เด็กขาโก่ง เพราะเป้อุ้มเด็กจริงมั้ย ? รวมเรื่องน่าสนใจเกี่ยวกับเป้อุ้มเด็ก พร้อมรุ่นถูกใจคุณแม่

เมื่อลูกน้อยอายุตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่หลาย ๆ ท่านก็อาจมีความจำเป็นที่จะต้องพาลูกออกจากบ้านไปทำธุระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไปหาหมอ หรือ พาไปเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งนอกจากจะใช้รถเข็นเด็กเพื่อความสะดวกสบายของคุณพ่อคุณแม่แล้วนั้น ตัวช่วยอีกอย่างหนึ่งที่มักจะเป็นตัวเลือกของคุณพ่อคุณแม่ก็คือ เป้อุ้มเด็ก เพราะสามารถพาลูกน้อยไปได้ทุกที่ เรียกว่าเป็นตัวช่วยทุ่นแรงให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี แต่คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกำลังกังวลว่า เป้อุ้มลูกนั้น จะทำให้ เด็กขาโก่ง หรือเปล่า มีความปลอดภัยขนาดไหน ควรเลือกอย่างไรดี ในบทความนี้ BabyGift มีข้อมูลดี ๆ มาฝากกันแล้วค่ะ  

ตอบข้อสงสัย เป้อุ้มลูก ใช้แล้วเด็กขาโก่งไหม ? พร้อม 3 ยี่ห้อแนะนำ

เป้อุ้มทารก จำเป็นหรือไม่ มีประโยชน์อย่างไร ?  

เป้สำหรับอุ้มเด็ก เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ช่วยทุ่นแรงกายในการอุ้มลูกน้อยวัยทารก เพราะช่วยทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยด้วยมือตัวเองตลอดเวลา และไม่ต้องหาคนช่วยอุ้ม ด้วยเพราะลูกยังเล็ก ยังเดินไม่ได้ ดังนั้นการทำกิจวัตรประจำวันส่วนใหญ่ของคุณแม่จึงจำเป็นต้องอุ้มลูกไว้บ่อย ๆ ทั้งการอุ้มไล่ลม อุ้มกล่อมนอน อุ้มปลอบโยน อุ้มเดินเล่น อุ้มขณะออกไปทำธุระนอกบ้าน ซึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน แถมยังต้องอุ้มลูกตั้งแต่แรกเกิดหรือวัยทารกไปจนถึงวัยประมาณเกือบ 2 ขวบ จนเมื่อลูกเดินได้เก่ง 

ดังนั้นการใช้เป้อุ้มลูกก็จะช่วยคุณพ่อคุณแม่ได้มาก ทำให้สามารถพาลูกน้อยไปกับเราได้ทุกที่ ทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็สะดวกมากขึ้น เช่น การเดินซื้อของ การออกไปทำธุระนอกบ้าน การออกไปท่องเที่ยว เป็นต้น การใช้รถเข็นเด็กอาจจะต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บเยอะ แต่การใช้เป้อุ้มทารกนั้น สร้างความสะดวกสบายแก่คุณพ่อคุณแม่มาก ๆ  ลองมาดูเหตุผลเพิ่มเติมกันค่ะว่าทำไมควรใช้เป้อุ้มทารก  

  1. ประหยัดแรงกาย : ช่วยให้คุณแม่ไม่เมื่อยล้า เพราะเป้จะช่วยรองรับน้ำหนักตัวของลูกน้อยด้วยตัวเป้และสายรัดให้อยู่กับตัวคุณแม่ ทำให้ช่วยบาลานซ์น้ำหนักและกระจายน้ำหนักได้ดี
  2. ลูกปลอดภัย นั่ง และนอนได้สบาย : ซึ่งเป้ที่ใช้อุ้มเด็กส่วนใหญ่จะผลิตจากวัสดุที่ทำด้วยผ้าที่หนานุ่ม ไม่ระคายเคืองผิวลูก มีเบาะรองทั้งบริเวณหน้าท้องและหลัง ทำให้ลูกอยู่ในเป้สำหรับอุ้มเด็กได้อย่างสบาย 
  3. สร้างความสะดวกสบายให้กับคุณพ่อคุณแม่ : เป้สำหรับอุ้มเด็กคือตัวช่วยที่จะทำให้คุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกพร้อมกับทำงานบ้านหรือทำกิจกรรมอย่างอื่นได้ โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ต้องอยู่บ้านคนเดียว ไม่ต้องกังวลว่าจะทิ้งลูกให้อยู่ตามลำพัง เพราะสามารถอุ้มเด็กติดตัวไปได้ทุกที่ 
  4. ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย : เวลาที่ลูกอยู่ในเป้จะรู้สึกเหมือนอยู่ในถุงนอน อยู่ใกล้ชิดอกคุณแม่ ได้ยินเสียงหัวใจของแม่ คล้ายเวลาอยู่ในท้องตอนตั้งครรภ์ จึงทำให้ลูกหลับได้สบาย ได้สัมผัสกับไออุ่นจากร่างกายของคุณแม่ ทำให้รู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ไม่งอแง และไม่ต้องกังวลว่าการอุ้มลูกไว้กับตัวบ่อยๆ จะทำให้ลูกติดมือ เพราะการอุ้มลูกนั้นมีข้อดีมากมาย ทั้งต่อตัวคุณแม่และลูกน้อย ช่วยให้แม่ลูกมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน มีความใกล้ชิดผูกพันกันมากขึ้น ส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็ก และยังช่วยลดภาวะซึมเศร้าหลังคลอดในคุณแม่ด้วย
  5. ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมให้กับลูก : การที่ลูกน้อยอยู่ในเป้อุ้มลูกเวลาออกไปนอกบ้าน จะทำให้ลูกได้คุ้นเคยและใกล้ชิดกับคนอื่นๆ รู้สึกตื่นเต้น เพลิดเพลิน ได้พบเห็นผู้คนและสถานที่ต่าง ๆ ส่งผลดีต่อพัฒนาการด้านสังคม ทำให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งแวดล้อมที่แปลกใหม่ อันทำให้ลูกสามารถปรับตัวกับบรรยกาศภายนอกได้เร็วขึ้น 

เด็กขาโก่ง เพราะใช้เป้อุ้มเด็กจริงมั้ย ?  

การอุ้มลูกน้อยติดตัวกับคุณแม่ ทั้งการห่อตัวแล้วพันผ้าแบบสมัยก่อน และการใช้เป้อุ้มทารกเป็นสิ่งที่ทำกันมาอย่างยาวนาน เหมือนกับการอุ้มลูกเข้าเอว ทั้งนี้ อาจมีคุณพ่อคุณแม่หลายคนเป็นกังวลว่าการอุ้มลูกเข้าเอว การใช้เป้อุ้มทารก รวมถึงการใส่ผ้าอ้อมจะทำให้ลูกขาโก่งหรือเปล่า ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การที่เด็กขาโก่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการใส่ผ้าอ้อม การใช้เป้อุ้มทารก หรือการอุ้มลูกเข้าเอวแต่อย่างใด แต่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและความผิดปกติทางร่างกายเป็นหลัก  

โดยทั่วไปแล้ว สรีระกระดูกขาของทารกจะมีลักษณะโค้งงอเล็กน้อย และจะค่อย ๆ ยืดตรงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเกณฑ์ที่จะตัดสินว่า ลูกของเราขาโก่งหรือไม่นั้น ต้องดูหลังจากอายุ 2 ปีขึ้นไป  ส่วนการใช้เป้สำหรับอุ้มเด็กก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกขาโก่งได้น้อย แม้จะมีข้อมูลบางอย่างที่พบว่า การใช้เป้อุ้มลูก อาจเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุการเกิดโรคข้อสะโพกหลุด (Hip dysplasia) ในเด็กเล็กได้ แต่ก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานหนึ่งที่บอกว่าเกิดจากท่าทางของทารกในขวบปีแรก ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ทารกถูกห่อตัวหรือรัดตัวแน่นมากจนเกินไป  และจากหลายปัจจัยอื่น ๆ เช่น กรรมพันธุ์ ท่าทางของลูกน้อยในครรภ์ ท่าคลอดท่าก้น ลักษณะของข้อต่อสะโพกของลูกทารก เป็นต้น  

ซึ่งปัจจุบันเป้ที่ใช้อุ้มเด็กเล็กส่วนใหญ่ ให้ความสำคัญกับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ทั้งของคุณลูกและคุณแม่ เพื่อให้ลูกน้อยอยู่ในท่าทางที่ถูกต้องขณะอุ้มอย่างปลอดภัย คุณแม่เองก็ใช้เป้อุ้มลูกได้โดยไม่ต้องก้ม เอนหรือเดินผิดอิริยาบถจนต้องปวดหลัง ปวดไหล่ และเป้อุ้มทารกบางยี่ห้อก็ผ่านการรับรองจากสถาบันต่างประเทศ ที่ได้รับการยืนยันว่าใช้แล้วจะไม่ทำให้เกิดโรคกระดูกสะโพกเคลื่อนอันเป็นสาเหตุของอาการขาโก่งอีกด้วย จึงมั่นใจได้ว่า ปลอดภัยสำหรับลูกรักอย่างแน่นอนค่ะ  

จะเลือกใช้เป้อุ้มลูกอย่างไรให้ปลอดภัย ?  

แม้ว่าเป้อุ้มลูกจะไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้ เด็กขาโก่ง แต่ก็ควรเลือกเป้อุ้มทารกที่สอดคล้องกับสรีระของเด็กเล็ก เป็นเป้ที่ลูกสามารถหันหน้าออกได้ทั้งหน้า – หลัง และสามารถรองรับกระดูกสันหลังและศีรษะของทารกได้เป็นอย่างดี มีความยืดหยุ่นที่เด็กสามารถเอนตัวและขยับเคลื่อนไหวสะโพกได้ เพราะถ้าเลือกเป้อุ้มเด็กที่เมื่อเด็กนั่งแล้วมีท่าทางไม่สอดรับกับสะโพก หากนั่งท่านี้นาน ๆ ก็มีโอกาสที่จะบาดเจ็บหรือข้อสะโพกหลุดได้ แล้วจะเลือกเป้อุ้มลูกอย่างไรดี มาดูวิธีการเลือกเป้อุ้มทารกอย่างถูกต้องกันค่ะ 

  • เลือกเป้สำหรับอุ้มเด็กที่มีความปลอดภัย  มีโครงสร้างที่ช่วยพยุงตัวเด็กได้ดี ใช้วัสดุที่มีความปลอดภัยต่อผิวอันบอกบางของลูกน้อย การตัดเย็บมีความแน่นหนา ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย อาจพาลูกไปทดลองนั่งเป้ด้วย เพื่อที่จะได้รู้ว่าเหมาะกับลูกของเราหรือไม่ 
  • ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ คุณแม่ใช้แล้วไม่ทำให้ปวดหลัง ไม่ปวดแขน ไม่เมื่อยไหล่ และลูกใช้แล้วไม่ทำให้เด็กขาโก่งหรือเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อสะโพกเคลื่อนหลุดในเด็ก ควรเลือกเป้อุ้มทารกที่ฐานนั่งเป็นแบบ M-Shaped ให้ลูกน้อยนั่งอย่างถูกสรีระ ป้องกันข้อต่อสะโพกเคลื่อนหลุดในเด็ก  
  • เลือกเป้ที่ลูกนั่งแล้วมีท่าทางสอดรับกับสะโพก กล่าวคือ เป็นท่าที่สะโพกของลูกแยกไปด้านข้างตามธรรมชาติ โดยที่ต้นขาจะกางออก เพื่อรองรับสะโพกและการงอเข่า แต่ถ้าหากนั่งแล้วสะโพกและเข่ายืด ขาห้อยเข้ามาใกล้กัน นั่นคือท่าที่ไม่ถูกต้อง หากอยู่ในท่านี้นานๆ อาจเสี่ยงทำให้สะโพกหลุดได้   
  • หลีกเลี่ยงเป้อุ้มลูกที่ลูกนั่งแล้วมีท่าทางคล้ายตัว C กล่าวคือ ทำให้ลูกห่อตัวโค้งลง ซึ่งอาจทำให้ลูกหายใจลำบากและอยู่ในท่าทางที่ผิดอิริยาบถได้ อาจส่งผลต่อกระดูกสันหลังของลูก ควรเลือกเป้ที่ช่วยพยุงหลังและสรีระของลูกได้ดี ลูกอยู่ในท่าทางที่ลำคอตั้งตรงและหายใจได้สะดวก  
  • มีความกระชับ ใช้แล้วรู้สึกว่ามีความมั่นคง ปลอดภัย ช่วยพยุงไม่ให้ลูกหลังงอ ช่วยประคองศีรษะ คอ หัวไหล่ หลังและเอวของลูกได้เป็นอย่างดี และควรเป็นผ้าที่นิ่ม สามารถระบายอากาศได้ดี ไม่ทำให้ลูกร้อนหรืออึดอัดไม่สบายตัว  

BabyGift แนะนำ เป้อุ้มทารกคุณภาพดี ไม่ต้องกังวลเรื่องทำให้เด็กขาโก่ง 

สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่เป็นกังวลว่า การใช้เป้อุ้มทารกจะทำให้ลูกขาโก่งหรือไม่ ตอนนี้ก็น่าจะคลายข้อสงสัยกันไปแล้วนะคะ ถ้าเลือกเป้สำหรับอุ้มเด็กที่ได้มาตรฐาน มีคุณภาพดี ดีไซน์ถูกตามหลักสรีรศาสตร์ ก็มั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยได้เลย และถ้ากำลังมองหาเป้สำหรับอุ้มเด็กอยู่ละก็ BabyGift มีมาแนะนำแล้วค่ะ  

1. เป้อุ้ม Hugpapa รุ่น Dial-Fit Pro (3in1 Hip Seat Carrier) 

เป้อุ้มลูกของ Hugpapa รุ่น Dial-Fit Pro มีเทคโนโลยี BOA ช่วยปรับกระชับตัวได้ง่ายมากขึ้นเพียงแค่หมุน ใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ปรับได้พอดีกับสรีระของทุกคน  มีน้ำหนักเบาสบาย สามารถอุ้มลูกน้อยได้อย่างง่ายดาย 

จุดเด่น  

  • วัสดุทำจาก Polyurethane มีความนุ่มพิเศษ ไม่เสียทรง คืนรูปรวดเร็ว  
  • ฮิปซีทที่นั่งเอียง 23 องศา ช่วยให้ลูกนั่งสบายมากขึ้น และเป็นแบบ M-Shape ป้องกันข้อสะโพกหลุดในเด็ก 
  • ฮิปซีทเว้าโค้งช่วยให้เข่า และสะโพกเด็ก อยู่ในระดับเดียวกัน และโค้งรับหน้าท้อง ไม่กดแผลผ่าคลอดของคุณแม่ 
  • ได้รับการรับรองจากสถาบัน IHDI มั่นใจได้ว่าลูกนั่งสบายอย่างปลอดภัย ไม่ทำให้ขาโก่ง หลังงอ  
  • มีหมวกคลุมศีรษะ ช่วงป้องกันแสงแดดให้ลูกน้อย  
  • มีผ้าซับน้ำลาย Organic ไม่ระคายเคืองผิว สามารถถอดซักได้  
  • มีแผ่นพยุงศีรษะลูกน้อย ช่วยป้องกันปัญหาคอพับ  
  • มีช่องตาข่ายระบายอากาศ สามารถเปิดระบายเหงื่อและความร้อนได้  
  • สายคาดเอวระบายอากาศได้ดี วัสดุเป็นตาข่ายแบบนุ่มพิเศษ ไม่ทำให้ร้อน  

การใช้งาน : เด็กอายุ 0 – 36 เดือน รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 20 กิโลกรัม 

แบรนด์ : ประเทศเกาหลี

2. เป้สำหรับอุ้มเด็ก HAENIM 9 (Hipseat Carrier) 

เป้อุ้มลูกที่สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิด ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่อุ้มลูกได้อย่างสบาย ไม่ทำให้ปวดหลัง มีการออกแบบที่รองรับกับสรีระของเด็ก มั่นใจว่าปลอดภัยต่อลูกน้อย ผลิตและนำเข้าจากประเทศเกาหลี ดูแลรับประกันสินค้านานถึง 2 ปี  

 จุดเด่น  

  • ฐานนั่งเป็นแบบ M-Shaped ให้ลูกน้อยนั่งอย่างถูกสรีระ ป้องกันข้อต่อสะโพกอักเสบ  
  • มีแผ่นพยุงศีรษะ ป้องกันลูกคอพับและกระดูกคอเคลื่อน  
  • มีผ้าซับน้ำลาย Organic ไม่ระคายเคืองผิวลูก สามารถถอดซักได้  
  • มีหมวกคลุมศีรษะ ช่วยปกป้องแสงแดดให้ลูก สามารถถอดซักได้  
  • เป้ระบายอากาศได้ดี ไม่ร้อนทั้งลูกน้อยและคนอุ้ม  
  • สายสะพายมีขนาดใหญ่ มีความหนานุ่ม กระจายน้ำหนักได้ดี ไม่ทำให้เมื่อยไหล่  
  • สายคาดเอวมีขนาดใหญ่ ช่วยให้อุ้มลูกได้อย่างสบาย ไม่มีปวดหลัง  
  • ฐานนั่งเป็นแบบ Hipseat โค้งรับช่วงท้อง หนานุ่ม ไม่อึดอัด ไม่กดแผลผ่าคลอดคุณแม่  

การใช้งาน : เด็กอายุ 0 – 36 เดือน รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 20 กิโลกรัม  

แบรนด์ : ประเทศเกาหลี

3. เป้สำหรับอุ้มเด็ก HAENIM 9 Plus (Hipseat Carrier)

เป้สำหรับอุ้มเด็กอีกรุ่นหนึ่งของ HAENIM ที่ออกแบบมาเพื่อสุขภาพของคุณพ่อคุณแม่ ให้คุณพ่อคุณแม่อุ้มลูกได้อย่างสบาย ไม่ทำให้ปวดหลัง ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ ซัพพอร์ตการอุ้มเด็กเล็กได้อย่างปลอดภัย มั่นใจในคุณภาพ ผลิตและนำเข้าจากประเทศเกาหลี ดูแลรับประกันสินค้านาน 2 ปี  

 จุดเด่น 

  • ฐานนั่งเป็นแบบ M-Shaped ให้ลูกน้อยนั่งอย่างถูกสรีระ ป้องกันข้อต่อสะโพกอักเสบ  
  • มีแผ่นพยุงศีรษะ ป้องกันลูกคอพับและกระดูกคอเคลื่อน  
  • มีผ้าซับน้ำลาย Organic ไม่ระคายเคืองผิวลูก สามารถถอดซักได้  
  • มีหมวกคลุมศีรษะ ช่วยปกป้องแสงแดดให้ลูกน้อย สามารถถอดซักได้  
  •  วัสดุภายนอกทำจากผ้า Melange ผ้าที่เกิดจากเส้นใยมากกว่าสองสีที่อยู่รวมกัน ทำให้มีความสวยงาม อีกทั้งยังช่วยป้องกันละอองฝน และแสงแดด 
  • ระบายอากาศดี ไม่ร้อนทั้งลูกน้อยและคนอุ้ม  
  • มีสายสะพายขนาดใหญ่ มีความหนานุ่ม กระจายน้ำหนักได้ดี ช่วยให้ไม่เมื่อยไหล่ขณะอุ้ม  
  • มีสายคาดเอวขนาดใหญ่ ช่วยอุ้มลูกสบายขึ้น ไม่ปวดหลัง ทำจากวัสดุ Polyurethane ช่วยลดแรงกดทับหน้าท้องได้ดี   
  • ฐานนั่ง Hipseat โค้งรับช่วงท้อง มีความหนานุ่ม ไม่อึดอัด ไม่กดแผลผ่าคลอดของคุณแม่  

การใช้งาน : เด็กอายุ 0 – 36 เดือน รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 20 กิโลกรัม 

แบรนด์ : ประเทศเกาหลี

การใช้เป้อุ้มลูกไม่ทำให้เด็กขาโก่งแต่อย่างใด และถ้าหากเลือกเป้สำหรับอุ้มเด็กที่มีคุณภาพดี ออกแบบมาอย่างเหมาะสมตามหลักสรีรศาสตร์ มีการรับรองมาตรฐานความปลอดภัย ก็ใช้ได้อย่างไม่ต้องกังวล ถ้าคุณพ่อคุณแม่คนไหนกำลังมองหาเป้อุ้มลูกอยู่ละก็ สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสินค้าได้ที่ร้าน BabyGift ร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็กระดับคุณภาพ มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกน้อยมาลองนั่งเป้สำหรับอุ้มเด็กได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ BabyGift Showroom ใกล้บ้าน หรือสอบถามผ่านช่องทาง Online ทีมงาน BabyGift ยินดีให้คำแนะนำค่ะ  

อ้างอิงที่มาข้อมูลบางส่วนจาก :  www.bangkokhospitalkhonkaen.com/th/article/1556358426#:~:text=ความเชื่อ%3A%20ใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป,หลัง%202%20ปีขึ้นไป
https://wearmybaby.co.uk/12-reasons-to-use-a-baby-carrier/
https://www.happiestbaby.com/blogs/baby/how-to-use-a-baby-sling#what%E2%80%99s-the-benefit-of-using-a-baby-carrier?  

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

หน้ากากอนามัย สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ด้วยแสง UV ทั้ง หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยN95 แต่จะต้องถูกฆ่าเชื้อโรคอย่างถูกวิธี ถึงจะสามารถนำกลับมาใช้งานซ้ำได้อย่างปลอดภัย และหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคที่ติดอยู่ที่หน้ากากอนามัย เหล่านี้ได้นั้นก็คือ ใช้ แสง UV-C ในการฆ่าเชื้อ ก่อนนำกลับมาใช้งานซ้ำ เรามาดูกันว่าต้องมีวิธีการอย่างไรบ้าง ? หน้ากากอนามัยแบบผ้า หน้ากากอนามัยประเภทนี้ควรเปลี่ยนทุกวันหลังการใช้งาน และสามารถซักทำความสะอาดได้ปกติ ซักได้ทุกวัน โดยมีข้อแนะนำดังนี้ หลังจากตากเรียบร้อยแล้ว ก็นำ หน้ากากอนามัย มาเข้า ตู้อบแสง UV  เพื่อทำการฆ่าเชื้อโรคและไวรัสต่างๆ รวมถึงฆ่าเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ด้วย วิธีการง่ายๆคือ นำ หน้ากากอนามัย ใส่เข้าไปใน ตู้อบแสง UV อย่างน้อย 30 นาที โดยจะต้องวางหน้ากากให้แสง UV  สามารถฉายแสงทั้งด้านนอกและด้านใน หน้ากากอนามัยN95 สำหรับการนำ หน้ากากอนามัย N95 กลับมาใช้ซ้ำ เราจะแนะนำให้ใช้ ตู้อบแสง UV  เพียงอย่างเดียวในการฆ่าเชื้อ แต่ก็ยังมีหลายคนกังวลว่าหากนำมาฆ่าเชื้อโรคโดยใช้แสง UV แล้ว จะทำให้คุณสมบัติของ หน้ากากอนามัย ชนิดนี้จะลดลงไหม? […]

พอรู้ว่าตั้งท้อง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักอยากจะทราบเป็นอันดับแรกก็คือเพศของลูกในท้องใช่มั้ยล่ะคะ วันนี้เราตั้งใจจะมาพูดถึงวิธีสนุกๆ ที่ไม่ต้องพึ่งวิทยาศาสตร์ เป็นวิธีที่อิงความเชื่อล้วนๆ ฮิตกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม่นไม่แม่น ไม่รู้ แต่ก็สนุกดีค่ะ ถือว่าคลายเครียดกันเนอะ (เอ๊ะ หรือจะทำให้เครียดกว่าเดิม?) 9 วิธีสนุกๆ ทายเพศลูกน้อยตามแบบโบราณ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าวิธีเหล่านี้เป็นความเชื่อของคนสมัยโบราณที่ตอนนั้นวิทยาการก็ยังไม่ค่อยจะล้ำสมัยซักเท่าไหร่ ถือว่าทำเอาเล่นๆ ขำๆ ละกันนะคะ ถ้าคุณแม่อยากทราบเพศลูกที่ชัวร์ๆ ก็ลองปรึกษาขอ คุณหมอตรวจโครโมโซมหรือเจาะน้ำคร่ำดูก็ได้ค่ะ เพราะสองวิธีนี้ให้ผลแม่นยำถึง 99.4% เลยล่ะ แม่นยิ่งกว่าการบอกเพศจากการอัลตร้าซาวด์อีกนะ แต่ต่อให้ลูกจะคลอดออกมาเป็นเพศไหน เราก็มั่นใจว่าคุณแม่ทุกท่านจะรักลูกจนหมดหัวใจแน่นอน

ไม่นานมานี้ดิฉันเดินทางไปเที่ยวต่างจังหวัดกับลูกๆทั้งสนุกสนานและปลอดภัยตั้งแต่ออกเดินทางจนถึงจุดมุ่งหมายเลยค่ะรู้สึกขอบใจตัวเองที่กัดฟันให้ลูกนั่งคาร์ซีท ตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลก ทำให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ แต่กว่าจะถึงวันนี้ลูกก็เคยร้องไห้ประท้วงจนแหวะใส่เก้าอี้ตัวเองมาแล้ว ดิฉันใช้วิธีสงบสยบความเคลื่อนไหวร้องได้ร้องไป แค่ 15 นาทีเท่านั้น คลื่นลมก็สงบ ตั้งแต่นั้นมาลูกๆเรียนรู้เลยว่า เวลาขึ้นรถต้องไปนั่งที่ “เก้าอี้วิเศษ”  ของตัวเองและนั่งทุกครั้งแม้ระยะทางจะใกล้หรือไกลเพราะอุบัติเหตุอาจเกิดจากภัยในรถ เช่น ลูกทะเลาะกันที่เบาะหลัง (เจอมาแล้ว) หรือปีนป่ายจนได้รับอันตราย คุณแม่ท่านไหนที่ยังไม่มั่นใจในคาร์ซีท carseat ว่าจะช่วยวันยุ่งๆของคุณแม่ได้มากน้อยแค่ไหน ลองเคล็ดลับต่อไปนี้ดูสิคะ แล้วลูกคุณจะรัก “เก้าอี้วิเศษ” ของตัวเองขึ้นเยอะเลย เคล็ดลับก่อนตัดสินใจเลือกซื้อคาร์ซีท อายุ ประเภทของคาร์ซีท คำแนะนำทั่วไป เด็กอ่อน คาร์ซีทสำหรับเด็กอ่อน เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี และมีน้ำหนักน้อยกว่า 9 kg.– ต้องนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าเข้าหาเบาะ เพราะคอยังไม่แข็งพอรับแรงกระแทกขณะรถวิ่ง เด็กก่อนวัยเรียน เก้าอี้แบบหันหน้าออก เด็กอายุ 1 ปี ขึ้นไป หรือหนัก 9 kg. ขึ้นไป เด็กเล็กวัยเรียน เบาะรองนั่ง เด็กควรสูงอย่างน้อย 120 cm.และต้องมั่นใจว่าเข็มขัดนิรภัยพาดที่ไหล่และต้นขาของเด็กอย่างพอดี เด็กโต เข็มขัดนิรภัย […]

คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหา โรงเรียนอนุบาลในฝัน ที่เหมาะสมให้กับลูกน้อยอยู่ เราเลยมีตัวเลือกโรงเรียนต่าง ๆ ที่อยู่ในกรุงเทพและปริมณฑลมาฝากกัน หลักสูตรจะน่าสนใจแค่ไหน และโดนใจคุณแม่กันบ้างหรือเปล่า มาดูกันเลยค่ะ โรงเรียนอนุบาลในฝัน มีที่ไหนที่น่าสนใจบ้าง มาดูกันเลย 1. โรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนตั้งอยู่บนพื้นที่สีเขียวประมาณ 50 ไร่ โดดเด่นด้านให้นักเรียนเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม เน้นความเป็นธรรมชาติเป็นพื้นฐาน เพื่อพัฒนาเด็ก ๆ ในแบบองค์รวมทั้งกาย ใจ สติปัญญา และสังคม เน้นลงมือทำจนเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของทุกสิ่งที่เรียนรู้ สามารถนำความรู้มาประยุกต์ใช้อย่างสร้างสรรค์  มีจินตนาการ และโรงเรียนนี้ยังไม่มียูนิฟอร์ม เด็ก ๆ สามารถแต่งกายไปเรียนได้ตามความเหมาะสม ยกเว้นในวันกิจกรรมต่าง ๆ เริ่มรับเข้าเรียน : ภาคเรียนที่ 2  เปิดเรียน เดือนกันยายน – ธันวาคม  และภาคเรียนที่ 3  เปิดเรียน เดือนมกราคม – เมษายน ข้อมูลติดต่อ : https://www.roong-aroon.ac.th  เบอร์โทรศัพท์  : 0 2870 7512 – […]

ใครๆ ก็รู้ว่าน้ำนมแม่สำคัญต่อพัฒนาการของลูกน้อยมากแค่ไหน แต่น้ำนมของคุณแม่แต่ละคนไม่ได้มีเยอะเท่ากันใช่มั้ยหล่ะคะ บางคนก็เยอะ บางคนก็น้อย บางคนก็ไม่มี ดังนั้นการกระตุ้นน้ำนมอย่างถูกวิธีมีความสำคัญอย่างมากต่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งเป็นวิธีการเลี้ยงดูที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วงแรกเกิด และในบทความนี้ BabyGift จะพาคุณแม่ไปรู้จักกับวิธีกระตุ้นน้ำนมกันค่ะว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยแม่ๆ ที่มีปัญหาเรื่องน้ำนมได้บ้าง แชร์วิธีกระตุ้นน้ำนมแม่ ทำยังไงให้คุณแม่มีน้ำนมเพียงพอ ส่งต่อสุขภาพดีๆ ให้ลูก  การกระตุ้นน้ำนมแม่มีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมให้เพียงพอต่อความต้องการของทารก เพราะน้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกในช่วง 6 เดือนแรก ซึ่งจะช่วยให้ทารกได้รับสารอาหารครบถ้วน เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้ร่างกายทารกเจริญเติบโตอย่างเต็มที่และแข็งแรง แถมยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์แม่ลูกให้แน่นแฟ้น เพราะในขณะที่แม่ให้นมลูก จะเกิดการหลั่งฮอร์โมนความรักและผูกพันกัน ช่วยเสริมสร้างความรู้สึกอบอุ่น ความปลอดภัยให้แก่ทารกค่ะ เอาหล่ะค่ะ แล้ววิธีกระตุ้นน้ำนมแม่มีอะไรบ้าง เรามาดูกันต่อเลยค่ะ วิธีกระตุ้นน้ำนมแม่ มีอะไรบ้าง ?  มีหลายวิธีในการกระตุ้นการไหลของน้ำนมแม่ค่ะ เป็นวิธีง่ายๆ ที่ทำได้จริง ซึ่งการทำตามวิธีเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างเต็มที่ มาดูกันค่ะ  1. การดื่มน้ำ : และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ : วิธีง่ายๆ แต่ส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำนมแม่ คุณแม่ลองใส่ใจในการกินอาหารให้มากขึ้น เช่น ถั่วงอก ข้าวกล้อง น้ำผลไม้ กระเจี๊ยบเขียว […]

วิตามินมีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะตอนท้อง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่วิตามินที่เราได้รับเป็นปกตินั้นจะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับเราเอง และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลูกน้อย วิตามินส่วนใหญ่ก็จะสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปเลยนะคะ หรือคุณแม่บางท่านอาจจะเลือกที่จะเสริมวิตามินเพิ่มเติมก็ได้อยู่ แต่ก่อนที่เราจะมองหาอาหารที่อุดมด้วยวิตามินมาทานนั้น เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าแม่ท้องควรจะเน้นวิตามินตัวไหนเป็นพิเศษกันบ้าง 1. วิตามินบี 1 วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่จะช่วยไม่ให้คุณแม่เกิดอาการเหน็บชา และมีความจำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและการทำงานของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทต่างๆ ของทารก สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อหัวใจและปอดของลูกน้อยได้ค่ะ อาหารที่มีวิตามินบี 1 ไข่ไก่ ข้าวซ้อมมือ แป้งสาลี 2. วิตามินบี 2 และบี 6 สำหรับวิตามินตัวนี้นั้นจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองรวมถึงระบบประสาทของทารกเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้สมองของลูกน้อยพัฒนาได้อย่างไม่เต็มที่นะคะ อาหารที่มีวิตามินบี 2 และบี 6 เช่น ตับและไข่แดง 3. กรดโฟลิก กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องของการสร้างอวัยวะให้แก่ลูกน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของสมองพิการและความพิการของร่างกายส่วนอื่น ๆ อาหารที่มีกรดโฟลิก เช่น ผักโขม อาโวคาโด ข้าวโพด 4. วิตามินบี 12 วิตามินบี 12 ก็เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการทำงานระบบประสาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนในเรื่องของการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วยนะ และเม็ดเลือดแดงก็มีความสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองของลูกน้อยของเรานั่นเอง อาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น ไข่ ตับ และผลิตภัณฑ์จากนม 5. วิตามินซี วิตามินซีจะมาช่วยคุณแม่ในเรื่องของภูมิคุ้มกัน […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event