รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว
หลายวันมานี้เราท่องโลกอินเทอร์เน็ตหนักมาก เพราะอยากรู้ว่าแม่ยุคใหม่เขาชอบอะไร ไอเทมไหนกำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มแม่ๆ มากที่สุด จากการส่องพบว่าท็อปปิคที่ถูกพูดถึงมาก แต่ยังมีข้อมูลน้อยคือ “รถเข็นเด็ก” ไอเทมใหม่สำหรับแม่ลูกเล็กในยุคนี้นั่นเอง เราจึงไม่รอช้ารีบหาข้อมูลว่าคุณแม่ต้องการรถเข็นแบบไหนและพอจะสรุปได้ว่า
คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการรถเข็นเด็กที่น้ำหนักเบา พับเก็บมือเดียวได้ เพราะส่วนมากไปกันสองคนแม่ลูก ต้องการระบบล้อที่ดี เข็นลื่นไหลไม่ต้องออกแรงมากส่วนใหญ่จะเข็นในสวนสาธารณะและทางเท้าซึ่งพื้นค่อนข้างขรุขระ สามารถปรับเอนได้เพราะลูกมักหลับตอนพาเที่ยว
วันนี้เลยไปคว้า รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS มารีวิวเผื่อคุณพ่อคุณแม่จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกเวลาต้องออกไปด้านนอกกับเจ้าตัวเล็กเพียงลำพัง
รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica” รุ่น LUXUNA CTS

เห็นรูปลักษณ์ทะมัดทะแมงอย่างนี้แต่น้ำหนักเบานะจ๊ะ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานมากๆ
มาสำรวจสิว่าอะไรเป็นอะไร พอใช้งานจริงจะได้ไม่ยืนงง เริ่มต้นที่ด้ามจับเลยล่ะกัน เราว่าตอบโจทย์มากนะ เพราะสามารถปรับที่จับให้อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังลูกก็ได้ คุณแม่ที่กังวลว่าจะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูกสบายใจเรื่องนี้ได้เลยและเลิศได้อีกกับล้อแบบ Auto 4 wheels ที่จะล๊อคล้อและคลายล๊อคล้อแบบอัตโนมัติในเวลาเราเปลี่ยนที่จับให้มาอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้
ถ้าใครเคยเข็นลูกแบบแม่อยู่ด้านหน้าจะนึกออกเลยว่าเวลาเราเข็นแบบนี้แล้วถ้าล้อหลังหมุนไม่ได้ พอจะเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาทีก็ต้องตีวงอ้อมกว้างไปอีก บังคับทิศทางก็ยากมาก มาเจอล้อแบบ Auto 4 Wheels สบายเลยขนาดเราลองเข็นในที่แคบ ๆ ก็ยังเข็นง่ายเรียกว่าโดนใจสุดๆ

การปรับก้านเข็นไปด้านหลัง ช่วยให้เข็นได้ง่าย ปรับเอนนอนได้ 170 องศา

เมื่อปรับก้านเข็นมาด้านหน้า ระบบล้อจะถูกปรับเปลี่ยนการล๊อคได้แบบอัตโนมัติ
นอกจากเรื่องปรับล้อหมุนแบบ 360 องศา Auto 4 Wheels เรื่องรองรับแรงกระแทกที่ล้อก็โอเคเลย เพราะมีระบบรองรับแรงกระแทกที่ล้อ แถมเพิ่มความนุ่มสบายแบบไร้แรงสั่นสะเทือนอีกด้วย เราลองเข็นทั้งที่เป็นพื้นขรุขะ และที่เป็นพื้นดิน พื้นหญ้าถึงพื้นจะหนึด ๆ ก็ยังเข็นง่าย ไม่โยกเยก

รถเข็นมีระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless
มาดูที่โครงรถเข็นกันบ้าง เห็นเบาๆ แบบนี้ เขาแอบแข็งแรงนะเพราะตัวรถเข็นมี ระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless ที่ออกแบบมาอย่างดี ถูกเชื่อมต่อเป็นโครงชิ้นเดียวกัน ทำให้แข็งแรง ไม่โคลงเคลง แม้ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน

เข็มขัดสายล๊อคนิรภัยแบบ 5 จุด ตามมาตรฐานสากล
ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ทื่สำคัญใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ถ้าสายยาวเกินไป คุณแม่สามารถปรับให้เหมาะสมกับตัวลูก คล้ายเราปรับสายกระเป๋าเลยไม่ยาก ขนาดเราใช้กับหลานเป็นครั้งแรก “เราทำได้ คุณแม่ก็ทำได้”

มีตะกร้าสำหรับเก็บสิ่งของขนาดใหญ่
และที่ชอบอีกอย่าง คือมีตะกร้าสำหรับใส่ของต่างๆ ของเจ้าตัวเล็กซึ่งรองรับน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม (เลิศมากๆ) และนอกจากของลูกก็สามารถใส่ของคุณแม่ได้ด้วย แต่อย่าใส่จนน้ำหนักเกินที่กำหนดไว้นะเดียวงานจะเข้า เพราะรถเข็นอาจเสียสมดุลจนทำให้เกิดอันตรายทั้งตัวลูกและตัวคุณแม่ได้

มีช่องระบายอากาศด้านหลัง และฉนวนกันความร้อน
เพราะอากาศเมืองไทยร้อนมาก ร้อนที่สุด มีช่องระบายอากาศด้านหลังของรถเข็น ที่มาพร้อมฉนวนกันความร้อนสีเงินสามารถสะท้อนความร้อนจากพื้นไม่ให้มาสะสมที่ตรงด้านหลังของลูกได้ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายในขณะหลับได้ดี และทำให้เจ้าตัวเล็กไม่หงุดหงิดแม้อากาศจะร้อนมาก

หลังคากันแดดเป็นพิเศษ เพราะสามารถป้องกัน UV ได้ถึง 99%
ที่ชอบมากอีกอย่างหนึ่งคือหลังคาทั้งใหญ่ ปรับขนาดได้หลายระดับ และเนื้อผ้าหนามากสามารถคลุมได้มิดชิด โดยไม่ต้องกลัวลูกอึดอัด เพราะหลังคาเป็นทรงโดมโปร่งสบาย มีช่องหน้าต่างเปิด-ปิดได้ ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก

Highseat 55 cm.
มันดีตรงที่เบาะนั่งจะสูงจากพื้น 55 cm. ช่วยลดอุณหภูมิลงได้ 2 องศา ลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองได้อีก 10-20% สบายสุดๆไปเลย
วิธีการเก็บรถเข็นเด็ก aprica รุ่น Luxuna CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว
ง่ายต่อการกางและเก็บด้วยมือเดียวด้วยนะ โดยเฉพาะในขณะอุ้มลูกและด้วยการพับแบบ One step ล้อทั้งสี่จึงติดกับพื้นช่วยให้คุณแม่ลากไปมาเมื่อต้องการเคลื่อนย้าย เมื่อพับแล้วยังสามารถตั้งวางไว้ได้โดยรถเข็นไม่ล้มกองบนพื้นที่สกปรกอีกด้วย

ชุดเบาะรองนอนสำหรับเด็กทารก ประกอบด้วย หมอนรองรับสรีระเด็กทั้งศีรษะ คอ และหลัง
เป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ สำหรับเด็กทารก เพราะกระดูกสันหลังและคอของเจ้าตัวเล็กยังไม่แข็งแรง จึงต้องนอนบนเบาะที่ช่วยรองรับตั้งแต่ศีรษะ คอ และหลัง เพื่อให้อยู่ในท่านอนที่ถูกต้องไม่กดทับบริเวณทางเดินหายใจ
อ๋อเกือบลืม!!! เบาะรองนอนนวัตกรรมใหม่ของญี่ปุ่นชื่อว่า Siky Air ผลิตจากเส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นที่สำคัญสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ด้วยตัวเอง หรือจะซักเครื่องก็ได้ พูดไปก็เหมือนอวย ต้องลองใช้ด้วยตัวเองจริง ๆ ค่ะ

ณ จุดนี้ใครจะมีความสุขเกินหลานเราคงไม่มีอีกแล้ว 555+

Carry Travel System (CTS)
ขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่น ก็มักมีอะไรแปลกใหม่ไม่เหมือนใครแต่อำนวยความสะดวกเป็นเสิศตามสไตล์เขา เรามาอึ้งอีกครั้ง เมื่อรู้ว่ารถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS คันนี้เขามีเป้อุ้มเด็กรุ่น Colan CTS เป็นคู่หูที่สามารถใช้คู่กันสำหรับคุณแม่นักเดินทางได้อีกด้วย
- เมื่อต้องการอุ้มลูกน้อยจากรถเข็นเด็ก Luxuna CTS เพียงนำสายสะพายของเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้รถเข็นออกมา แล้วล็อกติดกับตัวล็อกที่อยู่ด้านข้างรถเข็น
- เมื่ออุ้มลูกน้อยออกมาแล้ว ก็ใช้สายรัดเข็มขัดที่ตัวเป้อุ้ม ล็อคที่เอวคุณแม่ เพื่อช่วยรองรับน้ำหนักได้ด้วย
- สามารถพับเก็บรถเข็นได้ด้วยมือเดียว และหิ้วรถเข็นขึ้นบันไดได้ เพราะความเบาของรถเข็นเพียง 4.9 kg. เท่านั้น

สรุปคุณสมบัติ Aprica รุ่น Luxuna CTS เหมาะกับเป็นผู้ช่วยคุณแม่มากๆ
สรุป : เคยไม๊ล่ะที่เวลาจะเตรียมตัวออกจากบ้านกับลูกแล้วคิดไม่ตกว่าวันนี้เราจะใช้เป้อุ้มหรือรถเข็นพาลูกน้อยไปตลุยนอกบ้านดี เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเลือกแล้ว เพราะแค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถสลับปรับเปลี่ยนเอาเป้อุ้มไปเป็นเบาะรองนอนในรถเข็นเด็ก หรือจะถอดออกมาใช้อุ้มลูกได้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวได้ดีเชียวล่ะ ใช้คู่กันได้แบบนี้ก็สบายไปอีกเนอะ สำหรับใครที่ลองใช้แล้วลองอย่าลืมมารีวิวให้เราดูบ้างนะ แต่สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่เคยใช้เราว่า Aprica รุ่น LUXUNA CTS เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ
ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลจาก : เว็บไซด์ rakluke
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
ทารกแรกเกิดถึง 28 วัน เป็นช่วงเวลาที่ต้องปรับตัวอย่างมาก จากที่อยู่ในท้องคุณแม่อย่างอบอุ่นถึง 9 เดือน ออกมาเจอสภาพแวดล้อมภายนอก คุณแม่จึงจำเป็นที่ต้องดูแลอย่างอ่อนโยนเลยนะคะ อย่าง วิธีอาบน้ำทารก เรื่องดูแลทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำอย่างถูกต้อง ปลอดภัย ยิ่งต้องใส่ใจเป็นพิเศษเลยค่ะ วิธีอาบน้ำทารก ควรอาบน้ำวันละกี่ครั้ง คุณแม่มือใหม่ คุณพ่อมือใหม่ คงมีคำถามคาใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่ไหมคะ ว่าทารกแรกเกิดควรอาบน้ำเช้า-เย็นหรือไม่ จริง ๆ แล้วเด็กที่อายุต่ำกว่า 1 เดือน ควรจะอาบแค่วันละ 1 ครั้ง อาบในช่วงสายหรือบ่ายของวันเลยค่ะ และเด็กอายุ 1 เดือนขึ้นไปสามารถอาบน้ำได้วันละ 2 ครั้ง ส่วนการสระผมเด็กแรกเกิด – 2 เดือน สระเพียง 1 – 2 ครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้นค่ะ อุปกรณ์อาบน้ำเด็กแรกเกิด อ่างอาบน้ำใส่น้ำอุ่น อ่างอาบน้ำเด็ก ควรจะกันกระแทกได้ดี อาจจะมีแผ่นวัดอุณหภุมิน้ำ ช่วยทำให้คุณแม่หรือพี่เลี้ยงเตรียมน้ำให้น้องได้ง่าย ได้อุณหภูมิที่เหมาะสมกับสภาพผิวทารก สบู่เหลวอาบน้ำเด็กแรกเกิด ต้องมีความอ่อนโยน ค่า pH […]
หลายๆบ้านถามกันเข้ามาว่า เวลาพาลูกเที่ยว แม่แพรว ยังให้เฌอลินน์นั่งรถเข็นอยู่ไหม ? ต้องบอกแบบนี้เลยค่ะว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละวัน ว่าเราพาลูกน้อยไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ต้องเดินทางไกลหรือนานแค่ไหน ? อย่างเวลาแพรวพาลูกออกนอกบ้านนานๆ ถ้าไม่มีตัวช่วยอย่างเจ้ารถเข็นเลย บางครั้งก็ทำให้เฌอลินน์งอแง อยากให้อุ้มอยู่ตลอดเวลา พ่อแม่อย่างเราจะคอยอุ้มลูกทั้งวันก็คงไม่ไหวใช่มั้ยหล่ะคะ ถ้าได้รถเข็นมาเป็นตัวช่วยพาลูกเที่ยวในวันที่แม่เหนื่อย อุ้มลูกไม่ไหว ก็จะช่วยทำให้เราพาลูกเที่ยวแบบสบาย แม่ไม่เหนื่อย แฮปปี้กันทั้งครอบครัวเลยค่ะ แพรวเลือก รถเข็น Aprica รุ่น Optia Cushion Premium ให้เฌอลินน์ เพราะเขารองรับสรีระเด็กทุกช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิด – 3 ขวบกันเลยทีเดียวค่ะ ตอนนี้เฌอลินน์ 2 ขวบแล้ว