10 คาเฟ่เด็ก กรุงเทพ 2026 สนุกครบ ถูกใจทั้งครอบครัว

วันหยุดนี้ยังไม่รู้จะ พาลูกเที่ยวไหนดีในกรุงเทพ? เรารวม 10 คาเฟ่เด็ก กรุงเทพ 2026 ที่เหมาะกับวันพักผ่อนของครอบครัวมาให้แล้ว มีตั้งแต่ Kids Cafe พร้อมสนามเด็กเล่นในร่ม ไปจนถึงคาเฟ่สายธรรมชาติและคาเฟ่สัตว์ เด็ก ๆ ได้เล่นสนุก ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็มีเวลานั่งพักและหาอะไรอร่อย ๆ กินไปพร้อมกัน

หมายเหตุ: เวลาเปิด-ปิด ค่าเข้า กิจกรรม และเงื่อนไขต่าง ๆ อาจเปลี่ยนได้ แนะนำเช็กกับร้านก่อนเดินทาง

เครดิตภาพ : Wonder Woods Kids Cafe & Co-Learning Space

1. Wonder Woods Kids Cafe & Co-Learning Space – พัฒนาการ

คาเฟ่เด็กแนว Co-learning ที่รวมพื้นที่เล่นและการเรียนรู้ไว้ด้วยกัน มีทั้งโซน Indoor และ Outdoor ตั้งแต่บ่อบอล สไลเดอร์ ของเล่นเสริมพัฒนาการ ไปจนถึงบ่อทรายและโซนเล่นน้ำ เหมาะกับบ้านที่อยากให้ลูกได้สลับทั้งกิจกรรมใช้พลังและกิจกรรมสร้างสรรค์ในที่เดียว

ข้อมูลรายละเอียด
Location / ย่านซอยพัฒนาการ 51 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
Google Mapsค้นหา Wonder Woods Co-learning Space & Kids Cafe
เวลาเปิดทุกวัน 09.00–19.00 น.
ราคา / ค่าเข้าข้อมูลล่าสุดที่พบ: 3 ชม. เด็ก 550 บาท / ผู้ใหญ่ 200 บาท; มีข้อมูล 2 ชม. เด็ก 450 บาท / ผู้ใหญ่ 150 บาท และเด็กต่ำกว่า 6 เดือนเข้าฟรี
อายุเด็กที่เหมาะมีพื้นที่ตั้งแต่เด็กเล็กจนถึงเด็กที่พร้อมเล่นกิจกรรมปีนป่ายและ
Indoor / Outdoorมีทั้ง Indoor และ Outdoor รวมถึงพื้นที่เล่นน้ำ
ที่จอดรถมีพื้นที่จอดรถใกล้คาเฟ่
ต้องจองหรือไม่สามารถ Walk-in ได้

เครดิตภาพ : Forest Tales: A Nature Play Café

2. Forest Tales: A Nature Play Café – กรุงเทพกรีฑา

ถ้าลูกเป็นสายสำรวจ ที่นี่มาในแนว Nature Play ให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่นและธรรมชาติ มีทั้งพื้นที่ Indoor และ Outdoor, Sensory/Messy Play, ปีนป่าย บ่อบอล และมุมเล่นสร้างสรรค์ บรรยากาศเน้นวัสดุและสีธรรมชาติค่อนข้างชัดเจน

ข้อมูลรายละเอียด
Location / ย่าน18 ซอยกรุงเทพกรีฑา 20 แยก 8 เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ
Google Mapsค้นหา Forest Tales: A Nature Play Café
เวลาเปิดข้อมูลล่าสุดหลายแหล่งระบุทุกวัน 09.00–19.00 น.
ราคา / ค่าเข้า≤60 ซม. ฟรี / ≤75 ซม. 200 บาท / >75 ซม. 480 บาท / ผู้ใหญ่ 18–60 ปี 120 บาท / ผู้สูงอายุ 60+ ฟรี ต่อรอบ 3 ชม.
อายุเด็กที่เหมาะใช้ ส่วนสูง กำหนดค่าเข้าแทนอายุ พื้นที่มีทั้งสำหรับเด็กเล็กและเด็กที่พร้อมเล่นกิจกรรมเคลื่อนไหว
Indoor / Outdoorทั้ง Indoor และ Outdoor
ที่จอดรถมีที่จอดรถ
ต้องจองหรือไม่เข้าเล่นเป็นรอบ 3 ชม. 09.00–12.00 / 12.30–15.30 / 16.00–19.00 น.

เครดิตภาพ : Safari Garden Playground & Cafe

3. Safari Garden Playground & Cafe – อ่อนนุช

คาเฟ่ครอบครัวที่เด่นเรื่องพื้นที่ Outdoor และบรรยากาศธรรมชาติ มีสนามเด็กเล่นแนวปีนป่าย บ่อทราย และพื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็ก เหมาะกับวันที่อยากพาลูกออกมาวิ่งเล่นมากกว่านั่งอยู่ในห้องแอร์ค่ะ

ข้อมูลรายละเอียด
Location / ย่าน430 ถนนอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
Google Mapsค้นหา Safari Garden Playground & Café
เวลาเปิดแหล่งข้อมูลปัจจุบันที่พบระบุ จ.–ศ. 11.00–20.00 น. / ส.–อา. 10.00–20.00 น.
ราคา / ค่าเข้าสอบถามราคาปัจจุบันกับร้านก่อนเดินทาง
อายุเด็กที่เหมาะเหมาะกับเด็กที่เดินและเล่นเครื่องเล่น Outdoor ได้แล้ว เด็กเล็กควรมีผู้ปกครองดูแลใกล้ชิด
Indoor / Outdoorเน้น Outdoor มีคาเฟ่สำหรับพักรับประทานอาหาร
ที่จอดรถมีที่จอดรถ
ต้องจองหรือไม่สอบถามร้านก่อนเดินทาง

เครดิตภาพ : Sparkles & Sprinkles Kids’ Cafe BKK

4. Sparkles & Sprinkles Kids’ Cafe BKK – สุขุมวิท

Kids Cafe ใจกลางสุขุมวิทที่เน้นพื้นที่เล่น Indoor มีทั้งบ่อบอล สไลเดอร์ แทรมโพลีน และพื้นที่สำหรับเด็กเล็ก เหมาะกับวันที่อากาศร้อนหรือฝนตก และผู้ปกครองสามารถนั่งทานอาหารหรือกาแฟระหว่างลูกเล่นได้ค่ะ

ข้อมูลรายละเอียด
Location / ย่านPark Ploenchit ชั้น B, สุขุมวิท ซอย 1 กรุงเทพฯ
Google Mapsค้นหา Sparkles & Sprinkles Kids’ Cafe
เวลาเปิดอ.–อา. 09.00–18.00 น. / ปิดวันจันทร์
ราคา / ค่าเข้าเด็ก 299 บาท / 2 ชม. เด็กต่ำกว่า 1 ปีเข้าฟรี ผู้ใหญ่ไม่เสียค่าเข้า แต่ต้องสั่งอาหารหรือเครื่องดื่มอย่างน้อย 1 รายการตามเงื่อนไขร้าน
อายุเด็กที่เหมาะร้านระบุพื้นที่เล่นออกแบบสำหรับ 1–8 ปี และมี Toddler-friendly Corner
Indoor / OutdoorIndoor
ที่จอดรถมีที่จอดรถใน Park Ploenchit
ต้องจองหรือไม่Walk-in ได้; กลุ่มใหญ่ Playgroup และ Birthday Party แนะนำจองล่วงหน้า

เครดิตภาพ : Twinkle Kids Cafe and Playhouse

5. Twinkle Kids Cafe and Playhouse – ประเวศ

สนามเด็กเล่นในร่มและคาเฟ่สำหรับครอบครัว เหมาะกับวันที่อยากพาลูกมาปล่อยพลังโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแดดหรือฝน มีระบบค่าเข้าตามช่วงอายุและจำนวนชั่วโมง ทำให้เลือกเวลาเล่นให้เข้ากับตารางของครอบครัวได้ค่ะ

ข้อมูลรายละเอียด
Location / ย่านK-Space Minimall, 99/3 เขตประเวศ กรุงเทพฯ
Google Mapsค้นหา Twinkle Kids Cafe
เวลาเปิดทุกวัน 10.00–18.45 น.
ราคา / ค่าเข้าต่ำกว่า 12 เดือน 99 บาท/2 ชม. หรือ 119 บาท/3 ชม.; เด็ก 1–15 ปี 299 บาท/2 ชม. หรือ 359 บาท/3 ชม.; ผู้ใหญ่ 79 บาท
อายุเด็กที่เหมาะร้านกำหนดเรตเด็ก 1–15 ปี และมีเรตสำหรับ Baby ต่ำกว่า 12 เดือน
Indoor / OutdoorIndoor
ที่จอดรถมีที่จอดรถ
ต้องจองหรือไม่Walk-in ได้ หรือจองและชำระล่วงหน้าผ่าน LINE Official; ปัจจุบันมีเงื่อนไขส่วนลดสำหรับการจองล่วงหน้า

เครดิตภาพ : บ้านต้นกล้าคาเฟ่

6. บ้านต้นกล้าคาเฟ่ – ศรีนครินทร์

บ้านต้นกล้าเป็นคาเฟ่ครอบครัวที่ต่างจาก Kids Cafe แบบเก็บค่าเข้า เพราะพื้นที่เล่นเป็นส่วนหนึ่งของร้าน มีทั้งสนามเด็กเล่น บ่อทราย และพื้นที่กิจกรรม เด็กได้เล่น ขณะที่พ่อแม่สามารถนั่งทานอาหารและพักอยู่ใกล้ ๆ ได้ค่ะ

ข้อมูลรายละเอียด
Location / ย่าน332/2 ซอยศรีนครินทร์ 24 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
Google Mapsค้นหา Baantonkla Cafe บ้านต้นกล้า
เวลาเปิด11.00–20.00 น. ปิดวันอังคาร
ราคา / ค่าเข้าไม่มีค่าเข้า Playground แต่แหล่งข้อมูลร้านระบุให้ลูกค้าอุดหนุนอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีข้อมูลขั้นต่ำ 100 บาท/คน
อายุเด็กที่เหมาะเหมาะกับเด็กเล็ก–วัยประถม โดยเลือกกิจกรรมให้เหมาะกับวัย
Indoor / Outdoorมีพื้นที่ Indoor และ Outdoor
ที่จอดรถมีที่จอดรถ
ต้องจองหรือไม่หากใช้ห้องส่วนตัว/จัดงานควรติดต่อร้าน

เครดิตภาพ : Little Zoo Garden Capybara Cafe Bangkok

7. Little Zoo Garden Capybara Cafe Bangkok – อ่อนนุช

สำหรับเด็กที่ชอบสัตว์ ร้านนี้ต่างจาก Kids Cafe ทั่วไป เพราะกิจกรรมหลักคือการได้พบและเรียนรู้การอยู่ใกล้สัตว์หลายชนิด โดยมี Capybara เป็นหนึ่งในไฮไลต์ รวมถึงสัตว์อื่น ๆ ซึ่งชนิดและการเปิดให้ Interaction อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการดูแลสัตว์ในแต่ละวัน

ข้อมูลรายละเอียด
Location / ย่าน276 อ่อนนุช 17 แยก 6 เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ
Google Mapsค้นหา Little Zoo Garden Capybara Cafe Bangkok
เวลาเปิดทุกวัน 11.00–19.00 น.
ราคา / ค่าเข้าผู้ใหญ่ 450 บาท / เด็กสูงไม่เกิน 120 ซม. 350 บาท / ต่ำกว่า 80 ซม. ฟรี
อายุเด็กที่เหมาะประมาณ 3–12 ปี; ค่าเข้าจริงของร้านคิดตามส่วนสูง
Indoor / Outdoorมีทั้งพื้นที่ Indoor และ Garden/Outdoor
ที่จอดรถมีที่จอดรถ
ต้องจองหรือไม่Walk-in ได้

เครดิตภาพ : Banana Tree Horse Kids Cafe

8. Banana Tree Horse Kids Cafe – ห้วยขวาง

Kids Cafe บรรยากาศเหมือนบ้าน มีทั้ง Indoor ที่มีบ่อบอล สไลเดอร์ และของเล่น Role Play รวมถึง Outdoor ที่มีบ่อทราย แทรมโพลีนและเครื่องเล่น เหมาะกับบ้านที่อยากได้พื้นที่ขนาดไม่ใหญ่เกินไปและสามารถมองเห็นลูกได้ง่ายค่ะ

ข้อมูลรายละเอียด
Location / ย่านซอยประชาอุทิศ 19 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
Google Mapsค้นหา Banana Tree Horse Kids Cafe
เวลาเปิดทุกวันประมาณ 09.30–19.00 น.
ราคา / ค่าเข้าPublic: เด็ก 150 บาท/ชม. ผู้ใหญ่ฟรี 2 คน; มีแพ็กเกจ Private 3 ชม. วันธรรมดา 3,600 บาท / วันหยุด 4,500 บาท
อายุเด็กที่เหมาะประมาณ 1–6 ปี
Indoor / Outdoorมีทั้ง Indoor และ Outdoor
ที่จอดรถมีพื้นที่หน้าร้านและบริเวณใกล้เคียง
ต้องจองหรือไม่มีทั้ง Public/Walk-in และ Private Package; หากต้องการเหมาพื้นที่ควรจองล่วงหน้า

เครดิตภาพ : Der Duck Family Cafe and Learning Playground

9. Der Duck Family Cafe and Learning Playground – ฝั่งธนฯ

คาเฟ่ครอบครัวที่รวมอาหารกับ Learning Playground ไว้ด้วยกัน พื้นที่เล่นมีทั้งบ่อบอล สไลเดอร์และกิจกรรมเคลื่อนไหว โดยร้านใช้ระบบเข้าเล่นเป็นรอบเพื่อจัดการจำนวนผู้ใช้และทำความสะอาดระหว่างรอบค่ะ

ข้อมูลรายละเอียด
Location / ย่านกรุงเทพฯ — แนะนำกด Maps จากชื่อ Der Duck Family Cafe & Learning Playground เพื่อดูพิกัดล่าสุด
Google Mapsค้นหา Der Duck Family Cafe & Learning Playground
เวลาเปิดอ.–อา. 10.00–19.30 น. / ปิดวันจันทร์
ราคา / ค่าเข้าIndoor เด็กประมาณ 350 บาท / ผู้ใหญ่ 80 บาท; Outdoor มีรายการราคา 150 บาทในเมนูออนไลน์ ควรยืนยันเงื่อนไขและระยะเวลารอบกับร้าน
อายุเด็กที่เหมาะเน้นเด็กเล็กและเด็กวัยที่เล่น Playground ได้ โดยร้านมีแพ็กเกจ Baby/Toddler แยกอยู่ในรายการบริการ
Indoor / Outdoorมีทั้ง Indoor Playground และ Outdoor
ที่จอดรถมีที่จอดรถ
ต้องจองหรือไม่เข้าเล่นเป็นรอบ จึงแนะนำติดต่อร้านเพื่อเช็กรอบก่อนเดินทาง

เครดิตภาพ : วาฬเพลินคาเฟ่เด็ก

10. วาฬเพลินคาเฟ่เด็ก – ประชาอุทิศ

ปิดท้ายด้วย คาเฟ่เด็กประชาอุทิศ ที่มีสนามเด็กเล่นในร่ม พร้อมร้านกาแฟ ร้านอาหารและของกิน เหมาะกับบ้านที่อยากหาที่ให้ลูกเล่นได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแดด

เหมาะกับ: ครอบครัวย่านประชาอุทิศ–ทุ่งครุ

เลือกคาเฟ่เด็กแบบไหนดี?

ถ้าเด็กชอบวิ่งเล่น ลองเลือกร้านที่มี Playground หรือพื้นที่ Nature Play ส่วนวันที่ฝนตกหรืออากาศร้อน การเลือกสนามเด็กเล่นในร่ม กรุงเทพ จะช่วยให้เที่ยวกันได้สบายขึ้น ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมเช็ก ค่าเข้า อายุที่เหมาะสม กฎเรื่องถุงเท้า รอบเข้าเล่น และเวลาเปิด-ปิด เพราะแต่ละร้านมีเงื่อนไขต่างกัน และข้อมูลอาจเปลี่ยนได้

FAQ : คาเฟ่เด็ก กรุงเทพ 2026

ขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน หลายแห่งออกแบบมาสำหรับเด็กเล็กถึงวัยประถม ควรเช็กช่วงอายุและข้อกำหนดของร้านก่อนเดินทาง

เปิด Google Maps แล้วค้นคำว่า “คาเฟ่เด็กใกล้ฉัน”, “Kids Cafe” หรือ “สนามเด็กเล่นเด็กใกล้ฉัน” เพื่อดูร้านตามตำแหน่งปัจจุบัน

Kids Cafe หรือสนามเด็กเล่นในร่มเป็นตัวเลือกที่สะดวก เพราะเด็กยังได้เคลื่อนไหวและทำกิจกรรมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ

ทั้ง 10 คาเฟ่เด็ก กรุงเทพ 2026 เป็นตัวเลือกดี ๆ สำหรับวันหยุดของครอบครัว ไม่ว่าจะชอบ Kids Cafe ในร่ม คาเฟ่ธรรมชาติ หรือพื้นที่เสริมพัฒนาการ ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมเตรียมของให้พร้อม เช่น รถเข็นเด็ก เป้อุ้ม กระเป๋าคุณแม่ อุปกรณ์ทานอาหาร และของใช้สำหรับเดินทางกับลูก จะช่วยให้เที่ยวได้สะดวกและสบายขึ้นทั้งบ้าน ถุงเท้าสำหรับเด็กและผู้ใหญ่เป็นของที่ควรพกติดกระเป๋า เพราะบางสถานที่กำหนดให้สวมในพื้นที่เล่น รวมถึงเสื้อผ้าสำรองหากร้านมีกิจกรรมที่อาจเปียกหรือเลอะ

หากคุณพ่อคุณแม่พาลูกออกจากบ้านบ่อย? และกำลังมองหารถเข็นสำหรับเดินทาง หรือเป้อุ้มเด็ก สามารถแวะมา ลองสินค้าจริงที่ BabyGift และให้ทีมงานช่วยแนะนำได้เลยนะคะ หรือช้อปสะดวกจากที่บ้านผ่านเว็บไซต์ BabyGift ได้เช่นกัน เตรียมของพร้อม แล้วออกไปสนุกกับเจ้าตัวเล็กกันค่ะ

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

เมื่อลูกน้อยถึงวัยเริ่มกินอาหารเสริมนอกจากนมแม่ ซึ่งก็คือในช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป หากลูกเริ่มนั่งได้เก่งขึ้น สามารถนั่งได้เองโดยที่ไม่ต้องประคอง และเริ่มชอบเอามือหยิบจับสิ่งต่าง ๆ เข้าปาก นั่นแสดงว่าลูกน้อยของเราพร้อมที่จะกินอาหารเสริมได้แล้ว ในบางบ้านอาจจะคุ้นเคยกับการเตรียมอาหารเด็กอ่อนโดยการปั่นหรือบดละเอียดและป้อนให้ลูก แต่หลาย ๆ บ้านก็อาจจะใช้วิธีฝึกให้ลูกกินอาหารด้วยตัวเองที่เรียกว่า BLW (Baby-Led Weaning) แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ตาม อุปกรณ์สำคัญอย่างโต๊ะกินข้าวเด็กก็เป็นของที่ต้องมี และถ้าเลือกให้ดีก็จะใช้งานได้อย่างยาวนานตั้งแต่เล็กจนโต แล้วจะมีวิธีการเลือกอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี ? BabyGift มีคำแนะนำดี ๆ มาฝากแล้วค่ะ  โต๊ะกินข้าวเด็ก สำคัญอย่างไร ? ควรเลือกแบบไหนดี ?  โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กนั้นมีความแตกต่างจากโต๊ะทั่ว ๆ ไป โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโต๊ะที่เรียกว่า High Chair โดยเป็นชุดเก้าอี้กินข้าวเด็กที่มีโต๊ะพับมาให้แบบครบชุด สามารถใช้งานได้หลายแบบ บางรุ่นสามารถพกพาออกไปข้างนอกได้ด้วย และยังมีเข็มขัดนิรภัยเพื่อป้องกันเด็กพลัดตกเก้าอี้ ทำให้มีความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งบางที่อาจเรียกว่าโต๊ะกินข้าวเด็ก หรือบางที่ก็เรียกว่าเก้าอี้กินข้าวเด็ก หรือ อาจเรียกรวม ๆ ว่าชุดโต๊ะเก้าอี้กินข้าวของเด็ก แต่จะเรียกแบบไหน ก็หมายถึง High Chair ที่นั่งกินข้าวของเด็กเล็กโดยเฉพาะนั่นเองค่ะ  โต๊ะกินข้าวสำหรับเด็กนั้นเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นมาก โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่อยากฝึกลูกให้กินข้าวด้วยตัวเองแบบ BLW ซึ่งการฝึกลูกกินข้าวเอง […]

คุณแม่มือใหม่มักจะชอบถามว่า “ฝากท้องเมื่อไหร่ดี” คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ ตอนนี้เลยค่ะ! คุณแม่ควรรีบไปฝากครรภ์ทันทีเมื่อทราบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในท้องนะคะ เนื่องจากระยะเวลาตลอด 40 สัปดาห์ที่ตั้งครรภ์นั้นถือว่ามีความสำคัญมากๆ เพราะเวลาฝากครรภ์คุณแม่จะได้ยาบำรุงมาทานด้วย แถมยังได้รับการดูแลดีๆ จากคุณหมออีกต่างหาก เจอคุณหมอบ่อยๆ จะได้อุ่นใจ ไม่ต้องมานั่งกังวลเวลาเกิดอาการแปลกๆ กับตัวเราด้วย เวลาไปฝากครรภ์คุณหมอคุณพยาบาลจะถามอะไรบ้างนะ? เวลาไปฝากครรภ์ครั้งแรก คุณหมอและคุณพยาบาลจะถามคำถามเหล่านี้กับคุณแม่ค่ะ ตื่นเต้นจัง จะต้องตรวจอะไรบ้างนะ? ประโยชน์ของการฝากครรภ์มีอะไรบ้างนะ? นอกจากนี้ การพบคุณหมอทุกๆ เดือนก็จะทำให้คุณแม่รู้สึกอุ่นใจและได้รับการแนะนำว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไรในแต่ละไตรมาสอีกด้วยค่ะ เวลาไปฝากครรภ์จะเตรียมเงินไปเท่าไหร่ดี ค่าใช้จ่ายนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาลเลยค่ะ หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล คุณแม่อาจใช้สิทธิ 30 บาทในการฝากครรภ์ได้ ส่วนถ้าเป็นโรงพยาบาลเอกชน การฝากครรภ์แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่าย มากน้อยขึ้นอยู่กับการตรวจรักษาในวันนั้นค่ะ หรือบางโรงพยาบาลอาจมีแพ็กเกจการฝากครรภ์แบบเหมาจ่ายด้วยนะ ฝากครรภ์ที่ไหนดีนะ เลือกไม่ถูกเลย คุณแม่สามารถไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็ได้นะ โดยโรงพยาบาลหรือคลินิกนี้ควรจะอยู่ใกล้บ้านหรือเดินทางได้สะดวก เพราะเมื่อคุณแม่เริ่มท้องแก่แล้วอาจมีปัญหาในการเดินทางได้ค่ะ สถานที่ฝากครรภ์กับโรงพยาบาลที่คลอดไม่จำเป็นต้องเป็นที่่เดียวกันก็ได้นะคะ การฝากครรภ์นั้นไม่มีคำว่าเร็วเกินไป แต่หากคุณแม่ประวิงเวลาไม่ยอมไปฝากครรภ์หรือไปไม่ตรงตามที่คุณหมอนัดแล้วล่ะก็ จะส่งผลเสียต่อลูกน้อยในครรภ์ได้แน่นอนเลยล่ะ

เกิดมาเป็นคุณแม่ยุค New Normal แม้ชื่อจะดูเท่ แต่มันก็มาพร้อมกับความยากลำบากนิดๆ เพราะต้องใช้ชีวิตแบบอุปกรณ์เยอะ ไหนจะหน้ากาก ไหนจะเจลแอลกอฮอล์ แถมพิธีรีตองเยอะกว่าเดิม และโลกที่เต็มไปด้วยเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็นแบบนี้ ใช่ว่าเราจะเดินเข้าออกจากบ้านได้อย่างสบายใจเสียเมื่อไหร่ เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าคุณแม่ที่มีลูกน้อยในยุค New Normal แบบนี้จะต้องทำอะไรบ้างก่อนออกจากบ้าน และทำอะไรบ้างเมื่อกลับมา 4 ข้อควรทำก่อนก้าวเท้าออกจากบ้าน 1.เช็คอัพเดทติดตามยอดผู้ป่วยกันซักนิด ถึงแม้ว่าช่วงนี้สถานการณ์จะดูเบาลง แต่ก็ไม่ควรละเลยน้า ตอนนี้มีช่องทางมากมายให้คุณแม่ได้เช็คข่าวสาร ไม่ว่าจะเป็นข่าวสดจากทางโทรทัศน์ ที่คอยรายงานข่าวเกี่ยวกับยอดผู้ป่วยและสถานการณ์ COVID ในแต่ละวันอยู่ตลอด หรือจะเป็น Social Media ต่างๆ ที่สรุปข่าวมาให้ไม่เว้นแต่ละวัน การติดตามสื่อเหล่านี้จะช่วยให้เราอัพเดทเรื่องราวข่าวสารเกี่ยวกับเจ้าโรคร้ายเป็นประจำ แถมยังทำให้เราทราบถึงพื้นที่ที่กำลังระบาด จะได้หลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าคุณแม่ชื่นชอบที่จะติดตามข่าวสารจากทาง Social Media มากกว่าช่องทางอื่น คุณแม่อย่าลืมกรองข่าวให้ดี เพราะอย่าลืมว่า Social Media เป็นแหล่งรวมของข่าวลวงอันดับหนึ่งเลยนะ 2. พกหน้ากากให้เป็นนิสัย  ก่อนหน้านี้ เวลาจะออกจากบ้านเราก็มักจะส่องกระจกดูว่าแต่งตัวแต่งหน้าเรียบร้อยรึยัง แต่ตอนนี้ ก่อนออกจากบ้าน คุณแม่จะต้องส่องกระจกเพื่อเช็คดูว่าใส่หน้ากากพร้อมลุยแล้วหรือยังแทน คุณแม่ควรจะมีหน้ากากอย่าน้อยสองอันพกติดตัวไว้ เผื่อทำหายระหว่างทาง แล้วก็นอกจากจะเช็คหน้ากากของตัวเองแล้ว ก็อย่าลืมดูของลูกน้อยด้วยล่ะ! ตอนนี้หลายๆ […]

สวัสดีแม่ๆ แฟนเพจแม่ตูนนน์กับน้องต๊าตต์นะคะ วันนี้แวะมาเขียนรีวิวกันหน่อย เป็นไอเท็มประจำบ้านที่แม่ๆ ทุกคนต้องมีเลย เป็นเครื่องอบ และฆ่าเชื้อขวดนมและของใช้ ตู้อบแห้งฆ่าเชื้อ Prince&Princess Baby UV Mini มี 4 โหมดการใช้งาน หลายคนอาจจะเคยเห็นแบรนด์นี้มาบ้างแล้ว แบบที่เป็นตู้ใหญ่ ดูหรูหรา วันนี้เอาใจคุณแม่ที่อยู่บ้านหรือคอนโดที่มีขนาดไม่ใหญ่ แม่ตูนน์อยากแนะนำตู้อบรุ่น Baby UV mini จิ๋วแต่แจ๋วมากๆ ตะแกรงมาให้เพิ่มเติมในการวางเพิ่มพื้นที่การใช้งาน ถอดเข้าออกได้ สะดวก ด้านในสามารถวางขวดนมได้ 12 ขวด ด้วยวัสดุด้านในสามารถสะท้อนกระจายแสง UV ได้ทั่วถึง โหมด UV ที่แม่ชอบใช้ เพราะใช้ฆ่าเชื้อของเล่นน้องต๊าตต์ เพราะล่วงนี้น้องชอบเอามือเอาของเล่นเข้าปาก เลยต้องหมั่นดูแลความสะอาดและเชื้อโรค ความแตกต่างของตู้อบ UV กับเครื่องนึ่ง หลังจากที่แม่ใช้เครื่องนึ่งมาเดือนนึงมาเทียบกับเครื่องอบคือ ตอนนี้ลดราคาจาก 7,990.- เหลือ 5,990.- ราคาน่ารัก ขนาดกำลังดี คุณแม่คนไหนสนใจตามลิ้งค์นี้ค่า : ตู้อบBaby UV mini ติดตามอ่านฉบับเต็มได้ที่ : Tuniez Blog เพจแม่และเด็ก : Start […]

การเป็นแม่มือใหม่อาจจะเป็นเรื่องที่ทั้งสนุกและท้าทายอย่างมาก สำหรับแม่มือใหม่หลายๆ คนที่เพิ่งมีลูกคนแรก ย่อมต้องเผชิญกับปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้รู้สึกเครียดและสับสน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะทุกปัญหามีวิธีการจัดการที่สามารถทำได้ทันที วันนี้เรามี 5 ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อย พร้อมวิธีแก้ไขที่ได้ผลทันทีมาฝากค่ะ 1. ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน หนึ่งในปัญหาที่แม่มือใหม่มักเจอบ่อยคือ ลูกไม่ยอมนอนตอนกลางคืน ตื่นบ่อย หรือร้องไห้จนทำให้แม่ไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ นี่อาจเกิดจากการที่เด็กยังไม่คุ้นเคยกับการนอนตอนกลางคืน หรือยังปรับตัวไม่ได้กับตารางเวลา วิธีแก้ไข: 2. ลูกไม่ยอมกินนม/อาหารเสริม หลายๆ แม่มือใหม่มักจะพบว่า ลูกไม่ยอมกินนมแม่หรือนมขวด หรือแม้กระทั่งปฏิเสธอาหารเสริม แม้จะพยายามหลายครั้งแล้วก็ตาม วิธีแก้ไข: 3. ลูกร้องไห้ไม่หยุด หนึ่งในปัญหาที่ท้าทายมากสำหรับแม่มือใหม่คือการที่ลูกร้องไห้ไม่หยุด ซึ่งบางครั้งอาจทำให้แม่รู้สึกวิตกกังวลและไม่รู้วิธีการช่วยลูก วิธีแก้ไข: 4. ปัญหาน้ำนมไม่พอ แม่มือใหม่หลายคนจะมีความกังวลเรื่องน้ำนมไม่พอให้ลูกดื่ม ซึ่งอาจเกิดจากความเครียดหรือการให้นมไม่สม่ำเสมอ วิธีแก้ไข: 5. รู้สึกเครียดหรือเหนื่อยล้าจากการเลี้ยงลูก การเป็นแม่มือใหม่ที่ต้องดูแลลูกอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดความเครียดและรู้สึกเหนื่อยล้า ทำให้บางครั้งแม่ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ดีพอ วิธีแก้ไข: บทสรุป ปัญหาที่แม่มือใหม่เจอบ่อยนั้นเป็นสิ่งที่สามารถจัดการได้ด้วยการมีความรู้และวิธีการที่ถูกต้อง อย่าลืมว่าการเลี้ยงลูกไม่ใช่การแข่งกับเวลา แต่คือการเรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมๆ กัน ไม่ต้องกังวลหรือเครียดเกินไป ขอให้แม่มือใหม่ทุกคนมีความสุขกับการเลี้ยงดูลูกอย่างเต็มที่ และรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพและความสุขของลูกค่ะ!

มาทำความรู้จักกับโรค Shaken Baby Syndromeสำหรับพ่อแม่คนไทยอาจไม่คุ้นหูกับโรคนี้ แต่ในต่างประเทศโรคนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ง่ายๆ กับคุณแม่มือใหม่ มิหนำซ้ำความรุนแรงยังอันตรายถึงชีวิตของลูกน้อย โรค Shaken Baby Syndrome คือโรคที่มักพบในเด็กที่อายุน้อยกว่า 1 ปี เกิดจากการที่พ่อแม่จับลูกเขย่าแรงๆ อาจจะด้วยความตั้งใจหรือไม่นั้น แรงเขย่าจะทำให้เนื้อสมองกระแทกกับกะโหลกศีรษะ จนสมองได้รับการกระทบกระเทือนและมีเลือดออก เพราะเส้นเลือดในสมองของเด็กเล็กๆยังไม่แข็งแรง โอกาสที่มีการฉีกขาดจึงมีมากกว่าผู้ใหญ่ สาเหตุที่ทำให้ทารกเป็น Shaken Baby Syndrome จนทำให้พิการ หรือถึงขั้นเสียชีวิต เพราะการเขย่ารุนแรงจนมีภาวะเสี่ยงเป็นโรค Shaken Baby Syndrome นี้ มักจะไม่ทิ้งร่องรอยที่ร่างกายภายนอก ทารกจึงไม่ได้รับการรักษา เมื่อปล่อยทิ้งไว้นานก็อาจมีปัญหาด้านการเรียนรู้ สติปัญญา อาจเกิดอาการเป็นลมชัก ตาบอด หรือร้ายแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ วิธีสังเกตอาการภาวะเสี่ยงเป็น Shaken Baby Syndrome – อาการอาเจียน หรือหายใจลำบาก ซึ่งอาจดูไม่รุนแรง คล้ายภาวะปวดท้อง ช่วง 3 เดือนแรก(Baby Colic) เมื่อพาลูกน้อยไปพบแพทย์ ต้องบอกด้วยว่าเด็กโดนเขย่าอย่างรุนแรง หากเกิดภาวะเสี่ยงเป็น Shaken […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event