รีวิวตู้อบแห้งฆ่าเชื้อ UV Prince&Princess Gen2

สวัสดีค่ะคุณแม่ทุกคนนะคะ สำหรับคุณแม่ทั้งหลายที่มีลูกน้อย คงจะเคยชินกับการล้างขวดนมเสร็จแล้ว ก็ฆ่าเชื้อขวดนมด้วยหม้อนึ่งความร้อนกันใช่ไม๊คะ วันนี้แม่อีฟ ขอแนะนำเครื่องมือชิ้นใหม่ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คุณแม่สมัยใหม่อย่างเราๆ ที่ต้องการความสะดวกสบายและการฆ่าเชื้อ โรคได้มากที่สุดสำหรับลูกน้อย

มาทำความรู้จักกับตู้อบแห้งฆ่าเชื้อ UV แบรนด์ Prince&Princess  สัญชาติเกาหลี เครื่องนี้เป็น Gen2 ที่มีการพัฒนาขึ้น ให้ใช้งานได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น การใช้งาน ก็ง๊ายง่ายค่ะ ที่เครื่องจะมีแค่ 3 ปุ่ม เท่านั้น คือปุ่ม Auto, ปุ่ม UV และปุ่ม Dry ถ้าใช้สำหรับขวดนมหรือของใช้ที่ล้างมาเปียกๆ ก็ง่ายเลยค่ะ แค่กดปุ่ม Auto เพียงปุ่มเดียวแล้วรอแค่ 30 นาที ก็สามารถเอาขวดนมมาชงนมให้ลูกได้เลยค่ะ เริ่มน่าสนใจกันแล้วใช่ไหมหล่ะคะ และนี้ก็คือโฉมหน้าของเจ้าตู้อบฆ่าเชื้อ ด้วยUV ที่มีดีไซน์ แบบทันสมัย ใช้ง่าย และน้ำหนักเบาแค่ 5 kg. เองค่ะ คุณแม่ก็สามารถยกย้ายที่ใช้งานได้แบบง่ายๆเลยค่ะ

ก่อนหน้าที่จะใช้เครื่องนี้ ก็เคยมีวิธีการทำความสะอาดของให้กับลูก โดยการล้างทำความสะอาด แล้วก็เอาไปนึ่งต่อต้องทำหลายขั้นตอน ตั้งแต่ตวงน้ำลงในถาด นึ่งเสร็จก็ต้องล้างหม้อนึ่งด้วย พอน้ำแห้งก็มักเป็นตะกรัน พอบ่อยๆ เข้าก็ต้องเอาน้ำส้มสายชูมาต้มล้างทำความสะอาดถาดรองน้ำ ส่วนขวดนมก็ต้องตากให้แห้งก่อนถึงจะนำมาชงนมให้ลูกได้ ยุ่งยากมากๆ!!! แต่พอมาเจอเครื่องนี้แล้ว รู้สึกว่ามันง่าย สะดวก และสะอาดกว่าด้วยนะคะ

ตัวเครื่องใหญ่ ภายในกว้างมาก สามารถทำความสะอาดฆ่าเชื้อได้ ถึง 16 ขวด ในเวลาเดียวกัน ประหยัดเวลาสุดๆไปเลย

มาดูวิธีการทำงานกันเลยนะคะ ด้านบน มีปุ่ม 3 ปุ่ม Auto , UV , Dry  ปุ่มที่ใช้บ่อยสุดคือปุ่ม  Auto ทำงาน 3 ขั้นตอนในปุ่มเดียว

แค่เตรียมขวดนมล้างให้สะอาด แล้วก็สะบัดๆ พอให้เหลือแค่หยดน้ำติดข้างขวด ใส่เข้าไปในเครื่อง ลักษณะการใส่ให้ใส่แบบหงายขึ้นนะคะ เพราะหลอดUV จะอยู่ด้านบน ถ้ามีหลายขวดก็เรียงขวดให้มีพื้นที่ห่างกันเล็กน้อย อย่าวางติดกันเกินไปนะคะ ตู้ขนาดใหญ่สามารถวางได้ 2 ชั้นเลย แต่ก็ไม่ต้องกลัวว่าของที่อยู่ข้างล่างจะฆ่าเชื้อไม่ทั่วถึง เพราะวัสดุภายในตู้เป็นสแตนเลส เกรดพิเศษจะช่วยกระจายแสง UV ได้อย่างดี ปิดตู้ กดปุ่ม Auto แล้วปล่อยเครื่องทำงานจนจบกระบวนการประมาณ 30 นาทีก็เสร็จแล้วค่ะ หลังจากนั้นเราก็ทิ้งทุกอย่างไว้ในนี้ได้เลยจนกว่าจะใช้ก็ค่อยเปิดตู้หยิบออกมาใช้โดยไม่ต้องไปตากแห้งอีก  เพราะเมื่อเครื่องทำงานเสร็จขวดนมจะแห้ง สะอาด พร้อมใช้ได้เลยค่ะ
เพิ่มเติม : เมื่อทำการฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว ลองจับที่ขวดจะรู้สึกอุ่นๆ และแห้งแล้ว และมีกลิ่นของแสง UV ซึ่งคล้ายๆไอแดด เป็นกลิ่นที่เหมือนผ่านการฆ่าเชื้อนะคะ

ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น จาน ชาม ช้อน ลูก หรือแม้แต่แปรงสีฟัน ล้างเสร็จปุ๊บก็เอาใส่ตู้แล้วก็กดปุ่ม Auto ปุ่มเดียว แล้วคุณแม่ก็ไปทำงานบ้านอื่นๆได้เลย

Surprise !!! กว่า เพราะฆ่าเชื้อสิ่งของภายในบ้านที่ลูกชอบเอาเข้าปากอม หรือกัด  เช่น ของเล่น  ตุ๊กตา  รีโมท พวกกุญแจ และ มือถือ แท็บเล็ต ก็ได้ด้วยนะ ฆ่าเชื้อได้หมดเลย  แต่ของพวกนี้ที่เราไม่ได้ล้างน้ำมาก่อนหรือเป็นของแห้ง เรากดปุ่ม UV เพื่อฆ่าเชื้อเท่านั้นค่ะ กด1 ครั้ง ฆ่าเชื้อ 5 นาที แต่ถ้าของเยอะก็กด 2 ที่ การฆ่าเชื้อจะเพิ่มเป็น 10 นาที และก็ตัดเองเมื่อฆ่าเชื้อเสร็จเหมือนกันค่ะ

ปุ่ม Dry หรือว่าอบแห้ง อย่างเดียว สำหรับของเปียกๆ และต้องการที่จะทำให้แห้ง ก็สามารถที่จะเอาเข้าตู้แล้วก็กดปุ่มนี้ได้เลยนะคะ
โดยปุ่มนี้สามารถที่จะเลือกแบบ 10 ,20 ,40 นาที ตามต้องการ

ข้อจำกัด มีข้อดีแล้วก็ต้องมีข้อจำกัดที่ต้องระวังค่ะ
ตู้อบUV จะใส่ของได้เกือบทุกอย่างเลย แต่ก็มีของที่ไม่แนะนำให้ใส่เลยนะคะ อย่างเช่น พวกขวดน้ำขวดใส สังเกตใต้ขวดจะมีสัญลักษณ์ PET หรือพวกของที่ทำมาจากยางธรรมชาติ ยางพาราหรือ Latex อันนี้จะใส่ไม่ได้เลยเพราะจะทำให้คุณภาพของขวดและยางเสื่อมค่ะ
อีกเรื่องคือ สีของขวดนมถ้าเราใช้ทุกวันจะทำให้สีเปลี่ยนเป็นสีเหลืองคล้ายๆ ขวดนมสีชาซึ่งไม่เป็นอันตรายนะคะ แต่ตรงนี้จริงๆ ก็ไม่กังวลเพราะว่าขวดนมพลาสติกมันมีอายุการใช้งานอยู่แล้ว กว่าขวดนมจะเปลี่ยนสี ก็หมดอายุพอดี เช่น ถ้าเป็นขวดแบบ PP อายุใช้งาน 6 เดือน
ถ้าเป็นขวดพลาสติกเกรด PPSU ที่เป็นสีชาอายุการใช้งาน 2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษายิ่งถูกขีดข่วนหรือโดนความร้อนสูงบ่อยๆ ยิ่งทำให้ขวดนมเสื่อมเร็วขึ้น การใช้ตู้อบ UV ซึ่งมีความร้อนแค่ 40องศา จึงเป็นการฆ่าเชื้อแบบ ถนอมขวดนม  เพราะไม่ต้องใช้ ความร้อนสูงด้วยค่ะ

สรุป ให้คะแนนเต็ม 10 คะแนน
•    การออกแบบ ดีไซน์ (น้ำหนักเบา รูปทรงทันสมัย)    8/10
•    คุณสมบัติและฟังชั่น (ใช้งานง่ายกว่า)                    8/10
•    ประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ (ฆ่าเชื้อโรค 99.9%)         9/10
•    ความคุ้มค่า (ใช้งานได้มากกว่าขวดนม)                 8/10
•    ราคา (ราคาแพงกว่าเมื่อเทียบกับหม้อนึ่งทั่วไป)      7/10

เป็นยังไงบ้างค่ะ รู้จักกับตู้อบแห้งฆ่าเชื้อ UV Prince & Princess Baby UV Sterilizer Gen2 แล้ว ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคุณพ่อคุณแม่ ที่กำลังหาผลิตภัณฑ์การฆ่าเชื้อให้กับลูกน้อยนะคะ แล้วพบกันในครั้งต่อไป  มารอดูกันนะคะว่าจะมารีวิวสินค้าอะไร สวัสดีค่ะ

***ขอบคุณรีวิวตู้อบฆ่าเชื้อ UV จาก : Review by MaeEve เว็บไซด์pantip

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เคยมีคนบอกว่า แต่งงานแล้วอย่าเพิ่งมีลูกนะ เดี๋ยวไม่มีเวลาได้ไปท่องเที่ยว เพราะถ้ามีลูกน้อยจะเดินทางแต่ครั้ง ต้องเตรียมสัมภาระของลูก 1 กระเป๋าใหญ่ ต้องรับมือกับลูกที่อาจร้องงอแง เพราะพักผ่อนไม่เต็มที่ ถึงเวลานอนแล้วไม่ได้นอน งอแงต้อให้อุ้มตลอดเวลา ก็คงเที่ยวไม่สนุก แล้วก็จะเข็ดไม่อยากไปไหนอีกเลย แต่รู้ไหมว่าไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับลูกน้อยเลย เพราะเด็กในช่วงวัยนึง เป็นช่วงวัยที่ต้องการการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ช่วยส่งเสริมให้พัฒนาการของลูกน้อยเป็นไปอย่างดีเยี่ยม …แต่ถ้าไม่ได้พาลูกออกนอกบ้านเลย แล้วจะเรียนรู้ได้อย่างไรหล่ะ??? แต่สำหรับครอบครัวพ่อเพชรจ้า-แม่นิวเคลียร์ สามารถพาน้องไทก้าเที่ยวได้ทุกที่ได้อย่างคล่องตัว พาออกนอกบ้านตั้งแต่น้องยังเล็กๆอยู่เลยค่ะ ก็เพราะมีตัวช่วยอย่าง รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Karoon เป็นรถเข็นเด็กที่เบาที่สุดในโลกก็ว่าได้ เพราะเบาเพียง 3.6 kg. TRIP KOREA รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Karoon กับทริปแรกของน้องไทก้า ในวัยประมาณ 6 เดือน เดินทางไปไกลถึงแดนกิมจิ ประเทศเกาหลี ด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 3.6 kg. ช่วยให้นำรถเข็นขึ้นเครื่องได้อย่างสบาย รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Karoon ปรับเข็นได้ 2 ทิศทาง ช่วยให้พ่อเพชรจ้าดูแลน้องไทก้าได้อย่างใกล้ชิด แบบ face to face […]

ผิวของเด็กบอบบางกว่าผู้ใหญ่หลายเท่า โดยเฉพาะแสงแดดในประเทศไทยที่ค่อนข้างแรง การเลือกครีมกันแดดสำหรับเด็ก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวลูกจากรังสี UV และลดการระคายเคืองได้ บทความนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เลือกได้ง่ายขึ้นในไม่กี่ขั้นตอน 1. เลือกสูตรสำหรับ “เด็กโดยเฉพาะ” (Baby / Kids Formula) ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า Baby / Kids / Sensitive Skin ผ่านการทดสอบการระคายเคือง (Hypoallergenic) เพราะสูตรเหล่านี้จะอ่อนโยน ไม่มีสารที่อาจระคายเคืองผิวเด็ก 2. เลือกแบบ Physical Sunscreen (กันแดดแบบสะท้อนแสง) เช็คที่ส่วนผสม เช่น Zinc Oxide Titanium Dioxide ไม่ซึมเข้าสู่ผิว อ่อนโยน เหมาะกับเด็กเล็ก ลดโอกาสแพ้ 3. ค่า SPF และ PA ควรเท่าไหร่? SPF 30–50 เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป PA+++ หรือ PA++++ ป้องกัน UVA ได้ดี […]

เชอรีน ณัฐจารี หรเวชกุล คุณแม่ป้ายแดงคนใหม่ กับ Moment ก่อนเตรียมตัวไปคลอดถึงแม้จะท้องใหญ่ใกล้คลอดขนาดไหน ก็ยังขอลงมาดูการติดตั้ง สาธิตการใช้คาร์ซีทแรกเกิด ต้อนรับลูกน้อยด้วยตัวเองค่า ขอขอบคุณครอบครัว คุณเชอรีน ที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้บริการ BabyGift onsite service จัดส่งของขวัญสุดพิเศษ และบริการติดตั้งคาร์ซีท จากทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเตรียมพร้อมการเดินทางที่ปลอดภัย ให้กับลูกน้อยตั้งแต่วันแรกที่ออกจากโรงพยาบาล

การเริ่มต้นดูแลชีวิตใหม่ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ โภชนาการเป็นสิ่งที่คุณแม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะผลไม้ที่คนท้องควรกิน ซึ่งเปรียบเสมือนคลังวิตามินจากธรรมชาติที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของทารกและบำรุงสุขภาพคุณแม่ให้แข็งแรง การเลือกทานผลไม้อย่างถูกวิธีในช่วงตั้งครรภ์ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ แต่ยังช่วยให้คุณแม่รู้สึกสดชื่นและมีพลังงานในทุก ๆ วัน รวม 7 ผลไม้ที่คนท้องควรกิน เพื่อสารอาหารที่ดีที่สุด หากคุณแม่กำลังสงสัยว่า คนท้องควรกินผลไม้อะไรที่จะส่งผลดีที่สุดต่อลูกน้อยในครรภ์ วันนี้เราได้รวบรวม 7 สุดยอดผลไม้ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็น เพื่อเป็นแนวทางในการเลือกทานของว่างที่มีประโยชน์และปลอดภัย ดังนี้ 1. ส้ม แหล่งโฟเลตและวิตามินซีช่วยบำรุงสมองทารก ส้มจัดเป็นอันดับต้น ๆ ของผลไม้ที่คนท้องควรกิน เพราะอุดมไปด้วยโฟเลต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการป้องกันความพิการทางสมองและระบบประสาทของทารก นอกจากนี้ วิตามินซีสูงในส้มยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้คุณแม่ และช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารได้ดียิ่งขึ้น ลดภาวะโลหิตจางระหว่างตั้งครรภ์ได้เป็นอย่างดี 2. กล้วย มีโพแทสเซียมสูงช่วยลดอาการแพ้ท้องได้ดี กล้วยเป็นตัวช่วยชั้นยอดสำหรับคุณแม่ที่ประสบปัญหาแพ้ท้องหรือตะคริว เนื่องจากมีโพแทสเซียมและวิตามินบี 6 สูง ซึ่งช่วยปรับสมดุลแร่ธาตุในร่างกายและลดอาการคลื่นไส้ได้ อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง ช่วยแก้ปัญหาท้องผูกที่คุณแม่มักพบเจอจากการที่มดลูกขยายตัวไปกดทับลำไส้ใหญ่ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้คล่องตัวขึ้น 3. อะโวคาโด ให้ไขมันดีและโฟเลตสูงสุดในกลุ่มผลไม้ หากถามว่า คนท้องควรกินผลไม้อะไร เพื่อบำรุงหัวใจและสมอง อะโวคาโดคือคำตอบ เพราะอุดมไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว (Healthy Fats) ที่จำเป็นต่อการพัฒนาเนื้อเยื่อสมองของลูกน้อย นอกจากนี้ยังมีโฟเลตสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น ช่วยป้องกันภาวะบกพร่องของไขสันหลัง และยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่อีกด้วย 4. ฝรั่ง อุดมด้วยวิตามินซีและใยอาหารช่วยการขับถ่าย […]

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจเคยสังเกตว่า ลูกน้อยมีเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะเวลานอน จนเสื้อเปียกหรือบริเวณศีรษะชื้นอยู่เสมอ จึงอดกังวลไม่ได้ว่าอาการแบบนี้เป็นเรื่องปกติหรืออาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติบางอย่าง ในความเป็นจริง เด็กแต่ละคนมีการขับเหงื่อไม่เท่ากัน และในหลายกรณีอาการเหงื่อออกมากอาจเกิดจากสภาพแวดล้อมหรือพัฒนาการตามวัย แต่หากมีอาการร่วมอื่น ๆ ก็ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจสาเหตุของอาการเหงื่อออกในเด็ก วิธีสังเกตอาการ และแนวทางดูแลลูกน้อยอย่างเหมาะสม ทำไมลูกถึงเหงื่อออกมาก? ร่างกายของเด็กเล็กยังอยู่ในช่วงพัฒนา ระบบควบคุมอุณหภูมิยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์เท่าผู้ใหญ่ จึงอาจทำให้เหงื่อออกได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะในช่วงที่นอนหลับ สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ หากลูกยังร่าเริง กินนมได้ดี และเจริญเติบโตตามวัย อาการเหงื่อออกเพียงอย่างเดียวมักไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล ลูกเหงื่อออกตรงศีรษะตอนนอน ปกติหรือไม่? คุณพ่อคุณแม่หลายคนสังเกตว่า ลูกมักมีเหงื่อออกบริเวณศีรษะมากกว่าส่วนอื่นของร่างกาย สาเหตุหนึ่งคือ เด็กมีต่อมเหงื่อบริเวณศีรษะจำนวนมาก เมื่อหลับสนิท ร่างกายจะขับความร้อนผ่านบริเวณนี้ได้มากกว่าปกติ หากลูกไม่มีไข้ ไม่มีอาการหอบเหนื่อย และยังดื่มนมได้ตามปกติ มักถือเป็นอาการที่พบได้ในเด็กหลายคน เมื่อไรที่ควรปรึกษาแพทย์? แม้เหงื่อออกมากอาจเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการร่วมดังต่อไปนี้ ควรพาลูกไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการประเมิน อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับภาวะทางสุขภาพหลายสาเหตุ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ วิธีดูแลลูกเมื่อมีเหงื่อออกมาก แม้จะเป็นอาการที่พบได้บ่อย แต่การดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม จะช่วยให้ลูกนอนหลับสบายขึ้น เลือกเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ควรเลือกเนื้อผ้าที่โปร่ง สวมใส่สบาย และเหมาะกับอุณหภูมิห้อง ดูแลอุณหภูมิห้องให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการเปิดห้องร้อนหรือห่มผ้าหลายชั้นเกินไป เช็ดตัวเมื่อมีเหงื่อออกมาก ช่วยลดความอับชื้นและทำให้ลูกรู้สึกสบายตัวมากขึ้น […]

หากคุณพ่อคุณแม่กำลังศึกษาวิธีเริ่มอาหารเสริมให้ลูก อาจเคยได้ยินคำว่า “BLW” หรือ Baby-Led Weaning ผ่านกลุ่มคุณแม่ รีวิวในโซเชียล หรือคำแนะนำจากคนรอบตัว หลายคนสนใจวิธีนี้ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้การกินอาหารด้วยตัวเองตั้งแต่เล็ก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจมีคำถามตามมา เช่น บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่มาทำความเข้าใจ BLW แบบง่าย ๆ พร้อมแนวทางเริ่มต้นอย่างปลอดภัยสำหรับลูกน้อย BLW คืออะไร? BLW หรือ Baby-Led Weaning คือ แนวทางการให้อาหารเสริมที่เปิดโอกาสให้ลูกหยิบอาหารและเรียนรู้การกินด้วยตัวเอง แทนการป้อนอาหารบดผ่านช้อนในทุกมื้อ เด็กจะได้สัมผัสรูปทรงของอาหาร เนื้อสัมผัสที่หลากหลาย กลิ่นและรสชาติของอาหาร รวมถึงการหยิบจับและประสานการทำงานของมือกับสายตา แนวคิดสำคัญของ BLW คือ “ให้ลูกเป็นผู้นำการเรียนรู้เรื่องอาหารด้วยตัวเอง” ลูกควรเริ่ม BLW เมื่อไหร่? แม้อายุ 6 เดือนจะเป็นช่วงที่เด็กส่วนใหญ่เริ่มอาหารเสริมได้ แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ “ความพร้อมของลูก” โดยทั่วไป ควรสังเกตสัญญาณดังนี้ หากลูกมีสัญญาณเหล่านี้ อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการเริ่ม BLW BLW แตกต่างจากการป้อนอาหารแบบดั้งเดิมอย่างไร? การป้อนอาหารแบบดั้งเดิม การกินแบบ BLW ทั้งสองวิธีสามารถช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารตามวัยได้เช่นกัน คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะกับลูกและครอบครัวได้ […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event