ไม่อยากให้ตะคริวมาเยือนตอนท้อง ป้องกันอย่างไร?

ไม่อยากให้ตะคริวมาเยือนตอนท้อง ป้องกันอย่างไร

พูดถึง “ตะคริว” แม้จะไม่ใช่คุณแม่ท้องยังต้องส่ายหน้าเพราะไม่อยากเป็น ก็เป็นตะคริวทีไรปวดขา ปวดน่องจนขยับไม่ได้และทรมานสุดใจจริงๆ  ยิ่งเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่แทบทุกคนจะต้องเผชิญอาการปวดตะคริวนี้ ยิ่งแสนทรมาน ไหนจะท้องใหญ่ขยับตัวลำบาก เคลื่อนไหวยาก มาเป็นตะคริวตอนกลางคืนหรือดึกๆ อีก ทำให้นอนไม่หลับ นอนไม่เต็มที่ ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกอย่างไร

ฉะนั้นถ้าคุณแม่ท้องรู้ทันและป้องกันตะคริวได้ล่วงหน้า เชื่อว่าแม่ๆ จะต้องแฮปปิ้ยิ้มร่าแน่นอน

ทำไม? แม่ท้อง ต้องเป็นตะคริว 

จริงๆ แล้วไม่ใช่แม่ท้องเท่านั้นที่เป็นตะคริว  เพราะคนทั่วๆ ไปก็มักจะเป็นได้ ยิ่งคนในวัยทำงาน เพราะอาการ “ตะคริว” หรืออาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เกิดจากการขาดแคลเซียม และมีฟอสฟอรัสมากเกินไปในกระแสเลือด การยืน เดิน หรือต้องนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะเป็นเวลานานๆ ซึ่งจะทำให้เลือดเดินไม่สะดวก เกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง เลือดไหลเวียนไปส่วนล่างได้ไม่สะดวก ทำให้กล้ามมเนื้อหดตัวจนเกิดตะคริวได้ 

ส่วนคุณแม่ตั้งครรภ์ทำไมถึงเป็นตะคริวบ่อยและเป็นเกือบทุกราย โดยมักจะมีอาการเป็นตะคริวเกิดขึ้นบ่อยในช่วง 2-3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ นั่นก็เพราะว่าในช่วงท้อง จะมีภาวะที่รวมเอาสาเหตุปัจจัยเกือบทุกอย่างที่ทำให้เป็นตะคริวไว้ด้วยกัน  ตั้งแต่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ตั้งครรภ์ ซึ่งจะทำให้ขาทั้งสองข้างของคุณแม่แบกรับน้ำหนักตัวที่มากขึ้น ส่งผลให้ระบบหมุนเวียนโลหิตบริเวณขาตึงแน่นเกินไป เลือดเดินไม่สะดวกเกิดของเสียคั่งบริเวณน่อง อิริยาบถการยืน เดินหรือนั่งในท่าเดิมๆ นานๆ  และการได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดตะคริวได้นั่นเอง  

4 เคล็ดลับ ขจัดตะคริวแม่ท้อง 

เพราะตะคริว เป็นอาการไม่พึงประสงค์ของคุณแม่ท้อง เนื่องจากทำให้คุณแม่ต้องเจ็บปวดบ่อยๆ ในขณะตั้งครรภ์ทั้งยังมักจะรบกวนการนอนเพราะจะเป็นมากในตอนกลางคืน เราจึงขอแนะนำเทคนิควิธีการป้องกันก่อนที่อาการตะคริวยอดฮิตนี้จะมาเยือน ด้วยวิธีการดังนี้

  1. กินอาหารต้านตะคริว
    • กินอาหารที่มีแคลเซียมให้มากและเพียงพอ เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย งา ถั่วเหลือง เต้าหู้ และอย่าลืมกินแคลเซียมที่คุณหมอจ่ายให้ในช่วงตั้งครรภ์สม่ำเสมอ  เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายคุณแม่มีระดับแคลเซียมในเลือดต่ำ จนส่งผลให้เป็นตะคริวได้บ่อย  คุณแม่ตั้งครรภ์จึงต้องกินอาหารที่มีแคลเซียมสูงให้มากเพียงพอ พร้อมกับควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไปขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียมด้วย เช่น ชา กาแฟ น้ำอัดลมและแอลกอฮอล์
    • กินผักและผลไม้เป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายคุณแม่ได้รับแร่ธาตุและวิตามินสม่ำเสมอ ให้ร่างกายได้รับโพแทสเซียมแมกนีเซียมและสังกะสี ที่ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ รวมถึงวิตามินต่างๆ จากผักผลไม้สีเขียวเข้ม สีแดง และสีเหลือง  ธัญพืช ถั่วลิสง เมล็ดฟักทองและอื่นๆ
  2. ดื่มน้ำให้มากเพียงพอ
    เพราะหากคุณแม่มีภาวะร่างกายขาดน้ำ ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดตะคริวได้โดยเฉพาะในหน้าร้อน ที่ร่างกายต้องเสียเหงื่อมากกว่าปกติ  คุณแม่ตั้งครรภ์จึงควรหมั่นดื่มน้ำบ่อยๆ ในทุกวัน อย่าปล่อยให้รู้สึกกระหายน้ำ  เพราะนอกจากอาการตะคริวแล้ว การขาดน้ำอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในด้านอื่นๆ
  3. . เปลี่ยนท่านั่ง ยืน เดิน
    หมายถึงการหมั่นเปลี่ยนอิริยาบถต่างๆ ไม่นั่ง ยืน หรือเดินในท่าเดิมๆ ซ้ำๆ นานเกินไป รวมถึงพยายามค่อยๆ เปลี่ยนท่าทาง และคุณแม่ควรเดิน นั่ง และยืนในท่าที่ถูกต้อง หลังตรง ไม่โก่งโค้ง งอขา นั่งไขว่ห้าง นั่งพับขา ยกของหนัก เพราะนอกจากจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการตะคริวแล้ว ยังทำให้คุณแม่มีปัญหาปวดหลัง ปวดขา ปวดเข่าได้อีกด้วย
  4.  ปรับท่าทางเวลานอน
    เวลานอนให้คุณแม่ตั้งครรภ์นอนยกขาสูง โดยควรใช้หมอนหรือผ้าห่มหนาๆ รองบริเวณขาและเท้าให้สูงกว่าลำตัวเล็กน้อยหรือสูงจากเตียงประมาณ 10 ซม. (4 นิ้ว) เพื่อช่วยไม่ให้ขาต้องแบกรับน้ำหนักจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก เพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณกล้ามเนื้อน่องให้ดีขึ้น  ส่งผลป้องกันการเกิดตะคริว หรือลดอาการให้น้อยลงได้

4 กลยุทธ์ หยุดอาการเจ็บ เมื่อตะคริวมาเยือน

แต่หากคุณแม่ป้องกันและทำทุกทางไม่ให้เกิดตะคริวแล้ว แต่ก็ยังเป็นตะคริวอยู่  เราขอเสนอวิธีการบรรเทาอาการเจ็บปวด การผ่อนคลายความปวดให้ทุเลาลงได้รวดเร็ว นั่นคือ

แต่หากคุณแม่ป้องกันและทำทุกทางไม่ให้เกิดตะคริวแล้ว แต่ก็ยังเป็นตะคริวอยู่  เราขอเสนอวิธีการบรรเทาอาการเจ็บปวด การผ่อนคลายความปวดให้ทุเลาลงได้รวดเร็ว นั่นคือ

  1. การเหยียดขาข้างที่เป็น โดยเมื่อมีอาการ ให้คุณแม่ค่อยๆ ใช้มือประคองและยืดกล้ามเนื้อข้างที่เป็นออก ให้อยู่ในความยาวที่ปกติของกล้ามเนื้อนั้น ๆ และให้ยืดกล้ามเนื้ออยู่จนกระทั่งหายปวด ใช้เวลาประมาณ 1 – 2 นาที จากนั้นลองปล่อยมือดูว่ากล้ามเนื้อนั้น ยังเกร็งอยู่หรือไม่ ถ้ายังเกร็งอยู่ให้ทำซ้ำจนกระทั่งปล่อยมือแล้วไม่มีอาการเกร็งตัว
  2. ใช้มือประคองเท้าหรือขาข้างที่เป็นจากนั้นค่อยๆ ดันปลายเท้าขึ้น-ลง หรือการใช้ผ้ายาวๆ คล้องไว้ที่ปลายเท้าแล้วดึงผ้าเข้าหาตัวให้ตึง เพื่อให้ปลายเท้ากระดกเข้าหาตัว
  3. กรณีหากเป็นตะคริวที่ต้นขา ให้ค่อยๆ เหยียดหัวเข่าให้ตรง ยกเท้าขึ้นจากพื้นเล็กน้อย และกระดกปลายเท้าลงด้านล่าง
  4. ให้คุณพ่อช่วยจับปลายเท้าคุณแม่ข้างที่เป็นตะคริว ค่อยๆ กระดกขึ้น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เส้นไหมทอละเอียด Silky Air นวัตกรรมใหม่จาก Aprica ที่มีในรถเข็นเด็ก รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS Silky Air เส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นลดภาระการเคลื่อนย้ายตัวของเด็ก Silky Air เป็นการผสมกันกับไหมและเส้นไฟเบอร์เรียงยาวละเอียดให้ความยืดหยุ่นเบาสบาย เมื่อเทียบกับผ้าคอตตอนแบบเก่าที่ผสมกับฟองน้ำที่มีความยืดหยุ่นต่ำระบายอากาศได้ไม่ดี มาเลือกความเบาสบายให้ลูกของคุณกับ Silky Air กับคุณสมบัติพิเศษ 3 ข้อ ดังนี้ 1. เบาะรองนั่งสามารถระบายอากาศได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มการระบายความชื้นมากขึ้นอีก 10%  เพราะ Silky Air เป็นวัสดุที่สามารถระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม  การระบายความชื้นได้ดีเป็นตัวบ่งบอกว่าความร้อนไม่สามารถก่อตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการระบายความชื้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างลักษณะรูปร่างของเด็กด้วย  2. สัมผัสที่อ่อนนุ่ม ผลิตจากวัสดุที่อ่อนนุ่มและสามารถระบายอากาศได้ดีให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก 3. สามารถทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้า เบาะรองนั่งสามารถถอดออกและนำไปซักในเครื่องซักผ้าได้อย่างง่ายดายจึงทำให้คงความสะอาดตลอดเวลา สรุป ด้วยคุณสมบัติที่ดีเยี่ยมกับนวัตกรรมใหม่ ของ Silky Air ทั้ง  3 ประการ จึงนำมาใช้กับรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna Light และรุ่น Luxuna CTS ได้เหมาะสมที่สุดกับเด็กแรกเกิด และเหมาะสมที่สุดกับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการรถเข็นเด็กที่เบาและง่ายต่อการเดินทางไปทุกที่ กับคุณสมบัติพิเศษที่สามารถใช้คู่กับเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ได้อีกด้วย รวดเร็วและสะดวกในการปรับเปลี่ยนการใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณแม่ คุณแม่สามารถเลือกใช้ได้อย่างใดอย่างหนึ่งได้อย่างง่ายดาย นวัตกรรมใหม่ในการใช้รถเข็นเด็กและเป้อุ้มเข้าด้วยกัน เป็นตัวช่วยให้คุณแม่พร้อมออกเดินทางได้ทุกสถานการณ์

อาหารที่จะช่วยบำรุงสายตาให้กับลูกน้อย >>>ขอบคุณข้อมูล : Mother&Care

คุณแม่มือใหม่ หลายท่านอาจรู้สึกกังวลเมื่อสังเกตเห็นผิวของลูกน้อยลอกเป็นขุยหรือมีอาการแห้งสาก นั่นเป็นเพราะทารกผิวแห้งเป็นภาวะที่พบได้บ่อย เนื่องจากผิวของทารกนั้นบอบบางกว่าผู้ใหญ่อย่างมาก การทำความเข้าใจสาเหตุและรู้วิธีดูแลที่ถูกต้องคือสิ่งสำคัญที่สุด BabyGift ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องสินค้าแม่และเด็ก เข้าใจดีว่าการดูแลผิวบอบบางของลูกรักนั้นละเอียดอ่อนแค่ไหน เราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อฟื้นฟูความชุ่มชื้น และเสริมสร้างให้ผิวลูกน้อยแข็งแรง ทำไมผิวทารกถึงบอบบางและแห้งง่ายกว่าผู้ใหญ่ โครงสร้างชั้นผิวหนังของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ที่ยังทำงานได้ไม่เต็มที่และมีความบางกว่าผิวผู้ใหญ่หลายเท่าตัว ทำให้ผิวทารกสูญเสียความชุ่มชื้นได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ทั้งยังไวต่อการระคายเคืองจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ สารเคมี หรือการเสียดสี โครงสร้างผิวบอบบางที่ไม่แข็งแรงนี้เองที่ทำให้ทารกผิวแห้ง และเกิดปัญหาผิวแห้งลอกได้มากกว่าผู้ใหญ่ สาเหตุที่ทำให้ทารกผิวแห้งและลอก อาการทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอก มักเกิดจากการทำงานร่วมกันของปัจจัยภายในและภายนอก โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสูญเสียความชุ่มชื้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีสาเหตุหลัก ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ควรทราบดังนี้ สภาพอากาศหรือห้องแอร์ที่แห้ง การที่ลูกน้อยต้องอยู่ในห้องปรับอากาศที่แห้งเป็นเวลานาน หรือการสัมผัสกับสภาพอากาศที่เย็นจัด จะดึงเอาความชุ่มชื้นออกจากผิวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทารกผิวแห้ง และผิวแห้งลอกได้ง่ายมาก เพราะผิวที่บางอยู่แล้วไม่สามารถต้านทานการสูญเสียน้ำจากสภาพแวดล้อมที่แห้งได้ การอาบน้ำบ่อยหรือใช้น้ำอุ่นจัดเกินไป การอาบน้ำที่นานเกินไป หรือการใช้น้ำอุ่นจัดถือเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ น้ำอุ่นจะชะล้างน้ำมันที่เคลือบผิวออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื้น และทำให้ทารกผิวแห้งได้ง่าย แม้จะเป็นเพียงการอาบน้ำในชีวิตประจำวันก็ตาม ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่ไม่เหมาะสม การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมของสารเคมีรุนแรง เช่น สบู่ที่มีค่า pH เป็นด่างสูง มีน้ำหอม หรือแอลกอฮอล์ จะทำลายสมดุลและเกราะป้องกันของผิวบอบบางทารกอย่างรวดเร็ว […]

คุณอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเชิญให้เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่บุคลลากรทางการศึกษา จำนวน 70 ท่าน ภายใต้ชื่อ “ความจำเป็นของคาร์ซีทและการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ถูกวิธี” ณ โรงเรียนเลิศหล้า ทั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธี เพื่อให้บุคลลากรทางการศึกษาได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของคาร์ซีท และสามารถนำมาปรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้

“การจะมีลูกซักคนไม่ใช่เรื่องง่าย” คุณแม่ๆ อาจจะเคยได้ยินประโยคนี้กันมาบ้าง เอาจริงๆ เราก็จะไม่ค่อยเก็ทฟีลกันเท่าไหร่ จนได้มามีลูกเป็นของตัวเอง อุปสรรคแรกที่ต้องเจอ ซึ่งเรียกได้ว่าหนักสำหรับแม่ๆ ทั้งหลายก็คือ การใช้ชีวิตไปในแต่ละวันพร้อมกับอาการ แพ้ท้อง อาการ แพ้ท้องไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณแม่ทุกคนหรอกนะคะ หรือคุณแม่บางคนอาจจะไม่ได้แพ้ท้องในท้องแรก แต่ไปแพ้ท้องในท้องสองก็ได้ เพราะงั้น ถ้ามีอาการนี้อยู่ หรือกลัวว่าจะมี เราลองมาดูเคล็บลับง่ายๆ ไม่ต้องพึ่งหมอ ที่จะมาช่วยบรรเทาอาการแพ้กันดีกว่า 1. กลิ่นหอมสดชื่นเบาๆ ช่วยได้ เป็นปกติของทุกคนมั้ยคะ ที่เวลาเราได้กลิ่นอะไรน่าเวียนหัวแล้วรู้สึกเหมือนจะอาเจียน บางคนไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมฉุน บางคนไม่ชอบกลิ่นธูป เพราะฉะนั้นเรื่องกลิ่นก็มีผลกับอาการแพ้ท้องเช่นเดียวกันค่ะ สิ่งสำคัญคือคุณแม่ควรจะอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเท หากลิ่นหอมๆ ที่มีความสดชื่นมาไว้ใกล้ๆ กลิ่นที่สดชื่นเช่นนี้ก็จะช่วยให้คุณแม่รู้สึกเวียนหัวน้อยลง แล้วก็สร้างความผ่อนคลายให้ได้อีกด้วย 2. ดื่มน้ำเป็นประจำ อาการแพ้ท้องส่วนมากก็จะมาในรูปแบบของการอาเจียน เพราะงั้นเราก็จะเสียน้ำไปเยอะมาก สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือ ให้ดื่มน้ำเข้าไปทดแทน เพราะไม่งั้นอาจจะเกิดอาการขาดน้ำ ผิวหนังแห้งแตก หรือหน้ามืดได้ค่ะ นอกจากนี้การดื่มน้ำก็ยังช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดชื่น มีกำลังในระหว่างวันขึ้นมาบ้าง 3. ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำขิงร้อนๆ ต่อจากข้อข้างบน น้ำที่เราแนะนำก็จะเป็นน้ำอุ่นๆ หรือถ้าใครไม่ชอบทานน้ำอุ่นๆ ก็อาจจะลองเปลี่ยนเป็นน้ำขิงร้อนๆ ก็ได้นะคะ เพราะขิงเป็นตัวช่วยสำคัญ ที่จะช่วยลดอาการวิงเวียนและคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี แถมน้ำขิงยังช่วยกระตุ้นน้ำนมหลังคลอดได้ด้วยนะ […]

เป็นยังไงกันบ้างคะ หลักการ เลือกรถเข็นเด็ก ของกุมารแพทย์ญี่ปุ่น บ้านไหนกำลังวางแผนซื้อรถเข็นให้ลูกสักคัน ลองเอาไปปรับใช้กันดูนะคะ พาลูกน้อยมาลองรถเข็นเด็ก ได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้านคุณยินดีให้คำแนะนำ พร้อมสาธิตการใช้รถเข็นเด็กอย่างถูกวิธี

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event