ค่าคลอด 2026 อัปเดตและเปรียบเทียบ 6 โรงพยาบาลดังในกรุงเทพ

การเตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว นอกจากการดูแลสุขภาพคุณแม่และลูกน้อยแล้ว เรื่อง “ค่าใช้จ่ายในการคลอด” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายครอบครัวนำมาพิจารณาตั้งแต่ช่วงเริ่มฝากครรภ์ เพราะการวางแผนงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เลือกโรงพยาบาลที่เหมาะกับความต้องการและกำลังทรัพย์ได้ง่ายขึ้น

ในปี 2026 โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ยังคงมีแพ็กเกจคลอดให้เลือกหลากหลาย ทั้งการคลอดปกติ การคลอดธรรมชาติ และการผ่าตัดคลอด โดยแต่ละแห่งมีราคาและรายละเอียดของแพ็กเกจแตกต่างกันออกไป

บทความนี้ได้รวบรวมราคาเริ่มต้นของแพ็กเกจคลอดจากโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับคุณแม่ที่กำลังวางแผนคลอด

เปรียบเทียบค่าคลอดโรงพยาบาลในกรุงเทพ ปี 2026

โรงพยาบาลคลอดปกติคลอดธรรมชาติผ่าตัดคลอด
บำรุงราษฎร์เริ่มต้น 139,000 บาท–เริ่มต้น 169,000 บาท
สมิติเวชเริ่มต้น 99,990 บาทเริ่มต้น 120,000 บาทเริ่มต้น 129,990 บาท
กรุงเทพเริ่มต้น 96,000 บาท–เริ่มต้น 132,000 บาท
เมดพาร์คเริ่มต้น 118,690 บาท–เริ่มต้น 133,900 บาท
BNHเริ่มต้น 107,900 บาท–เริ่มต้น 123,900 บาท
พญาไท 3เริ่มต้น 69,000 บาท–เริ่มต้น 89,000 บาท

หมายเหตุ : ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้นของแพ็กเกจคลอด อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่น ช่วงเวลา และเงื่อนไขของแต่ละโรงพยาบาล

กำลังเตรียมงบก่อนคลอด?
ดู Checklist ของเตรียมคลอดสำหรับคุณแม่ → [ดูของเตรียมคลอด]

รายละเอียดค่าคลอดแต่ละโรงพยาบาล

เครดิตภาพ : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

1. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลเอกชนระดับสากลที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการทีมแพทย์เฉพาะทางครบครัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และบริการระดับพรีเมียม

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกสูติ-นรีเวช โทร. 0-2011-2361, 0-2011-2365 และ 0-2011-2366

เครดิตภาพ : โรงพยาบาลสมิติเวช

2. โรงพยาบาลสมิติเวช

สมิติเวชเป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวที่มีเด็กเล็ก มีศูนย์สุขภาพสตรีและกุมารเวชที่ครบวงจร พร้อมรองรับทั้งการคลอดปกติ คลอดธรรมชาติ และผ่าตัดคลอด

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โทร. 0-2378-9129-30

เครดิตภาพ : โรงพยาบาลกรุงเทพ

3. โรงพยาบาลกรุงเทพ

โรงพยาบาลกรุงเทพมีทีมสูติแพทย์และกุมารแพทย์ที่พร้อมดูแลทั้งคุณแม่และลูกน้อยตลอดการตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด โดยมีแพ็กเกจคลอดให้เลือกตามความเหมาะสม

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โทร. 02-310-3005, 02-755-1005, 02-310-3000 หรือ 1719

เครดิตภาพ : โรงพยาบาลเมดพาร์ค

4. โรงพยาบาลเมดพาร์ค

เมดพาร์คเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เปิดให้บริการไม่นาน แต่ได้รับความสนใจจากคุณแม่จำนวนมาก ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สูตินรีเวช โทร. 02-023-3333

เครดิตภาพ : โรงพยาบาล BNH

5. โรงพยาบาล BNH

BNH เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพสตรีมาอย่างยาวนาน เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการบรรยากาศการดูแลแบบอบอุ่น พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทาง

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โทร. 02-022-0700 ต่อ 4455 และ 4456

เครดิตภาพ : โรงพญาบาลพญาไท 3

6. โรงพยาบาลพญาไท 3

หากมองหาแพ็กเกจคลอดที่เริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงได้ โรงพยาบาลพญาไท 3 ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยมีราคาเริ่มต้นดังนี้

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพหญิง ชั้น 2 โทร. 02-467-1111 ต่อ 3264 และ 3265

คุณแม่ควรเลือกโรงพยาบาลจากอะไร นอกจากราคา?

แม้ว่าราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การเลือกสถานที่คลอดไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลขของแพ็กเกจเท่านั้น เพราะแต่ละครอบครัวมีความต้องการแตกต่างกัน ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้พิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น

  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของสูติแพทย์
  • โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์อยู่
  • ความพร้อมของห้องคลอดและห้องพัก
  • ทีมกุมารแพทย์และห้อง NICU กรณีเกิดภาวะฉุกเฉิน
  • สิทธิประกันสุขภาพหรือประกันเหมาจ่ายที่สามารถใช้ได้
  • รายการบริการที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ เช่น ค่ายา ค่าห้อง จำนวนวันพักฟื้น วัคซีนแรกเกิด หรือการตรวจสุขภาพลูกน้อย

การสอบถามรายละเอียดของแพ็กเกจโดยตรงกับโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้ทราบว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม และสามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้อย่างรอบด้าน

สรุป

นอกจากวางแผนเลือกโรงพยาบาลและงบประมาณสำหรับการคลอดแล้ว คุณแม่สามารถค่อย ๆ เตรียม ของใช้คุณแม่ ที่จำเป็นสำหรับช่วงก่อนและหลังคลอดไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นของใช้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ อุปกรณ์หลังคลอด หรืออุปกรณ์ให้นม หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากอะไร สามารถแวะมาลองสินค้าและพูดคุยกับทีมงานที่ BabyGift Showroom หรือเลือกดูสินค้าเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ BabyGift ได้ตามความสะดวก เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับเจ้าตัวเล็กแบบสบายใจมากขึ้น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็ก AILEBEBE รุ่น KURUTTO สีดำ แสดงตัวสินค้าแบบเต็มชิ้น มุมมองด้านหน้า/ด้านข้าง เหมาะสำหรับใช้ประกอบข้อมูลสินค้าและแสดงรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพสินค้ากระเป๋าคุณแม่อเนกประสงค์สีชมพูพาสเทลแบบเดี่ยวๆ บนพื้นหลังสีขาว เพื่อให้เห็นรูปทรง ดีไซน์ ช่องเก็บของ และสายสะพายข้างได้อย่างชัดเจน
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
กระจกมองเด็กในรถ BRICA Baby In-Sight สีดำ
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพคาร์ซีทเด็กแบรนด์ Graco รุ่น Nautilus ลักษณะเป็นคาร์ซีทแบบ Harness Booster พร้อมสายรัดนิรภัย 5 จุด มีที่วางแก้วด้านข้าง ตัวเบาะโทน สีเทา-ดำ ใช้สำหรับแสดงรูปลักษณ์และรายละเอียดของสินค้า
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
ภาพรถเข็นเด็กสีครีม/เบจ พร้อมโครงสร้างสีดำและที่วางแก้วน้ำด้านข้าง บนพื้นหลังสีขาว เพื่อเน้นดีไซน์ของตัวรถเข็นให้ลูกค้าพิจารณาได้ง่าย
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
สินค้าขายดี
สินค้า Pre-Order
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

ท้องทีต้องมานั่งกังวลเรื่องนู้นเรื่องนี้เต็มไปหมด นอกจากจะกังวลเรื่องการกินกับการเดินแล้ว ท่านอนก็ยังเป็นสิ่งที่แม่ท้องหลายๆ คนสงสัยว่าควรจะนอนท่าไหนกันแน่ บางคนก็บอกว่าให้นอนท่าที่สบายที่สุด บางคนก็บอกว่าให้นอนตะแคงข้างไหนก็ได้ ส่วนบางคนก็เจาะจงให้นอนตะแคงซ้าย ตกลงยังไงกันแน่นะ? แต่แน่นอนว่าท่านอนมีผลต่อทั้งสุขภาพของคุณแม่แล้วก็คุณลูก วันนี้เราลองมาดูคำตอบไขข้อสงสัยไปพร้อมๆ กันค่ะ ท่านอนที่เหมาะสมสำหรับคุณแม่ ท่านอนที่ดีที่สุดสำหรับแม่ท้องที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 16 สัปดาห์ขึ้นไปคือ “ท่านอนตะแคงซ้าย” ค่ะ เพราะว่าการนอนตะแคงซ้ายจะช่วยให้มดลูกของคุณแม่ไม่ไปกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ที่อยู่ค่อนไปทางขวาและท่านี้ยังจะช่วยในเรื่องของระบบหมุนเวียนเลือดด้วยนะคะ เพราะพอเส้นเลือดดำไม่ถูกกดทับแล้ว เลือดก็จะสูบฉีดไปเลี้ยงหัวใจได้ดี แถมยังทำให้อาหารย่อยง่ายอีกด้วยนะ ถ้าคุณแม่นอนตะแคงขวา หัวใจก็จะทำงานหนักมากขึ้น เพราะต้องใช้แรงสูบฉีดเลือดเพิ่มขึ้น แต่เอาจริงถ้าจะให้นอนตะแคงซ้ายทั้งคืนก็คงไม่ไหว คุณแม่ก็อาจจะตะแคงซ้ายขวาสลับกันก็ได้นะ แต่เน้นไปที่ด้านซ้ายให้เยอะกว่านะคะ สำหรับคุณแม่ที่ท้องใหญ่มากๆ คุณแม่อาจจะหาหมอนมารองใต้ท้องเพื่อช่วยพยุงท้องเอาไว้ จะได้นอนหลับสบายๆ ยาวๆ ถึงเช้าไปเลยเนอะ ท่านอนที่ไม่เหมาะสมกับคุณแม่ เดาได้ง่ายมาก ก็คือท่านอนคว่ำน่ะสิ อันนี้มันก็แน่อยู่แล้วแหละนะ ท้องก็ใหญ่ขึ้นทุกวันทุกวันจะให้นอนคว่ำได้ยังไงไหว แต่อีกท่านึงที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงก็คือท่านอนหงายค่ะ อ๊ะๆ คิดไม่ถึงกันใช่ไหมล่ะคะ ที่ท่านี้ควรหลีกเลี่ยงก็เพราะมดลูกของคุณแม่นั้นจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จึงอาจจะไปกดทับเส้นเลือดใหญ่ที่อยู่ตรงบริเวณกลางลำตัวได้ค่ะ พอทับไปแล้วคุณแม่ก็จะมีอาการเท้าบวม เป็นริดสีดวงทวาร หนักๆ หน่อยก็อาจทำให้วิงเวียนศีรษะจนถึงขั้นเป็นลมได้เลยล่ะ นอกจากนี้ยังทำให้คุณแม่ปวดหลังสุดๆ เพราะเหมือนกับต้องแบกรับน้ำหนักร่วมสิบโลไว้ทั้งคืน วิธีจัดท่านอน ไม่ใช่ว่าคุณแม่เดินมาถึงเตียงก็ล้มตึงลงไปนอนตะแคงได้เหมือนตอนไม่ท้องเลยนะ ตอนนี้เรามีลูกน้อยอยู่ในท้องแล้วก็ต้องคอยทำอะไรให้ช้าลง วิธีข้างล่างจะช่วยให้คุณแม่จัดท่านอนได้ถูกต้องแล้วก็จะช่วยลดอาการปวดหลังด้วยนะคะ เวลาจะพลิกตัวเปลี่ยนท่า คุณแม่ควรจะค่อยๆ พลิก […]

เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงไตรมาสสุดท้าย ความตื่นเต้นที่จะได้พบหน้าเจ้าตัวเล็กมักมาพร้อมกับความกังวลใจ โดยเฉพาะการจัดเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพื่อให้วันสำคัญราบรื่นที่สุด บทความนี้ BabyGift ได้รวบรวมทุกรายละเอียดสำคัญมาไว้ให้คุณแม่แล้ว เพื่อให้มั่นใจและพร้อมรับมือกับทุกสัญญาณเตือนจากร่างกายก่อนเดินทางไปโรงพยาบาล เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด และเอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิด การเตรียมเอกสารเตรียมคลอดให้พร้อมใส่กระเป๋าไว้ล่วงหน้าช่วยลดความฉุกละหุกได้มหาศาล โดยแบ่งเป็นส่วนที่ใช้ติดต่อกับทางโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา และส่วนที่ใช้สำหรับการแจ้งเกิดเพื่อขอรับสูติบัตรให้กับลูกน้อย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความสำคัญเท่ากันและคุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลในเอกสารทุกฉบับให้เรียบร้อยก่อนถึงกำหนดคลอด เอกสารส่วนตัวสำหรับติดต่อโรงพยาบาลที่ต้องพกติดตัว ส่วนแรกคือเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด เพื่อใช้ในการลงทะเบียนผู้ป่วยและประวัติทางการแพทย์ เอกสารสำคัญสำหรับการแจ้งเกิดที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเตรียมล่วงหน้า หลังจากลูกน้อยลืมตาดูโลก เอกสารเตรียมคลอดในส่วนของการแจ้งเกิดจะต้องถูกนำมาใช้ทันที กรณีแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านอื่น ต้องใช้เอกสารอะไรเพิ่มบ้าง? หากต้องการแจ้งเกิดและย้ายชื่อลูกเข้าทะเบียนบ้านที่บิดามารดาไม่ได้เป็นเจ้าบ้าน ต้องใช้เอกสารเตรียมคลอดเพิ่มเติมดังนี้ เตรียมความพร้อมขั้นสุดกับ BabyGift ผู้ช่วยส่วนตัวเรื่องของใช้แม่และเด็ก นอกจากเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดแล้ว การมีตัวช่วยที่รู้จริงเรื่องสินค้าแม่และเด็กจะทำให้คุณแม่สบายใจขึ้นมาก ที่ BabyGift เราคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดตั้งแต่วันแรก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกซื้อเครื่องปั๊มนมคุณภาพสูงเพื่อเตรียมทำสต็อกน้ำนม หรืออุปกรณ์เดินทางที่ต้องใช้ในวันออกจากโรงพยาบาลอย่าง คาร์ซีทมาตรฐานโลก เราพร้อมให้คำปรึกษาอย่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับลูกรัก สรุปการเตรียมตัวเพื่อวันสำคัญที่สมบูรณ์แบบ การเตรียมเอกสารเตรียมคลอด และของใช้ให้พร้อมเป็นเสมือนการสร้างเกราะความมั่นใจให้กับคุณแม่ เมื่อเอกสารครบ ข้าวของพร้อม คุณแม่ก็สามารถทุ่มเทความสนใจไปที่การดูแลสุขภาพกายและใจเพื่อรอพบหน้าเจ้าตัวเล็กได้อย่างเต็มที่ BabyGift ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวที่อยู่เคียงข้างพ่อแม่มือใหม่เสมอ พร้อมสนับสนุนทุกครอบครัวด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง หากสงสัยว่าควรเลือกเป้อุ้มเด็กยี่ห้อไหนดี หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูก เราพร้อมอยู่ข้างคุณเสมอ สามารถดูสินค้าทั้งหมดได้ที่ BabyGift Shop คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอกสารเตรียมคลอด เอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอดควรเตรียมไว้ตอนกี่สัปดาห์? คุณแม่ควรเริ่มรวบรวมเอกสารที่ต้องเตรียมไปคลอด ใส่แฟ้มหรือกระเป๋าเตรียมคลอดไว้ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ 32-34 สัปดาห์ เพราะอุบัติเหตุหรืออาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมไว้ก่อนจะช่วยลดความวุ่นวายได้ดีที่สุด […]

สวัสดีค่ะ ^_^  อุปกรณ์คู่ใจของแม่ ๆ สุดสตรองทุกท่านก็คงหนีไม่พ้น “รถเข็นเด็ก” จริงไหมคะ..? ส่วนตัวมดเอง ลองใช้รถเข็นมาหลายยี่ห้อ แต่ตอนนี้บ้านเรากำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดกันหลายวัน รถเข็นคันเดิมเริ่มไม่ตอบโจทย์เรื่องการพกพาอีกต่อไปแล้ว เพราะแค่ของใช้ก็เต็มรถแล้วค่ะ เราจึงมีโจทย์ในการหารถเข็นคันใหม่ว่า ต้องมีน้ำหนักเบา พับเก็บง่าย และแน่นอนว่าต้องเป็นแบรนด์ดังที่แม่ ๆ ไว้ใจ เหมือนสวรรค์มีตา 555 เพราะไม่กี่วันต่อมา เราก็ไปเจอใน IG คุณโอปอล์ว่า เพิ่งถอยรถเข็นใหม่ให้น้องอลิน อลันเหมือนกัน แถมยังเชียร์ว่ามันเบา ใช้งานสะดวกมากกก คุณแม่ขาช็อปอย่างเราก็ไม่รอช้าค่ะ ไปซื้อตามด่วน ๆ คุณโอปอล์ซื้อรถเข็นจากร้าน BABYGIFT ค่ะ มดเองไม่มีเวลาไปที่ร้าน เลยสั่งซื้อออนไลน์ กดสั่งปุ๊บ รอไม่นานก็มีน้องเสียงสวยโทรมานัดวันจัดส่งทันที 2 วันก็ได้ของค่ะ สะดวกมากก แล้วเราก็ได้รถเข็นที่ตอบโจทย์การใช้งานมา 1 คัน และนี่คือ “Aprica Magical Air Plus Highseat” รุ่นนี้มีจุดเด่นตรงที่ เล็ก และน้ำหนักเบา ที่สุด  ตัวนี้เค้าแนะนำสำหรับเด็กไม่เกิน 15 โล แต่ลูกบ้านนี้หนัก 16 โลก็ยังนั่งสบาย ๆ เลยค่ะ ราคาอยู่ที่ 10,335 บาท อย่างที่ทราบกันดีว่า “ถ้ารถเข็นต้อง Aprica”  ดังนั้นเค้าจึงมีความพิเศษค่ะรุ่นนี้น้ำหนักเบาเพียง 3.3 kg ถือมือเดียวได้สบาย ๆ และที่นั่งเป็นแบบ High Seat สูงจากพื้นดิน 52 cm. ซึ่งจะทำให้ฝุ่นละอองและความร้อนจากพื้นนั้นห่างจากลูกยิ่งขึ้น แถมยังสามารถพับเก็บได้แบบ One Step และล้อทั้ง 4 ก็จะติดกับพื้น ลากได้สบาย ๆ […]

วันหยุดนี้ พาลูกเที่ยว ที่ไหนดี ?  คุณพ่อคุณแม่ที่กำลังมองหาสถานที่ พาลูกเที่ยว วันหยุดนี้ห้ามพลาด กับ 4 พิกัดสวนสัตว์ ในเมืองไทย ซึ่งแต่ละที่มีไฮไลต์เด็ดๆที่แตกต่างกัน มีทั้งสัตว์ท้องถิ่นในเมืองไทย สัตว์หายาก และสัตว์จากทวีปอื่นๆ ทั่วทุกมุมโลก วันหยุดนี้ พาลูกเที่ยว เลือกเช็คอินได้เลย !! รับรองถูกใจเจ้าตัวเล็ก แถมคุณพ่อคุณแม่ยังได้ย้อนวัยกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งแน่นอน ถ้าพร้อมแล้ว ตามมาดูกันเลย !! สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ชลบุรี ค่าบัตรผ่านประตู :ผู้ใหญ่ : 150 บาทเด็ก สูงไม่เกิน 135 ซม : 30 บาทผู้ใหญ่ ชาวต่างชาติ : 250 บาทเด็ก ชาวต่างชาติ : 100 บาทข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา : 70 บาทผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คนพิการ : ฟรี เวลาทำการ : 8:00-18:00 […]

ได้เวลา “ป๋อมแป๋ม” กันแล้ว อีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขของลูกน้อยที่จะได้ลงอ่างอาบน้ำให้สบายตัว ในช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้หากคุณพ่อคุณแม่รู้จักเพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างลงไป ก็จะช่วยให้ช่วงเวลาอาบน้ำของลูกน้อยเต็มไปด้วยความสุข สนุก สะอาด ช่วยเสริมพัฒนาการของลูกน้อยไปได้พร้อมๆ กัน เสริมพัฒนาการของลูกขณะอาบน้ำ ระหว่างที่ลูกน้อยกำลังวุ่นอยู่กับการอาบน้ำ คุณพ่อคุณแม่อาจเสริมด้วยเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาเล็กๆ ก็ตาม ด้วยวิธี 3ส. ดังนี้ ส.ที่ 1 = สุข เด็กกับน้ำเป็นของคู่กัน อยู่แล้ว เวลาที่เด็กได้เล่นอยู่กับน้ำจะทำให้ร่างกายหลั่งสารแห่งความสุขหรือ “สารเอนดอร์ฟีน” ออกมา ซึ่งสารแห่งความสุขนี้จะส่งผลทางด้านบวกต่อการรับรู้และเรียนรู้ ช่วยให้ลูกพร้อมซึมซับประสบการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดการอาบน้ำซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างบรรยากาศในการอาบน้ำ ที่เอื้อต่อการเกิดความสุขได้ดังนี้ ส.ที่ 2 = สนุก เมื่อเด็กมีความสุขก็พร้อมที่จะเรียนรู้ และการเรียนรู้ของเด็กก็คือการที่เด็กได้เล่นสนุกนั่นเอง ดังนั้นเพื่อเพิ่มพัฒนาการให้กับลูกน้อยในระหว่างอาบน้ำให้คุณพ่อคุณแม่ เลือกสรรของเล่นลงอ่างอาบน้ำให้เหมาะสมด้วย ซึ่งของเล่นในอ่างอาบน้ำก็มีความแตกต่างกับดังนี้ ส.ที่ 3 = สะอาด คือความสดชื่นหลังอาบน้ำ การที่ลูกน้อยได้อาบน้ำอย่างสะอาดช่วยให้ลูกน้อยมีความสุขและรักการอาบน้ำ มากยิ่งขึ้น >>>ขอขอบคุณข้อมูลจาก : แคร์

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
ดูเพิ่มเติม
All Brands
ดูเพิ่มเติม
All Ages
ดูเพิ่มเติม
BabyGift Care
News & Event