Baby Gift สำรวจศูนย์วิจัยที่ญี่ปุ่น เจาะลึกนวัตกรรมคาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อย

ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับ “คาร์ซีท” หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์จำเป็นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยในขณะที่เดินทางด้วยรถยนต์กันเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมชม “Aprica Central Research Center” ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์ซีท เจาะลึกถึงแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระของเด็กในแต่ละช่วงวัย การเลือกสรรวัสดุที่ปลอดภัย และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงวิธีทดสอบคาร์ซีทในห้องปฎิบัติการด้านความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก

อะปริก้า (Aprica) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.  2490 โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี อะปริก้า จึงได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และอะปริก้ายังได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดทำรถเข็นและผลิตภัณฑ์เด็กรุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ Royal Knot เพื่อทูลเกล้าถวายแด่ราชวงศ์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเชื้อพระวงศ์ในอีกหลายประเทศทั่วโลก

Aprica Central Research Center เป็นศูนย์กลางวิจัยเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์เด็กตั้งอยู่ในเมืองนาราประเทศญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านเยน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมประวัติความเป็นมาของแบรนด์อะปริก้า แนวคิดปรัญชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยเฉพาะด้าน Childcare Engineering หรือวิศวกรรมศาสตร์เพื่อการดูแลเด็ก ด้วยการศึกษาสิ่งแวดล้อมและการดูแลเด็กแรกเกิดที่เหมาะสม และนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกน้อยของพ่อแม่ รวมเข้ากับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และเพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของเด็กวัยแรกเกิดอย่างแท้จริง

โดยอะปริก้าเป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 2.5 กิโลกรัม ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ รวมทั้งใช้ในการทดสอบผลิตภัณฑ์ และวิเคราะห์การโอบอุ้มของอ้อมกอดแม่ เพื่อคิดค้นอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่นอกจากจะเน้นความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กวัยแรกเกิดได้ดี

คาร์ซีทนับเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่อะปริก้าให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเชื่อว่าในขณะที่เด็กเดินทางด้วยรถ เด็กควรได้รับการดูแลปกป้องเป็นพิเศษเพื่อให้การนอนหลับไม่ถูกรบกวนจากการเดินทาง ดังนั้นคาร์ซีทจึงมีส่วนสำคัญที่นอกจากจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุแล้วยังช่วยสร้างเสริมการนอนหลับได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในหลายประเทศคาร์ซีทถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับเด็กแรกเกิดที่มีกฏหมายบังคับใช้ อะปริก้าจึงได้พัฒนาคาร์ซีทที่สามารถปรับเปลี่ยนใช้ได้ถึง 3 รูปแบบในตัวเดียวกันซึ่งจะเป็นได้ทั้งเตียงนอน เพื่อรองรับสรีระที่อ่อนบางในวัยแรกเกิด และปรับเปลี่ยนเป็นเก้าอี้นิรภัยสำหรับวัยที่เริ่มหัดนั่งและยืนได้แล้ว รวมไปถึงอะปริก้ายังได้พัฒนา Junior Seat หรือ Booster สำหรับเด็กที่เริ่มโตเต็มวัยเพื่อเตรียมพร้อมการนั่งรถโดยใช้สายเข็มขัดนิรภัยเหมือนผู้ใหญ่อีกด้วย ซึ่งทำการทดสอบในการเกิดอุบัติเหตุรูปแบบต่างๆ ภายในห้องทดลองของบริษัทจนได้รับการรับรองมาตรฐานขั้นสูงมากกว่า 1,000 ครั้งต่อปี เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถพัฒนานวัตกรรมการปกป้องเด็กทารกให้มีความปลอดภัยสูงสุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กทารกที่ตัวเล็ก หรือคลอดก่อนกำหนด ซึ่งมีร่างกายบอบบางและต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ คาร์ซีทของอะปริก้าได้ออกแบบให้ทารกสามารถนอนได้แบบเหยียดตรงตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง เพราะช่วยให้ระบบทางเดินหายใจสะดวก หลีกเลี่ยงการกดทับช่องท้อง และเป็นผลดีกับกระดูกสันหลัง อีกด้วย

และอีกหนึ่งนวัตกรรมที่โดดเด่นของอะปริก้า คือ รถเข็นเด็กที่ออกแบบตามหลัก Baby Ergonomic Design เพื่อรองรับสรีระของเด็กทั้ง 3 ช่วงวัย โดย เด็กแรกเกิด ที่ศีรษะและคอมีความเปราะบาง ต้องการปกป้องอย่างอ่อนโยน การใช้ Head Support ที่หนานุ่มและเว้าโค้งจะช่วยสอดรับศีรษะ และคอที่ยังไม่แข็งได้อย่างมั่นคง ที่นอนปรับราบ ช่วยปกป้องการกดทับที่ท้อง เบาะรองปลายเท้า ช่วยรองรับสรีระในท่านอนได้สบายมากขึ้น เด็กวัย 7 เดือนขึ้นไป ที่เริ่มหัดนั่ง เบาะรองนั่งจะช่วยรองรับข้อเข่า และสะโพกช่วยให้เด็กทรงตัวได้ดี ตัวไม่ไหลเลื่อนไปข้างหน้าและนั่งได้สบายมากขึ้น นวมด้านข้างยังช่วยโอบกระชับช่วงเอวและสะโพก ช่วยให้เด็กหัดนั่งได้อย่างสมบูรณ์ และสบายตัวมากยิ่งขึ้น และ สำหรับเด็กวัย 18 เดือนขึ้นไป เบาะที่สามารถปรับลงมาได้ จะรองรับข้อเข่าและน่องได้พอดี ช่วยให้เด็กนั่งในท่าที่ถูกต้อง พนักพิงบริเวณศีรษะที่ชันขึ้นในองศาที่เหมาะสม จะช่วยรองรับช่วงต้นคอ พร้อมหมอนรองศรีษะที่ประคองศีรษะขณะหลับได้ดี คอไม่พับแม้ต้องหลับในท่านั่ง ปกป้องสรีระลูกน้อย

ในประเทศไทย บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของอะปริก้าอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

สวัสดีแม่ๆ แฟนเพจแม่ตูนนน์กับน้องต๊าตต์นะคะ วันนี้แวะมาเขียนรีวิวกันหน่อย เป็นไอเท็มประจำบ้านที่แม่ๆ ทุกคนต้องมีเลย เป็นเครื่องอบ และฆ่าเชื้อขวดนมและของใช้ ตู้อบแห้งฆ่าเชื้อ Prince&Princess Baby UV Mini มี 4 โหมดการใช้งาน หลายคนอาจจะเคยเห็นแบรนด์นี้มาบ้างแล้ว แบบที่เป็นตู้ใหญ่ ดูหรูหรา วันนี้เอาใจคุณแม่ที่อยู่บ้านหรือคอนโดที่มีขนาดไม่ใหญ่ แม่ตูนน์อยากแนะนำตู้อบรุ่น Baby UV mini จิ๋วแต่แจ๋วมากๆ ตะแกรงมาให้เพิ่มเติมในการวางเพิ่มพื้นที่การใช้งาน ถอดเข้าออกได้ สะดวก ด้านในสามารถวางขวดนมได้ 12 ขวด ด้วยวัสดุด้านในสามารถสะท้อนกระจายแสง UV ได้ทั่วถึง โหมด UV ที่แม่ชอบใช้ เพราะใช้ฆ่าเชื้อของเล่นน้องต๊าตต์ เพราะล่วงนี้น้องชอบเอามือเอาของเล่นเข้าปาก เลยต้องหมั่นดูแลความสะอาดและเชื้อโรค ความแตกต่างของตู้อบ UV กับเครื่องนึ่ง หลังจากที่แม่ใช้เครื่องนึ่งมาเดือนนึงมาเทียบกับเครื่องอบคือ ตอนนี้ลดราคาจาก 7,990.- เหลือ 5,990.- ราคาน่ารัก ขนาดกำลังดี คุณแม่คนไหนสนใจตามลิ้งค์นี้ค่า : ตู้อบBaby UV mini ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ที่ : Tuniez Blog เพจแม่และเด็ก : Start […]

การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง  เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม !  นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ  ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ?  อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ  แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ?  สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น […]

คำถามที่พบบ่อย “คนท้องสามารถใส่รองเท้าส้นสูงได้รึเปล่า?” แต่แทบทุกครั้งที่มีภาพของดาราที่กำลังท้องใส่ส้นสูง ก็มักจะมีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และคอมเม้นกันไปในทางไม่ดีซะส่วนใหญ่ ซึ่งเราก็เข้าใจนะว่า อาจจะมีแฟนคลับหลายๆ คนที่เขาเป็นห่วง กลัวว่าจะมีอันตรายต่อเด็กในท้องอะไรก็ว่ากันไป เชื่อเถอะว่า การใส่รองเท้าส้นสูงไม่ได้ส่งผลเสียทางตรงต่อลูกในท้อง แต่ว่า “มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้คุณแม่หกล้มได้ง่ายขึ้น” และถึงตอนนั้นแหละที่จะส่งผลต่อลูกในท้องโดนตรง เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะใส่ก็ควรระมัดระวังให้มาก ไม่ควรใส่ติดต่อกันเป็นเวลานาน” สำหรับคุณแม่ท้องที่จำเป็นต้องใส่เพื่อให้เกียรติกับงานนั้นๆ เรามี วิธีเลือกรองเท้าส้นสูงสำหรับคนท้องตามนี้เลยค่ะ…^^ 1. เลือกรองเท้าที่มีความสูงของส้นไม่ควรเกิน 2 นิ้ว เพราะถ้าสูงกว่านี้อาจจะเสี่ยงทำให้เท้าพลิกและตกส้นได้นั่นเอง2. รองเท้าส้นสูงแบบทรงเตารีด หรือส้นหนาจะใส่สบายกว่าส้นเข็มและมีพื้นที่รับน้ำหนักเยอะกว่า ความเสี่ยงที่จะล้มก็น้อยกว่าค่ะ3. เลือกรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น รองเท้าที่เปลือยโปร่งเพื่อความสบายเท้า4. น้ำหนักเบา และนุ่ม เพื่อช่วยรองรับแรงกระแทก พื้นรองเท้าควรเป็นยางที่ยึดเกาะพื้นได้ดี5. เลือกรองเท้าที่ถอดง่าย และสวมใส่ง่าย ไม่แนะนำแบบที่มีสายรัด …ใครบ้าง??? ที่เป็นคุณแม่สุดสตรอง แม้ท้องโตแต่เมื่อออกงานก็มั่นได้กับรองเท้าส้นสูงโดยที่ไม่เป็นอุปสรรค… กุ๊บกิ๊บ – สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย ล่าสุดที่โดยหลายคอมเม้นเข้ามาต่อว่าสาวกุ๊บกิ๊บใส่ส้นสูงทั้งๆ ที่ท้องก็ไม่เล็กแล้ว แต่สามีสุดหล่ออย่างหนุ่มบี้ก็เข้ามาแก้ข่าวโดยให้เหตุผลว่า ตอนนี้ภรรยาสาวก็ใส่รองเท้าส้นสูงน้อยลง แต่ที่เห็นในรูปนั่นก็เพราะต้องไปออกงาน เดินพรมแดงซึ่งถือเป็นการให้เกียรติงานนั่นเอง ลิเดีย – ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา นักร้องสาวเสียงดีอย่างสาวลิเดียที่ตอนนี้กลายเป็นไอดอลของคุณแม่หลายๆ คนไปแล้ว โดยจะเห็นในอินสตาแกรมของสาวลิเดียว่าเธอเป็นคุณแม่ที่แข็งแรงมาก สามารถออกกำลังกาย และทำงานได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ Chrissy Teigen […]

การดูแลสุขอนามัยของลูกน้อยเป็นหัวใจสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะขวดนมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสกับปากของเบบี๋โดยตรง ในยุคที่เชื้อโรคมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอ การเลือกที่อบขวดนมคุณภาพสูงจึงเป็นหนึ่งในลิสต์ของเตรียมคลอดมีอะไรบ้างที่จำเป็นอย่างมาก วันนี้ BabyGift จะพาไปเจาะลึก 10 อันดับ เครื่องอบขวดนม รุ่นยอดฮิตที่จะมาตอบโจทย์ความสะอาดปลอดภัยในปี 2026 นี้ ทำไมต้องเลือกเครื่องอบขวดนม UV ในปัจจุบัน เครื่องอบขวดนมระบบ UV-C ได้รับความนิยมสูงขึ้นมาก เพราะมีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และเชื้อราได้สูงถึง 99.9% โดยไม่ต้องใช้ความร้อนสูงเหมือนระบบไอน้ำแบบเดิม ข้อดีคือช่วยถนอมอายุการใช้งานของจุกนมและขวดนมพลาสติกไม่ให้ขุ่นมัวหรือเสื่อมสภาพเร็ว ที่สำคัญ ที่อบขวดนมระบบนี้ยังทำงานแบบแห้งสนิท ลดปัญหากลิ่นอับชื้นและการเกิดเชื้อราได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้คุณแม่มั่นใจในความสะอาดได้ทุกครั้งที่ใช้งาน เครื่องอบฆ่าเชื้อ UV เหมาะกับใคร? แม้ว่า เครื่องอบขวดนมจะมีหลายระบบ แต่ระบบ UV นั้นถูกออกแบบมาเพื่อยกระดับความสะดวกสบาย ซึ่งเหมาะสำหรับ รวมสิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องอบขวดนม ก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อ ที่อบขวดนม สักเครื่อง ควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้เพื่อให้คุ้มค่าที่สุด แนะนำ 10 ที่อบขวดนม และเครื่องอบ UV รุ่นยอดนิยมประจำปี 2026 มาดูกันว่าในปี 2026 นี้ มีที่อบขวดนมรุ่นไหนบ้างที่ครองใจคุณพ่อคุณแม่และคุ้มค่ากับการลงทุน เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกน้อย […]

ถ้าพูดถึงสิ่งที่แม่ๆ เป็นกังวลที่สุดตอนนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นไวรัสโคโรน่า หรือ COVID-19 ซึ่งตอนนี้แพร่ระบาดและคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วทั่วโลกกว่า 4,000 ราย แถมยังดูทีท่าไม่มีจะหยุดเสียด้วย COVID-19 หรือที่เราเรียกกันว่าไวรัสโคโรน่านั้น เป็นเชื้อก่อโรคชนิดหนึ่งที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยล่ะค่ะ ความน่ากลัวของมันก็คือ มันจะลอยอยู่ในอากาศ​ ทำให้สามารถติดต่อกันได้ง่ายมากๆ แค่หายใจเข้าไปก็สามารถติดต่อกันได้แล้ว นอกจากการหายใจ การสัมผัสกันก็ยังถือเป็นการแพร่เชื้อชั้นดี ไม่ต้องพูดถึงเวลาไอหรือจามกันเลย แค่ฟังก็รู้สึกชีวิตอยู่ยากแล้ว และยังจะยิ่งยากเข้าไปใหญ่ถ้ามีอีกหนึ่งชีวิตพ่วงมาด้วย แต่อย่ากลัวไปค่ะ เราจะต้องรอด ขอแค่เปลี่ยนตัวเองเป็นคุณแม่สายคลีนตั้งแต่หัวจรดเท้า แค่นี้ก็อย่าหวังว่าเชื้อโรคจะได้แอ้ม วิธีเอาตัวรอดจากไวรัสโคโรน่าฉบับคุณแม่ต้องไปทำงาน 1.พกหน้ากากติดตัวให้เป็นนิสัย คงไม่ใช่แค่พก แต่ขอให้คุณแม่สวมเอาไว้ค่ะ เพราะการสวมหน้ากากเป็นวิธีป้องกันที่ง่ายและเบสิคที่สุดในตอนนี้แล้ว อย่างที่บอกว่าไวรัสจะลอยอยู่ในอากาศ คุณแม่จะไม่ทราบเลยว่าแต่ละครั้งที่หายใจเข้าไปนั้นจะเอาอะไรเข้าไปบ้าง เพราะฉะนั้น คุณแม่ควรจะใส่หน้ากากตลอดเวลา และควรจะเลือกหน้ากากที่มีความเหมาะสมด้วยนะคะ เพราะหน้ากากบางชนิดก็บางเกินไป ไม่สามารถกันได้นะ 2. ล้างมือทุกชั่วโมง ความจริงเรื่องการล้างมือนี่ถ้าไม่มีไวรัสระบาดก็ควรจะทำให้ติดเป็นนิสัยนะ เหตุผลที่เราควรล้างมือบ่อยๆ เพราะไม่ใช่แค่ไวรัสโคโรน่าเท่านั้นที่ติดต่อผ่านการสัมผัส แต่เชื้อโรคอื่นๆ ก็จะตกค้างอยู่ที่มือเรา ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม การล้างมือเป็นประจำจะทำให้มือของเราสะอาด เวลาหยิบจับอาหารอะไรเข้าปากก็หมดห่วง อย่าลืมว่าการล้างมือที่ถูกต้องควรล้างทั้งด้านหน้าและด้านหลัง รวมถึงซอกเล็บด้วยนะคะ 3. พกเจลแอลกอฮอล์ บางทีการเดินตามหาน้ำล้างมือในสถานที่ต่างๆ ก็อาจดูจะเป็นเรื่องยากเกินไปซักนิด ดังนั้นเราจึงมีตัวเลือกใหม่ฉบับพกพาให้คุณแม่สะดวกได้มากขึ้นกว่าเดิม เจลแอลกอฮอล์ที่ดีควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ที่ 70-95% […]

หนึ่งอุปกรณ์สำคัญเพื่อการเลี้ยงลูกที่คุณแม่ขาดไม่ได้คือ ขวดนม ที่คุณแม่ตั้งครรภ์หลายท่านอาจมองข้าม เพราะคิดและตั้งใจไว้แล้วว่าจะให้นมแม่ล้วนหลังคลอด ซึ่งอาจลืมไปว่าแม้จะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ขวดนมก็ยังมีความสำคัญและเป็นผู้ช่วยชั้นดีของการให้นมแม่ได้แน่นอน » ขวดนมจำเป็นแค่ไหน ? » ขวดนม มีกี่แบบ ? ปัจจุบันขวดนมสำหรับเด็กผลิตขึ้นจากวัสดุที่หลากหลาย มีหลายประเภทและหลายรูปทรงให้เลือก วัสดุของขวดนม ขวดนมสำหรับเด็ก มีทั้งขวดแก้ว ขวดพลาสติก และขวดที่ใช้แล้วทิ้ง(Disposable Liners)ที่ใส่ลงในขวดนมอีกที  แต่ปัจจุบันขวดนมส่วนใหญ่ที่นิยมใช้มักผลิตจากพลาสติกเพราะน้ำหนักเบา ตกไมแตก ทนความร้อนและหาซื้อง่าบ โดยมีทั้งขวดพลาสติกใส ขวดพลาสติกขาวขุ่น และขวดสีชา ที่ผลิตจากพลาสติกที่ต่างชนิดกัน 1. ขวดนม PP วัสดุ POLYPROPYLENE เป็นขวดนมที่มีสีโปร่งใส หรือสีขาวขุ่น มีน้ำหนักเบา ทนทาน โดยทนอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -20 –110˚c มีอายุการใช้งานประมาณ 6 เดือน และอาจเหลือน้อยลงหากผ่านความร้อนจากการต้มหรือนึ่งบ่อยๆ 2. ขวดนม PES วัสดุ POLYETHERSULFONE เป็นขวดพลาสติกสีชาหรือน้ำผึ้ง สามารถทนอุณหภูมิได้ที่ -50–180˚c มีอายุการใช้งานยาวนานประมาณ 6 เดือน […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
Promotions
Locations
BabyGift Family
BabyGift Care
Parents Guide
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid