แชร์เทคนิคเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ตามวัย ถูกใจลูกน้อย

ของเล่นเด็ก เป็นไอเท็มที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการ ให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โดยของเล่นแต่ละแบบจะมีวิธีการเล่น การกระตุ้นให้ลูกน้อยใช้กล้ามเนื้อ ร่างกาย ประสาทสัมผัสที่ไม่เหมือนกัน การเลือกซื้อ ของเล่นเด็ก ให้ลูกน้อยได้ถูกต้องสมวัย จะช่วยให้เล่นได้สนุก และยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างแท้จริง

เบบี้กิ๊ฟ เข้าใจแม่ ในความสงสัย และสับสนว่า ควรเลือกซื้อของเล่นชิ้นไหนดี เพราะทุกวันนี้มีของเล่นในท้องตลาดมากมาย ทั้งราคาถูก ไปจนถึงราคาแพง แบบไหนถึงจะเหมาะกับลูกน้อยแต่ละวัย เบบี้กิ๊ฟ หาคำตอบมาให้แล้วในบทความนี้

ของเล่นเด็ก วัยแรกเกิด – 6 เดือน

วัยนี้ลูกน้อยจะใช้เวลาไปกับการนอนมากเป็นพิเศษ สลับกับการตื่นมาทานนมทุกๆ 3 ชั่วโมง ในช่วงระหว่างที่ลูกน้อยตื่นนอน สามารถส่งเสริมพัฒนาการให้กับเด็กวัยนี้ได้ โดยเริ่มจาก การฝึกการมองเห็น ผ่านดวงตาโตใสแป๋ว โดยทารกวัยนี้มักจะชอบ มองสิ่งของที่ขยับไปมา เช่น โมบายหมุนได้ และดวงตาของทารกจะ มองเห็นสีที่ตัดกันชัดเจน เช่น สีดำ/ขาว เหลือง/แดง เพราะน้องๆจะยังไม่รู้จักสีพาสเทลเหมือนผู้ใหญ่ และการมองตัวเองแค่ในกระจก ก็เรียกเสียงหัวเราะจากน้องได้แล้วค่า โดยสามารถเลือกเป็น เพลเพน ที่มีโมบาย กระจก ตุ๊กตาห้อยให้ลูกน้อยนอนมองเล่นได้เพลินๆ ค่ะ

ฉะนั้น การเลือกของเล่นที่มีสีสันฉูดฉาด บาดใจ จะเหมาะกับเด็กน้อยวันนี้มากๆ โดยวัสดุของเล่นนั้น ควรจะมีลักษณะเป็นผ้า อ่อนนุ่ม ซักทำความสะอาดได้ หรือฆ่าเชื้อด้วยการ ลวก นึ่ง หรือเข้าตู้อบยูวีได้ จะดีมาก เพราะน้องมีโอกาสนำเข้าปากได้

นอกจากนี้ การฝึกการได้ยินเสียง ในช่วงนี้สำคัญมาก เพราะน้องๆ จะมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อเสียงต่างๆ เพราะเค้าฝึกการฟังมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่แล้ว การเลือก เปลไกวไฟฟ้า ที่มีเสียงกล่อมมาให้ด้วย จะช่วยฝึกการฟังเสียง และยังช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับได้ง่ายขึ้นด้วย หากมีโมบายชนิดมีเพลง หรือการเปิดเพลงคลอ ก็จะช่วยกระตุ้นการได้ยินได้ดีเช่นกันค่ะ

และเมื่อเข้าใกล้วัย 6 เดือน น้องๆ บางคนอาจมี อาการคันเหงือก เพราะ ฟันซี่แรกกำลังจะขึ้น จึงมักชอบ คว้าจับสิ่งของเข้าปาก มากัด หรืออม ยางกัดซิลิโคน แบบมีที่จับหรือมีสายคล้องจะเหมาะกับน้องๆ วัยนี้มากเลยค่ะ

ของเล่นเด็ก วัย 6 – 10 เดือน

ช่วงนี้น้องๆ หนูๆ จะเริ่ม พลิกคว่ำตัว ชันคอ กันได้แล้ว และเริ่มจะ เรียนรู้การคลาน โดยจะเริ่มจากการคว่ำตัว พยายามชันคอ และเริ่มใช้บริเวณหน้าท้องไถไปมาที่พื้น จนไปถึงทำท่าโก้งโค้งขยับไปมาหน้าหลัง เป็นท่าเตรียมพร้อมที่จะเริ่มหัดคลาน  การเลือกซื้อ แผ่นรองคลาน และ คอกกั้นเด็ก ให้กับลูกน้อย ควรเลือกชนิดที่ ปราศจากสารเคมี BPA FREE  เช็ดทำความสะอาดได้ เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค ไม่ใช้สีที่เป็นอันตรายต่อทารก เพราะน้องๆ มักจะก้มไปเลียพื้นเวลาฝึกคลานค่ะ

นอกจากนี้ น้องๆ จะเริ่มสนใจสิ่งอื่นมากขึ้น โดยเรียนรู้จากการกด บีบ จับ แล้วก่อให้เกิดเสียง หรือเกิดแสง และยังเริ่ม จดจำรูปทรงต่างๆ ในวัยนี้ ของเล่นที่มีการขยับเขยื้อนได้ เช่น รถไฟ ลูกบอล หรือคีย์บอร์ดของเล่น  ที่กดแล้วเกิดแสงสีเสียง จะช่วยกระตุ้นให้น้องตื่นตัว หรือคลานไปคว้าจับมาเล่นได้ดีค่ะ

ของเล่นเด็ก วัย 10-12 เดือน

เด็กวัยนี้จะหลังแข็ง สามารถนั่งทรงตัวได้ด้วยตัวเองแล้ว และยังเป็นวัยที่ เริ่มหยิบจับได้ดีมากขึ้น เริ่มจากของที่มีน้ำหนักเบา และเมื่อเข้าใกล้วัย 1 ขวบขึ้น ก็จะ เริ่มอยากจะเกาะยืน และเดินได้ด้วยตนเอง เพราะเป็นวัยที่ ชอบสำรวจสิ่งต่างๆ

ของเล่นที่เหมาะสมกับน้องๆ วัยนี้คือ ของเล่นที่ช่วยในการหัดยืน หรือหัดเกาะเดินต่างๆ จะ ช่วยให้เรียนรู้การทรงตัวได้ด้วยตนเอง แต่คุณพ่อคุณแม่ ยังต้องคอยอยู่ข้างๆ หรือช่วยพยุงอยู่ในระยะนี้ค่ะ

และวัยนี้มีความ เก่งเรื่องการจดจำ ได้มาก ทั้งรูปภาพ รูปทรง สี คุณแม่สามารถฝึกเล่น Flash Card หรือบ้านกิจกรรม สนุกๆ กับลูกได้ หรือการเล่านิทานที่มีภาพ มีเสียง ก็จะถูกใจน้องๆ มากเลยค่ะ

ของเล่นเด็กวัย 1-2 ขวบ

วันนี้น้องๆ หนูๆ จะสามารถเดินได้ด้วยตัวเองแล้วค่ะ โดยเริ่มเดินเตาะแตะแบบช้าๆ จนไปถึงวัยที่เริ่มวิ่งจนจับตัวแทบไม่ทันเลยค่ะ และยังเป็นวัยแห่งการใช้พลัง กรี๊ดกร๊าด คึกคักสุดๆ ไปเลย ร่างกายสามารถหยิบจับ ขยับส่วนต่างๆ ได้ตามใจมากยิ่งขึ้น และ ฟังคำสั่งของคุณพ่อคุณแม่รู้เรื่อง แล้วค่า จึงเป็นวัยที่พร้อมจะเรียนว่ายน้ำ ลงสระว่ายน้ำกับคุณพ่อคุณแม่ได้อย่างปลอดภัย คุณแม่สามารถซื้อ อุปกรณ์การว่ายน้ำ เช่น ห่วงยางว่ายน้ำ แพมเพิสสำหรับลงสระว่ายน้ำ หรือสระว่ายน้ำขนาดเล็ก ให้ลูกเล่นในบ้านได้ค่ะ รวมไปถึง การเล่นของเล่นที่มีการทรงตัว เช่น ม้าโยกตัวเล็กๆ หรือรถเข็น 4 ล้อขาไถ ก็สามารถฝึกได้ในตอนนี้ค่า

และน้องๆ วัยนี้ชอบทำตามพ่อแม่ ชอบเล่นบทบาทสมมติ การหาของเล่นที่คล้ายๆ กับสิ่งที่พ่อแม่ใช้ เช่น กระเป๋าแต่งหน้า กระเป๋าเชฟ กระเป๋าช่าง อุปกรณ์ช่าง จะช่วยให้น้องได้ฝึกหยิบจับ ปาได้อย่างปลอดภัยค่า

ของเล่นเด็กวัย 3 ขวบ ขึ้นไป

วัย 3 ขวบขึ้นไป พร้อมที่จะไปโรงเรียนแล้วค่า น้องๆ หนูๆ สามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ด้วยตนเอง จากการเรียนรู้ตามพ่อแม่ สามารถขยับร่างกาย ทรงตัว ทำงานร่วมกันระหว่างประสาทสัมผัสทางตา และมือพร้อมกันได้ดี ยืนขาเดียวได้ สามารถเล่นและเรียนรู้ในรูปแบบที่ซับซ้อนเป็นระบบมากขึ้น มีจินตนาการที่สูง

ส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยได้อย่างเต็มที่ ด้วยของเล่นที่ต้องใช้ทักษะมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บล็อกตัวเลขเสริมพัฒนาการ กล้องถ่ายรูปเด็ก จักรยาน3ล้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ได้มีพัฒนาการที่ดี และได้ใช้จินตนาการของลูกได้อย่างเต็มที่ บอกเลยน้องๆหนู ถูกใจ ร้องว้าวแน่นอนค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ คุณพ่อคุณแม่ คุณน้าคุณอาทุกท่าน เลือกซื้อของเล่นเด็ก ไปฝากลูกน้อย หรือหลานรัก ได้อย่างถูกต้องสมวัย ให้ลูกน้อยเล่นได้สนุก ส่งเสริมพัฒนาการได้ดี

เบบี้กิ๊ฟ ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก ตัวแทนนำเข้าของเล่นเด็กคุณภาพ โดยเราคัดสรรเฉพาะสินค้าที่มีความปลอดภัยต่อทารก ได้มาตรฐาน มอก. เพื่อให้ลูกน้อยเล่นได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล สามารถรับ ช้อปสินค้าผ่าน Website BabyGift หรือ เข้าสัมผัสสินค้าตัวจริงได้ที่ BabyGift 4 สาขา ใกล้บ้าน ทีมงานเบบี้กิ๊ฟ ยินดีให้คำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้าแม่และเด็กให้กับทุกท่านค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

พอรู้ว่าตั้งท้อง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักอยากจะทราบเป็นอันดับแรกก็คือเพศของลูกในท้องใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้เราตั้งใจจะมาพูดถึงวิธีสนุกๆ ที่ไม่ต้องพึ่งวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีที่อิงความเชื่อล้วนๆ ฮิตกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม่นไม่แม่น ไม่รู้ แต่ก็สนุกดีค่ะ ถือว่าคลายเครียดกันเนอะ (เอ๊ะ หรือจะทำให้เครียดกว่าเดิม?) 9 วิธีสนุกๆ ทายเพศลูกน้อยตามแบบโบราณ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าวิธีเหล่านี้เป็นความเชื่อของคนสมัยโบราณที่ตอนนั้นวิทยาการก็ยังไม่ค่อยจะล้ำสมัยซักเท่าไหร่ ถือว่าทำเอาเล่นๆ ขำๆ ละกันนะคะ ถ้าคุณแม่อยากทราบเพศลูกที่ชัวร์ๆ ก็ลองปรึกษาขอ คุณหมอตรวจโครโมโซมหรือเจาะน้ำคร่ำดูก็ได้ค่ะ เพราะสองวิธีนี้ให้ผลแม่นยำถึง 99.4% เลยล่ะ แม่นยิ่งกว่าการบอกเพศจากการอัลตร้าซาวด์อีกนะ แต่ต่อให้ลูกจะคลอดออกมาเป็นเพศไหน เราก็มั่นใจว่าคุณแม่ทุกท่านจะรักลูกจนหมดหัวใจแน่นอน

รวมสุดยอดวิธี เลือกเป้อุ้มทารก เพราะเป้อุ้มเด็ก  เป็นเครื่องทุ่นแรงที่สำคัญยิ่งสำหรับคุณแม่  ที่เรียกได้ว่าคืออุปกรณ์คู่กายคู่ใจที่พาคุณแม่และลูกน้อยไปทำกิจวัตรด้วยกันได้เสมอ เป้อุ้มลูกนี้จึงเป็นหนึ่งในสิ่งอำนวยความสะดวกประจำบ้านที่กำลังเลี้ยงลูกอ่อน ยิ่งเป็นครอบครัวเล็กที่คุณแม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวไม่มีคนมาช่วยเลี้ยงลูก ในช่วงเวลาที่คุณพ่อไปทำงานนอกบ้าน  ยิ่งถือเป็นของใช้ที่จะช่วยให้คุณแม่ทำงานและกิจกรรมอื่นๆได้ พร้อมเลี้ยงลูกได้แบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งในยุคสมัยที่การหาเงินได้ฝืดเคือง และข้าวของใช้ราคาสูงเช่นนี้ การเลือกซื้อเป้อุ้มลูกทั้งที เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่จะต้องพิจารณาอย่างถ้วนถี่ และเลือกใช้ให้คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่าย แต่จะรู้ได้อย่างไร? ว่าเป้อุ้มเด็กแบบไหนดี ทนทานปลอดภัย ใช้งานได้นานจนลูกโต ลองมาอ่านเทคนิคดีๆ เหล่านี้กันเลย 1 ตอบโจทย์การใช้งาน การเลี้ยงลูกของครอบครัว นั่นคือการเลือกให้ตรงกับสไตล์การเลี้ยงลูกของครอบครัว การทำงานของคุณพ่อคุณแม่และการเดินทางของคนในบ้าน ซึ่งต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ  ได้แก่  ขนาดของครอบครัวและคนช่วยเลี้ยงลูก เพราะหากเป็นครอบครัวเล็ก คุณแม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียว คุณพ่อไปทำงาน จำเป็นต้องใช้เป้อุ้มลูก สำหรับเวลาทำงานบ้าน ทำธุระหรือจำเป็นต้องออกไปซื้อของนอกบ้าน   แม้แต่เป็นครอบครัวใหญ่ อาจจะได้ใช้เวลาคุณแม่ต้องทำธุระ ผลัดกันใช้เวลาเดินทางไปข้างนอก  สิ่งของที่ใช้กับลูก เวลาที่ต้องพาลูกออกนอกบ้าน เพราะหากคุณพ่อคุณแม่มีข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่ต้องพกไปมาก การใช้เป้อุ้มเด็กก็จะทำให้สะดวก พ่อแม่ถือของใช้ และซื้อของได้สบาย ไม่ต้องใช้มืออุ้มหรือเข็นลูก หรือหากเวลาไปไหนที่ต้องใช้พื้นที่จำกัดการใช้เป้อุ้มเด็กก็จะไม่ต้องเปลืองพื้นที่เพราะพับเก็บได้ พกพาง่ายกว่ารถเข็น    การเดินทางของครอบครัว หมายถึงสังเกตการใช้ชีวิตของครอบครัวว่า ต้องออกไปต่างจังหวัด หรือไปเยี่ยมญาติบ่อยหรือเปล่า ใช้เวลาพาลูกออกนอกบ้านนานแค่ไหน หากต้องไปที่ไหนไม่นานนัก การใช้เป้อุ้มเด็กจะมีความคล่องตัวสะดวกกว่ารถเข็น  […]

คลอดก่อนกำหนด เกิดขึ้นได้ ถ้าไม่ทำตาม 5 ข้อนี้ ปกติแล้วคุณแม่จะอุ้มท้องลูกน้อยทั้งหมด 40 สัปดาห์ อันที่จริงส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีใครถึงหรอกนะคะ เพราะว่าคุณหมอจะอนุญาตให้คลอดได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 37 เป็นต้นไปแล้วล่ะ เพราะฉะนั้นช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 นี้ คุณแม่ก็ต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ คอยระแวดระวังสัญญาณเตือน ถ้าพบก็รีบไปหาคุณหมอ อย่าชะล่าใจเลยนะคะ ส่วนในระหว่างนี้มาดูกันว่ามีอะไรที่คุณแม่จะสามารถเลี่ยงได้บ้างเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด 1. เซย์โนกับบุหรี่และแอลกอฮอล์กันดีกว่า แน่นอนว่าบุหรี่และแอลกอฮอล์ไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับแม่ท้อง ก็ขนาดกับคนธรรมดายังไม่ดีเลยใช่มั้ยล่ะ เหตุผลนึงก็เพราะ ทั้งบุหรี่และแอลกอฮอล์มีสารที่จะไปยับยั้งหรือชะลอการเติบโตของลูกน้อยค่ะ นอกจากนี้คุณแม่ก็อย่าได้ไปอยู่ใกล้คนที่สูบบุหรี่เลยเชียว เพราะสารนิโคตินในบุหรี่สามารถซึมผ่านผิวหนังได้แม้คุณแม่จะไม่ใช่คนที่สูบก็ตาม อ่านมาถึงตรงนี้คุณแม่อาจจะเริ่มกังวล เมื่อตอนเย็นเดินผ่านคนสูบบุหรี่ ลูกจะเป็นอะไรมั้ยนะ? คุณแม่ทำจิตใจให้สบายค่ะ เราแอบไปถามคุณหมอมาให้แล้ว คุณหมอบอกว่าถ้าเจอก็ให้เดินหนี เจอผ่านๆ ก็ไม่เป็นไร แต่อย่าไปนั่งใกล้ๆ แถวนั้นเด็ดขาดเลยนะคะ 2. ขอแค่แม่อย่าเครียด เพราะความเครียดจะทำให้มดลูกขอคุณแม่บีบตัวค่ะ ซึ่งเอาจริงๆแล้ว ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 24 เป็นต้นไป คุณแม่ก็จะรู้สึกถึงอาการที่มดลูกบีบตัวนี้ หรือที่เราเรียกกันง่ายๆว่า อาการท้องแข็ง แต่ว่าอาการท้องแข็งเนี่ย ไม่ควรจะเกิดถี่ๆ ติดกัน ถ้าพูดเป็นตัวเลขก็คือ ไม่ควรถึง 6 ครั้งภายในหนึ่งชั่วโมง […]

ไขข้อสงสัยที่สาวๆอยากรู้ “แม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม?” วันนี้ Baby Gift มีคำตอบค่ะ ปัจจุบันการศัลยกรรมเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่มาแรงและเข้าถึงทุกเพศทุกวัยทั่วโลก โดยเฉพาะการอัพไซส์ แม่เสริมหน้าอก เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมในหมู่สาวๆ เพราะผลลัพธ์ที่ได้นั้นสาวๆจะมีหน้าอกที่สวยงามและขนาดใหญ่ขึ้นตามความต้องการ รวมถึงมีร่องอกที่ชิดและชัดเจนกว่าเดิม ส่งผลให้สาวๆเกิดความมั่นใจในรูปร่างตัวเองมากยิ่งขึ้น เมื่อสาวๆนิยมหันมาเสริมหน้าอก กันมากขึ้นจนเริ่มมีการตั้งคำถามว่า คุณแม่เสริมหน้าอก ให้นมลูกได้ไหม? คำตอบคือ ได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถให้นมลูกได้ตามปกติและไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เพราะปัจจุบันการเสริมหน้าอกใช้เทคนิคใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปใต้หรือเหนือกล้ามเนื้อเต้านม  ซึ่งอยู่คนละส่วนกับที่ใช้ผลิตน้ำนม และไม่ได้มีการตัดท่อน้ำนมหรือตกแต่งบริเวณหัวนม ส่วนในกรณีที่คุณแม่เสริมหน้าอกลังเลเรื่อง คุณแม่เสริมหน้าอก สามารถปั๊มนมได้ไหม? คำตอบคือ ทำได้ค่ะ คุณแม่ที่เสริมหน้าอกมาแล้ว สามารถปั๊มนมได้ตามปกติ โดยเลือกใช้เครื่องปั๊มนมที่มีคุณภาพ รองรับการปั๊มนมสำหรับคนที่เสริมหน้าอก  อย่างไรก็ตาม การเสริมหน้าอกควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และเพื่อความสบายใจของคุณแแม่ควรปรึกษาคุณหมอในการวางแผนมีลูกเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติมเป็นกรณีไป ได้คำตอบแบบนี้แล้วคุณแม่มั่นใจหายห่วง เตรียมพร้อมรับมือเตรียมตัวเป็นคุณแม่กันดีกว่าค่ะ

การเดินทางด้วยรถยนต์เป็นสิ่งที่แม่มือใหม่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่การที่ลูกน้อยยังไม่สามารถนั่งในรถได้อย่างปลอดภัยด้วยเข็มขัดนิรภัยธรรมดา การเลือกซื้อคาร์ซีทที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยในทุกการเดินทางของลูกน้อย วันนี้เรามีคำแนะนำเกี่ยวกับการเลือกคาร์ซีทอย่างไรให้เหมาะสมกับลูกน้อยและปลอดภัยที่สุดค่ะ 1. รู้จักประเภทของคาร์ซีท ก่อนที่จะเลือกคาร์ซีทให้ลูกน้อย สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจก็คือประเภทของคาร์ซีทที่มีในตลาด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้: คาร์ซีทสำหรับทารก (Rear-Facing Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 ขวบ หรือมีน้ำหนักไม่เกิน 10 กิโลกรัม คาร์ซีทประเภทนี้จะติดตั้งหันหลังและรองรับศีรษะและคอของเด็กให้ดีเยี่ยม ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ คาร์ซีทแบบหันหน้า (Forward-Facing Seat): ใช้ได้เมื่อเด็กมีอายุ 1 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนักประมาณ 9-18 กิโลกรัม ตัวคาร์ซีทจะหันหน้าไปข้างหน้าและมีเข็มขัดนิรภัยในตัว คาร์ซีทแบบบูสเตอร์ (Booster Seat): เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุ 4 ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 15 กิโลกรัมขึ้นไป เพื่อเสริมให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยกับเด็กที่โตขึ้น 2. เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัยของลูก การเลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับวัยของลูกเป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้ลูกน้อยได้รับการรองรับที่ดีในขณะนั่งในรถ หากเลือกคาร์ซีทผิดประเภทอาจทำให้ลูกไม่สามารถได้รับความปลอดภัยที่ดีที่สุดในกรณีเกิดอุบัติเหตุ 3. ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญ ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเลือกซื้อคาร์ซีท คาร์ซีทที่ดีจะต้องมีการทดสอบด้านความปลอดภัยผ่านมาตรฐานต่างๆ เช่น มาตรฐาน […]

เด็กบางคนจะมีเหงื่อออกมาก ทั้งบนศีรษะ หน้า หน้าอก แผ่นหลัง จนหมอน และชุดนอนเปียกชื้น โดยเฉพาะเด็กที่ปกติมีเหงื่อมาก เมื่อนอนไปได้สักระยะหนึ่งอุณหภูมิของร่างกายจะสูงขึ้น ทำให้มีเหงื่อออกจนคุณพ่อคุณแม่ตกใจเกรงลูกจะเป็นโรคร้าย เพราะมีคนกล่าวว่า เหงื่อออกมากเวลากลางคืนอาจจะเป็นอาการระยะเริ่มต้นของโรคต่างๆ ดังนี้ >>>ขอบคุณข้อมูลจาก : เว็ปไซด์ maerakluke.com

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid