อัปเดทค่าคลอด โรงพยาบาลชื่อดังในกรุงเทพ ปี 2026

การเตรียมตัวต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว นอกจากการดูแลสุขภาพคุณแม่และลูกน้อยแล้ว เรื่อง “ค่าใช้จ่ายในการคลอด” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่หลายครอบครัวนำมาพิจารณาตั้งแต่ช่วงเริ่มฝากครรภ์ เพราะการวางแผนงบประมาณล่วงหน้าจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เลือกโรงพยาบาลที่เหมาะกับความต้องการและกำลังทรัพย์ได้ง่ายขึ้น

ในปี 2026 โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพฯ ยังคงมีแพ็กเกจคลอดให้เลือกหลากหลาย ทั้งการคลอดปกติ การคลอดธรรมชาติ และการผ่าตัดคลอด โดยแต่ละแห่งมีราคาและรายละเอียดของแพ็กเกจแตกต่างกันออกไป

บทความนี้ได้รวบรวมราคาเริ่มต้นของแพ็กเกจคลอดจากโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำในกรุงเทพฯ เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นสำหรับคุณแม่ที่กำลังวางแผนคลอด

เปรียบเทียบค่าคลอดโรงพยาบาลในกรุงเทพ ปี 2026

โรงพยาบาลคลอดปกติคลอดธรรมชาติผ่าตัดคลอด
บำรุงราษฎร์เริ่มต้น 165,000 บาทเริ่มต้น 169,000 บาท
สมิติเวชเริ่มต้น 99,990 บาทเริ่มต้น 120,000 บาทเริ่มต้น 129,990 บาท
กรุงเทพเริ่มต้น 96,000 บาทเริ่มต้น 132,000 บาท
เมดพาร์คเริ่มต้น 118,690 บาทเริ่มต้น 133,900 บาท
BNHเริ่มต้น 107,900 บาทเริ่มต้น 123,900 บาท
พญาไท 3เริ่มต้น 69,000 บาทเริ่มต้น 89,000 บาท

หมายเหตุ : ราคาข้างต้นเป็นราคาเริ่มต้นของแพ็กเกจคลอด อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชั่น ช่วงเวลา และเงื่อนไขของแต่ละโรงพยาบาล

รายละเอียดค่าคลอดแต่ละโรงพยาบาล

เครดิตภาพ : โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

1. โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลเอกชนระดับสากลที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการทีมแพทย์เฉพาะทางครบครัน เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย และบริการระดับพรีเมียม

  • คลอดปกติ เริ่มต้น 165,000 บาท
  • ผ่าตัดคลอด เริ่มต้น 169,000 บาท

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกสูติ-นรีเวช โทร. 0-2011-2361, 0-2011-2365 และ 0-2011-2366

เครดิตภาพ : โรงพยาบาลสมิติเวช

2. โรงพยาบาลสมิติเวช

สมิติเวชเป็นอีกหนึ่งโรงพยาบาลที่ได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวที่มีเด็กเล็ก มีศูนย์สุขภาพสตรีและกุมารเวชที่ครบวงจร พร้อมรองรับทั้งการคลอดปกติ คลอดธรรมชาติ และผ่าตัดคลอด

  • คลอดปกติ เริ่มต้น 99,990 บาท
  • คลอดธรรมชาติ เริ่มต้น 120,000 บาท
  • ผ่าตัดคลอด เริ่มต้น 129,990 บาท

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โทร. 0-2378-9129-30

เครดิตภาพ : โรงพยาบาลกรุงเทพ

3. โรงพยาบาลกรุงเทพ

โรงพยาบาลกรุงเทพมีทีมสูติแพทย์และกุมารแพทย์ที่พร้อมดูแลทั้งคุณแม่และลูกน้อยตลอดการตั้งครรภ์จนถึงหลังคลอด โดยมีแพ็กเกจคลอดให้เลือกตามความเหมาะสม

  • คลอดปกติ เริ่มต้น 96,000 บาท
  • ผ่าตัดคลอด เริ่มต้น 132,000 บาท

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โทร. 02-310-3005, 02-755-1005, 02-310-3000 หรือ 1719

เครดิตภาพ : โรงพยาบาลเมดพาร์ค

4. โรงพยาบาลเมดพาร์ค

เมดพาร์คเป็นโรงพยาบาลเอกชนที่เปิดให้บริการไม่นาน แต่ได้รับความสนใจจากคุณแม่จำนวนมาก ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย

  • คลอดปกติ เริ่มต้น 118,690 บาท
  • ผ่าตัดคลอด เริ่มต้น 133,900 บาท

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สูตินรีเวช โทร. 02-023-3333

เครดิตภาพ : โรงพยาบาล BNH

5. โรงพยาบาล BNH

BNH เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่มีประสบการณ์ในการดูแลสุขภาพสตรีมาอย่างยาวนาน เหมาะสำหรับคุณแม่ที่ต้องการบรรยากาศการดูแลแบบอบอุ่น พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทาง

  • คลอดปกติ เริ่มต้น 107,900 บาท
  • ผ่าตัดคลอด เริ่มต้น 123,900 บาท

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โทร. 02-022-0700 ต่อ 4455 และ 4456

เครดิตภาพ : โรงพญาบาลพญาไท 3

6. โรงพยาบาลพญาไท 3

หากมองหาแพ็กเกจคลอดที่เริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงได้ โรงพยาบาลพญาไท 3 ถือเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยมีราคาเริ่มต้นดังนี้

  • คลอดปกติ เริ่มต้น 69,000 บาท
  • ผ่าตัดคลอด เริ่มต้น 89,000 บาท

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพหญิง ชั้น 2 โทร. 02-467-1111 ต่อ 3264 และ 3265

คุณแม่ควรเลือกโรงพยาบาลจากอะไร นอกจากราคา?

แม้ว่าราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การเลือกสถานที่คลอดไม่ควรพิจารณาเพียงตัวเลขของแพ็กเกจเท่านั้น เพราะแต่ละครอบครัวมีความต้องการแตกต่างกัน ก่อนตัดสินใจ แนะนำให้พิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น

  • ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของสูติแพทย์
  • โรงพยาบาลที่ฝากครรภ์อยู่
  • ความพร้อมของห้องคลอดและห้องพัก
  • ทีมกุมารแพทย์และห้อง NICU กรณีเกิดภาวะฉุกเฉิน
  • สิทธิประกันสุขภาพหรือประกันเหมาจ่ายที่สามารถใช้ได้
  • รายการบริการที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ เช่น ค่ายา ค่าห้อง จำนวนวันพักฟื้น วัคซีนแรกเกิด หรือการตรวจสุขภาพลูกน้อย

การสอบถามรายละเอียดของแพ็กเกจโดยตรงกับโรงพยาบาลก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้ทราบว่ามีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติม และสามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าได้อย่างรอบด้าน

สรุป

นอกจากวางแผนเลือกโรงพยาบาลและงบประมาณสำหรับการคลอดแล้ว คุณแม่สามารถค่อย ๆ เตรียม ของใช้คุณแม่ ที่จำเป็นสำหรับช่วงก่อนและหลังคลอดไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นของใช้สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ อุปกรณ์หลังคลอด หรืออุปกรณ์ให้นม หากยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากอะไร สามารถแวะมาลองสินค้าและพูดคุยกับทีมงานที่ BabyGift Showroom หรือเลือกดูสินค้าเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์ BabyGift ได้ตามความสะดวก เพื่อเตรียมพร้อมต้อนรับเจ้าตัวเล็กแบบสบายใจมากขึ้น

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00
คาร์ซีทเด็กโต AILEBEBE รุ่น Papatto Premium

สำหรับเด็กแรกเกิด – 7 ขวบ / 25kg (Group 0+/1/2)

7,700.00

บทความแนะนำ

คุณอรุณศรี พิริยเลิศศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบบี้ กิ๊ฟ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้รับเกียรติเชิญให้เป็นวิทยากรให้ความรู้แก่บุคลลากรทางการศึกษา จำนวน 70 ท่าน ภายใต้ชื่อ “ความจำเป็นของคาร์ซีทและการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างไรให้ถูกวิธี” ณ โรงเรียนเลิศหล้า ทั้งนี้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้คาร์ซีทอย่างถูกวิธี เพื่อให้บุคลลากรทางการศึกษาได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นของคาร์ซีท และสามารถนำมาปรับใช้กับนักเรียนในโรงเรียนได้ เพื่อให้สอดคล้องกับการบังคับใช้คาร์ซีทสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก ที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 กันยายน 2565 นี้

อาหารที่จะช่วยบำรุงสายตาให้กับลูกน้อย >>>ขอบคุณข้อมูล : Mother&Care

คุณแม่ท้อง..เคยมีผู้ใหญ่หรือคนรู้จักทักหรือเตือนเรื่องความเชื่อต่างๆ บ้างไหม? เราเชื่อค่ะว่าคุณแม่ท้องหลายๆ ท่านจะต้องเคยได้ยินได้ฟังความเชื่อต่างๆ ที่เคยบอกกันมาระหว่างท้องแน่นอน ซึ่งความเชื่อที่มีมาช้านานในบางสิ่งก็เป็นเรื่องกุศโลบายที่ดีและน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์เกิดอันตรายหรือส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่ความเชื่อบางอย่างก็ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในปัจจุบันกันแล้ว ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำว่าความเชื่อแบบไหนที่ไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้ และไม่น่าจะนำมาปฏิบัติกันแล้ว เพื่อให้คุณแม่ดูแลตัวเองขณะตั้งครรภ์ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องนำมาคิดให้เป็นกังวลกันต่อไปค่ะ เชื่อแบบนี้ …ไม่ดีแน่ มาดูความเชื่อที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัยและข้อมูลความเป็นจริงในปัจจุบันว่ามีอะไรบ้าง ห้ามแม่ท้องเตรียมของใช้ไว้ให้ลูกก่อน เพราะแต่เดิมการแพทย์ยังไม่ทันสมัยเท่าตอนนี้ การตั้งครรภ์และคลอดลูกน้อยสมัยก่อนจึงยังไม่ค่อยมีความปลอดภัยมากนัก  หลายบ้านจึงมีความเชื่อว่าการเตรียมของใช้เด็กอ่อนไว้ล่วงหน้า  อาจจะทำให้ลูกไม่ได้เกิดมาหรือมีเหตุบางอย่างทำให้คุณแม่เป็นอันตราย แต่ยุคสมัยและความเจริญทางการแพทย์เปลี่ยนไป แม่ตั้งครรภ์ยุคใหม่เกือบทุกคนมักคลอดได้อย่างเรียบร้อยดี และลูกน้อยก็ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากมีการฝากครรภ์ การตรวจและดูแลครรภ์ตลอด 9 เดือนจากแพทย์  จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องงดการซื้อของใช้เพื่อการเลี้ยงลูกไว้ล่วงหน้าแต่อย่างใด ซึ่งหากคุณแม่ยังมีความเชื่อแบบนี้ โดยไม่ได้เตรียมของใช้ให้ลูกไว้ ในช่วงหลังคลอดทั้งคุณแม่คุณพ่อและครอบครัวอาจเกิดความยุ่งยาก เมื่อต้องการใช้อุปกรณ์ต่างๆ เพื่อความสะดวกในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อม อุปกรณ์ทำความสะอาด ใช้อาบน้ำสระผมลูก เครื่องปั๊มนม คาร์ซีทที่ควรต้องใช้ติดรถไว้เพื่อพาลูกน้อยกลับบ้านทันทีหลังคลอด  และอื่นๆ หากไม่มีก็จะต้องรีบไปซื้อหามาอย่างฉุกละหุก จนเกิดความวุ่นวายหลังคลอดได้นั่นเอง  ดังนั้นหากคุณแม่ได้เตรียมของใช้ไว้พร้อมทุกอย่างก่อนตั้งครรภ์ หลังคลอดก็สามารถหยิบจับมาดูแลลูกได้ทั้นที เรียกว่าเตรียมมีไว้ใช้อย่างสะดวกดีที่สุดค่ะ คนท้องห้ามกินของดำ  จากความเชื่อเดิมที่มีหลายคนบอกว่า แม่ท้องห้ามดื่มกินอาหารที่มีสีดำ เช่น เฉาก๊วย โอเลี้ยง ซีอิ๊ว กาละแม และอื่นๆ เพราะจะทำให้ลูกน้อยที่คลอดออกมาผิวดำนั้น  ทุกวันนี้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้กันแล้วว่า […]

