แม่ท้อง…เตรียมเต้านมให้พร้อมหรือยัง?

ขอแสดงความยินดีกับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่าน ที่กำลังนับวันรอคอยได้เห็นหน้าลูกน้อย เชื่อว่าคุณแม่คงจะวางแผนและตั้งใจจะให้นมแม่แก่ลูกน้อยทันทีหลังคลอดทุกคน และน่าจะเตรียมของใช้สำหรับการเลี้ยงลูกน้อย บางคนอาจจะมองหาเครื่องปั๊มนม และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการให้นมแม่กันบ้างแล้วด้วย…จริงไหมคะ?

แต่นอกจากการเตรียมของใช้เพื่อให้นมแม่แล้ว  คุณแม่ต้องไม่ลืมหันกลับมาสำรวจร่างกาย ด้วยการเช็กสุขภาพเต้านมและหัวนม ว่าพร้อมให้นมแม่ได้ทันทีหลังคลอดหรือไม่? มีส่วนไหนผิดปกติหรือมีปัญหาจนเป็นอุปสรรคในการให้นมแม่หรือเปล่า?  เราจึงชวนคุณแม่ตั้งครรภ์มาเรียนรู้วิธีตรวจเช็กหัวนมและเต้านม พร้อมแนะนำข้อมูลในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้คุณแม่พร้อมให้นมลูกน้อยได้เต็มที่ทันทีหลังคลอดค่ะ

ชวนแม่ท้อง…ตรวจหัวนมและเต้านมด้วยตัวเอง

คุณแม่ตั้งครรภ์ควรตรวจลักษณะของเต้านมและหัวนมของตัวเอง เพื่อเช็กความผิดปกติของหัวนม ซึ่งบางครั้งคุณแม่อาจจะไม่ได้เคยสังเกตหรือรู้ว่าก่อนว่าลักษณะหัวนมของตัวเอง อาจมีปัญหาที่ส่งผลต่อการให้นมลูกน้อยได้ เช่น  หัวนมบอด หัวนมสั้น  หัวนมแบน หัวนมบุ๋ม รวมถึงหัวนมใหญ่ ซึ่งลักษณะหัวนมเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ และยิ่งคุณแม่แก้ไขได้เร็วเท่าไร ลูกน้อยก็จะได้รับคุณค่าจากนมแม่ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น  ฉะนั้นมาสังเกตดูกันว่า หัวนมของคุณแม่เป็นแบบไหน และแบบไหนที่ผิดปกติ

รู้ได้อย่างไรว่าหัวนมผิดปกติ

คุณแม่สามารถตรวจสอบและสังเกตหัวนมได้ด้วยตัวเองว่าปกติหรือไม่  แบบไหนหัวนมสั้น หัวนมบอด เพื่อการแก้ไขปัญหาที่มีให้ได้ก่อนคลอดลูกน้อย  ด้วยวิธีการต่างๆ ได้แก่

1. ดูขนาดของหัวนมและเต้านม

โดยมองด้วยตาเปล่าและสัมผัสคลำเพื่อสำรวจว่า มีก้อนผิดปกติในเต้านมหรือไม่ เต้านมดูไม่บิดเบี้ยว หัวนมไม่แตกเป็นรอยแยก มีหัวนมแบนราบหรือบุ๋มลงไปหรือเปล่า

2. Pinch Test

คือการวางหัวแม่มือและนิ้วชี้ของคุณแม่ไว้ที่ฐานของหัวนมใกล้กับขอบลานนม จากนั้นค่อยๆ กดนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้เข้าหากันเพื่อบีบหัวนมเบาๆ

  • หัวนมปกติ           หัวนมของคุณแม่จะยื่นออกมาจากลานนมปกติ ประมาณ 1 ซม.
  • หัวนมสั้น             หัวนมจะอยู่กับที่หรือเคลื่อนเล็กน้อย  พบได้ค่อนข้างมาก
  • หัวนมบอด           หัวนมของคุณแม่จะหดตัวกลับและจมลงไป  พบได้น้อย

2.1 Waller’s Test

การวางมือบนเต้านมให้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้คุณแม่ วางราบไปกับผิวหนัง ให้นิ้วทั้งสองนั้นอยู่ชิดหัวนมตรงรอยต่อระหว่างหัวนมและลานหัวนม จากนั้นกดนิ้วทั้งสองเข้าหากัน เป็นการเลียนแบบการดูดนมตามธรรมชาติของลูก ซึ่งหากคุณแม่จับหัวนมได้ แสดงว่าลูกน้อยสามารถดูดนมแม่ได้ แต่ถ้าหัวนมผลุบลงไปจับไม่ติด แสดงว่าหัวนมแบนราบเกินไปหรือหัวนมบุ๋ม จะทำให้ลูกดูดนมแม่ไม่ได้

3. วัดความยาวของหัวนม

ว่าหัวนมของคุณแม่ที่ยื่นออกมานั้นมีขนาดความยาวมากน้อยเท่าใด เช่น

  • หัวนมปกติ – หัวนมยาวประมาณ 0.7-1 ซม.
  • หัวนมสั้น  – หัวนมยาวประมาณ 0.1- 0.6 ซม. เท่านั้น
  • หัวนมบอดหรือบุ๋ม – หัวนมจะไม่ยื่นออกมา หรือบุ๋มลงไป

ข้อควรระวัง : ไม่ควรกระตุ้นด้วยการนวดจับหรือสัมผัสเต้านมและหัวนมนานเกินไป นอกจากนี้หากเต้านมหรือหัวนมคุณแม่มีปัญหา ควรเริ่มเมื่ออายุครรภ์ 14 สัปดาห์ไปแล้ว  เนื่องจากมีการกระตุ้นที่อาจทำให้มดลูกบีบรัดตัว จนแท้งหรือคลอดก่อนกำหนดเป็นอันตรายได้  ดังนั้นหากคุณแม่มีประวัติการคลอดก่อนกำหนด ไม่แนะนำให้บีบนวดเต้านมด้วยตัวเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ

4. หัวนมผิดปกติ แก้ไขอย่างไรก่อนคลอด 

หากคุณแม่ตรวจพบว่าหัวนมของตัวเองนั้นมีความผิดปกติ เช่น มีหัวนมสั้น หรือหัวนมบอด สามารถทำการแก้ไขก่อนคลอดได้ ด้วยวิธีการต่างๆ นั่นคือ

  • แก้ไขหัวนมสั้น คุณแม่สามารถนวดคลึงและดึงหัวนมได้ด้วยตัวเอง ตามวิธีดังนี้คือ
    • nipple rolling จับด้านข้างของหัวนมตรงส่วนที่ติดกับลานนมด้วยนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือ คลึงเบาๆไปมา พร้อมกับจับหัวนมดึงยืดออกมาเล็กน้อยแล้วปล่อย ทำซ้ำประมาณ 5-10 ครั้ง วันละ 2 ครั้ง
    • Hoffmann’s maneuver ได้ วางนิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างให้ชิดโคนหัวนม จากนั้นกดนิ้วและดึงแยกออกจากกันไป ทางด้านข้างทั้งสองทางเบาๆ  ทำทั้งจากด้านข้าง ด้านทิศบนและล่างให้รอบบริเวณหัวนม ทำซ้ำ 10-20 ครั้งต่อข้างหลังอาบน้ำ
    • ปรึกษาแพทย์เรื่องการใช้ปทุมแก้ว (Breast Shell หรือ Breast Cup) ใช้ปทุมแก้วครอบให้หัวนมอยู่ตรงกลางรูของฐานปทุมแก้ว หัวนมจะยื่นขึ้นมาที่ขอบรูและส่วนปทุมแก้วที่นาบกับลานหัวนม โดยใส่ไว้ใต้เสื้อชั้นในเฉพาะเวลากลางวันหลังอาบน้ำ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของการตั้งครรภ์ วันละ 2-3 ชั่วโมง อาจใช้ประมาณ 1 สัปดาห์หรือ 1 เดือน
  • แก้ไขหัวนมบอด หากคุณแม่มีหัวนมบอดควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆ มาใช้เอง เพื่อการเลือกใช้อุปกรณ์ดึงหัวนมได้ถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภัย เพราะหากใช้ไม่ถูกวิธีอาจทำให้หัวนมและลานนมของคุณแม่แตกเป็นแผลอัหกเสบได้  โดยอุปกรณ์ที่ช่วยดึงหัวนมแม่ได้ มีดังนี้
    • Nipple puller ด้วยการใช้นิ้วมือคุณแม่บีบกระเปาะยางแล้วไปครอบหัวนม จากนั้นปล่อยนิ้วที่บีบกระเปาะเบาๆ  ใช้วิธีนี้ดึงหัวนมบ่อยๆ ทำวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น ครั้งละ 10 นาที
    • Syringe puller โดยนำไซริงค์มาดูดบริเวณหัวนม วิธีการคือดึงลูกสูบขึ้นประมาณ 1/3 ของกระบอก แล้วนำด้านที่มีปีกมาครอบหัวนมให้สนิท ดึงลูกสูบช้าๆ จนเห็นหัวนมยื่นยาวออกมา

               ข้อควรระวัง : หากทำแล้วมีอาการท้องแข็ง เกิดการหดรัดตัวของมดลูก รวมถึงหัวนมแตกเป็นแผลให้หยุดการทำ  และไม่แนะนำให้คุณแม่ที่มีประวัติคลอดก่อนกำหนดแก้ไขหัวนมด้วยตัวเอง แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

สุดท้ายนี้เพื่อให้คุณแม่มีเต้านมที่พร้อมสำหรับการให้นมลูกน้อยหลังคลอด แนะนำว่าในระหว่างการฝากท้อง ได้พบคุณหมอ คุณแม่ควรสอบถาม หรือปรึกษาปัญหาเกี่ยวกับเต้านมและหัวนมไว้ล่วงหน้า โดยอาจจะให้คุณหมอตรวจประเมินหัวนมด้วย  เพื่อจะได้รับทราบปัญหา แก้ไขและดูแลตั้งแต่ก่อนคลอด เพื่อให้คุณแม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้อย่างไม่มีอุปสรรคหลังคลอดทันทีนั่นเอง

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวให้ความสำคัญกับ “คาร์ซีท” หรือ เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก เป็นอุปกรณ์จำเป็นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยในขณะที่เดินทางด้วยรถยนต์กันเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุด นางสาวอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเข้าเยี่ยมชม “Aprica Central Research Center” ที่เมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น และแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์ซีท เจาะลึกถึงแนวคิดการออกแบบที่สอดคล้องกับสรีระของเด็กในแต่ละช่วงวัย การเลือกสรรวัสดุที่ปลอดภัย และขั้นตอนการผลิตที่ได้มาตรฐาน รวมไปถึงวิธีทดสอบคาร์ซีทในห้องปฎิบัติการด้านความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก อะปริก้า (Aprica) ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.  2490 โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี อะปริก้า จึงได้รับการยอมรับและไว้วางใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และอะปริก้ายังได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดทำรถเข็นและผลิตภัณฑ์เด็กรุ่นพิเศษ ภายใต้ชื่อ Royal Knot เพื่อทูลเกล้าถวายแด่ราชวงศ์ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงเชื้อพระวงศ์ในอีกหลายประเทศทั่วโลก Aprica Central Research Center เป็นศูนย์กลางวิจัยเกี่ยวกับการคิดค้นผลิตภัณฑ์เด็กตั้งอยู่ในเมืองนาราประเทศญี่ปุ่นด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านเยน เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมประวัติความเป็นมาของแบรนด์อะปริก้า แนวคิดปรัญชาการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก รวมทั้งเทคโนโลยีนวัตกรรมที่ทันสมัย โดยเฉพาะด้าน Childcare Engineering […]

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากกักตัวอยู่บ้านและนั่งเรียนออนไลน์มาร่วมหลายเดือน ตอนนี้หนูๆ ทั้งหลายก็คงจะจะได้กลับไปเข้าเรียนในโรงเรียนจริงๆกับเพื่อนแล้ว แต่สำหรับแม่ๆ ถึงแม้ดูเผินๆ แล้ว สถานการณ์ของเจ้าเชื้อโรคตัวร้าย COVID ดูเหมือนจะดีขึ้น 100 ทั้ง 100 ก็คงยังวางใจได้ไม่เต็มที่ ยังกังวลกันแน่นอน สำหรับคุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลกลัวว่า เอ๊ะลูกน้อยจะของเราจะไปติดเชื้อโรคมาไหม หรือของที่ให้ลูกไปเพียงพอไหมน้า  เรานำลิสต์ของจำเป็นที่ลูกน้อยควรพกเพื่อให้ปลอดภัยและห่างไกลจาก COVID มาฝากกันค่ะ ไปดูกันเล้ย! 1. อาวุธเลเวล 100 หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ตอนนี้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เห็นแต่คนใส่หน้ากากเต็มไปหมด เพราะหน้ากากเป็นอาวุธชั้นดีที่จะช่วยคุ้มครองทั้งตัวผู้ใส่ และผู้อื่นไปในเวลาเดียวกัน และแน่นอนค่ะ คุณแม่สามารถหาซื้อไซส์เด็กได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโตก็มีวางขายอยู่ทั่วไปเลยค่ะ คุณแม่อาจเลือกแบบใช้แล้วทิ้ง หรืออาจเป็นแบบผ้าที่สามารถนำกลับมาซักใช้ใหม่ได้ก็ได้ อย่าลืมสวมหน้ากากให้ลูกน้อยทันทีเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้าน จะให้ดีให้คุณแม่เตรียมหน้ากากสำรองใส่กระเป๋านักเรียนไปเผื่ออีกซักสองสามอันเผื่อเค้าทำหายระหว่างวัน ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนแรกๆ เค้าอาจจะยังไม่ค่อยชิน อาจมีโยเย หรือดึงหน้ากากออกบ้าง แต่ถ้าเค้าได้เห็นเพื่อนๆ ในห้องใส่ ลูกๆ ก็จะยอมใส่ตามไปโดยอัตโนมัติเลยค่ะ 2. กระติกน้ำส่วนตัว พกไว้อุ่นใจ ยุคนี้เป็นยุคของการไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ก็เพราะว่าเจ้าโรค COVID นี้มันสามารถติดต่อกันผ่านสารคัดหลั่งอย่างน้ำมูก หรือน้ำลายได้ยังไงล่ะ! เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว คุณแม่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ใช่มั้ยคะ ว่าการพกกระติกน้ำส่วนตัวนี่เป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆ เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ […]

รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Optia สำหรับเด็กแรกเกิด – 3 ปี หรือน้ำหนัก 2.5 – 15 kg เพื่อความสุขแบบ Double ประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางที่สบายกว่าช่วยให้การเดินทางสำหรับคุณแม่และลูกน้อยเป็นเรื่องง่าย สะดวก สบาย ด้วยนวัตกรรมที่เหนือกว่า Function 1 : ลดแรงสั่นสะเทือนแบบ Double ด้วยระบบรองรับแรงกระแทกถึง 2 จุดระบบรองรับแรงกระแทกใต้ที่นั่ง และระบบรองรับแรงกระแทกที่ล้อ ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนได้ถึง 40% Function 2 : ระบายอากาศแบบ Double ด้วยเบาะรองนอน Silky Air และผ้าระบายอากาศทุกชั้นเบาะรองนอน ถักทอด้วยเส้นใย Silky Air มีความอ่อนนุ่ม ระบายอากาศได้ดี ให้ความรู้สึกเบาสบายเมื่อสัมผัสกับผิวที่บอบบางของทารก Function 3 : ลดความอับชื้นแบบ Double ด้วยระบบ DoubleThermo Medical Sysem ช่วยระบายอากาศให้ความรู้สึกสบายตัวแผ่นฉนวนกันความร้อนพิเศษด้านหลัง ลดความร้อนสะสมบริเวณหลัง และลดอุณหภูมิของร่างกายลูกน้อยในขณะหลับได้ดี Function […]

หลังคลอดลูกน้อย หนึ่งในกิจกรรมที่คุณแม่ต้องทำบ่อยที่สุดคือ การให้นมลูก ไม่ว่าจะเป็นการให้นมแม่จากเต้า หรือการป้อนนมจากขวด ซึ่งต้องใช้เวลานั่งอุ้มลูกครั้งละนานถึง 20–40 นาที และทำซ้ำหลายครั้งต่อวัน หากนั่งในท่าที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดคอ หรือเมื่อยแขนได้ง่าย นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เก้าอี้ให้นม หรือเก้าอี้คุณแม่ กลายเป็นไอเทมสำคัญที่ช่วยให้การให้นมลูกสบายขึ้น และช่วยดูแลสุขภาพของคุณแม่ในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณแม่มาทำความเข้าใจว่า เก้าอี้ให้นมคืออะไร มีกี่แบบ และควรเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเองและลูกน้อย เก้าอี้ให้นม เก้าอี้คุณแม่ คืออะไร ความหมายของเก้าอี้ให้นม เก้าอี้ให้นม (Nursing Chair / Feeding Chair) หรือที่เรียกกันว่า เก้าอี้คุณแม่ คือเก้าอี้ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับสรีระของคุณแม่ขณะให้นมลูกโดยเฉพาะ ช่วยให้คุณแม่นั่งในท่าที่ถูกต้อง ลดแรงกดที่หลัง คอ ไหล่ และแขน จากการอุ้มลูกเป็นเวลานาน ลักษณะเด่นของเก้าอี้ให้นม เก้าอี้ให้นมส่วนใหญ่มักมีคุณสมบัติดังนี้ ทำไมคุณแม่หลังคลอดควรมีเก้าอี้ให้นม การให้นมลูกเป็นกิจวัตรประจำวันที่ใช้พลังงานและเวลามาก หากนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการปวดเรื้อรังได้ ประโยชน์ของเก้าอี้ให้นม เก้าอี้ให้นมมีกี่แบบ 1. เก้าอี้ให้นมแบบธรรมดา เหมาะกับ: คุณแม่ที่มีพื้นที่จำกัด หรือใช้งานเป็นบางเวลา […]

เครื่องผลิตน้ำเกลือฆ่าเชื้อโรค Blue Water นวัตกรรมการฆ่าเชื้อโรครูปแบบใหม่ ที่ใส่ใจในสุขภาพ และความคุ้มค่า จึงได้คิดค้นวิธีที่จะสามารถ “ผลิตน้ำเกลือฆ่าเชื้อโรค” เองได้ที่บ้านง่าย ๆ โดยเป็นสูตร Organic 100% เพียงมี “น้ำประปา เกลือ และเครื่อง Blue Water” ที่ทำหน้าที่ปล่อยประจุไฟฟ้า ส่งผ่านไปยังน้ำ ทำให้อะตอมของน้ำแตกตัว จนเกิดปฏิกิริยา Oxidation และเกิดเป็นสารประกอบใหม่ขึ้นมา นั่นก็คือ  ไฮโปคลอรัส เอซิส HOCl และ ไฮโปคลอไรท์ ไอออน OCl- ซึ่งกรดไฮโปคลอรัส คือกรดชนิดเดียวกันกับที่ร่างกายมนุษย์ผลิตขึ้นมาได้เองในเม็ดเลือดขาว เพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในร่างกายนั่นเอง ซึ่งเมื่อนำน้ำที่ผลิตจากเครื่อง Blue Water ไปตรวจวัดประสิทธิภาพที่สถาบันวิจัยนานาชาติ และได้ผลรับรองมาดังนี้ ผลวิจัยพิสูจน์แล้วว่า น้ำเกลือฆ่าเชื้อที่ผลิตจากเครื่อง Blue Water สามารถฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ ที่เป็นตัวต้นกำเนิดของโรคต่าง ๆ ได้ถึง 99.9% ภายในเวลา 30 วินาที นอกจากสามารถฆ่าเชื้อโรคได้แล้ว […]

All Categories

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event
All Categories
All Brands
All Ages

Kid