6 ไอเท็มสุดฮิต ลูกน้อยพกติดตัว ห่างไกล COVID

เป็นยังไงกันบ้างคะ หลังจากกักตัวอยู่บ้านและนั่งเรียนออนไลน์มาร่วมหลายเดือน ตอนนี้หนูๆ ทั้งหลายก็คงจะจะได้กลับไปเข้าเรียนในโรงเรียนจริงๆกับเพื่อนแล้ว แต่สำหรับแม่ๆ ถึงแม้ดูเผินๆ แล้ว สถานการณ์ของเจ้าเชื้อโรคตัวร้าย COVID ดูเหมือนจะดีขึ้น 100 ทั้ง 100 ก็คงยังวางใจได้ไม่เต็มที่ ยังกังวลกันแน่นอน

สำหรับคุณแม่บ้านไหนที่กำลังกังวลกลัวว่า เอ๊ะลูกน้อยจะของเราจะไปติดเชื้อโรคมาไหม หรือของที่ให้ลูกไปเพียงพอไหมน้า  เรานำลิสต์ของจำเป็นที่ลูกน้อยควรพกเพื่อให้ปลอดภัยและห่างไกลจาก COVID มาฝากกันค่ะ ไปดูกันเล้ย!

1. อาวุธเลเวล 100 หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า  ตอนนี้ไม่ว่าหันไปทางไหนก็เห็นแต่คนใส่หน้ากากเต็มไปหมด เพราะหน้ากากเป็นอาวุธชั้นดีที่จะช่วยคุ้มครองทั้งตัวผู้ใส่ และผู้อื่นไปในเวลาเดียวกัน และแน่นอนค่ะ คุณแม่สามารถหาซื้อไซส์เด็กได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือเด็กโตก็มีวางขายอยู่ทั่วไปเลยค่ะ คุณแม่อาจเลือกแบบใช้แล้วทิ้ง หรืออาจเป็นแบบผ้าที่สามารถนำกลับมาซักใช้ใหม่ได้ก็ได้

อย่าลืมสวมหน้ากากให้ลูกน้อยทันทีเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้าน จะให้ดีให้คุณแม่เตรียมหน้ากากสำรองใส่กระเป๋านักเรียนไปเผื่ออีกซักสองสามอันเผื่อเค้าทำหายระหว่างวัน ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนแรกๆ เค้าอาจจะยังไม่ค่อยชิน อาจมีโยเย หรือดึงหน้ากากออกบ้าง แต่ถ้าเค้าได้เห็นเพื่อนๆ ในห้องใส่ ลูกๆ ก็จะยอมใส่ตามไปโดยอัตโนมัติเลยค่ะ

2. กระติกน้ำส่วนตัว พกไว้อุ่นใจ  ยุคนี้เป็นยุคของการไม่ใช้สิ่งของร่วมกัน ก็เพราะว่าเจ้าโรค COVID นี้มันสามารถติดต่อกันผ่านสารคัดหลั่งอย่างน้ำมูก หรือน้ำลายได้ยังไงล่ะ! เมื่อได้ยินแบบนี้แล้ว คุณแม่ก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ใช่มั้ยคะ ว่าการพกกระติกน้ำส่วนตัวนี่เป็นเรื่องที่จำเป็นมากๆ เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ หลายคนจะชอบทานขนมด้วยกัน ดื่มน้ำด้วยกัน เพราะงั้น คุณแม่อย่าลืมกำชับกับลูกๆ นะคะ ว่าให้ดื่มจากกระติกน้ำของตัวเองอย่างเดียว

