Baby Gift สำรวจศูนย์วิจัยที่ญี่ปุ่น เจาะลึกนวัตกรรมคาร์ซีท เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของลูกน้อย

ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับ “คาร์ซีท” หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์จำเป็นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยในขณะที่เดินทางด้วยรถยนต์กันเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมชม “Aprica Central Research Center” ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์ซีท เจาะลึกถึงแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระของเด็กในแต่ละช่วงวัย การเลือกสรรวัสดุที่ปลอดภัย และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงวิธีทดสอบคาร์ซีทในห้องปฎิบัติการด้านความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก

อะปริก้า (Aprica) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.  2490 โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี อะปริก้า จึงได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และอะปริก้ายังได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดทำรถเข็นและผลิตภัณฑ์เด็กรุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ Royal Knot เพื่อทูลเกล้าถวายแด่ราชวงศ์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเชื้อพระวงศ์ในอีกหลายประเทศทั่วโลก

Aprica Central Research Center เป็นศูนย์กลางวิจัยเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์เด็กตั้งอยู่ในเมืองนาราประเทศญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านเยน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมประวัติความเป็นมาของแบรนด์อะปริก้า แนวคิดปรัญชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยเฉพาะด้าน Childcare Engineering หรือวิศวกรรมศาสตร์เพื่อการดูแลเด็ก ด้วยการศึกษาสิ่งแวดล้อมและการดูแลเด็กแรกเกิดที่เหมาะสม และนำองค์ความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกน้อยของพ่อแม่ รวมเข้ากับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และเพื่อให้เข้าใจถึงความต้องการของเด็กวัยแรกเกิดอย่างแท้จริง

โดยอะปริก้าเป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 2.5 กิโลกรัม ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ รวมทั้งใช้ในการทดสอบผลิตภัณฑ์ และวิเคราะห์การโอบอุ้มของอ้อมกอดแม่ เพื่อคิดค้นอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่นอกจากจะเน้นความปลอดภัยแล้ว ยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กวัยแรกเกิดได้ดี

คาร์ซีทนับเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กที่อะปริก้าให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเชื่อว่าในขณะที่เด็กเดินทางด้วยรถ เด็กควรได้รับการดูแลปกป้องเป็นพิเศษเพื่อให้การนอนหลับไม่ถูกรบกวนจากการเดินทาง ดังนั้นคาร์ซีทจึงมีส่วนสำคัญที่นอกจากจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุแล้วยังช่วยสร้างเสริมการนอนหลับได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในหลายประเทศคาร์ซีทถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานสำหรับเด็กแรกเกิดที่มีกฏหมายบังคับใช้ อะปริก้าจึงได้พัฒนาคาร์ซีทที่สามารถปรับเปลี่ยนใช้ได้ถึง 3 รูปแบบในตัวเดียวกันซึ่งจะเป็นได้ทั้งเตียงนอน เพื่อรองรับสรีระที่อ่อนบางในวัยแรกเกิด และปรับเปลี่ยนเป็นเก้าอี้นิรภัยสำหรับวัยที่เริ่มหัดนั่งและยืนได้แล้ว รวมไปถึงอะปริก้ายังได้พัฒนา Junior Seat หรือ Booster สำหรับเด็กที่เริ่มโตเต็มวัยเพื่อเตรียมพร้อมการนั่งรถโดยใช้สายเข็มขัดนิรภัยเหมือนผู้ใหญ่อีกด้วย ซึ่งทำการทดสอบในการเกิดอุบัติเหตุรูปแบบต่างๆ ภายในห้องทดลองของบริษัทจนได้รับการรับรองมาตรฐานขั้นสูงมากกว่า 1,000 ครั้งต่อปี เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสามารถพัฒนานวัตกรรมการปกป้องเด็กทารกให้มีความปลอดภัยสูงสุด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กทารกที่ตัวเล็ก หรือคลอดก่อนกำหนด ซึ่งมีร่างกายบอบบางและต้องการการปกป้องเป็นพิเศษ คาร์ซีทของอะปริก้าได้ออกแบบให้ทารกสามารถนอนได้แบบเหยียดตรงตามธรรมชาติ มีความปลอดภัยสูง เพราะช่วยให้ระบบทางเดินหายใจสะดวก หลีกเลี่ยงการกดทับช่องท้อง และเป็นผลดีกับกระดูกสันหลัง อีกด้วย

และอีกหนึ่งนวัตกรรมที่โดดเด่นของอะปริก้า คือ รถเข็นเด็กที่ออกแบบตามหลัก Baby Ergonomic Design เพื่อรองรับสรีระของเด็กทั้ง 3 ช่วงวัย โดย เด็กแรกเกิด ที่ศีรษะและคอมีความเปราะบาง ต้องการปกป้องอย่างอ่อนโยน การใช้ Head Support ที่หนานุ่มและเว้าโค้งจะช่วยสอดรับศีรษะ และคอที่ยังไม่แข็งได้อย่างมั่นคง ที่นอนปรับราบ ช่วยปกป้องการกดทับที่ท้อง เบาะรองปลายเท้า ช่วยรองรับสรีระในท่านอนได้สบายมากขึ้น เด็กวัย 7 เดือนขึ้นไป ที่เริ่มหัดนั่ง เบาะรองนั่งจะช่วยรองรับข้อเข่า และสะโพกช่วยให้เด็กทรงตัวได้ดี ตัวไม่ไหลเลื่อนไปข้างหน้าและนั่งได้สบายมากขึ้น นวมด้านข้างยังช่วยโอบกระชับช่วงเอวและสะโพก ช่วยให้เด็กหัดนั่งได้อย่างสมบูรณ์ และสบายตัวมากยิ่งขึ้น และ สำหรับเด็กวัย 18 เดือนขึ้นไป เบาะที่สามารถปรับลงมาได้ จะรองรับข้อเข่าและน่องได้พอดี ช่วยให้เด็กนั่งในท่าที่ถูกต้อง พนักพิงบริเวณศีรษะที่ชันขึ้นในองศาที่เหมาะสม จะช่วยรองรับช่วงต้นคอ พร้อมหมอนรองศรีษะที่ประคองศีรษะขณะหลับได้ดี คอไม่พับแม้ต้องหลับในท่านั่ง ปกป้องสรีระลูกน้อย

ในประเทศไทย บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของอะปริก้าอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงเคยดูคลิปทารกน้อยใส่ห่วงลอยน้ำ ฝึกน้ำดำ และฝึกลอยตัวอยู่ในน้ำกันใช่ไหมคะ เป็นคลิปที่น่าเอ็นดูมากเลย และหากลูกรักของเราได้ลองทำดูบ้างคงน่ารักมากแน่นอน แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าจะให้ลูกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้ตอนไหน ใช้อุปกรณ์อะไร ปลอดภัยแค่ไหน แล้วจะเลือกโรงเรียนว่ายน้ำแบบไหนให้ลูกดี เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ ลูกทารกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้เมื่อไร?  เด็กทารกสามารถเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าร่างกายของลูกพร้อมแค่ไหน ให้ลองเริ่มใช้ห่วงยางสวมศีรษะของลูกเพื่อช่วยพยุงตัวในน้ำ เมื่อปล่อยลูกลงสระน้ำแล้วลูกสามารถลอยตัวได้โดยไม่กลัวน้ำเลย การฝึกแบบนี้ก่อนจะช่วยให้ลูกมีความเคยชินกับน้ำ ไม่กลัวน้ำ และเพื่อในอนาคตจะได้หัดว่ายน้ำได้อย่างสบาย หรือจะเริ่มฝึกหรือเรียนว่ายน้ำในช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป ก็เป็นวัยที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาดีขึ้น เข้าใจภาษาที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่สื่อสาร เริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวแขนขาได้ดีขึ้นมากแล้ว สระน้ำแบบไหน ปลอดภัยต่อเด็กเล็ก สระน้ำระบบน้ำเกลือจะเป็นระบบควบคุมความสะอาดของน้ำด้วยเกลือธรรมชาติ มีค่า pH balance ในใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติของคน ทำให้ไม่ระคายเคืองต่อตาหรือผิวหนังของเด็กทารก สระน้ำระบบโอโซน จะเป็นระบบที่เอาก๊าซโอโซนมาบำบัดน้ำในสระ มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในเวลาอันสั้น และไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ทำให้ดวงตาหรือผิวหนังทารกระคายเคือง ซึ่งสระระบบนี้ยังไม่ค่อยมีให้บริการมากนัก   เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรง สระน้ำควรจะควบคุมอุณหภูมิน้ำให้อยู่ที่ประมาณ 30- 35 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร่างกายของลูกสามารถปรับอุณหภูมิได้ง่าย ไม่ป่วย อุปกรณ์สำคัญเมื่อลูกเล็กต้องว่ายน้ำ เลือกโรงเรียนสอนว่ายน้ำทารกแบบไหน ปลอดภัยเหมาะสม  ข้อดี […]

แผ่นรองคลาน ถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มจำเป็นที่ต้องมีในบ้าน ถึงแม้จะไม่อยู่ในลิสของใช้ลูกที่ต้องเตรียมไว้ก่อนคลอด แต่ก็ต้องทำความรู้จักกันไว้ล่วงหน้าซักนิด เพราะแผ่นรองคลาน ถือเป็นอีกอุปกรณ์หนึ่งที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการลูกน้อย ในวันที่เขาเริ่มคว่ำตัว และเริ่มที่อยากจะคลาน ซึ่งอยู่ในช่วงวัย 4 – 5 เดือน เป็นต้นไป แล้วแผ่นรองคลานแบบไหนที่ดีต่อลูกน้อยที่สุด วันนี้ Babygift เตรียมคำตอบไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ แผ่นรองคลานที่ทำจากโฟม EVA วัสดุประเภทโฟม EVA นั้น จะมีน้ำหนักเบา และสามารถตัดเป็นชิ้นได้ง่าย แผ่นรองคลานประเภทนี้ จึงมักจะทำมาในรูปแบบของตัวต่อจิ๊กซอว์ แบบแยกชิ้นส่วน ทั้งแบบตัวเลข หรือตัวอักษรภาษาอังกฤษ เพื่อให้ลูกฝึกต่อเล่น เสริมสร้างพัฒนาการได้ เมื่อถอดเป็นชิ้น ๆ สามารถใส่กระเป๋าพกพาได้ง่าย และมีราคาถูกที่สุดในบรรดาแผ่นรองคลานทุกชนิด แต่เนื่องจากน้ำหนักที่เบาเกินไป ทำให้แผ่นรองคลานไม่ยึดติดกับพื้นบ้าน เมื่อลูกฝึกเดินอาจทำให้ลื่นติดกับเท้า อาจทำให้ลื่นล้มได้ / วัสดุมีกลิ่น และมีสี ที่อาจเป็นอันตรายหากลูกสัมผัสและนำมือเข้าปาก / วัสดุเป็นโฟม จึงไม่ทนทานต่อการขีดข่วน เมื่อเด็กเล็กที่มีเล็บยาว ข่วน หรือจิกเวลาที่พยุงตัว ก็อาจจะทำให้ฉีกขาดได้ง่าย จึงใช้งานได้เพียงระยะสั้น / แผ่นที่แยกกันทำให้อาจเกิดร่อง ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค และวัสดุชนิดนี้ไม่สามารถกันน้ำได้ […]

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ตั้งใจจะให้นมแม่แก่ลูกน้อยอย่างเต็มที่สุดความสามารถ และกำลังเตรียมตัว ซื้อเครื่องปั๊มนม คู่ใจที่มีฟังก์ชั่นการทำงานที่ดีและตอบโจทย์ คงจะต้องหาข้อมูล ศึกษาการทำงานของเครื่องปั๊มนมแต่ละรุ่นกันอย่างจริงจังก่อนเลือกซื้อ พร้อมกับปรึกษาแม่ที่เคยมีประสบการณ์ เพื่อจะได้ซื้อใช้ให้คุณค่ากับราคาที่จ่าย เครื่องปั๊มนมในปัจจุบันก็มีให้เลือกมากมายนับไม่ถ้วน พร้อมกับราคาที่มีทั้งหลักร้อย หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น ตลอดจนมีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน  ดังนั้นก่อนเลือกซื้อและศึกษาเครื่องปั๊มแต่ละชนิด เราขอแนะนำให้คุณแม่เน้นในเรื่องการทำงาน 5 อย่างที่สำคัญ หรือ 5 ฟังก์ชั่นที่ต้องใส่ใจ เพื่อให้คุณแม่ได้เครื่องปั๊มนมที่ใช้งานได้คุ้มค่า ปั๊มน้ำนมแม่ได้มีคุณภาพดี เหมาะสมกับการเลี้ยงลูกในแบบเรามากที่สุด 5 ฟังก์ชั่นสำคัญต้องรู้ไว้ ก่อนตัดสินใจ ซื้อเครื่องปั๊มนม 1. ประสิทธิภาพของการปั๊มนม หรือที่เรามักเรียกว่าโหมดปั๊มนม โดยพิจารณาการปั๊มนมของเครื่องปั๊มนมว่า ใช้แรงดูดแบบไหน อย่างไร อาทิ 2. คุณภาพของรอบการดูด คุณแม่ควรสอบถามและอ่านข้อมูลว่าเครื่องปั๊มนมที่สนใจ มีรอบหรือจังหวะในการดูดเท่าไร   โดยควรเลือก ซื้อเครื่องปั๊มนม ที่มีรอบดูดมากกว่า 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป จะทำให้ปั๊มนมออกได้มากกว่า เนื่องจากการดูดประมาณ 40-60 รอบต่อนาที จะใกล้เคียงกับการดูดของลูกน้อยทารก ซึ่งปัจจุบันเครื่องปั๊มนมรุ่นใหม่ มีฟังก์ชั่นให้คุณแม่ปรับรอบการดูดได้ด้วยตัวเองหลายระดับ และในหลายโหมด เพราะในบางรอบของการดูดก็จะไปช่วยในการนวดหรือกระตุ้นน้ำนม เสริมแทนการปั๊มนมอย่างเดียวด้วย เช่น โหมดการนวดกระตุ้นน้ำนมใช้ 45-77 […]

นมแม่ คืออาหารมหัศจรรย์ของลูกน้อย อุดมด้วยสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด ที่ครบถ้วนและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกน้อย ซึ่งคุณค่าสารอาหารในนมแม่ สำคัญที่สุดต่อการช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกทุกด้าน ได้แก่ อุ่นนมแม่ให้ถูก ลูกได้คุณค่าเต็มที่ เมื่อรู้ว่านมแม่มีคุณค่ามหาศาลอย่างนี้แล้ว คุณแม่ต้องให้ลูกน้อยกินนมแม่ให้นานที่สุด  เพื่อให้ลูกได้รับคุณค่าน้ำนมให้มากที่สุด ด้วยการทำสต๊อกนมแม่เก็บไว้ให้ลูก และให้ความสำคัญกับการอุ่นนมแม่ที่แช่แข็งหรือทำสต๊อกไว้มาให้ลูกกินด้วย เพราะหากอุ่นนมแม่ไม่ถูกวิธี อาจทำให้ลูกเจ็บป่วยท้องเสีย แถมยังสูญเสียสารอาหารที่มีคุณค่าในนมแม่ไป   เราจึงขอแนะนำวิธีการอุ่นนมที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดมาฝากกันค่ะ วิธี อุ่นนมแม่ จากช่องแช่แข็ง ปัจจุบันมีเครื่องอุ่นนม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกคุณแม่ในการละลายนมแม่แช่แข็ง ซึ่งมีการทำงานที่หลากหลายทั้งอุ่นนม ละลายน้ำแข็ง อุ่นอาหาร และฆ่าเชื้อได้  โดยคุณแม่ควรพิจารณาเลือกซื้อที่มีมาตรฐานความปลอดภัย  สามารถเลือกปรับอุณหภูมิได้ตามความเหมาะสม เพื่อรักษาคุณค่าของนมแม่ไว้ให้ครบถ้วน ข้อควรระวัง เรื่องเข้าใจผิดของการ อุ่นนมแม่ ทำเสียคุณค่าน้ำนม  ข้อมูลเพิ่มเติม :https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/HpH/admin/news_files/718_49_1.pdf, FB: สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ,https://www.phyathai.com/https://library.thaibf.com/ (คลังข้อมูล มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย)

การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นสิ่งที่แม่มือใหม่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การที่ลูกน้อยยังไม่สามารถนั่งในรถได้อย่างปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัยธรรมดา การเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทางของลูกน้อย วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกคาร์ซีทอย่างไรให้เหมาะสมกับลูกน้อยและปลอดภัยที่สุดค่ะ 1. รู้จักประเภทของคาร์ซีท ก่อนที่จะเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือประเภทของคาร์ซีทที่มีในตลาด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้: คาร์ซีทสำหรับทารก (Rear-Facing Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม คาร์ซีทประเภทนี้จะติดตั้งหันหลังและรองรับศีรษะและคอของเด็กให้ดีเยี่ยม ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทแบบหันหน้า (Forward-Facing Seat): ใช้ได้เมื่อเด็กมีอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนักประมาณ 9-18 กิโลกรัม ตัวคาร์ซีทจะหันหน้าไปข้างหน้าและมีเข็มขัดนิรภัยในตัว คาร์ซีทแบบบูสเตอร์ (Booster Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 15 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อเสริมให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยกับเด็กที่โตขึ้น 2. เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับวัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการรองรับที่ดีในขณะนั่งในรถ หากเลือกคาร์ซีทผิดประเภทอาจทำให้ลูกไม่สามารถได้รับความปลอดภัยที่ดีที่สุดในกรณีเกิดอุบัติเหตุ 3. ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเลือกซื้อคาร์ซีท คาร์ซีทที่ดีจะต้องมีการทดสอบด้านความปลอดภัยผ่านมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐาน […]

เมื่อเพื่อนหรือคนรู้จักคลอดลูกน้อย การไปเยี่ยมเยียนพร้อมของเยี่ยมเด็กแรกเกิดที่มีประโยชน์ ถือเป็นการแสดงความยินดีและส่งกำลังใจที่ดีที่สุด แต่จะเลือกซื้ออะไรดีที่ไม่ซ้ำใครและได้ใช้งานจริง? BabyGift ได้รวบรวม 10 ของขวัญให้เด็กแรกเกิด ที่รับรองว่าคุณแม่ปลื้มปริ่ม ลูกน้อยได้ใช้แน่นอน พร้อมเคล็ดลับการเลือกซื้ออย่างผู้เชี่ยวชาญ วิธีเลือกซื้อของเยี่ยมคนคลอดลูก ควรเลือกอย่างไร การเลือกซื้อของเยี่ยมเด็กแรกเกิด หรือของขวัญให้เด็กแรกเกิด ควรพิจารณาจากความเหมาะสมและประโยชน์ใช้สอย เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ผู้รับ 10 ไอเดียของเยี่ยมเด็กแรกเกิดมีอะไรบ้าง การเลือกของเยี่ยมเด็กแรกเกิดที่ดีที่สุดคือการเลือกสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตคุณแม่สะดวกสบายขึ้น และส่งเสริมพัฒนาการของลูก นี่คือ 10 ไอเดียที่คัดสรรมาแล้วว่าดีต่อใจและใช้งานได้จริงแน่นอน 1. ผ้าอ้อมเด็กแรกเกิด ผ้าอ้อมเป็น ของเยี่ยมเด็กแรกเกิดที่ทุกคนต้องใช้และใช้ในปริมาณมากไม่ว่าจะเลือกแบบผ้าหรือสำเร็จรูป เพราะทารกแรกเกิดต้องเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยถึง 6-10 ครั้งต่อวัน ควรเลือกผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่มีขนาดเหมาะสมกับน้ำหนักของเด็กแรกเกิด มีวัสดุที่นุ่ม ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม และมีแถบวัดความเปียกชื้นจะช่วยคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ได้มาก 2. โมบายเสริมพัฒนาการ โมบายแขวนเตียงเป็นของขวัญให้เด็กแรกเกิดที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการมองเห็นและการได้ยินของทารก การมองตามการเคลื่อนไหวของโมบายช่วยฝึกการประสานงานของสายตาได้ดี ควรเลือกโมบายที่มีสีสันสดใสตัดกัน มีลวดลายน่ารักสมวัย และมีเสียงเพลงที่ไพเราะนุ่มนวล ไม่ดังจนเกินไป ควรตรวจสอบความแข็งแรงในการติดตั้งเพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยด้วยนะคะ 3. ชุดของบำรุงหลังคลอด มอบของขวัญให้เด็กแรกเกิดที่หันมาดูแลคุณแม่บ้างก็เป็นไอเดียที่ดี ชุดบำรุงหลังคลอด เช่น ครีมลดรอยแตกลาย ผลิตภัณฑ์บำรุงน้ำนม หรือน้ำมันนวดตัว เป็นการแสดงความใส่ใจในสุขภาพและความงามของคุณแม่ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ปลอดภัยต่อคุณแม่ที่ให้นมบุตร […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event