ทำไมคาร์ซีท Ailebebe ราคาแพง!!!

ไขข้อข้องใจที่ใครๆหลายๆคน พูดกันว่า ทำไม คาร์ซีท Ailebebe แพง ! มาดูกันสิว่าแพงเพราะอะไร แล้วที่ว่าแพงจริงหรือไม่ คาร์ซีท Ailebebe ทุกตัว จะถูกผลิตขึ้นจากโรงงานผู้ผลิตที่ญี่ปุ่นโดยตรง โดยมีแรงงานซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญสูง จึงทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานและค่าแรงสูงตามไปด้วย

คาร์ซีท เหมือนกัน…แต่วัสดุภายในไม่เหมือนกัน
Ailebebe เราไม่ได้เลือกใช้วัสดุอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เราเลือกใช้วัสดุที่หลากหลาย มาช่วยรองรับแรงกระแทกที่ต่างกัน…อ่านซักนิดก่อนซื้อ คาร์ซีท ให้ลูก

ส่วนประกอบของ คาร์ซีท

1. โครงสร้าง คาร์ซีท ที่ใช้ polypropylene

ซึ่งเป็นเกรดเดียวกันที่ใช้ผลิตวัสดุภายในห้องโดยสารยนต์ มีน้ำหนักเบา แต่เหนียวทนทาน เพิ่มความแข็งแรงภายใน ด้วยการเพิ่มเส้นตาราง และFibergrass เส้นใยแก้ว เป็นวัสดุที่มักนำมาผลิตกันชน สปอร์ยเลอร์ สเกิร์ต หลังคารถหรือชิ้นส่วนรถแข่ง

2. วัสดุรองรับแรงกระแทกที่อยู่ใต้ผ้าหุ้มเบาะคาร์ซีท

ซึ่งวัสดุแต่ละชนิดมีข้อดี ข้อเสียต่างกัน เราจึงไม่ได้เลือกใช้วัสดุเพียงตัวใดตัวหนึ่ง แต่เลือกที่จะเอาข้อดีของทุกวัสดุมาประยุกต์ใช้ตามความเหมาะสมในแต่ละตำแหน่ง เพื่อรองรับ Impact หรือ การกระแทก ได้อย่างดีที่สุด เราจึงมีการเลือกใช้วัสดุถึง 3 ชนิด คือ
ยาง Urethane
โฟม EPS
Low Resilience Urethane Foam

ยาง Urethane

โดยพนักพิงด้านข้างของ คาร์ซีท บางรุ่นเป็นยาง Urethane ชั้นบนสุด เพื่อรองรับแรงกระแทกแบบ Low Impact ให้สัมผัสที่นุ่ม ซ้อนด้านล่างด้วยโฟม EPS เพื่อรองรับแรงกระแทกแบบ High Impact อาศัยการทำงานคู่กัน เพื่อลดการกระทบกระเทือนในลักษณะนี้ให้ได้มากที่สุด
ซึ่งในทางกลับกัน หากเราใช้เฉพาะยาง Urethane อย่างเดียวโดยไม่มีโฟม EPS รองรับด้าใน ถ้ามีการกระแทกอย่างแรง ยางสจะสะท้อนแรงกลับมาที่ลูกน้อย ทำให้ตัวของลูกน้อยเด้งกระแทกหลายรอบ ก็อาจทำให้ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

โฟม EPS

ส่วนใหญ่มีสีขาว มีความเหนียวทนน้อย แตกหักง่าย ถูกใช้แพร่หลาย รวมถึงการเสริมในหมวกกันน๊อค เพื่อกันกระแทก เหมาะกับอุบัติเหตุแบบมีแรงกระแทกแรง (High Impact) เพราะแรงกระแทกจะทำให้โฟม EPS แตกและส่งผ่านแรงกระแทกออกไป
แต่ถ้าเกิดอุบัติแบบไม่รุนแรง (Low Impact) โฟม EPS จะไม่แตก แต่ด้วยสัมผัสที่แข็ง อาจเกิดกระทบกระเทือนได้

Low Resilience Urethane Foam

ในจุดที่มีโอกาสเกิดการกระแทกอย่างรุนแรงได้มากที่สุด คือ… แผ่นหลังและที่รองก้น จึงควรเลือกใช้ Low Resilience Urethane Foam ซึ่งมีลักษณะคล้าย Memory Foam วางไว้ เพื่อรองรับแรงกระแทกอย่างนุ่มนวลที่สุด เพื่อลดการกระเด้งกลับให้เหลือน้อยที่สุด
แต่หลายคนอาจสงสัยว่า Memory Foam แผ่นบางๆ แค่นี้จะเพียงพอหรือไม่ ในจุดที่รองหลังและก้นนี้… เรามีการคำนึงถึงแรงจากการเคลื่อนที่ของตัวลูกน้อยในขณะเกิดอุบัติเหตุ จึงได้ออกแบบพนักพิงให้สามารถยุบตัวได้ เมื่อได้รับการกระแทกอย่างแรง โดยพนักพิงจะถอยหลังเล็กน้อย เพื่อช่วยผ่อนแรงกระแทกตามหลัก physics ทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมที่ล้ำมากๆอย่าง Baby-Catch Technology ซึ่งเป็นหลักการเดียวกัน กับการยุบตัวของพวงมาลัย ยุบตัวอัตโนมัติในรถหรู่หลายๆยี่ห้อเพื่อช่วยลดแรงกระแทกได้ดีที่สุด

มาตรฐานความปลอดภัย

การผลิต คาร์ซีท ไม่ได้มองเพียงแค่เรื่องตวามสะดวกหรือความถูกต้องในการติดตั้งเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการลดการเคลื่อนที่หน้า-หลังของ คาร์ซีท ในขณะเกิดอุบัติเหตุ ที่ส่งผลให้เด็กได้รับบาดเจ็บได้อีกด้วย จึงมีการคิดค้นการติดตั้งด้วยระบบ ISOFIX และ Belt ที่ต้องสามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง 2 ข้อ จึงเป็นที่มาของการแยกออกเป็น 2 รุ่นย่อย

1. ISOFIX 100%

คือการล็อคด้วยระบบ ISOFIX โดยใช้ขาเหล็กทั้งแท่งที่ซ่อนอยู่ใต้ฐาน คาร์ซีท สามารถยืดออกเพื่อเตรียมล็อกเข้ากับข้อเหล็กใต้เบาะรถยนต์ได้ เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วจะหดกลับไม่ซ่อนอยู่ใต้ฐาน คาร์ซีท ซึ่งเทคนิคนี้จะช่วยให้ คาร์ซีท ติดตั้งได้แนบกับพนักพิงเบาะมากขึ้น ลดการขยับเขยื้อนในขณะเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ยังมีจุดควบคุมการติดตั้งที่ฐานจากด้านหน้า เพื่อความสะดวกมากขึ้นอีกด้วย

ISOFIX 100% ต่างจาก ISOFIX ของคาร์ซีทแบรนด์อื่นอย่างไร?

คาร์ซีท ที่ติดตั้งด้วย ISOFIX บางรุ่นมรการใช้สายเข็มขัดมาเย็บเข้ากับหัวล็อก ISOFIX เพื่อเอามายึดกับ คาร์ซีท อีกทีหนึ่ง ซึ่งให้ คาร์ซีท ขยับตัวได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแรงกระแทกที่ตัวเด็กเป็น 2 เท่า เมื่อเทียบกับ คาร์ซีท ที่ติดตั้งด้วยขาเหล็ก ISOFIX 100% ที่ช่วยให้ คาร์ซีท ไม่ขยับเขยื้อนหน้า-หลัง เมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุ

2. ระบบการติดตั้งแบบ Belt

ถึงแม้ว่าจะยังใช้ Belt รถยนต์เป็นสายรัด แต่ก็ได้มีการออกแบบให้ Belt โอบรัดฐานถึงด้านหน้า ซึ่งนอกจากจะมีตัวเลือก Belt เหมือน คาร์ซีท รุ่นก่อนๆ แล้ว ยังเสริมด้วยระบบ Power Lock ซึ่งเป็นตัวกดทับ Belt อีกขั้นหนึ่งช่วยเพิ่มความแน่นอหนาในการติดตั้งให้มากยิ่งขึ้น จึงทำให้การติดตั้งที่ใช้ Belt รถยนต์ลดการเคลื่อนที่ในขณะเกิดอุบัติเหตุได้ไม่แพ้การติดตั้งด้วย ISOFIX 100% เลยทีเดียว โดยการคิดค้นระบบ Power Lock นี่ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการติดตั้งด้วย Belt ที่แน่นหนาปลอดภัยที่สุดขณะนี้

ดังนั้น คาร์ซีท Ailebebe ถึงราคาจะแพง แต่คุ้มค่า คุ้มเกินราคา เมื่อเปรียบเทียบกับนวัตกรรมด้านการปกป้อง ทั้งโครงสร้าง วัสดุรองรับแรงกระแทก และการติดตั้งมาตรฐานสากล กับความปลอดภัยในการเดินทางอย่างปลอดภัยของลูกน้อยที่คุณรัก

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

การเลือก “เครื่องปั๊มนมที่เหมาะกับตัวเอง” จะช่วยให้การให้นมลูกเป็นเรื่องง่ายขึ้น และลดความเครียดของคุณแม่ได้มาก เครื่องปั๊มนมคืออะไร? ทำไมคุณแม่ยุคนี้ “ต้องมี” เครื่องปั๊มนม (Breast Pump) คืออุปกรณ์ที่ช่วยดูดน้ำนมออกจากเต้านม เพื่อเก็บสำรองไว้ให้ลูก เหมาะสำหรับ: ปัจจุบันเครื่องปั๊มนมถูกออกแบบให้ “ใช้ง่าย เงียบ และสบายขึ้น” วิธีเลือกเครื่องปั๊มนมให้เหมาะกับคุณแม่ 1. เลือกประเภทเครื่องปั๊ม แบบมือ (Manual) ราคาย่อมเยา เหมาะกับใช้งานเป็นครั้งคราว แบบไฟฟ้า (Electric) สะดวก ประหยัดเวลา เหมาะกับคุณแม่ที่ปั๊มทุกวัน แบบไร้สาย / Hands-free ใส่ในบราปั๊มได้ เคลื่อนไหวได้ เหมาะกับคุณแม่ยุคใหม่ที่ต้อง Multitask 2. ความนุ่มนวลและแรงดูด จุดสำคัญที่สุดคือ “ปั๊มแล้วไม่เจ็บ” 3. ความเงียบ 4. ความสะดวกในการพกพา 5. มาตรฐานความปลอดภัย แนะนำเครื่องปั๊มนมยอดนิยม (BabyGift) 1. HAENIM รุ่น 7X เหมาะกับ: คุณแม่ที่ปั๊มนมทุกวัน ต้องการเครื่องที่ครบและคุ้มค่าในระยะยาว […]

เชื่อว่าคุณแม่ร้อยทั้งร้อยที่อ่านบทความนี้อยู่อยากให้ลูกน้อยคลอดออกมามีผิวสวยสุขภาพดีอย่างแน่นอน ถึงเราจะอยากให้ลูกออกมาผิวขาวใสแค่ไหน ก็อย่าไปเชื่อคำโฆษณาอาหารเสริมต่าง ๆ นะคะ เพราะอาหารเสริมบางตัวไม่เหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างยิ่ง คุณแม่บ้านไหนอยากให้ลูกผิวดี ลองมาดูอาหารง่าย ๆ ไม่ต้องจ่ายเงินแพง ๆ แถมยังหาซื้อได้ทั่วไปกันดีกว่า 1. ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองนั้น นอกจากจะแหล่งโปรตีนที่ทรงคุณค่าไม่แพ้นมวัวแล้ว นมถั่วเหลืองยังเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีชื่อว่า “ไอโซฟลาโวน” ซึ่งเจ้าสารต้านอนุมูลอิสระตัวนี้นี่แหละค่ะที่จะไปช่วยกำจัดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้มีผลแค่กับคุณแม่นะ แต่ยังส่งผลไปถึงคุณลูกด้วย อาหารที่ประกอบด้วยถั่วเหลืองง่าย ๆ ก็เช่น น้ำเต้าหู้ เต้าหู้ หรือนมถั่วเหลืองที่คุณแม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไปเลย นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีกรดอะมิโนที่มีส่วนช่วยทำให้มีผิวกระจ่างใสอีกด้วย 2. ผลไม้สดและน้ำผลไม้ ข้อนี้เดาได้ง่าย ๆ เลยใช่มั้ยล่ะคะ ก็แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงเรื่องผิวสวยแล้ว สิ่งที่เราขาดไม่ได้เลยก็คือผลไม้ รวมถึงน้ำผลไม้ (ขอแบบแท้ 100% ไม่ผสมน้ำตาลด้วยนะ) และถ้าจะให้ดีกว่าเดิม เราขอแนะนำให้คุณแม่ทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น สับปะรด ส้ม เพราะเจ้าพวกผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเหล่านี้จะมีกรดซิตริกที่ค่อนข้างสูง แถมยังอุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งเป็นวิตามินที่จะมาช่วยเรื่องผิวโดยตรงเลยค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น! นอกจากผลไม้และน้ำผลไม้รสเปรี้ยวจะช่วยบำรุงให้ผิวลูกน้อยคุณแม่แล้ว สารอาหารในผลไม้พวกนี้ยังช่วยฟื้นฟูผิวของตัวคุณแม่ด้วย คุณแม่บ้านไหนที่นอนไม่หลับ สิวขึ้น ผดขึ้น ลองมาทานผลไม้กันดูนะ […]

เมื่อลูกน้อยถึงวัยเริ่มกินอาหารเสริมนอกจากนมแม่ ซึ่งก็คือในช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป หากลูกเริ่มนั่งได้เก่งขึ้น สามารถนั่งได้เองโดยที่ไม่ต้องประคอง และเริ่มชอบเอามือหยิบจับสิ่งต่าง ๆ เข้าปาก นั่นแสดงว่าลูกน้อยของเราพร้อมที่จะกินอาหารเสริมได้แล้ว ในบางบ้านอาจจะคุ้นเคยกับการเตรียมอาหารเด็กอ่อนโดยการปั่นหรือบดละเอียดและป้อนให้ลูก แต่หลาย ๆ บ้านก็อาจจะใช้วิธีฝึกให้ลูกกินอาหารด้วยตัวเองที่เรียกว่า BLW (Baby-Led Weaning) แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม อุปกรณ์สำคัญอย่างโต๊ะกินข้าวเด็กก็เป็นของที่ต้องมี และถ้าเลือกให้ดีก็จะใช้งานได้อย่างยาวนานตั้งแต่เล็กจนโต แล้วจะมีวิธีการเลือกอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี ? BabyGift มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากแล้วค่ะ  โต๊ะกินข้าวเด็ก สำคัญอย่างไร ? ควรเลือกแบบไหนดี ?  โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กนั้นมีความแตกต่างจากโต๊ะทั่ว ๆ ไป โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโต๊ะที่เรียกว่า High Chair โดยเป็นชุดเก้าอี้กินข้าวเด็กที่มีโต๊ะพับมาให้แบบครบชุด สามารถใช้งานได้หลายแบบ บางรุ่นสามารถพกพาออกไปข้างนอกได้ด้วย และยังมีเข็มขัดนิรภัยเพื่อป้องกันเด็กพลัดตกเก้าอี้ ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งบางที่อาจเรียกว่าโต๊ะกินข้าวเด็ก หรือบางที่ก็เรียกว่าเก้าอี้กินข้าวเด็ก หรือ อาจเรียกรวม ๆ ว่าชุดโต๊ะเก้าอี้กินข้าวของเด็ก แต่จะเรียกแบบไหน ก็หมายถึง High Chair ที่นั่งกินข้าวของเด็กเล็กโดยเฉพาะนั่นเองค่ะ  โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่อยากฝึกลูกให้กินข้าวด้วยตัวเองแบบ BLW ซึ่งการฝึกลูกกินข้าวเอง […]

เดินทางมาเกินครึ่งทางแล้วขอคารวะให้กับความสตรองของแม่ๆ แต่ยิ่งใกล้วันครบกำหนดคลอดเท่าไหร่กลับยิ่งเครียดหนักกว่าเดิม แถมร่างกายของคุณแม่ช่วงนี้ก็จะเปลี่ยนแปลงแบบเยอะมากๆ คุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลเรื่องท้องเล็ก ช่วง 6 เดือนนี่แหละค่ะ ที่ท้องของคุณแม่ๆ จะเริ่มใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมน้ำหนักก็ยังขึ้นพรวดๆ แบบก้าวกระโดด ช่วงนี้คุณแม่จะหิวเป็นพิเศษ แถมยังต้องทานอาหารเยอะขึ้นกว่าเดิมเพราะลูกน้อยของคุณแม่กำลังช่วยใช้พลังงาน ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไป คุณแม่อาจจะรู้สึกถึงอาการท้องแข็ง อาการท้องแข็งคือเวลาที่มดลูกของคุณแม่หดตัว ท้องของคุณแม่ก็จะแข็งนูนขึ้นมาค่ะ ซึ่งเป็นเรื่องปกตินะ ถ้าไม่ได้เกิดแบบถี่ๆ ติดต่อกัน และเพราะความเปลี่ยนแปลงเยอะแยะเหล่านี้นี่แหละ ทำให้คุณแม่อาจจะต้องดูแลช่วงครึ่งหลังนี้เป็นพิเศษ เรามาดู 6 เรื่องที่คุณแม่ท้อง 6 เดือนต้องระวังกันค่ะ 1.ความเครียดไม่ใช่เรื่องดี อันที่จริงเรื่องความเครียดก็เป็นสิ่งที่ต้องระวังตั้งแต่ตั้งครรภ์แรกๆ แล้วเนอะ แต่อย่างที่บอกค่ะ ว่าช่วงนี้คุณแม่จะเปลี่ยนไปค่อนข้างมาก อาจจะทำให้เกิดความเครียดไม่รู้ตัว เช่น คุณแม่บางคนอาจจะเป็นกังวลกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นมาของตัวเอง หรือบางคนอาจจะมีอาการปวดชายโครงเพราะท้องที่ใหญ่ขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการเครียดตามมา หากคุณแม่เกิดอาการเครียดมากๆ แล้ว จะส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนและสารเคมี ซึ่งเจ้าสารเคมีตัวนี้จะส่งผลโดยตรงกับการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ค่ะ คุณแม่ที่เครียดมักจะคลอดก่อนกำหนด แถมยังทำให้ลูกมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์อีกด้วย 2.ไม่ใช่เวลาของกิจกรรมผาดโผน ด้วยขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้น การทำกิจกรรมผาดโผนต่างๆ อาจเป็นการเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการกระแทกบริเวณหน้าท้อง ซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกน้อยในครรภ์อย่างยิ่งค่ะ แถมการที่คุณแม่เคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็วหรือทำอะไรแบบปุปปับ ยังเป็นสาเหตุทำให้มดลูกเกิดการบีบรัดตัว เกิดอาการท้องแข็ง และถ้าเกิดคุณแม่มีอาการท้องแข็งบ่อยๆ เข้าล่ะก็ เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดอยู่นะ 3. […]

ในช่วงที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์มักมีการท้องผูก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ระบบการขับถ่ายเริ่มเปลี่ยนไปด้วย วิธีแก้ท้องผูกสำหรับคนท้องกับ 7 อาหารช่วยให้คุณแม่ท้อง หมดปัญหาเรื่องท้องผูกอีกต่อไป ตำลึง เป็นผักไม้เลื้อยที่ปลูกง่ายมีขายทั่วไปที่สำคัญนำมาปรุงอาหารจานอร่อยก็แสนจะง่าย เช่น แกงจืดตำลึง ตำลึงผัด น้ำมันหอย เป็นต้น และอย่างที่รู้ดีว่า ผักใบเขียวเป็นแหล่งสารอาหารสำคัญอย่างเบต้าแคโรทีนที่มีส่วนในการบำรุงสายตาและมีเส้นใยอาหารอยู่มากด้วยค่ะ กุยช่าย เพราะเป็นผักที่มีกลิ่นแรงคะแนนความนิยมอาจไม่มากแต่ประโยชน์ทางสารอาหารสิ่งที่ได้เรียกว่ามากโขค่ะ ไม่ว่าเบต้าแคโรทีน แคลเซียม คาร์โบไฮเดรต และฟอสฟอรัส มีเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบการย่อยอาหาร ฉะนั้นถ้าไม่ฝืนความรู้สึกเกินไปกับการกินก็ไม่น่าพลาดกับเมนูกุยช่ายผัดกับเนื้อสัตว์ ลูกพรุน ไม่ว่าพรุนสด พรุนเมล็ด หรือน้ำลูกพรุนสกัดแบบสำเร็จรูป เป็นทางเลือกหนึ่งในการกินแก้อาการท้องผูกที่ช่วยให้คุณแม่ขับถ่ายได้สะดวกยิ่งขึ้น เพราะผลไม้ประเภทนี้อุดมไปด้วยไฟเบอร์มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ค่ะ กล้วย ผลไม้ดีๆ ที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีให้เลือกหลายชนิดตามความชอบไม่ว่าจะเป็น กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ ที่สำคัญกินได้ทั้งปี ราคาไม่แพง ได้ประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายช่วยใช้ขับถ่ายสะดวก มะละกอสุก อีกหนึ่งผลไม้หากินง่ายราคาเบาๆ มากด้วยคุณค่าด้านโภชนาการไม่ว่าวิตามินบี1 บี2 และเบต้าแคโรทีน รวมถึงประโยชน์ทางยา แก้เรื่องท้องผูก เหมาะเป็นผลไม้มื้ออาหารว่างของแม่ท้องทีเดียว น้ำ นอกจากร่างกายมีความจำเป็นต้องได้รับน้ำอย่างพอเพียงเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายโดยผ่านการดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ8 แก้ว การดื่มน้ำยังเป็นวิธีที่ช่วยให้ระดับขับถ่ายทำงานได้ดีเป็นปกติด้วยค่ะ ข้าวกล้อง บางครั้งก็เรียกว่าข้าวแดง ข้าวซ้อมมือ ข้าวอนามัย ที่มีความต่างทางสีสัน ด้านคุณค่าทางสารอาหารแบบข้าวหอม เพราะอุดมด้วยสารอาหารมีสรรพคุณเป็นยาอาหารสุภาพของใครหลายๆ […]

ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ เชื้อไวรัสโคโรน่า มีการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง คนเป็นเพิ่มขึ้นวันละ 30 กว่าคนทุกวัน ลักษณะการแพร่ระบาดอยู่ในระยะที่ 2 และคนส่วนใหญ่ก็เพียงแค่ตามหาหน้ากากอนามัยที่ตอนนี้ราคาแพงขึ้นเป็นเท่าตัว หรือแม้แต่เจลแอลกอฮอล์ที่มีการทำปลอมแปลงออกมาอีกมากมายเพราะหวังกอบโกยเงิน ในช่วงวิกฤต แบบนี้ แต่บริษัทประกันต่างๆ กลับออกกรมธรรม์ประกัน เชื้อไวรัสโคโรน่า เพื่อช่วยเหลือสำหรับผู้ที่เกิดการติด เชื้อไวรัสโคโรน่า อย่างแท้จริง และทุกประกันก็ให้ความสะดวกสบายยิ่งขึ้น เมื่อตรวจพบเจอโรค ก็จ่ายทันที (Update 15/03/63) สินทรัพย์ประกันภัย แผน4 ** นอกจากนี้ ยังได้รับความคุ้มครองเพิ่ม กรณีประสบอุบัติเหตุ หากเสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพ จะได้รับเงินประกัน และค่าปลงศพ 2,000-8,000 บาท ตามข้อกำหนดของแต่ละกรมธรรม์ โดยเงื่อนไขสำหรับผู้เอาประกันภัย ต้องมีอายุระหว่าง 1-99 ปี แต่จะไม่คุ้มครองสภาพที่เป็นมาก่อนการเอาประกันภัย (Pre-Existing Condition) ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต SCB แผน B – Covid 19 Plus แผน 3 สินมั่นคงประกันภัย ประกันภัยการติด เชื้อไวรัสโคโรน่า กรุงเทพประกันภัย ประกัน เชื้อไวรัสโคโรน่า วิริยะประกันภัย Covid Shield แผน […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event