ประโยชน์ของนมแม่ ดียังไง ? ทำไมลูกถึงต้องกินนมแม่ ?

ว่ากันว่า “น้ำนมของแม่นั้นดีที่สุด” มีคำแนะนำทางการแพทย์ว่าควรให้ทารกกินนมแม่ไปจนถึงอายุ 2 ขวบหรือนานกว่านั้น แม้ว่าลูกน้อยจะอายุ 6 เดือนขึ้นไปแล้ว ก็ควรกินน้ำนมของแม่ร่วมกับการกินอาหารอื่น ๆ เพื่อเสริมคุณค่าทางโภชนาการ เพราะในน้ำนมของแม่นั้นมีความสำคัญต่อลูกน้อยมาก ๆ ในน้ำนมมีสารอาหารที่ดีต่อลูกน้อยหลายอย่าง ทั้งยังมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยปกป้องลูกน้อยให้แข็งแรง นอกจากนี้ การให้ลูกกินน้ำนมของแม่ก็ยังมีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วยเช่นกัน ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้างนั้น มาดูกันเลยค่ะ 

ประโยชน์ นมแม่ อาหารเปี่ยมคุณค่าสำหรับลูกน้อย 

นมแม่นั้นเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด เพราะเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และช่วยเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับลูก ประโยชน์ของนมแม่ช่วยลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วย และในขณะที่ทารกกินน้ำนมจากเต้าของนั้น ก็เป็นการช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแม่กับลูกด้วย ทั้งยังทำให้ทารกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัยนอกจากนี้ สำหรับคุณแม่เอง การให้ลูกกินนมก็ยังจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และเบาหวาน โดยองค์การอนามัยโลก และยูนิเซฟมีคำแนะนำเกี่ยวกับการให้นมของแม่เอาไว้ดังนี้ค่ะ 

  • ควรให้นมทันทีในช่วง 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอด เพราะจะช่วยกระตุ้นให้เกิดความรัก ความผูกพันระหว่างแม่ลูก และช่วยให้น้ำนมมาเร็ว 
  • ควรให้เด็กกินน้ำนมของแม่เพียงอย่างเดียวในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ซึ่งในน้ำนมนั้นประกอบไปด้วยสารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุมากมายอันจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย  
  • ควรให้นมอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับอาหารอื่นๆ ในช่วงที่ลูกอายุมากกว่า 6 เดือน และควรให้นมไปจนถึงอายุ 2 ขวบหรือมากกว่านั้น  

ประโยชน์ของนมแม่ มีอะไรบ้าง ?  

  1. มีคุณค่าทางโภชนาการ
    ในน้ำนมนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นสำหรับทารกหลายอย่าง ทั้งพลังงาน โปรตีน ไขมัน แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี โฟเลต และวิตามินซี ทั้งยังมีฮอร์โมนที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของทารก และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยอีกด้วย 
  2. ดีต่อระบบทางเดินอาหาร และระบบขับถ่ายของลูก 
    ในน้ำนมมีโพรไบโอติกส์ที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดีต่อลำไส้ของทารก และยังมีสารนิวคลีโอไทด์ที่ช่วยให้เยื่อบุลำไส้ในทารกเจริญเติบโตได้เร็วเพื่อพร้อมรับการสัมผัสกับเชื้อประจำถิ่นได้
  3. ช่วยให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรค
    ประโยชน์ของนมแม่นั้นช่วยป้องกันการแพ้โปรตีน และป้องกันการเกิดโรคภูมิแพ้ โรคหอบหืด ช่วยลดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ โรคอุจจาระร่วง ช่วยลดอัตราการตายของทารก และลดโอกาสการเกิดโรคเบาหวานในอนาคตอีกด้วย
  4. มีประโยชน์ต่อพัฒนาการทางสมองของทารก
    ในนมแม่มีกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับทารกอย่าง DHA ซึ่งดีต่อพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของทารก มีการศึกษาพบว่า ทารกที่กินนมของแม่มีพัฒนาการทางสมองและเชาว์ปัญญา (IQ) ที่ดีกว่าทารกที่กินนมผสม
  5. ช่วยส่งเสริมด้านอารมณ์ และจิตใจของเด็ก
    ประโยชน์ของนมแม่นั้น นอกจากจะดีต่อร่างกายของลูกน้อยแล้ว การให้นมยังส่งผลต่อพัฒนาการด้านอารมณ์และจิตใจของลูกน้อยอีกด้วย เด็กที่กินนมจากเต้าคุณแม่จะได้รับความอบอุ่นทางใจ การที่แม่โอบกอดลูกน้อยระหว่างกินนมจะทำให้ลูกได้รับความอบอุ่น รับรู้ได้ถึงความรัก ความปลอดภัย รู้สึกสงบ ไม่ร้องไห้งอแง ส่งผลให้ลูกน้อยมีความสุขทางใจ ทำให้มีสุขภาพจิตที่ดี และมีการปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดีเมื่อโตขึ้น

ชวนรู้ การให้นมลูกก็มีประโยชน์ต่อคุณแม่เองด้วย  

ประโยชน์ของนมแม่ นอกจากจะดีต่อลูกน้อยแล้ว การที่คุณแม่ให้นมลูก ก็มีข้อดีต่อตัวคุณแม่เองด้วย ดังนี้  

  • ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ และกลับสู่สภาพเดิมได้เร็วขึ้น ในช่วงที่แม่ให้นมลูก จะมีการหลั่งฮอร์โมน Oxytoxin ซึ่งจะช่วยมดลูกหดรัดตัวได้ดี ทำให้มดลูกเข้าอู่ได้เร็วขึ้น 
  • ช่วยลดอาการซึมเศร้าหลังคลอดของคุณแม่ เพราะ Oxytocin หรือฮอร์โมนแห่งความรักจะช่วยให้คุณแม่เกิดความผ่อนคลาย ทำให้มีความสุขในขณะให้นมลูก ช่วยสร้างความรัก และความผูกพันธ์ระหว่างแม่กับลูก 
  • การให้นมลูกหลังคลอดจะช่วยลดโอกาสในการเกิดมะเร็งเต้านม และมะเร็งรังไข่ แถมยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคความดัน เบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย  
  • ช่วยให้น้ำหนักของคุณแม่ลดลงอย่างรวดเร็ว เพราะมีการกระตุ้นการสร้างฮอร์โมนที่ช่วยลดการสะสมของไขมัน ทำให้คุณแม่มีรูปร่างที่ดีขึ้น  

Tips ในการให้นม สำหรับคุณแม่มือใหม่ 

เมื่อได้รู้ประโยชน์ของนมแม่กันแล้ว เชื่อว่าคุณแม่หลายๆ ท่านก็อยากจะให้ลูกน้อยของเราได้กินนมตั้งแต่แรกเกินไปจนถึงอายุ 2 – 3 ขวบ แต่ในบางคนก็ต้องกลับไปทำงานประจำหลังพ้นช่วงลาคลอด 3 เดือน ซึ่งไม่สามารถให้ลูกกินนมจากเต้าได้ตลอดเวลา แล้วจะมีวิธีการเก็บน้ำนมคุณแม่อย่างไรให้มีคุณภาพดี มีเคล็ดลับอะไรสำหรับคุณแม่บ้าง มาดูคำแนะนำกันค่ะ  

  • ใช้เครื่องปั๊มนม เพื่อสต๊อกน้ำนมไว้ให้ลูกน้อยขณะที่ไม่อยู่บ้าน คุณแม่บางคนอาจจะสงสัยว่า เครื่องปั๊มนม จำเป็นไหม ซึ่งประโยชน์ของเครื่องปั๊มนมนั้น จะช่วยกระตุ้นให้น้ำนมคุณแม่มีต่อเนื่อง และช่วยกระตุ้นการเพิ่มปริมาณน้ำนมให้เพียงพอต่อลูกน้อย หากคุณแม่ไม่ได้ให้ลูกดูดนม หรือปั๊มนมเพื่อกระตุ้นและระบายน้ำนมออกทุกๆ  2 – 3 ชั่วโมงอย่างสม่ำเสมอ น้ำนมของแม่ก็จะผลิตน้อยลงจนหายไป ลูกก็จะไม่ได้กินนมของคุณแม่อย่างเต็มที่นั่นเองค่ะ 
  • ควรให้ลูกดูดนมจากเต้าอยู่เสมอ ในคุณแม่ที่ต้องไปทำงาน ก็ควรให้ลูกดูดนมจากเต้าเป็นประจำทุกวัน เช่น ช่วงเช้าก่อนไปทำงาน ช่วงเย็นหลังกลับจากที่ทำงาน และตอนกลางคืน เป็นต้น และวันหยุดควรเอาลูกเข้าเต้าทุกครั้ง เพราะการที่ลูกดูดนมจากเต้าของแม่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านจิตใจและอารมณ์ทั้งคุณแม่และลูกน้อย และยังเป็นการกระตุ้นการสร้างน้ำนมแบบธรรมชาติอีกด้วย 
  • เก็บน้ำนมอย่างถูกต้อง หากคุณแม่ไม่รู้วิธีเก็บน้ำนมแม่อย่างถูกต้อง อาจทำให้น้ำนมเหม็นหืน หรือบูดเสีย ลูกกินไม่ได้ รวมถึงหากเช่เย็นเก็บหรือละลายในอุณหภูมิไม่เหมาะสม ก็ทำให้น้ำนมสูญเสียคุณค่าสารอาหารที่สำคัญ ดังนั้น ควรเก็บอย่างถูกต้อง ใส่ใจรายละเอียดเรื่องวันเวลาที่ปั๊มนม และระยะเวลาการเก็บนม เพื่อให้น้ำนมมีคุณภาพมากที่สุด 
  • อุ่นนมแม่ให้ถูก ลูกได้สารอาหารเต็มที่ เมื่อคุณแม่ปั๊มนมไว้ แล้วต้องอุ่นให้ลูกน้อยทาน วิธีการอุ่นนมจึงต้องทำให้เหมาะสม เพื่อรักษาคุณค่าน้ำนมให้ได้มากที่สุด เช่น นำนมแม่ไปแช่ไว้ในถ้วยที่ใส่น้ำอุณหภูมิห้อง หรือ เปิดน้ำผ่านให้น้ำนมละลาย ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องอุ่นนมที่ช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น ด้วยการตั้งอุณหภูมิได้ที่ 37 องศา แล้วรอเวลาให้ลูกน้อยทานได้เลย โดยไม่เสียคุณค่าน้ำนมแม่และยังช่วยประหยัดเวลาได้อีกด้วย 
  • จดบันทึกวันที่ และเวลาในการปั๊มนม เมื่อปั๊มนมเสร็จแล้วให้เขียนวันที่และเวลากำกับไว้ที่ถุงเก็บนมด้วย เพื่อที่จะได้นำน้ำนมออกมาใช้ตามลำดับวันที่ได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันนมบูดเสียจากการเก็บนานเกินไป 
  • ไม่เก็บน้ำนมบริเวณประตูตู้เย็น เพราะความเย็นจะไม่คงที่ ทำให้น้ำนมเสียได้ง่าย และควรนำนมสต๊อกออกมาให้ลูกกินภายใน 6 เดือน เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อโรค และถ้ามีแม่ที่สต๊อกเก็บไว้เกิน 1 ปีแล้ว ต้องทิ้งให้หมด 

BabyGift แนะนำตัวช่วยหรับคุณแม่ เพื่อการให้นมแม่อย่างมีคุณภาพ  

1. เครื่องปั๊มนม HAENIM 7V

เครื่องปั๊มนมสำหรับคุณแม่ยุคใหม่ มีสัมผัสที่นุ่มนวล เสมือนทารกเข้าเต้า ไม่ทำให้เจ็บเต้าขณะปั๊มนม ผลิตและนำเข้าจากประเทศเกาหลี ผ่านการตรวจสอบเเละได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. ไทย มั่นใจได้ว่าปลอดภัยกับเเม่เเละลูกน้อย สินค้ามีรับประกันหลังคลอด 1 ปี  

จุดเด่น  

กรวยเคลือบซิลิโคน NexusFit™ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเจ้าเดียวในโลก ให้ความรู้สึกนุ่มถนอมหัวนม ไม่ทำให้เจ็บเต้า  

โหมดการใช้งานปรับได้ทั้งความแรงและความเร็วรอบดูดในเครื่องเดียว เพิ่มทางเลือกให้ตรงใจแม่มากที่สุด ถึง 75 รูปแบบ  

  • มีโหมดจดจำ บันทึกเก็บไว้ใช้ครั้งต่อไปได้เลย ช่วยประหยัดเวลาแม่ในการปั๊มนม 
  • มีโคมไฟและหน้าจอมีแสงไฟ ปั๊มกลางคืนได้โดยไม่ต้องเปิดไฟห้อง ไม่รบกวนลูกน้อยและคนรอบข้าง 
  • เครื่องมีเสียงเบาขณะทำงาน ไม่รบกวนลูกน้อย 
  • ขนาดเล็ก พกง่าย น้ำหนักเบาเพียง 385 กรัม 
  • มีขวดนมมาให้ครบเซ็ท ปั๊มเสร็จเปลี่ยนเป็นจุกนมให้ลูกดื่มได้เลย

2. ถุงเก็บน้ำนม อลูมิเนียมฟอยล์ รุ่น Snowbear Series​ – Prince & Princess

ถุงเก็บน้ำนมเป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับคุณแม่ที่ต้องสต๊อกนมไว้ให้ลูกน้อย ซึ่งถุงเก็บน้ำนมตัวนี้เป็นแบบอลูมิเนียมฟอยล์ มีความทึบแสง 100% แข็งแรงทนทาน ป้องกันกลิ่นเหม็นหืนได้ดี ทั้งยังคงคุณค่าสารอาหารในน้ำนมได้อย่างครบถ้วน ให้ลูกน้อยได้กินนมของคุณแม่อย่างมีคุณภาพ  

จุดเด่น  

  • ถุงหนา 4 ชั้น ทำจากวัสดุ Aluminium foil เสริมด้วย Polyethylene, Polyamide และ Polyester แข็งแรงทนทานกว่าถุงเก็บน้ำนมพลาสติกใสทั่วไป  
  • เป็นถุงแบบทึบแสง 100% ช่วยคงคุณค่าสารอาหาร ลดกลิ่นหืน และยืดอายุในการเก็บน้ำนมแม่  
  • ผลิตด้วยเทคโนโลยีการปิดกั้นออกซิเจน ลดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ป้องกันการเปลี่ยนสีของน้ำนม  
  • ซิปล็อค 2 ชั้น  ซีลขอบข้าง 0.6 มิลลิเมตร เสริมความแข็งแรง ไม่แตกง่าย  
  • เก็บความเย็นได้นานกว่าถุงนมพลาสติกใสทั่วไป พร้อมทนอุณหภูมิต่ำได้มากถึง – 20 °องศาเซลเซียส 
  • ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อวิธีเดียวกับการฆ่าเชื้อในอาหาร สะอาด ปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง  
  • มีช่องเทน้ำนมแยก ฉีกง่าย เทง่าย ไม่ปนเปื้อน   
  • เป็นถุงทรงเตี้ย เทน้ำนมได้ง่าย ไม่นอนก้น ถุงตั้งได้ ไม่ล้ม สามารถจัดเก็บแบบตั้งในตู้เย็นได้สะดวก 

3. เครื่องอุ่นนม Baby Bottle Warmer & Sterilizer – PRINCE & PRINCESS 

อุ่นนมให้ลูกพร้อมทาน ไม่เสียคุณค่าน้ำนมแม่ เหมาะสำหรับคุณแม่ที่เวลาน้อย ด้วยคุณสมบัต Warm โหมดทำงานอัจฉริยะ ตั้งอุณภูมิอุ่นน้ำนมได้ 

จุดเด่น 

  • Warm โหมดอุ่นนม อุ่นนมโดยไม่เสียคุณค่าค่า ตั้งอุณหภูมิได้ 37°C 
  • Defrost โหมดละลายน้ำแข็ง ละลายน้ำนมแช่แข็งและอุ่นนมให้ลูกพร้อมทาน 
  • Sterilize โหมดนึ่งฆ่าเชื้อขวดนม ด้วยไอน้ำความร้อนสูง 100°C พกง่าย ใส่ได้ 2 ขวด 
  • ประหยัดเวลาแม่ อุ่นนมให้ลูกพร้อมทาน พร้อมกันได้ถึง 2 ขวด 
  • BPA Free ปลอดภัย อุ่นนมให้ลูกอย่างมั่นใจ 
  • สั่งงานด้วยระบบ Touch Screen 
  • น้ำหนักเบา พกง่าย อุ่นนมให้ลูกได้ทุกที่ 
  • อุ่นใจ มีบริการหลังการขาย มีรับประกันสินค้า 

4. MOTHERY หมอนรองให้นม

อีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับคุณแม่ที่ขาดไม่ได้ก็คือ หมอนรองให้นมลูก BabyGift ขอแนะนำ MOTHERY หมอนให้นมลูก 11 องศา ที่ให้ลูกเข้าเต้าด้วยองศาที่ดีที่สุด ด้วยดีไซน์แบบ U-curve และมี Back Support ช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้ 5 จุด พัฒนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การเข้าเต้าเป็นเรื่องง่าย อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญสำหรับคุณแม่ในการให้นมลูก เพื่อช่วงเวลาที่แสนอบอุ่นสำหรับคุณแม่และลูกน้อย 

จุดเด่น

  • หมอนเอียง 11องศา องศาที่ผ่านการวิจัยและคิดค้นโดยสูตินารีแพทย์ว่าเป็นองศาที่เหมาะสมที่สุดในการให้นม
  • ช่วยลดอาการปวดข้อมือและแขนจากการเกร็งประคองหัวลูก
  • ฟองน้ำทำจาก Polyurethane นุ่ม แน่น ไม่ยวบ สามารถคืนตัวได้ดี ไม่เสียทรง
  • เนื้อผ้า cotton แท้ 100% นุ่ม เบาสบาย และด้านใต้ทำจากวัสดุ 3D Polyester ระบายอากาศได้ดี
  • ช่วยถ่ายเทความร้อน ไม่อับชื้น ทำให้ลูกและแม่เย็นสบาย
  • มีช่องเก็บของด้านข้าง สามารถใส่ผ้าอ้อมหรือทิชชู่เปียกได้
  • มีที่เก็บสายรัดเอว ไม่เกะกะเวลาใช้งาน (กรณีที่ไม่ต้องการใช้ที่รัดเอว) และยังช่วยให้ติดตั้งสายรัดได้ง่ายขึ้น

ประโยชน์ของนมแม่ มีมากมาย นอกจากจะดีต่อตัวลูกน้อยเองแล้ว การให้นมลูกจากเต้ายังดีต่อตัวคุณแม่เองด้วย และถ้ามีตัวช่วยอย่างเครื่องปั๊มนม หรืออุปกรณ์ที่จำเป็นอื่น ๆ ก็จะช่วยซับพอร์ตคุณแม่ได้มากขึ้น ทั้งนี้ หากคุณแม่สนใจของใช้สำหรับแม่และเด็กก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ร้าน BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

อ้างอิงที่มาข้อมูลบางส่วนจาก :  www.phyathai.com/th/article/2286-11_เหตุผลที่ลูกควรกินนมแ
www.unicef.org/thailand/th/stories/นมแม่แน่แค่หกเดือน-จริงหรือ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

…แต่ก็ไม่ง่ายเลย ให้คาร์ซีทเป็นเก้าอี้วิเศษของเด็กๆ ประสบการณ์จากคุณแม่ท่านหนึ่ง ที่อยากแชร์ให้ทุกๆบ้านฝึกลูกนั่งคาร์ซีทเพื่อความปลอดภัยของลูกๆ วิธีนี้พิสูจน์แล้วได้ผลแน่นอนค่ะ แต่ช่วงแรกคุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็งหน่อยนะคะ อ่านจบแล้วนำไปฝึกกับลูกๆเราได้เลยค่ะ ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆ เรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  คาร์ซีทของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย 1. สร้างความผูกพันกับคาร์ซีท อนุญาตให้ลูกเอาสติ๊กเกอร์มาตกแต่งคาร์ซีทของตัวเองได้ เอาให้ถูกใจเลยเพราะต้องนั่งไปอีกนาน 2. มอบรางวัล บอกลูกว่า เราจะออกเดินทางได้ก็ต่อเมื่อล็อกสายรัดนิรภัยเรียบร้อย แล้วลูกจะรีบทำตัวน่ารักเพราะอยากไปเที่ยว แต่ถ้ากำลังพาไปหาหมอ อาจให้ขนมเป็นรางวัลได้ 3. เบี่ยงเบนความสนใจ ถ้าโยเยนัก ชวนคุยเรื่องการ์ตูนที่ลูกกำลังอินดีกว่า แค่นี้ก็เผลอจดจ่อกับการโม้เรื่องเจ้าหญิงกับฮีโร่ จนไม่ทันสังเกตว่า ตัวเองถูกจับนั่งคาร์ซีทเรียบร้อยแล้ว (มุกนี้ไม่เหนื่อย แถมสนุกดีด้วย) 4. เตรียมของเล่นแก้เบื่อ ควรมีของเล่นชิ้นโปรดอยู่ในรถ แนะนำว่าควรเป็นของเบาๆ และไม่แข็ง เช่น หนังสือผ้า เพราะคุณอาจโดนลูกเอาของในมือปาใส่ขณะขับรถ […]

คุณแม่ทุกคนล้วนแต่คิดถึงลูกในท้องมาเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องของอาหารการกินและการบำรุง แต่คุณแม่หลายๆ คนตอนนี้กลับต้องมานั่งเครียดกับปัญหาน้ำหนักของตัวเองที่ทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจนเกินจะควบคุมได้ ถ้าพูดแบบชาวบ้านๆ เค้าเรียกกันว่า “น้ำหนักลงแม่หมด” ค่ะ และคุณลูกก็ยังตัวเล็กเหมือนเดิมนะ เพราะงั้น ถ้าคุณแม่รู้สึกว่าน้ำหนักคุณแม่ขึ้นมากจนเกินไป ก็อย่าเพิ่งดีใจว่าลูกของคุณแม่ตัวใหญ่สมบูรณ์ เพราะความจริงแล้ว อาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปนั้นอาจจะไม่ได้มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อทารกในครรภ์ หากแต่เป็นอาหารเพิ่มเนื้อหนังคุณแม่ต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นแป้งเอย ไขมันเอย ทราบอย่างนี้แล้ว ก่อนจะนำอะไรเข้าปาก ลองฉุกคิดกันซักนิดก่อนดีกว่า ว่าอาหารคำนี้จะไปเป็นของคุณแม่หรือของคุณลูก น้ำหนักช่วงไตรมาส 2 ควรเป็นประมาณไหน? คุณแม่ทราบหรือเปล่าคะว่าคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องนั้นจะมีความต้องการพลังงานมากกว่าสาวๆ ทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 300 กิโลแคลอรีต่อวัน นั่นหมายถึงว่า โดยปกติแล้วเราจะต้องการพลังงานแค่ 2,000 กิโลแคลอรีใช่มั้ยคะ แต่คุณแม่ๆ ก็จะต้องการที่ประมาณ 2,300 กิโลแคลเพื่อที่จะนำมาสร้างเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของลูกน้อย ความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถบอกเป็นตัวเลขได้เป๊ะๆ ว่าน้ำหนักคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นที่เท่าใด เพราะจะต้องคำนึงถึงน้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ด้วย แต่ถ้าจะให้พูดโดยรวมๆ น้ำหนักของคุณแม่ควรจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 7 กิโลกรัม และไม่ควรเกิน 13 กิโลกรัมค่ะ ในช่วงไตรมาสที่ 2 นั้น น้ำหนักของคุณแม่จะขึ้นเร็วกว่าในช่วงไตรมาสแรกอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉลี่ยแล้วจะขึ้นที่ 0.5 กิโลกรัมต่อสัปดาห์เลยทีเดียวนะ เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่คุณแม่ส่วนใหญ่สามารถทานอะไรได้มากขึ้น […]

การเลือกขวดนม อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ความจริงแล้วเป็นหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญที่ส่งผลต่อทั้ง “พัฒนาการ” และ “สุขภาพ” ของลูกน้อยโดยตรง โดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่ที่กำลังสงสัยว่า ขวดนม มีกี่แบบ? กี่ประเภท? กี่วัสดุ? และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับวัยของลูก บทความนี้จะช่วยอธิบายทุกเรื่องเกี่ยวกับขวดนมแบบเข้าใจง่าย อ่านจบสามารถเลือกขวดนมให้ลูกได้อย่างมั่นใจค่ะ ทำไมลูกน้อยถึงต้องใช้ขวดนม ขวดนมจึงเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และนมผงเป็นเรื่องง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น ขวดนมมีกี่แบบ? แบ่งตาม “รูปทรงขวด” ขวดนมสามารถแบ่งตามรูปทรงได้หลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีแตกต่างกัน 1. ขวดนมทรงตรง 2. ขวดนมทรงคอด หรือทรงจับถนัดมือ 3. ขวดนมป้องกันโคลิค (Anti-Colic) ขวดนมมีกี่ประเภท? แบ่งตาม “การใช้งาน” นอกจากรูปทรงแล้ว ขวดนมยังแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้อีกด้วย 1. ขวดนมสำหรับทารกแรกเกิด 2. ขวดนมสำหรับเด็กโต 3. ขวดนมเสมือนเต้านมแม่ (Breastmilk Bottle) ขวดนมมีกี่วัสดุ? แต่ละแบบต่างกันอย่างไร วัสดุของขวดนมเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่พ่อแม่ควรพิจารณา 1. ขวดนมพลาสติก (PP / PPSU) ข้อควรระวัง: เมื่อใช้ไปนานอาจเกิดรอยขีดข่วน ควรเปลี่ยนตามระยะเวลา 2. […]

ไม่ว่าแม่ท้องท่านไหนก็ไม่มีใครอยากจะอยู่ในภาวะครรภ์เสี่ยงกันทั้งนั้นแหละใช่มั้ยคะ คุณแม่บางท่านอาจจะเคยได้ยินเรื่องภาวะครรภ์เสี่ยงมาบ้างแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอาการแบบไหนกันแน่ วันนี้เราจะนำเรื่องเกี่ยวกับภาวะครรภ์เสี่ยงมาฝากคุณแม่กันค่ะ ภาวะครรภ์เสี่ยงก็คือการตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบทั้งต่อตัวคุณแม่เองและลูกในท้อง ซึ่งภาวะนี้อาจทำให้ลูกเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่คลอด ในขณะคลอด หรือหลังคลอดได้ค่ะ ภาวะครรภ์เสี่ยงมักจะเกิดกับคุณแม่ที่เคยแท้งมาก่อน หรือเคยคลอดก่อนกำหนด คุณแม่ที่มีโรคประจำตัวต่างๆ หรือตั้งครรภ์ในขณะที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี หรือมากกว่า 40 ปี นอกจากนี้อาจจะมีสาเหตุมาจากเนื้องอกในมดลูก ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงที่คุณแม่ท้อง การท้องลูกแฝดหรือแม้แต่การที่ลูกในท้องอยู่ในท่าที่ไม่ปกติ มีข้อไหนที่ตรงกับคุณแม่บ้างมั้ยคะ ถ้ามีคุณแม่รีบปรึกษาคุณหมอแล้วก็เข้ารับการตรวจตามกำหนดและปฏิบัติตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดนะคะ เพราะคุณแม่ที่มีภาวะเสี่ยงจะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แล้วก็คุณแม่จะต้องได้รับการตรวจประเมินอย่างน้อยหนึ่งอย่างโดยคุณหมอตามด้านล่างนี้ด้วยค่ะ การตรวจประเมินภาวะครรภ์เสี่ยงโดยคุณหมอ 1. อัลตราซาวด์ (Ultrasound) การตรวจแบบอัลตราซาวด์ก็คือการตรวจโดยใช้คลื่นความถี่สูงเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นตอนตั้งครรภ์ ไม่ว่าจะเป็นความผิดปกติของรกหรือของลูกน้อยในท้องค่ะ นอกจากนี้ การตรวจอัลตราซาวด์ยังสามารถบอกปริมาณน้ำคร่ำ รูปร่างของมดลูกและอัตราการเต้นของหัวใจทารกได้ด้วยนะ 2. การตรวจกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์  กลุ่มอาการดาวน์ก็คือดาวน์ซินโดรมที่เราเรียกกันโดยทั่วไปนี่แหละค่ะ สำหรับการตรวจหากลุ่มดาวน์นี้จะสามารถทำได้หลายวิธี เช่น 3. การเจาะน้ำคร่ำ การตรวจโดยเจาะน้ำคร่ำนี้จะทำเมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์ระหว่าง 18-20 สัปดาห์ค่ะ เอาตรงๆ การเจาะน้ำคร่ำนี่เจ็บมาก แต่ก็ต้องทนอ่ะเนอะเพื่อความปลอดภัยของลูกเรา คุณหมอจะเจาะน้ำคร่ำเพื่อนำเซลล์ของลูกมาใช้ตรวจวิเคราะห์หาโรคและความผิดปกติต่างๆ เช่นพวกโรคธาลัสซีเมีย โครโมโซมผิดปกติ หรือโรคทางพันธุกรรมอื่นๆ ค่ะ 4. การตรวจอื่นๆ ตามความเห็นของแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น การเจาะเลือดจากสายสะดือ การตรวจการทำงานของหัวใจทารกในครรภ์ (Non-Stress […]

ช่วงเวลา ใกล้คลอด ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ยิ่งใกล้ถึงเวลาคลอดเท่าไร คุณแม่ควรสังเกตอาการของตัวเองมากยิ่งขึ้น วันนี้ Baby Gift มีสัญญาณเตือนใกล้คลอดมาให้คุณแม่ศึกษาและเตรียมพร้อมรับมือ ซึ่งจะมีสัญญาณเตือนใกล้คลอดอะไรบ้าง? ตามมาดูกันเลย เช็คด่วน! 6 สัญญาณเตือน ใกล้คลอด 1. ท้องเคลื่อนลงต่ำอย่างเห็นได้ชัด เมื่อถึงช่วงใกล้คลอด ทารกจะเริ่มเคลื่อนตัวลงมาด้านล่าง ทำให้ท้องคุณแม่เคลื่อนต่ำลงจนเห็นได้ชัดเจน สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เป็นสัญญาณเตือนว่าใกล้คลอดแล้ว 2. มดลูกหดตัวอย่างรุนแรง คุณแม่ช่วงท้องแก่ใกล้คลอดมักจะรู้สึกเจ็บหลังส่วนล่างอยู่ตลอดเวลา เพราะมดลูกเริ่มหดตัวเป็นระยะๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลักดันทารกออกสู่โลกภายนอก ยิ่งเมื่อถึงกำหนดคลอดแล้ว มดลูกก็จะยิ่งหดตัวอย่างรุนแรงและถี่มากขึ้นเรื่อยๆ 3. ถ่ายอุจจาระบ่อยกว่าปกติ การที่คุณแม่มีอาการถ่ายอุจจาระบ่อยๆนั้น ไม่ต้องกังวล เพราะร่างกายเพียงต้องการขับถ่ายของเสียออกมา เพื่อเตรียมสำหรับการคลอดลูกน้อยเป็นลำดับต่อไป โดยคุณแม่บางคนอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย 4. มีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด สัญญาณเตือนใกล้คลอดระยะสุดท้าย คุณแม่จะมีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดลักษณะเป็นมูกเหนียวๆ แสดงว่ามดลูกเริ่มมีการขยายแล้ว หากคุณแม่มีอาการแบบนี้ ไม่ต้องตกใจ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณแม่ต้องรีบไปโรงพยาบาลพบคุณหมอทันที เพื่อเตรียมตัวสำหรับการคลอดลูกน้อย 5. น้ำคร่ำแตก สัญญาณเตือนใกล้คลอดที่สำคัญที่สุด เมื่อใดก็ตามที่มีอาการน้ำคร่ำแตก คุณแม่ควรรีบเดินทางไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะทารกที่ไม่มีน้ำคร่ำโอบล้อมร่างกายในขณะที่ยังอยู่ในครรภ์นั้น อาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ดังนั้น คุณหมอจึงจำเป็นต้องทำคลอดให้คุณแม่หลังจากที่น้ำคร่ำแตกภายใน 1-2 […]

สวัสดีค่ะคุณแม่ทุกคนนะคะ สำหรับคุณแม่ทั้งหลายที่มีลูกน้อย คงจะเคยชินกับการล้างขวดนมเสร็จแล้ว ก็ฆ่าเชื้อขวดนมด้วยหม้อนึ่งความร้อนกันใช่ไม๊คะ วันนี้แม่อีฟ ขอแนะนำเครื่องมือชิ้นใหม่ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณแม่สมัยใหม่อย่างเราๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายและการฆ่าเชื้อ โรคได้มากที่สุดสำหรับลูกน้อย มาทำความรู้จักกับตู้อบแห้งฆ่าเชื้อ UV แบรนด์ Prince&Princess  สัญชาติเกาหลี เครื่องนี้เป็น Gen2 ที่มีการพัฒนาขึ้น ให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น การใช้งาน ก็ง๊ายง่ายค่ะ ที่เครื่องจะมีแค่ 3 ปุ่ม เท่านั้น คือปุ่ม Auto, ปุ่ม UV และปุ่ม Dry ถ้าใช้สำหรับขวดนมหรือของใช้ที่ล้างมาเปียกๆ ก็ง่ายเลยค่ะ แค่กดปุ่ม Auto เพียงปุ่มเดียวแล้วรอแค่ 30 นาที ก็สามารถเอาขวดนมมาชงนมให้ลูกได้เลยค่ะ เริ่มน่าสนใจกันแล้วใช่ไหมหล่ะคะ และนี้ก็คือโฉมหน้าของเจ้าตู้อบฆ่าเชื้อ ด้วยUV ที่มีดีไซน์ แบบทันสมัย ใช้ง่าย และน้ำหนักเบาแค่ 5 kg. เองค่ะ คุณแม่ก็สามารถยกย้ายที่ใช้งานได้แบบง่ายๆเลยค่ะ ก่อนหน้าที่จะใช้เครื่องนี้ ก็เคยมีวิธีการทำความสะอาดของให้กับลูก โดยการล้างทำความสะอาด แล้วก็เอาไปนึ่งต่อต้องทำหลายขั้นตอน ตั้งแต่ตวงน้ำลงในถาด นึ่งเสร็จก็ต้องล้างหม้อนึ่งด้วย พอน้ำแห้งก็มักเป็นตะกรัน พอบ่อยๆ […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid