้อเยื่อเส้นใยประสาท แล้วก็ไขสันหลัง คุณแม่สามารถทำอัลตราซาวด์เพื่อฟังเสียงหัวใจของลูกน้อยเต้นได้แล้วนะคะ พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 3 ทารกในครรภ์จะมีน้ำหนักประมาณ 28 กรัม และมีความยาวประมาณ 7.6 ซ.ม. แล้วค่ะ […]

การเตรียมตัวสำหรับเด็กแรกเกิดนั้นมีสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมพร้อมอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก รถเข็นเด็ก เปลนอน ขวดนม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ของใช้ประจำตัวลูก ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เตียงนอนเด็กแรกเกิดซึ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อยมาก ๆ ปัจจุบันมีคำแนะนำว่าควรมีเตียงนอนแยกจากเตียงพ่อแม่ โดยสามารถตั้งไว้ข้างๆ เตียงของพ่อแม่ได้ แต่ไม่ควรอุ้มทารกมานอนเตียงเดียวกับเรา เพื่อป้องกันการนอนทับลูกขณะหลับ ทั้งยังช่วยป้องกันลูกตื่นเวลาที่เราเผลอพลิกตัว ทำให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ เตียงนอนสำหรับเด็กมีกี่แบบ จะเลือกอย่างไรดี มียี่ห้อไหนน่าใช้บ้าง BabyGift มีข้อมูลมาฝากแล้วค่ะ  เตียงนอนเด็กแรกเกิดจำเป็นหรือไม่ นอนกับพ่อแม่ได้หรือเปล่า ?  เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนอาจเกิดความสัยขึ้นมาว่า เตียงนอนเด็กแรกเกิดนั้นมีความจำเป็นหรือไม่ สามารถให้ลูกนอนเตียงเดียวกับเราได้หรือเปล่า ? ปัจจุบันมีคำแนะนำว่าไม่ควรให้เด็กทารกนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับลูก ข้อมูลจาก สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล  กล่าวไว้ว่า เด็กมีโอกาสเสียชีวิตจากการถูกทับโดยพ่อแม่จนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต เช่น ในคุณพ่อคุณแม่บางคนที่หลับลึก นอนหลับสนิทมาก หรือรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้หลับลึก เช่น ยาแก้หวัด หรือยาชนิดอื่น ๆ ที่ทำให้หลับสนิทก็อาจเผลอพลิกตัวนอนทับลูกโดยไม่รู้ตัวจนทำให้ลูกขาดอากาศหายใจได้ หรือผ้าห่มของผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักอาจไปคลุมศีรษะเด็ก ทำให้หายใจไม่สะดวก หรือมีโอกาสที่ลูกจะถูกหมอนทับหน้าทำให้ขาดอากาศหายใจได้เช่นกัน แม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่นอนดิ้นและอาจเบียดลูกตกเตียงได้ ดังนั้นแล้ว เตียงนอนเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะที่แยกที่นอนลูกเป็นสัดส่วนจึงสำคัญและจำเป็นมาก ๆ […]

คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินคำว่า วัยทอง 2 ขวบ หรือ Terrible Two ใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นวัยที่เด็ก ๆ มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และพฤติกรรม อย่างเห็นได้ชัด เริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจพัฒนาการวัยนี้ให้ดีเลยนะคะ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับลูกวัยนี้ได้อย่างถูกต้อง วัยทอง 2 ขวบ แค่เข้าใจก็รับมือได้ ลูกรักวัย 2 ขวบ มีพัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ที่มากขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ลูกวัย 2 ขวบ มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เมื่อถูกบังคับก็จะหงุดหงิด เมื่อไม่พอใจก็จะโวยวาย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย งอแงง่ายกว่าเดิม เนื่องจากลูกต้องการเป็นอิสระตามใจ และอยากทำอะไรด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดเป็นพัฒนาการปกติของเด็กวัยนี้ สาเหตุที่ลูกวัยทองสองขวบหงุดหงิดง่าย 7 วิธีรับมือลูก วัยทอง 2 ขวบ 1. ใจเย็น เข้าใจความต้องการของลูก  ลูกวัยนี้อาจจะยังสื่อสารบอกความต้องการได้ไม่ดี และพยายามจะทำอะไรเองก็ยังไม่สำเร็จ จึงหงุดหงิดตัวเอง และหงุดหงิดสิ่งรอบตัวได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงควรรับรู้ว่าเป็นเรื่องปกติตามวัยของเขา พร้อมกับหมั่นพูดคุย สอบถามความต้องการของลูกเสมอว่าลูกอยากจะทำอะไร ให้แม่ช่วยไหม ต้องมีความสม่ำเสมอในการแนะนำลูก 2. […]

ไหนๆ คุณแม่ท่านไหนกำลังแพ้ท้องบ้าง ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่ไม่แพ้ท้องด้วยนะคะ เพราะคุณแม่โชคดีมาก การแพ้ท้องเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ เลยค่ะ แต่คุณแม่ที่แพ้ท้องก็ไม่ต้องกลัวเหงานะ เพราะมีคุณแม่อีกกว่า 80% ที่ต้องเผชิญกับอาการนี้เช่นกัน อาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรก แต่คุณแม่บางคนอาจจะต้องเผชิญกับอาการแพ้ท้องจนถึงไตรมาสสุดท้ายเลยก็ได้ค่ะ อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไรกันนะ? รกที่เชื่อมระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยนั้นจะสร้างฮอร์โมนตัวหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ค่ะ ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้มีไว้เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่นๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ ระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นจะทำให้ประสาทรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ประสาทการรับรสชาติจะเปลี่ยนไป นอกจากนี้ เจ้า HCG ยังจะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายต่างๆ คุณแม่จึงรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว หรืออ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลาค่ะ อาการแพ้ท้องเป็นยังไงหนอ?

“ครรภ์เป็นพิษ” หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิตของคุณแม่ตั้งครรภ์ ถือเป็นภาวะไม่พึงประสงค์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นตัวคุณแม่เอง ครอบครัว รวมถึงคุณหมอสูติแพทย์ เนื่องจากหากคุณแม่ตั้งครรภ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษ จะมีโอกาสเสียชีวิตได้ค่อนข้างมาก โดยสถิติพบว่า10-15% ของคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เสียชีวิตเกิดจากภาวะครรภ์เป็นพิษ และมีร้อยละ  2-8% ของสตรีตั้งครรภ์มีภาวะครรภ์เป็นพิษ (ข้อมูลจากรพ.บำรุงราษฎร์) ฉะนั้นเพื่อไม่ให้คุณแม่ต้องมาเจอกับภาวะร้ายแรงนี้ ลองมาดูสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดภาวะนี้ได้ และเรียนรู้กันว่าจะทำอย่างไรเพื่อป้องกัน หรือตรวจเช็กเพื่อรักษาได้ทันท่วงที ให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยปลอดภัยสุขภาพดีได้จนหลังคลอด ครรภ์เป็นพิษ ภาวะอันตรายในแม่ท้อง โดยภาวะครรภ์เป็นพิษที่มักพบส่วนใหญ่ มักจะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่มีอายุครรภ์หลัง 20 สัปดาห์จนถึง 48 ชั่วโมงหลังคลอด แต่พบบ่อยคือหลังอายุครรภ์ 32 สัปดาห์ แม่ท้อง รู้ก่อนรักษาได้  ชวนคุณแม่มาสังเกตอาการและสัญญาณต่างๆ ที่บอกถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์ทันที อาการหลักๆ ที่สำคัญแสดงถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ ได้แก่ การที่คุณแม่มี “ความดันโลหิตสูง” 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป  ร่วมกับตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะมากกว่า 300 มิลลิกรัมใน 24 ชั่วโมง  และคุณแม่มีอาการ “บวม” ผิดปกติที่คุณหมอตรวจแล้วว่าไม่ได้บวมเพราะเป็นโรคไตหรืออื่นๆ  รวมถึงมีอาการบวมที่มือ เท้าและใบหน้า ปวดศีรษะมาก  ตาพร่ามัว อาเจียน คลื่นไส้ […]

หากคุณแม่กำลังเลี้ยงลูกอยู่บ้านตลอดเวลา และให้นมแม่แก่ลูกน้อยแบบ 100% อยู่  คงจะยังไม่ต้องหาข้อมูลหรือกังวลกับการเลือกซื้อขวดนมหรือจุกนมให้ลูกมากนักเพราะยังไม่ได้ใช้ แต่เมื่อไรที่คุณแม่ต้องกลับไปทำงาน ไปทำธุระข้างนอก หรือต้องให้นมแม่กับลูกด้วยขวดนมแล้ว สิ่งที่ต้องนึกถึงคือการเลือกขวดนมและจุกนมที่จะช่วยให้ลูกกินนมแม่ได้เต็มอิ่ม สบายท้อง ไม่ดูดลมเข้าไปและไม่เสี่ยงต่อการแน่นท้อง หรือร้องโคลิก และที่สำคัญจุกนมที่เลือกให้ลูกนั้นควรจะมีคุณสมบัติที่คล้ายการดูดจากเต้านมแม่ เพื่อให้ลูกน้อยไม่สับสนระหว่างเต้านมกับขวดนม ยอมกินนมแม่จากขวด และยอมกลับมากินนมแม่จากเต้าคุณแม่ได้เสมอ  เราจึงมาแนะนำให้คุณแม่รู้จักกับจุกนมคอแคบ และจุดนมคอกว้าง เพื่อให้คุณแม่หลายๆ ท่านที่ยังไม่รู้จัก ได้เห็นถึงความแตกต่าง และตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างเหมาะสม ถูกใจ ลูกน้อยอิ่มนมได้เต็มที่โดยไม่มีปัญหาสุขภาพมาฝากกัน ชวนแม่เรียนรู้เรื่องจุกนมลูก เพราะลูกน้อยวัยทารกจะเคยชินกับการกินนมจากอกคุณแม่  เมื่อต้องมากินนมจากขวดจึงอาจสับสนและมีปัญหา คุณแม่จึงควรพิถีพิถันพิจารณาเลือกใช้จุกนมที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกน้อยดูดนมได้อย่างสะดวก ปลอดภัย โดยควรศึกษาเกี่ยวกับวัสดุที่ใช้  ขนาดของจุกนมที่แตกต่างว่าเหมาะกับลูกวัยไหน  วิธีทำความสะอาดและการเก็บรักษาจุกนมให้อยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานเสมอ เรื่องน่ารู้ของ ปลายจุกนม เนื่องจากแต่ละแบบมีลักษณะเฉพาะในการใช้งาน นั่นคือ– ปลายจุกนมเป็นรูวงกลม มักเป็นรูจุกนมที่ช่วยให้น้ำนมไหลได้ง่าย คือแม้ลูกจะไม่ดูด น้ำนมก็ไหลผ่านออกได้จึงเป็นจุกนมที่ช่วยให้ลูกดูดนมง่าย ไม่ต้องใช้แรงเยอะ– ปลายจุกนมเป็นรูตัว Y (Three-Cut) เป็นจุกนมที่หากไม่ดูดนมจะไม่ไหล ต้องใช้แรงดูดของลูกให้น้ำนมไหลผ่านออกมา (ยกเว้นเป็นจุกนมสำหรับเด็กที่มีภาวะพิเศษดูดนมเองไม่ได้ จะมีการทำให้น้ำนมไหลออกได้ง่ายขึ้น)– ปลายจุกนมเป็นรูกากบาท (Cross-Cut) มักเป็นจุกนมที่ต้องใช้แรงดูดเหมือนรูตัว Y คือหากลูกไม่ดูดนมจะไม่ไหล  น้ำนมจะออกมามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแรงดูดของลูกเอง ช่วยป้องกันอาการสำลักให้ลูกน้อยได้นอกจากนี้รูของปลายจุกนม […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid