เทคนิคเลือกซื้อ เครื่องปั๊มนม สำหรับคุณแม่ทำงานนอกบ้าน
ด้วยคุณค่าน้ำนมแม่ที่มีสารอาหารมากมายกว่า 200 ชนิด แถมด้วยสารสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เชื่อว่าคุณแม่ทุกท่านตั้งใจมั่นที่จะให้นมจากเต้าแก่ลูกน้อยให้นานที่สุด แต่ด้วยปัจจุบันคุณแม่หลายๆ ท่านเป็นเวิร์กกิ้งมัม ที่ต้องกลับไปทำงานหลังจากต้องลาคลอด และลางานเพื่อเลี้ยงลูก ทำให้ไม่สามารถให้นมลูกได้ด้วยตัวเอง เครื่องปั๊มนม จึงเป็นอุปกรณ์คู่ใจ ที่จะทำให้คุณแม่ยังคงให้นมแม่แก่ลูกได้ไปยาวนาน
แต่เมื่อถึงเวลาต้องไปทำงาน หรือออกนอกบ้าน ก็มีเงื่อนไขมากมายที่อาจทำให้คุณแม่ใช้งานเครื่องปั๊มนมบางชนิดได้ไม่สะดวก ดังนั้นเพื่อให้คุณแม่ทำงานนอกบ้านได้เต็มที่ พร้อมกับมีน้ำนมให้ลูกได้เพียงพอ คุณแม่จึงควรต้องรู้เทคนิคในการเลือกเครื่องปั๊มนมที่เหมาะสำหรับเวิร์กกิ้งมัม ที่จะช่วยให้ปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกน้อยได้สะดวกเสมอ

เทคนิค Working Mom เลือก เครื่องปั๊มนม
1. มีแรงในการปั๊มนมและรอบดูดที่มีคุณภาพ
มีแรงดูดและปั๊มที่ดีมีประสิทธิภาพ สามารถปรับได้หลายระดับ เพื่อใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือต้องเร่งรีบ โดยเครื่องปั๊มนม ที่ใช้งานได้ดี ควรจะมีจังหวะการปั๊มนมและรอบดูดที่เลียนแบบการดูดของลูกน้อยทารก นั่นคือ ควรมีแรงดูดหรือปั๊มไม่น้อยกว่า 200 mmHg.และรอบการดูดอย่างน้อย 40-60 รอบต่อนาที
ซึ่งคุณแม่ที่น้ำนมออกดีอาจใช้เครื่องปั๊มนมที่มีรอบการดูดต่ำกว่า 40 นาทีได้ แต่เพื่อการใช้งานได้ยาวนาน และส่วนใหญ่คุณแม่ทำงานมักจะปั๊มนมและเก็บนมแม่ให้ลูกนานกว่า 4 เดือนขึ้นไป จึงควรเลือกใช้เครื่องปั๊มนมที่มีรอบการดูดมากกว่า 40 ครั้งต่อนาทีขึ้นไป จะช่วยทำให้ปั๊มนมแต่ละครั้งออกมาได้มากและรวดเร็วกว่านั่นเอง
2. เครื่องปั๊มนม มีฟังก์ชั่นการทำงานหลากหลาย
ทั้งการนวดกระตุ้นน้ำนม การปั๊มนม การดูดน้ำนมหลายจังหวะ จะช่วยให้คุณแม่ใช้เครื่องปั๊มเป็นผู้ช่วยในการกระตุ้นน้ำนมได้ไปในตัว เพราะเครื่องปั๊มนมที่นวดกระตุ้นได้จะมีส่วนช่วยในการบรรเทาอาการคัดตึงเต้านมได้ และกระตุ้นให้น้ำนมออกมาได้มากด้วย
3.เลือกที่ใช้ได้รวดเร็วคุ้มค่า
เช่นการเลือกใช้เครื่องปั๊มนมแบบปั๊มคู่ จะทำงานได้เร็วและมากกว่าแบบปั๊มเดี่ยว เพราะสามารถปั๊มนมได้พร้อมกันทีเดียวสองเต้า หรือให้ลูกดูดข้างหนึ่งและปั๊มได้อีกข้างหนึ่งไปพร้อมกันได้
4. เสียงไม่ดัง
คุณแม่ควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่ไม่มีเสียงดังเวลาทำงานมากเกินไป เพราะต้องใช้ในที่ทำงาน หรือสถานที่สาธารณะ จึงไม่ควรมีเสียงดังรบกวนผู้อื่น
5. มีขนาดเล็ก พกพาง่าย น้ำหนักเบา
ด้วยความที่คุณแม่ทำงานต้องเดินทางไป-กลับทุกวัน หรือเมื่อต้องไปธุระนอกสถานที่ ทำให้ต้องมีทั้งถุงเก็บน้ำนม หรือขวดนม รวมถึงกระติกน้ำแข็ง และเครื่องปั๊มนมติดตัวไปด้วยทุกครั้ง คุณแม่จึงควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่มีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา ไม่ต้องใช้พื้นที่เก็บมาก จะใส่กระเป๋าไปไหนก็สะดวกสบายเสมอ
6. มีแบตเตอรี่ที่เปลี่ยนได้ง่าย
เพราะเครื่องปั๊มนมแต่ละชนิด จะใช้พลังงานในการดูดที่ต่างกัน หากเป็นเครื่องปั๊มนมไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ คุณแม่ทำงานก็ควรเลือกชนิดที่มีแบตเตอรี่ สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ หรือชาร์จไฟได้สะดวกทุกที่ เช่น สามารถชาร์จกับพาวเวอร์แบงก์ หรือชาร์จไฟในรถยนต์ได้ ไม่ต้องกังวลว่าปั๊มนมอยู่แล้วแบตหมดกลางคัน หรือหาที่ชาร์จไม่ได้จนเกิดปัญหาในอนาคต
7.เครื่องปั๊มนมที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก
หมายถึงคุณแม่ควรเลือกเครื่องปั๊มนมที่ใช้งานได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว กดปุ่มด้วยมือข้างเดียวก็ทำงานได้แล้ว รวมถึงวิธีการประกอบอุปกรณ์ต่างๆ การถอดการใส่ไม่ควรต้องทำอะไรให้ซับซ้อนยุ่งยาก เพื่อให้คุณแม่ใช้ปั๊มนมได้ทันที และรวดเร็วตามต้องการในช่วงเวลาที่จำกัด
8. มีข้อมูลหรือวิธีการใช้ที่ชัดเจน เข้าใจง่าย
สุดท้ายคือเครื่องปั๊มนมที่คุณแม่ทำงานควรเลือกต้องมีข้อมูลและวิธีการใช้งานที่อธิบายชัดเจนเข้าใจง่าย อาจมีคู่มือการใช้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ มีการรับประกันแบตเตอรี่หรือสินค้า มีอุปกรณ์เสริมกรณีชำรุด บริการหลังการขายในเรื่องซ่อมหรือมีอะไหล่ทดแทน ให้คุณแม่มั่นใจได้ว่าเครื่องปั๊มนมที่ใช้นั้น ซื้อเพียงครั้งเดียวแต่สามารถใช้งานได้คุ้มค่า สมราคา เกิดประโยชน์ต่อการมอบน้ำนมแม่แก่ลูกน้อยได้มากที่สุด
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ปัจจุบัน คาร์ซีท (Car Seat) หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ทั้ง คาร์ซีทแรกเกิด คาร์ซีทเด็กโต บูสเตอร์ซีท มีเกณฑ์การทดสอบความปลอดภัยต่างกันและผ่านมาตรฐานมาจากหลายประเทศ แต่ทราบหรือไม่ว่า คาร์ซีทในประเทศไทย มีประกาศจากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) มาแล้ว ว่าคาร์ซีทจะต้องผลิตหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยของยุโรปเท่านั้น ทั้งนี้ ยังมีประกาศเพิ่มข้อบังคับให้คาร์ซีทต้องผ่านการทดสอบการชนจากด้านข้างด้วย ซึ่งตรงกับข้อบังคับของ มาตรฐานคาร์ซีท R129 (i-Size) เป็นมาตรฐานฉบับใหม่ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่ามีความปลอดภัยสูงสุด ก่อนคุณพ่อคุณแม่จะตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีทให้ลูกรัก แต่ยังไม่ทราบรายละเอียดของ มาตรฐาน ECE R129 (i-Size) มาก่อน ว่าเพิ่มความปลอดภัยจุดไหนบ้าง เราจะพาไปทำความเข้าใจกันเลย คาร์ซีทในประเทศไทย ใช้มาตรฐานใหม่ ECE R129 (i-Size) จากเดิม ประกาศมาตรฐานความปลอดภัย (Safety Standards) ของคาร์ซีท จากกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) จะเริ่มบังคับใช้ภายในปี 2566 ให้ผู้ประกอบการที่ทำหรือนำเข้าคาร์ซีท ต้องทำหรือนำเข้าเฉพาะคาร์ซีทที่ผ่านการทดสอบความปลอดภัยตามเกณฑ์มาตรฐาน มอก.3418-2565 โดยอ้างอิงมาจากมาตรฐานสากล ECE R44/04 (มาตรฐานยุโรป) ซึ่งเป็นมาตรฐานระหว่างประเทศด้านความปลอดภัยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ล่าสุด กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) […]
ปัญหาใหญ่ของคุณแม่อีกปัญหาหนึ่งเวลาตั้งท้องก็คือการทานยาเวลาไม่สบายนั่นเองค่ะ อันนี้กล้าพูดได้เลยเพราะเจอกับตัวเองเหมือนกัน เพราะเราก็ไม่รู้อ่ะเนอะว่าในยาแก้แพ้พวกนี้มีส่วนผสมหรือสารอะไรที่จะมีผลต่อลูกในท้องบ้าง วิธีแก้ไขขั้นพื้นฐานที่สุดก็คือเลิกทานยาไปเลย ขนาดไม่สบายหนักๆ จนแทบทนไม่ได้ยังยอมที่จะไม่ทานยาเลยค่ะ แล้วดูอากาศประเทศไทย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก แบบนี้จะไม่ให้ป่วยยังไงไหว แต่วันนี้เราจะมาบอกคุณแม่แม่ว่า มันมียาแก้แพ้บางตัวที่คุณแม่ท้องสามารถทานได้นะคะ เพราะยาพวกนี้ได้รับการคอนเฟิร์มจากคุณหมอแล้วว่าไม่มีผลต่อลูกน้อยแน่นอน เราลองมาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ใช้ยาอะไรได้บ้าง ยาแก้แพ้ที่ปลอดภัยกับคุณแม่ 1. คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine: CPM) เวลาพูดถึงยาแก้แพ้ ยาตัวแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเจ้ายาตัวนี้แหละ ยาเม็ดเล็กๆ สีเหลืองที่ช่วยลดอาการแพ้ ลดน้ำมูกแล้วก็แก้อาการคัน คุณแม่ท้องทานยาตัวนี้ได้เนอะ เพราะจากกรณีที่ผ่านมายังไม่พบว่ายาตัวนี้ส่งผลต่อลูกในท้องเลยค่ะ แต่ว่ายาตัวนี้มันจะมีผลข้างเคียงทำให้คุณแม่อ่อนเพลีย เพราะงั้นอาจจะต้องงดใช้ยาเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และคุณลูกค่ะ ที่สำคัญก็ไม่ควรใช้ยาตัวนี้เกิน 3 วันนะ เพราะว่าถ้าใช้ไปมากๆ แล้วอาจจะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ แล้วลูกที่คลอดออกมาอาจจะมีอาการเลือดไหลผิดปกติได้ด้วยค่ะ 2. แอคติเฟด (Actifed) ยาตัวนี้จะช่วยลดอาการคัดจมูก ทำให้พวกอาการภูมิแพ้ทางจมูกดีขึ้น แล้วก็บรรเทาอาการคัดจมูกที่เกิดจากหวัดได้ค่ะ แต่ยาตัวนี้ก็จะทำให้ง่วงเช่นเดียวกัน ดังนั้น คุณแม่ควรจะทานยาแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอนะคะ พอตื่นมาอาการจะได้ดีขึ้น สดชื่นได้เหมือนเดิมค่ะ 3. เซทิไรซีน (Cetirizine) หรือ ฟาเทค (Fatec ®) คุณแม่ที่ต้องเดินทางหรือทำงานในช่วงที่ไม่สบายก็ขอแนะนำให้ทานตัวนี้เลยค่ะ เพราะว่ายาตัวนี้ไม่ทำให้ง่วงหรืออ่อนเพลีย แถมยังไม่ส่งผลเสียต่อลูกน้อยอีกต่างหาก แต่ว่ายาตัวนี้มันจะออกฤทธิ์ช้ากว่ายาตัวอื่นๆ นะคะ คุณแม่ก็เลยอาจจะหายช้านิดหน่อยค่ะ 4. ยาหยอดหรือยาพ่นจมูก […]
เปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง ข้อดีและข้อเสีย เครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV ไขข้อข้องใจกับคำถามที่ว่า เครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV ต่างกันตรงไหน? Prince & Princess มาเปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง ข้อดีและข้อเสีย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่ใส่ใจในเรื่องความสะอาดของลูกน้อย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเครื่องทำความสะอาดฆ่าเชื้อขวดนม ภาชนะ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทุกบ้านต้องมี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไว้เป็นแนวทางในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดค่ะ เราฆ่าเชื้อด้วยวิธีต่างกัน ตู้อบ UV : เราใช้รังสี UV ที่เลียนแบบธรรมชาติ ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9% ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ใช้หลอดสังเคราห์รังสี UV-C 2 หลอด เครื่องนึ่งขวดนม : ส่วนเราใช้ไอน้ำ และความร้อนในการฆ่าเชื้อโรคจ้า ตู้อบ UV มีใบรับรองผลวิจัย ว่าฆ่าเชื้อโรคได้จริงๆนะ วิธีการทำงานเราก็ไม่เหมือนกัน เครื่องนึ่งขวดนม : ตู้อบเราทำงานไม่เหมือนกันเรอะ เธอทำงานยังไงบ้างนะ ? ตู้อบ UV : ใช่จ้า ไปดูกันเถอะว่า เราทำงานยังไงดี 4 […]
คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินคำว่า วัยทอง 2 ขวบ หรือ Terrible Two ใช่ไหมคะ ซึ่งเป็นวัยที่เด็ก ๆ มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และพฤติกรรม อย่างเห็นได้ชัด เริ่มแสดงความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องทำความเข้าใจพัฒนาการวัยนี้ให้ดีเลยนะคะ เพื่อจะได้เตรียมพร้อมรับมือกับลูกวัยนี้ได้อย่างถูกต้อง วัยทอง 2 ขวบ แค่เข้าใจก็รับมือได้ ลูกรักวัย 2 ขวบ มีพัฒนาการทางด้านจิตใจและอารมณ์ที่มากขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ลูกวัย 2 ขวบ มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เมื่อถูกบังคับก็จะหงุดหงิด เมื่อไม่พอใจก็จะโวยวาย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย งอแงง่ายกว่าเดิม เนื่องจากลูกต้องการเป็นอิสระตามใจ และอยากทำอะไรด้วยตัวเอง ซึ่งทั้งหมดเป็นพัฒนาการปกติของเด็กวัยนี้ สาเหตุที่ลูกวัยทองสองขวบหงุดหงิดง่าย 7 วิธีรับมือลูก วัยทอง 2 ขวบ 1. ใจเย็น เข้าใจความต้องการของลูก ลูกวัยนี้อาจจะยังสื่อสารบอกความต้องการได้ไม่ดี และพยายามจะทำอะไรเองก็ยังไม่สำเร็จ จึงหงุดหงิดตัวเอง และหงุดหงิดสิ่งรอบตัวได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่จึงควรรับรู้ว่าเป็นเรื่องปกติตามวัยของเขา พร้อมกับหมั่นพูดคุย สอบถามความต้องการของลูกเสมอว่าลูกอยากจะทำอะไร ให้แม่ช่วยไหม ต้องมีความสม่ำเสมอในการแนะนำลูก 2. […]
นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก แต่ในกรณีที่คุณแม่มีความจำเป็นต้องใช้นมผง สิ่งที่สำคัญที่สุดคือวิธีชงนมผงที่ถูกต้องและปลอดภัย เพราะหากชงผิดสัดส่วนหรือรักษาความสะอาดไม่ดีพอ อาจส่งผลให้ลูกน้อยท้องอืด ท้องเสีย หรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน บทความนี้จะมาเจาะลึกวิธีชงนมผงเด็กอย่างละเอียดเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกรัก 4 วิธีชงนมผงเด็กที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และปลอดภัยจากเชื้อโรค คุณพ่อคุณแม่ควรปฏิบัติตามวิธีชงนมผงเด็ก 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้ 1. สุขอนามัยต้องสะอาด ก่อนเริ่มวิธีชงนมผงทุกครั้ง คุณแม่ต้องล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่ ขวดนมและจุกนมต้องผ่านการล้างและฆ่าเชื้อด้วยการต้มหรือนึ่งด้วยเครื่องอบฆ่าเชื้อ และควรพักไว้ให้แห้งสนิทบนตะแกรงสะอาด การรักษาความสะอาดในขั้นตอนนี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อในทางเดินอาหารของทารกได้ดีที่สุด 2. ใช้น้ำร้อนผสมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้เย็นจนเท่าอุณหภูมิห้อง น้ำที่ใช้ควรเป็นน้ำเปล่าที่ต้มเดือดเพื่อฆ่าเชื้อโรค แล้วทิ้งไว้ให้อุณหภูมิลดลงจนเป็นน้ำอุ่นประมาณ 40 องศาเซลเซียส ไม่ควรใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำอุณหภูมิห้องที่ไม่ผ่านการต้ม เพราะระบบย่อยอาหารของลูกยังบอบบางมาก น้ำอุ่นในระดับที่พอเหมาะจะช่วยให้นมผงละลายได้ดีและไม่ทำลายสารอาหารบางชนิดในนมผง 3. การเตรียม และการตวงนม ลำดับสำคัญของวิธีชงนมผง คือต้อง “เติมน้ำก่อนใส่นมผง” เสมอ โดยตรวจสอบสัดส่วนตามฉลากข้างผลิตภัณฑ์ ใช้ช้อนตวงที่มากับนมตักให้เต็ม เคาะเบาๆ เพื่อไล่ฟองอากาศแล้วปาดให้เรียบเสมอขอบช้อน การตวงที่แม่นยำจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่เข้มข้นพอเหมาะ ไม่เจือจางหรือเข้มข้นจนเกินไปซึ่งอาจส่งผลต่อไตของเด็ก 4. วิธีชงนมให้นมผงละลาย เมื่อใส่นมผงลงไปแล้ว ให้ปิดฝาให้สนิทและค่อยๆ หมุนขวดนมเป็นวงกลมหรือแกว่งไปมาเบาๆ เพื่อให้เนื้อนมผสมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ หลีกเลี่ยงการเขย่าขวดนมแรงๆ เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศมาก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกท้องอืด ก่อนให้ลูกทาน อย่าลืมหยดน้ำนมลงบนหลังมือเพื่อทดสอบความร้อนให้มั่นใจอีกครั้ง วิธีเก็บรักษานมที่ชงแล้ว […]
คาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีสำหรับลูกน้อยของเราตั้งแต่ช่วงแรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 ปี เพื่อความปลอดภัยขณะนั่งรถยนต์ ประกอบกับมีการออกกฏหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ให้ใช้คาร์ซีทในเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี ยกเว้นรถรับจ้างหรือรถสาธารณะ ดังนั้นทุกบ้านควรจะต้องเตรียมคาร์ซีทให้พร้อมตั้งแต่ก่อนคลอด เพราะต้องให้ลูกน้อยนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล ปัจจุบันคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกแบบไหนดี หรือจะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ที่มีคุณภาพดี ปลอดภัยได้มาตรฐาน และใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? แนะนำวิธีเลือกคาร์ซีทเด็กแรกเกิด มั่นใจได้ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ผู้ปกครองบางท่านอาจเกิดคำถามขึ้นมาว่า ทำไมต้องใช้คาร์ซีทสำหรับลูกน้อย ขอบอกว่า คาร์ซีทนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ ค่ะ คาร์ซีทเป็นอุปกรณ์เสริมที่ติดตั้งในรถยนต์ของคุณพ่อคุณแม่เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็กๆ ในขณะที่นั่งรถยนต์ เพื่อป้องกันหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิด คาร์ซีทจะช่วยลดโอกาสบาดเจ็บรุนแรง หรือลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตได้ ซึ่งคาร์ซีทก็มีหลายแบบมาก มีตั้งแต่คาร์ซีทเด็กแรกเกิด คาร์ซีทแบบกระเช้า คาร์ซีทสำหรับเด็กเล็ก และคาร์ซีทสำหรับเด็กโต นอกจากจะมีหลากหลายแบบแล้วก็ยังมีหลายยี่ห้อด้วย แล้วจะเลือกอย่างไรดี จะเลือกคาร์ซีท ยี่ห้อไหนดี ? ให้กับลูกรักของเรา มารู้จักกับแต่ละประเภทของคาร์ซีทให้มากขึ้นก่อน ไปดูยี่ห้อที่ BabyGift แนะนำกันค่ะ คาร์ซีทเด็กแรกเกิด […]
