รังสี UV ฆ่าเชื้อโรคได้จริงหรือ ?

สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ส่วนใหญ่การทำความสะอาดขวดนม จะใช้วิธีการต้ม หรือนึ่ง โดยเป็นการฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อนสูง ซึ่งเหมาะกับพาชนะที่เป็นแก้ว หรือซิลิโคน

ส่วนขวดนมแบบพลาสติกการใช้ความร้อนสูงมากๆ ทุกวันจะทำให้ขวดนมพลาสติกและจุกนมเสื่อมสภาพเร็วขึ้นกว่าปกติ และเกิดการปล่อยสารต่างๆ ออกมาจากพลาสติกนั้น เช่น สารพวกโพลีเมอร์ หรือฟอร์มัลดีไฮด์ปนเปื้อนออกมาจากพลาสติกที่เสื่อมสภาพ แถมยังทิ้งไอน้ำไว้ที่ก้นขวด ซึ่งไอน้ำนี้อาจมีเชื้อแบคทีเรียแฝงอยู่

ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้มีการคิดค้นการฆ่าเชื้อโรค โดยรังสี UV ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้กับหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ขวดนมพลาสติก ยางกัด จานชาม หรือแม้แต่อุปกรณ์อเลกทรอนิก มาทำความรู้จักกับ หลอดรังสี UV-C ที่หลายคนสงสัยว่า ฆ่าเชื้อโรคได้จริงไหม?

รังสี UV คืออะไร

แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ประกอบด้วยรังสี 2 ส่วนคือ รังสีที่มองเห็นได้และมองไม่เห็นรังสีที่มองเห็นได้ จะมี 7 สี แต่จะสามารถเห็นต่อเมื่ออากาศมีความชื้นสูง รังสีจากดวงอาทิตย์ตกกระทบกับน้ำในอากาศ เราจะสามารถมองเห็นสีทั้ง 7 ได้ ที่เรียกว่า “รุ้งกินน้ำ” นั่นเอง รังสีที่มองไม่เห็น คือพลังงานในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมาจากดวง อาทิตย์ มี 2 ส่วนคือ

  1. รังสี UV หรือ Ultra Violet (อัลตราไวโอเลต) ทำให้เกิดการเผาไหม้
  2. รังสี Infrared (อินฟาเรด ) ทำให้เกิดความร้อน

ระดับควมเข้มของรังสี UV แบ่งตามความเข้มข้นได้ 3 ระดับคือ

  • UV-A ระดับความเข้มข้นต่ำสุด ถูกดูดซึมไปในชั้นบรรยากาศเล็กน้อย
  • UV-B ระดับความเข้มข้นปานกลาง ถูกดูดซึมไปบางส่วน
  • UV-C ระดับความเข้มข้นสูงสุด ถูกดูดซึมไปในชั้นบรรยากาศเกือบหมด ไม่ค่อยหลงเหลือลงมาสู่พื้นโลก

รังสี UV สามารถฆ่าเชื้อได้อย่างไร

  • เนื่องจากรังสี UV-C เป็นรังสีที่เป็นอันตรายเพราะมีความสามารถในการเผาไหม้สูง นักวิทยาศาสตร์จึงนำมาประยุกต์ใช้ในการฆ่าเชื้อโรคที่เป็นอันตราย
  • หลอดสังเคราะห์รังสี UV-C คือ หลอดไฟชนิดพิเศษที่สังเคราะห์รังสี UV-C เลียนแบบธรรมชาติเพื่อสำหรับการฆ่าเชื้อโรค มีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Germicidal Lamp (เจิมมิไซโดล แลมป์) หรือเรียกสั้นๆ ว่าหลอด UV

การนำรังสี UV มาประยุกต์ใช้งานภาคอุตสาหกรรม

  1. สถานที่สาธารณะ ที่มีคนอยู่เป็นจำนวนมากหรืออยู่เป็นเวลานาน เช่นห้องเรียน, ค่ายทหาร, โรงภาพยนตร์, หอประชุม, ห้องรับรอง, สำนักงาน ให้ติดตั้งหลอดUVGI ในท่อฆ่าเชื้อโรคในอากาศ, ท่อปรับสภาพอากาศ
  2. โรงพยาบาล ตึกคนไข้, ห้องตรวจ, ครัว, ที่เก็บเครื่องมือผ่าตัดและอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ อาหารและเครื่องดื่ม ทั้งขั้นตอน ขณะผลิต, บรรจุหีบห่อ, จัดเก็บ
  3. อุตสาหกรรมการผลิตเวชภัณฑ์ รวมถึง สารปฏิชีวนะ ยา และเครื่องสำอาง
  4. การป้องกันสัตว์ป่วย ใช้กับเรือนปศุสัตว์, คอก, ฟาร์ม, เล้า, กรงขัง รวมไปถึงสวนสัตว์ได้
  5. ห้องทดลอง และเครื่องมือทดลองต่างๆ
  6. โรงงานผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด Water

ประโยชน์จากการใช้รังสี UVในชีวิตประจำวัน มีอะไรบ้าง

การใช้รังสี UV ฆ่าเชื้อในน้ำดื่ม

การใช้รังสี UV ฆ่าเชื้อในอากาศ

การใช้ในตู้ปลาเพื่อฆ่าเชื้อป้องกันตะไคร่

การใช้รังสีเพื่อความงาม

การใช้รังสี UV เพื่อดักจับแมลง

การใช้รังสี UV ในเครื่องตรวจธนบัตร

ปัจจุบันได้มีการพัฒนามาเป็น Baby UV Sterilizer ตู้อบแห้งฆ่าเชื้อด้วยแสงยูวี ที่เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนึง ที่ทุกบ้านต้องมี โดยเฉพาะบ้านที่มีลูกเล็กๆ หรือผู้ป่วย ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ ที่ต้องดูแลเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ

เพราะเชื้อโรคมีขนาดเล็กและซ่อนอยู่ในสิ่งต่างๆ รอบๆ ตัวเรา  คุณพ่อคุณแม่อย่างเราจึงต้องจัดการกับเชื้อโรค ที่อาจจะมาปนเปื้อนอยู่ในสิ่งของเครื่องใช้ของเรา โดยเฉพาะกับของใช้ของลูกน้อยที่ยังไม่มีภูมิต้านทาน ซึ่งมีโอกาศป่วยจากการสัมผัสสิ่งปนเปื้อนได้ง่าย

Prince&Princess จึงผลิต Baby UV Sterilizer ตู้อบแห้งฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UV ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ในการดูแลลูกน้อยอย่างเหนือกว่า ผลิตและรับรองคุณภาพพร้อมผ่านการทดสอบในห้องวิจัยถึงประสิทธิภาพการทำงานในการฆ่าเชื้อในประเทศเกาหลี

ฆ่าเชื้อโรคอะไรได้บ้าง

  • Escherichia coli หรือ E. coli(อิโคไล) เป็นเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ทำให้ถ่ายอุจจาระเหลว หรือเป็นน้ำ
  • Staphylococcus aureus เป็น แบคทีเรียที่ก่อโรคอาหารเป็นพิษ หลังจากรับประทานอาหาร ที่มีแบคทีเรีย ปนเปื้อนเข้าไปประมาณ 1-6 ชั่วโมง อาการของโรคคือ คลื่นไส้อาเจียน ท้องร่วง ปวดศีรษะ มีการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิตเป็นระยะๆ อาการมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ในบางรายรุนแรงอาจช็อคได้
  • Salmonella Typhimurium แบคทีเรียชนิดนี้หากพบในอาหารเพียงเล็กน้อยก้ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยได้ เช่น ไข่ดิบ นมดิบ เนย ไอศกรีม เนยแข็ง และผักบางชนิด อาการจะเกิดขึ้นหลังบริโภค 6-48 ชั่วโมง อาการทั่วไป ชีพจรเต้นช้ากว่าปกติ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน ปวดศีรษะ ปวดท้อง มีไข้ หนาวสั่นและอ่อนเพลีย ผู้ป่วยอาจเสียชีวิตด้วยโรคนี้เนื่องจากเลือดออกในลำไส้เล็ก และลำไส้ทะลุ
  • Pseudomonas aeruginosa เชื้อโรคชนิดนี้จะมีการติดเชื้อกับผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำมีอาการภูมิแพ้ หรือป่วยมากๆ ก่อให้เกิดโรคปอดบวม และสามารถติดเชื้อได้ในหลายส่วนของร่างกาย คนสุขภาพดีก็สามารถติดเชื้อได้ จากการอาบน้ำหรือเล่นน้ำ ในสระว่ายน้ำที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ ซึ่งโรคติดเชื้อ ที่ผิวหนังนี้มักจะเกิดการสับสนกับโรคอีสุกอีใส และจะเกิดอาการรุนแรงได้กับผู้ที่มีเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย

ใช้ฆ่าเชื้อได้กับหลากหลายผลิตภัณฑ์

  • สามารใช้ฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนของเล่นและของใช้อื่นๆได้
  • สามารใช้ฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนอุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น โทรศัพท์มือถือ รีโมทคอนโทรล ที่เด็กๆ มักชอบเล่นและอาจนำเข้าปาก

4 ขั้นตอนง่ายๆ เพื่อสุขอนามัยที่ดี กับ Baby UV Sterilizer

  1. ล้างภาชนะให้สะอาด ล้างทำความสะอาดขวดนม และผลิตภัณฑ์สำหรับลูกน้อย ด้วยน้ำยาทำความสะอาดออแกร์นิค และล้างด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด
  2. นำภาชนะวางเรียงแบบหงาย ควรสะบัดน้ำออกและวางเรียงแบบหงายขึ้น เพื่อให้การอบแห้งทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ควรสะบัด 4-5 ครั้ง เพื่อให้ละอองน้ำเหลือน้อยที่สุด
  3. กดปุ่ม Auto 1 ครั้ง รอเวลา 30 นาที ระบบ Auto เหมาะสำหรับฆ่าเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนในขวดนมเด็กอ่อน รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ไม่สามารถล้างทำความสะอาดได้ ด้วยการทำงานอย่างเป็นระบบ ตู้อบฆ่าเชื้อระบบแสง UV สามารถฆ่าเชื้อและจัดเก็บขวดนมและของใช้เด็กอ่อนอื่นๆ ไว้ในตู้ให้แห้งพร้อมใช้โดยปราศจากความชื้นที่อาจก่อให้เกิดเชื้อราได้ ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ สามารถทำความสะอาดขวดนมได้มากถึง 16 ขวดในเวลาเดียวกัน

(ใช้เวลา 30 นาที อบแห้ง 20 นาที ฆ่าเชื้อด้วย UV 5 นาที (ระบายอากาศไปพร้อมๆกับการอบแห้งและฆ่าเชื้อ 30 นาที)

  1. นำภาชนะออกมาใช้งานได้เลย เมื่อทำการฆ่าเชื้อโรคด้วยUV จนจบกระบวนการ 30 นาที สามารถนำภาชนะออกมาใช้งานได้ทันที หรือหากยังไม่ได้ใช้งาน ก็สามารถเก็บภาชนะนั้นไว้ในตู้อบแห้งฆ่า Baby UV Sterilizer ได้ เมื่อต้องการนำออกมาใช้ ก็ไม่ต้องทำการฆ่าเชื้อซ้ำให้เสียเวลา

หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำอย่างถูกต้อง ได้ที่

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หลายคนมักสงสัยว่า “ลูกต้องใช้หมอนไหม?” “ถ้าไม่ใช้ หัวจะไม่สวยหรือเปล่า?” คำถามนี้สำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องทั้ง “ความปลอดภัย” และ “พัฒนาการของลูก” โดยตรง ทารกแรกเกิด “จำเป็นต้องใช้หมอนไหม?” ทารกแรกเกิด (0–6 เดือน) โดยทั่วไป “ไม่จำเป็นต้องใช้หมอน” เพราะ: การนอนบนที่นอนเรียบและปลอดภัย คือสิ่งที่เหมาะที่สุดในช่วงนี้ แล้ว “หมอนหัวทุย” จำเป็นไหม? หมอนหัวทุย (Baby Head Shaping Pillow) ถูกออกแบบมาเพื่อ: แต่ “ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับทุกคน” กรณีไหนที่ “อาจพิจารณาใช้หมอนหัวทุย” ควรใช้ควบคู่กับ: แนะนำหมอนทารกที่ออกแบบเพื่อความสบายและความปลอดภัย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาหมอนทารก BabyGift แนะนำให้เลือก “หมอนที่ออกแบบเฉพาะสำหรับเด็ก” และมีวัสดุที่ปลอดภัย 1. หมอนเด็กเวทาเจล – BALANCE ON เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการตัวช่วยดูแล “รูปทรงศีรษะ” ควบคู่กับความสบาย 2. OXY BABY Pillow หมอนหัวทุย เป็นตัวเลือกที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้คุณพ่อคุณแม่ในช่วงแรก สิ่งที่ต้องระวัง […]

เคล็ดลับการฝึกลูกนั่งคาร์ซีท car seat จากประสบการณ์จริงคุณแม่ลูกสอง โดย แม่ป่าน เพจ เลี้ยงลูกอย่างมีความสุข by mommy Arpan 1. ฝึกเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ : ถ้าเป็นไปได้จัดเตรียมคาร์ซีท car seat ไว้ก่อนคลอด และให้ลูกนั่งตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล จะช่วยสร้างความคุ้นเคยให้กับทั้งตัวลูกและพ่อแม่ 2. ต่อเนื่อง และสม่ำเสมอจนกลายเป็น routine (กิจวัตร) : ไม่ว่าจะไปไหน ใกล้หรือไกลต้องให้เด็กนั่ง car seat ทุกครั้ง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ ปฏิบัติจนคุ้นชิน และทุกอย่างจะง่ายขึ้นเองค่ะ 3. ปรับทัศนคติให้ตรงกัน (ปัญหาหลักที่หลายบ้านพบเจอ) : โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในบ้านที่อาจจะยังไม่เข้าใจ หรือยังมองไม่เห็นความสำคัญ ลองนั่งพูดคุยบอกเล่าเหตุการณ์ๆต่างๆในข่าว ที่เวลาเกิดอุบัติเหตุและเด็กที่นั่ง car seat รอดชีวิต เปรียบเทียบกับเด็กที่ไม่ได้นั่งและเกิดความสูญเสียร้ายแรงตามมา และลองคุยปรับความเข้าใจกับท่านดู เชื่อว่าถ้าท่านรักและห่วงหลานๆเป็นทุน ยังไงวันหนึ่งท่านจะเข้าใจค่ะ อีกวิธีหนึ่งที่แนะนำคือลองหาวิดิโอใน Youtube สาธิตแรงกระแทกที่เกิดขณะรถชน (จะมีสาธิตเปรียบเทียบระหว่างมีคนอุ้มเด็ก กับเด็กนั่งคาร์ซีท ….หวังว่าภาพที่เห็นจะสามารถเปลี่ยนใจของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านได้นะคะ […]

เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก พับเล็กอย่างเดียวไม่พอ เอาที่ลูกนั่งสบายด้วยนะคะ เพราะรถเข็นเด็กคือที่พักผ่อนของเด็กๆ คุณสมบัติที่สำคัญและจำเป็นจริงๆ คือ แนะนำคุณพ่อคุณแม่ที่เลือกรถเข็นเด็กไปเมืองนอก แนะนำรถเข็นเด็ก Aprica Magical Air แบบน้องอลิน-อลัน คันนี้แม่โอปปลื้มมาก จนต้องบอกต่อใน IG พิสูจน์แล้วโดยคุณแม่เซเลปคนดัง มั่นใจในผลิตภัณฑ์เด็ก Aprica #แท็กสามี #แท็กเพื่อน แล้วจัดทริปเลยค่ะ Aprica รถเข็นเด็ก สำหรับวัยแรกเกิดอย่างแท้จริงๆ คิดค้นและวิจัยโดยกุมารแพทย์ จากประเทศญี่ปุ่น

อายุครรภ์คืออะไรกันนะ? เมื่อตั้งท้อง สิ่งหนึ่งที่เป็นคำถามยอดฮิตเลยก็คือ “ท้องกี่เดือน” หรือ “คลอดเมื่อไหร่” การที่เราจะตอบคำถามพวกนี้ได้นั้นเราจะต้องทราบอายุครรภ์ของเราก่อนค่ะ พูดง่าย ๆ อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่ลูกของเราได้อยู่ในท้องของเรามา แต่ถ้าหากจะพูดให้ดูมีหลักการหน่อยแล้ว อายุครรภ์ก็คือระยะเวลาที่นับตั้งแต่วันแรกของรอบเดือนล่าสุดของเรามาจนถึงปัจจุบัน โดยทั่วไปแล้วนั้น อายุครรภ์ที่นับจนถึงกำหนดคลอดควรจะเท่ากับ 40 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ เราจะรู้อายุครรภ์ของเราได้อย่างไร? 1. การตรวจภายในโดยวัดขนาดของมดลูก ฟังดูน่ากลัวนิดนึงใช่มั้ยคะ วิธีนี้สามารถกะอายุครรภ์โดยประมาณของคุณแม่ได้ แต่ก็ไม่ได้แม่นยำเท่าไหร่หรอกนะ เพราะว่าเด็กแต่ละคนตัวใหญ่เล็กไม่เท่ากัน อาจมีคลาดเคลื่อนบ้าง 2. การอัลตราซาวด์ วิธีการตรวจแบบนี้จะตรวจได้เมื่อตอนอายุครรภ์สัก 5-6 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนถ้าอยากได้ผลแม่น ๆ หน่อยก็อาจจะมาตรวจช่วง 8-18 สัปดาห์ก็ได้นะ สำหรับวิธีนี้คุณหมอก็จะใช้วิธีการวัดขนาดของมดลูกเช่นกัน แต่จะเป็นการวัดผ่านการทำอัลตราซาวด์ แม้จะไม่ได้ตรงเป๊ะแบบ 100% แต่ก็ไม่คลาดเคลื่อนมากค่ะ 3. การนับรอบเดือน การนับรอบเดือนจะสามารถใช้ได้กับคุณแม่ที่มีรอบเดือนแบบมาสม่ำเสมอ ตรงกันทุกเดือน สามารถนับได้โดยการนับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด ให้ถือว่าวันนั้นเป็นวันแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ วันนี้คุณแม่ไปพบคุณหมอครั้งแรก คุณหมอจะประเมินวันคลอดคร่าว ๆ ด้วยการนับรอบเดือนแบบนี้แหละ เพราะงั้นทางที่ดี เราควรจะจดรอบเดือนของเราทุกเดือนนะ เราทราบอายุครรภ์กันเพื่ออะไร? การทราบอายุครรภ์นั้นมีประโยชน์แน่นอนค่ะ อย่างแรกคือเราก็จะทราบได้ว่าเราจะคลอดเมื่อไหร่หรือประมาณช่วงไหน จะได้เตรียมตัวได้ถูก […]

ช่วงนี้บอกได้เลยว่า กราฟความเป็นห่วงและกังวลของแม่ๆ ก็คงจะพุ่งปรี๊ดทะลุเพดาน เพราะมีเชื้อโรคตัวร้ายอย่าง COVID ที่ความร้ายกาจนั้นอยู่ที่มันมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเกิดมายุคไหน ก็คงจะหนีไม่พ้นจากการปลูกฝังให้ล้างมือ แต่เด็กๆ ยุคนี้จะไม่หยุดอยู่แค่ที่ล้างมือค่ะ เพราะเราจะมีขั้นตอนเพื่อสุขอนามัยที่ดีที่เยอะกว่านั้น มาดูกันเลยค่ะ ว่ายุคแห่งสงคราม “โรค” เช่นนี้ เราจะฝึกให้ลูกน้อยดูแลสุขอนามัยของตัวเองยังไงได้บ้าง 1. ล้างมือให้นานกว่าเดิม เพิ่มเติมคือมีท่า  ตอนนี้คงจะพูดแค่ว่าให้ล้างมือให้สะอาดไม่ได้อีกต่อไป แต่จะต้องเน้นให้ล้างมือนานกว่าเดิม เพราะมือที่ดูเหมือนว่าสะอาดแล้ว อาจจะไม่ได้สะอาดอย่างที่เห็น การล้างมือที่ถูกต้องที่เราอยากให้คุณแม่ปลูกฝังลูกๆ ก็คือการล้างมือแบบ 7 ขั้นตอนค่ะ ลองมาดูกันนะ ว่าทำแบบไหนบ้าง แม้ขั้นตอนจะดูเยอะไปซักนิด แต่คุณแม่มั่นใจได้เลยค่ะ ว่าถ้าลูกน้อยทำครบ 7 ขั้นตอนนี้ ต่อให้เชื้อโรคที่แฝงตัวอยู่ในซอกเล็บยังต้องกลัว! การันตีมือสะอาดหมดจด ตั้งแต่ข้อมือยันปลายเล็บเลยล่ะ! 2. มือกับหน้า ไม่ควรมาเจอกัน  แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะบังคับไม่ให้ลูกๆ ใช้มือสัมผัสหน้า แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามไม่ได้นะคะ คุณแม่อาจจะต้องค่อยๆ สอนไป อาจจะแกล้งบอกเค้าว่ามือกับหน้าโกรธกันอยู่ ไม่ควรมาเจอกัน หรือเวลาลูกจะใช้มือมาจับที่หน้า อย่าดุ อย่าทำเสียงดัง หรือทำให้เค้าตกใจ แต่ใช้วิธีเบี่ยงเบนความสนใจให้เค้าใช้มือไปจับอย่างอื่นแทน ถ้าวิธีพวกนี้ไม่เวิร์ค เราอาจจะใช้วิธีคุยกับเค้าไปตรงๆ เล่าให้เค้าฟังว่าที่มือของเค้ามีเชื้อโรค ซึ่งมันจะมากัดที่หน้าถ้าเผลอเอามือไปจับก็ได้เช่นกันค่า […]

คุณอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเชิญให้เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่บุคลลากรทางการศึกษา จำนวน 70 ท่าน ภายใต้ชื่อ “ความจำเป็นของคาร์ซีทและการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ถูกวิธี” ณ โรงเรียนเลิศหล้า ทั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธี เพื่อให้บุคลลากรทางการศึกษาได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของคาร์ซีท และสามารถนำมาปรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event