ตัวสูงแบบนี้ยังนั่งได้สบายๆไม่อึดอัด แถมแบรนด์ Aprica รุ่นนี้ไม่ใช่รถเข็นธรรมดาทั่วไป เป็นเบาะแบบ Ergonomic Design ที่ออกแบบคิดค้นโดยกุมารแพทย์ญี่ปุ่นด้วย ขนาดพ่อแม่อย่างเรายังตามหาซื้อเก้าอี้ Ergonomic มานั่งทำงานกันเลยใช่มั้ยคะ แพรวเองก็ขอเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกน้อยได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ขณะอยู่นอกบ้านแน่นอนค่ะ ซื้อรถเข็นมา ลูกไม่ยอมนั่งทำไงดี ? คุณพ่อคุณแม่ต้องลองสังเกตุดูค่ะ ด้วยสภาพอากาศเมืองไทยค่อนข้างร้อน เด็กเล็กๆ มักจะมีเหงื่อออกเยอะ ถ้าเป็นรถเข็นที่ไม่ค่อยระบายอากาศเวลาลูกนั่งนานๆ เขาจะหัวเปียกหลังแฉะ ไม่สบายตัวอยู่ตลอดเวลา การได้รถเข็นเบาะระบายอากาศดีๆ เวลาเราพาลูกออกนอกบ้าน ลูกจะยอมนั่งไม่งอแง […]
คงมีหลายครั้งที่คุณแม่มองกระจกแล้วก็รู้สึกสงสัยว่า เราทำสีผมได้มั้ยนะ? ใช่ค่ะ คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตมาหลายยุคหลายสมัย โดยเฉพาะคุณแม่ๆ สายแฟ ที่ทนเห็นผมโคนดำของตัวเองแทบไม่ไหว สมัยก่อนก็มีความเชื่อหลายอย่างเกี่ยวกับผมอยู่นะคะ ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนบอกว่าแม่ท้องไม่ควรตัดผม แล้วก็ไม่ควรทำสีผม เพราะผมเป็นเหมือนเกราะป้องกัน เป็นสิ่งที่จะคุ้มกันลูกน้อยจากอันตรายต่างๆ ส่วนบางคนก็บอกว่าแม่ท้องควรจะตัดผม เพราะว่าสารอาหารจะได้ไปเลี้ยงลูกน้อยให้เพียงพอ แต่มาสมัยนี้ ที่คุณแม่ไม่กล้าทำอะไรกับผมมากมายก็น่าจะเป็นเพราะกลัวสารเคมี ไม่ว่าจะเป็นพีพีดี ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือแอมโมเนีย ที่ผสมอยู่ในสีย้อมผม แต่ถ้ามาดูกันจริงๆ แล้ว สารเคมีพวกนี้ส่งผลต่อลูกน้อยมั้ยนะ? เรามีคำตอบสำหรับคำถามนี้มาให้แล้วค่ะ มีงานวิจัยรองรับเรื่องการทำสีผมในคนท้องหรือเปล่า? ถ้าพูดกันตามตรงก็ต้องบอกว่าตอนนี้ยังไม่มีงานวิจัยไหนมายืนยันว่าคนท้องห้ามย้อมผม แม้สีย้อมผมจะมีส่วนผสมของสารเคมีอยู่หลายชนิด แต่สารเคมีพวกนี้ก็ซึมเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณที่ค่อนข้างน้อยเลยล่ะค่ะ ยาย้อมผมมีส่วนผสมของสารเคมีตัวไหนบ้าง? สารเคมีหลักๆ ในยาย้อมผมก็ได้แก่ รีซอร์ซินอล พีพีดี แอมโมเนีย แล้วก็ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ค่ะ ซึ่งส่วนมากผลข้างเคียงของมันก็อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการแพ้ แต่มันก็จะมีผลแค่สำหรับคนที่แพ้สารพวกนี้เท่านั้นนะคะ นอกจากนี้ก็อาจจะมีอาการวิงเวียนศีรษะเนื่องจากกลิ่นของมัน อย่างไรก็ตาม มันก็จะมีบางกรณีที่คุณแม่บางคนอาจจะไม่ได้แพ้สารเคมีบางตัวในช่วงก่อนท้อง แต่หลังท้องแล้วกลับกลายเป็นว่าแพ้ก็มีค่ะ เพราะฉะนั้นอาจจะต้องระวังนิดนึงนะ สารเคมีมีผลต่อลูกน้อยรึเปล่านะ? สารเคมีที่อยู่ในยาย้อมผมไม่ได้มีในปริมาณที่สูงขนาดนั้นค่ะ แล้วอีกอย่าง ปกติเวลาเรารับสารเคมีเข้าไปในร่างกาย ถ้าไม่เยอะมากจนก่อเป็นสารร้าย มันจะถูกขับออกมาในรูปของปัสสาวะ ข้อสำคัญที่สุดคือ สายรกเป็นอะไรที่มหัศจรรย์และเป็นเกราะคุ้มกันลูกน้อยที่ดีมากๆ เพราะมันจะช่วยกรองสารแปลกปลอมต่างๆ แทบจะไม่ให้มีหลุดรอดเข้าไปหาลูกน้อยเลยล่ะค่ะ ก่อนย้อมผมควรรู้ไว้ 1.เวลาย้อมผม เราขอแนะนำให้คุณแม่หาผ้าปิดปาก […]
ชื่อลูกเป็นอะไรที่ยากที่สุดในทั้งหมดทั้งมวลของการท้อง คุณแม่บางคนอาจมีชื่อลูกที่คิดไว้ในใจอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะมีอุปสรรคบ้างประปราย อย่างเช่น ไม่ถูกใจคุณพ่อ หรือไม่ถูกโฉลกกับวันเกิดของลูกน้อย ยิ่งพอโลกก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วแบบนี้ คุณแม่ก็อาจจะรู้สึกกลัวว่าชื่อของลูกน้อยที่เราตั้งไปจะตกยุคตกสมัยรึเปล่า เพราะงั้นมันก็เลยเป็นเรื่องยากมากเลยจริงๆ นะคะ ความจริงแล้ว การตั้งชื่อก็มีหลักอยู่นะ ถ้าคุณแม่ยังไม่ทราบ เราจะเล่าให้ฟังค่ะ 1.ตั้งชื่อลูกแบบมีความหมายมงคล อันนี้เป็นวิธีที่นิยมที่สุด เพราะเราก็อยากให้ลูกประสบกับความมีสิริมงคลในชีวิต คุณแม่อาจจะซื้อหนังสือการตั้งชื่อลูกมาอ่าน หรืออาจจะลองเซิร์ชหาจากอินเตอร์เน็ตก็ได้ หลักการตั้งชื่อแบบนี้มีมาแต่โบราณเลยนะคะ อย่างเมื่อก่อน เค้าก็จะนิยมใช้คำว่า ทอง หรือ บุญ นำหน้าชื่อ เพราะสองคำนี้มีความหมายที่ดีเป็นสิริมงคล ส่วนสมัยนี้ อาจจะไม่ได้ใช้คำตรงๆ แบบนี้ แต่ก็สื่อถึงความหมายที่ดีเหมือนกัน 2. การตั้งชื่อตามหลักความเชื่อหรือศาสนา เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและศาสนา ไม่น่าแปลกใจเลยล่ะค่ะ ที่เราอาจจะเคยได้ยินชื่อแปลกๆ ที่เราไม่คุ้นหู เช่น ฟาติฮะ ยามิละห์ ฯลฯ เพราะชื่อเหล่านี้เป็นชื่อในศาสนา แต่ทั้งนี้ ชื่อที่เป็นชื่อทางศาสนาที่ใช้เป็นชื่อจริงจะสามารถตั้งได้เฉพาะตอนเกิดเท่านั้นนะคะ เพราะว่าสมมติถ้าคุณแม่ตั้งชื่อธรรมดาไป แล้วไปขอทางเขตเปลี่ยนชื่อตอนโต ทางนายทะเบียนก็จะไม่ให้เราเปลี่ยนค่ะ เพราะชื่อที่เราจะนำมาเปลี่ยนจะต้องมีความหมายอยู่ในพจนานุกรมภาษาไทยด้วย 3. การตั้งชื่อจากวันเกิด คนไทยมีความเชื่อเรื่องดวงอย่างมาก เพราะงั้นการตั้งชื่อลูกจากวันเกิดจึงเป็นเรื่องที่ปกติมากๆ เลย ส่วนมากเราก็จะไปให้พระช่วยตั้งให้ โดยให้วันเดือนปีเกิดของลูกเราไป […]
เส้นไหมทอละเอียด Silky Air นวัตกรรมใหม่จาก Aprica ที่มีในรถเข็นเด็ก รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS Silky Air เส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นลดภาระการเคลื่อนย้ายตัวของเด็ก Silky Air เป็นการผสมกันกับไหมและเส้นไฟเบอร์เรียงยาวละเอียดให้ความยืดหยุ่นเบาสบาย เมื่อเทียบกับผ้าคอตตอนแบบเก่าที่ผสมกับฟองน้ำที่มีความยืดหยุ่นต่ำระบายอากาศได้ไม่ดี มาเลือกความเบาสบายให้ลูกของคุณกับ Silky Air กับคุณสมบัติพิเศษ 3 ข้อ ดังนี้ 1. เบาะรองนั่งสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการระบายความชื้นมากขึ้นอีก 10% เพราะ Silky Air เป็นวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม การระบายความชื้นได้ดีเป็นตัวบ่งบอกว่าความร้อนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการระบายความชื้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างลักษณะรูปร่างของเด็กด้วย 2. สัมผัสที่อ่อนนุ่ม ผลิตจากวัสดุที่อ่อนนุ่มและสามารถระบายอากาศได้ดีให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก 3. สามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้า เบาะรองนั่งสามารถถอดออกและนำไปซักในเครื่องซักผ้าได้อย่างง่ายดายจึงทำให้คงความสะอาดตลอดเวลา สรุป ด้วยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมกับนวัตกรรมใหม่ ของ Silky Air ทั้ง 3 ประการ จึงนำมาใช้กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS ได้เหมาะสมที่สุดกับเด็กแรกเกิด และเหมาะสมที่สุดกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นเด็กที่เบาและง่ายต่อการเดินทางไปทุกที่ กับคุณสมบัติพิเศษที่สามารถใช้คู่กับเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ได้อีกด้วย รวดเร็วและสะดวกในการปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ คุณแม่สามารถเลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นวัตกรรมใหม่ในการใช้รถเข็นเด็กและเป้อุ้มเข้าด้วยกัน เป็นตัวช่วยให้คุณแม่พร้อมออกเดินทางได้ทุกสถานการณ์
อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้นะคะ และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา หากใครต้องขับรถเกือบทุกวัน และรู้ว่าลูกที่กำลังนั่งในรถไปด้วยกันนั้นไม่ได้นั่งคาร์ซีทอย่างถูกวิธีแล้วล่ะก็ เราคงต้องกังวลตลอดเวลาว่าวันไหนคุณจะเจออุบัติเหตุแบบในข่าว หรือถ้าโชคร้ายจริงๆ เราอาจจะเป็นหนึ่งในข่าวอุบัติเหตุนั้นก็เป็นได้ อย่างกรณีต่อไปนี้ คุณคงเคยได้ยินคำว่า ไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวจาก facebook ศุภโชค พิเชษฐ์กุล ที่ได้โพสเรื่องราวอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ที่รุนแรงที่สุดจนลูกเกือบเสียชีวิต..แต่ก็รอดมาได้ เพราะคาร์ซีท ซึ่งเป็นเรื่องราวที่โด่งดังมากในโซเชียล เพราะเป็นคดีความที่สังคมติดตาม เนื่องจาก คู่กรณีคือ รถบรรทุกเฟอร์นิเจอร์บริษัทดัง ซึ่งผ่านมากว่า 4 เดือน บริษัทคู่กรณียังนิ่งเฉย แทนที่จะรับผิดชอบค่ารักษาเยียวยา แต่ทางฝ่ายกฎหมายของบริษัทกลับแนะนำให้ไปฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายเอา ชนแล้วปล่อยเรื่องเงียบแบบนี้ได้หรือ? โดยเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการแชร์เรื่องดังกล่าวเพื่อขอความเป็นธรรมให้กับ คุณศุภโชค พิเชษฐ์กุล ผู้เสียหายจนเป็นข่าวใหญ่ในเวลาต่อมา หลังจากที่เพจ แหม่มโพธิ์ดำ แชร์เรื่องนี้ออกไป ทำให้สื่อต่างๆ ให้ความสนใจและเชิญคุณศุภโชคไปชี้แจงในรายการต่างๆ มากมาย จากหลายช่อง ไม่ว่าจะเป็น bright tv, ช่อง 3, รายการยกทัพบรรเทาทุกข์ ช่องpptv, เจาะประเด็นข่าวเด่นช่อง 8,ช่องtrue4u, ช่อง 34 อมรินทร์ทีวี, รายการถามตรงๆกับจอมขวัญช่อง ช่องไทยรัฐทีวี โดยคุณศุภโชคได้เล่าว่า วันที่ 11 ก.พ. 60 เมื่อเวลา ประมาณสามทุ่มก่วาๆ ผม อ้อน น้องเป๊ะๆ (ภรรยาและลูกชายวัย 3 ขวบ) ออกไปทานข้าวกันตามปกติ ขากลับใกล้จะถึงบ้าน ช่วงสถานีรถไฟฟ้าสามแยกบางใหญ่ ก่อนขึ้นสะพานวนไป Big King บางใหญ่ ผมก็ขับมาปกติ เห็นรถข้างหน้าเบรคกดไฟขอทางส่งเป็นสัญลักษณ์ว่ารถมีการชะลอ ผมก็หยุดจอด และกดไฟขอทางส่งต่อไปให้รถข้างหลังได้ทราบ ภาพที่ผมจำได้คือ ผมมองกระจกมองหลัง […]