3. ช้อนส้อมของหนู คือสิ่งที่ขาดไม่ได้  แม้ว่าโรงเรียนส่วนใหญ่จะมีช้อนส้อมเตรียมเอาไว้ให้ แต่ว่ากันตรงๆ เราก็คงจะหมดห่วงไม่ได้ 100% ว่าช้อนส้อมเหล่านั้นล้างสะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อมามากพอแล้วหรือยัง เพราะอย่างนี้นี่แหละค่ะ เราถึงจะต้องเตรียมช้อนส้อมให้ลูกน้อยไปจากที่บ้าน หาถุงซิปล็อกเล็กๆ หรือกล่องใส่ช้อนส้อมน่ารักๆ พกใส่กระเป๋าเอาไว้ จะได้ไม่ต้องกังวลว่าลูกๆ จะต้องไปเสี่ยงกับเชื้อโรคที่อาจอยู่ตามช้อนส้อมส่วนรวมรึเปล่า

4. เจลแอลกอฮอล์คู่ใจ  ตอนนี้ใครก็คงเถียงไม่ได้ว่าเจลแอลกอฮอล์นั้นเป็นคู่หูคู่ใจกับหน้ากาก เพราะเรามักจะพกคู่กันเสมอ ถ้าเปรียบหน้ากากเป็นอัศวิน เจลแอลกอฮอล์นี่ก็คงจะเป็นม้าขาวที่จะมาช่วยฆ่าเชื้อโรคร้ายที่เราอาจสัมผัสไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้มีการผลิตเจลแอลกอฮอล์หลอดเล็กๆ พกพาสะดวกออกมามากมาย นอกจากนี้ ยังมีแอลกอฮอล์แบบขวดเล็กหัวสเปรย์มาให้คุณแม่เลือกซื้อ ที่ทั้งใช้ง่ายและราคาสมเหตุสมผล ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณแม่ต้องเลือกเจลแอลกอฮอล์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์มากกว่า 70% นะคะ และที่สำคัญ อย่าลืมดูให้ดี เพราะเจลแอลกอฮอล์ที่เรานำมาล้างมือนั้นต้องเป็นแบบเอทิลแอลกอฮอล์เท่านั้นนะ!


5. Face shield เพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น  
จะว่าไป Face shield นี่อาจเรียกได้ว่าเป็นแค่ออปชั่นเสริม เพราะไม่ได้มีความจำเป็นขนาดนั้น อีกทั้งน้องๆ หนูๆ หลายๆ คนอาจรู้สึกรำคาญ เพราะเหมือนมีอะไรมาบังที่หน้าตลอดเวลา แต่การสวม Face Shield ก็ถือเป็นการเพิ่มเกราะป้องกันให้ลูกน้อยของเราอีกชั้นอยู่นะ เพราะถึงแม้ลูกของคุณแม่จะใส่หน้ากากตลอดเวลา แต่เด็กคนอื่นๆ อาจไม่ใช่ และ Face Shield นี่แหละค่ะ จะเป็นตัวช่วยปกป้องลูกน้อยของคุณแม่จากละอองฝอยของน้ำลายที่อาจกระเด็นมาเวลาเด็กๆ คุยกัน คุณแม่อาจจะลองหาซื้อ Face Shield ไซส์เด็กแบบลายการ์ตูนที่ลูกน้อยชอบ หลอกล่อเค้าซักนิด ใส่ไว้หน่อยก็ไม่เสียหายนะ

6. กระดาษเปียกตัวกู้สถานการณ์  กระดาษเปียกนี่เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะมือเลอะ โต๊ะเลอะ เก้าอี้เลอะ แค่มีกระดาษเปียกก็หมดห่วง คุณแม่อาจจะเริ่มปลูกฝังการรักษาความสะอาดให้กับลูกน้อยด้วยการใช้กระดาษเปียกนี้ก็ได้นะคะ สอนให้เค้ารู้จักทำความสะอาดจุดสัมผัสต่างๆ ก่อนที่เค้าจะจับ แม้จะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ถ้าลูกน้อยรู้จักใช้ รู้จักประหยัด กระดาษเปียกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ลูกน้อยมีสุขอนามัยที่ดีเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ควรเลือกซื้อกระดาษเปียกที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับเด็กนะคะ เพราะกระดาษเปียกชนิดนี้จะปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ จะช่วยให้ลูกน้อยไม่เกิดอาการแพ้ด้วยค่า

และ 6 ไอเท็มด้านบนนี้ ก็คืออาวุธที่สำคัญในยุค New Normal ที่แม่ๆ ควรจัดใส่กระเป๋านักเรียนให้ลูกน้อยพกติดตัว แต่อย่าลืมสอนใช้อุปกรณ์แต่ละอย่างให้ถูกต้องด้วยนะคะ ลูกน้อยจะได้ใช้อย่างถูกวิธีและทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยไอเท็มเหล่านี้บวกกับมาตรการการคัดกรองของโรงเรียน และการจัดห้องเรียนแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญในการเว้นระยะห่างระหว่างกัน หรือ Social Distancing คุณแม่ก็สามารถปลดล็อกความกลัวเรื่อง COVID ไปได้มากโขแล้วล่ะ!

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณแม่หลาย ๆ ท่านคงเคยดูคลิปทารกน้อยใส่ห่วงลอยน้ำ ฝึกน้ำดำ และฝึกลอยตัวอยู่ในน้ำกันใช่ไหมคะ เป็นคลิปที่น่าเอ็นดูมากเลย และหากลูกรักของเราได้ลองทำดูบ้างคงน่ารักมากแน่นอน แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าจะให้ลูกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้ตอนไหน ใช้อุปกรณ์อะไร ปลอดภัยแค่ไหน แล้วจะเลือกโรงเรียนว่ายน้ำแบบไหนให้ลูกดี เรามีคำตอบมาฝากกันค่ะ ลูกทารกเริ่มเรียนว่ายน้ำได้เมื่อไร?  เด็กทารกสามารถเรียนว่ายน้ำได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตว่าร่างกายของลูกพร้อมแค่ไหน ให้ลองเริ่มใช้ห่วงยางสวมศีรษะของลูกเพื่อช่วยพยุงตัวในน้ำ เมื่อปล่อยลูกลงสระน้ำแล้วลูกสามารถลอยตัวได้โดยไม่กลัวน้ำเลย การฝึกแบบนี้ก่อนจะช่วยให้ลูกมีความเคยชินกับน้ำ ไม่กลัวน้ำ และเพื่อในอนาคตจะได้หัดว่ายน้ำได้อย่างสบาย หรือจะเริ่มฝึกหรือเรียนว่ายน้ำในช่วงวัย 1 ขวบขึ้นไป ก็เป็นวัยที่เหมาะสมที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ลูกมีพัฒนาการด้านภาษาดีขึ้น เข้าใจภาษาที่ผู้ใหญ่หรือพ่อแม่สื่อสาร เริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวแขนขาได้ดีขึ้นมากแล้ว สระน้ำแบบไหน ปลอดภัยต่อเด็กเล็ก สระน้ำระบบน้ำเกลือจะเป็นระบบควบคุมความสะอาดของน้ำด้วยเกลือธรรมชาติ มีค่า pH balance ในใกล้เคียงกับน้ำตาธรรมชาติของคน ทำให้ไม่ระคายเคืองต่อตาหรือผิวหนังของเด็กทารก สระน้ำระบบโอโซน จะเป็นระบบที่เอาก๊าซโอโซนมาบำบัดน้ำในสระ มีประสิทธิภาพสูง สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในเวลาอันสั้น และไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่ทำให้ดวงตาหรือผิวหนังทารกระคายเคือง ซึ่งสระระบบนี้ยังไม่ค่อยมีให้บริการมากนัก   เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังไม่แข็งแรง สระน้ำควรจะควบคุมอุณหภูมิน้ำให้อยู่ที่ประมาณ 30- 35 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร่างกายของลูกสามารถปรับอุณหภูมิได้ง่าย ไม่ป่วย อุปกรณ์สำคัญเมื่อลูกเล็กต้องว่ายน้ำ เลือกโรงเรียนสอนว่ายน้ำทารกแบบไหน ปลอดภัยเหมาะสม  ข้อดี […]

 ฝึกลูกกินข้าวเอง หรือคำที่คุ้นหูกันในปัจจุบันอย่าง BLW (Baby Led Weaning) คือวิธีการที่ให้ลูกรู้จักหยิบอาหารกินเอง โดยอาหารจะไม่ใช่พวกอาหารปั่น อาหารบด แต่เป็นอาหารที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มีความนุ่ม และหยิบจับได้ วิธีการนี้จะทำให้ลูกได้รู้จักและคุ้นเคยกับอาหารที่เป็นของแข็งมากยิ่งขึ้น โดยวิธีนี้เหมาะกับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป และสามารถนั่งได้เอง โดยที่ไม่ต้องมีคนช่วย ฝึกลูกกินข้าวเอง มีประโยชน์อย่างไร           การให้ลูกกินข้าวเองนั้น นอกจากจะช่วยให้ลูกรู้จักอาหารที่เป็นของแข็งมากขึ้นแล้ว ยังมีส่วนในการช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกาย และด้านความคิดอีกด้วย 1. สร้างทัศนคติที่ดีต่อการกินของลูก            ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง ช่วยให้ลูกมีความสุขกับการทานอาหารมากยิ่งขึ้น เพราะลูกได้สนุกกับการกิน สนุกกับการเลียนแบบท่าทางระหว่างการกินอาหาร ทำให้ไม่ต้องคอยหลอกล่อให้ลูกกินข้าว 2. ฝึกพัฒนาการการใช้กล้ามเนื้อมือ           การให้ลูกได้หยิบจับอาหาร ทำให้ได้ฝึกการใช้แรงของมือ แรกๆอาหารอาจจะมีร่วงหล่นจากมือบ้าง หรืออาหารเละคามือบ้าง แต่ก็เป็นการให้ลูกได้ฝึกการควบคุมกล้ามเนื้อมือและน้ำหนักของมือ 3. ฝึกพัฒนาการการเคี้ยวและความคิด       […]

แม้ตอนนี้ข่าว PM2.5 จะดูซาๆ ลงไป เพราะมีข่าวดังอย่าง COVID-19 มาแทนที่ แต่คุณแม่ก็อย่าเพิ่งวางใจ เพราะเจ้าฝุ่นนี้ก็ยังคงไม่ได้หายไปไหนนะคะ ความน่ากลัวคือเจ้าฝุ่นนี้มันมีขนาดเล็กมาก มากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เรียกได้ว่าเล็กพริกขี้หนูของจริง เพราะถึงจะมีขนาดเล็ก แต่ภัยร้ายนั้นขอบอกว่าเพียบ โดยเฉพาะต่อกลุ่มเสี่ยงอย่าเด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรา ส่วนหนึ่งที่คุณแม่ตั้งครรภ์เป็นเป้าหมายของเจ้าฝุ่นตัวร้ายนี้ก็เพราะ ในช่วงตั้งครรภ์นี้คุณแม่จะมีภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปกติค่ะ ทำให้เวลาคุณแม่หายใจเอาเจ้าฝุ่นเล็กๆ เหล่านี้เข้าไป มันจะส่งผลร้ายต่อร่างกายของคุณแม่ได้รุนแรงกว่าคนทั่วไป เรามาดูกันดีกว่าว่าโรคร้ายอะไรบ้างที่อาจเกิดจากฝุ่น PM2.5 ได้ โรคร้ายที่สามารถเกิดได้จากฝุ่น PM2.5 1. โรคมะเร็งปอด เมื่อเราหายใจนำฝุ่นเข้าไป ฝุ่นที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเหล่านี้จะสามารถวิ่งเข้าไปได้ลึกถึงถุงลมปอดเลยล่ะค่ะ ซ้ำร้าย บางส่วนของฝุ่นอาจจะซึมผ่านถุงลมปอดเข้าไปในกระแสเลือดอีก ทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตันต่างๆ ตามมา และการที่ฝุ่นเข้าไปนี้เองที่ทำให้ระบบในร่างกายแปรปรวนจนทำให้เซลล์พยายามกลายพันธุ์ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมือนเดิม ซึ่งก็อาจจะร้ายแรงถึงขั้นที่จะเปลี่ยนเป็นมะเร็งเลยนะ 2. โรคหัวใจและหลอดเลือด อย่างที่บอกไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าฝุ่น PM2.5 นั้นสามารถซึมผ่านถุงลมปอดได้ง่ายๆ ทำให้มันสามารถแทรกซึมไปทั่วทั้งร่างกายโดยเฉพาะในกระแสเลือด เมื่อสะสมเป็นจำนวนมากๆ เข้า จะทำให้เส้นเลือดอุดตัน เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากปล่อยให้เรื้อรังอาจเกิดเส้นเลือดตีบได้เลยค่ะ 3. โรคทางเดินหายใจ โรคทางเดินหายใจเป็นโรคที่เกิดจาก PM2.5 ที่พบได้มากที่สุด เนื่องจากทางเดินหายใจเป็นด่านแรกที่ต้องเผชิญกับเจ้าฝุ่นพวกนี้ การที่เราหายใจเอาฝุ่นเข้าไปจำนวนมากนั้นจะทำให้เรารู้สึกไม่สบายจมูก โรคทางเดินหายใจที่เรารู้จักกันดี […]

การเตรียมความพร้อมให้กับลูกน้อยนั้นมีสิ่งที่จำเป็นอยู่หลายอย่าง เริ่มตั้งแต่ก่อนคลอดไปจนถึงการเลี้ยงดูลูกตามช่วงวัยต่าง ๆ และสิ่งที่จำเป็นอย่างหนึ่งก็คือ คาร์ซีทสำหรับลูกน้อย อย่างคาร์ซีทเด็กแรกเกิด ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับเด็ก ๆ ขณะนั่งรถยนต์ เพื่อช่วยลดโอกาสในการบาดเจ็บรุนแรงแก่เด็ก ๆ หากเกิดอุบัติที่ไม่คาดคิด  ซึ่งปัจุบันมีคาร์ซีทหลากหลายรูปแบบมากมาย ทั้ง คาร์ซีทสำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 2 ปี คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป คาร์ซีทที่ใช้สำหรับเด็กโตอายุ 4 – 12 ปี รวมถึง คาร์ซีทแบบกระเช้า ที่นิยมใช้กันมากขึ้น คาร์ซีทกระเช้าคืออะไร เป็นแบบไหน เหมาะกับเด็กช่วงวัยใด ควรเลือกซื้ออย่างไรบ้าง มารู้จักให้มากขึ้นผ่านบทความนี้กันค่ะ  คาร์ซีทแบบกระเช้า เลือกยังไง ให้เหมาะกับลูกน้อย หาคำตอบได้ในบทความนี้  คาร์ซีทกระเช้า คืออะไร ?  คาร์ซีทแบบกระเช้า (Infant Car Seat) หรือคาร์ซีทแบบ Newborn Only เป็นคาร์ซีทที่ใช้สำหรับเด็กแรกเกิดจนถึงอายุไม่เกิน 24 เดือน เหมาะสำหรับการติดตั้งหันหน้าเข้าหาเบาะรถยนต์ มีลักษณะรูปร่างคล้ายกับตะกร้า และมีที่สำหรับจับถือหิ้ว สามารถวางไว้ในรถได้ และยกออกได้เลยโดยที่ไม่ต้องอุ้มเด็กออกจากคาร์ซีท ทำให้ไม่รบกวนการนอนหลับของลูกน้อยรวมถึงเคลื่อนย้ายได้ง่ายไม่ยุ่งยาก […]

คาร์ซีทออร์แกนิค เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องให้ความสำคัญ เพราะนอกจากระบบความปลอดภัยและฟังก์ชันต่างๆ ที่ต้องพิจารณาในการเลือกซื้อคาร์ซีทแล้ว เนื้อผ้าของคาร์ซีทก็เป็นอีกปัจจัยที่คุณพ่อ คุณแม่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ ว่าทำมาจากวัสดุชนิดใด เนื่องจากผิวลูกน้อยบอบบางกว่าผิวผู้ใหญ่ถึงหลายเท่า มีโอกาสที่จะเกิดอาการแพ้ ระคายเคือง หรือติดเชื้อได้ง่าย เพราะยังไม่มีภูมิคุ้มกันมากพอ คุณพ่อคุณแม่ จึงต้องใส่ใจและพิจารณาวัสดุที่จะมาสัมผัสกับผิวลูกน้อยเป็นอย่างดี            ผ้าฝ้าย Organic หรือผ้าที่ทำจากฝ้าย Organic 100%  เป็นผ้าที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี ซึ่งจะทำให้ผ้าฝ้ายที่ได้มานั้น ปลอดจากสารพิษ และยาฆ่าแมลง ที่เป็นตัวการสำคัญที่จะทำร้ายสุขภาพของลูกน้อย ซึ่งองค์กรผู้บริโภคสินค้าออร์แกนิค (The Organic Consumers Association) ยังแนะนำให้ใช้เสื้อผ้าที่ผลิตจากผ้าออร์แกนิคคอตตอน หรือผ้าฝ้าย Organic 100% เป็นทางเลือกแรกอีกด้วย คาร์ซีทออร์แกนิค มีข้อดีอย่างไรบ้าง 1. ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้           จากข้อมูลในรัฐแคลิฟอเนียร์ สหรัฐอเมริกา ระบุว่าในการปลูกฝ้ายด้วยวิธีธรรมดาทั่วไปจะมีการใช้ยาฆ่าแมลง โดยเฉลี่ยต่อปีจะมีการมูลค่ากว่า 2.6 พันล้านเหรียญ และผลการทดสอบยาฆ่าแมลงจำนวน 5 […]

การเลือก “เป้อุ้มทารก” เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ให้ความสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่ช่วยให้สะดวกขึ้น แต่ยังช่วยให้ลูกน้อยรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แต่คำถามที่เจอบ่อยคือ “ควรเลือกแบบไหนดี?” “ยี่ห้อไหนเหมาะกับลูกเรา?” ทำไมควรใช้เป้อุ้มทารก? เป้อุ้มไม่ได้มีแค่ความสะดวก แต่ยังช่วยในหลายด้าน ทำให้ลูกรู้สึกใกล้ชิด อบอุ่น เหมือนอยู่กับแม่ ช่วยลดการงอแง (โดยเฉพาะเด็กที่ติดอุ้ม) พ่อแม่เคลื่อนไหวสะดวกขึ้น เช่น เดินห้าง / ทำงานบ้าน เหมาะมากสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้อง “เลี้ยงลูกไป ใช้ชีวิตไป” วิธีเลือกเป้อุ้มให้เหมาะกับลูก 1. รองรับสรีระทารก (Ergonomic Design) รองรับสะโพกแบบตัว M ไม่กดทับกระดูกสันหลัง สำคัญต่อพัฒนาการระยะยาว 2. ปรับได้ตามช่วงวัย ใช้ได้ตั้งแต่แรกเกิด เด็กโต ปรับสาย / ปรับตำแหน่งได้ ช่วยให้ใช้งานได้คุ้มค่า ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย 3. พ่อแม่ใส่สบาย น้ำหนักไม่กดไหล่ มี Hip Seat (ที่นั่งรองสะโพก) ช่วยกระจายน้ำหนัก ลดอาการปวดหลัง 4. วัสดุระบายอากาศ ไม่ร้อน อับ […]

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid