รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว

หลายวันมานี้เราท่องโลกอินเทอร์เน็ตหนักมาก เพราะอยากรู้ว่าแม่ยุคใหม่เขาชอบอะไร ไอเทมไหนกำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มแม่ๆ มากที่สุด จากการส่องพบว่าท็อปปิคที่ถูกพูดถึงมาก แต่ยังมีข้อมูลน้อยคือ “รถเข็นเด็ก” ไอเทมใหม่สำหรับแม่ลูกเล็กในยุคนี้นั่นเอง เราจึงไม่รอช้ารีบหาข้อมูลว่าคุณแม่ต้องการรถเข็นแบบไหนและพอจะสรุปได้ว่า

คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการรถเข็นเด็กที่น้ำหนักเบา พับเก็บมือเดียวได้ เพราะส่วนมากไปกันสองคนแม่ลูก ต้องการระบบล้อที่ดี เข็นลื่นไหลไม่ต้องออกแรงมากส่วนใหญ่จะเข็นในสวนสาธารณะและทางเท้าซึ่งพื้นค่อนข้างขรุขระ สามารถปรับเอนได้เพราะลูกมักหลับตอนพาเที่ยว 

วันนี้เลยไปคว้า รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS มารีวิวเผื่อคุณพ่อคุณแม่จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกเวลาต้องออกไปด้านนอกกับเจ้าตัวเล็กเพียงลำพัง

รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica” รุ่น LUXUNA CTS

เห็นรูปลักษณ์ทะมัดทะแมงอย่างนี้แต่น้ำหนักเบานะจ๊ะ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานมากๆ

มาสำรวจสิว่าอะไรเป็นอะไร พอใช้งานจริงจะได้ไม่ยืนงง เริ่มต้นที่ด้ามจับเลยล่ะกัน เราว่าตอบโจทย์มากนะ เพราะสามารถปรับที่จับให้อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังลูกก็ได้ คุณแม่ที่กังวลว่าจะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูกสบายใจเรื่องนี้ได้เลยและเลิศได้อีกกับล้อแบบ Auto 4 wheels ที่จะล๊อคล้อและคลายล๊อคล้อแบบอัตโนมัติในเวลาเราเปลี่ยนที่จับให้มาอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้

ถ้าใครเคยเข็นลูกแบบแม่อยู่ด้านหน้าจะนึกออกเลยว่าเวลาเราเข็นแบบนี้แล้วถ้าล้อหลังหมุนไม่ได้ พอจะเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาทีก็ต้องตีวงอ้อมกว้างไปอีก บังคับทิศทางก็ยากมาก มาเจอล้อแบบ Auto 4 Wheels สบายเลยขนาดเราลองเข็นในที่แคบ ๆ ก็ยังเข็นง่ายเรียกว่าโดนใจสุดๆ

การปรับก้านเข็นไปด้านหลัง ช่วยให้เข็นได้ง่าย ปรับเอนนอนได้ 170 องศา

เมื่อปรับก้านเข็นมาด้านหน้า ระบบล้อจะถูกปรับเปลี่ยนการล๊อคได้แบบอัตโนมัติ

นอกจากเรื่องปรับล้อหมุนแบบ 360 องศา Auto 4 Wheels เรื่องรองรับแรงกระแทกที่ล้อก็โอเคเลย เพราะมีระบบรองรับแรงกระแทกที่ล้อ แถมเพิ่มความนุ่มสบายแบบไร้แรงสั่นสะเทือนอีกด้วย เราลองเข็นทั้งที่เป็นพื้นขรุขะ และที่เป็นพื้นดิน พื้นหญ้าถึงพื้นจะหนึด ๆ ก็ยังเข็นง่าย ไม่โยกเยก

รถเข็นมีระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless

มาดูที่โครงรถเข็นกันบ้าง เห็นเบาๆ แบบนี้ เขาแอบแข็งแรงนะเพราะตัวรถเข็นมี ระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless ที่ออกแบบมาอย่างดี ถูกเชื่อมต่อเป็นโครงชิ้นเดียวกัน ทำให้แข็งแรง ไม่โคลงเคลง แม้ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน

เข็มขัดสายล๊อคนิรภัยแบบ 5 จุด ตามมาตรฐานสากล

 ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ทื่สำคัญใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ถ้าสายยาวเกินไป คุณแม่สามารถปรับให้เหมาะสมกับตัวลูก คล้ายเราปรับสายกระเป๋าเลยไม่ยาก  ขนาดเราใช้กับหลานเป็นครั้งแรก “เราทำได้ คุณแม่ก็ทำได้”

มีตะกร้าสำหรับเก็บสิ่งของขนาดใหญ่

และที่ชอบอีกอย่าง คือมีตะกร้าสำหรับใส่ของต่างๆ ของเจ้าตัวเล็กซึ่งรองรับน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม (เลิศมากๆ) และนอกจากของลูกก็สามารถใส่ของคุณแม่ได้ด้วย แต่อย่าใส่จนน้ำหนักเกินที่กำหนดไว้นะเดียวงานจะเข้า เพราะรถเข็นอาจเสียสมดุลจนทำให้เกิดอันตรายทั้งตัวลูกและตัวคุณแม่ได้

มีช่องระบายอากาศด้านหลัง และฉนวนกันความร้อน

เพราะอากาศเมืองไทยร้อนมาก ร้อนที่สุด มีช่องระบายอากาศด้านหลังของรถเข็น ที่มาพร้อมฉนวนกันความร้อนสีเงินสามารถสะท้อนความร้อนจากพื้นไม่ให้มาสะสมที่ตรงด้านหลังของลูกได้ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายในขณะหลับได้ดี และทำให้เจ้าตัวเล็กไม่หงุดหงิดแม้อากาศจะร้อนมาก

หลังคากันแดดเป็นพิเศษ เพราะสามารถป้องกัน UV ได้ถึง 99%

ที่ชอบมากอีกอย่างหนึ่งคือหลังคาทั้งใหญ่ ปรับขนาดได้หลายระดับ และเนื้อผ้าหนามากสามารถคลุมได้มิดชิด โดยไม่ต้องกลัวลูกอึดอัด เพราะหลังคาเป็นทรงโดมโปร่งสบาย มีช่องหน้าต่างเปิด-ปิดได้ ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก

Highseat 55 cm.

มันดีตรงที่เบาะนั่งจะสูงจากพื้น 55 cm. ช่วยลดอุณหภูมิลงได้ 2 องศา ลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองได้อีก 10-20% สบายสุดๆไปเลย

วิธีการเก็บรถเข็นเด็ก aprica รุ่น Luxuna CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว

ง่ายต่อการกางและเก็บด้วยมือเดียวด้วยนะ โดยเฉพาะในขณะอุ้มลูกและด้วยการพับแบบ One step ล้อทั้งสี่จึงติดกับพื้นช่วยให้คุณแม่ลากไปมาเมื่อต้องการเคลื่อนย้าย เมื่อพับแล้วยังสามารถตั้งวางไว้ได้โดยรถเข็นไม่ล้มกองบนพื้นที่สกปรกอีกด้วย

ชุดเบาะรองนอนสำหรับเด็กทารก ประกอบด้วย หมอนรองรับสรีระเด็กทั้งศีรษะ คอ และหลัง

เป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ สำหรับเด็กทารก เพราะกระดูกสันหลังและคอของเจ้าตัวเล็กยังไม่แข็งแรง จึงต้องนอนบนเบาะที่ช่วยรองรับตั้งแต่ศีรษะ คอ และหลัง เพื่อให้อยู่ในท่านอนที่ถูกต้องไม่กดทับบริเวณทางเดินหายใจ

อ๋อเกือบลืม!!! เบาะรองนอนนวัตกรรมใหม่ของญี่ปุ่นชื่อว่า Siky Air ผลิตจากเส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นที่สำคัญสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ด้วยตัวเอง หรือจะซักเครื่องก็ได้ พูดไปก็เหมือนอวย ต้องลองใช้ด้วยตัวเองจริง ๆ ค่ะ

 ณ จุดนี้ใครจะมีความสุขเกินหลานเราคงไม่มีอีกแล้ว 555+

Carry Travel System (CTS)

ขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่น ก็มักมีอะไรแปลกใหม่ไม่เหมือนใครแต่อำนวยความสะดวกเป็นเสิศตามสไตล์เขา เรามาอึ้งอีกครั้ง เมื่อรู้ว่ารถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS คันนี้เขามีเป้อุ้มเด็กรุ่น Colan CTS เป็นคู่หูที่สามารถใช้คู่กันสำหรับคุณแม่นักเดินทางได้อีกด้วย

  • เมื่อต้องการอุ้มลูกน้อยจากรถเข็นเด็ก Luxuna CTS เพียงนำสายสะพายของเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้รถเข็นออกมา แล้วล็อกติดกับตัวล็อกที่อยู่ด้านข้างรถเข็น
  • เมื่ออุ้มลูกน้อยออกมาแล้ว ก็ใช้สายรัดเข็มขัดที่ตัวเป้อุ้ม ล็อคที่เอวคุณแม่ เพื่อช่วยรองรับน้ำหนักได้ด้วย
  • สามารถพับเก็บรถเข็นได้ด้วยมือเดียว และหิ้วรถเข็นขึ้นบันไดได้ เพราะความเบาของรถเข็นเพียง 4.9 kg. เท่านั้น

สรุปคุณสมบัติ Aprica รุ่น Luxuna CTS เหมาะกับเป็นผู้ช่วยคุณแม่มากๆ

สรุป : เคยไม๊ล่ะที่เวลาจะเตรียมตัวออกจากบ้านกับลูกแล้วคิดไม่ตกว่าวันนี้เราจะใช้เป้อุ้มหรือรถเข็นพาลูกน้อยไปตลุยนอกบ้านดี เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเลือกแล้ว เพราะแค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถสลับปรับเปลี่ยนเอาเป้อุ้มไปเป็นเบาะรองนอนในรถเข็นเด็ก หรือจะถอดออกมาใช้อุ้มลูกได้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวได้ดีเชียวล่ะ ใช้คู่กันได้แบบนี้ก็สบายไปอีกเนอะ สำหรับใครที่ลองใช้แล้วลองอย่าลืมมารีวิวให้เราดูบ้างนะ แต่สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่เคยใช้เราว่า Aprica รุ่น LUXUNA CTS เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลจาก : เว็บไซด์ rakluke

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เครื่องล้างขวดนม ตัวช่วยเบาแรงคุณพ่อคุณแม่ช่วงให้นมลูก (เลือกแบบไหนดี?) ช่วงให้นมลูกเป็นช่วงที่ทั้งอบอุ่น…และเหนื่อยเอาเรื่องเลยค่ะตื่นกลางคืน ชงนม ปั๊มนม แล้วยังต้องกลับมาล้างขวดนมซ้ำ ๆ วันละหลายรอบ คุณพ่อคุณแม่หลายบ้านพูดเหมือนกันว่า“ไม่ได้เหนื่อยเพราะลูกอย่างเดียว แต่เหนื่อยเพราะล้างขวดนี่แหละค่ะ” นี่จึงเป็นเหตุผลที่ เครื่องล้างขวดนม กลายเป็นตัวช่วยสำคัญของพ่อแม่ยุคใหม่เพราะไม่ได้ช่วยแค่ “ล้างขวด” แต่ช่วยลดภาระงานบ้าน เพิ่มเวลาพัก และเพิ่มความสบายใจเรื่องความสะอาดให้กับลูกน้อยได้จริง เครื่องล้างขวดนมช่วยพ่อแม่ได้ยังไงบ้าง? ขอสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ แบบนี้ค่ะ ถ้าบ้านไหนใช้ขวดวันละหลายใบ จะรู้สึกได้ชัดเลยว่า“มีแล้วชีวิตง่ายขึ้นจริง” แล้วเครื่องล้างขวดนมจำเป็นไหมสำหรับทุกบ้าน? ขอตอบตรง ๆ แบบแม่คุยกับแม่นะคะเครื่องล้างขวดนมอาจไม่จำเป็นสำหรับทุกบ้าน แต่จะ “จำเป็นมาก” ถ้าบ้านคุณ… หลายครอบครัวที่ใช้แล้วบอกเหมือนกันว่า“พอมีเครื่องล้างขวดนม รู้สึกมีแรง มีเวลา และไม่เครียดเหมือนก่อน” เครื่องล้างขวดนมมีแบบไหนบ้าง เลือกยังไงดี? ถ้าอธิบายแบบไม่ซับซ้อน เครื่องล้างขวดนมหลัก ๆ จะต่างกันที่ ✔ ระบบล้าง + ฆ่าเชื้อ + อบแห้งเหมาะกับบ้านที่อยากได้ความสะดวก กดปุ่มเดียวจบ ไม่ต้องแยกนึ่งหรือผึ่ง ✔ ความจุและความแรงบ้านที่ล้างเยอะ ใช้อุปกรณ์ปั๊มนมหลายชิ้น ควรเลือกรุ่นที่จุได้มากและล้างได้ทั่วถึง แนะนำ 2 […]

Aprica ก่อตั้งเมื่อปี 1947 ปี โดยทีมกุมารแพทย์จากประเทศญี่ปุ่น ด้วยความห่วงใยและใส่ใจเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะถือว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็ก จึงได้ช่วยกันคิดค้นและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นอย่างพิถีพิถัน โดยมีเป้าหมายคือการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเด็กและพ่อแม่ ด้วยความเชี่ยวชาญและการพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 70 ปี Aprica จึงได้รับการยอมรับและไว้ว่างใจอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น Aprica เป็นบริษัทแรกในโลก ที่มีการใช้หุ่นจำลองเด็กทารกขนาด 5 kg. ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านบาท โดยหุ่นจำลองนี้มีข้อต่อและอวัยวะในร่างกายเช่นเดียวกับเด็กทารก ติดตั้งเซ็นเซอร์ตัวรับสัญญาณในส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย เพื่อตรวจวัดการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นจากการกระแทกในอุบัติเหตุจำลองรูปแบบต่างๆ ได้รับรางวัลทรงเกียรติจากสถาบันนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็น

ปัญหาใหญ่ของคุณแม่อีกปัญหาหนึ่งเวลาตั้งท้องก็คือการทานยาเวลาไม่สบายนั่นเองค่ะ อันนี้กล้าพูดได้เลยเพราะเจอกับตัวเองเหมือนกัน เพราะเราก็ไม่รู้อ่ะเนอะว่าในยาแก้แพ้พวกนี้มีส่วนผสมหรือสารอะไรที่จะมีผลต่อลูกในท้องบ้าง วิธีแก้ไขขั้นพื้นฐานที่สุดก็คือเลิกทานยาไปเลย ขนาดไม่สบายหนักๆ จนแทบทนไม่ได้ยังยอมที่จะไม่ทานยาเลยค่ะ แล้วดูอากาศประเทศไทย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวฝนตก แบบนี้จะไม่ให้ป่วยยังไงไหว แต่วันนี้เราจะมาบอกคุณแม่แม่ว่า มันมียาแก้แพ้บางตัวที่คุณแม่ท้องสามารถทานได้นะคะ เพราะยาพวกนี้ได้รับการคอนเฟิร์มจากคุณหมอแล้วว่าไม่มีผลต่อลูกน้อยแน่นอน เราลองมาดูกันดีกว่าว่าคุณแม่ใช้ยาอะไรได้บ้าง ยาแก้แพ้ที่ปลอดภัยกับคุณแม่ 1. คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine: CPM) เวลาพูดถึงยาแก้แพ้ ยาตัวแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเจ้ายาตัวนี้แหละ ยาเม็ดเล็กๆ สีเหลืองที่ช่วยลดอาการแพ้ ลดน้ำมูกแล้วก็แก้อาการคัน คุณแม่ท้องทานยาตัวนี้ได้เนอะ เพราะจากกรณีที่ผ่านมายังไม่พบว่ายาตัวนี้ส่งผลต่อลูกในท้องเลยค่ะ แต่ว่ายาตัวนี้มันจะมีผลข้างเคียงทำให้คุณแม่อ่อนเพลีย เพราะงั้นอาจจะต้องงดใช้ยาเวลาที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และคุณลูกค่ะ ที่สำคัญก็ไม่ควรใช้ยาตัวนี้เกิน 3 วันนะ เพราะว่าถ้าใช้ไปมากๆ แล้วอาจจะทำให้เกล็ดเลือดต่ำ แล้วลูกที่คลอดออกมาอาจจะมีอาการเลือดไหลผิดปกติได้ด้วยค่ะ 2. แอคติเฟด (Actifed) ยาตัวนี้จะช่วยลดอาการคัดจมูก ทำให้พวกอาการภูมิแพ้ทางจมูกดีขึ้น แล้วก็บรรเทาอาการคัดจมูกที่เกิดจากหวัดได้ค่ะ แต่ยาตัวนี้ก็จะทำให้ง่วงเช่นเดียวกัน ดังนั้น คุณแม่ควรจะทานยาแล้วก็พักผ่อนให้เพียงพอนะคะ พอตื่นมาอาการจะได้ดีขึ้น สดชื่นได้เหมือนเดิมค่ะ 3. เซทิไรซีน (Cetirizine) หรือ ฟาเทค (Fatec ®) คุณแม่ที่ต้องเดินทางหรือทำงานในช่วงที่ไม่สบายก็ขอแนะนำให้ทานตัวนี้เลยค่ะ เพราะว่ายาตัวนี้ไม่ทำให้ง่วงหรืออ่อนเพลีย แถมยังไม่ส่งผลเสียต่อลูกน้อยอีกต่างหาก แต่ว่ายาตัวนี้มันจะออกฤทธิ์ช้ากว่ายาตัวอื่นๆ นะคะ คุณแม่ก็เลยอาจจะหายช้านิดหน่อยค่ะ 4. ยาหยอดหรือยาพ่นจมูก […]

คำถามที่พบบ่อย “คนท้องสามารถใส่รองเท้าส้นสูงได้รึเปล่า?” แต่แทบทุกครั้งที่มีภาพของดาราที่กำลังท้องใส่ส้นสูง ก็มักจะมีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และคอมเม้นกันไปในทางไม่ดีซะส่วนใหญ่ ซึ่งเราก็เข้าใจนะว่า อาจจะมีแฟนคลับหลายๆ คนที่เขาเป็นห่วง กลัวว่าจะมีอันตรายต่อเด็กในท้องอะไรก็ว่ากันไป เชื่อเถอะว่า การใส่รองเท้าส้นสูงไม่ได้ส่งผลเสียทางตรงต่อลูกในท้อง แต่ว่า “มันเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้คุณแม่หกล้มได้ง่ายขึ้น” และถึงตอนนั้นแหละที่จะส่งผลต่อลูกในท้องโดนตรง เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะใส่ก็ควรระมัดระวังให้มาก ไม่ควรใส่ติดต่อกันเป็นเวลานาน” สำหรับคุณแม่ท้องที่จำเป็นต้องใส่เพื่อให้เกียรติกับงานนั้นๆ เรามี วิธีเลือกรองเท้าส้นสูงสำหรับคนท้องตามนี้เลยค่ะ…^^ 1. เลือกรองเท้าที่มีความสูงของส้นไม่ควรเกิน 2 นิ้ว เพราะถ้าสูงกว่านี้อาจจะเสี่ยงทำให้เท้าพลิกและตกส้นได้นั่นเอง2. รองเท้าส้นสูงแบบทรงเตารีด หรือส้นหนาจะใส่สบายกว่าส้นเข็มและมีพื้นที่รับน้ำหนักเยอะกว่า ความเสี่ยงที่จะล้มก็น้อยกว่าค่ะ3. เลือกรองเท้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น รองเท้าที่เปลือยโปร่งเพื่อความสบายเท้า4. น้ำหนักเบา และนุ่ม เพื่อช่วยรองรับแรงกระแทก พื้นรองเท้าควรเป็นยางที่ยึดเกาะพื้นได้ดี5. เลือกรองเท้าที่ถอดง่าย และสวมใส่ง่าย ไม่แนะนำแบบที่มีสายรัด …ใครบ้าง??? ที่เป็นคุณแม่สุดสตรอง แม้ท้องโตแต่เมื่อออกงานก็มั่นได้กับรองเท้าส้นสูงโดยที่ไม่เป็นอุปสรรค… กุ๊บกิ๊บ – สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย ล่าสุดที่โดยหลายคอมเม้นเข้ามาต่อว่าสาวกุ๊บกิ๊บใส่ส้นสูงทั้งๆ ที่ท้องก็ไม่เล็กแล้ว แต่สามีสุดหล่ออย่างหนุ่มบี้ก็เข้ามาแก้ข่าวโดยให้เหตุผลว่า ตอนนี้ภรรยาสาวก็ใส่รองเท้าส้นสูงน้อยลง แต่ที่เห็นในรูปนั่นก็เพราะต้องไปออกงาน เดินพรมแดงซึ่งถือเป็นการให้เกียรติงานนั่นเอง ลิเดีย – ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา นักร้องสาวเสียงดีอย่างสาวลิเดียที่ตอนนี้กลายเป็นไอดอลของคุณแม่หลายๆ คนไปแล้ว โดยจะเห็นในอินสตาแกรมของสาวลิเดียว่าเธอเป็นคุณแม่ที่แข็งแรงมาก สามารถออกกำลังกาย และทำงานได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ Chrissy Teigen […]

ความปลอดภัยของลูกน้อยระหว่างการเดินทางเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะอุบัติเหตุบนท้องถนนสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การติดตั้งคาร์ซีทจึงไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย แต่คือการสร้างเกราะคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อปกป้องชีวิตและลดความรุนแรงจากการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นกับลูกรักในทุกเส้นทาง ทำไมคาร์ซีทถึงเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณพ่อคุณแม่ห้ามมองข้าม? ร่างกายของเด็กยังไม่เติบโตสมบูรณ์เหมือนผู้ใหญ่ โดยเฉพาะโครงสร้างกระดูกและต้นคอที่บอบบาง การอุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนจึงไม่สามารถต้านทานแรงเหวี่ยงมหาศาลเมื่อเกิดการชนได้ การใช้คาร์ซีทจะช่วยยึดเหนี่ยวร่างกายของเด็กให้ปลอดภัยอยู่กับที่นั่ง ลดความเสี่ยงในการพุ่งออกนอกตัวรถ และป้องกันการบาดเจ็บรุนแรงที่อวัยวะภายในได้อย่างมีนัยสำคัญ 5 วิธีเลือกซื้อคาร์ซีทให้คุ้มค่าและปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ท่ามกลางตัวเลือกที่หลากหลายในท้องตลาด การเฟ้นหาคาร์ซีทที่เหมาะสมที่สุดต้องอาศัยการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โดยเน้นทั้งความปลอดภัยและความสะดวกในการใช้งานประจำวันดังนี้ 1. เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับช่วงวัย น้ำหนัก และส่วนสูงของเด็ก คุณแม่ควรเลือกคาร์ซีทโดยยึดหลักสรีระเป็นสำคัญ แบ่งง่าย ๆ เป็นกลุ่มเด็กแรกเกิดที่ต้องการการปกป้องลำคอเป็นพิเศษ ไปจนถึงกลุ่มเด็กโตที่ต้องการเพียงเบาะเสริมความสูงเพื่อให้เข็มขัดนิรภัยรถยนต์พาดผ่านตำแหน่งที่ถูกต้อง การเลือกที่พอดีกับตัวเด็กจะช่วยให้ระบบนิรภัยทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด 2. รู้จักระบบติดตั้ง ISOFIX และ ISOFIT เพื่อความมั่นคงสูงสุด การติดตั้งคาร์ซีทด้วยระบบ ISOFIX คือการล็อกเข้ากับจุดยึดเหล็กในรถโดยตรง ช่วยลดความผิดพลาดในการติดตั้งให้เป็นศูนย์ ส่วนระบบ ISOFIT มักใช้ในเด็กโตโดยยึดโครงเบาะไว้และใช้สายเบลท์รถยนต์รัดตัวเด็กอีกชั้น ทั้งสองระบบมอบความมั่นคงที่เหนือกว่าการใช้เพียงสายเบลท์แบบเดิม ๆ อย่างมาก 3. ตรวจสอบป้ายรับรองมาตรฐานความปลอดภัย (ECE R44/04 หรือ R129) ป้ายมาตรฐานสากลคือเครื่องยืนยันความปลอดภัย หากเป็นมาตรฐาน ECE R44/04 จะผ่านการทดสอบการชนหน้าและหลัง แต่ถ้าเป็นมาตรฐานล่าสุดอย่าง […]

คำตอบไม่ใช่ “รุ่นที่แพงที่สุด” แต่คือ “รุ่นที่ใช้แล้วชีวิตง่ายขึ้นจริง” รถเข็นพับได้ (Foldable Stroller) จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยม เพราะช่วยให้ทุกอย่าง “คล่องตัวขึ้นทันที” 4 รุ่นรถเข็น ที่ตอบโจทย์ต่างสไตล์การใช้งาน แทนที่จะบอกว่ารุ่นไหนดี ลองดูว่า “ชีวิตคุณเหมาะกับแบบไหน” มากกว่า ถ้าคุณอยากได้ “ความคุ้มค่า ใช้ได้ทุกวัน” 1. FOPPAPEDRETTI รุ่น Like รุ่นนี้เหมาะกับบ้านที่ต้องการรถเข็นดี ๆ สักคัน ที่ไม่ต้องคิดเยอะ ใช้ได้ยาว โครงแข็งแรง มาตรฐานยุโรป ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ดีไซน์เรียบ ดูดี “ซื้อครั้งเดียว ใช้ได้ยาว ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย” ถ้าคุณอยากได้ “ความพรีเมียม + ความลื่นในการใช้งาน” 2. FOPPAPEDRETTI รุ่น TicToc ความรู้สึกตอนเข็น จะต่างจากรถเข็นทั่วไปชัดเจน เข็นลื่น นุ่ม พับง่าย ใช้งานคล่อง ดีไซน์ดูทันสมัยขึ้นอีกระดับ “ใช้แล้วรู้สึกดีทุกครั้งที่พาลูกออกไปข้างนอก” ถ้าคุณมี […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event