Baby Gift สำรวจศูนย์วิจัยที่ญี่ปุ่น เจาะลึกนวัตกรรมคาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อย

ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับ “คาร์ซีท” หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์จำเป็นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยในขณะที่เดินทางด้วยรถยนต์กันเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมชม “Aprica Central Research Center” ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์ซีท เจาะลึกถึงแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระของเด็กในแต่ละช่วงวัย การเลือกสรรวัสดุที่ปลอดภัย และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงวิธีทดสอบคาร์ซีทในห้องปฎิบัติการด้านความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก

อะปริก้า (Aprica) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.  2490 โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี อะปริก้า จึงได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และอะปริก้ายังได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดทำรถเข็นและผลิตภัณฑ์เด็กรุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ Royal Knot เพื่อทูลเกล้าถวายแด่ราชวงศ์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเชื้อพระวงศ์ในอีกหลายประเทศทั่วโลก

Aprica Central Research Center เป็นศูนย์กลางวิจัยเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์เด็กตั้งอยู่ในเมืองนาราประเทศญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านเยน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมประวัติความเป็นมาของแบรนด์อะปริก้า แนวคิดปรัญชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยเฉพาะด้าน Childcare Engineering หรือวิศวกรรมศาสตร์เพื่อการดูแลเด็ก ด้วยการศึกษาสิ่งแวดล้อมและการดูแลเด็กแรกเกิดที่เหมาะสม และนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกน้อยของพ่อแม่ รวมเข้ากับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และเพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของเด็กวัยแรกเกิดอย่างแท้จริง

โดยอะปริก้าเป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 2.5 กิโลกรัม ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ รวมทั้งใช้ในการทดสอบผลิตภัณฑ์ และวิเคราะห์การโอบอุ้มของอ้อมกอดแม่ เพื่อคิดค้นอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่นอกจากจะเน้นความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กวัยแรกเกิดได้ดี

คาร์ซีทนับเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่อะปริก้าให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเชื่อว่าในขณะที่เด็กเดินทางด้วยรถ เด็กควรได้รับการดูแลปกป้องเป็นพิเศษเพื่อให้การนอนหลับไม่ถูกรบกวนจากการเดินทาง ดังนั้นคาร์ซีทจึงมีส่วนสำคัญที่นอกจากจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุแล้วยังช่วยสร้างเสริมการนอนหลับได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในหลายประเทศคาร์ซีทถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับเด็กแรกเกิดที่มีกฏหมายบังคับใช้ อะปริก้าจึงได้พัฒนาคาร์ซีทที่สามารถปรับเปลี่ยนใช้ได้ถึง 3 รูปแบบในตัวเดียวกันซึ่งจะเป็นได้ทั้งเตียงนอน เพื่อรองรับสรีระที่อ่อนบางในวัยแรกเกิด และปรับเปลี่ยนเป็นเก้าอี้นิรภัยสำหรับวัยที่เริ่มหัดนั่งและยืนได้แล้ว รวมไปถึงอะปริก้ายังได้พัฒนา Junior Seat หรือ Booster สำหรับเด็กที่เริ่มโตเต็มวัยเพื่อเตรียมพร้อมการนั่งรถโดยใช้สายเข็มขัดนิรภัยเหมือนผู้ใหญ่อีกด้วย ซึ่งทำการทดสอบในการเกิดอุบัติเหตุรูปแบบต่างๆ ภายในห้องทดลองของบริษัทจนได้รับการรับรองมาตรฐานขั้นสูงมากกว่า 1,000 ครั้งต่อปี เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถพัฒนานวัตกรรมการปกป้องเด็กทารกให้มีความปลอดภัยสูงสุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กทารกที่ตัวเล็ก หรือคลอดก่อนกำหนด ซึ่งมีร่างกายบอบบางและต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ คาร์ซีทของอะปริก้าได้ออกแบบให้ทารกสามารถนอนได้แบบเหยียดตรงตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง เพราะช่วยให้ระบบทางเดินหายใจสะดวก หลีกเลี่ยงการกดทับช่องท้อง และเป็นผลดีกับกระดูกสันหลัง อีกด้วย

และอีกหนึ่งนวัตกรรมที่โดดเด่นของอะปริก้า คือ รถเข็นเด็กที่ออกแบบตามหลัก Baby Ergonomic Design เพื่อรองรับสรีระของเด็กทั้ง 3 ช่วงวัย โดย เด็กแรกเกิด ที่ศีรษะและคอมีความเปราะบาง ต้องการปกป้องอย่างอ่อนโยน การใช้ Head Support ที่หนานุ่มและเว้าโค้งจะช่วยสอดรับศีรษะ และคอที่ยังไม่แข็งได้อย่างมั่นคง ที่นอนปรับราบ ช่วยปกป้องการกดทับที่ท้อง เบาะรองปลายเท้า ช่วยรองรับสรีระในท่านอนได้สบายมากขึ้น เด็กวัย 7 เดือนขึ้นไป ที่เริ่มหัดนั่ง เบาะรองนั่งจะช่วยรองรับข้อเข่า และสะโพกช่วยให้เด็กทรงตัวได้ดี ตัวไม่ไหลเลื่อนไปข้างหน้าและนั่งได้สบายมากขึ้น นวมด้านข้างยังช่วยโอบกระชับช่วงเอวและสะโพก ช่วยให้เด็กหัดนั่งได้อย่างสมบูรณ์ และสบายตัวมากยิ่งขึ้น และ สำหรับเด็กวัย 18 เดือนขึ้นไป เบาะที่สามารถปรับลงมาได้ จะรองรับข้อเข่าและน่องได้พอดี ช่วยให้เด็กนั่งในท่าที่ถูกต้อง พนักพิงบริเวณศีรษะที่ชันขึ้นในองศาที่เหมาะสม จะช่วยรองรับช่วงต้นคอ พร้อมหมอนรองศรีษะที่ประคองศีรษะขณะหลับได้ดี คอไม่พับแม้ต้องหลับในท่านั่ง ปกป้องสรีระลูกน้อย

ในประเทศไทย บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของอะปริก้าอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เพราะความสวย หุ่นดี เป็นสิ่งที่คู่ควรกับผู้หญิงอย่างเราอยู่เสมอ… การเป็นคุณแม่ นอกจากต้องเสียสละ ความเป็นส่วนตัวไปแล้ว ยังต้องเสียสละการมีหุ่นที่สวยเป๊ะ เหมือนสาววัยแรกแย้มอีก เพราะต้องยอมรับก่อนเลยว่าการตั้งครรภ์นี่หุ่นของคุณแม่จะพังแน่นอน และยิ่งขณะตั้งครรภ์ไม่ดูแลรูปร่างตัวเอง น้ำหนักขึ้นมาเยอะอีกหล่ะก็ไม่ต้องพูดถึง หลังคลอดคุณแม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องหุ่นแน่ๆ แต่สุดท้ายแล้วทุกปัญหามีทางออก ถ้าคุณแม่ให้ลูกกินนมแม่น้ำหนักก็จะลดเร็ว และยิ่งได้อยู่ไฟหลังคลอด ตามคำบอกเล่าโบราณอีก ก็พอทำให้หุ่นคุณแม่กลับมาเป๊ะเหมือนเดิมแน่นอน แถมบางคนยังมีผิวพรรณสดใสกว่าตอนก่อนตั้งครรภ์อีก…งานนี้แม่ๆ อยากจะรู้จักวิธีการอยู่ไฟแล้วใช่ไหม มันดียังไงกันนะ??? “อยู่ไฟ” หลังคลอด คงเป็นคำที่คุณแม่ทั้งหลายครุ่นคิดอยู่ในสมองว่า เราควรจะอยู่ไฟหลังคลอดดีไหม อยู่แล้วดีอย่างไร และควรทำที่ไหน วันนี้เราจะมาไขคำตอบคุณแม่ให้หายสงสัยกัน เพราะร่างกายของคุณแม่หลังคลอดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแทบจะทุกระบบ ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่ว่าจะเป็นผมร่วง เกิดจากฮอร์โมนในร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว หน้าอกขยายขึ้น เพราะมีการสร้างน้ำนมขึ้นมา ไปจนถึงมดลูกขยายตัวมาก ซึ่งเป็นปัญหาหลักของคุณแม่หลังคลอด การอยู่ไฟ เป็นการฟื้นฟูสุขภาพอีกรูปแบบหนึ่งสำหรับแม่หลังคลอด ซึ่งในสมัยก่อนยังไม่มียาปฏิชีวนะ ไม่มียาหยุดเลือด ไม่มียากระตุ้นน้ำนม การอยู่ไฟสมัยก่อนจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าให้กลับคืนสภาพปกติ แต่ในปัจจุบัน การอยู่ไฟถูกลดบทบาทลง ถ้าไม่อยู่ไฟในปัจจุบัน ถือว่าไม่อันตรายเพราะมียาครบครันกว่าสมัยก่อน ดังนั้นการอยู่ไฟจำเป็นต้องได้รับการปฏิบัติอย่างถูกต้องและเหมาะสม จึงจะช่วยฟื้นฟูสุขภาพหลังคลอดให้กลับคืนสู่สภาวะปกติได้โดยเร็ว ประโยชน์ที่ได้จากการอยู่ไฟ คือร่างกายคุณแม่จะฟื้นตัวเร็ว รูปร่างจะกลับมาดีขึ้น, น้ำหนักตัวลดลง, น้ำนมไหลดีขึ้น, เลือดไหลเวียนดี มีเลือดฝาด, ผิวพรรณผ่องใส, มดลูกเข้าอู่เร็ว, […]

ไขข้อสงสัยที่สาวๆอยากรู้ “แม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม?” วันนี้ Baby Gift มีคำตอบค่ะ ปัจจุบันการศัลยกรรมเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงและเข้าถึงทุกเพศทุกวัยทั่วโลก โดยเฉพาะการอัพไซส์ แม่เสริมหน้าอก เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เพราะผลลัพธ์ที่ได้นั้นสาวๆจะมีหน้าอกที่สวยงามและขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการ รวมถึงมีร่องอกที่ชิดและชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้สาวๆเกิดความมั่นใจในรูปร่างตัวเองมากยิ่งขึ้น เมื่อสาวๆนิยมหันมาเสริมหน้าอก กันมากขึ้นจนเริ่มมีการตั้งคำถามว่า คุณแม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม? คำตอบคือ ได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถให้นมลูกได้ตามปกติและไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เพราะปัจจุบันการเสริมหน้าอกใช้เทคนิคใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อเต้านม  ซึ่งอยู่คนละส่วนกับที่ใช้ผลิตน้ำนม และไม่ได้มีการตัดท่อน้ำนมหรือตกแต่งบริเวณหัวนม ส่วนในกรณีที่คุณแม่เสริมหน้าอกลังเลเรื่อง คุณแม่เสริมหน้าอก สามารถปั๊มนมได้ไหม? คำตอบคือ ทำได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถปั๊มนมได้ตามปกติ โดยเลือกใช้เครื่องปั๊มนมที่มีคุณภาพ รองรับการปั๊มนมสำหรับคนที่เสริมหน้าอก  อย่างไรก็ตาม การเสริมหน้าอกควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และเพื่อความสบายใจของคุณแแม่ควรปรึกษาคุณหมอในการวางแผนมีลูกเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเป็นกรณีไป ได้คำตอบแบบนี้แล้วคุณแม่มั่นใจหายห่วง เตรียมพร้อมรับมือเตรียมตัวเป็นคุณแม่กันดีกว่าค่ะ

ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่าน ที่กำลังนับวันรอคอยได้เห็นหน้าลูกน้อย เชื่อว่าคุณแม่คงจะวางแผนและตั้งใจจะให้นมแม่แก่ลูกน้อยทันทีหลังคลอดทุกคน และน่าจะเตรียมของใช้สำหรับการเลี้ยงลูกน้อย บางคนอาจจะมองหาเครื่องปั๊มนม และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการให้นมแม่กันบ้างแล้วด้วย…จริงไหมคะ? แต่นอกจากการเตรียมของใช้เพื่อให้นมแม่แล้ว  คุณแม่ต้องไม่ลืมหันกลับมาสำรวจร่างกาย ด้วยการเช็กสุขภาพเต้านมและหัวนม ว่าพร้อมให้นมแม่ได้ทันทีหลังคลอดหรือไม่? มีส่วนไหนผิดปกติหรือมีปัญหาจนเป็นอุปสรรคในการให้นมแม่หรือเปล่า?  เราจึงชวนคุณแม่ตั้งครรภ์มาเรียนรู้วิธีตรวจเช็กหัวนมและเต้านม พร้อมแนะนำข้อมูลในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้คุณแม่พร้อมให้นมลูกน้อยได้เต็มที่ทันทีหลังคลอดค่ะ ชวนแม่ท้อง…ตรวจหัวนมและเต้านมด้วยตัวเอง คุณแม่ตั้งครรภ์ควรตรวจลักษณะของเต้านมและหัวนมของตัวเอง เพื่อเช็กความผิดปกติของหัวนม ซึ่งบางครั้งคุณแม่อาจจะไม่ได้เคยสังเกตหรือรู้ว่าก่อนว่าลักษณะหัวนมของตัวเอง อาจมีปัญหาที่ส่งผลต่อการให้นมลูกน้อยได้ เช่น  หัวนมบอด หัวนมสั้น  หัวนมแบน หัวนมบุ๋ม รวมถึงหัวนมใหญ่ ซึ่งลักษณะหัวนมเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ และยิ่งคุณแม่แก้ไขได้เร็วเท่าไร ลูกน้อยก็จะได้รับคุณค่าจากนมแม่ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น  ฉะนั้นมาสังเกตดูกันว่า หัวนมของคุณแม่เป็นแบบไหน และแบบไหนที่ผิดปกติ รู้ได้อย่างไรว่าหัวนมผิดปกติ คุณแม่สามารถตรวจสอบและสังเกตหัวนมได้ด้วยตัวเองว่าปกติหรือไม่  แบบไหนหัวนมสั้น หัวนมบอด เพื่อการแก้ไขปัญหาที่มีให้ได้ก่อนคลอดลูกน้อย  ด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่ 1. ดูขนาดของหัวนมและเต้านม โดยมองด้วยตาเปล่าและสัมผัสคลำเพื่อสำรวจว่า มีก้อนผิดปกติในเต้านมหรือไม่ เต้านมดูไม่บิดเบี้ยว หัวนมไม่แตกเป็นรอยแยก มีหัวนมแบนราบหรือบุ๋มลงไปหรือเปล่า 2. Pinch Test คือการวางหัวแม่มือและนิ้วชี้ของคุณแม่ไว้ที่ฐานของหัวนมใกล้กับขอบลานนม จากนั้นค่อยๆ กดนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เข้าหากันเพื่อบีบหัวนมเบาๆ 2.1 Waller’s Test การวางมือบนเต้านมให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้คุณแม่ วางราบไปกับผิวหนัง […]

Hypochlorous Acid หรือ HOCl คืออะไร? Hypochlorous Acid หรือ กรดไฮโปคลอรัส มีชื่อเรียกทางเคมีว่า HOCl นั้น เป็นกรดอ่อน ๆ ชนิดหนึ่งที่ถูกผลิตขึ้นโดยธรรมชาติโดยเซลล์เม็ดเลือดขาวในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดเพื่อการรักษาและการปกป้องร่างกาย  ซึ่งกรดไฮโปคลอรัส มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา รวมไปถึงสปอร์ของเชื้อราได้ โดยการเข้าไปทำลายผนังหุ้มเซลล์ของเชื้อโรค เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคเหล่านั้น เนื่องจากกรดไฮโปคลอรัส (HOCl) เป็นกรดชนิดเดียวกันกับที่อยู่ในระบบภูมิคุ้มกัน ในเม็ดเลือดขาวของร่างกายมนุษย์ จึงปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อผิวบอบบาง  หรือดวงตา ไม่ทำให้เกิดอาการแสบ และมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรคมากกว่าสารฟอกขาวประเภทคลอรีนถึง 80-120 เท่า กรดไฮโปคลอรัส สามารถพบได้จาก “ น้ำอิเล็กโทรไลต์ “ ซึ่งเป็นน้ำที่ได้จากกระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) ซึ่งมีการคิดค้นครั้งแรกโดยนักฟิสิกส์และนักเคมี นามว่า ไมเคิล ฟาราเดย์ (Michael Faraday) เมื่อปีทศวรรษ 1834 โดยเขาได้คิดค้นหลักการสำคัญของกระบวนการอิเล็กโทรลิซิสตั้งเป็นกฎสองข้อเรียกกันว่า Faraday’s Laws of Electrolysis ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาไฟฟ้าเคมี (Electrochemistry) มาจนถึงทุกวันนี้ กระบวนการอิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) คืออะไร ? อิเล็กโทรลิซิส (Electrolysis) คือกระบวนการผ่านกระแสไฟฟ้า ด้วยเครื่องมือที่ใช้แยกสารละลายด้วยไฟฟ้า มีชื่อเรียกว่า เซลล์อิเล็กโทรไลต์ หรือ อิเล็กโทรลิติกเซลล์ ประกอบด้วย […]

ไม่ใช่แค่ผู้ใหญ่ที่เป็นกรดไหลย้อนได้ เพราะลูกน้อยวัยทารกเบบี๋ก็เป็นได้เช่นกัน ! แถมคุณแม่รู้ไหมว่าเด็กทารกส่วนใหญ่เป็นกรดไหลย้อนได้มากถึง 25 คน จากทารกทั้งหมด 100 คนทีเดียว (ข้อมูลจาก คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล) ดังนั้นเชื่อว่าทุกท่านคงจะอยากรู้ว่าทำไม? เด็กเล็กๆ จึงเป็นกรดไหลย้อนได้  สาเหตุมาจากอะไร แล้วคุณพ่อคุณแม่จะมีวิธีป้องกันได้อย่างไรบ้าง เพราะขนาดผู้ใหญ่อย่างเราป่วยกรดไหลย้อน ยังทรมานและใช้ชีวิตลำบาก เราจึงไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกรักตัวน้อย ที่พูดบอกอาการไม่ได้ แถมยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีกด้วย ทำไม? กรดไหลย้อนจึงเกิดได้ กับลูกวัยทารก อาการของเบบี๋ เมื่อมีกรดไหลย้อน หากปล่อยให้ลูกเป็นเรื้องรัง อาจมีอาการไอ หลอดลมอักเสบ มีอาการที่รุนแรงลุกลาม จนอาจต้องใช้การผ่าตัดในการรักษาเพื่อให้หายได้ ป้องกันกรดไหลย้อนให้ลูกน้อยวันนี้! คุณแม่จะคงจะคลายกังวลได้ หากรู้ว่าสามารถป้องกันกรดไหลย้อนให้ลูกน้อยได้  ด้วยวิธีการต่างๆ นั่นคือ เตียงนอนปรับระดับศีรษะลูกน้อยได้ เป็นเตียงนอนสำหรับเด็กที่สามารถปรับระดับเตียงสูงต่ำได้ตามต้องการ ที่สำคัญยังช่วยป้องกันกรดไหลย้อนให้ลูกได้ เพราะสามารถปรับหัวเตียงให้ด้านศีรษะของลูกยกสูงขึ้นได้ง่ายๆ  โดยที่คุณแม่ไม่ต้องหาหมอนมาหนุนศีรษะลูก เช่นเตียง เตียงนอนทารก Dreamie Bed Side Crib – Prince & Princess ที่สามารถปรับระดับศีรษะของลูกให้นอนสูงขึ้นได้ถึง 2 ระดับ  ป้องกันอาการท้องอืดและกรดไหลย้อนหลังกินนม […]

คุณแม่รู้ไหม? ในช่วงตั้งครรภ์นอกเหนือจากบทบาทว่าที่คุณแม่แล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่คุณแม่จะได้สวมบทบาทสนุกๆ อีก 10 อย่างเพื่อการตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพและมีความสุข 1.นักออกกำลังกาย : สุขภาพ ที่แข็งแรงเป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ ซึ่งการออกกำลังกายอย่างปลอดภัยสามารถทำได้ตั้งแต่ช่วงไตรมาสที่ 2 โดยต้องเป็นกีฬา หรือกิจกรรมที่ไม่ใช้แรงหรือมีการกระแทก เช่น การว่ายน้ำ เดิน เต้นแอโรบิกเบาๆ บริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ขี่จักรยาน อยู่กับที่ ควรหาโอกาสออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและไม่อ่อนแรงง่าย 2. นักสำรวจ : หมั่นสำรวจ และ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงภายนอก อย่างผิวพรรณ เส้นผม เล็บ เพื่อบำรุงอย่างถูกวิธี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน อาการหรือความผิดปกติต่างๆ การดิ้น ของลูก โรคประจำตัว จดบันทึกการเปลี่ยนแปลง เพื่อจะได้นำไปถามคุณหมอเมื่อนัดตรวจครรภ์ หรือถ้ามีความผิดปกติที่ร้ายแรงจะได้รักษาได้ทันค่ะ 3. นักโภชนาการ : การพิถี พิถันเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องที่ทราบกันดี อยู่แล้ว ซึ่งการกินอาหารครบ 5หมู่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณแม่และช่วยเสริมสร้างความสมบูรณ์ของร่าง กายให้กับลูกในท้อง รวมถึงต้องกินอาหารที่ปรุงเสร็จใหม่ๆ หลีกเลี่ยงอาหารค้างคืนหรืออาหารสำเร็จรูปเพราะคุณค่าทางอาหารจะลดลง หากอยากกินน้ำอัดลม ชา กาแฟ หรือขนมต่างๆ ก็สามารถกินได้ให้พอหายอยาก ไม่ควรกินมากเกินไปเพราะจะทำให้อ้วนและยังมีสารต่างๆ จากส่วนผสมที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ร่างกายค่ะ 4. นักกิจกรรม : วันว่างอย่าลืม ผ่อนคลายด้วยกิจกรรมต่างๆ เช่น การรดน้ำต้นไม้อยู่ที่บ้าน ไปเดินผ่อนคลายเปิดหูเปิดตานอกบ้าน ฟังการเสวนาหรือเข้าอบรมเกี่ยวกับการตั้งครรภ์จะช่วยให้ได้รับความรู้และพัก ผ่อนในวันหยุด 5. […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid