พวกเรารักคาร์ซีท!!!

ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว

ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆเรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  ของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย

  • สร้างความผูกพันกับเก้าอี้ อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งเก้าอี้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน
  • มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้
  • เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย)
  • เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ หรือเลือกเปิดเพลงที่ลูกชอบแล้วร้องไปด้วยกันก็ได้
  • หยุดพักบ้าง หากต้องเดินทางไกลควรเลือกใช้เก้าอี้ปรับนอนเอนได้ และจอดพักสักครู่เพื่อให้ลูกได้ยืดเส้นยืดสาย

เคล็ดลับก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีท

อายุประเภทของคาร์ซีทคำแนะนำทั่วไป
เด็กอ่อนคาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อนเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และมีน้ำหนักน้อยกว่า 9 kg.
– ต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ เพราะคอยังไม่แข็งพอรับแรงกระแทกขณะรถวิ่ง
เด็กก่อนวัยเรียนเก้าอี้แบบหันหน้าออกเด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป หรือหนัก 9 kg. ขึ้นไป
เด็กเล็กวัยเรียนเบาะรองนั่งเด็กควรสูงอย่างน้อย 120 cm.
และต้องมั่นใจว่าเข็มขัดนิรภัยพาดที่ไหล่และต้นขาของเด็กอย่างพอดี
เด็กโตเข็มขัดนิรภัยเด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป และต้องสูงพอที่จะนั่งห้อยขาบนเบาะได้
– เข็มขัดนิรภัยต้องพาดอย่างพอดีโดยไม่รัดคอหรือติดที่พุง และต้องระวังไม่ให้เด็กเอามือ ออกมานอกสายนิรภัยด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ Real-Parenting

สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคาร์ซีทเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาและแนะนำได้อย่างถูกต้อง

หรือช่องทางออนไลน์ :

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ใกล้คลอดแล้ว คุณแม่ตั้งครรภ์หลายๆคนอาจกำลังกังวลกับการ ผ่าคลอด วันนี้ Baby Gift ได้รวบรวมความรู้มาให้คุณแม่ได้เห็นอีกมุมของการ ผ่าคลอด ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดเลย มาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ โดยปกติแล้วคุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่คลอดธรรมชาติเอง ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) เพราะเชื่อว่าการคลอดแบบธรรมชาตินั้นฟื้นตัวไว เสียเลือดน้อย และกลับสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้คุณแม่มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้นในการคลอดลูก ซึ่งหนึ่งในวิธีที่คนนิยมมากก็คือ “การผ่าคลอด” โดยการผ่าคลอด แบ่งเป็น 2 กรณี คือ  1. ผ่าคลอด แบบวางแผนมาก่อน เมื่อคุณแม่มีความเสี่ยงที่จะคลอดเองไม่ได้ หรือคุณหมอเห็นเหตุจำเป็นที่ต้องกำหนดวันผ่าคลอด ได้แก่ คุณแม่สุขภาพไม่ดีมีความเสี่ยงสูง คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน คุณแม่ท้องแฝดไม่สามารถคลอดเองตามธรรมชาติได้ รวมไปถึงทารกที่อยู่ในท่าผิดปกติ หรือทารกอยู่ในภาวะวิกฤตมีความเสี่ยงสูงจำเป็นต้องผ่าคลอดออกมาโดยเร็ว 2. ผ่าคลอด แบบฉุกเฉิน คุณแม่บางคนเกิดภาวะความเสี่ยงกะทันหัน  จำเป็นต้องได้รับการผ่าคลอดแบบฉุกเฉินโดยเร็วที่สุดเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อย ข้อดีของการ “ผ่าคลอด”  ปัจจุบันการผ่าคลอด ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด การผ่าคลอด จึงเป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับคุณแม่ยุคนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือกการคลอดแบบไหน สิ่งสำคัญที่สุดก็คือให้คุณแม่และลูกน้อยปลอดภัย หากคุณแม่รู้สึกไม่มั่นใจหรือเป็นกังวล ควรเข้ารับคำปรึกษาจากคุณหมอเพื่อวางแผนเลือกวิธีการคลอดที่ปลอดภัยที่สุดต่อคุณแม่และลูกน้อย คุณแม่สามารถอ่านข้อมูลข่าวสารอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ Baby Gift หากมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถปรึกษาทีม Baby Gift Expert เรายินดีให้คำแนะนำค่ะ

การดูแลตัวเองในช่วงให้นมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้แม่มีสุขภาพแข็งแรง สามารถสร้างน้ำนมได้อย่างเพียงพอ ซึ่งนอกจากวิธีต่างๆ ที่จะช่วยกระตุ้นน้ำนมแม่แล้ว การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมด้วยอาหารการกินก็จะทำให้แม่มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถให้นมลูกได้อย่างปลอดภัยและเต็มที่อีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้ BabyGift จะชวนคุณแม่มาดูแลตัวเองในช่วงให้น้ำนม ตามมาดูกันค่ะ ว่าคุณแม่ให้นมควรกิน หรือไม่ควรกินอะไรบ้าง  เช็กลิสต์ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ? ชวนคุณแม่เช็กกินอะไรได้บ้าง ช่วงให้นม !  นอกจากการดูแลตัวเองแบบพื้นฐาน เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำสะอาด พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายที่ไม่หนัก เช่น เดิน โยคะ ว่ายน้ำ ดูแลจิตใจให้ไม่เครียด รวมถึงการเลี่ยงสารเสพติดทุกชนิดแล้วนั้น คุณแม่ที่ให้นมลูก ห้ามกินอะไรอีกบ้าง ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่ม ลองมาดูรายละเอียดกันต่อดีกว่าค่ะ  ให้นมลูก ห้ามกินอะไรบ้าง ?  อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงให้นมมีอะไรกันบ้าง BabyGift เตรียมข้อมูลมาให้ด้วยกัน 7 ข้อ แต่ละข้อมีรายละเอียดยังไงมาดูกันค่ะ  แล้วให้นมลูก ควรกินอะไร ?  สำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูกนั้น นอกจากการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เพิ่มพวกโปรตีน ธัญพืช แป้งไม่ขัดสี กินผลไม้ และดื่มน้ำให้มากพอแล้วนั้น […]

การเริ่มต้นดูแลชีวิตใหม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โภชนาการเป็นสิ่งที่คุณแม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะผลไม้ที่คนท้องควรกิน ซึ่งเปรียบเสมือนคลังวิตามินจากธรรมชาติที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกและบำรุงสุขภาพคุณแม่ให้แข็งแรง การเลือกทานผลไม้อย่างถูกวิธีในช่วงตั้งครรภ์ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ แต่ยังช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในทุก ๆ วัน รวม 7 ผลไม้ที่คนท้องควรกิน เพื่อสารอาหารที่ดีที่สุด หากคุณแม่กำลังสงสัยว่า คนท้องควรกินผลไม้อะไรที่จะส่งผลดีที่สุดต่อลูกน้อยในครรภ์ วันนี้เราได้รวบรวม 7 สุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็น เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกทานของว่างที่มีประโยชน์และปลอดภัย ดังนี้ 1. ส้ม แหล่งโฟเลตและวิตามินซีช่วยบำรุงสมองทารก ส้มจัดเป็นอันดับต้น ๆ ของผลไม้ที่คนท้องควรกิน เพราะอุดมไปด้วยโฟเลต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความพิการทางสมองและระบบประสาทของทารก นอกจากนี้ วิตามินซีสูงในส้มยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คุณแม่ และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้ดียิ่งขึ้น ลดภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี 2. กล้วย มีโพแทสเซียมสูงช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ดี กล้วยเป็นตัวช่วยชั้นยอดสำหรับคุณแม่ที่ประสบปัญหาแพ้ท้องหรือตะคริว เนื่องจากมีโพแทสเซียมและวิตามินบี 6 สูง ซึ่งช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุในร่างกายและลดอาการคลื่นไส้ได้ อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกที่คุณแม่มักพบเจอจากการที่มดลูกขยายตัวไปกดทับลำไส้ใหญ่ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้คล่องตัวขึ้น 3. อะโวคาโด ให้ไขมันดีและโฟเลตสูงสุดในกลุ่มผลไม้ หากถามว่า คนท้องควรกินผลไม้อะไร เพื่อบำรุงหัวใจและสมอง อะโวคาโดคือคำตอบ เพราะอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Healthy Fats) ที่จำเป็นต่อการพัฒนาเนื้อเยื่อสมองของลูกน้อย นอกจากนี้ยังมีโฟเลตสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น ช่วยป้องกันภาวะบกพร่องของไขสันหลัง และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่อีกด้วย 4. ฝรั่ง อุดมด้วยวิตามินซีและใยอาหารช่วยการขับถ่าย […]

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ ที่กำลังจัดเตรียมอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ สำหรับลูกน้อย อาจได้รับคำแนะนำจากเพื่อนๆ หรือแพทย์ สำหรับการจัดเตรียมอุปกรณ์ ฆ่าเชื้อโรคของใช้ต่างๆ ให้พร้อมก่อนคลอด จากในอดีตหลายๆ บ้าน อาจคุ้นเคยกับการลวกด้วยน้ำร้อน 100 องศาขึ้นไป ในการฆ่าเชื้อขวดนม ภาชนะ ไปจนถึงเสื้อผ้า ปลอกหมอนผ้าปูที่นอน ของเด็กได้ แต่ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิดในปัจจุบัน ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านอดห่วงไม่ได้ว่าเชื้อไวรัสนั้นจะหลุดรอดเข้ามาถึงตัวลูกน้อยของเราได้จากของใช้อื่นๆ ที่ไม่สามารถฆ่าเชื้อด้วยการ ลวก หรือการนึ่งได้ และมีบทความทางการแพทย์มากมาย ระบุว่า การนำพลาสติกไปลวกด้วยความร้อนสูง จะก่อให้เกิดการตกค้าง ปนเปื้อนของ ไมโครพลาสติก ที่สามารถเข้าสู่ร่างกายของลูกน้อยก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ จึงมีการผลิตคิดค้น และนำเข้า เครื่องอบยูวี สำหรับใช้ในบ้าน ซึ่งเป็นการใช้พลังงานจากรังสี UV-C ในการฆ่าเชื้อโรคร้ายที่อาจติดอยู่ตามข้าวของเครื่องใช้ของลูกน้อย และฆ่าเชื้อของใช้คุณพ่อคุณแม่ได้อีกด้วย ประโยชน์ของรังสี UV-C ส่วนประกอบสำคัญของ เครื่องอบ UV-C คือหลอด UV-C ซึ่งมีคุณสมบัติในการปล่อยรังสี UV-C มาใช้ในการฆ่าเชื้อโรคได้จริง แม้แต่เชื้อไวรัสโควิดก็ไม่รอด ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก และมีผลวิจัยต่างๆ จากหลากหลายสถาบันยืนยันแล้วว่า รังสี UV-C สามารถฆ่าเชื้อไวรัสโควิดได้ 99.99% […]

 ฝึกลูกกินข้าวเอง หรือคำที่คุ้นหูกันในปัจจุบันอย่าง BLW (Baby Led Weaning) คือวิธีการที่ให้ลูกรู้จักหยิบอาหารกินเอง โดยอาหารจะไม่ใช่พวกอาหารปั่น อาหารบด แต่เป็นอาหารที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มีความนุ่ม และหยิบจับได้ วิธีการนี้จะทำให้ลูกได้รู้จักและคุ้นเคยกับอาหารที่เป็นของแข็งมากยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้เหมาะกับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป และสามารถนั่งได้เอง โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วย ฝึกลูกกินข้าวเอง มีประโยชน์อย่างไร           การให้ลูกกินข้าวเองนั้น นอกจากจะช่วยให้ลูกรู้จักอาหารที่เป็นของแข็งมากขึ้นแล้ว ยังมีส่วนในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย และด้านความคิดอีกด้วย 1. สร้างทัศนคติที่ดีต่อการกินของลูก            ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง ช่วยให้ลูกมีความสุขกับการทานอาหารมากยิ่งขึ้น เพราะลูกได้สนุกกับการกิน สนุกกับการเลียนแบบท่าทางระหว่างการกินอาหาร ทำให้ไม่ต้องคอยหลอกล่อให้ลูกกินข้าว 2. ฝึกพัฒนาการการใช้กล้ามเนื้อมือ           การให้ลูกได้หยิบจับอาหาร ทำให้ได้ฝึกการใช้แรงของมือ แรกๆอาหารอาจจะมีร่วงหล่นจากมือบ้าง หรืออาหารเละคามือบ้าง แต่ก็เป็นการให้ลูกได้ฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือและน้ำหนักของมือ 3. ฝึกพัฒนาการการเคี้ยวและความคิด       […]

นมแม่ คืออาหารมหัศจรรย์ของลูกน้อย อุดมด้วยสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด ที่ครบถ้วนและเหมาะสมที่สุดสำหรับลูกน้อย ซึ่งคุณค่าสารอาหารในนมแม่ สำคัญที่สุดต่อการช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกทุกด้าน ได้แก่ อุ่นนมแม่ให้ถูก ลูกได้คุณค่าเต็มที่ เมื่อรู้ว่านมแม่มีคุณค่ามหาศาลอย่างนี้แล้ว คุณแม่ต้องให้ลูกน้อยกินนมแม่ให้นานที่สุด  เพื่อให้ลูกได้รับคุณค่าน้ำนมให้มากที่สุด ด้วยการทำสต๊อกนมแม่เก็บไว้ให้ลูก และให้ความสำคัญกับการอุ่นนมแม่ที่แช่แข็งหรือทำสต๊อกไว้มาให้ลูกกินด้วย เพราะหากอุ่นนมแม่ไม่ถูกวิธี อาจทำให้ลูกเจ็บป่วยท้องเสีย แถมยังสูญเสียสารอาหารที่มีคุณค่าในนมแม่ไป   เราจึงขอแนะนำวิธีการอุ่นนมที่ถูกต้อง เพื่อให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารที่ดีที่สุดมาฝากกันค่ะ วิธี อุ่นนมแม่ จากช่องแช่แข็ง ปัจจุบันมีเครื่องอุ่นนม ที่ช่วยอำนวยความสะดวกคุณแม่ในการละลายนมแม่แช่แข็ง ซึ่งมีการทำงานที่หลากหลายทั้งอุ่นนม ละลายน้ำแข็ง อุ่นอาหาร และฆ่าเชื้อได้  โดยคุณแม่ควรพิจารณาเลือกซื้อที่มีมาตรฐานความปลอดภัย  สามารถเลือกปรับอุณหภูมิได้ตามความเหมาะสม เพื่อรักษาคุณค่าของนมแม่ไว้ให้ครบถ้วน ข้อควรระวัง เรื่องเข้าใจผิดของการ อุ่นนมแม่ ทำเสียคุณค่าน้ำนม  ข้อมูลเพิ่มเติม :https://www.si.mahidol.ac.th/th/division/HpH/admin/news_files/718_49_1.pdf, FB: สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ,https://www.phyathai.com/https://library.thaibf.com/ (คลังข้อมูล มูลนิธิศูนย์นมแม่แห่งประเทศไทย)

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid