กระเป๋าคุณแม่ จำเป็นแค่ไหน ? เลือกยังไง ? พร้อมยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำ !

ใครกำลังคิดว่ากระเป๋าใส่ของแม่ ไม่ได้จำเป็นอะไร ใช้อะไรก็ได้ ลองแวะมาอ่านบทความนี้กันก่อนค่ะ พอเป็นคุณแม่แล้วก็มีของใช้มากมายต่างๆ ทั้งของเรา ของลูกเยอะแยะไปหมดใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นการมีกระเป๋าใส่ของลูกก็จะทำให้คุณแม่มีความสะดวก หยิบของง่าย เป็นระเบียบมากขึ้น และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณแม่มาทำความรู้จักกระเป๋าของคุณแม่กันให้มากขึ้นค่ะ

จำเป็นแค่ไหน ? กระเป๋าคุณแม่ ต่างจากกระเป๋าปกติยังไง ?

กระเป๋าใส่ของคุณแม่มีความแตกต่างจากกระเป๋าทั่วไปในหลายๆ อย่างค่ะ ไม่ว่าจะเป็นขนาดและความจุ ซึ่งโดยมากมักมีขนาดใหญ่ และมีช่องเก็บของหลายช่อง เพื่อบรรจุของใช้สำหรับทั้งคุณแม่และลูกน้อย มีฟังก์ชันการใช้งานที่ถูกออกแบบมาให้สามารถบรรจุของที่จำเป็นต่อการดูแลลูกได้อย่างครบครัน เช่น มีช่องสำหรับใส่ขวดนม ผ้าอ้อม แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้นค่ะ แล้วเราจะเลือกกระเป๋าใส่ของลูกยังไงให้เหมาะกับเรา ใช้ได้นาน มาดูรายละเอียดกันต่อค่ะ

เลือก กระเป๋าคุณแม่ ยังไงดี ?

การเลือกกระเป๋าที่เหมาะกับตัวคุณแม่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน คุณแม่จึงควรเลือกให้เหมาะกับพฤติกรรมและความต้องการใช้งาน เรามาดูวิธีการเลือกซื้อกันค่ะ

1. ขนาด และความจุ : ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับความต้องการ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป รวมถึงมีช่องเก็บของเพียงพอสำหรับใส่ของใช้ของคุณแม่และลูกของเรา

2. น้ำหนัก ความสะดวกในการพกพา และความปลอดภัย : ให้เลือกวัสดุที่แข็งแรงแต่มีน้ำหนักเบา และมีสายสะพายที่นุ่ม และปรับความยาวได้ เพื่อสะดวกต่อการสะพายและถือหิ้ว มีด้ามจับแข็งแรง หูหิ้วไม่หลุด มีมาตรฐาน

3. ฟังก์ชันการใช้งาน : มีช่องสำหรับใส่ขวดนม ผ้าอ้อม แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม เป็นต้น มีช่องแยกเฉพาะสำหรับของเปียก-แห้ง หรือของสะอาด-ใช้แล้ว

4. วัสดุและสีสัน : เลือกวัสดุที่ทนทาน กันน้ำ และง่ายต่อการทำความสะอาด สีสันน่ารัก สดใส เหมาะสำหรับคุณแม่

5. แบรนด์และราคา : เลือกแบรนด์ที่มีคุณภาพดี น่าเชื่อถือ และควรคำนึงถึงงบประมาณของเรา และความคุ้มค่าด้วยค่ะ

BabyGift แนะนำกระเป๋าคุณแม่คุณภาพดีน่าใช้

1. กระเป๋าแม่ Baby on Board – PRINCE & PRINCESS

Baby on Board ของ PRINCE & PRINCESS เป็นกระเป๋าใส่ของคุณแม่ ดีไซน์สวยหรูจากประเทศฝรั่งเศส มีน้ำหนักเบาเพียง 500 กรัมเท่านั้น ให้คุณแม่หิ้วได้ สะพายได้อย่างคล่องตัว ช่องกระเป๋าเปิดได้กว้าง หยิบของได้ง่าย ใส่ของได้ครบ รองรับน้ำหนักได้มากถึง 10 กิโลกรัม กันน้ำได้ ทำความสะอาดง่าย มีช่องเก็บของเยอะ มีซิป 2 ทิศทาง 

จุดเด่น 

  • กระเป๋าคุณแม่ที่มีถึง 9 ชิ้น ในหนึ่งเดียว สายสะพายยาว ปรับระดับได้ มีจุกยางรองที่พื้นกระเป๋า ป้องกันการลื่น มีสายคล้องสำหรับติดรถเข็นเด็ก
  • มีส่วน Cooler Lunch Bag ตัวกระเป๋าสามารถเก็บอุณหภูมิร้อนได้ 6 ชั่วโมง และเก็บอุณหภูมิเย็นได้ 4 ชั่วโมง คงอุณหภูมิให้พร้อมรับประทานได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็น นม น้ำ หรืออาหาร และสามารถแยกส่วนเก็บอุณหภูมิออกจากกระเป๋าใบใหญ่เพื่อให้ใช้งานได้สะดวก 
  • มี Magic Tape ยึดตัวกระเป๋าให้ตั้งตรงได้ ป้องกันการหกเลอะเทอะ หยิบถุงนมได้สะดวกมากขึ้น
  • มี Zipper Pouch Case กระเป๋าซิปแยก ที่สามารถเก็บของใช้คุณแม่แยกจากของลูกได้ และมีกระเป๋าใบเล็กแยกไว้สามารถเก็บจุกนมหลอกได้อีกด้วย
  • มี Changing Pad แผ่นรองเปลี่ยนผ้าอ้อม ปราศจากสารตะกั่ว มีถุงเก็บผ้าเปียกเพื่อแยกออกจากส่วนแห้ง

2. กระเป๋าปั๊มนม Baby on Board รุ่น Pump Bag – PRINCE & PRINCESS

คล่องตัวทุกการเดินทางด้วยกระเป๋าคุณแม่ Baby on Board จาก PRINCE & PRINCESS รุ่น Pump Bag ตัวกระเป๋าแบ่งเป็น 2 ชั้น ด้านบนใส่เครื่องปั๊มนม (กดดูยี่ห้อเครื่องปั๊มนมที่ BabyGift แนะนำเพิ่มเติมได้อีกในเว็บของเรานะคะ) ​และด้านล่างใส่สัมภาระอื่นๆ ได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นของใช้ของคุณแม่ และลูก วัสดุทำจากโพลีเอสเตอร์ กันน้ำได้ ทำความสะอาดง่าย น้ำหนักเบาเพียง 370 กรัมเท่านั้น มีให้เลือก 2 สี ชมพู และดำ

จุดเด่น

  • 2 Ways Zipper หยิบของใช้งานได้สะดวก ซิปรูดได้ 2 ทิศทาง ปากกระเป๋าเปิดกว้างง่ายต่อการหยิบของ มาพร้อมหมุดรองก้นกระเป๋า ช่วยป้องกันการเลอะสิ่งสกปรกเมื่อวางไว้นอกบ้าน
  • กระเป๋าเก็บอุณหภูมิร้อน เย็นได้ถึง 4 ชั่วโมง สามารถเก็บอุณหภูมิ นม น้ำ อาหารให้ลูกพร้อมรับประทานได้อยู่เสมอ โดยสามารถใช้ร่วมกับ เจลเก็บความเย็น (Cool Pack) เพื่อเพิ่มระยะเวลาในการรักษาอุณหภูมิได้มากขึ้น
  • สายกระเป๋าสามารถปรับใช้ได้ 2 แบบ สะพายข้างก็ได้ สะพายหลังก็ได้ ใช้งานได้สะดวก

3. กระเป๋าผ้าอ้อม RENOLUX รุ่น EVASION

กระเป๋าผ้าอ้อมใบใหญ่รุ่น EVASION จาก RENOLUX  จัดระเบียบง่าย มาพร้อมอุปกรณ์เดินทางครบครัน 10 ชิ้น ในใบเดียว ให้ทุกการเดินทางของคุณแม่ง่ายกว่าที่เคย คุณแม่เปลี่ยนผ้าอ้อมให้ลูกน้อยได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยที่รองแบบพกพา ซักทำความสะอาดได้ มีให้เลือกด้วยกัน 2 สี ได้แก่ Sophie la Girafe และ Alpha

จุดเด่น

  • กระเป๋าคุณแม่ที่เหมาะกับการเดินทาง มาพร้อมอุปกรณ์ทั้งหมด 10 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าจัดระเบียบ, กระเป๋าใส่เสื้อผ้าที่ใช้แล้ว, กระเป๋าจิ๋วใส่จุกนม, กระเป๋าเก็บอุณหภูมิสำหรับขวดนม และอาหารให้ลูก, กระเป๋าใส่อุปกรณ์อาบน้ำ 
  • ขึ้นเครื่องง่าย เพียงเสียบเข้ากับกระเป๋าลาก พร้อมเดินทางทันที
  • Mix & Match ง่าย เข้ากับทุกลุค ทุกไลฟสไตล์ 

4. MAMAS CHOICE กระเป๋าเก็บความเย็น สี Navy

แค่มี Mama’s Choice Sling Cooler Bag คุณแม่ก็มั่นใจได้ตลอดการเดินทาง นี่คือกระเป๋าใส่ของที่สามารถเก็บอุณหภูมิ เก็บน้ำนมแม่ได้นานสูงสุด 8 ชั่วโมง ความจุเยอะ สายสะพายยาว มีหูจับ สามารถหิ้วติดตัวได้สะดวกแม้ยามอุ้มลูก

จุดเด่น

  • ผ้าด้านนอกเป็นไนลอน ผ้าด้านในเป็นโพลีเอสเตอร์กันน้ำได้ 100% เก็บริมด้วยหนัง เพิ่มความชิคๆ เก๋ๆ ให้คุณแม่เวลาสะพาย
  • ความจุเยอะ มีช่องเก็บอุณหภูมิ สามารถจุขวดนมขนาด 150 มิลลิลิตร ได้ 9 ขวด ส่วนช่องธรรมดาสามารถใส่เครื่องปั๊มนมได้
  • ด้านนอกมีช่องเสริมสำหรับเก็บทิชชู่เปียก ผ้าอ้อม หรืออุปกรณ์อื่นๆ รวมถึงมีช่องเล็กสำหรับใส่บัตรหรือเงินสดโดยเฉพาะ ส่วนด้านในช่องธรรมดามีช่องตาข่ายสำหรับเก็บสายต่างๆ ของเครื่องปั๊มนม

กระเป๋าคุณแม่เป็นของจำเป็นที่ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของคุณแม่โดยเฉพาะ มีขนาดใหญ่ มีช่องเก็บของจุใจ ใช้วัสดุทนทาน น้ำหนักเบา มีฟังก์ชันพิเศษเพื่ออำนวยความสะดวกในการพกพาของใช้จำเป็นสำหรับทั้งคุณแม่และลูกได้อย่างครบครัน เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการกระเป๋ามัลติฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างลงตัว และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์กระเป๋าใส่ของลูก อยากได้คำแนะนำเป้อุ้มทารก ยี่ห้อไหนดี หรือสนใจสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้า หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านเบบี้กิ๊ฟ ทั้ง 5 สาขา ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

​จุดเด่นสินค้า​ ​รายละเอียดสินค้า​ ​ข้อมูลสินค้า ​คำแนะนำ​ ดูคู่มือสินค้าและวิธีการใช้งานสินค้าที่นี่ เทคนิคการดูแล คราบสีขาวหรือคราบตะกรัน วิธีขจัดคราบสนิม วิธีขจัดคราบตระกรัน คราบสีขาวหรือคราบตะกรัน คราบสีเหลือง

การมีน้ำนมให้ลูกน้อยกินอย่างเพียงพอเป็นความปรารถนาของคุณแม่ทุกคน แต่การให้นมจากเต้าอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแม่ยุคใหม่ การปั๊มนมแม่จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกได้กินนมแม่แม้คุณแม่ไม่อยู่ใกล้ ๆ วันนี้ BabyGift จะมาแชร์เทคนิคการปั๊มนมแม่ให้ถูกวิธีและเกลี้ยงเต้า ที่จะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีน้ำนมเก็บสำรองอย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป การปั๊มนมคืออะไร การปั๊มนมแม่ คือการนำน้ำนมออกจากเต้าเพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูกน้อยสำหรับมื้อต่อไป โดยสามารถใช้มือบีบหรือใช้เครื่องปั๊มนมเป็นตัวช่วยก็ได้ การปั๊มนมเป็นวิธีที่ช่วยให้คุณแม่สามารถจัดการเวลาได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่ต้องให้นมจากเต้าลูกน้อยตลอดเวลา และยังช่วยให้คนในครอบครัวสามารถช่วยป้อนนมได้ในยามที่แม่ไม่สะดวกอีกด้วย การปั๊มนมกับคุณแม่สำคัญอย่างไร การปั๊มนมแม่ มีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย สำหรับลูก การได้รับน้ำนมแม่อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญต่อพัฒนาการและระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ส่วนคุณแม่เองก็จะได้ประโยชน์จากการปั๊มนมโดยตรง เช่น การป้องกันเต้านมคัดตึง การรักษาระดับน้ำนมให้คงที่และเพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย อีกทั้งยังช่วยให้คุณแม่ประหยัดเวลา ไม่ต้องกังวลว่าลูกจะหิว คุณแม่ควรเริ่มปั๊มนมตอนไหน ระยะเวลาในการเริ่มการปั๊มนมแม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและความต้องการของคุณแม่แต่ละคน คุณแม่บางคนอาจเริ่มปั๊มนมทันทีหลังคลอดเพื่อกระตุ้นน้ำนม ในขณะที่บางคนอาจรอให้ผ่านไป 2-3 สัปดาห์ หรือเริ่มเมื่อใกล้ถึงเวลาที่ต้องกลับไปทำงาน ทั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อย ซึ่งควรเริ่มฝึกการปั๊มนมแม่ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัวและสร้างน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง 7 เทคนิคการปั๊มนมที่คุณแม่เตรียมคลอดควรรู้ การเรียนรู้เทคนิคการปั๊มนมแม่ตั้งแต่ก่อนคลอดจะช่วยให้คุณแม่มือใหม่มีความมั่นใจและพร้อมรับมือกับการให้นมลูกได้ดียิ่งขึ้น 1. ปั๊มนมทันทีภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หลังคลอดทันทีถือเป็นช่วงเวลาทองในการเริ่มต้นการปั๊มนมแม่ หากลูกน้อยยังไม่สามารถเข้าเต้าได้ คุณแม่ควรเริ่มปั๊มภายใน 1 ชั่วโมงหลังคลอด หรือช้าที่สุดไม่ควรเกิน 6 ชั่วโมง การปั๊มนมแม่ในช่วงนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมและทำให้ร่างกายเรียนรู้ที่จะผลิตน้ำนมออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ […]

ว่ากันว่า “น้ำนมของแม่นั้นดีที่สุด” มีคำแนะนำทางการแพทย์ว่าควรให้ทารกกินนมแม่ไปจนถึงอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านั้น แม้ว่าลูกน้อยจะอายุ 6 เดือนขึ้นไปแล้ว ก็ควรกินน้ำนมของแม่ร่วมกับการกินอาหารอื่น ๆ เพื่อเสริมคุณค่าทางโภชนาการ เพราะในน้ำนมของแม่นั้นมีความสำคัญต่อลูกน้อยมาก ๆ ในน้ำนมมีสารอาหารที่ดีต่อลูกน้อยหลายอย่าง ทั้งยังมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องลูกน้อยให้แข็งแรง นอกจากนี้ การให้ลูกกินน้ำนมของแม่ก็ยังมีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ  ประโยชน์ นมแม่ อาหารเปี่ยมคุณค่าสำหรับลูกน้อย  นมแม่นั้นเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด เพราะเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับลูก ประโยชน์ของนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย และในขณะที่ทารกกินน้ำนมจากเต้าของนั้น ก็เป็นการช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแม่กับลูกด้วย ทั้งยังทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยนอกจากนี้ สำหรับคุณแม่เอง การให้ลูกกินนมก็ยังจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และเบาหวาน โดยองค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟมีคำแนะนำเกี่ยวกับการให้นมของแม่เอาไว้ดังนี้ค่ะ  ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้าง ?   ชวนรู้ การให้นมลูกก็มีประโยชน์ต่อคุณแม่เองด้วย   ประโยชน์ของนมแม่ นอกจากจะดีต่อลูกน้อยแล้ว การที่คุณแม่ให้นมลูก ก็มีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วย ดังนี้   Tips ในการให้นม สำหรับคุณแม่มือใหม่  เมื่อได้รู้ประโยชน์ของนมแม่กันแล้ว เชื่อว่าคุณแม่หลายๆ ท่านก็อยากจะให้ลูกน้อยของเราได้กินนมตั้งแต่แรกเกินไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ แต่ในบางคนก็ต้องกลับไปทำงานประจำหลังพ้นช่วงลาคลอด […]

ไหนๆ คุณแม่ท่านไหนกำลังแพ้ท้องบ้าง ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ที่ไม่แพ้ท้องด้วยนะคะ เพราะคุณแม่โชคดีมาก การแพ้ท้องเป็นอะไรที่ทรมานมากๆ เลยค่ะ แต่คุณแม่ที่แพ้ท้องก็ไม่ต้องกลัวเหงานะ เพราะมีคุณแม่อีกกว่า 80% ที่ต้องเผชิญกับอาการนี้เช่นกัน อาการแพ้ท้องนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วง 1-3 เดือนแรก แต่คุณแม่บางคนอาจจะต้องเผชิญกับอาการแพ้ท้องจนถึงไตรมาสสุดท้ายเลยก็ได้ค่ะ อาการแพ้ท้องเกิดจากอะไรกันนะ? รกที่เชื่อมระหว่างคุณแม่กับลูกน้อยนั้นจะสร้างฮอร์โมนตัวหนึ่งขึ้นมาชื่อว่า Human Chorionic Gonadotropin (HCG) ค่ะ ซึ่งเจ้าฮอร์โมนตัวนี้มีไว้เพื่อกระตุ้นให้รังไข่สร้างฮอร์โมนอื่นๆ ในช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ ระดับฮอร์โมน HCG ที่สูงขึ้นจะทำให้ประสาทรับกลิ่นของคุณแม่สูงขึ้นตามไปด้วย ในขณะที่ประสาทการรับรสชาติจะเปลี่ยนไป นอกจากนี้ เจ้า HCG ยังจะไปกระตุ้นศูนย์ควบคุมการอาเจียน ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายต่างๆ คุณแม่จึงรู้สึกคลื่นไส้ เวียนหัว หรืออ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลาค่ะ อาการแพ้ท้องเป็นยังไงหนอ?

อาการทารกท้องอืด เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อยู่เสมอ เพราะเมื่อเจ้าตัวเล็กอึดอัดแน่นท้อง พวกเขายังไม่สามารถสื่อสารบอกเราได้นอกจากส่งเสียงร้องไห้จ้า บทความนี้จะพาไปเจาะลึกสาเหตุของอาการเด็กทารกท้องอืด พร้อมแนะแนวทางป้องกันและวิธีรักษาที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยกลับมาสบายตัวและอารมณ์ดีอีกครั้ง สาเหตุที่ทำให้ทารกท้องอืด การทำความเข้าใจต้นเหตุของอาการทารกท้องอืดจะช่วยให้เรารับมือได้ตรงจุด ซึ่งสาเหตุหลักที่พบบ่อยในเด็กวัยแรกเกิดมีดังนี้ ระบบย่อยอาหารยังไม่สมบูรณ์ ในช่วงขวบปีแรก ระบบทางเดินอาหารของเจ้าตัวเล็กยังทำงานได้ไม่เต็มที่เหมือนผู้ใหญ่ เอนไซม์ที่ใช้ย่อยโปรตีนหรือน้ำตาลแลคโตสในนมอาจยังมีปริมาณไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดการหมักหมมจนกลายเป็นแก๊สสะสม และนำไปสู่ภาวะทารกท้องอืดได้ง่าย ทานนมปริมาณมากเกินไป การให้ลูกทานนมในปริมาณที่มากเกินความต้องการของกระเพาะอาหาร (Overfeeding) หรือให้ทานถี่เกินไป ทำให้นมย่อยไม่ทันจนเกิดอาการแน่นท้อง อึดอัด และมีลมในกระเพาะอาหารสูงกว่าปกติ ดูดกลืนลมเข้าไปในท้อง ขณะที่ลูกดูดนมไม่ว่าจะจากเต้าแม่หรือขวดนม หากท่าทางไม่ถูกต้องหรือลูกร้องไห้หนักขณะหิว จะทำให้มีการดูดกลืนอากาศเข้าไปในท้องพร้อมกับน้ำนม ลมเหล่านี้จะสะสมจนทำให้เด็กทารกท้องอืด และรู้สึกอึดอัดมาก เด็กไม่ได้เรอ หลังทานนมเสร็จ หากคุณแม่ไม่ได้ช่วยจับลูกเรอเพื่อขับลมออก แก๊สที่สะสมอยู่ภายในจะดันขึ้นมาจนทำให้เกิดอาการปวดท้อง ลมตีขึ้น หรือแหวะนม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของอาการทารกท้องอืดที่พบได้บ่อยที่สุด ทารกท้องอืดอาการเป็นอย่างไร เนื่องจากลูกสื่อสารด้วยคำพูดไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนอาการทารกท้องอืด ดังนี้ ร้องไห้งอแง ลูกจะร้องไห้โยเยเสียงดังผิดปกติ ดูไม่สบายตัว และปลอบเท่าไหร่ก็ไม่ยอมหยุด โดยเฉพาะหลังทานนมเสร็จไม่นาน ปวดท้อง หากลองคลำที่หน้าท้องลูกแล้วรู้สึกว่าท้องป่อง แข็ง หรือดูแน่นกว่าปกติ นั่นคือสัญญาณของภาวะมีลมในท้องมากจนทำให้ลูกปวดท้อง ไม่ยอมนอน ลูกจะกระสับกระส่าย พลิกตัวไปมา นอนหลับยาก หรือสะดุ้งตื่นมาร้องไห้บ่อยครั้งเพราะความอึดอัดจากแก๊สที่ดันอยู่ในท้อง […]

การตัดสินใจมีลูกสักคน นับเป็นเรื่องสำคัญของครอบครัว เพราะการมีลูกนั้นมักจะมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่เพิ่มมากขึ้น ต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตแล้ว และหันมาคำนึงถึงค่าใช้จ่าย เริ่มตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอดบุตร การเลี้ยงดูบุตร แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BABYGIFT จะพาไปดูกันว่าหากใช้ สิทธิประกันสังคมคนท้อง คุณแม่เบิกค่าใช้จ่ายอะไรได้บ้าง ไปดูพร้อมๆกันเลย สิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิเบิกจ่ายค่าฝากครรภ์ ค่าตรวจครรภ์ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561ให้กับผู้ประกันตนสำหรับคนท้องอีก 1,000 บาท ผู้ใช้สิทธิต้องจ่ายเงินเข้าประกันสังคมมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนเดือนที่ใช้สิทธิ โดยจ่ายตามอายุครรภ์ ดังนี้ คุณแม่ต้องสำรองจ่ายเงินไปก่อน แล้วนำใบเสร็จกับใบรับรองแพทย์มาเบิกจ่ายทีหลังได้เลยที่ประกันสังคมทั่วประเทศ โดยไม่ต้องรอให้มีการคลอดบุตรก่อน สิทธิเบิกจ่ายค่าคลอดบุตร คุณแม่ท้องสามารถใช้สิทธิประกันสังคม เบิกค่าคลอดบุตรได้ในอัตราเหมาจ่าย 13,000 บาทต่อครั้งเช่น ค่าทำคลอด ค่าห้องพัก ค่ายา หรือค่าบริการอื่นๆ โดยสามารถเบิกค่าคลอดบุตรได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ซึ่งหมายความว่า หากคุณแม่คลอดบุตรคนที่ 3คุณแม่จะไม่สามารถเบิก ค่าคลอดบุตรได้อีก ยกเว้นถ้าคุณพ่อก็เป็นผู้ประกันตนด้วย ก็สามารถใช้สิทธิของคุณพ่อกับบุตรคนที่ 3 […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event