พวกเรารักคาร์ซีท!!!
ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว
ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆเรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย
- สร้างความผูกพันกับเก้าอี้ อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งเก้าอี้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน
- มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้
- เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย)
- เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ หรือเลือกเปิดเพลงที่ลูกชอบแล้วร้องไปด้วยกันก็ได้
- หยุดพักบ้าง หากต้องเดินทางไกลควรเลือกใช้เก้าอี้ปรับนอนเอนได้ และจอดพักสักครู่เพื่อให้ลูกได้ยืดเส้นยืดสาย
เคล็ดลับก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีท
| อายุ | ประเภทของคาร์ซีท | คำแนะนำทั่วไป |
| เด็กอ่อน | คาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อน | เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และมีน้ำหนักน้อยกว่า 9 kg. – ต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ เพราะคอยังไม่แข็งพอรับแรงกระแทกขณะรถวิ่ง |
| เด็กก่อนวัยเรียน | เก้าอี้แบบหันหน้าออก | เด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป หรือหนัก 9 kg. ขึ้นไป |
| เด็กเล็กวัยเรียน | เบาะรองนั่ง | เด็กควรสูงอย่างน้อย 120 cm. และต้องมั่นใจว่าเข็มขัดนิรภัยพาดที่ไหล่และต้นขาของเด็กอย่างพอดี |
| เด็กโต | เข็มขัดนิรภัย | เด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป และต้องสูงพอที่จะนั่งห้อยขาบนเบาะได้ – เข็มขัดนิรภัยต้องพาดอย่างพอดีโดยไม่รัดคอหรือติดที่พุง และต้องระวังไม่ให้เด็กเอามือ ออกมานอกสายนิรภัยด้วย |
ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือ Real-Parenting
สามารถสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคาร์ซีทเพิ่มเติมได้จากผู้เชี่ยวชาญที่ให้คำปรึกษาและแนะนำได้อย่างถูกต้อง
หรือช่องทางออนไลน์ :
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium
สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)
บทความแนะนำ
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าเจ้าตัวเล็กมักมาพร้อมกับความกังวลใจ โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อให้วันสำคัญราบรื่นที่สุด บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมทุกรายละเอียดสำคัญมาไว้ให้คุณแม่แล้ว เพื่อให้มั่นใจและพร้อมรับมือกับทุกสัญญาณเตือนจากร่างกายก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด และเอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิด การเตรียมเอกสารเตรียมคลอดให้พร้อมใส่กระเป๋าไว้ล่วงหน้าช่วยลดความฉุกละหุกได้มหาศาล โดยแบ่งเป็นส่วนที่ใช้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา และส่วนที่ใช้สำหรับการแจ้งเกิดเพื่อขอรับสูติบัตรให้กับลูกน้อย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความสำคัญเท่ากันและคุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารทุกฉบับให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดคลอด เอกสารส่วนตัวสำหรับติดต่อโรงพยาบาลที่ต้องพกติดตัว ส่วนแรกคือเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด เพื่อใช้ในการลงทะเบียนผู้ป่วยและประวัติทางการแพทย์ เอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมล่วงหน้า หลังจากลูกน้อยลืมตาดูโลก เอกสารเตรียมคลอดในส่วนของการแจ้งเกิดจะต้องถูกนำมาใช้ทันที กรณีแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านอื่น ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มบ้าง? หากต้องการแจ้งเกิดและย้ายชื่อลูกเข้าทะเบียนบ้านที่บิดามารดาไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ต้องใช้เอกสารเตรียมคลอดเพิ่มเติมดังนี้ เตรียมความพร้อมขั้นสุดกับ BabyGift ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องของใช้แม่และเด็ก นอกจากเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดแล้ว การมีตัวช่วยที่รู้จริงเรื่องสินค้าแม่และเด็กจะทำให้คุณแม่สบายใจขึ้นมาก ที่ BabyGift เราคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมคุณภาพสูงเพื่อเตรียมทำสต็อกน้ำนม หรืออุปกรณ์เดินทางที่ต้องใช้ในวันออกจากโรงพยาบาลอย่าง คาร์ซีทมาตรฐานโลก เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก สรุปการเตรียมตัวเพื่อวันสำคัญที่สมบูรณ์แบบ การเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และของใช้ให้พร้อมเป็นเสมือนการสร้างเกราะความมั่นใจให้กับคุณแม่ เมื่อเอกสารครบ ข้าวของพร้อม คุณแม่ก็สามารถทุ่มเทความสนใจไปที่การดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อรอพบหน้าเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่ BabyGift ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างพ่อแม่มือใหม่เสมอ พร้อมสนับสนุนทุกครอบครัวด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง หากสงสัยว่าควรเลือกเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูก เราพร้อมอยู่ข้างคุณเสมอ สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารเตรียมคลอด เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดควรเตรียมไว้ตอนกี่สัปดาห์? คุณแม่ควรเริ่มรวบรวมเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด ใส่แฟ้มหรือกระเป๋าเตรียมคลอดไว้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ 32-34 สัปดาห์ เพราะอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนจะช่วยลดความวุ่นวายได้ดีที่สุด […]
เมื่อเริ่มตังครรภ์ มีเจ้าตัวเล็กเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย คุณแม่ทุกคนก็ต้องตื่นเต้นอยากเจอหน้าลูกและสงสัยว่า พัฒนาการทารกในครรภ์ ไปถึงไหนแล้วใช่ไหมคะ เราจึงนำพัฒนาการของลูกน้อยตลอดเก้าเดือนที่อยู่ในท้องของคุณแม่มาให้ชมกัน เบบี้กิ๊ฟขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ทุกท่านด้วยนะคะ ลูกน้อยตัวโตแค่ไหนแล้ว เราลองเทียบกับผลไม้ให้ดูค่ะ พัฒนาการทารกในครรภ์ ที่คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 1 พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 1 คุณแม่ส่วนใหญ่จะรู้ตัวว่าตั้งครรภ์ก็เข้าเดือนที่สองไปแล้ว เพราะว่าในเดือนแรกนี้จะเป็นช่วงที่ไข่กับอสุจิเข้าผสมกัน มีการแบ่งเซลล์แล้วก็ฝังตัวของเอ็มบริโอ ซึ่งในระยะนี้เจ้าหนูน้อยก็จะเล็กจิ๋วมาก ๆ เลยล่ะค่ะ มีขนาดไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้นเอง ส่วนการพัฒนาหลัก ๆ ก็จะเป็นการพัฒนาในส่วนของรก เพื่อเตรียมพร้อมรอรับสารอาหารจากคุณแม่ พัฒนาการทารกในครรภ์ เดือนที่ 2 พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 2 เดือนนี้แหละที่คุณแม่หลาย ๆ ท่านจะเริ่มรู้ตัว มีอาการแพ้ท้อง แล้วก็ไปหาคุณหมอเพื่อการฝากครรภ์กันแล้ว ในช่วงเดือนนี้ลูกน้อยจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก ประมาณ 2-3 เซนติเมตร แต่ก็จะยังไม่ได้รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างอะไรมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพัฒนาของระบบประสาท เนื้อเยื่อเส้นใยประสาท แล้วก็ไขสันหลัง คุณแม่สามารถทำอัลตราซาวด์เพื่อฟังเสียงหัวใจของลูกน้อยเต้นได้แล้วนะคะ พัฒนาการทารกในครรภ์เดือนที่ 3 ทารกในครรภ์จะมีน้ำหนักประมาณ 28 กรัม และมีความยาวประมาณ 7.6 ซ.ม. แล้วค่ะ […]
การเตรียมตัวสำหรับเด็กแรกเกิดนั้นมีสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมพร้อมอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นคาร์ซีท เป้อุ้มเด็ก รถเข็นเด็ก เปลนอน ขวดนม ผ้าอ้อมสำเร็จรูป ของใช้ประจำตัวลูก ฯลฯ และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ เตียงนอนเด็กแรกเกิดซึ่งจำเป็นสำหรับลูกน้อยมาก ๆ ปัจจุบันมีคำแนะนำว่าควรมีเตียงนอนแยกจากเตียงพ่อแม่ โดยสามารถตั้งไว้ข้างๆ เตียงของพ่อแม่ได้ แต่ไม่ควรอุ้มทารกมานอนเตียงเดียวกับเรา เพื่อป้องกันการนอนทับลูกขณะหลับ ทั้งยังช่วยป้องกันลูกตื่นเวลาที่เราเผลอพลิกตัว ทำให้ลูกได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ เตียงนอนสำหรับเด็กมีกี่แบบ จะเลือกอย่างไรดี มียี่ห้อไหนน่าใช้บ้าง BabyGift มีข้อมูลมาฝากแล้วค่ะ เตียงนอนเด็กแรกเกิดจำเป็นหรือไม่ นอนกับพ่อแม่ได้หรือเปล่า ? เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนอาจเกิดความสัยขึ้นมาว่า เตียงนอนเด็กแรกเกิดนั้นมีความจำเป็นหรือไม่ สามารถให้ลูกนอนเตียงเดียวกับเราได้หรือเปล่า ? ปัจจุบันมีคำแนะนำว่าไม่ควรให้เด็กทารกนอนเตียงเดียวกับพ่อแม่ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับลูก ข้อมูลจาก สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวไว้ว่า เด็กมีโอกาสเสียชีวิตจากการถูกทับโดยพ่อแม่จนขาดอากาศหายใจและเสียชีวิต เช่น ในคุณพ่อคุณแม่บางคนที่หลับลึก นอนหลับสนิทมาก หรือรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้หลับลึก เช่น ยาแก้หวัด หรือยาชนิดอื่น ๆ ที่ทำให้หลับสนิทก็อาจเผลอพลิกตัวนอนทับลูกโดยไม่รู้ตัวจนทำให้ลูกขาดอากาศหายใจได้ หรือผ้าห่มของผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักอาจไปคลุมศีรษะเด็ก ทำให้หายใจไม่สะดวก หรือมีโอกาสที่ลูกจะถูกหมอนทับหน้าทำให้ขาดอากาศหายใจได้เช่นกัน แม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่นอนดิ้นและอาจเบียดลูกตกเตียงได้ ดังนั้นแล้ว เตียงนอนเด็กแรกเกิดโดยเฉพาะที่แยกที่นอนลูกเป็นสัดส่วนจึงสำคัญและจำเป็นมาก ๆ […]
เมื่อลูกน้อยอายุตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านก็อาจมีความจำเป็นที่จะต้องพาลูกออกจากบ้านไปทำธุระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไปหาหมอ หรือ พาไปเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะใช้รถเข็นเด็กเพื่อความสะดวกสบายของคุณพ่อคุณแม่แล้วนั้น ตัวช่วยอีกอย่างหนึ่งที่มักจะเป็นตัวเลือกของคุณพ่อคุณแม่ก็คือ เป้อุ้มเด็ก เพราะสามารถพาลูกน้อยไปได้ทุกที่ เรียกว่าเป็นตัวช่วยทุ่นแรงให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี แต่คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกำลังกังวลว่า เป้อุ้มลูกนั้น จะทำให้ เด็กขาโก่ง หรือเปล่า มีความปลอดภัยขนาดไหน ควรเลือกอย่างไรดี ในบทความนี้ BabyGift มีข้อมูลดี ๆ มาฝากกันแล้วค่ะ ตอบข้อสงสัย เป้อุ้มลูก ใช้แล้วเด็กขาโก่งไหม ? พร้อม 3 ยี่ห้อแนะนำ เป้อุ้มทารก จำเป็นหรือไม่ มีประโยชน์อย่างไร ? เป้สำหรับอุ้มเด็ก เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยทุ่นแรงกายในการอุ้มลูกน้อยวัยทารก เพราะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยด้วยมือตัวเองตลอดเวลา และไม่ต้องหาคนช่วยอุ้ม ด้วยเพราะลูกยังเล็ก ยังเดินไม่ได้ ดังนั้นการทำกิจวัตรประจำวันส่วนใหญ่ของคุณแม่จึงจำเป็นต้องอุ้มลูกไว้บ่อย ๆ ทั้งการอุ้มไล่ลม อุ้มกล่อมนอน อุ้มปลอบโยน อุ้มเดินเล่น อุ้มขณะออกไปทำธุระนอกบ้าน ซึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน แถมยังต้องอุ้มลูกตั้งแต่แรกเกิดหรือวัยทารกไปจนถึงวัยประมาณเกือบ 2 ขวบ จนเมื่อลูกเดินได้เก่ง ดังนั้นการใช้เป้อุ้มลูกก็จะช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้มาก ทำให้สามารถพาลูกน้อยไปกับเราได้ทุกที่ ทำกิจกรรมต่าง ๆ […]
Kids Item 2018-2019 ของเพจ Daddy’s day ได้แก่ แท่น แทน แท่น แท๊นนนนนน Aprica Nano smart คันนี้เลย หลายคนถามมาเรื่องรถเข็นเด็ก ว่าใช้รุ่นไหนยังไงดี ทาง Daddy’s Day ขอเลือกคันนี้เลย เอาจริงๆ รถเข็นที่บ้านมี 3 คัน ตั้งแต่ไฮเทคสุดแต่หนักมาก ไม่ไฮเทค พับง่ายแต่น้ำหนักยังหนักอยู่ จนมาลงตัวกับ Nano smart ที่สุด ชอบมากสุด ใช้ดีต้องบอกต่อเลย บ้านเราได้ทดลองใช้พาไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วย เพราะต้องเดินเยอะ แถมทางที่ไปหลายที่ มีทั้งทางเรียบ ขรุขระ ขึ้นเขาลงห้วยสารพัด รถเข็นคันนี้เอาอยู่หมด ตอบโจทย์มาก #พับเล็กพร้อมเดินทาง แบบสุดๆ 1. ที่ชอบที่สุดคือน้ำหนักเบา พกพาสะดวก เพราะรถเข็นน้ำหนักแค่ 5.6 kg เท่านั้น แบกสบาย ( มีกระเป๋าใส่มาให้ด้วยนะคะ แต่ทางเราไม่ได้ใช้เพราะรีบ ต้องแบกของเยอะ ) Daddy แบกของคนเดียวสบายๆเลย […]
คุณแม่มือใหม่ หลายท่านอาจรู้สึกกังวลเมื่อสังเกตเห็นผิวของลูกน้อยลอกเป็นขุยหรือมีอาการแห้งสาก นั่นเป็นเพราะทารกผิวแห้งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย เนื่องจากผิวของทารกนั้นบอบบางกว่าผู้ใหญ่อย่างมาก การทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีดูแลที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุด BabyGift ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องสินค้าแม่และเด็ก เข้าใจดีว่าการดูแลผิวบอบบางของลูกรักนั้นละเอียดอ่อนแค่ไหน เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้น และเสริมสร้างให้ผิวลูกน้อยแข็งแรง ทำไมผิวทารกถึงบอบบางและแห้งง่ายกว่าผู้ใหญ่ โครงสร้างชั้นผิวหนังของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่และมีความบางกว่าผิวผู้ใหญ่หลายเท่าตัว ทำให้ผิวทารกสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งยังไวต่อการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ สารเคมี หรือการเสียดสี โครงสร้างผิวบอบบางที่ไม่แข็งแรงนี้เองที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และเกิดปัญหาผิวแห้งลอกได้มากกว่าผู้ใหญ่ สาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้งและลอก อาการทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอก มักเกิดจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยภายในและภายนอก โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุหลัก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบดังนี้ สภาพอากาศหรือห้องแอร์ที่แห้ง การที่ลูกน้อยต้องอยู่ในห้องปรับอากาศที่แห้งเป็นเวลานาน หรือการสัมผัสกับสภาพอากาศที่เย็นจัด จะดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอกได้ง่ายมาก เพราะผิวที่บางอยู่แล้วไม่สามารถต้านทานการสูญเสียน้ำจากสภาพแวดล้อมที่แห้งได้ การอาบน้ำบ่อยหรือใช้น้ำอุ่นจัดเกินไป การอาบน้ำที่นานเกินไป หรือการใช้น้ำอุ่นจัดถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ น้ำอุ่นจะชะล้างน้ำมันที่เคลือบผิวออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น และทำให้ทารกผิวแห้งได้ง่าย แม้จะเป็นเพียงการอาบน้ำในชีวิตประจำวันก็ตาม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ไม่เหมาะสม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง เช่น สบู่ที่มีค่า pH เป็นด่างสูง มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ จะทำลายสมดุลและเกราะป้องกันของผิวบอบบางทารกอย่างรวดเร็ว […]


