คนท้องขับรถได้ไหม? ข้อควรรู้เพื่อความปลอดภัย

ไขข้อสงสัย คนท้องขับรถได้ไหม

สำหรับ Working Women หลายๆ คน การทำงานก็คือการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง และเป็นความสุขในการใช้ชีวิต แต่เมื่อบริบทเปลี่ยนไป มีครอบครัว มีลูกขึ้นมาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าการปรับรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วถ้าเราขับรถเป็นประจำ พอท้องแล้วยังจะขับรถได้อยู่มั้ย ในบทความนี้ BabyGift จะมานำเสนอเรื่องเกี่ยวกับคนท้องขับรถได้มั้ย และคำแนะนำต่างๆ เพื่อให้คุณแม่อุ่นใจกันมากขึ้นค่ะ  

คนท้องขับรถได้ไหม ? ชวนคุณแม่ดูคำแนะนำ ข้อควรระวังเพื่อความปลอดภัยก่อนขับรถ 

ตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการตั้งครรภ์ คุณแม่มักจะเผชิญกับคำถามมากมายเกี่ยวกับสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ ซึ่งหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยคือ “คนท้องขับรถได้ไหม?” คำถามนี้มักสร้างความกังวลให้กับคุณแม่หลายคน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางเป็นประจำ การตัดสินใจว่าจะขับรถหรือไม่ในระหว่างตั้งครรภ์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้น การทำความเข้าใจถึงข้อควรระวังและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินใจที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ เราลองมาดูรายละเอียดกันค่ะ 

คนท้องขับรถได้ไหม ?  

โดยทั่วไปหากมีความจำเป็นคนท้องสามารถขับรถได้นะคะ แต่หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงดีกว่า โดยไม่ควรขับรถในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจมีอาการแพ้ท้องกะหันทัน จนไม่สามารถโฟกัสที่การขับขี่ได้ดีเท่าที่ควร (อ่านเคล็ดลับลดอาการแพ้ท้องของคุณแม่เพิ่มเติมได้อีกนะคะ) และในช่วงอายุครรภ์ 7-9 เดือน ควรงดขับรถโดยเด็ดขาด เนื่องจากครรภ์ใหญ่ขึ้น หากเบรกกระทันหันอาจทำให้ท้องกระแทกพวงมาลัยได้ อีกทั้งเป็นช่วงเวลาของการเตรียมตัวคลอด ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยหากจำเป็นต้องขับรถ BabyGift มีคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยมาฝากดังนี้ค่ะ  

  1. ปรับท่านั่ง โดยไม่ให้เอนไปด้านหลัง หรือตั้งชันมากจนเกินไป ปรับเบาะให้อยู่ในลักษณะกึ่งเอนนอน และเลื่อนไปด้านหลัง ให้สามารถเหยียดขา และขยับข้อเท้าได้อย่างสบาย หรือเว้นระยะห่าง จากเบาะถึงคอนโซลหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งช่วงแขน 
  2. ปรับพวงมาลัยให้อยู่บริเวณกระดูกหน้าอก เหนือบริเวณท้องขึ้นไป ระยะห่างประมาณหนึ่งช่วงแขน 
  3. คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าคุณแม่จะเป็นคนขับเอง หรือว่าเป็นผู้โดยสารก็ให้ใส่ใจเรื่องการคาดเข็มขัดนิรภัยให้ดีค่ะ วิธีการคือให้คาดโดยเริ่มจากส่วนบนให้พาดจากไหปลาร้าเฉียงลงมาผ่านร่องไหล่พอดี ไม่พาดบริเวณคอ และคาดเข็มขัดนิรภัยส่วนล่างโดยคาดผ่านหน้าตัก ดึงให้ลงมาต่ำกว่าครรภ์ ให้อยู่ในแนวสะโพก ปรับให้กระชับ ไม่ตึง ไม่หย่อนและไม่บิดเป็นเกลียว นอกจากนั้นห้ามคาดเข็มขัดนิรภัยพาดผ่านบริเวณหน้าท้องด้วย ตรงนี้สำคัญมากๆ ค่ะ 

 คำแนะนำเพิ่มเติมเมื่อคนท้องต้องขับรถ 

  1. ควรหยุดพักทุกๆ 1-2 ชั่วโมง เพื่อยืดเส้นยืดสาย และป้องกันอาการบวมที่ขา 
  2. ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะการดื่มน้ำที่เพียงพอจะช่วยป้องกันอาการเวียนศีรษะ และอ่อนเพลียได้
  3. หลีกเลี่ยงการขับรถเป็นเวลานานโดยเฉพาะในช่วงท้ายของการตั้งครรภ์
  4. พกเอกสารทางการแพทย์ เบอร์ติดต่อฉุกเฉิน และเตรียมชุดปฐมพยาบาลในรถ
  5. เช็กตัวเองอยู่เสมอ เพื่อสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เวียนศีรษะ ปวดท้อง หรือเจ็บครรภ์ หรือเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง
  6. หลีกเลี่ยงการขับรถในสภาพอากาศแปรปรวน หรือในเวลากลางคืนเพื่อลดความเสี่ยง
  7. ใช้ความเร็วพอเหมาะ และรักษาระยะห่างจากรถคันอื่น 

คนท้องขับรถมอไซค์อันตรายไหม ? 

ในประเทศไทย ไม่มีกฎหมายหรือข้อห้ามอย่างเป็นทางการที่ระบุว่าคนท้องไม่สามารถขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีข้อห้ามทางกฎหมาย แต่มีข้อควรระวังและคำแนะนำจากแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยซึ่งไม่แนะนำให้คนท้องขับขี่รถจักรยานยนต์ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง แต่หากจำเป็นจริงๆ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์เป็นต้นไป เนื่องจากแรงกระแทกและการสั่นสะเทือนอาจส่งผลโดยตรงต่อทารกในครรภ์ได้ จึงควรเลือกใช้วิธีการเดินทางอื่นที่ปลอดภัยกว่า เพื่อลดความเสี่ยงต่อทั้งตนเองและทารกในครรภ์ค่ะ  

BabyGift แนะนำสินค้าที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ 

1. คาร์ซีทแม่ท้อง Tummy Shield

ปกป้องคุณแม่และลูกน้อยให้ปลอดภัยทุกการเดินทางด้วย Tummy Shield คาร์ซีทแม่ท้องที่ผ่านมาตรฐานการออกแบบเพื่อความปลอดภัย จากสถาบัน ADRs ประเทศออสเตรเลีย ​ด้วยเบาะรองรับสรีระแม่ท้องโดยเฉพาะ สัมผัสสบาย คืนตัวได้ดี ลดการกดทับ นั่งได้นานโดยไม่ปวดเมื่อย​ ช่วยป้องกันเข็มขัดนิรภัยรถยนต์รัดท้อง ปกป้องแม่ท้องและลูกน้อยในครรภ์ ให้ปลอดภัยตลอดการเดินทาง​ 

จุดเด่น  

  • ติดตั้งด้วยตะขอเหล็ก ปลอดภัยสูง ทนแรงกระชากได้มากที่สุดถึง 2 ตัน​ 
  • มีสายล็อคเบาะไม่ให้เคลื่อนที่ เพื่อความปลอดภัย​ ติดตั้งง่าย ใช้เวลาเพียง 1 นาที ​รองรับการติดตั้งบนเบาะรถยนต์ทุกรุ่น​ 
  • Cushion นวัตกรรมใหม่ ขึ้นโครงเหล็ก ฉีดขึ้นรูปเบาะชิ้นเดียวด้วย Memory Foam ซึ่งเป็นสิทธิบัตรเฉพาะแบรนด์ Tummy Shield เท่านั้น​ 
  • เหมาะสำหรับคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่หลังคลอด และคุณแม่ที่ยังเจ็บแผลผ่าคลอด​ 

2. MAMMY VILLAGE เข็มขัดพยุงครรภ์ รุ่น Top 2 สาย Featherlite 

นี่คือเข็มขัดพยุงครรภ์ที่ใส่สบายได้ทั้งวันโดยไม่ต้องถอดออก ทั้งตอนกินข้าว และเข้าห้องน้ำ ซึ่งจะช่วยพยุงทั้งแผ่นหลังตั้งแต่กลางหลังลงมา จึงทำให้คุณแม่รู้สึกตัวเบาสบาย เดินง่ายมากขึ้น พกพาสะดวก 

จุดเด่น 

  • ลดอาการปวดหลัง ปวดตัว ให้คุณแม่รู้สึกเบาสบาย เดินง่ายขึ้น 
  • สวมใส่ได้ทั้งวันโดยไม่ต้องถอดเข้าถอดออก เนื้อผ้านิ่มลื่น ระบายอากาศได้ดี สามารถใส่โดยตรงไปกับผิวได้เลย 

3. BUNNE & MAMALADE เลกกิ้งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ รุ่น Essential สีดำ

เลกกิ้งสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ช่วยพยุงหน้าท้องให้กับคุณแม่ เนื้อผ้ามีความยืดหยุ่นสูง แต่สัมผัสนุ่ม และไม่ระคายเคืองผิว ให้คุณแม่มั่นใจได้มากขึ้นในทุกๆ การเคลื่อนไหว  

จุดเด่น 

  • เอวสูง เนื้อผ้ายืนหยุ่น กระชับ สัมผัสนุ่มใส่สบาย ช่วยพยุงหน้าท้อง 
  • มีให้เลือก 4 ไซส์ เพื่อกระชับกับรูปร่างมากที่สุด

โดยสรุปแล้วคนท้องสามารถขับรถได้ในบางช่วงของการตั้งครรภ์ค่ะ แต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยของทั้งแม่และลูกในครรภ์ ซึ่งจริงๆ แล้วหากเป็นไปไม่ก็ไม่ควรขับรถเอง แต่หากจำเป็นต้องขับจริงๆ การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยสำหรับทั้งคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้ค่ะ และหากใครสนใจผลิตภัณฑ์เพิ่มความปลอดภัยให้กับการเดินทางของคุณแม่ตั้งครรภ์ หรือสินค้าแม่ และเด็กอื่นๆ ก็สามารถมาเยี่ยมชมสินค้าหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถมาเยี่ยมมสินค้าได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือ สอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : safedrivedlt.com 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เตรียมตัวรับมือให้พร้อมกับการเป็นคุณแม่อย่างเต็มตัว กับ 14 วิธีรับมือลูกแรกเกิด ขอบคุณบทความดีๆ จาก คุณหมอ สุธีรา เอื้อไพโรจน์กิจ

วันหยุดนี้ยังไม่รู้จะ พาลูกเที่ยวไหนดีในกรุงเทพ? เรารวม 10 คาเฟ่เด็ก กรุงเทพ 2026 ที่เหมาะกับวันพักผ่อนของครอบครัวมาให้แล้ว มีตั้งแต่ Kids Cafe พร้อมสนามเด็กเล่นในร่ม ไปจนถึงคาเฟ่สายธรรมชาติและคาเฟ่สัตว์ เด็ก ๆ ได้เล่นสนุก ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็มีเวลานั่งพักและหาอะไรอร่อย ๆ กินไปพร้อมกัน หมายเหตุ: เวลาเปิด-ปิด ค่าเข้า กิจกรรม และเงื่อนไขต่าง ๆ อาจเปลี่ยนได้ แนะนำเช็กกับร้านก่อนเดินทาง เครดิตภาพ : Wonder Woods Kids Cafe & Co-Learning Space 1. Wonder Woods Kids Cafe & Co-Learning Space – พัฒนาการ คาเฟ่เด็กแนว Co-learning ที่รวมพื้นที่เล่นและการเรียนรู้ไว้ด้วยกัน มีทั้งโซน Indoor และ Outdoor ตั้งแต่บ่อบอล สไลเดอร์ […]

วิตามินมีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะตอนท้อง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่วิตามินที่เราได้รับเป็นปกตินั้นจะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับเราเอง และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลูกน้อย วิตามินส่วนใหญ่ก็จะสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปเลยนะคะ หรือคุณแม่บางท่านอาจจะเลือกที่จะเสริมวิตามินเพิ่มเติมก็ได้อยู่ แต่ก่อนที่เราจะมองหาอาหารที่อุดมด้วยวิตามินมาทานนั้น เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าแม่ท้องควรจะเน้นวิตามินตัวไหนเป็นพิเศษกันบ้าง 1. วิตามินบี 1 วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่จะช่วยไม่ให้คุณแม่เกิดอาการเหน็บชา และมีความจำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและการทำงานของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทต่างๆ ของทารก สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อหัวใจและปอดของลูกน้อยได้ค่ะ อาหารที่มีวิตามินบี 1 ไข่ไก่ ข้าวซ้อมมือ แป้งสาลี 2. วิตามินบี 2 และบี 6 สำหรับวิตามินตัวนี้นั้นจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองรวมถึงระบบประสาทของทารกเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้สมองของลูกน้อยพัฒนาได้อย่างไม่เต็มที่นะคะ อาหารที่มีวิตามินบี 2 และบี 6 เช่น ตับและไข่แดง 3. กรดโฟลิก กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องของการสร้างอวัยวะให้แก่ลูกน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของสมองพิการและความพิการของร่างกายส่วนอื่น ๆ อาหารที่มีกรดโฟลิก เช่น ผักโขม อาโวคาโด ข้าวโพด 4. วิตามินบี 12 วิตามินบี 12 ก็เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการทำงานระบบประสาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนในเรื่องของการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วยนะ และเม็ดเลือดแดงก็มีความสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองของลูกน้อยของเรานั่นเอง อาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น ไข่ ตับ และผลิตภัณฑ์จากนม 5. วิตามินซี วิตามินซีจะมาช่วยคุณแม่ในเรื่องของภูมิคุ้มกัน […]

เรามั่นใจ 100% เลยว่าแม่ทุกคนอยากเห็นหน้าลูกน้อยเร็วๆ นับวันรอกันแทบไม่ไหว แต่ไม่มีแม่คนไหนแน่นอนที่อยากให้ลูกคลอดออกมาก่อนกำหนด ปกติแล้วคุณแม่ก็จะอุ้มท้องกันอยู่ที่ 37-40 สัปดาห์อ่ะเนอะ เพราะว่าถ้าคลอดก่อนหน้านี้ อวัยวะหรือสมองบางส่วนของลูกน้อยก็ยังอาจจะยังเติบโตไม่เต็มที่เท่าไหร่ ปอดก็ยังไม่แข็งแรง หายใจเองไม่ได้ ตัวเล็ก ถ้าคลอดออกมาก่อนก็ต้องอยู่ในตู้อบ นอกจากค่าใช้จ่ายจะสูงมากแล้ว ลูกยังน่าสงสารที่ต้องมีสายระโยงรยางค์ช่วยให้เค้าหายใจได้ ตอนท้องนี่ก็จะกังวลตลอด ปวดท้องนิดนึงก็กลัวว่าจะคลอดแล้วรึเปล่า แต่โดยทั่วไปแล้วถ้าจะคลอดก่อนกำหนดก็มักจะมีอาการเตือนที่ไม่ใช่แค่ปวดท้องนะ เราลองไปดูกันดีกว่าว่ามีอาการประมาณไหนบ้าง 5 อาการแบบนี้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด! 1.เจ็บท้องถี่ มีเลือดออกทางช่องคลอด เวลาท้อง การมีเลือดออกไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะงั้นถ้าคุณแม่มีเลือดออกในช่วงก่อนสัปดาห์ที่ 37 ไม่ว่าจะน้อยหรือเยอะ ให้รีบไปหาคุณหมอด่วนๆ เลย ส่วนคุณแม่บางคนอาจจะมีอาการเจ็บท้องถี่ร่วมด้วย ความรู้สึกมันจะเหมือนปวดอยากเข้าห้องน้ำแต่ถ่ายไม่ออก อาการนี้มันจะเกิดจากการที่มดลูกบีบตัว เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้นะ 2. ตัวบวมความดันสูงปรี๊ด คุณแม่หลายๆ คนอาจจะมีอาการมือบวม เท้าบวม ถ้าไม่ได้บวมเยอะมากจนน่าตกใจก็ไม่ได้ผิดปกติอะไรนะ เพราะหลายๆ คนก็เป็นกัน แต่คุณแม่บางคนมีอาการบวมทั้งตัว น้ำหนักขึ้นเร็ว จุกตรงลิ้นปี่ ความดันสูงมากจนอาจจะแตะ 200 เลยก็มี อันนี้คืออาการของคุณแม่ที่ครรภ์เป็นพิษต้องพบคุณหมอโดยเร็ว เพราะว่านอกจากจะอันตรายต่อลูกในท้องแล้วยังอันตรายต่อคุณแม่ด้วย ความดันที่ขึ้นสูงปรี๊ดแบบนี้อาจมีโอกาสทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ด้วยนะ ส่วนใหญ่คุณแม่ที่มีอาการแบบนี้จะต้องอยู่ในการดูแลของคุณหมอ หากมีอาการไม่ดีขึ้นอาจจะต้องโดนผ่าคลอดฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตของคุณแม่และลูกน้อยในท้องไว้ค่ 3. […]

เด็กไม่ได้โตแค่น้ำหนัก แต่ “สรีระ” เปลี่ยนไปตลอดการเติบโต เมื่อกำลังเลือกคาร์ซีทให้ลูกเป็นครั้งแรก หลายครอบครัวมักเริ่มจากคำถามเดียวกัน “คาร์ซีทรุ่นนี้ใช้ได้กี่ปี?” เป็นคำถามที่ไม่ผิด เพราะคาร์ซีทเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง หลายคนจึงอยากเลือกแบบที่ใช้งานได้นานที่สุด เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว แต่ในความเป็นจริง ยังมีคำถามที่สำคัญกว่า นั่นคือ คาร์ซีทรุ่นนี้ ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระของลูก ในช่วงวัยที่กำลังใช้งานอยู่หรือไม่ เพราะเด็กทุกคนจะเติบโตขึ้นทุกวัน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ได้มีเพียงอายุหรือน้ำหนักเท่านั้น สิ่งที่เปลี่ยนมากที่สุด คือ สรีระของร่างกาย ทั้งส่วนสูง ความยาวลำตัว ความกว้างของไหล่ ความกว้างของสะโพก รวมถึงตำแหน่งที่เข็มขัดนิรภัยควรวางพาดเพื่อให้ทำงานได้อย่างถูกต้อง และนี่เอง คือเหตุผลที่ผู้ผลิตคาร์ซีททั่วโลกยังคงพัฒนาคาร์ซีทหลายประเภท แทนที่จะออกแบบเพียงรุ่นเดียวให้รองรับเด็กทุกช่วงวัย สรุปสั้น ๆ คาร์ซีท 0–4 ปี เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการคาร์ซีทที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของเด็กเล็กโดยเฉพาะ คาร์ซีท 0–7 ปี เน้นความสมดุลระหว่างการรองรับและการใช้งานต่อเนื่อง คาร์ซีท 0–12 ปี เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการใช้งานหลายช่วงวัย เด็กไม่ได้โตแค่น้ำหนัก แต่ “สรีระ” ของเด็กเปลี่ยนไปตลอดเวลา ลองนึกภาพเด็กแรกเกิดที่มีความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร เทียบกับเด็กวัยประถมที่มีความสูงมากกว่า 130 เซนติเมตร […]

ช่วงเวลา ใกล้คลอด ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ยิ่งใกล้ถึงเวลาคลอดเท่าไร คุณแม่ควรสังเกตอาการของตัวเองมากยิ่งขึ้น วันนี้ Baby Gift มีสัญญาณเตือนใกล้คลอดมาให้คุณแม่ศึกษาและเตรียมพร้อมรับมือ ซึ่งจะมีสัญญาณเตือนใกล้คลอดอะไรบ้าง? ตามมาดูกันเลย เช็คด่วน! 6 สัญญาณเตือน ใกล้คลอด 1. ท้องเคลื่อนลงต่ำอย่างเห็นได้ชัด เมื่อถึงช่วงใกล้คลอด ทารกจะเริ่มเคลื่อนตัวลงมาด้านล่าง ทำให้ท้องคุณแม่เคลื่อนต่ำลงจนเห็นได้ชัดเจน สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า เป็นสัญญาณเตือนว่าใกล้คลอดแล้ว 2. มดลูกหดตัวอย่างรุนแรง คุณแม่ช่วงท้องแก่ใกล้คลอดมักจะรู้สึกเจ็บหลังส่วนล่างอยู่ตลอดเวลา เพราะมดลูกเริ่มหดตัวเป็นระยะๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผลักดันทารกออกสู่โลกภายนอก ยิ่งเมื่อถึงกำหนดคลอดแล้ว มดลูกก็จะยิ่งหดตัวอย่างรุนแรงและถี่มากขึ้นเรื่อยๆ 3. ถ่ายอุจจาระบ่อยกว่าปกติ การที่คุณแม่มีอาการถ่ายอุจจาระบ่อยๆนั้น ไม่ต้องกังวล เพราะร่างกายเพียงต้องการขับถ่ายของเสียออกมา เพื่อเตรียมสำหรับการคลอดลูกน้อยเป็นลำดับต่อไป โดยคุณแม่บางคนอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย 4. มีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอด สัญญาณเตือนใกล้คลอดระยะสุดท้าย คุณแม่จะมีเลือดไหลออกมาทางช่องคลอดลักษณะเป็นมูกเหนียวๆ แสดงว่ามดลูกเริ่มมีการขยายแล้ว หากคุณแม่มีอาการแบบนี้ ไม่ต้องตกใจ นั่นเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณแม่ต้องรีบไปโรงพยาบาลพบคุณหมอทันที เพื่อเตรียมตัวสำหรับการคลอดลูกน้อย 5. น้ำคร่ำแตก สัญญาณเตือนใกล้คลอดที่สำคัญที่สุด เมื่อใดก็ตามที่มีอาการน้ำคร่ำแตก คุณแม่ควรรีบเดินทางไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะทารกที่ไม่มีน้ำคร่ำโอบล้อมร่างกายในขณะที่ยังอยู่ในครรภ์นั้น อาจทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ดังนั้น คุณหมอจึงจำเป็นต้องทำคลอดให้คุณแม่หลังจากที่น้ำคร่ำแตกภายใน 1-2 […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event