โรคมือเท้าปาก เชื้อโรคใกล้ตัวลูก ฆ่าเชื้อของใช้ในบ้านอย่างไรให้ถูกวิธี?

โรคมือเท้าปาก เชื้อโรคใกล้ตัวลูก ฆ่าเชื้อของใช้ในบ้านอย่างไรให้ถูกวิธี

ของเล่นชิ้นเดิมที่ลูกหยิบเข้าปาก ขวดนมที่ใช้ทุกวัน หรือมือเล็ก ๆ ที่จับพื้นแล้วเอาเข้าปากต่อ เป็นเรื่องปกติของเด็กวัยเรียนรู้ แต่ก็เป็นเหตุผลที่พ่อแม่ควรใส่ใจกับ “ความสะอาดของสิ่งรอบตัว” มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่มีโรคติดต่อในเด็กอย่าง โรคมือเท้าปาก

โรคมือเท้าปากพบได้บ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Enterovirus เช่น Coxsackievirus และ Enterovirus 71 และสามารถแพร่จากคนหนึ่งไปสู่อีกคนได้ค่อนข้างง่าย

เพราะฉะนั้น การดูแลลูกจึงไม่ใช่การพยายามทำให้บ้าน “ปลอดเชื้อทุกจุด” แต่คือการรู้ว่า จุดไหนควรล้าง จุดไหนควรทำความสะอาด และของใช้ชิ้นไหนควรได้รับการฆ่าเชื้ออย่างเหมาะสม

อาการและจุดสังเกตุโรคมือเท้าปาก

แหล่งอ้างอิง : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (Department of Disease Control: DDC)
: ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention: CDC)
: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา US FDA (U.S. Food and Drug Administration)

เชื้อมือเท้าปาก ติดต่อกันได้อย่างไร?

โรคมือเท้าปากสามารถแพร่ผ่านสารคัดหลั่ง ละอองจากการไอหรือจาม ของเหลวจากตุ่มพอง อุจจาระ รวมถึงการสัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวที่มีเชื้ออยู่แล้วนำมือไปสัมผัสตา จมูก หรือปากต่อได้

ลองนึกถึงกิจวัตรของเด็กเล็กในหนึ่งวัน ของเล่นถูกส่งจากมือหนึ่งไปอีกมือ จุกหลอกตกพื้น มือจับโต๊ะแล้วหยิบขนม หรือหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมต้องกลับมาจัดการของใช้ลูกต่อทันที สิ่งเหล่านี้ทำให้การรักษาสุขอนามัยของมือและของใช้ที่สัมผัสบ่อยมีความสำคัญ

CDC จึงแนะนำให้ ล้างมือด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม เข้าห้องน้ำ ไอ จาม หรือสั่งน้ำมูก รวมถึงทำความสะอาดและฆ่าเชื้อพื้นผิวและสิ่งของที่มีการสัมผัสร่วมกัน เช่น ของเล่นและลูกบิดประตู

“ทำความสะอาด” กับ “ฆ่าเชื้อ” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

สองคำนี้มักถูกใช้แทนกัน แต่จริง ๆ แล้วมีหน้าที่ต่างกันค่ะ

การทำความสะอาด (Cleaning) คือการใช้น้ำ สบู่ และการขัดหรือเช็ด เพื่อนำสิ่งสกปรกและเชื้อจำนวนหนึ่งออกจากพื้นผิว ส่วน การฆ่าเชื้อ (Disinfecting) เป็นขั้นตอนที่มุ่งจัดการเชื้อที่ยังหลงเหลืออยู่

สิ่งสำคัญคือ ไม่ควรข้ามขั้นตอนการทำความสะอาดแล้วไปฆ่าเชื้อทันที เพราะคราบและสิ่งสกปรกบนพื้นผิวอาจทำให้กระบวนการฆ่าเชื้อมีประสิทธิภาพลดลง CDC จึงแนะนำให้ทำความสะอาดพื้นผิวก่อนการฆ่าเชื้อ

พูดง่าย ๆ คือ ล้างคราบและสิ่งสกปรก → ทำให้สะอาด → ฆ่าเชื้อตามความเหมาะสม

ไม่จำเป็นต้องฆ่าเชื้อทุกอย่างในบ้านตลอดเวลา แต่ควรให้ความสำคัญมากขึ้นเมื่อมีสมาชิกในบ้านป่วย หรือมีของใช้ที่สัมผัสปากและใช้งานบ่อย

แล้วของใช้ลูกชิ้นไหนควรใส่ใจเป็นพิเศษ?

แทนที่จะกังวลกับทุกพื้นที่ในบ้าน ลองเริ่มจากของที่ลูก จับบ่อย เอาเข้าปากบ่อย หรือสัมผัสกับอาหารและนม ก่อน เช่น ขวดนม จุกนม อุปกรณ์ปั๊มนมที่รองรับวิธีดังกล่าว จุกหลอก ของเล่นที่สามารถทำความสะอาดได้ และอุปกรณ์รับประทานอาหาร

ส่วนโต๊ะ เก้าอี้ ลูกบิดประตู พื้นที่เปลี่ยนผ้าอ้อม และของเล่นที่ใช้ร่วมกัน ควรทำความสะอาดสม่ำเสมอ โดยเลือกวิธีให้เหมาะกับวัสดุและปฏิบัติตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด

นอกจากการดูแลความสะอาดในแต่ละวัน คุณพ่อคุณแม่ที่อยากทำความเข้าใจเรื่องการฆ่าเชื้อของใช้ลูกเพิ่มเติม สามารถอ่าน รวมสาระการฆ่าเชื้อสำหรับพ่อแม่ เพื่อดูวิธีและตัวช่วยในการดูแลของใช้แต่ละประเภทให้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้นค่ะ

เครื่องอบยูวี ช่วยเรื่องการฆ่าเชื้อได้อย่างไร?

อีกหนึ่งวิธีที่หลายครอบครัวเลือกใช้กับของใช้ลูกคือ เครื่องอบยูวีที่ใช้รังสี UV-C

FDA ระบุว่า UV-C เป็นรังสีที่มีการนำมาใช้ในการฆ่าเชื้อในอากาศ น้ำ และพื้นผิวที่ไม่มีรูพรุน แต่ประสิทธิภาพของ UV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่า “UV-C” เพียงอย่างเดียว เพราะแสงจำเป็นต้องเข้าถึงบริเวณที่ต้องการฆ่าเชื้อ และการมีเงาบังหรือพื้นผิวที่ซับซ้อนสามารถลดประสิทธิภาพลงได้

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเลือกเครื่องอบยูวี ไม่ควรมองเพียงตัวเลขเปอร์เซ็นต์การฆ่าเชื้อ แต่ควรดูด้วยว่า ใช้เทคโนโลยีอะไร ตำแหน่งของหลอดหรือ LED เป็นอย่างไร แสงกระจายครอบคลุมพื้นที่ได้แค่ไหน และมีผลการทดสอบกับเชื้อชนิดใด

และที่สำคัญ เครื่องอบยูวีควรเป็น “ตัวช่วยหลังการทำความสะอาด” ไม่ใช่ใช้แทนการล้างคราบนม คราบอาหาร หรือสิ่งสกปรกบนของใช้ค่ะ

เลือกเครื่องอบยูวีแบบไหนให้เหมาะกับบ้าน?

ไม่จำเป็นว่าทุกบ้านต้องใช้เครื่องใหญ่ที่สุดหรือมีฟังก์ชันมากที่สุด ลองดูจากจำนวนของใช้ พื้นที่ในบ้าน และกิจวัตรของครอบครัวเป็นหลัก

สำหรับครอบครัวที่กำลังมองหาเครื่องอบยูวี BabyGift มีตัวเลือกของ PRINCE & PRINCESS หลายขนาด โดยแต่ละรุ่นตอบโจทย์ต่างกัน

“เปรียบเทียบเครื่องอบยูวี PRINCE & PRINCESS เลือกรุ่นไหนดี?”

เปรียบเทียบUV FlexUV Tech 30LUV Smart TechUV Double Plus
ความจุ20 ลิตร30 ลิตร—16 ลิตร
ระบบ UVUV-C LEDUV-C LEDUV-C LEDUV-C LED + UV-A LED
จำนวน LEDด้านบนและด้านล่าง35 ดวง9 ดวงUV-C 14 ดวง + UV-A 2 ดวง
การกระจายแสงพื้นผิวภายในช่วยสะท้อนแสงรอบด้านLED รอบตู้ 6 ทิศทาง—Stainless Steel ช่วยสะท้อนแสง
ฟังก์ชันเด่นช่วยลดจุดอับแสงจากการวางของหลายชิ้นความจุใหญ่ รองรับอุปกรณ์หลายชิ้นมีโหมดอบแห้ง, UV และ SMART Modeขนาดกะทัดรัด เหมาะกับการใช้งานประจำวัน
เหมาะกับใช้งานประจำวัน ต้องการขนาดกำลังดีบ้านที่มีขวดนม/อุปกรณ์หลายชิ้นบ้านที่เน้นความสะดวกและระบบอัตโนมัติบ้านที่มีพื้นที่จำกัดและต้องการขนาดไม่ใหญ่
ดูรายละเอียดUV FlexUV Tech 30LUV Smart TechUV Double Plus

สิ่งที่ควรรู้: ผลการฆ่าเชื้อของเครื่องแต่ละรุ่นไม่ควรเหมารวมว่าใช้ได้กับเชื้อทุกชนิด รวมถึงเชื้อที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปาก หากต้องการประเมินประสิทธิภาพต่อเชื้อชนิดใดโดยเฉพาะ ควรดูรายงานผลการทดสอบของรุ่นนั้นว่าได้ทดสอบกับเชื้ออะไรและภายใต้เงื่อนไขใด

ป้องกันมือเท้าปาก ไม่ได้จบที่การฆ่าเชื้อ

สิ่งที่ช่วยลดโอกาสแพร่เชื้อยังคงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ทำได้ทุกวัน ได้แก่ ล้างมือให้สะอาด ดูแลของใช้และพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่กำลังป่วย

เครื่องอบยูวีจึงไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของการป้องกันโรค แต่สามารถเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับครอบครัวที่มีของใช้ลูกจำนวนมากและต้องการเพิ่มขั้นตอนการฆ่าเชื้อหลังจากทำความสะอาดอย่างเหมาะสม

เพราะบ้านที่มีลูกเล็กไม่จำเป็นต้อง “ปลอดเชื้อทุกจุด” สิ่งสำคัญกว่าคือ รู้ว่าจุดไหนเสี่ยง รู้ว่าควรทำความสะอาดอย่างไร และเลือกตัวช่วยให้เหมาะกับชีวิตของครอบครัว เท่านี้ก็ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ดูแลความสะอาดรอบตัวลูกได้อย่างมั่นใจขึ้นค่ะ

FAQ

เกิดจากไวรัสในกลุ่ม Enterovirus โดยเชื้อที่เกี่ยวข้องมีหลายสายพันธุ์ เช่น Coxsackievirus และ Enterovirus 71 DDC

เป็นไปได้ เพราะโรคสามารถแพร่ผ่านการสัมผัสสิ่งของหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อ จึงควรทำความสะอาดของเล่นและของที่เด็กใช้ร่วมกันเป็นประจำ

การทำความสะอาดช่วยนำคราบ สิ่งสกปรก และเชื้อจำนวนหนึ่งออกจากพื้นผิว ส่วนการฆ่าเชื้อมีเป้าหมายจัดการเชื้อที่ยังเหลืออยู่ และโดยทั่วไปควรทำความสะอาดพื้นผิวก่อนฆ่าเชื้อ CDC

ไม่ควรเหมารวมจากคำว่า UV-C เพียงอย่างเดียว ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับตัวเครื่อง ปริมาณรังสี ระยะเวลา การเข้าถึงพื้นผิว และเชื้อที่นำมาทดสอบ หากต้องการกล่าวอ้างถึงเชื้อที่ทำให้เกิดโรคมือเท้าปากโดยเฉพาะ ควรตรวจรายงานการทดสอบของเครื่องรุ่นนั้นก่อน

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

แม่ท้องร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เนื่องฮอร์โมนฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (Progesterone) เพิ่มสูงขึ้นในระหว่างตั้งครรภ์ โดยการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนดังกล่าวจะส่งผลให้เส้นเอ็นและข้อต่อเกิดการคลายตัวมากขึ้น รวมทั้งทำให้โครงสร้างภายในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับทารกในครรภ์ หนึ่งในนั้นการเปลี่ยนแปลของร่างกายก็คือสภาพผิวที่แห้งง่าย สีผิวเปลี่ยน คุณแม่บางคนเกิดกระได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงขนาดท้องที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังบริเวณท้อง หน้าอก ต้นขา เกิดการยืดตึงจนเกิดรอยแตก การดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ รวม ITEM ดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ BabyGift คัดสรรคุณภาพ 1. ผลิตภัณฑ์ป้องกันการแตกลาย ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของคุณแม่ว่าเป็นเนื้อครีมหรือเนื้อเซรั่ม ควรใช้ก่อนที่จะเกิดปัญหาเรื่องผิวแตกลายจะเป็นการดูและผิวได้ดีที่สุด  2. เข็มขัดพยุงครรภ์  รองรับน้ำหนักของครรภ์ที่ขยายใหญ่และมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น ที่สำคัญยังช่วยในการบรรเทาอาการปวดหลังของแม่ท้องได้อีกด้วย การเริ่มใช้ขึ้นอยู่กับคุณแม่แต่ละคนเลยว่ารู้สึกหนักหรือหน่วงท้องเมื่อไหร่ 3. คาร์ซีทสำหรับแม่ท้อง   อุปกรณ์เสริมบนรถยนต์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แม่ท้องและลูกในครรภ์  คาร์ซีทแม่ท้อง แบรนด์ Tummy Shleid  นวัตกรรมจากประเทศออสเตรเลีย เปลี่ยนจากการที่เข็มขัดนิรภัยรถรัดหน้าท้อง มารัดที่ต้นขาแทน  4. ผลิตภัณฑ์น้ำฆ่าเชื้อธรรมชาติ   แม่ท้องอยู่ในช่วงฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อาจทำให้ป่วยง่าย ไม่สบายบ่อย ติดเชื้อได้ง่าย การใช้แอลกอฮอล์เป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน การใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อจากธรรมชาติเพิ่มความปลอดภัยได้   5. เครื่องอบ UV   นวัตกรรมการฆ่าเชื้อขั้นสูงด้วยแสงยูวีหรือรังสีอัลตราไวโอเลตที่มีมาตรฐานใกล้เคียงกับการฆ่าเชื้อในวงการแพทย์ สามารถใช้ได้ทั้ง โทรศัพท์มือถือ ของใช้ต่างๆ

Amarin Baby & Kids Awards 2025 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲 & 𝗣𝗿𝗶𝗻𝗰𝗲𝘀𝘀 ขอบคุณคุณแม่ทั่วประเทศสำหรับทุกคะแนนโหวตกับรางวัล MOMMY’S CHOICE : BEST CHILD SAFETY PRODUCT ให้กับ #กล้องเบบี้มอนิเตอร์ Safe & Sound Plus เปิดจอหรือมือถือก็ดูแลลูกได้ 24 ชม. รวมถึงความไว้วางใจจากทุกครอบครัวที่มีให้เราเสมอมาค่ะ และขอขอบคุณทางทีมบรรณาธิการ Amarin Baby & Kids ทุกท่านที่ร่วมจัดงานดีๆ แบบนี้ทุกปี ค่ะ เราสัญญาว่าจะพัฒนานวัตกรรมที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้นต่อไปนะคะ #AmarinBabyAndKids #AmarinBabyAndKidsAwards2025 #ABKAWARDS2025 #สินค้าแม่และเด็ก

ขอแสดงความยินดีกับว่าที่คุณแม่คนใหม่ด้วยนะคะ! กำลังกังวลกันอยู่ใช่มั้ยล่ะ ว่าตอนท้องอ่อนๆ จะสามารถทำอะไรได้บ้างทำอะไรไม่ได้บ้าง วันนี้เราเลยนำเรื่องที่คุณแม่มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงมาบอกกันค่ะ ไม่แปลกใจที่คุณแม่บางท่านจะกังวลมากๆ ในช่วงท้องอ่อน เพราะในช่วงสามเดือนแรกนั้น อวัยวะต่างๆ ของลูกน้อยในท้องของคุณแม่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ค่ะ ดังนั้นในระยะนี้จึงมีความเสี่ยงต่อการแท้งมากกว่าในไตรมาสอื่นๆ ช่วงนี้คุณแม่ที่ท้องอ่อนๆ ต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับประทานอาหาร สิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว หรือการใช้ยาต่างๆ ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ กังวลได้แต่อย่าเครียดนะ เพราะความเครียดก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ต้องพึงระวังไว้ด้วย 1. ลาก่อนอาหารดิบ กำลังคิดจะไปทานแซลมอน ลาบก้อย หอยนางรมฉลองสมาชิกใหม่กันอยู่รึเปล่า ช่วงนี้คุณแม่อาจจะต้องงดไว้ก่อนนะ เพราะอาหารที่ปรุงไม่สุกส่วนใหญ่อาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียที่จะทำให้คุณแม่ท้องเสียหรืออาเจียนได้ แถมยังอาจทำให้เป็นโรคทอกโซพลาสโมซิส (Toxoplasmosis) ซึ่งเจ้าโรคนี้เนี่ยมันเกิดจากเชื้อปรสิตทอกโซพลาสมา กอนดิไอ(Toxoplasma gondii) ที่สามารถแพร่ไปสู่ลูกน้อยในท้องของคุณแม่ได้ค่ะ เห็นชื่อน่ากลัวแบบนี้ มันก็น่ากลัวจริงๆ นะ เพราะหากติดโรคนี้ตอนท้องก็อาจจะทำให้แท้งไปเลย หรือไม่ก็ลูกอาจจะเสียชีวิตในท้อง ไม่ก็อาจมีอาการของโรคเมื่อคลอดออกมา สังเกตง่ายๆ เลยค่ะ ถ้าคุณแม่ที่ติดเชื้อนี้ตอนท้อง ลูกคลอดออกมาจะมีขนาดศีรษะที่ไม่ปกติ อาจจะเล็กหรือไม่ก็ใหญ่กว่าเด็กคนอื่นๆ แถมพอโตไปก็อาจจะตาบอดหรือสติปัญญาอาจจะด้อยกว่าเด็กอื่นๆ ด้วยนะ แต่แต่แต่ ถ้าคุณแม่เคยเป็นโรคนี้ก่อนท้องแล้วก็ชิวชิวค่า เพราะร่างกายคุณแม่มีภูมิคุ้มกันแล้ว ไม่กลับมาเป็นอีกแล้วล่ะ 2. ยานี่แหละตัวดี คุณแม่ที่กำลังใช้ยาอยู่ หยุดก่อนค่ะ! ได้ถามคุณหมอรึยังว่ายาตัวนั้นคนท้องทานได้มั้ย คุณแม่อย่าชะล่าใจไปน้าเพราะยามีหลายประเภทแล้วก็ออกฤทธิ์แตกต่างกัน เพราะงั้นยาบางตัวอาจมีผลต่อการสร้างอวัยวะของลูกน้อยได้ เช่นพวกยารักษาสิว Isotretinoin นี่ตัวดีเลยค่ะ เพราะมันเป็นยาที่รุนแรงมาก มากจนอาจทำให้ลูกพิการได้เลยนะ หรือพวกยาที่ใช้รักษาไมเกรน เช่น Cafergot เพราะมันทำให้มดลูกของพวกเราบีบตัวจึงอาจทำให้คลอดก่อนกำหนดได้ […]

เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ทุกที่นั่งจะต้องมีป้ายรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 เป็น มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท เพื่อบ่งชี้ว่าเบาะตัวนั้นๆได้ผ่านตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย ป้ายรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 จะเป็นป้ายสีส้ม มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท ECE 44/03 และ ECE R 44/04 แบ่งตาม Group และแบ่งแยกเป็นประเภทต่างๆ ทั้งหมด 4 ประเภท (4 Categories) ตามการติดตั้งและการใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้เราทราบว่าเบาะนั้นๆออกแบบมาสำหรับรถเราหรือไม่ มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท ECE 44/03 และ ECE R 44/04 แบ่งตามภูมิภาค จากข้อมูลในหัวข้อนี้คงพอให้ท่านผู้อ่านเข้าใจความหมายและทราบถึงรายละเอียด ข้อมูลของเบาะนั้นจากป้ายมาตรฐาน ตลอดจนเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองในการเลือกซื้อเบาะให้เหมาะกับลูกหลานและรถ ที่มีแนวทางการใช้งานเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ในครั้งแรกๆ เด็กๆอาจจะร้องเพราะกลัวการถูกล็อค แต่ถ้าเขาคุ้นเคยเสียก่อน ก็จะลดการร้องไม่ยอมของเด็กได้ การที่เด็กๆร้องก็จะทรมาณใจพ่อแม่เพราะสงสารลูกๆและเป็นสาเหตุทำให้ละเลยการใช้งานเบาะนิรภัยในครั้งต่อๆไป เพราะว่าเด็กที่นั่งอยู่ในเบาะนิรภัยจะมีการป้องกันการชนด้านข้างต่ำ การนั่งในตำแหน่งกลางจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดูดซับแรงกระแทก แต่ทั้งนี้รถควรจะเป็นรถขนาดใหญ่ที่เบาะกลางมีเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถติดตั้งตรงเบาะกลางได้ การติดตั้งทางฝั่งซ้ายหรือขวาก็สามารถทำได้ โดยที่ฝั่งตรงข้ามคนขับ (ฝั่งเดียวกับฟุตบาท) จะปลอดภัยกว่าฝั่งคนขับ  สำหรับการใช้งานเบาะนิรภัยร่วมกับรถปิกอัพให้ติดตั้งด้านหน้าข้างคนขับและห้ามใช้ถุงลมในที่นั่งด้านข้างคนขับ 1. เด็กสูงเพียงพอที่ขาและเข่าของเขาสามารถนั่งห้อยขาได้เบาะนั่งรถได้พอดี2. เด็กโตพอที่จะสามารถนั่งตัวตรง หลังพิงพนักพิงได้ตรง3. เข็มขัดนิรภัยของรถส่วนล่างจะต้องรัดได้ตรงส่วนกระดูกเชิงกรานไม่ใช้รัดตรงท้อง4. เข็มขัดที่พาดส่วนบ่าจะต้องพาดผ่านมาตรงส่วนหน้าอก […]

คุณแม่มือใหม่กับการเอาลูกน้อยเข้าเต้า ให้นมทุก ๆ 2-3 ชั่วโมง ฟังดูไม่ใช่เรื่องง่ายเลยใช่ไหมคะ เพราะการที่แขนของคุณแม่ต้องแบกรับน้ำหนักลูกและต้องก้มตัวให้นมลูกน้อยบ่อย ๆ อาจจะทำให้คุณแม่ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดแขน หรือ เมื่อยล้าได้สะสมจนส่งผลต่อสุขภาพระยะยาวได้ เพราะเห็นถึงปัญหาของคุณแม่หลังคลอด หมอนรองให้นม เบาะอุ้มให้นม จึงถูกออกแบบมาเพื่อคุณแม่ให้นมโดยเฉพาะเลยค่ะ หมอนออกแบบตามสรีระศาสตร์ทารก ช่วยประคองคอและหลังของลูกน้อย พร้อมช่วยลดอาการปวดเมื่อยของคุณพ่อคุณแม่เวลาอุ้มทารกได้ด้วยค่ะ หมอนรองให้นม เบาะอุ้มให้นม จำเป็นต้องมีไหม? คุณแม่ที่เชี่ยวชาญในการอุ้มทารกเป็นอย่างดี อุ้มลูกน้อยได้สบายหายห่วง เบาะอุ้มให้นมอาจจะดูไม่จำเป็นเท่าไหร่ค่ะ แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เวลาให้นมลูกยังต้องเกร็งแขน จนต้องใช้วิธีเอาหมอนหนุนมาวางซ้อนกันหลาย ๆ ใบ เพื่อรองรับลูกน้อย ยกลูกให้ถึงเต้านม หมอนรองให้นมก็ถือว่าจำเป็นต้องมีค่ะ เพราะจะช่วยให้ลูกน้อยอยู่ในระดับที่ให้นมได้สะดวกมากขึ้น ลดอาการปวดเมื่อยของคุณแม่ และที่สำคัญหมอนทั่วไปไม่เหมาะกับการให้ทารกนอนระหว่างให้นม เพราะหมอนไม่ได้โค้งกระชับรองรับสรีระทารกค่ะ วิธีเลือกซื้อหมอนรองให้นม 1. เลือกจากรูปทรงหมอนรองให้นมมีหลายรูปแบบ เช่น รูปตัวยู, เบาะตามสรีระทารก เป็นต้น คุณแม่ควรจะเลือกแบบที่ตัวเองถนัด ที่สำคัญคุณสมบัติหลักควรจะกระชับรองรับสรีระทารกได้เป็นอย่างดี 2. กระชับแนบตัวลูก หรือ ตัวคุณแม่หมอนรองให้นมควรจะแนบกระชับตัวลูกน้อย รองรับตามสรีระเด็กทารก เพื่อให้คุณแม่อุ้มได้ถูกท่า หากเป็นแบบหมอนรูปตัวยู ควรจะปรับสายได้เพื่อให้แนบกระชับกับเอวคุณแม่ ไม่ให้หมอนเลื่อนหลุดง่าย […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event