กระเป๋าคุณแม่ จำเป็นแค่ไหน ? เลือกยังไง ? พร้อมยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำ !
ใครกำลังคิดว่ากระเป๋าใส่ของแม่ ไม่ได้จำเป็นอะไร ใช้อะไรก็ได้ ลองแวะมาอ่านบทความนี้กันก่อนค่ะ พอเป็นคุณแม่แล้วก็มีของใช้มากมายต่างๆ ทั้งของเรา ของลูกเยอะแยะไปหมดใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นการมีกระเป๋าใส่ของลูกก็จะทำให้คุณแม่มีความสะดวก หยิบของง่าย เป็นระเบียบมากขึ้น และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณแม่มาทำความรู้จักกระเป๋าของคุณแม่กันให้มากขึ้นค่ะ
จำเป็นแค่ไหน ? กระเป๋าคุณแม่ ต่างจากกระเป๋าปกติยังไง ?
กระเป๋าใส่ของคุณแม่มีความแตกต่างจากกระเป๋าทั่วไปในหลายๆ อย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขนาดและความจุ ซึ่งโดยมากมักมีขนาดใหญ่ และมีช่องเก็บของหลายช่อง เพื่อบรรจุของใช้สำหรับทั้งคุณแม่และลูกน้อย มีฟังก์ชันการใช้งานที่ถูกออกแบบมาให้สามารถบรรจุของที่จำเป็นต่อการดูแลลูกได้อย่างครบครัน เช่น มีช่องสำหรับใส่ขวดนม ผ้าอ้อม แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้นค่ะ แล้วเราจะเลือกกระเป๋าใส่ของลูกยังไงให้เหมาะกับเรา ใช้ได้นาน มาดูรายละเอียดกันต่อค่ะ

เลือก กระเป๋าคุณแม่ ยังไงดี ?
การเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับตัวคุณแม่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน คุณแม่จึงควรเลือกให้เหมาะกับพฤติกรรมและความต้องการใช้งาน เรามาดูวิธีการเลือกซื้อกันค่ะ
1. ขนาด และความจุ : ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับความต้องการ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป รวมถึงมีช่องเก็บของเพียงพอสำหรับใส่ของใช้ของคุณแม่และลูกของเรา
2. น้ำหนัก ความสะดวกในการพกพา และความปลอดภัย : ให้เลือกวัสดุที่แข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา และมีสายสะพายที่นุ่ม และปรับความยาวได้ เพื่อสะดวกต่อการสะพายและถือหิ้ว มีด้ามจับแข็งแรง หูหิ้วไม่หลุด มีมาตรฐาน
3. ฟังก์ชันการใช้งาน : มีช่องสำหรับใส่ขวดนม ผ้าอ้อม แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้น มีช่องแยกเฉพาะสำหรับของเปียก-แห้ง หรือของสะอาด-ใช้แล้ว
4. วัสดุและสีสัน : เลือกวัสดุที่ทนทาน กันน้ำ และง่ายต่อการทำความสะอาด สีสันน่ารัก สดใส เหมาะสำหรับคุณแม่
5. แบรนด์และราคา : เลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพดี น่าเชื่อถือ และควรคำนึงถึงงบประมาณของเรา และความคุ้มค่าด้วยค่ะ
BabyGift แนะนำกระเป๋าคุณแม่คุณภาพดีน่าใช้

1. กระเป๋าแม่ Baby on Board – PRINCE & PRINCESS
Baby on Board ของ PRINCE & PRINCESS เป็นกระเป๋าใส่ของคุณแม่ ดีไซน์สวยหรูจากประเทศฝรั่งเศส มีน้ำหนักเบาเพียง 500 กรัมเท่านั้น ให้คุณแม่หิ้วได้ สะพายได้อย่างคล่องตัว ช่องกระเป๋าเปิดได้กว้าง หยิบของได้ง่าย ใส่ของได้ครบ รองรับน้ำหนักได้มากถึง 10 กิโลกรัม กันน้ำได้ ทำความสะอาดง่าย มีช่องเก็บของเยอะ มีซิป 2 ทิศทาง
จุดเด่น
- กระเป๋าคุณแม่ที่มีถึง 9 ชิ้น ในหนึ่งเดียว สายสะพายยาว ปรับระดับได้ มีจุกยางรองที่พื้นกระเป๋า ป้องกันการลื่น มีสายคล้องสำหรับติดรถเข็นเด็ก
- มีส่วน Cooler Lunch Bag ตัวกระเป๋าสามารถเก็บอุณหภูมิร้อนได้ 6 ชั่วโมง และเก็บอุณหภูมิเย็นได้ 4 ชั่วโมง คงอุณหภูมิให้พร้อมรับประทานได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น นม น้ำ หรืออาหาร และสามารถแยกส่วนเก็บอุณหภูมิออกจากกระเป๋าใบใหญ่เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก
- มี Magic Tape ยึดตัวกระเป๋าให้ตั้งตรงได้ ป้องกันการหกเลอะเทอะ หยิบถุงนมได้สะดวกมากขึ้น
- มี Zipper Pouch Case กระเป๋าซิปแยก ที่สามารถเก็บของใช้คุณแม่แยกจากของลูกได้ และมีกระเป๋าใบเล็กแยกไว้สามารถเก็บจุกนมหลอกได้อีกด้วย
- มี Changing Pad แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม ปราศจากสารตะกั่ว มีถุงเก็บผ้าเปียกเพื่อแยกออกจากส่วนแห้ง

2. กระเป๋าปั๊มนม Baby on Board รุ่น Pump Bag – PRINCE & PRINCESS
คล่องตัวทุกการเดินทางด้วยกระเป๋าคุณแม่ Baby on Board จาก PRINCE & PRINCESS รุ่น Pump Bag ตัวกระเป๋าแบ่งเป็น 2 ชั้น ด้านบนใส่เครื่องปั๊มนม (กดดูยี่ห้อเครื่องปั๊มนมที่ BabyGift แนะนำเพิ่มเติมได้อีกในเว็บของเรานะคะ) และด้านล่างใส่สัมภาระอื่นๆ ได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นของใช้ของคุณแม่ และลูก วัสดุทำจากโพลีเอสเตอร์ กันน้ำได้ ทำความสะอาดง่าย น้ำหนักเบาเพียง 370 กรัมเท่านั้น มีให้เลือก 2 สี ชมพู และดำ
จุดเด่น
- 2 Ways Zipper หยิบของใช้งานได้สะดวก ซิปรูดได้ 2 ทิศทาง ปากกระเป๋าเปิดกว้างง่ายต่อการหยิบของ มาพร้อมหมุดรองก้นกระเป๋า ช่วยป้องกันการเลอะสิ่งสกปรกเมื่อวางไว้นอกบ้าน
- กระเป๋าเก็บอุณหภูมิร้อน เย็นได้ถึง 4 ชั่วโมง สามารถเก็บอุณหภูมิ นม น้ำ อาหารให้ลูกพร้อมรับประทานได้อยู่เสมอ โดยสามารถใช้ร่วมกับ เจลเก็บความเย็น (Cool Pack) เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการรักษาอุณหภูมิได้มากขึ้น
- สายกระเป๋าสามารถปรับใช้ได้ 2 แบบ สะพายข้างก็ได้ สะพายหลังก็ได้ ใช้งานได้สะดวก

3. กระเป๋าผ้าอ้อม RENOLUX รุ่น EVASION
กระเป๋าผ้าอ้อมใบใหญ่รุ่น EVASION จาก RENOLUX จัดระเบียบง่าย มาพร้อมอุปกรณ์เดินทางครบครัน 10 ชิ้น ในใบเดียว ให้ทุกการเดินทางของคุณแม่ง่ายกว่าที่เคย คุณแม่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกน้อยได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยที่รองแบบพกพา ซักทำความสะอาดได้ มีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ Sophie la Girafe และ Alpha
จุดเด่น
- กระเป๋าคุณแม่ที่เหมาะกับการเดินทาง มาพร้อมอุปกรณ์ทั้งหมด 10 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าจัดระเบียบ, กระเป๋าใส่เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว, กระเป๋าจิ๋วใส่จุกนม, กระเป๋าเก็บอุณหภูมิสำหรับขวดนม และอาหารให้ลูก, กระเป๋าใส่อุปกรณ์อาบน้ำ
- ขึ้นเครื่องง่าย เพียงเสียบเข้ากับกระเป๋าลาก พร้อมเดินทางทันที
- Mix & Match ง่าย เข้ากับทุกลุค ทุกไลฟสไตล์

4. MAMAS CHOICE กระเป๋าเก็บความเย็น สี Navy
แค่มี Mama’s Choice Sling Cooler Bag คุณแม่ก็มั่นใจได้ตลอดการเดินทาง นี่คือกระเป๋าใส่ของที่สามารถเก็บอุณหภูมิ เก็บน้ำนมแม่ได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง ความจุเยอะ สายสะพายยาว มีหูจับ สามารถหิ้วติดตัวได้สะดวกแม้ยามอุ้มลูก
จุดเด่น
- ผ้าด้านนอกเป็นไนลอน ผ้าด้านในเป็นโพลีเอสเตอร์กันน้ำได้ 100% เก็บริมด้วยหนัง เพิ่มความชิคๆ เก๋ๆ ให้คุณแม่เวลาสะพาย
- ความจุเยอะ มีช่องเก็บอุณหภูมิ สามารถจุขวดนมขนาด 150 มิลลิลิตร ได้ 9 ขวด ส่วนช่องธรรมดาสามารถใส่เครื่องปั๊มนมได้
- ด้านนอกมีช่องเสริมสำหรับเก็บทิชชู่เปียก ผ้าอ้อม หรืออุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงมีช่องเล็กสำหรับใส่บัตรหรือเงินสดโดยเฉพาะ ส่วนด้านในช่องธรรมดามีช่องตาข่ายสำหรับเก็บสายต่างๆ ของเครื่องปั๊มนม
กระเป๋าคุณแม่เป็นของจำเป็นที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของคุณแม่โดยเฉพาะ มีขนาดใหญ่ มีช่องเก็บของจุใจ ใช้วัสดุทนทาน น้ำหนักเบา มีฟังก์ชันพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกในการพกพาของใช้จำเป็นสำหรับทั้งคุณแม่และลูกได้อย่างครบครัน เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการกระเป๋ามัลติฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์กระเป๋าใส่ของลูก อยากได้คำแนะนำเป้อุ้มทารก ยี่ห้อไหนดี หรือสนใจสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้า หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 5 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
อีกปัญหาหนึ่งของแม่ลูกอ่อนเกือบทุกบ้าน คือการอุ้มลูกน้อยทุกๆวัน พอนานๆก็อาจเริ่มมีอาการปวดแขน ปวดข้อมือกันบ้างแล้วใช่ไหมคะ? ได้เวลาหาตัวช่วยอย่าง #เป้อุ้มเด็ก ที่จะช่วยให้อุ้มลูกได้นานมากยิ่งขึ้น แบบไม่ปวดหลังปวดเมื่อย ลูกนั่งสบายอุ่นใจที่ได้ใกล้ชิดแม่ พร้อมกับแม่ทำกิจกรรมอย่างอื่นไปได้ด้วย หรือเมื่อจำเป็นต้องพาลูกออกนอกบ้าน ก็สามารถอุ้มลูกได้อย่างคล่องตัว พ่อแม่หลายคน อาจสงสัยว่าถ้าไปเลือกซื้อเป้อุ้มที่ร้าน ลองใส่ครั้งแรกต้องทำยังไง?วันนี้ BABYGIFT มาแชร์ วิธีใส่เป้อุ้มเด็ก แบบ Hipseat อย่างถูกวิธีและปลอดภัย ตามมาดูกันเลยค่ะ ขั้นตอนที่ 1 เอา Hipseat ไว้ด้านหลังของคุณ ขั้นตอนที่ 2 แขม่วท้องเล็กน้อย ติดสายคาดให้แน่นที่สุดพร้อมล็อคเข็มขัด ขั้นตอนที่ 3 หมุน Hipseat มาไว้ด้านหลังของคุณ ขั้นตอนที่ 4 อุ้มเด็กนั่งบน Hipseat อย่างระมัดระวัง ขั้นตอนที่ 5 ค่อยๆใส่สายสะพายทีละข้าง โดยใช้มือประคองลูกตลอดเวลา ขั้นตอนที่ 6 เอื้อมมือไปติดตัวล็อคด้านหลัง พร้อมปรับให้กระชับตัว ขั้นตอนที่ 7 ช้อนก้นเด็กอีกครั้ง ให้นั่งชิดกับคนอุ้มมากที่สุด เป็นยังไงกันบ้างคะ วิธีใส่เป้อุ้มเด็กง่ายๆ เพียง 7 ขั้นตอน เท่านี้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถอุ้มลูกด้วย เป้อุ้มเด็ก […]
ลูกควรเลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเมื่อไหร่? อยากฝึกให้ลูกนั่งกระโถน นั่งชักโครกขับถ่ายเองได้เริ่มเมื่อไหร่ดี? คงเป็นคำถามที่คุณพ่อคุณแม่มักสงสัยกันใช่ไหมคะ เพราะการฝึกลูกให้เลิกใส่ผ้าอ้อม ฝึกลูกนั่งกระโถน ไปจนฝึกให้เข้าห้องน้ำเองได้ก่อนที่จะเข้าโรงเรียน ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกพร้อมที่จะเลิกใส่ผ้าอ้อม พร้อมนั่งกระโถนแล้ว มาเช็กกันเลยค่ะ ทำไมต้องฝึกลูกเรื่องขับถ่าย การฝึกลูกขับถ่ายให้เหมาะสม จะช่วยส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ ที่เหมาะสมตามวัย รวมถึงเป็นการปลูกฝังด้านสุขอนามัย ความสะอาด รู้จักร่างกายตัวเอง และรู้จักการช่วยเหลือตัวเองในเบื้องต้นได้ หากพ่อแม่ไม่สอนลูกเรื่องการขับถ่าย ปล่อยให้ขับถ่ายในผ้าอ้อมไปจนโต จะทำให้ลูกมีการขับถ่ายที่ไม่เหมาะสมตามวัย เมื่อลูกต้องไปโรงเรียน จะทำให้มีปัญหาในการดูแลความสะอาด อาจเกิดการขับถ่ายเล็ดราด หรือยังต้องใส่ผ้าอ้อมจนอึดอัด ส่งผลเสียต่อการเรียนรู้ ส่งผลต่อพัฒนาการตามวัยได้ ฝึกลูกนั่งชักโครก เลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปได้ตอนไหน? วัยที่มีพัฒนาการและพฤติกรรมพร้อมพี่จะเริ่มฝึกได้ ควรเริ่มเมื่ออายุ 1 ปี – 1 ปี 6 เดือน และมักจะทำได้ดีตอนอายุ 2 ปี หรือเด็กบางคนอาจจะมาฝึกตอนอายุ 2 ปี และนั่งกระโถนได้เองตอนอายุ 3 ปี หรือบางคนอาจทำได้เมื่อโตกว่านั้น ขึ้นอยู่กับความพร้อมและสัญญาณต่าง ๆ ที่แสดงออกมาทั้งทางร่างกาย การสื่อสาร และความต้องการของลูก ไม่ควรเกิดจากการบังคับลูก 8 สัญญาณที่บอกว่าลูกพร้อมนั่งกระโถนเองได้แล้ว 7 เทคนิคฝึกลูกขับถ่าย […]
หลังจากที่ได้เห็นข่าวที่เกี่ยวกับลูกน้อย วัยกำลังเริ่มแสบซน เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเกี่ยวกับรถที่ผู้ปกครองขับ ไม่ว่าเค้าจะชนเรา หรือเราจะชนอะไรก็ตาม มีความเสี่ยงไปหมดดดดดด คาร์ซีท หรือเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของเด็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กและทารก เพราะคาร์ซีทช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตและการบาดเจ็บร้ายแรงอื่น ๆ จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ ความเสี่ยงในที่นี้ คือ เจ้าตัวน้อยของเราสามารถกระเด็น พุ่งหลุดออกจากอ้อมอกอ้อมกอดเราได้ทุกเมื่อ เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ทุกเวลา ต่อให้ระวังแค่ไหนก็เกิดขึ้นได้ หากเด็กไม่ได้อยู่ในระบบยึดเหนี่ยวภายในรถอย่างเหมาะสมและเหตุนี้หลากหลายประเทศถึงมีกฎหมายออกมาเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ที่เดินทางโดยใช้รถ จำเป็นต้องติดตั้งคาร์ซีท ก่อนจะได้ออกจากโรงพยาบาล อ้อมกอดของคุณจะปลอดภัยไปทุกครั้ง เพราะเด็กน้อย จำเป็นต้องมีคาร์ซีท การเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย มีมาฝากเพียง 5 ข้อ คือ 1. มาตรฐานความปลอดภัย2. เข็มขัดนิรภัย 5 จุด3. ความใหม่ของผลิตภัณฑ์4. ราคา5. ความเหมาะสมกับรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของคาร์ซีทก็มีมากมาย หากไปดูหลายๆ เคสหรือหลายๆ ข่าว ก็จะมีให้เราผู้เป็นพ่อเป็นแม่เห็น ครั้งต่อไปจะมาเล่าเรื่องฝึกการนั่งคาร์ซีทให้กับลูกน้อยให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ได้ลองศึกษาดูนะคะ ขอขอบคุณบทความจาก : monkeykids
เชื่อว่าคุณแม่ร้อยทั้งร้อยที่อ่านบทความนี้อยู่อยากให้ลูกน้อยคลอดออกมามีผิวสวยสุขภาพดีอย่างแน่นอน ถึงเราจะอยากให้ลูกออกมาผิวขาวใสแค่ไหน ก็อย่าไปเชื่อคำโฆษณาอาหารเสริมต่าง ๆ นะคะ เพราะอาหารเสริมบางตัวไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างยิ่ง คุณแม่บ้านไหนอยากให้ลูกผิวดี ลองมาดูอาหารง่าย ๆ ไม่ต้องจ่ายเงินแพง ๆ แถมยังหาซื้อได้ทั่วไปกันดีกว่า 1. ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองนั้น นอกจากจะแหล่งโปรตีนที่ทรงคุณค่าไม่แพ้นมวัวแล้ว นมถั่วเหลืองยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า “ไอโซฟลาโวน” ซึ่งเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะไปช่วยกำจัดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มีผลแค่กับคุณแม่นะ แต่ยังส่งผลไปถึงคุณลูกด้วย อาหารที่ประกอบด้วยถั่วเหลืองง่าย ๆ ก็เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองที่คุณแม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเลย นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยทำให้มีผิวกระจ่างใสอีกด้วย 2. ผลไม้สดและน้ำผลไม้ ข้อนี้เดาได้ง่าย ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ ก็แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องผิวสวยแล้ว สิ่งที่เราขาดไม่ได้เลยก็คือผลไม้ รวมถึงน้ำผลไม้ (ขอแบบแท้ 100% ไม่ผสมน้ำตาลด้วยนะ) และถ้าจะให้ดีกว่าเดิม เราขอแนะนำให้คุณแม่ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น สับปะรด ส้ม เพราะเจ้าพวกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้จะมีกรดซิตริกที่ค่อนข้างสูง แถมยังอุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นวิตามินที่จะมาช่วยเรื่องผิวโดยตรงเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น! นอกจากผลไม้และน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยบำรุงให้ผิวลูกน้อยคุณแม่แล้ว สารอาหารในผลไม้พวกนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวของตัวคุณแม่ด้วย คุณแม่บ้านไหนที่นอนไม่หลับ สิวขึ้น ผดขึ้น ลองมาทานผลไม้กันดูนะ […]
เมื่อลูกน้อยของเราเริ่มโตขึ้นและมีอายุ 6 เดือนขึ้นไป นอกจากการให้นมแม่แล้ว คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ คนอาจจะกำลังมองหาอาหารเสริมอื่น ๆ ให้กับเด็ก ๆ เพื่อรับประทานร่วมกับนมแม่ เป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนการให้ลูกน้อย ให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น และยังเป็นการฝึกให้เริ่ม กินอาหารชนิดอื่นนอกจากนมแม่อีกด้วย โดยทั่วไปแล้วเรามักจะคุ้นเคยกับวิธีการเตรียมอาหารบดละเอียดให้ลูก แต่ปัจจุบันมีการกินที่เรียกว่า BLW (Baby-Led Weaning) ที่เป็นการฝึกให้ลูกน้อยของเราได้ช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เล็ก และยังส่งผลดีต่อการพัฒนาการของลูกอีกด้วย BLW คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ส่งผลดีต่อเด็กอย่างไร และคุณแม่จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ BLW คืออะไร ? ชวนรู้จักวิธีการฝึกลูกน้อยกินข้าวมื้อแรกด้วยตัวเอง ผู้ปกครองหลายคนอาจเกิดความสงสัยว่า BLW คืออะไร ? Baby – Led Weaning หรือ BLW คือการฝึกให้ลูกของเรากินอาหารได้ด้วยตัวเองตั้งแต่มื้อแรก โดยที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเตรียมอาหารปั่นหรืออาหารบดให้ลูกน้อย แต่เป็นการให้ลูกน้อยใช้มือหยิบจับอาหารนิ่ม ๆ เป็นชิ้นเล็ก ๆ และกินด้วยตัวเอง ให้ลูกได้ฝึกหยิบจับอาหาร ฝึกเคี้ยว และช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เด็ก จะนั่งกินเองหรือนั่งกินไปพร้อมกับคุณพ่อคุณแม่ก็ได้เช่นกัน โดยสามารถฝึกให้ลูกกินแบบนี้ได้ตั้งแต่อายุ 6 […]
วัย 0-3 ปี คือช่วงเวลามหัศจรรย์ของเด็กทุกคน ช่วงวัยนี้จะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วทั้งด้านร่างกาย สมอง และความคิด Aprica วิจัยมากว่า 70 ปี โดยการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่ดีเยี่ยม ให้คุณดูแลลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขที่สุด ตามหลัก 8.3.8 ซึ่งประกอบด้วย 8 พัฒนาการทางด้านร่างกายของเด็กทารก จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพื่อนำไปสู่ 3 พัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ #เพราะเด็กทารกพูดไม่ได้ พ่อแม่จึงต้องเอาใจใส่ดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการที่ดี ทั้งสมองและอวัยวะต่างๆ ในร่างกายให้แข็งแรงพร้อมเรียนรู้ในทุกๆ ด้าน จุดเริ่มต้นในการเคลื่อนไหวร่างกายของทารกในช่วงขวบปีแรกนั้น มาจาก กล้ามเนื้อคอ ไม่ว่าจะคว่ำ คลาน นั่ง ยืนไปจนกระทั่งเดินได้ในที่สุด และเพราะเด็กทารกในวัยแรกเกิดจะมีขนาดศีรษะเท่ากับ 1 ใน 4 ของร่างกาย ซึ่งถือได้ว่ามีน้ำหนักมากเมื่อเทียบกับ ขนาดของร่างกายโดยรวม จึงต้องใส่ใจดูแลต้นคอที่ต้องรับหนักศีรษะนี้เป็นพิเศษ เราควรจัดท่านอนให้ศีรษะและคอตั้งตรง และมีการประคองช่วงคอได้อย่างพอดี เพื่อพัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวที่ดีของลูก ในทารกวัยแรกเกิดจะใช้ท้องเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ช่วยในการหายใจ และเพราะหลอดลมยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ จึงอาจเกิดสภาวะหายใจติดขัด หายใจแรง หากบริเวณท้องงอตัวหรือถูกกดทับ จึงควรจัดให้ลูกนอนในท่านอนราบ ให้ช่องท้องเหยียบตรง หายใจได้ทั่วท้อง เพื่ออ๊อกซิเจนจะได้ไปเลี้ยงสมมองได้มากขึ้น เพราะกระดูสันหลังและข้อต่อบริเวณสะโพกของทารกที่เชื่อมต่อกันแบบหลวมๆ […]