BabyGift Grand Opening ฉลองเปิดสาขาใหม่ “ปิ่นเกล้า-ราชพฤกษ์” สาขาที่ 7 อย่างเป็นทางการตอกย้ำความเป็นผู้นำร้านจำหน่ายสินค้าแม่และเด็ก BabyGift พร้อมที่จะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณพ่อ-คุณแม่และลูกน้อยในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด ” The Best Gift for your Baby ” ​ ขอขอบคุณ แบรนด์ Partner ผู้บริหาร และคณะกรรมการทุกท่านเป็นอย่างมาก ที่มาร่วมงาน และคอยสนับสนุนเบบี้กิ๊ฟอย่างดีตลอดมาค่ะ Attitude Mom Thailand : เครื่องปั๊มนม 5 โหมด อัจฉริยะ กรวยซิลิโคนแท้ Spectra Thailand เครื่องปั้มนม Iflin baby PUR Thailand Mellow for Kids ผ้ารองกันน้ำ100% เมลโล่ Bambies Thailand Baby Natura Beaba Thailand Luxury Baby […]

เมื่อลูกน้อยอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป ฟันซี่แรกก็จะเริ่มขึ้น ฟันจะค่อย ๆ ดันเหงือกขึ้นมา ทำให้ลูกเริ่มมีอาการคันเหงือก เจ็บเหงือก ลูกเลยชอบที่จะหยิบของเล่นเข้าปากเพื่อกัดเล่น เคี้ยวเล่น ให้ผ่อนคลายอาการคันเหงือกนี้ แต่เพื่อความสะอาด เพื่อความปลอดภัยกับเหงือกและฟันซี่แรกของลูกน้อย คุณพ่อคุณแม่จึงมักจะมองหายางกัดมาให้ลูกน้อยได้กัดเล่น แต่ยางกัดเด็ก ไม่ใช่อะไรก็ได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องมั่นใจด้วยว่า วัสดุไร้สารเคมี นุ่มอ่อนโยนสำหรับเด็ก รูปทรงไม่เป็นอันตราย และไม่ทำให้เหงือกและฟันของลูกน้อยบาดเจ็บ แล้วแบบนี้จะเลือกยางกัดเด็กอย่างไรดี เด็กแรกเกิดใช้ยางกัดได้ไหม เรามีคำตอบมาให้ในบทความนี้ค่ะ ยางกัดเด็ก ลดคันเหงือก แบบไหนดี ? ลูกควรใช้ได้ตอนอายุเท่าไหร่ สามารถเริ่มเล่นยางกัดได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน ขึ้นไป เนื่องจากยางกัดเด็กสามารถเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการได้ หรือ เมื่อลูกอายุประมาณ 5 เดือน ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตอาการลูก ว่ามักจะหยิบของเล่นทุกอย่างมากัดเล่นหรือเปล่า พอกัดไม่ได้เนื่องจากของเล่นนั้นแข็งเกินไป ระคายช่องปาก ก็จะทำให้ลูกร้องไห้งอแง เริ่มมีน้ำลายไหลมากขึ้นด้วย อาการเหล่านี้บ่งบอกว่าลูกอยากหาอะไรกัดเคี้ยวเล่นเพื่อบรรเทาอาการคันเหงือก ก็สามารถเริ่มใช้ยางกัดเด็กได้แล้วค่ะ ยางกัดเด็กมีกี่ประเภท พร้อมวิธีการเลือกยางกัดที่พ่อแม่ต้องรู้ ! 1. ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน ยางกัดเด็กแบบซิลิโคน จะผลิตจากซิลิโคนฟู้ดส์เกรด BPA Free100% […]

“เพราะรถเข็นเด็กทุกคัน ไม่ได้เหมาะกับเด็กแรกเกิดทุกคัน” หลายคนยังเข้าใจผิดว่ารถเข็นเด็กแต่ละคัน ดูๆแล้วก็คล้ายๆกัน น่าจะใช้เหมือนๆ กันแต่ในความเป็นจริง แล้วเด็กแรกเกิดมีความบอบบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รถเข็นเด็กสำหรับเด็กแรกเกิดจึงต้องมีคุณสมบัติเฉพาะที่นอกจากจะช่วยปกป้องสรีระของลูกน้อย  แล้วยังช่วยเสริมพัฒนาการรอบด้าน สร้างสุขอนามัยที่ดี และสร้างรอยยิ้มแห่งความสุขให้ทั้งคุณแม่และลูกน้อยได้อีกด้วย 1.ปรับให้นอนราบได้ 170 องศา สำหรับเด็กแรกเกิด รถเข็นเด็กแรกเกิด ที่ดีควรสามารถปรับให้นอนราบได้ 170 องศา ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กแรกเกิด เพราะกระดูกสันหลังเป็นเส้นตรง ยังไม่แข็งแรง จึงควรจัดให้เด็กนอนในท่านอนราบที่เป็นธรรมชาติ 2. เบาะรองนอนรูปนาฬิกาทราย จะช่วยรองรับสรีระได้อย่างเหมาะสม โดยมีพื้นที่วางแขนแบบ W-Shape และวางขาแบบ M-Shape เพื่อให้ขยับตัวได้ง่าย ซึ่งเป็นท่านอนที่เป็นธรรมชาติสำหรับเด็กวัยแรกเกิด 3. ชุดหมอนรองคอและสะโพก สำหรับทารกวัยแรกเกิดที่ยังไม่แข็งแรง เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับทารกวัยแรกเกิด ที่คอยังโงนเงนไม่แข็งแรง Head Support ที่มีส่วนเว้าโค้งพอเหมาะจะช่วยสอดรับช่วงต้นคอและศีรษะ ป้องกันคอพับซึ่งอาจส่งผลต่อการปิดทับระบบทางเดินหายใจได้ Hip Support หรือหมอนรองสะโพก ช่วยประคองให้กระดูกสันหลังมั่นคงไม่โค้งหรือเอียง ช่วยจัดท่านั่งและนอนได้อย่างเป็นธรรมชาติ 4. เบาะรองนอนระบายอากาศได้ดี และช่วยรองรับสรีระได้อย่างนุ่มนวล ด้วยระบบปรับอุณหภูมิในร่างกายลูกน้อยที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ เด็กทารกจะมีความสามารถในการควบคุมอุณหภุมิต่ำกว่าผู้ใหญ่ จึงทำให้มีเหงื่อออกมากกว่า โดยเฉพาะในเวลานอนซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายเสริมสร้างพัฒนาการอย่างเต็มที่ ดังนั้นเบาะที่มีคุณสมบัติช่วยระบายอากาศได้ดีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยลดความร้อน […]

All Categories

All Categories
All Brands
All Ages

Kid

Menu
All Categories
All Brands
All Ages
BabyGift Care
News & Event