รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว

หลายวันมานี้เราท่องโลกอินเทอร์เน็ตหนักมาก เพราะอยากรู้ว่าแม่ยุคใหม่เขาชอบอะไร ไอเทมไหนกำลังเป็นที่พูดถึงในกลุ่มแม่ๆ มากที่สุด จากการส่องพบว่าท็อปปิคที่ถูกพูดถึงมาก แต่ยังมีข้อมูลน้อยคือ “รถเข็นเด็ก” ไอเทมใหม่สำหรับแม่ลูกเล็กในยุคนี้นั่นเอง เราจึงไม่รอช้ารีบหาข้อมูลว่าคุณแม่ต้องการรถเข็นแบบไหนและพอจะสรุปได้ว่า

คุณแม่ส่วนใหญ่ต้องการรถเข็นเด็กที่น้ำหนักเบา พับเก็บมือเดียวได้ เพราะส่วนมากไปกันสองคนแม่ลูก ต้องการระบบล้อที่ดี เข็นลื่นไหลไม่ต้องออกแรงมากส่วนใหญ่จะเข็นในสวนสาธารณะและทางเท้าซึ่งพื้นค่อนข้างขรุขระ สามารถปรับเอนได้เพราะลูกมักหลับตอนพาเที่ยว 

วันนี้เลยไปคว้า รถเข็นเด็ก Aprica รุ่น LUXUNA CTS มารีวิวเผื่อคุณพ่อคุณแม่จะเก็บไว้เป็นตัวเลือกเวลาต้องออกไปด้านนอกกับเจ้าตัวเล็กเพียงลำพัง

รีวิวรถเข็นเด็ก Aprica” รุ่น LUXUNA CTS

เห็นรูปลักษณ์ทะมัดทะแมงอย่างนี้แต่น้ำหนักเบานะจ๊ะ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานมากๆ

มาสำรวจสิว่าอะไรเป็นอะไร พอใช้งานจริงจะได้ไม่ยืนงง เริ่มต้นที่ด้ามจับเลยล่ะกัน เราว่าตอบโจทย์มากนะ เพราะสามารถปรับที่จับให้อยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังลูกก็ได้ คุณแม่ที่กังวลว่าจะไม่มีปฎิสัมพันธ์กับลูกสบายใจเรื่องนี้ได้เลยและเลิศได้อีกกับล้อแบบ Auto 4 wheels ที่จะล๊อคล้อและคลายล๊อคล้อแบบอัตโนมัติในเวลาเราเปลี่ยนที่จับให้มาอยู่ด้านหน้าหรือด้านหลังก็ได้

ถ้าใครเคยเข็นลูกแบบแม่อยู่ด้านหน้าจะนึกออกเลยว่าเวลาเราเข็นแบบนี้แล้วถ้าล้อหลังหมุนไม่ได้ พอจะเลี้ยวซ้ายที เลี้ยวขวาทีก็ต้องตีวงอ้อมกว้างไปอีก บังคับทิศทางก็ยากมาก มาเจอล้อแบบ Auto 4 Wheels สบายเลยขนาดเราลองเข็นในที่แคบ ๆ ก็ยังเข็นง่ายเรียกว่าโดนใจสุดๆ

การปรับก้านเข็นไปด้านหลัง ช่วยให้เข็นได้ง่าย ปรับเอนนอนได้ 170 องศา

เมื่อปรับก้านเข็นมาด้านหน้า ระบบล้อจะถูกปรับเปลี่ยนการล๊อคได้แบบอัตโนมัติ

นอกจากเรื่องปรับล้อหมุนแบบ 360 องศา Auto 4 Wheels เรื่องรองรับแรงกระแทกที่ล้อก็โอเคเลย เพราะมีระบบรองรับแรงกระแทกที่ล้อ แถมเพิ่มความนุ่มสบายแบบไร้แรงสั่นสะเทือนอีกด้วย เราลองเข็นทั้งที่เป็นพื้นขรุขะ และที่เป็นพื้นดิน พื้นหญ้าถึงพื้นจะหนึด ๆ ก็ยังเข็นง่าย ไม่โยกเยก

รถเข็นมีระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless

มาดูที่โครงรถเข็นกันบ้าง เห็นเบาๆ แบบนี้ เขาแอบแข็งแรงนะเพราะตัวรถเข็นมี ระบบโครงสร้างแบบ Multi-Shockless ที่ออกแบบมาอย่างดี ถูกเชื่อมต่อเป็นโครงชิ้นเดียวกัน ทำให้แข็งแรง ไม่โคลงเคลง แม้ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน

เข็มขัดสายล๊อคนิรภัยแบบ 5 จุด ตามมาตรฐานสากล

 ใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ทื่สำคัญใช้ง่ายไม่ซับซ้อน ถ้าสายยาวเกินไป คุณแม่สามารถปรับให้เหมาะสมกับตัวลูก คล้ายเราปรับสายกระเป๋าเลยไม่ยาก  ขนาดเราใช้กับหลานเป็นครั้งแรก “เราทำได้ คุณแม่ก็ทำได้”

มีตะกร้าสำหรับเก็บสิ่งของขนาดใหญ่

และที่ชอบอีกอย่าง คือมีตะกร้าสำหรับใส่ของต่างๆ ของเจ้าตัวเล็กซึ่งรองรับน้ำหนักได้ถึง 5 กิโลกรัม (เลิศมากๆ) และนอกจากของลูกก็สามารถใส่ของคุณแม่ได้ด้วย แต่อย่าใส่จนน้ำหนักเกินที่กำหนดไว้นะเดียวงานจะเข้า เพราะรถเข็นอาจเสียสมดุลจนทำให้เกิดอันตรายทั้งตัวลูกและตัวคุณแม่ได้

มีช่องระบายอากาศด้านหลัง และฉนวนกันความร้อน

เพราะอากาศเมืองไทยร้อนมาก ร้อนที่สุด มีช่องระบายอากาศด้านหลังของรถเข็น ที่มาพร้อมฉนวนกันความร้อนสีเงินสามารถสะท้อนความร้อนจากพื้นไม่ให้มาสะสมที่ตรงด้านหลังของลูกได้ ช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายในขณะหลับได้ดี และทำให้เจ้าตัวเล็กไม่หงุดหงิดแม้อากาศจะร้อนมาก

หลังคากันแดดเป็นพิเศษ เพราะสามารถป้องกัน UV ได้ถึง 99%

ที่ชอบมากอีกอย่างหนึ่งคือหลังคาทั้งใหญ่ ปรับขนาดได้หลายระดับ และเนื้อผ้าหนามากสามารถคลุมได้มิดชิด โดยไม่ต้องกลัวลูกอึดอัด เพราะหลังคาเป็นทรงโดมโปร่งสบาย มีช่องหน้าต่างเปิด-ปิดได้ ทำให้อากาศถ่ายเทสะดวก

Highseat 55 cm.

มันดีตรงที่เบาะนั่งจะสูงจากพื้น 55 cm. ช่วยลดอุณหภูมิลงได้ 2 องศา ลดความหนาแน่นของฝุ่นละอองได้อีก 10-20% สบายสุดๆไปเลย

วิธีการเก็บรถเข็นเด็ก aprica รุ่น Luxuna CTS พับเก็บง่ายด้วยมือเดียว

ง่ายต่อการกางและเก็บด้วยมือเดียวด้วยนะ โดยเฉพาะในขณะอุ้มลูกและด้วยการพับแบบ One step ล้อทั้งสี่จึงติดกับพื้นช่วยให้คุณแม่ลากไปมาเมื่อต้องการเคลื่อนย้าย เมื่อพับแล้วยังสามารถตั้งวางไว้ได้โดยรถเข็นไม่ล้มกองบนพื้นที่สกปรกอีกด้วย

ชุดเบาะรองนอนสำหรับเด็กทารก ประกอบด้วย หมอนรองรับสรีระเด็กทั้งศีรษะ คอ และหลัง

เป็นสิ่งจำเป็นมาก ๆ สำหรับเด็กทารก เพราะกระดูกสันหลังและคอของเจ้าตัวเล็กยังไม่แข็งแรง จึงต้องนอนบนเบาะที่ช่วยรองรับตั้งแต่ศีรษะ คอ และหลัง เพื่อให้อยู่ในท่านอนที่ถูกต้องไม่กดทับบริเวณทางเดินหายใจ

อ๋อเกือบลืม!!! เบาะรองนอนนวัตกรรมใหม่ของญี่ปุ่นชื่อว่า Siky Air ผลิตจากเส้นไหมทอละเอียดนุ่มเบาสบายระบายอากาศได้ดี มีความยืดหยุ่นที่สำคัญสามารถถอดซักทำความสะอาดได้ด้วยตัวเอง หรือจะซักเครื่องก็ได้ พูดไปก็เหมือนอวย ต้องลองใช้ด้วยตัวเองจริง ๆ ค่ะ

 ณ จุดนี้ใครจะมีความสุขเกินหลานเราคงไม่มีอีกแล้ว 555+

Carry Travel System (CTS)

ขึ้นชื่อว่าประเทศญี่ปุ่น ก็มักมีอะไรแปลกใหม่ไม่เหมือนใครแต่อำนวยความสะดวกเป็นเสิศตามสไตล์เขา เรามาอึ้งอีกครั้ง เมื่อรู้ว่ารถเข็นเด็ก Aprica รุ่น Luxuna CTS คันนี้เขามีเป้อุ้มเด็กรุ่น Colan CTS เป็นคู่หูที่สามารถใช้คู่กันสำหรับคุณแม่นักเดินทางได้อีกด้วย

  • เมื่อต้องการอุ้มลูกน้อยจากรถเข็นเด็ก Luxuna CTS เพียงนำสายสะพายของเป้อุ้มเด็ก Colan CTS ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้รถเข็นออกมา แล้วล็อกติดกับตัวล็อกที่อยู่ด้านข้างรถเข็น
  • เมื่ออุ้มลูกน้อยออกมาแล้ว ก็ใช้สายรัดเข็มขัดที่ตัวเป้อุ้ม ล็อคที่เอวคุณแม่ เพื่อช่วยรองรับน้ำหนักได้ด้วย
  • สามารถพับเก็บรถเข็นได้ด้วยมือเดียว และหิ้วรถเข็นขึ้นบันไดได้ เพราะความเบาของรถเข็นเพียง 4.9 kg. เท่านั้น

สรุปคุณสมบัติ Aprica รุ่น Luxuna CTS เหมาะกับเป็นผู้ช่วยคุณแม่มากๆ

สรุป : เคยไม๊ล่ะที่เวลาจะเตรียมตัวออกจากบ้านกับลูกแล้วคิดไม่ตกว่าวันนี้เราจะใช้เป้อุ้มหรือรถเข็นพาลูกน้อยไปตลุยนอกบ้านดี เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเลือกแล้ว เพราะแค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ ก็สามารถสลับปรับเปลี่ยนเอาเป้อุ้มไปเป็นเบาะรองนอนในรถเข็นเด็ก หรือจะถอดออกมาใช้อุ้มลูกได้ช่วยเพิ่มความคล่องตัวได้ดีเชียวล่ะ ใช้คู่กันได้แบบนี้ก็สบายไปอีกเนอะ สำหรับใครที่ลองใช้แล้วลองอย่าลืมมารีวิวให้เราดูบ้างนะ แต่สำหรับคุณแม่ที่ยังไม่เคยใช้เราว่า Aprica รุ่น LUXUNA CTS เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลยค่ะ

ขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูลจาก : เว็บไซด์ rakluke

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ ที่เมื่อรู้ตัวว่าตั้งครรภ์แล้วคุณแม่จะรู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับอาหารการกิน ก็เพราะทุกอย่างที่คุณแม่ทานเข้าไปจะมีผลต่อลูกน้อยในท้องโดยตรงนี่เนอะ ของบางอย่างที่คุณแม่ทานเป็นปกติทุกวันอาจจะไม่ได้ปลอดภัยอีกต่อไป ส่วนของบางอย่างที่เจอทีไรก็ต้องเบ้ปากอาจจะมีประโยชน์มากกว่าก็ได้ อาหารการกินนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะมีผลต่อน้ำหนักและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างกาย รวมถึงสมองของลูกน้อย แต่เราควรจะเลือกรับประทานอาหารแบบไหนดีล่ะ แล้วขนาดไหนถึงจะเรียกว่าพอดี ลองมาดูกัน! 1. โฟเลตโฟเลตหรือกรดโฟลิกเป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับคุณแม่มาก ๆ เลยล่ะค่ะ โดยปกติแล้วสาว ๆ บ้านไหนที่เตรียมตัวจะเป็นคุณแม่ คุณหมอก็จะแนะนำให้ซื้อโฟเลตมาทานเพื่อเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ยังไม่ท้องเลย เพราะเจ้าตัวโฟเลตนี้เป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายจะนำมาใช้ในการสร้างระบบประสาท เซลล์สมอง และไขสันหลังของทารกในครรภ์ ถ้ารับสารอาหารตัวนี้เข้าไปไม่เพียงพอแล้วล่ะก็ อาจจะส่งผลให้ทารกมีความพิการทางสมองได้ค่ะ ส่วนคุณแม่บ้านไหนที่ไม่ได้เตรียมตัวตั้งแต่ก่อนท้องก็ไม่ต้องกลัวนะ ยังไงคุณหมอก็จะสั่งโฟเลตให้ทานทุกวันเพื่อบำรุงอยู่แล้ว บำรุงตอนท้องก็ไม่ได้สายเกินไปค่ะ อีกอย่างอาหารหลาย ๆ อย่างที่เรารับประทานกันในชีวิตประจำวันก็มีโฟเลตอยู่บ้างค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ผักใบเขียวเข้มอย่างคะน้า ไข่แดง ตับ ฟักทอง แครอท ฯลฯ ที่สำคัญคือคุณแม่ควรจะทานโฟเลตให้ได้วันละ 400-800 ไมโครกรัมกันนะคะ 2. เนื้อสัตว์ต่าง ๆส่วนใหญ่แล้วเนื้อสัตว์ที่มีประโยชน์สำหรับคนท้องจะเป็นจำพวกเนื้อแดงอย่าง “เนื้อวัว” เพราะว่าอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยเรื่องโลหิตจางของคุณแม่ได้ แล้วก็เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อทารกเช่นกัน แต่เนื้อวัวที่คุณแม่ทานควรจะเป็นแบบไร้มัน หรือมันน้อยที่สุดนะคะ เพราะการที่คุณแม่ทานมันเข้าไปมาก ๆ ก็อาจทำให้คลื่นไส้หรือท้องอืดได้นะ เนื้อไก่นี่ก็เป็นอะไรที่แนะนำ เพราะมีโปรตีนสูงและจะช่วยเรื่องน้ำหนักของลูกน้อยด้วยค่ะ ส่วนเนื้อสัตว์ที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ก่อนก็เป็นพวกอาหารทะเล เพราะมีการตรวจพบสารปรอทในสัตว์ทะเลที่จับมาจากบางที่ค่อนข้างสูงเลยล่ะ […]

ยินดีด้วยกับคุณแม่มือใหม่ทุกคน การก้าวเข้าสู่บทบาทแม่ลูกอ่อนอย่างเต็มตัวนั้น นอกจากการปรับตัวกับเจ้าตัวเล็กแล้ว เรื่องปากท้องของคุณแม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไป ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังคลอดให้กลับมาแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างน้ำนมแม่ที่มีคุณภาพและปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของลูกน้อย วันนี้ BabyGift ได้รวบรวม 15 เมนูบำรุงน้ำนมรสชาติอร่อย ทานง่าย มาฝากกัน อาหารหลังคลอดสำคัญต่อคุณแม่อย่างไร สำหรับคุณ แม่ลูกอ่อน ร่างกายจะอยู่ในสภาวะที่ต้องการการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน เนื่องจากการสูญเสียเลือด แร่ธาตุ และพลังงานมหาศาลระหว่างการคลอด การได้รับอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนจะช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และป้องกันภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ สารอาหารที่แม่ทานเข้าไปจะถูกส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านน้ำนม การเลือกทานสิ่งที่ดีจึงเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้กับลูกรักตั้งแต่วันแรก สารอาหารที่คุณแม่หลังคลอดไม่ควรพลาด เพื่อให้ร่างกายผลิตน้ำนมได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่ลูกอ่อนควรเน้นสารอาหารหลัก ๆ ดังนี้ แนะนำ 15 เมนูอาหารสำหรับคุณแม่ลูกอ่อน มาดูกันว่าเมนูไหนบ้างที่ทำง่าย ประโยชน์ล้นแก้ว และช่วยให้คุณแม่ลูกอ่อนมีน้ำนมไหลมาเทมาจนเจ้าตัวเล็กอิ่มท้องแฮปปี้กันทุกมื้อ 1. ฟักทองแกงบวดนมสด ฟักทองเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีสรรพคุณช่วยขับน้ำนมและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เมนูนี้เลือกใช้นมสดแทนกะทิเพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว ทำให้คุณแม่ได้รับโปรตีนและแคลเซียมเพิ่มขึ้น ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงและไม่อ้วนง่าย 2. แกงหัวปลีใส่ไก่  หัวปลีถือเป็นสมุนไพรเบอร์หนึ่งในการบำรุงน้ำนมของไทย […]

เปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง ข้อดีและข้อเสีย เครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV ไขข้อข้องใจกับคำถามที่ว่า เครื่องนึ่งขวดนม กับ ตู้อบฆ่าเชื้อ UV ต่างกันตรงไหน? Prince & Princess มาเปรียบเทียบความเหมือนและความต่าง ข้อดีและข้อเสีย สำหรับคุณพ่อคุณแม่ ที่ใส่ใจในเรื่องความสะอาดของลูกน้อย สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเครื่องทำความสะอาดฆ่าเชื้อขวดนม ภาชนะ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทุกบ้านต้องมี เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ ไว้เป็นแนวทางในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดค่ะ เราฆ่าเชื้อด้วยวิธีต่างกัน ตู้อบ UV : เราใช้รังสี UV ที่เลียนแบบธรรมชาติ ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 99.9% ทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ใช้หลอดสังเคราห์รังสี UV-C 2 หลอด เครื่องนึ่งขวดนม : ส่วนเราใช้ไอน้ำ และความร้อนในการฆ่าเชื้อโรคจ้า ตู้อบ UV มีใบรับรองผลวิจัย ว่าฆ่าเชื้อโรคได้จริงๆนะ วิธีการทำงานเราก็ไม่เหมือนกัน เครื่องนึ่งขวดนม : ตู้อบเราทำงานไม่เหมือนกันเรอะ เธอทำงานยังไงบ้างนะ ? ตู้อบ UV : ใช่จ้า ไปดูกันเถอะว่า เราทำงานยังไงดี 4 […]

หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎหมายคาร์ซีท เกี่ยวกับเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี หรือสูงไม่เกิน 135 ซม. ผู้ปกครองต้องจัดหาที่นั่งพิเศษให้สำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) เพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หากไม่ทำตามกฏหมายก็จะถูกปรับ 2,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วันข้างหน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้ เมื่อมี กฎหมายคาร์ซีท ออกมาแล้วคุณพ่อคุณแม่หลายท่านก็ต้องมองหาคาร์ซีทให้ลูกอย่างจริงจังเลยใช่ไหมคะ แล้วคาร์ซีทแบบไหนเหมาะสำหรับลูกเรา แบบไหนปลอดภัยกว่า วันนี้ Baby Gift ได้รวบรวมข้อมูลมาให้กับคุณพ่อคุณแม่ได้เตรียมความพร้อมแล้วค่ะ ไปดูกันเลย หลังจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ กฎหมายคาร์ซีท เกี่ยวกับเด็กที่อายุไม่เกิน 6 ปี หรือสูงไม่เกิน 135 ซม. ผู้ปกครองต้องจัดหาที่นั่งพิเศษให้สำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก (คาร์ซีท) เพื่อป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หากไม่ทำตามกฏหมายก็จะถูกปรับ 2,000 บาท โดยจะมีผลบังคับใช้ในอีก 120 วันข้างหน้า ซึ่งตรงกับวันที่ 5 กันยายน 2565 […]

คุณอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเชิญให้เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่บุคลลากรทางการศึกษา จำนวน 70 ท่าน ภายใต้ชื่อ “ความจำเป็นของคาร์ซีทและการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ถูกวิธี” ณ โรงเรียนเลิศหล้า ทั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธี เพื่อให้บุคลลากรทางการศึกษาได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของคาร์ซีท และสามารถนำมาปรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้

ท้องมาสามเดือนแต่ยังไม่เห็นรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ท้องก็ยังไม่ใหญ่ ลูกก็ยังไม่ดิ้น แถมขึ้นบีทีเอสก็ยังไม่มีคนลุกให้นั่งอีกต่างหาก ถ้าคุณแม่กำลังคิดแบบนี้อยู่ ก็ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจเข้าสู่เดือนที่สี่ ห้าและหกให้ดีๆ เลยจ้า บอกก่อนเลยว่าช่วงไตรมาสนี้ นอกจากอารมณ์คุณแม่ๆ จะแปรปรวนเดี๋ยวขึ้นเดี๋ยวลงแล้ว เจ้าร่างกายก็น้อยหน้าซะที่ไหน เผลอๆ แปรปรวนหนักกว่าอารมณ์ซะอีก เราลองไปดูกันดีกว่า ว่าช่วงนี้คุณแม่จะต้องเจอกับอะไรบ้าง ลูกได้ดูดนมไปสักพัก หัวนมคุณแม่ก็จะกลับมาเป็นสีชมพูเหมือนเดิม ช่วงก่อนคลอดนี่ร่างกายก็จะเตรียมพร้อมเพื่อลูกน้อย ท่อน้ำนมขยาย ลานนมกว้างขึ้น บางทีอาจจะเห็นน้ำใสๆ ไหลออกมาจากเต้า แต่อย่าได้ไปบีบหัวนมเลยเชียว เพราะอาจจะทำให้เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดได้ ในช่วงไตรมาสนี้ก็ไม่มีอะไรมาก แค่ขนาดท้องที่ใหญ่ขึ้นเลยอาจจะทำให้เคลื่อนไหวช้าลงนิดหน่อย ช่วงนี้ร่างกายของคุณแม่จะต้องการพลังงานแค่ประมาณ 2,200 กิโลแคลอรีเท่านั้น คุณแม่บางคนอาจจะคิดว่าทานสำหรับสองคน ต้องเอาแคลมาบวกกันรึเปล่า…ไม่ต้องนะ เดี๋ยวน้ำหนักคุณแม่จะพุ่งทะลุเป้าเกินไปซะก่อน เราขอเน้นให้คุณแม่เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่นพวกผักใบเขียว ปลาที่มีโอเมกา 3 โปรตีนจากไก่ อะไรพวกนี้ดีกว่า ส่วนพวกอาหารฟาสต์ฟู้ดทั้งหลายก็ควรจะงดไปก่อนเนอะ เพราะไขมันเยอะมากกกก แถมของทอดๆ ยังอาจจะทำให้คุณแม่รู้สึกคลื่นไส้อีกต่างหาก สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าลืมทานยาบำรุงที่คุณหมอให้มา โดยเฉพาะแคลเซียม เพราะลูกจะแย่งแคลเซียมจากเราไปเยอะมากๆ เพราะงั้นควรจะทานเสริมเข้าไปให้ได้อย่างน้อย 1,000 มิลลิกรัมต่อวันนะคะ

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event