รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว

หลายวันมานี้เราท่องโลกอินเทอร์เน็ตหนักมาก เพราะอยากรู้ว่าแม่ยุคใหม่เขาชอบอะไร ไอเทมไหนกำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มแม่ๆ มากที่สุด จากการส่องพบว่าท็อปปิคที่ถูกพูดถึงมาก แต่ยังมีข้อมูลน้อยคือ “รถเข็นเด็ก” ไอเทมใหม่สำหรับแม่ลูกเล็กในยุคนี้นั่นเอง เราจึงไม่รอช้ารีบหาข้อมูลว่าคุณแม่ต้องการรถเข็นแบบไหนและพอจะสรุปได้ว่า

คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการรถเข็นเด็กที่น้ำหนักเบา พับเก็บมือเดียวได้ เพราะส่วนมากไปกันสองคนแม่ลูก ต้องการระบบล้อที่ดี เข็นลื่นไหลไม่ต้องออกแรงมากส่วนใหญ่จะเข็นในสวนสาธารณะและทางเท้าซึ่งพื้นค่อนข้างขรุขระ สามารถปรับเอนได้เพราะลูกมักหลับตอนพาเที่ยว 

วันนี้เลยไปคว้า รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS มารีวิวเผื่อคุณพ่อคุณแม่จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกเวลาต้องออกไปด้านนอกกับเจ้าตัวเล็กเพียงลำพัง

รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica” รุ่น LUXUNA CTS

เห็นรูปลักษณ์ทะมัดทะแมงอย่างนี้แต่น้ำหนักเบานะจ๊ะ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานมากๆ

มาสำรวจสิว่าอะไรเป็นอะไร พอใช้งานจริงจะได้ไม่ยืนงง เริ่มต้นที่ด้ามจับเลยล่ะกัน เราว่าตอบโจทย์มากนะ เพราะสามารถปรับที่จับให้อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังลูกก็ได้ คุณแม่ที่กังวลว่าจะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูกสบายใจเรื่องนี้ได้เลยและเลิศได้อีกกับล้อแบบ Auto 4 wheels ที่จะล๊อคล้อและคลายล๊อคล้อแบบอัตโนมัติในเวลาเราเปลี่ยนที่จับให้มาอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้

ถ้าใครเคยเข็นลูกแบบแม่อยู่ด้านหน้าจะนึกออกเลยว่าเวลาเราเข็นแบบนี้แล้วถ้าล้อหลังหมุนไม่ได้ พอจะเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาทีก็ต้องตีวงอ้อมกว้างไปอีก บังคับทิศทางก็ยากมาก มาเจอล้อแบบ Auto 4 Wheels สบายเลยขนาดเราลองเข็นในที่แคบ ๆ ก็ยังเข็นง่ายเรียกว่าโดนใจสุดๆ

การปรับก้านเข็นไปด้านหลัง ช่วยให้เข็นได้ง่าย ปรับเอนนอนได้ 170 องศา

เมื่อปรับก้านเข็นมาด้านหน้า ระบบล้อจะถูกปรับเปลี่ยนการล๊อคได้แบบอัตโนมัติ

นอกจากเรื่องปรับล้อหมุนแบบ 360 องศา Auto 4 Wheels เรื่องรองรับแรงกระแทกที่ล้อก็โอเคเลย เพราะมีระบบรองรับแรงกระแทกที่ล้อ แถมเพิ่มความนุ่มสบายแบบไร้แรงสั่นสะเทือนอีกด้วย เราลองเข็นทั้งที่เป็นพื้นขรุขะ และที่เป็นพื้นดิน พื้นหญ้าถึงพื้นจะหนึด ๆ ก็ยังเข็นง่าย ไม่โยกเยก

รถเข็นมีระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless

มาดูที่โครงรถเข็นกันบ้าง เห็นเบาๆ แบบนี้ เขาแอบแข็งแรงนะเพราะตัวรถเข็นมี ระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless ที่ออกแบบมาอย่างดี ถูกเชื่อมต่อเป็นโครงชิ้นเดียวกัน ทำให้แข็งแรง ไม่โคลงเคลง แม้ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน

เข็มขัดสายล๊อคนิรภัยแบบ 5 จุด ตามมาตรฐานสากล

 ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ทื่สำคัญใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ถ้าสายยาวเกินไป คุณแม่สามารถปรับให้เหมาะสมกับตัวลูก คล้ายเราปรับสายกระเป๋าเลยไม่ยาก  ขนาดเราใช้กับหลานเป็นครั้งแรก “เราทำได้ คุณแม่ก็ทำได้”

มีตะกร้าสำหรับเก็บสิ่งของขนาดใหญ่

และที่ชอบอีกอย่าง คือมีตะกร้าสำหรับใส่ของต่างๆ ของเจ้าตัวเล็กซึ่งรองรับน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม (เลิศมากๆ) และนอกจากของลูกก็สามารถใส่ของคุณแม่ได้ด้วย แต่อย่าใส่จนน้ำหนักเกินที่กำหนดไว้นะเดียวงานจะเข้า เพราะรถเข็นอาจเสียสมดุลจนทำให้เกิดอันตรายทั้งตัวลูกและตัวคุณแม่ได้

มีช่องระบายอากาศด้านหลัง และฉนวนกันความร้อน

เพราะอากาศเมืองไทยร้อนมาก ร้อนที่สุด มีช่องระบายอากาศด้านหลังของรถเข็น ที่มาพร้อมฉนวนกันความร้อนสีเงินสามารถสะท้อนความร้อนจากพื้นไม่ให้มาสะสมที่ตรงด้านหลังของลูกได้ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายในขณะหลับได้ดี และทำให้เจ้าตัวเล็กไม่หงุดหงิดแม้อากาศจะร้อนมาก

หลังคากันแดดเป็นพิเศษ เพราะสามารถป้องกัน UV ได้ถึง 99%

ที่ชอบมากอีกอย่างหนึ่งคือหลังคาทั้งใหญ่ ปรับขนาดได้หลายระดับ และเนื้อผ้าหนามากสามารถคลุมได้มิดชิด โดยไม่ต้องกลัวลูกอึดอัด เพราะหลังคาเป็นทรงโดมโปร่งสบาย มีช่องหน้าต่างเปิด-ปิดได้ ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก

Highseat 55 cm.

มันดีตรงที่เบาะนั่งจะสูงจากพื้น 55 cm. ช่วยลดอุณหภูมิลงได้ 2 องศา ลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองได้อีก 10-20% สบายสุดๆไปเลย

วิธีการเก็บรถเข็นเด็ก aprica รุ่น Luxuna CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว

ง่ายต่อการกางและเก็บด้วยมือเดียวด้วยนะ โดยเฉพาะในขณะอุ้มลูกและด้วยการพับแบบ One step ล้อทั้งสี่จึงติดกับพื้นช่วยให้คุณแม่ลากไปมาเมื่อต้องการเคลื่อนย้าย เมื่อพับแล้วยังสามารถตั้งวางไว้ได้โดยรถเข็นไม่ล้มกองบนพื้นที่สกปรกอีกด้วย

ชุดเบาะรองนอนสำหรับเด็กทารก ประกอบด้วย หมอนรองรับสรีระเด็กทั้งศีรษะ คอ และหลัง

เป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ สำหรับเด็กทารก เพราะกระดูกสันหลังและคอของเจ้าตัวเล็กยังไม่แข็งแรง จึงต้องนอนบนเบาะที่ช่วยรองรับตั้งแต่ศีรษะ คอ และหลัง เพื่อให้อยู่ในท่านอนที่ถูกต้องไม่กดทับบริเวณทางเดินหายใจ

อ๋อเกือบลืม!!! เบาะรองนอนนวัตกรรมใหม่ของญี่ปุ่นชื่อว่า Siky Air ผลิตจากเส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นที่สำคัญสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ด้วยตัวเอง หรือจะซักเครื่องก็ได้ พูดไปก็เหมือนอวย ต้องลองใช้ด้วยตัวเองจริง ๆ ค่ะ

 ณ จุดนี้ใครจะมีความสุขเกินหลานเราคงไม่มีอีกแล้ว 555+

Carry Travel System (CTS)

ขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่น ก็มักมีอะไรแปลกใหม่ไม่เหมือนใครแต่อำนวยความสะดวกเป็นเสิศตามสไตล์เขา เรามาอึ้งอีกครั้ง เมื่อรู้ว่ารถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS คันนี้เขามีเป้อุ้มเด็กรุ่น Colan CTS เป็นคู่หูที่สามารถใช้คู่กันสำหรับคุณแม่นักเดินทางได้อีกด้วย

  • เมื่อต้องการอุ้มลูกน้อยจากรถเข็นเด็ก Luxuna CTS เพียงนำสายสะพายของเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้รถเข็นออกมา แล้วล็อกติดกับตัวล็อกที่อยู่ด้านข้างรถเข็น
  • เมื่ออุ้มลูกน้อยออกมาแล้ว ก็ใช้สายรัดเข็มขัดที่ตัวเป้อุ้ม ล็อคที่เอวคุณแม่ เพื่อช่วยรองรับน้ำหนักได้ด้วย
  • สามารถพับเก็บรถเข็นได้ด้วยมือเดียว และหิ้วรถเข็นขึ้นบันไดได้ เพราะความเบาของรถเข็นเพียง 4.9 kg. เท่านั้น

สรุปคุณสมบัติ Aprica รุ่น Luxuna CTS เหมาะกับเป็นผู้ช่วยคุณแม่มากๆ

สรุป : เคยไม๊ล่ะที่เวลาจะเตรียมตัวออกจากบ้านกับลูกแล้วคิดไม่ตกว่าวันนี้เราจะใช้เป้อุ้มหรือรถเข็นพาลูกน้อยไปตลุยนอกบ้านดี เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเลือกแล้ว เพราะแค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถสลับปรับเปลี่ยนเอาเป้อุ้มไปเป็นเบาะรองนอนในรถเข็นเด็ก หรือจะถอดออกมาใช้อุ้มลูกได้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวได้ดีเชียวล่ะ ใช้คู่กันได้แบบนี้ก็สบายไปอีกเนอะ สำหรับใครที่ลองใช้แล้วลองอย่าลืมมารีวิวให้เราดูบ้างนะ แต่สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่เคยใช้เราว่า Aprica รุ่น LUXUNA CTS เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลจาก : เว็บไซด์ rakluke

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ทุกที่นั่งจะต้องมีป้ายรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 เป็น มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท เพื่อบ่งชี้ว่าเบาะตัวนั้นๆได้ผ่านตามข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย ป้ายรับรองมาตรฐาน ECE R44/04 จะเป็นป้ายสีส้ม มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท ECE 44/03 และ ECE R 44/04 แบ่งตาม Group และแบ่งแยกเป็นประเภทต่างๆ ทั้งหมด 4 ประเภท (4 Categories) ตามการติดตั้งและการใช้งาน ซึ่งจะช่วยให้เราทราบว่าเบาะนั้นๆออกแบบมาสำหรับรถเราหรือไม่ มาตรฐานความปลอดภัยคาร์ซีท ECE 44/03 และ ECE R 44/04 แบ่งตามภูมิภาค จากข้อมูลในหัวข้อนี้คงพอให้ท่านผู้อ่านเข้าใจความหมายและทราบถึงรายละเอียด ข้อมูลของเบาะนั้นจากป้ายมาตรฐาน ตลอดจนเป็นประโยชน์กับผู้ปกครองในการเลือกซื้อเบาะให้เหมาะกับลูกหลานและรถ ที่มีแนวทางการใช้งานเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ในครั้งแรกๆ เด็กๆอาจจะร้องเพราะกลัวการถูกล็อค แต่ถ้าเขาคุ้นเคยเสียก่อน ก็จะลดการร้องไม่ยอมของเด็กได้ การที่เด็กๆร้องก็จะทรมาณใจพ่อแม่เพราะสงสารลูกๆและเป็นสาเหตุทำให้ละเลยการใช้งานเบาะนิรภัยในครั้งต่อๆไป เพราะว่าเด็กที่นั่งอยู่ในเบาะนิรภัยจะมีการป้องกันการชนด้านข้างต่ำ การนั่งในตำแหน่งกลางจะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการดูดซับแรงกระแทก แต่ทั้งนี้รถควรจะเป็นรถขนาดใหญ่ที่เบาะกลางมีเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด อย่างไรก็ตามหากไม่สามารถติดตั้งตรงเบาะกลางได้ การติดตั้งทางฝั่งซ้ายหรือขวาก็สามารถทำได้ โดยที่ฝั่งตรงข้ามคนขับ (ฝั่งเดียวกับฟุตบาท) จะปลอดภัยกว่าฝั่งคนขับ  สำหรับการใช้งานเบาะนิรภัยร่วมกับรถปิกอัพให้ติดตั้งด้านหน้าข้างคนขับและห้ามใช้ถุงลมในที่นั่งด้านข้างคนขับ 1. เด็กสูงเพียงพอที่ขาและเข่าของเขาสามารถนั่งห้อยขาได้เบาะนั่งรถได้พอดี2. เด็กโตพอที่จะสามารถนั่งตัวตรง หลังพิงพนักพิงได้ตรง3. เข็มขัดนิรภัยของรถส่วนล่างจะต้องรัดได้ตรงส่วนกระดูกเชิงกรานไม่ใช้รัดตรงท้อง4. เข็มขัดที่พาดส่วนบ่าจะต้องพาดผ่านมาตรงส่วนหน้าอก […]

รถเข็นเด็ก แบบไหน ขึ้นเครื่องบินได้? เมื่อลูกน้อยเข้าสู่วัย 6 เดือน เริ่มมีภูมิคุ้มกันที่มากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากจะพาลูกน้อยออกไปท่องเที่ยว ดูโลกกว้าง หรือพาบินลัดฟ้าไปเยี่ยมคุณปู่คุณย่าที่ต่างจังหวัด รถเข็นเด็ก จึงเป็นตัวช่วยให้การเดินทางของคุณและลูกน้อยสะดวกสบาย แล้วรถเข็นแบบไหนกัน ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินได้ และจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่? Babygift ได้เตรียมคำตอบรอไว้ให้คุณพ่อคุณแม่แล้วค่ะ กฎของการนำ รถเข็นเด็ก ขึ้นเครื่องบินของสายการบิน รถเข็นเด็กจัดเป็นสัมภาระติดตัวชนิดหนึ่ง ที่สามารถนำขึ้นเครื่องบินไปได้ โดยเด็ก/ทารก 1 คน มีสิทธิ์ในการนำรถเข็นขึ้นเครื่องได้ 1 คัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในกรณีที่มีมากกว่า 1 คัน ผู้โดยสารจะต้องซื้อน้ำหนักสัมภาระเพิ่ม โดยที่รถเข็นเด็กที่นำขึ้นเครื่องบินไปด้วยนั้น ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดพับเล็ก หรือพับใหญ่ แต่จะต้องเป็นรถเข็นที่พับได้เท่านั้น และจะต้องเป็นรถเข็นที่มีน้ำหนักตามที่สายการบินกำหนด โดยสามารถเช็คได้จากขนาดสัมภาระที่สายการบินอนุญาตให้นำติดตัวขึ้นเครื่องบินได้นั่นเองค่ะ วิธีการนำรถเข็นเด็กติดตัวขึ้นเครื่องบิน หมายเหตุ *แต่ละสายการบินมีนโยบายที่แตกต่างกัน รวมถึงนโยบายของสนามบินปลายทาง รวมถึงสภาพอากาศในวันที่เดินทาง กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขกับสายการบินทุกครั้งก่อนวันออกเดินทาง เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของท่าน รถเข็นเด็กแบบ “พับเล็ก” สามารถนำเก็บบนช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ (Overhead bin) ได้หรือไม่? คำตอบคือ ได้ค่ะ หากรถเข็นเมื่อพับแล้วมีขนาดเล็ก ตามขนาดสัมภาระที่สายการบินกำหนด […]

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ สิ่งแรกๆ ที่คุณแม่ส่วนใหญ่นึกถึงก็คือเรื่องของการคลอดใช่มั้ยล่ะคะ ส่วนวิธีการคลอดนั้น ก็อย่างที่คุณแม่ทราบกันดีว่ามีอยู่ด้วยกัน 2 วิธี ก็คือการคลอดธรรมชาติกับการผ่าคลอดค่ะ เราลองเปรียบเทียบกันดูดีกว่าว่าสองวิธีนี้ต่างกันยังไงบ้าง การคลอดธรรมชาติคืออะไร มีอะไรที่ต้องกังวลบ้าง? การคลอดธรรมชาติก็คือการที่คุณแม่เบ่งลูกน้อยออกมาทางช่องคลอด ซึ่งการคลอดแบบนี้คุณแม่จะต้องรอให้มีน้ำเดินหรือเจ็บท้องคลอด รวมถึงปากมดลูกเปิดมากพอที่จะทำการคลอดได้นั่นเอง ส่วนใหญ่แล้ว คุณแม่จะเจ็บท้องคลอดกันที่ช่วง 37-40 สัปดาห์ค่ะ การคลอดธรรมชาติมักเป็นที่นิยมเพราะคุณแม่ส่วนใหญ่ก็อยากมีประสบการณ์ อยากรับรู้ถึงความเจ็บปวดในการเบ่งคลอด แถมยังมีราคาถูกกว่าผ่าคลอดอีกด้วยนะ แม้ว่าการคลอดธรรมชาติจะเป็นวิธีที่ปลอดภัย แผลหายเร็ว และคุณแม่ไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นนาน แต่ก็มีหลายปัจจัยที่คุณแม่ควรทราบกันไว้ซักนิดนึงน้า ปัจจัยที่อาจทำให้การคลอดธรรมชาติไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีเสมอไป 1. ลูกไม่กลับหัว ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่น่ากลัวที่สุดสำหรับการคลอดธรรมชาติ และมักจะจบลงด้วยการที่คุณหมอเปลี่ยนไปเป็นผ่าคลอดแทนค่ะ โดยปกติ เวลาที่จะคลอด ลูกน้อยจะต้องกลับหัวเพื่อใช้หัวดันออกมาจากช่องคลอด มีทารกบางรายที่ไม่ยอมกลับหัว หรืออาจจะกลับหัวผิดตำแหน่ง ทำให้คุณหมอไม่สามารถทำคลอดได้ 2. คุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น แรงเบ่งนั้นมีความสำคัญกับการคลอดธรรมชาติมากๆ เลยล่ะค่ะ เพราะถ้าคุณแม่มีแรงเบ่งไม่พอ หรือเบ่งไม่เป็น ลูกน้อยก็จะไม่สามารถคลอดออกมาได้ แต่เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงนะ เพราะโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่คุณแม่ไปฝากครรภ์ เค้าจะมีการอบรม สอนวิธีการเบ่ง การหายใจ เพื่อให้คุณแม่สามารถเบ่งได้อย่างถูกวิธีค่ะ 3. คุณแม่มีโรคประจำตัว โรคประจำตัวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่น โรคเบาหวาน […]

สำหรับครอบครัวที่มีลูกเล็กๆ ส่วนใหญ่การทำความสะอาดขวดนม จะใช้วิธีการต้ม หรือนึ่ง โดยเป็นการฆ่าเชื้อโรคด้วยความร้อนสูง ซึ่งเหมาะกับพาชนะที่เป็นแก้ว หรือซิลิโคน ส่วนขวดนมแบบพลาสติกการใช้ความร้อนสูงมากๆ ทุกวันจะทำให้ขวดนมพลาสติกและจุกนมเสื่อมสภาพเร็วขึ้นกว่าปกติ และเกิดการปล่อยสารต่างๆ ออกมาจากพลาสติกนั้น เช่น สารพวกโพลีเมอร์ หรือฟอร์มัลดีไฮด์ปนเปื้อนออกมาจากพลาสติกที่เสื่อมสภาพ แถมยังทิ้งไอน้ำไว้ที่ก้นขวด ซึ่งไอน้ำนี้อาจมีเชื้อแบคทีเรียแฝงอยู่ ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ได้มีการคิดค้นการฆ่าเชื้อโรค โดยรังสี UV ที่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้กับหลากหลายผลิตภัณฑ์ เช่น ขวดนมพลาสติก ยางกัด จานชาม หรือแม้แต่อุปกรณ์อเลกทรอนิก มาทำความรู้จักกับ หลอดรังสี UV-C ที่หลายคนสงสัยว่า ฆ่าเชื้อโรคได้จริงไหม? รังสี UV คืออะไร แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ประกอบด้วยรังสี 2 ส่วนคือ รังสีที่มองเห็นได้และมองไม่เห็นรังสีที่มองเห็นได้ จะมี 7 สี แต่จะสามารถเห็นต่อเมื่ออากาศมีความชื้นสูง รังสีจากดวงอาทิตย์ตกกระทบกับน้ำในอากาศ เราจะสามารถมองเห็นสีทั้ง 7 ได้ ที่เรียกว่า “รุ้งกินน้ำ” นั่นเอง รังสีที่มองไม่เห็น คือพลังงานในรูปคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่ออกมาจากดวง อาทิตย์ มี 2 ส่วนคือ ระดับควมเข้มของรังสี UV […]

วิตามินมีความสำคัญต่อร่างกายของเราเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะตอนท้อง เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่วิตามินที่เราได้รับเป็นปกตินั้นจะต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งสำหรับเราเอง และอีกส่วนหนึ่งสำหรับลูกน้อย วิตามินส่วนใหญ่ก็จะสามารถพบได้ในอาหารทั่วไปเลยนะคะ หรือคุณแม่บางท่านอาจจะเลือกที่จะเสริมวิตามินเพิ่มเติมก็ได้อยู่ แต่ก่อนที่เราจะมองหาอาหารที่อุดมด้วยวิตามินมาทานนั้น เรามาดูกันก่อนดีกว่าว่าแม่ท้องควรจะเน้นวิตามินตัวไหนเป็นพิเศษกันบ้าง 1. วิตามินบี 1 วิตามินบี 1 เป็นวิตามินที่จะช่วยไม่ให้คุณแม่เกิดอาการเหน็บชา และมีความจำเป็นต่อร่างกายในการสร้างและการทำงานของเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการพัฒนาระบบประสาทต่างๆ ของทารก สำหรับคุณแม่ที่ได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อหัวใจและปอดของลูกน้อยได้ค่ะ อาหารที่มีวิตามินบี 1 ไข่ไก่ ข้าวซ้อมมือ แป้งสาลี 2. วิตามินบี 2 และบี 6 สำหรับวิตามินตัวนี้นั้นจะมีประโยชน์ต่อการพัฒนาสมองรวมถึงระบบประสาทของทารกเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ถ้าได้รับวิตามินตัวนี้น้อยเกินไป ก็อาจจะทำให้สมองของลูกน้อยพัฒนาได้อย่างไม่เต็มที่นะคะ อาหารที่มีวิตามินบี 2 และบี 6 เช่น ตับและไข่แดง 3. กรดโฟลิก กรดโฟลิกเป็นวิตามินที่ช่วยเรื่องของการสร้างอวัยวะให้แก่ลูกน้อย ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของสมองพิการและความพิการของร่างกายส่วนอื่น ๆ อาหารที่มีกรดโฟลิก เช่น ผักโขม อาโวคาโด ข้าวโพด 4. วิตามินบี 12 วิตามินบี 12 ก็เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการทำงานระบบประสาทเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีส่วนในเรื่องของการช่วยสร้างเม็ดเลือดแดงอีกด้วยนะ และเม็ดเลือดแดงก็มีความสำคัญในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงสมองของลูกน้อยของเรานั่นเอง อาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น ไข่ ตับ และผลิตภัณฑ์จากนม 5. วิตามินซี วิตามินซีจะมาช่วยคุณแม่ในเรื่องของภูมิคุ้มกัน […]

เลือกคาร์ซีทที่ปลอดภัยที่สุด จำเป็นต้องเลือกระบบ ติดตั้งคาร์ซีท ที่ดีที่สุดด้วย…จริงหรือ? คุณพ่อคุณแม่หลายคนเห็นแบบนี้แล้วคงสงสัยว่าจริงหรือว่า ติดตั้งคาร์ซีท ระบบการติดตั้งไม่เหมือนกัน ความปลอดภัยก็ไม่เหมือนกันด้วย มาทำความรู้จักกับระบบ ติดตั้งคาร์ซีท กันก่อนว่ามีกี่ระบบ และจะเลือกการติดตั้งอย่างไรให้เหมาะกับรถยนต์ที่คุณใช้ค่ะ ISOFIX คืออะไร? ISOFIX เป็นระบบ ติดตั้งคาร์ซีท แบบใหม่ที่ได้รับมาตรฐานจากสากล และมีใช้อยู่ทั่วโลกทั้งในเอเชียและยุโรป ซึ่งเป็นระบบ ติดตั้งคาร์ซีท สำหรับเด็กที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับลูกน้อยได้อย่างมาก โดยไม่ต้องใช้เข็มขัดนิรภัยเพราะระบบ ติดตั้งคาร์ซีท แบบISOFIX นั้นเป็นการยึดติดคาร์ซีทด้วยตัวยึด ISOFIX ที่มีความแข็งแรง แน่นหนาตามมาตรฐานสากล และระบบ ISOFIX ยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการ ติดตั้งคาร์ซีท ให้กับคุณพ่อคุณแม่อีกด้วย เนื่องจากปกติแล้วการ ติดตั้งคาร์ซีท จะมี 2 ระบบคือ (ที่เขียนรวมให้ย่อหน้านี้เพราะ ถ้าเผื่อพ่อแม่บางคนเป็นคนไม่ชอบอ่านก็จะอ่านตรงนี้แล้วรู้ว่า ISOFIX คืออะไรแล้วมันดียังไงนะคะ…^^) ISOFIX มีประโยชน์อย่างไร? ติดตั้งคาร์ซีท ด้วยระบบISOFIX ช่วยลดความผิดพลาด เรื่องการเสี่ยงต่อการ ติดตั้งคาร์ซีท ที่ผิดวิธี เนื่องจากคุณพ่อคุณแม่มือใหม่บางท่านอาจสับสน และ ติดตั้งคาร์ซีท ผิดพลาด เช่น ดึงสายเข็มขัดนิรภัยไม่แน่นหนาพอ เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดอุบัตเหตุจริง จะทำให้เข็มขัดนิรภัยของรถยนต์ที่ใช้ ติดตั้งคาร์ซีท นั้นหลุดออก เป็นสาเหตุที่จะทำให้ลูกน้อยเกิดอันตรายได้ จากผลการทดลองเมื่อ ติดตั้งคาร์ซีท ด้วยระบบ ISOFIX จะมีความปลอดภัยมากกว่า เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ตัวล็อกISOFIX ช่วยยึดติดกับโครงสร้างรถยนต์ได้มั่นคงกว่าจะไม่เกิดการคลาดเคลื่อนจากเบาะรถยนต์ ลดการกระทบกระเทือนกับลูกได้น้อยกว่า ระบบ ISOFIX ติดตั้งยังไง 1.มาตรวจสอบก่อนว่าที่รถของคุณสามารถ ติตดั้งคาร์ซีท ระบบISOFIX ได้หรือไม่ โดยการตรวจสอบตามในคลิปด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ 2.เมื่อรู้แล้วว่ารถของคุณ ติดตั้งคาร์ซีท ระบบISOFIX ได้ งั้นก็ลองมาติตดั้งคาร์ซีทกันเลยค่ะ โดยทำตามคลิปวิธีการ ติดตั้งคาร์ซีท จากด้านล่างนี้ได้เลยค่ะ

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event