รวมรถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี แข็งแรง เข็นง่าย ปี 2025

รถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหารถเข็นเด็กพับได้ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ในปี 2025 มีตัวเลือกมากมายจนอาจทำให้เลือกลำบาก จากรุ่นพื้นฐานไปจนถึงรุ่นพรีเมียมที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ที่เหมาะสมจึงต้องคำนึงถึงความแข็งแรง ความสะดวกในการเข็น และฟีเจอร์ที่ตรงกับความต้องการของครอบครัว มาดูกันว่ามีตัวเลือกไหนบ้างที่น่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับการลงทุน

รถเข็นเด็กพับได้ ต่างจากรถเข็นเด็กทั่วไปอย่างไร

รถเข็นเด็กพับได้มีจุดเด่นที่แตกต่างจากรถเข็นเด็กทั่วไปอย่างชัดเจน คือ ความสะดวกในการพับเก็บและพกพา น้ำหนักที่เบากว่า และขนาดที่กะทัดรัดเมื่อพับแล้ว ทำให้เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบเดินทางหรือมีพื้นที่จำกัด ในขณะที่รถเข็นทั่วไปมักเน้นความแข็งแรงและฟีเจอร์ครบครัน แต่ขนาดใหญ่และเคลื่อนย้ายยาก

วิธีการเลือกรถเข็นเด็กพับได้

รถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี

การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ให้เหมาะสมต้องพิจารณาหลายปัจจัยสำคัญ เพื่อให้ได้ตัวที่ตรงกับความต้องการและใช้งานได้ยาวนาน

เลือกให้เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็ก

การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ตามช่วงวัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะแต่ละวัยมีความต้องการที่แตกต่างกัน

  • เด็กแรกเกิด – 6 เดือน: เลือกแบบเอนนอนราบได้ ขนาดเล็กกะทัดรัด เหมาะกับโครงสร้างกระดูกที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่
  • เด็กอายุ 6 – 18 เดือน: เลือกแบบทั่วไปที่มีพนักพิงและเบาะขนาดใหญ่ขึ้น รองรับการเจริญเติบโต
  • เด็กอายุ 1.5 – 4 ปี: เลือกแบบที่มีล้อขนาดใหญ่ โครงแข็งแรง รองรับน้ำหนักได้ดี

เลือกวัสดุที่แข็งแรง

วัสดุที่ใช้ในการผลิตรถเข็นเด็กพับได้มีผลต่อความทนทานและความปลอดภัย ควรเลือกโครงอะลูมิเนียมผสมที่แข็งแรงทนต่อการบิดงอ เบาะที่มีสปริงและฟองน้ำคุณภาพดี ผ้าหุ้มเบาะที่ระบายอากาศได้ดี ล้อทำจากพลาสติก PU ที่ทนทานและลดแรงกระแทก และหลังคาที่ป้องกันแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือกวัสดุคุณภาพจะช่วยให้รถเข็นเด็กพับได้ใช้งานได้นานและปลอดภัย

เลือกที่มีมาตรฐานระดับสากล

รถเข็นเด็กพับได้ที่ดีควรมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล พร้อมระบบความปลอดภัยที่รัดกุม ระบบล็อกโครงรถเข็นที่มั่นคง เข็มขัดนิรภัยที่ใช้งานง่าย และระบบล็อกล้อหลังที่ป้องกันการลื่นไถล การมีมาตรฐานเหล่านี้จะช่วยให้มั่นใจในความปลอดภัยของลูกน้อย

เลือกที่มีฟังก์ชันเพิ่มเติม

ฟีเจอร์พิเศษของรถเข็นเด็กพับได้ที่น่าสนใจ ได้แก่ การปรับเอนได้หลายระดับ ระบบเข็นแบบ 2 ทิศทาง หลังคาพร้อมหน้าต่างระบายอากาศ และช่องเก็บของขนาดใหญ่ ฟังก์ชันเหล่านี้จะเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพการใช้งาน ทำให้รถเข็นเด็กพับได้ตอบโจทย์การใช้งานได้มากขึ้น

แนะนำ 7 รถเข็นเด็กพับได้ คุณภาพดีจาก BabyGift

รถเข็นเด็กพับได้ ยี่ห้อไหนดี

BabyGift ได้คัดสรรรถเข็นเด็กพับได้คุณภาพดี 7 รุ่นที่โดดเด่น ตั้งแต่รุ่นเบสิกไปจนถึงรุ่นพรีเมียม แต่ละรุ่นผ่านการทดสอบและมีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

1. รถเข็นเด็ก Prince & Princess AUTOPACT Plus

รถเข็นเด็ก Prince & Princess AUTOPACT Plus เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับคุณแม่ที่รักการท่องเที่ยวและเดินทางบ่อย ด้วยน้ำหนักเบาเพียง 7 กิโลกรัม พร้อมระบบพับกางอัตโนมัติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รุ่นนี้มาพร้อมเสริมยางยืดใต้เบาะช่วยให้การพับเก็บทำได้ง่ายและสมูท รองรับน้ำหนักได้ถึง 22 กิโลกรัม จึงใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 3 ขวบ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง

จุดเด่น

  • ระบบพับอัตโนมัติล้ำสมัย เพียงกดปุ่มครั้งเดียวที่บริเวณด้ามจับ รถเข็นจะพับเก็บได้เองอัตโนมัติอย่างรวดเร็ว พร้อมถือขึ้น-ลงบันไดเลื่อนและขึ้นรถได้ง่าย
  • กางเร็วใน 3 วินาที ระบบกางออกอัตโนมัติ เพียงจับด้ามเข็นยกขึ้น รถเข็นจะกางออกเองพร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องออกแรง
  • เบาะหนานุ่มพิเศษ เบาะรองนั่งหนา 10 มิลลิเมตร ช่วยรองรับน้ำหนักและแผ่นหลังได้มั่นคง ลูกนั่งสบายแม้เป็นเวลานาน
  • ที่วางเท้าขยายพิเศษ ออกแบบเพิ่มความยาว 21 ซม. เพื่อให้เด็กแรกเกิดนอนราบได้เต็มที่

2. รถเข็นเด็ก KINDERKRAFT รุ่น NUBI 2

รถเข็นเด็กพับได้จากเยอรมันที่โดดเด่นด้วยคุณภาพยุโรป ออกแบบเพื่อเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะ ปรับเอนนอนราบได้ทารกนอนสบาย พร้อมพับกางได้ง่าย

จุดเด่น

  • ปรับเอนนอนราบได้ 165 องศา เหมาะกับทารกแรกเกิด
  • ล้อหน้าหมุนได้ 360 องศา เข็นได้คล่องตัวในที่แคบ
  • หลังคาขนาดใหญ่ป้องกัน UPF50+ และกันน้ำได้
  • มีมุ้งกันยุงในตัว พับเก็บและกางออกได้ตามต้องการ

3. รถเข็นเด็ก Foppapedretti รุ่น LIKE

รถเข็นเด็ก Foppapedretti LIKE เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากแบรนด์อิตาเลียนชื่อดัง ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันของครอบครัวสมัยใหม่ ด้วยน้ำหนักเบาเพียง 7.8 กิโลกรัม ทำให้เหมาะสำหรับการพกพาและสามารถขึ้นเครื่องบินได้ (Cabin Friendly) รุ่นนี้โดดเด่นด้วยระบบพับง่ายด้วยมือเดียว พร้อมตั้งได้เองโดยไม่ต้องพิง ครบครันด้วยฟีเจอร์ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานทุกวัน ตั้งแต่หลังคากันแดดกันน้ำไปจนถึงตะกร้าเก็บของขนาดใหญ่

จุดเด่น

  • ระบบพับอัจฉริยะ พับง่ายด้วยมือเดียว พร้อมตั้งได้เองโดยไม่ต้องพิง ใช้งานสะดวกในทุกสถานการณ์
  • เบาะนั่งปรับได้เต็มที่ ปรับเอนนอนได้มาก รองรับการนอนหลับได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับเด็กทุกช่วงวัย
  • หลังคาป้องกันครบครัน กันแดด UPF50+ พร้อมซิปกันน้ำและช่องมองลูก ปกป้องลูกน้อยได้อย่างรอบด้าน
  • เข็มขัดนิรภัยสุดสะดวก ระบบ EasyClose พร้อมหัวล็อกแม่เหล็ก ใช้งานง่ายและให้ความปลอดภัยสูง

4. รถเข็นเด็ก Foppapedretti รุ่น TicToc

รถเข็นเด็ก Foppapedretti TicToc เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากประเทศอิตาลี ที่โดดเด่นด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่ให้ความทนทาน แต่สามารถพับได้บางไม่กินพื้นที่ ด้วยน้ำหนักรวม 9.8 กิโลกรัม รุ่นนี้รองรับการใช้งานตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 5 ขวบ น้ำหนักสูงสุด 22 กิโลกรัม ผ่านมาตรฐาน EN1888 พร้อมโครงสร้างอลูมิเนียมแข็งแรงทนทานสูง และสามารถขึ้นเครื่องบินได้ด้วยระบบ Gate Check รับประกันสินค้า 5 ปีโดย BabyGift ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายเดียวในประเทศไทย

จุดเด่น

  • โครงใหญ่พับเล็กอัจฉริยะ โครงสร้างใหญ่ทนทาน พับได้บางไม่กินพื้นที่ พับแล้วลากได้โดยไม่ต้องยก ออกแบบให้มั่นคง balance แม้แขวนของเยอะ
  • เข็นได้ 2 ทิศทาง ล้อรองรับการเข็น 2 ทิศทาง เพียงยกสลับฝั่งที่นั่ง เหมาะสำหรับดูแลลูกแรกเกิดได้สบายใจ
  • ปรับได้หลากหลาย เอนนอนราบถึง 170 องศา เอนนั่งตรงถึง 80 องศา เหมาะกับเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป ปรับได้ดีกว่ารถเข็นทั่วไป
  • ระบายอากาศเยี่ยม โครงสร้างมีรูระบายอากาศตลอดช่วงหลัง หมดปัญหานั่งแล้วหลังแฉะ

5. รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Cushion 

รถเข็นเด็ก Aprica Luxuna Cushion เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่คิดค้นวิจัยโดยกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยโครงสร้างที่ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดีเยี่ยม พร้อมการออกแบบที่เลี้ยวง่ายในทางแคบ รุ่นนี้มาพร้อมหมอน Mamoru Support ที่รองรับสรีระศาสตร์ของทารก ให้ลูกน้อยนอนสบายในทุกการเดินทาง ด้วยน้ำหนักเพียง 5.6 กิโลกรัม ทำให้เคลื่อนย้ายสะดวก เหมาะสำหรับใช้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนน้ำหนัก 18 กิโลกรัม

จุดเด่น

  • ป้องกัน Baby Shaken Syndrome ด้วย Omega Cushion สปริงรูปตัว M ใต้เบาะ ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 36% พร้อมโช้ค 4 ล้อลดแรงกระแทก
  • ล้อหมุนอัตโนมัติครบครัน ทั้ง 4 ล้อหมุน 360 องศา บังคับทิศทางง่าย เลี้ยวสะดวกแม้ในทางแคบ
  • หมอน Mamoru Support คู่ ประคองศีรษะและลำคอป้องกันคอพับ พร้อมหมอนรองสะโพกช่วยให้กระดูกสันหลังตั้งตรง
  • High Seat ป้องกันมลพิษ เบาะนั่งสูงจากพื้น 55 ซม. พร้อมฉนวนสะท้อนความร้อนจดสิทธิบัตรเฉพาะ Aprica ป้องกันฝุ่นและความร้อน

6. รถเข็นเด็ก Copper รุ่น Crown 

รถเข็นเด็ก Copper Crown เป็นผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยวัสดุใหม่เฟรม PVD เงาสวยหรูทนทาน ออกแบบให้พับกางง่าย พับแล้วลากได้ไม่ต้องยก พร้อมขนาดกะทัดรัดที่พกขึ้นเครื่องบินได้สะดวก รุ่นนี้ใช้งานได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดด้วยเบาะปรับนอนราบได้ และยังคงสบายสำหรับเด็กวัย 5-6 ขวบ มาพร้อมตะกร้าใหญ่จุใจที่สามารถพับได้แม้มีของอยู่ในตะกร้า พร้อมของแถม 15 รายการและเบาะให้เลือก 3 สี

จุดเด่น

  • วัสดุเฟรม PVD ใหม่ เงาสวยหรูทนทานระดับพรีเมียม ให้ความรู้สึกหรูหราแตกต่างจากรถเข็นทั่วไป
  • พับกางสุดสะดวก พับง่าย พับแล้วลากได้ไม่ต้องยก พับได้เล็กพกขึ้นเครื่องบินได้ พับได้แม้มีของในตะกร้า
  • ล้อแข็งแรงครบครัน แบบลูกปืนมีโช๊คทั้ง 4 ล้อ ตะลุยได้ทุกพื้นผิว สามารถถอดล้อเปลี่ยนเป็น Big Wheels ได้
  • ตะกร้าใหญ่จุใจ ใส่ได้ทุกสิ่ง แขวนของด้านหลังได้ถึง 8 กิโลกรัม ไม่มีเด็กนั่งก็ไม่ล้ม

7. รถเข็นเด็ก Keenz รุ่น Air Plus Pro

รถเข็นเด็กพับได้ที่โดดเด่นด้วยความจุสัมภาระสูงและการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด สามารถใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิดถึงประมาณ 5 ปี

จุดเด่น

  • รับน้ำหนักได้ถึง 60 กิโลกรัม รวมเด็กและสัมภาระ ใช้ได้ถึง 5 ปี
  • ตะกร้าสัมภาระขนาดใหญ่มาก เบาะยาว 85 เซนติเมตร กว้าง 35 เซนติเมตร
  • ล้อแบบตลับลูกปืนมีโช๊คทั้ง 4 ล้อ หลังคาแบบ Full Canopy
  • เบาะปรับเอนได้ถึง 175 องศา พนักพิงปรับอัตโนมัติ

สรุปบทความ

การเลือกรถเข็นเด็กพับได้ที่เหมาะสมต้องพิจารณาถึงช่วงวัยของลูก วัสดุที่แข็งแรง มาตรฐานความปลอดภัย และฟีเจอร์ที่ตรงกับความต้องการ ทั้ง 7 รุ่นที่แนะนำล้วนผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน BabyGift เข้าใจดีว่าการเลือกซื้อรถเข็นเด็กพับได้เป็นการลงทุนสำคัญ จึงพร้อมให้คำปรึกษาและบริการทดลองใช้งานจริง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจในทุกการตัดสินใจ และลูกรักได้รับความสะดวกสบายปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อรู้ตัวว่าท้อง แม่ๆทุกคนก็อยากดูแลปกป้องลูก ซึ่งในชีวิตประจำวันของแม่ยังต้องมีการเดินทางด้วยรถยนต์จากเดิมที่คาดเข็มขัดได้ปกติ อาจรู้สึกกังวลว่าสายเข็มขัดนิรภัยจะรัดโดนลูกในห้องหรือกลัวสายเข็มขัดนิรภัยกระชากโดนท้อง จึงเกิดนวัตกรรมใหม่จากประเทศออสเตรเลีย เป็น “คาร์ซีทแม่ท้อง” ตัวช่วยใหม่ที่จะช่วยปกป้องคุณแม่ คาร์ซีทแม่ท้อง คืออะไร  คาร์ซีทแม่ท้อง คือ อุปกรณ์เสริมติดรถยนต์ ลักษณะเป็นเบาะรองนั่งนิรภัย โครงสร้างด้านในแข็งแรงเป็นเหล็กมีตะขอเหล็กสำหรับเกี่ยวสายเข็มขัดนิรภัย  เพื่อให้สายเข็มขัดพาดผ่านบริเวณหน้าขาแทนการคาดบริเวณหน้าท้อง ช่วยปกป้องลูกน้อยในครรภ์และคนท้องให้ปลอดภัย และช่วยให้ไม่รู้สึกอึดอัดเวลาคาดเข็มขัดนิรภัย  และรองด้วยเมมโมรี่โฟม ทำให้การนั่งรถสบายขึ้น ภายนอกสุดหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ ลดการลื่นไถล เป็นสินค้าประเภทความปลอดภัยระหว่างการเดินทางด้วยรถยนต์คล้ายกับคาร์ซีท ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก  ซึ่งในประเทศไทยคาร์ซีทแม่ท้อง จัดเป็นนวัตกรรมที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก อ้างอิงจากข้อมูลของ National Highway Traffic Safety Administration ระบบเข็มขัดนิรภัยในปัจจุบันทำให้ทารกในครรภ์เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต ทำให้ในต่างประเทศนิยมใช้คาร์ซีทแม่ท้อง ซึ่งปัจจุบันมีจำหน่ายแล้วในประเทศไทย ที่มาของคาร์ซีทแม่ท้อง  วิศวกรชาวออสเตรเลียที่เคยมีประสบการณ์อุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะที่ภรรยาตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ผลการตรวจร่างกายและความปลอดภัยของลูกในครรภ์ปกติ เมื่อลูกคลอดพบว่าลูกไม่สามารถพัฒนาร่างกายให้เจริญเติบโตให้เหมาะสมกับช่วงอายุ เนื่องจากการถูกกระแทกในอุบัติเหตุครั้งนั้น  จึงเป็นแรงบันดาลใจในการคิดค้นนวัตกรรมในที่ช่วยให้การคาดเข็มขัดนิรภัยของคนท้องปลอดภัยและง่ายขึ้น นั้นก็คือ คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนท้อง ที่ต้องการปกป้องลูกน้องในครรภ์และตนเองให้ปลอดภัย   วัสดุของคาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield แข็งแรงไหม ทำจากอะไร? คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield ประกอบด้วยวัสดุอะไรบ้าง?  คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield การันตีความปลอดภัย ด้วยผลการทดสอบความปลอดภัยโดยสถาบันระดับสากล  ADRs กฎการออกแบบของออสเตรเลีย เป็นมาตรฐานทางเทคนิคระดับชาติสำหรับความปลอดภัยของยานพาหนะที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ “ECE” ที่ประกาศใช้  […]

เมื่อพี่ตู่เตรียมคาร์ซีท พาน้องริสาออกไปเที่ยวครั้งแรก… แต่มะลิ (แม่บ้าน) ดันถอดเบาะคาร์ซีทไปซักซะงั้น งานนี้พี่ตู่ต้องใส่ผ้าหุ้มกลับเข้าไปเหมือนเดิม เบาะทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ชิ้น ที่เข้าใจง่ายๆ พี่ตู่บอกว่าง่ายมาก ทำครั้งแรกก็ได้เลย #แท็กสามี #ซักคาร์ซีทให้หน่อย เพราะคุณแม่นุชออกไปทำธุระข้างนอก การพาน้องริสาออกไปเที่ยวครั้งนี้มีแค่สองพ่อลูกเท่านั้น คาร์ซีทจึงจำเป็นมาก พี่ตู่เลือกคาร์ซีท Ailebebe รุ่น  Kurutto 4 Grance ผ้าหุ้มตาข่ายระบายอากาศได้ดี น้องริสานั่งแล้วสบายตัว ไม่อึดอัด ไม่งอแง สบายจังเลย…ปะป๋า ของีบแป๊บบบบนะคะ หมุนได้ 360 องศา อุ้มน้องริสาขึ้นลงคาร์ซีทได้ง่าย คาร์ซีท Ailebebe ปลอดภัยแน่นอน เพราะทุกตัวผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด จากประเทศญี่ปุ่น รีวิวคาร์ซีท Ailebebe รุ่น Kurutto4

เคล็ดลับการฝึกลูกนั่งคาร์ซีท car seat จากประสบการณ์จริงคุณแม่ลูกสอง โดย แม่ป่าน เพจ เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข by mommy Arpan 1. ฝึกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ : ถ้าเป็นไปได้จัดเตรียมคาร์ซีท car seat ไว้ก่อนคลอด และให้ลูกนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล จะช่วยสร้างความคุ้นเคยให้กับทั้งตัวลูกและพ่อแม่ 2. ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอจนกลายเป็น routine (กิจวัตร) : ไม่ว่าจะไปไหน ใกล้หรือไกลต้องให้เด็กนั่ง car seat ทุกครั้ง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ปฏิบัติจนคุ้นชิน และทุกอย่างจะง่ายขึ้นเองค่ะ 3. ปรับทัศนคติให้ตรงกัน (ปัญหาหลักที่หลายบ้านพบเจอ) : โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในบ้านที่อาจจะยังไม่เข้าใจ หรือยังมองไม่เห็นความสำคัญ ลองนั่งพูดคุยบอกเล่าเหตุการณ์ๆต่างๆในข่าว ที่เวลาเกิดอุบัติเหตุและเด็กที่นั่ง car seat รอดชีวิต เปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้นั่งและเกิดความสูญเสียร้ายแรงตามมา และลองคุยปรับความเข้าใจกับท่านดู เชื่อว่าถ้าท่านรักและห่วงหลานๆเป็นทุน ยังไงวันหนึ่งท่านจะเข้าใจค่ะ อีกวิธีหนึ่งที่แนะนำคือลองหาวิดิโอใน Youtube สาธิตแรงกระแทกที่เกิดขณะรถชน (จะมีสาธิตเปรียบเทียบระหว่างมีคนอุ้มเด็ก กับเด็กนั่งคาร์ซีท ….หวังว่าภาพที่เห็นจะสามารถเปลี่ยนใจของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านได้นะคะ […]

คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงเคยดูคลิปทารกน้อยใส่ห่วงลอยน้ำ ฝึกน้ำดำ และฝึกลอยตัวอยู่ในน้ำกันใช่ไหมคะ เป็นคลิปที่น่าเอ็นดูมากเลย และหากลูกรักของเราได้ลองทำดูบ้างคงน่ารักมากแน่นอน แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าจะให้ลูกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้ตอนไหน ใช้อุปกรณ์อะไร ปลอดภัยแค่ไหน แล้วจะเลือกโรงเรียนว่ายน้ำแบบไหนให้ลูกดี เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ ลูกทารกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้เมื่อไร?  เด็กทารกสามารถเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าร่างกายของลูกพร้อมแค่ไหน ให้ลองเริ่มใช้ห่วงยางสวมศีรษะของลูกเพื่อช่วยพยุงตัวในน้ำ เมื่อปล่อยลูกลงสระน้ำแล้วลูกสามารถลอยตัวได้โดยไม่กลัวน้ำเลย การฝึกแบบนี้ก่อนจะช่วยให้ลูกมีความเคยชินกับน้ำ ไม่กลัวน้ำ และเพื่อในอนาคตจะได้หัดว่ายน้ำได้อย่างสบาย หรือจะเริ่มฝึกหรือเรียนว่ายน้ำในช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป ก็เป็นวัยที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาดีขึ้น เข้าใจภาษาที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่สื่อสาร เริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวแขนขาได้ดีขึ้นมากแล้ว สระน้ำแบบไหน ปลอดภัยต่อเด็กเล็ก สระน้ำระบบน้ำเกลือจะเป็นระบบควบคุมความสะอาดของน้ำด้วยเกลือธรรมชาติ มีค่า pH balance ในใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติของคน ทำให้ไม่ระคายเคืองต่อตาหรือผิวหนังของเด็กทารก สระน้ำระบบโอโซน จะเป็นระบบที่เอาก๊าซโอโซนมาบำบัดน้ำในสระ มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในเวลาอันสั้น และไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ทำให้ดวงตาหรือผิวหนังทารกระคายเคือง ซึ่งสระระบบนี้ยังไม่ค่อยมีให้บริการมากนัก   เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรง สระน้ำควรจะควบคุมอุณหภูมิน้ำให้อยู่ที่ประมาณ 30- 35 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร่างกายของลูกสามารถปรับอุณหภูมิได้ง่าย ไม่ป่วย อุปกรณ์สำคัญเมื่อลูกเล็กต้องว่ายน้ำ เลือกโรงเรียนสอนว่ายน้ำทารกแบบไหน ปลอดภัยเหมาะสม  ข้อดี […]

เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก พับเล็กอย่างเดียวไม่พอ เอาที่ลูกนั่งสบายด้วยนะคะ เพราะรถเข็นเด็กคือที่พักผ่อนของเด็กๆ คุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นจริงๆ คือ แนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก แนะนำรถเข็นเด็ก Aprica Magical Air แบบน้องอลิน-อลัน คันนี้แม่โอปปลื้มมาก จนต้องบอกต่อใน IG พิสูจน์แล้วโดยคุณแม่เซเลปคนดัง มั่นใจในผลิตภัณฑ์เด็ก Aprica #แท็กสามี #แท็กเพื่อน แล้วจัดทริปเลยค่ะ Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น

บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ได้คำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของลูกค้าทุกท่าน ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลและใช้ข้อมูลที่จำเป็นของท่าน เพื่อระบุตัวบุคคลตาม พรบ.คอมพิวเตอร์ แห่งราชอาณาจักรไทย นโยบายความเป็นส่วนตัวอธิบายถึงวิธีที่เราเก็บข้อมูล นำมาใช้ และ การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว (ในบางกรณี) โดยนโยบายนี้จะอธิบายถึงขั้นตอนการกระทำกับข้อมูลส่วนบุคคล และสุดท้ายนโยบายนี้จะอธิบายถึงตัวเลือกที่ท่านสามารถเลือกได้เกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของท่านเอง การปกป้องดูแลข้อมูลส่วนตัวของท่านเปรียบเสมือนความไว้วางใจที่ท่านมีให้เราและเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ดังนั้นเราจึงจะขอใช้เพียงข้อมูลบางส่วนของท่านอันได้แก่ ชื่อ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เฉพาะที่สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เราได้กำหนดไว้ ทั้งนี้เราจึงเก็บรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการดำเนินความสัมพันธ์ทางธุรกรรมของเรากับท่านเท่านั้น ทางเราจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลาตราบเท่าที่กฎหมายกำหนดหรือ เป็นระยะเวลาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลนั้นๆ ท่านสามารถเยี่ยมชมและท่องเว็บไซต์ของเราได้โดยไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลใดๆ โดยตลอดการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเรา ท่านจะอยู่ในฐานะผู้ไม่เปิดเผยตัวตน และไม่สามารถระบุตัวตนได้ตลอดเวลา จนกว่าท่านจะลงทะเบียนสมัครบัญชีผู้ใช้ และได้เข้าสู่ระบบด้วยชื่อบัญชีและรหัสผ่านของท่านเอง คลังข้อมูลส่วนบุคคล บริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์)  จะไม่ยอมให้บุคคลภายนอกมีส่วนร่วมรู้เห็นข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ได้เก็บไว้โดยเด็ดขาด ข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บไว้จะได้รับการเปิดเผยเฉพาะภายในเครือบริษัทของเราเพื่อการดำเนินการภายในเท่านั้น เมื่อท่านได้สร้างบัญชีผู้ใช้กับบริษัท เบบี้กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจะเก็บไว้ มีดังต่อไปนี้ ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล, วันเดือนปีเกิด, เพศ, อายุ, เลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี, สัญชาติ เป็นต้น ข้อมูลที่ใช้ในการติดต่อ เช่น […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid