เก้าอี้ให้นม เก้าอี้คุณแม่ คืออะไร เลือกแบบไหนดีให้นั่งสบายและเหมาะกับคุณแม่หลังคลอด

หลังคลอดลูกน้อย หนึ่งในกิจกรรมที่คุณแม่ต้องทำบ่อยที่สุดคือ การให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็นการให้นมแม่จากเต้า หรือการป้อนนมจากขวด ซึ่งต้องใช้เวลานั่งอุ้มลูกครั้งละนานถึง 20–40 นาที และทำซ้ำหลายครั้งต่อวัน

หากนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ หรือเมื่อยแขนได้ง่าย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เก้าอี้ให้นม หรือเก้าอี้คุณแม่ กลายเป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยให้การให้นมลูกสบายขึ้น และช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่ในระยะยาว

บทความนี้จะพาคุณแม่มาทำความเข้าใจว่า เก้าอี้ให้นมคืออะไร มีกี่แบบ และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเองและลูกน้อย

เก้าอี้ให้นม เก้าอี้คุณแม่ คืออะไร

ความหมายของเก้าอี้ให้นม

เก้าอี้ให้นม (Nursing Chair / Feeding Chair) หรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้คุณแม่ คือเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของคุณแม่ขณะให้นมลูกโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณแม่นั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดแรงกดที่หลัง คอ ไหล่ และแขน จากการอุ้มลูกเป็นเวลานาน

ลักษณะเด่นของเก้าอี้ให้นม

เก้าอี้ให้นมส่วนใหญ่มักมีคุณสมบัติดังนี้

  • พนักพิงรองรับแผ่นหลังและช่วงเอว
  • มีที่วางแขน ช่วยรับน้ำหนักลูก
  • เบาะนั่งนุ่ม นั่งสบาย ใช้งานต่อเนื่องได้
  • เหมาะกับการให้นมแม่และการป้อนนมขวด

ทำไมคุณแม่หลังคลอดควรมีเก้าอี้ให้นม

การให้นมลูกเป็นกิจวัตรประจำวันที่ใช้พลังงานและเวลามาก หากนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังได้

ประโยชน์ของเก้าอี้ให้นม

  • ช่วยให้คุณแม่นั่งให้นมในท่าที่ถูกต้อง
  • ลดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ และปวดแขน
  • ช่วยให้ลูกอยู่ในระดับที่เหมาะกับการดูดนม
  • เพิ่มความผ่อนคลายทั้งคุณแม่และลูกน้อย
  • ทำให้ช่วงเวลาให้นมเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขมากขึ้น

เก้าอี้ให้นมมีกี่แบบ

1. เก้าอี้ให้นมแบบธรรมดา

  • รูปทรงคล้ายเก้าอี้นั่งทั่วไป
  • มีพนักพิงและที่วางแขน
  • ราคาย่อมเยา เคลื่อนย้ายสะดวก

เหมาะกับ: คุณแม่ที่มีพื้นที่จำกัด หรือใช้งานเป็นบางเวลา

2. เก้าอี้ให้นมแบบโยก

  • สามารถโยกเบา ๆ ได้
  • ช่วยกล่อมลูกให้ง่ายต่อการนอน
  • เพิ่มความผ่อนคลายระหว่างให้นม

เหมาะกับ: คุณแม่ที่ให้นมบ่อย และต้องการกล่อมลูกไปพร้อมกัน

3. เก้าอี้ให้นมแบบ Recliner (เอนนอนได้)

  • ปรับเอนพนักพิงได้
  • บางรุ่นมีที่วางขา
  • ใช้งานได้ทั้งให้นมและพักผ่อน

เหมาะกับ: คุณแม่ที่ต้องการความสบายสูงสุด หรืออยู่ในช่วงพักฟื้นหลังคลอด

4. เก้าอี้ให้นมแบบโซฟาคุณแม่

  • ดีไซน์สวย เข้ากับห้องนั่งเล่นหรือห้องเด็ก
  • รองรับน้ำหนักได้ดี
  • ใช้งานต่อเนื่องได้ยาว แม้ลูกโตแล้ว

เหมาะกับ: ครอบครัวที่ต้องการเฟอร์นิเจอร์ใช้งานระยะยาว

แนะนำเก้าอี้ให้นมในร้าน BabyGift

เก้าอี้โยกคุณแม่ (ไฟฟ้า) Lullanest Auto Swing – PRINCE & PRINCESS

สำหรับคุณแม่ที่ต้องการ ความสะดวกสบายระดับสูง และอยากให้เก้าอี้ช่วยทำงานให้เองขณะให้นม รุ่น Lullanest Auto Swing – PRINCE & PRINCESS เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มากค่ะ

  • มาพร้อมระบบ โยกไฟฟ้าอัตโนมัติ ที่ทำงานอย่างนุ่มนวล ไม่ต้องคอยดันมือเอง
  • พนักพิงสามารถปรับเอนได้สูงถึง 170 องศา ให้คุณแม่เอนหลังพักได้อย่างสบาย
  • รองรับน้ำหนักสูงสุดถึง 150 kg โครงสร้างแข็งแรงใช้งานได้ยาว
  • เหมาะทั้งการให้นมและการพักผ่อนหลังคลอด

เก้าอี้รุ่นนี้เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการ ความผ่อนคลายแบบเต็มที่ พร้อมความสะดวกสบายทุกครั้งที่นั่งให้นม

TUTTI BAMBINI เก้าอี้โยกให้นม รุ่น Oscar Rocking Chair

หนึ่งในเก้าอี้ให้นมที่ได้รับความนิยมจากคุณแม่หลายคนคือ TUTTI BAMBINI เก้าอี้โยกให้นม รุ่น Oscar Rocking Chair ซึ่งออกแบบมาให้รองรับสรีระคุณแม่และลูกน้อยได้อย่างเหมาะสม

  • โครงสร้างแข็งแรง รองรับหลังและแขนได้ดี
  • พนักพิงและที่วางแขนช่วยให้การนั่งให้นมนาน ๆ ไม่เมื่อยล้า
  • ระบบโยกแบบคลาสสิกช่วยกล่อมลูกขณะให้นมได้
  • ดีไซน์เรียบหรู เข้ากับห้องนั่งเล่นหรือมุมนั่งเล่นในห้องเด็ก

เก้าอี้รุ่นนี้เหมาะกับคุณแม่ที่ต้องการ เก้าอี้ให้นมแบบคลาสสิก ใช้งานง่าย และนั่งสบายในทุก ๆ วัน

เลือกเก้าอี้ให้นมอย่างไรให้เหมาะกับคุณแม่

พนักพิงและการรองรับหลัง

  • ควรเลือกพนักพิงที่รองรับแผ่นหลังและช่วงเอวได้ดี เพื่อช่วยลดอาการปวดหลังในระยะยาว

ที่วางแขน

  • ที่วางแขนควรอยู่ในระดับที่พอดี ช่วยรับน้ำหนักลูก ลดแรงที่แขนและหัวไหล่

ความนุ่มของเบาะและวัสดุ

  • เบาะควรนุ่มกำลังดี ไม่ยวบเกินไป และใช้วัสดุที่ระบายอากาศได้ดี ทำความสะอาดง่าย

ขนาดและพื้นที่ใช้งาน

  • เลือกขนาดที่เหมาะกับพื้นที่บ้าน สามารถวางในห้องนอนหรือห้องเด็กได้อย่างลงตัว

เก้าอี้ให้นมเหมาะกับคุณแม่ช่วงไหนบ้าง

  • ช่วงหลังคลอดทันที: ช่วยให้นั่งให้นมได้สบาย ลดการเกร็ง
  • ช่วงลูก 0–6 เดือน: ใช้งานบ่อยที่สุด ทั้งให้นมและกล่อมนอน
  • ช่วงลูกโตขึ้น: ใช้เป็นเก้าอี้อ่านนิทาน หรือมุมนั่งพักผ่อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเก้าอี้ให้นม (FAQ)

  • ไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน แต่ช่วยเพิ่มความสบายและลดอาการปวดเมื่อยได้มาก โดยเฉพาะคุณแม่ที่ให้นมลูกบ่อย
  • เก้าอี้ให้นมออกแบบมาเพื่อรองรับการอุ้มลูกโดยเฉพาะ มีที่วางแขนและพนักพิงที่เหมาะสมมากกว่าโซฟาทั่วไป
  • แนะนำให้เตรียมก่อนคลอด เพื่อให้สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อกลับบ้าน

สรุป: เก้าอี้ให้นม เก้าอี้คุณแม่ เลือกอย่างไรให้คุ้มค่า

เก้าอี้ให้นมเป็นตัวช่วยสำคัญที่ช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่ และเพิ่มคุณภาพช่วงเวลาให้นมลูก ควรเลือกจากความสบาย การรองรับสรีระ และไลฟ์สไตล์การใช้งาน เพื่อให้ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่าที่สุด

หากคุณแม่กำลังมองหา เก้าอี้ให้นม หรือเก้าอี้คุณแม่ ที่นั่งสบาย ปลอดภัย และเหมาะกับการใช้งานจริง
BabyGift คัดสรรเก้าอี้ให้นมคุณภาพ ที่ออกแบบมาเพื่อคุณแม่และลูกน้อยโดยเฉพาะ

แวะเลือกชมสินค้าจริงได้ที่ หน้าร้าน BabyGift 4 สาขา หรือเลือกช้อปสะดวกผ่าน ช่องทางออนไลน์ของ BabyGift พร้อมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ

เพราะการดูแลคุณแม่ คือการดูแลลูกน้อยไปพร้อมกัน ❤️

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

 ฝึกลูกกินข้าวเอง หรือคำที่คุ้นหูกันในปัจจุบันอย่าง BLW (Baby Led Weaning) คือวิธีการที่ให้ลูกรู้จักหยิบอาหารกินเอง โดยอาหารจะไม่ใช่พวกอาหารปั่น อาหารบด แต่เป็นอาหารที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มีความนุ่ม และหยิบจับได้ วิธีการนี้จะทำให้ลูกได้รู้จักและคุ้นเคยกับอาหารที่เป็นของแข็งมากยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้เหมาะกับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป และสามารถนั่งได้เอง โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วย ฝึกลูกกินข้าวเอง มีประโยชน์อย่างไร           การให้ลูกกินข้าวเองนั้น นอกจากจะช่วยให้ลูกรู้จักอาหารที่เป็นของแข็งมากขึ้นแล้ว ยังมีส่วนในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย และด้านความคิดอีกด้วย 1. สร้างทัศนคติที่ดีต่อการกินของลูก            ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง ช่วยให้ลูกมีความสุขกับการทานอาหารมากยิ่งขึ้น เพราะลูกได้สนุกกับการกิน สนุกกับการเลียนแบบท่าทางระหว่างการกินอาหาร ทำให้ไม่ต้องคอยหลอกล่อให้ลูกกินข้าว 2. ฝึกพัฒนาการการใช้กล้ามเนื้อมือ           การให้ลูกได้หยิบจับอาหาร ทำให้ได้ฝึกการใช้แรงของมือ แรกๆอาหารอาจจะมีร่วงหล่นจากมือบ้าง หรืออาหารเละคามือบ้าง แต่ก็เป็นการให้ลูกได้ฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือและน้ำหนักของมือ 3. ฝึกพัฒนาการการเคี้ยวและความคิด       […]

Renolux บริษัทผู้ผลิตสินค้าเพื่อแม่และเด็ก มานานกว่า 40 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นในเมือง Nord-Isère ใกล้กับเมือง Lyon เป็นผู้นำนวัตกรรมด้านความปลอดภัยของเด็ก โดยเฉพาะในด้านการผลิตคาร์ซีท จนในปัจจุบันมีการพัฒนากระบวนการผลิตโฟมโพลียูรีเทนแบบพิเศษ ที่เป็นเอกสิทธ์เฉพาะของบริษัท          ทำให้จากความเชี่ยวชาญและความรู้ที่สั่งสมมาช่วยให้เราสามารถคิดสร้างสรรค์และควบคุมแต่ละขั้นตอนของการผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กของเราทุกขั้นตอนภายในไซต์ 17,000 ตารางเมตรที่ตั้งอยู่ใน Nord-Isère ได้อย่างมีประสิทธิภาพ          ปัจจุบันความรู้ทางอุตสาหกรรมของ Renolux ช่วยให้เราเชี่ยวชาญในเทคนิคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เทคนิคพอลิเมอไรเซชันผ่านกระบวนการจดสิทธิบัตรของเรา (โฟมโพลียูรีเทน) งานโลหะ (การเจาะการตัดการรัดการเชื่อม) สิ่งทอ (การเคลือบการตัดการทำ) และการประกอบในที่สุด มุ่งมั่นที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกวัน          เพราะฉะนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์ของ Renolux จะไม่ใช่แค่ใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กทั่วไปเท่านั้น แต่ยังได้ความเชี่ยวชาญมากกว่า 40 ปี ในการให้บริการผลิตภัณฑ์ดูแลเด็กที่มีคุณภาพของ Renolux           คาร์ซีท Renolux Renofix คาร์ซีทเด็กโตที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กน้ำหนัก 15 – 36 KG. […]

ด้วยนวัตกรรมที่ถูกวิจัยและคิดค้นโดยกุมารแพทย์จากญี่ปุ่น จึงทำให้มี 10 คุณสมบัติพิเศษ จากรถเข็นเด็ก Aprica นี้ ที่ช่วยให้คุณแม่มั่นใจได้ ว่าลูกน้อยปลอดภัยตลอดการเดินทางแน่นอนค่ะ Sofa Cushion ที่สุดของความนุ่มสบายด้วยนวัตกรรมใหม่ ยกโซฟามาไว้ในรถเข็นเด็ก ช่วยรองรับแรงกระแทก เข็นได้กับทุกพื้นผิวให้ลูกน้อยเพลดเพลินนุ่มสบายในทุกการเดินทาง Double Shock ลดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 40% ด้วยระบบรองรับแรงกระแทกได้ถึง 2 จุด ใต้ที่นั่ง และที่ล้อ Ergonomic Design ที่รองรับการเจริญเติบโต 3 ช่วงวัย ได้อย่างลงตัว Multi-Shockless โครงสร้างแบบลดรอยต่อ โครงสร้างของรถเข็นเด็กถูกเชื่อมต่อส่วนต่างๆเป็นชิ้นเดียวกัน จึงช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการสั่นสะเทือนได้ดี แม้ผ่านการใช้งานที่ยาวนาน Double Thermo System ลดความอับชื้นแบบ Double ลูกน้อยรู้สึกปลอดโปร่ง สบายตัวช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายให้เหมาะสมด้วยฉนวนกับความร้อนพิเศษ ช่วยสะท้อนความร้อนจากพื้นพร้อมช่องระบายอากาศที่ด้านหลัง ช่วยระบายความร้อนได้ดี ลดความร้อนสะสมบริเวณหลังของลูกน้อย ให้ความรู้สึกสบายตัว เบาะรองนอนทรงนาฬิกาทราย เหมาะกับสรีระของลูกน้อยวัยแรกเกิด เพราะเด็กทารกจะนอนในท่ากางแขนกางขา เบาะรองนอนทรง WM สามารถรับสรีระได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้เคลื่อนไหวขยับแขนขาได้อย่างเป้นธรรมชาติ High Seat […]

คุณแม่รู้ไหม? ในช่วงตั้งครรภ์นอกเหนือจากบทบาทว่าที่คุณแม่แล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่คุณแม่จะได้สวมบทบาทสนุกๆ อีก 10 อย่างเพื่อการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพและมีความสุข 1.นักออกกำลังกาย : สุขภาพ ที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งการออกกำลังกายอย่างปลอดภัยสามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 โดยต้องเป็นกีฬา หรือกิจกรรมที่ไม่ใช้แรงหรือมีการกระแทก เช่น การว่ายน้ำ เดิน เต้นแอโรบิกเบาๆ บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ขี่จักรยาน อยู่กับที่ ควรหาโอกาสออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและไม่อ่อนแรงง่าย 2. นักสำรวจ : หมั่นสำรวจ และ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายนอก อย่างผิวพรรณ เส้นผม เล็บ เพื่อบำรุงอย่างถูกวิธี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน อาการหรือความผิดปกติต่างๆ การดิ้น ของลูก โรคประจำตัว จดบันทึกการเปลี่ยนแปลง เพื่อจะได้นำไปถามคุณหมอเมื่อนัดตรวจครรภ์ หรือถ้ามีความผิดปกติที่ร้ายแรงจะได้รักษาได้ทันค่ะ 3. นักโภชนาการ : การพิถี พิถันเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องที่ทราบกันดี อยู่แล้ว ซึ่งการกินอาหารครบ 5หมู่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่และช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ของร่าง กายให้กับลูกในท้อง รวมถึงต้องกินอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืนหรืออาหารสำเร็จรูปเพราะคุณค่าทางอาหารจะลดลง หากอยากกินน้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือขนมต่างๆ ก็สามารถกินได้ให้พอหายอยาก ไม่ควรกินมากเกินไปเพราะจะทำให้อ้วนและยังมีสารต่างๆ จากส่วนผสมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายค่ะ 4. นักกิจกรรม : วันว่างอย่าลืม ผ่อนคลายด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การรดน้ำต้นไม้อยู่ที่บ้าน ไปเดินผ่อนคลายเปิดหูเปิดตานอกบ้าน ฟังการเสวนาหรือเข้าอบรมเกี่ยวกับการตั้งครรภ์จะช่วยให้ได้รับความรู้และพัก ผ่อนในวันหยุด 5. […]

หลาย ๆ คนที่เคยไปฝึกอบรมเข้าคอร์สคุณพ่อคุณแม่มือใหม่มานั้น นอกจากการสาธิตวิธีการอุ้ม วิธีการอาบน้ำเด็กแรกเกิด  และวิธีดูแลเด็กเล็กในเรื่องต่างๆ แล้ว การฝึกห่อตัวทารกก็เป็นทักษะที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรรู้เช่นกัน การห่อตัวเด็กเล็กนั้นจะช่วยให้เด็กรู้สึกสบายตัว และรู้สึกปลอดภัย คล้ายกับยังอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ การห่อตัวเด็กเล็กจึงช่วยให้ลูกนอนหลับได้ง่าย ทั้งยังรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ทั้งนี้ก็ต้องมี วิธีห่อตัวเด็ก อย่างถูกต้องด้วย ทำได้อย่างไร มาดูกันเลยค่ะ แชร์ วิธีห่อตัวเด็ก ที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ทำตามได้จริง นอกจากความสำคัญของการห่อตัวเด็กแล้ว ในบทความนี้ BabyGift จะพามารู้จักวิธีห่อตัวทารกในแบบต่าง ๆ รวมถึงตอบคำถามเกี่ยวกับการห่อตัวเด็ก และแนะนำผ้าห่อตัวเด็กคุณภาพดีให้กับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่กันค่ะ ตามมาอ่านเรื่องนี้กันได้ในบทความนี้เลยนะคะ  ทำไมถึงต้องห่อตัวเด็กเล็ก ? การห่อตัวเด็กจำเป็นหรือไม่ ? การห่อตัวเด็กแรกเกิดนั้นจะช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมภายนอกได้ ทั้งยังช่วยกระชับแขนขา ช่วยลดอาการสะดุ้งตกใจจากเสียงดัง และยังช่วยรักษาความอบอุ่นให้กับลูกน้อย ทำให้ลูกไม่หนาวและนอนหลับได้นานขึ้น ทั้งยังทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย เสมือนอยู่ในครรภ์ของคุณแม่ ให้ความรู้สึกว่ากำลังถูกโอบกอดอยู่ ในเด็กบางคนที่ผวาตื่นได้ง่ายหรือนอนสะดุ้งบ่อย ๆ วิธีห่อตัวเด็กอย่างถูกวิธีก็จะทำให้นอนหลับได้นานขึ้น ร่วมกับการกล่อมลูกนอนด้วย White noise อย่างเสียงน้ำไหล เสียงฝนตก เสียงลมธรรมชาติ ก็จะทำให้ลูกหลับสนิทและผ่อนคลายได้มากขึ้น ส่งผลให้ลูกนอนหลับพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ค่ะ อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องรู้วิธีห่อตัวเด็กอย่างถูกต้องด้วยเหมือนกัน เพราะถ้าห่อตัวผิดวิธี ก็อาจส่งผลเสียต่อลูกน้อยได้ ซึ่งการห่อตัวเด็กทารกโดยหลัก ๆ แล้ว มีอยู่ 3 วิธีด้วยกัน แต่ละวิธีจะนั้นจะเป็นอย่างไร ไปดูกันเลยค่ะ  วิธีห่อตัวทารก แบบต่าง ๆ มีอะไรบ้าง ?   ก่อนจะไปดูวิธีห่อตัวเด็กเล็ก อันดับแรกที่จำเป็นต้องมีก็คือ ผ้าสำหรับห่อตัวลูกนั่นเอง ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งผ้าอ้อมหรือผ้าขนหนู […]

คุณแม่อาจป้อนอาหารบดละเอียดให้ลูกเสริมกับการกินนมแม่เป็นหลัก หรือถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนอยากฝึก BLW ให้ลูกกินข้าวด้วยตัวเองเป็นก็อาจให้ลูกหยิบจับอาหารนิ่ม ๆ กินเองโดยที่ไม่ต้องป้อนซึ่งอาจเป็นอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงมาก อย่างเช่น ผักต้มนิ่มๆ ผลไม้นิ่มๆ เนื้อปลาต้มนิ่มๆ และเมื่อลูกย่างเข้าสู่เดือนที่ 8 เป็นต้นไป ลูกก็จะเริ่มกินอาหารได้หลากหลายมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็อาจมองหาเมนูอาหารใหม่ๆ ให้กับลูกน้อย ซึ่งในบทความนี้ BabyGift มีเมนูอาหารเด็ก 8 เดือน 5 เมนูอร่อยมาแนะนำกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ลองไปดูกันค่ะ  ชวนเข้าครัวเตรียมเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนให้ลูกน้อย เด็ก 8 เดือนกินอะไรได้บ้าง ?  พอลูกของเราอายุ 6 เดือนขึ้นไป ก็จะสามารถกินอาหารเสริมนอกเหนือจากนมแม่เพิ่มเติมได้ และถ้าเป็นไปได้ คุณแม่ก็ควรให้นมแม่ควบคู่กับการเพิ่มมื้ออาหารให้ลูก ซึ่งอาหารสำหรับเด็กอ่อนนั้น สามารถใช้วัตถุดิบได้หลากหลาย และเมื่อลูกอายุ 8 เดือนก็จะเริ่มมีฟันน้ำนม สามารถกินอาหารได้อย่างหลากหลายมากขึ้น เนื้อสัมผัสอาหารมีความหยาบได้มากขึ้น รวมถึงกินผลิตภัณฑ์จากนมอย่าง เนย ชีส และโยเกิร์ตได้ สำหรับเมนูอาหารเด็ก 8 เดือนที่เราจะแนะนำกันนั้น สามารถใช้วัตถุดิบอะไรได้บ้าง มาดูกันค่ะ  แนะนำ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid